Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Results 1 to 13 of 13

Thread: อยากทราบว่าการตั้งอุณหภูมิจอมอนิเตอร์คอมฯ ที่ถูกต้องควรตั้งไว้ที่เท่าไหร่ครับ

  1. #1
    Join Date
    Nov 2007
    Posts
    209
    Thanks
    28
    Thanked 51 Times in 23 Posts
    Rep Power
    14

    Default อยากทราบว่าการตั้งอุณหภูมิจอมอนิเตอร์คอมฯ ที่ถูกต้องควรตั้งไว้ที่เท่าไหร่ครับ

    6500 K หรือ 9300 K คือมีคนแนะนำมาสองแนวทางครับ บางคนบอก 6500K ตรงสุด แต่บางคนบอกว่า 6500 มันอมเหลือง ควรตั้งเป็น 9300 ดีสุด

    แล้วเรื่อง gamma อีกน่ะครับ บางคนให้ตั้ง 2.20 บางคนให้ตั้ง 2.50 ตกลงยังไงคือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดครับ..

  2. #2
    Join Date
    Apr 2005
    Location
    Chiang Mai
    Posts
    422
    Thanks
    7
    Thanked 1,552 Times in 249 Posts
    Rep Power
    32

    Default

    สำหรับผมใช้เจ้าแมงมุมขยุ้มจอ เขาแนะนำไว้ที่ 6500 กับ 2.2 ครับ

    ส่วนใหญ่นิยมใข้ค่านี้ในการปรับตั้งจอครับ
    Last edited by Mr. Forever; 19th June 2008 at 00:55.
    My Life... My World...

    http://www.fluidr.com/photos/mr.forever/sets

    www.mr-forever.com

    https://www.facebook.com/Mr.ForeverPhotography

    Canon EOS 5D MK III & Canon EOS 5D MKII + BG E6

    EF 17-40 F4L, EF 70-200 F4L IS

    EF 35 F1.4L, Sigma 85 F1.4, EF 135 F2L

    Flash 580 EX II

    Flash 580 EX II

  3. #3
    Join Date
    Jun 2008
    Posts
    167
    Thanks
    4
    Thanked 211 Times in 89 Posts
    Rep Power
    15

    Default

    การเลือก White Point ไม่มีกำหนดตายตัว แม้แต่ที่ซอฟท์แวร์คาลิเบรตแนะนำไว้ก็อาจจะ
    ไม่เหมาะกับสภาพแสงในห้องคุณก็ได้

    ถ้าแสงในห้องคุณคือประมาณ 5000K แล้วคุณคาลิเบรตจอที่ 6500K ผลที่ได้คือ สีขาวที่สุด
    ที่จอแสดงได้ (ก็ White Point น่ะแหละ) จะมองดูอมฟ้า แต่ถ้าแสงในห้องคุณเกิน 6500K
    ไปมาก การคาลิเบรตจอที่ 6500K ก็จะทำให้จอมองดูอมเหลือง และส่งผลให้สีเทาและสีอื่นๆ
    มองดูอมเหลืองตามไปด้วย

    คนใช้แล็ปท็อปคงรู้สึกอยู่บ่อยๆ ว่าสีบนจอมองดูไม่ค่อยเหมือนกัน ระหว่างในร้านกาแฟ
    (แสงอมเหลืองทำให้จอมองดูอมฟ้า) ริมหน้าต่างในออฟฟิศ (แสงอมฟ้าทำให้จอมองดูอม
    เหลือง) ฯลฯ

    ดังนั้น White Point ที่เหมาะก็คือ White Point ที่เหมาะกับสภาพแสงในห้องคุณ หรือคุณจะ
    ไม่สนใจสภาพแสงในห้องก็ได้ เพราะถ้ามันไม่แตกต่างจนมากเกินไป คุณมองดูจอไปนานๆ
    สมองก็จะยอมรับมันเป็นเทากลางไปเอง จนกว่าคุณจะเหม่อออกไปนอกจอนานๆ แล้วกลับมา
    มองจอใหม่ ซึ่งมันก็จะมองดูอมเหลืองอีก ก็ใช้เวลาซักพักให้สมองปรับ

    นอกจากสภาพแสงแล้ว สีสันที่มีอยู่ในห้องก็มีผลต่อการตัดสินสีเทาของสมองด้วย

    แต่ถ้าอยากให้ได้มาตรฐานจริงๆ (ก็มาจาก White Point ของ Adobe RGB, sRGB ไง)
    ก็น่าจะปรับแสงในห้องทำงานให้ได้ 6500K จะได้คาลิเบตรจอที่ 6500K ได้ และลดของ
    สีแจ๋นๆ ในห้องทำงานลง (แต่คนทำงานออกแบบคงไม่ชอบ—ก็ปรับให้เท่าที่ตัวเองรู้สึกโอเค
    แล้วกัน) อีกมาตรฐานนึงคือ 5000K ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ไม่ค่อยนิยมใช้กัน

    ลองดูคลิปนี้ให้จบนะครับ เป็นเบสิคที่มองข้ามไม่ได้ เนื่องจากมันอธิบายถึงการทำงานของ
    สมองเราที่บางคนอาจไม่รู้และคิดไม่ถึง โดยเฉพาะเรื่องสีและความสว่างรอบข้างที่มีผล
    ต่อการมองเห็นสีที่เป็นเป้าหมายของเรา ไม่ต้องฟังออกก็ได้ถ้าไม่ถนัดภาษาอังกฤษ
    http://www.youtube.com/watch?v=Rab5l5SDm3I

    การเรียนรู้เรื่องการจัดการสีต้องอาศัยการทำความเข้าใจเป็นหลัก ไม่ใช่การจำและก้มหน้า
    ก้มตาทำตามขั้นตอน
    Last edited by DD.; 19th June 2008 at 00:42. Reason: แก้คำผิดและเพิ่มเนื้อหา

  4. The Following 12 Users Say Thank You to DD. For This Useful Post:

    colingpowder (14th December 2008), Delpi (28th February 2010), DOFJerk (12th December 2008), JPS (19th December 2008), LIVE 4 LIVE (12th December 2008), NatsCracker (23rd December 2008), Palajin (21st February 2009), peenoi_13 (19th December 2008), somchaisuriya (19th June 2008), Take@LookAround (13th December 2008), ZoomEX (13th December 2008), คุณปาปา (20th June 2008)

  5. #4
    Join Date
    Jun 2008
    Posts
    167
    Thanks
    4
    Thanked 211 Times in 89 Posts
    Rep Power
    15

    Default

    ส่วน Gamma นั้นคุณจะเลือกเป็นอะไรก็ได้แล้วในปัจจุบัน เพราะสำหรับโปรแกรมที่รองรับการ
    จัดการสี มันจะยังมีการปรับชดเชยรักษาคอนทราสต์ของโปรไฟล์ของรูปเอาไว้ได้โดยอาศัย
    ข้อมูลใน Monitor Profile

    ไม่เหมือนในสมัยก่อน ที่โปรแกรมทั้งหมดไม่รองรับการจัดการสี ที่ทำให้การเซ็ต Gamma
    มีความสำคัญมาก

    และเนื่องจากเป็นอะไรก็ได้ ผมว่า 2.2 น่าจะเหมาะ เพราะมันฮิต คนใช้เยอะ และน่าจะเหมาะ
    กับบุคลิกธรรมชาติเดิมๆ ของจอส่วนใหญ่ ทำให้มี Banding น้อย เพราะไม่ค่อยฝืนธรรมชาติ
    ของจอ

    แต่ถ้าคุณพบว่า 2.5 เหมาะกับบุคลิกจอคุณ ก็ใช้ได้ครับ อิสระครับ อิสระ

  6. The Following 5 Users Say Thank You to DD. For This Useful Post:

    DOFJerk (19th June 2008), LIVE 4 LIVE (12th December 2008), somchaisuriya (19th June 2008), Take@LookAround (13th December 2008), ZoomEX (13th December 2008)

  7. #5
    Join Date
    Nov 2004
    Location
    รามอินทรา, กรุงเทพฯ tel.090-2010095
    Posts
    658
    Thanks
    79
    Thanked 56 Times in 38 Posts
    Rep Power
    24

    Default

    พี่DD ครับ ผมโหลด ColorEyes Display Pro มาลองใช้กับ i1 ดูแล้วครับ

    มันยอดมากๆ ครับ อย่างที่พี่บอก ความสมดุลย์สีเทาดีมากๆครับ ดีกว่าโปรแกรม Eyeone Match3.6.2 ของมันเองมากเลยครับ

    Whitepoint ผมตั้งเป็น Native ,
    Gamma เลือกเป็น L* ตามที่เค้าแนะนำ
    ปรากฎว่ารายละเอียดในดำดีกว่าเดิมมากเลยครับ เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ผิดกับของเดิมที่ผมตั้ง 2.2 มากเลยครับ สุดยอดดดด.....
    Somchai Suriyasathaporn

    Fine Art Photographic Society www.cameraeyes.net ,

    My Gallery , My Services

  8. #6
    Join Date
    Jun 2008
    Posts
    167
    Thanks
    4
    Thanked 211 Times in 89 Posts
    Rep Power
    15

    Default

    อ่า ดีใจด้วยครับ

  9. #7
    Join Date
    Jul 2007
    Posts
    3,167
    Thanks
    574
    Thanked 3,451 Times in 1,324 Posts
    Rep Power
    52

    Default

    ผมเลิกเอาเรื่องเอาราวกับอุณหภูมิจอมานานแล้วครับ

    เพราะเซ็ตแทบตาย .. ปรากฏว่า ตอนเช้า สีอย่างนึง ตอนบ่ายอีกสี และตอนกลางคืนอีกสี

    เพราะตอนเช้า มีแดดสะท้อนจากข้างนอก ตอนบ่ายแดดส่องผ่านช่องแสงหลังคา ตอนกลางคืนมีทั้งแสงฟลูออเรสเซนต์ หลอดขาวและหลอด warm light ปนกัน
    แถมจอเปิดใหม่ๆ คอนทราสต์สูงลิ่ว แต่พอใช้ไปซัก 1-2 ชั่วโมง จะลดต่ำลง และสีออกอมฟ้ามากขึ้น .. ลองดูได้ครับ

    ไม่รู้จะปรับตอนไหนดี :-D

  10. #8
    Join Date
    May 2008
    Posts
    12
    Thanks
    0
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    0

    Default

    ลองใช้อุปกรณ์ปรับสีสิ เพราะเค้าเซ็ทค่ามาตรฐานเอาไว้ให้เลยอ่ะ

    อีกอย่างเราว่ามันขึ้นอยู่กันมอนิเตอร์ที่เราให้ด้วยนะว่า สเปกถึงอ่ะป่าว

    ถ้าจอมันเสื่อมแล้วมากๆ ปรับแล้วมันก็อาจไม่ค่อยเป็นที่หน้าพอใจเท่าไหร่

    ซึ่งปัญหานี้เราก้อเคยเจอ แต่เราลองใช้อุปกรณ์ที่เค้าเรียกว่า spyder 3 อ่ะ ไอเจ้า

    ตัวนี้มันสามารถปรับค่าได้ตามความสามารถของจอเลยนะ พูดง่ายๆก้อคือสามารถ

    ตั้งค่า Gramma กับ อุณหภูมิสี ได้เองเลย อยากให้ลองดูลองแล้วจะไม่เปลี่ยนใจเลย เชื่อดิ

  11. #9
    Join Date
    May 2007
    Posts
    27
    Thanks
    0
    Thanked 0 Times in 0 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    6500K / 2.2 gamma is standard

  12. #10
    Join Date
    Oct 2004
    Location
    KhuKhot, Pathumthani
    Posts
    14,601
    Thanks
    3,093
    Thanked 10,016 Times in 3,094 Posts
    Rep Power
    147

    Default

    Quote Originally Posted by Pharmaneer View Post
    6500K / 2.2 gamma is standard
    ก็ถ้าตามที่ผมเข้าใจ (อาจจะเข้าใจผิดพลาดนะ).. ตามมาตราฐาน sRGB จริงๆ คือตั้งจอที่ 6500K สำหรับการที่ แสงในห้องมีอุณหภูมิแสงตามมาตราฐานที่ D50 (~5000K) เพราะ D50 ใช้เป็น Profile Connection Space (PCS) ของ ICC.. แล้วก็ส่วนมากก็จะทึกทักเอาครับว่าห้องมีแสงสว่างเป็น D50
    Aware the Reasons Behind the Answers.. คำเตือน: ความคิดเห็นส่วนบุคคล อาจมีการบิดเบือน โปรดใช้วิจารณญาณและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม..

    กระทู้แนะนำ >> ค้นหากระทู้เจ๋งๆ ใน ThaiD ง่ายๆ ไม่ต้องรอ..

  13. #11
    Join Date
    Jun 2008
    Posts
    167
    Thanks
    4
    Thanked 211 Times in 89 Posts
    Rep Power
    15

    Default

    Quote Originally Posted by DOFJerk View Post
    ก็ถ้าตามที่ผมเข้าใจ (อาจจะเข้าใจผิดพลาดนะ).. ตามมาตราฐาน sRGB จริงๆ คือตั้งจอที่ 6500K สำหรับการที่ แสงในห้องมีอุณหภูมิแสงตามมาตราฐานที่ D50 (~5000K) เพราะ D50 ใช้เป็น Profile Connection Space (PCS) ของ ICC.. แล้วก็ส่วนมากก็จะทึกทักเอาครับว่าห้องมีแสงสว่างเป็น D50
    เอ่อ เข้าใจผิดครับ

    อุณหภูมิสีของจอ ควรสอดคล้องกับอุณหภูมิสีของแสงรอบข้างครับ แต่ที่เค้าอิง 6500K กันมาก
    ก็เพราะแสงรอบข้าง (ก็แสงไฟในห้องน่ะแหละ) ที่นิยมใช้กัน และดูขาวใกล้เคียง Daylight
    ก็จะอยู่ราว 6500K

    ถ้าคุณพบว่าแสงในห้องของคุณไม่เวิร์กกับการคาลิเบรตที่ 6500K คุณก็สามารถคาลิเบรตจอ
    ที่อุณหภูมิสีอื่นได้ตามความเหมาะสม (เพราะงี้ไง แพคเกจคาลิเบรตจอรุ่นสูงๆ จึงมีให้เรา
    เลือกเซ็ตอุณหภูมิสีในการคาลิเบรตจอได้เอง)

    ส่วน D50 นั้น ที่เขาใช้กันก็เพราะมันเคยเป็นแสงสำหรับส่องตรวจปรู๊ฟสีมาก่อน ก็เลยถูกนำมา
    เป็นอุณหภูมิสีมาตรฐานของการสร้าง Printer Profile

    ทีนี้คุณก็อาจจะงงว่า อ้าว ไม่ตรงกันได้เหรอ?

    ได้ครับ เช่น ถ้าแสงในห้องคุณคือ 6500K และคุณคาลิเบรตจอที่ 6500K ทีนี้พอคุณเปิดไฟล์
    รูปที่อยู่ใน ProPhoto RGB ที่มี Native White Point อยู่ที่ 5000K คุณก็จะยังเห็นสีบนจอ
    คุณถูกต้อง เพราะมันจะถูก Convert จาก ProPhoto RGB ไปยัง Monitor Profile (6500K)
    ของคุณ กลายเป็นสิ่งที่คุณเห็นบนจอ

    ดังนั้น ก็อย่างที่บอก อุณหภูมิสีของจอที่เหมาะกับคุณมากที่สุดก็คือ อันที่มันสอดคล้องกับ
    อุณหภูมิสีของแสงในห้องคุณ อย่างอื่ีนไม่ต้องสนใจ (นัก)

    ขอเสริมด้วยสิ่งที่ผมเคยตอบใน thaiadobeuser.com นะ

    ผมก็เคยสงสัยอย่างนี้ จนรู้การทำงานของ Monitor Profile และ Chromatic
    Adaptation (การปรับการรับรู้ในการมองเห็นของเรา)

    ถ้าคุณอยู่ในห้องที่มีสภาพแสงเหมาะกับการคาลิเบรตจอที่ 5000K คุณก็จะเห็นสีเทา
    เป็นเทาบนจอที่ใช้ White Point 5000K = ปกติ

    และถ้าคุณอยู่ในห้องที่เหมาะกับการคาลิเบรตจอที่ 6500K คุณก็จะเห็นสีเทาเป็นสีเทา
    บนจอที่ใช้ White Point 6500K = ก็ปกติอีกเช่นกัน

    และถ้าคุณปรับสี เช่น อยากให้ภาพดูแดงขึ้น คุณก็เร่งสีแดงไป โดยระบบจัดการสีก็
    จะทำการชดเชยโดยอาศัยข้อมูลใน Monitor Profile ให้คุณเห็นผลของการปรับได้
    ถูกต้องในสภาพแวดล้อมการทำงานนั้นๆ

    และเมื่อคุณพิมพ์งานออกมา งานทั้งสองชิ้นก็จะมองดูใกล้เคียงกันภายใต้ไฟ D50

    และถ้าคุณสงสัยว่า จอ 6500K จะมองดูเหมือนกับงานพิมพ์ที่ถูกส่องด้วยไฟ D50
    ได้ยังไง คำตอบก็เหมือนเดิมครับ คือ สมองเราจะปรับตามครับ ใช้เวลาไม่กี่วินาที
    จากที่คุณมองไปที่จอ แล้วหันไปมองงานที่พิมพ์ออกมา คุณก็จะเห็นว่า ภาพที่พิมพ์
    ออกมามองดูใกล้เคียงกับจอ 6500K

    อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณยกจอมาวางข้างงานพิมพ์ (ที่ถูกส่องด้วยไฟ D50) คุณจะเห็น
    ความแตกต่างระหว่างสีบนจอกับสีจากงานพิมพ์ เพราะสมองเราไม่สามารถ
    ปรับให้เข้ากับ 2 White Point พร้อมกันได้ ตรงนี้เองที่ทำให้การคาลิเบรตจอ
    ที่ 6500K เป็นการ “อนุโลม” ในขณะที่การคาลิเบรตจอที่ 5000K สำหรับกรณี
    ที่ซีเรียสจริงๆ
    แต่จอไหนบ้างเดี๋ยวนี้ที่คาลิเบรตที่ 5000K แล้วเวิร์ก?

    ปล. D50 มีอุณหภูมิสีราว 5000K แต่ไม่ใช่ว่าจะเหมือนกัน คือ D50 = (ราวๆ)
    5000K น่ะถูกต้อง แต่ไฟที่บอกว่า 5000K เฉยๆ อาจจะไม่ได้สเปคของ D50
    ก็ได้ เพราะสเปคของความเป็น D50 นั้น กำหนดลงถึงสเปคตรัมของแสง ไม่ใช่
    แค่อุณหภูมิสี นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ เวลาคุณเอารูปคุณบนกระดาษอัดมาดูด้วย
    แสงอาทิตย์ริมหน้าต่างห้องคุณ มองดูสีไม่เหมือนกับเวลาที่คุณส่องมันด้วย
    ไฟฟลูออเรสเซ้นท์ในบ้าน แม้ว่าแสงทั้งสองมีอุณหภูมิสีเท่ากันก็ตาม
    (D65 vs 6500K นี่ก็ทำนองเดียวกัน)
    Last edited by DD.; 12th December 2008 at 12:35.

  14. The Following 5 Users Say Thank You to DD. For This Useful Post:

    DOFJerk (12th December 2008), JPS (19th December 2008), LIVE 4 LIVE (12th December 2008), Take@LookAround (13th December 2008), ZoomEX (13th December 2008)

  15. #12
    Join Date
    May 2007
    Posts
    27
    Thanks
    0
    Thanked 0 Times in 0 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    ผมว่าคนที่ถามอยากได้คำสรุปง่ายๆ การอธิบาย ยาวๆเป็นทฤษฎีมากไปคนอ่านอาจ งง ถ้าจะให้ดีต้องไปเรียน Color Mangement Science เลย......สำหรับผู้เริ่มต้นใช้ 6500 K Gamma 2.2 เลยครับ ผมฟันธง.......ถ้ารู้เรื่อง color management อย่างจริงๆจังๆ ค่อยเหาะเหิน เดินอากาศแบบผู้รู้แถลงเอาไว้ครับ

  16. #13
    Join Date
    Jul 2007
    Posts
    89
    Thanks
    1
    Thanked 50 Times in 13 Posts
    Rep Power
    15

    Default

    อ่ะนะ ตอนแรก ผมเคย Calibrated ที่ Gamma 2.2 และ 6500k เห็นครั้ง แรกผมว่า ทำไมจอผมสีดรอป ลง ไม่สวย สีตอนแรก Calibrate สียังสวยกว่าอีก

    กว่าผมจะเข้าใจหลักการทำงาน ของ Spyder ว่า มันไม่ได้ทำให้จอสวยขึ้น แต่จะทำให้จอเราอยู่ในสภาวะที่พร้อม หรือว่าดีที่สุดเท่าที่จอเราจะทำได้(ขึ้นอยู่กับจออีก)

    เอาเป็นว่า ก็ขอบคุณ หลายๆ ท่าน ที่มาช่วยแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เจอมากันนะครับ ได้ความรู้ขึ้นเยอะเลยนะครับ

    เวปดีๆ แบบนี้หาได้ยาก
    Vioret

+ Reply to Thread

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •