Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Page 2 of 8 FirstFirst 12345678 LastLast
Results 16 to 30 of 120

Thread: ฝ้าและราที่เลนส์ หน้าตาเป็นฉันใด?

  1. #16
    Join Date
    Jul 2009
    Posts
    158
    Thanks
    38
    Thanked 63 Times in 26 Posts
    Rep Power
    13

    Default

    เคยเจอแต่ฝ้า ขนาดเก็บเลนส์ไว้ดีแล้ว โดยเฉพาะเมื่อก่อน nikon AF 35-70 f2.8 D ที่ซูมแบบดึงๆ ขึ้นชื่อว่าเป็นฝ้ากันเยอะ ราคาหลายหมื่นขายต่อไม่ถึงหมื่น เดี๋ยวนี้ใช้ canon ก็เจอบางตัว ขนาดเปลี่ยนชิ้นเลนส์แล้ว มีวิธีแก้อย่างไรครับ ส่วนรา นี่ ไม่เคยเจอเลยครับ

  2. #17
    Join Date
    Jul 2009
    Posts
    62
    Thanks
    0
    Thanked 0 Times in 0 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    โชคดีของเรายังไม่มี 555+

  3. #18
    Join Date
    Jan 2007
    Location
    กรุงเทพ
    Posts
    385
    Thanks
    18
    Thanked 222 Times in 15 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    ฝ้า-รา ปัญหาของคนรักกล้อง
    ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับมันซะก่อนครับ

    ฝ้าเป็นอย่างไร...ฝ้ามีลักษณะเป็นฟิล์มขาวๆ บนผิวเลนส์เมื่อเราลองส่องเลนซ์ดูจะเห็นว่าชิ้นแก้วของเลนส์ไม่ใสปิ๊งเท่าที่ควรคือจะมีฝ้าขาวๆ เคลือบอยู่ถ้าฝ้าเกิดที่ผิวนอกของเลนส์ก็ไม่มีปัญหามากเท่าไรใช้น้ำยาเช็ดเลนส์เช็ดทำความสะอาดก็ออกหมดแล้ว แต่ถ้าเกิดกับผิวด้านในเราไม่สามารถเช็ดได้ ทำให้เลนส์เสียคุณสมบัติทางการถ่ายภาพไป
    ฝ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร มีหลายสาเหตุล้วนเกิดจากกรรมวิธีการผลิตเกี่ยวกับสารเคลือบชิ้นเลนส ์จะพบฝ้าเกิดกับเลนส์บางยี่ห้อมากเป็นพิเศษ ส่วนที่เกิดจากการใช้งานค่อนข้างน้อยและยังเกิดได้จากการที่เก็บไว้ในกระเป๋าเป็นเวลานานโดยไม่ได้ใช้งานอีกด้วย เมื่อไม่ได้ถ่ายภาพเป็นเวลานานก็ควรจะเอาออกมาส่องมองฟ้าดูนกดูเมฆให้เลนซ์มีแสงแดดส่องผ่านบ้างให้เลนส์ได้ทำงาน
    เป็นฝ้าแล้วจะทำอย่างไร ขายทิ้งไปเลยดีกว่าแล้วเปลี่ยนยี่ห้อใหม่ไปเลยหรือไม่ก็ต้องทนใช้ไป หรือส่งล้างตามร้านล้างเลนส์ คุณภาพที่ได้จะลดลงแน่นอนเพราะสารเคลือบผิวเลนส์ถูกทำลายขณะล้างหรือต้มชิ้นเลนส์ นี่ยังไม่รวมปัญหาที่ช่างประกอบคืนสภาพไม่ดี
    สรุปแล้วจะทำอย่างไร ก่อนซื้อกล้องลองหาข้อมูลดูก่อนว่าเลนส์ยี่ห้อเดียวกับกล้องมีปัญหาเรื่องฝ้ามากน้อยเพียงไร มีน่า..ยี่ห้อดีลองหาข้อมูลดู เมื่อซื้อเลนส์มาแล้วก็ต้องเก็บไว้ในที่ๆ มีความชื่นน้อยๆ หรือใส่สารดูดความชื้นไว้ในถุงเก็บเลนส์ ถ้าเกิดฝ้าเพียงเล็กน้อยก็รีบหาทางขายทิ้งไปซะก่อนที่จะมีอาการหนักจนให้ใครก็ไม่มีใครเอา ปัญหาเรื่องฝ้าจะพบได้ไม่บ่อยนัก ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยและสร้างความปวดหัวให้เจ้าของคือ รา

    ราเป็นอย่างไร....รามีลักษณะเป็นเส้นสีขาวแตกแขนงเหมือนรากไม้หรือประการังพัด ตอนเริ่มเกิดราจะเป็นจุดเล็กๆ ตรงกลางของจุดจะมีสีทึบ ส่วนรอบๆ จะมีสีขาวจางๆ ยังมองไม่เห็นแตกแขนงเมื่อปล่อยไว้นานๆ จะเริ่มเกิดแขนงลุกลามไปทั่วผิวเลนส์โดยมีจุดกำเหนิดเป็นจุดศูนย์กลาง เส้นแขนงจะแผ่ออกรอบจุด ถ้ายังปล่อยทิ้งไว้ต่อไปแขนงดังกล่าวก็จะแผ่ไปจนเต็มหน้าเลนส์ ถ้ายังคงทิ้งไว้ต่อไปก็จะเห็นเหมือนรอยแตกลายงาของชามสังคโลก ถ้าเก็บไว้ต่อไป...ไม่ต้องเก็บแล้วโยนทิ้งไปเลยดีกว่าขืนเก็บไว้เห็นทีไรอดช้ำใจไม่ได้ แต่ถ้าเสียดายไม่ทิ้งก็เก็บไว้ลองถอดออกมาดูเล่นว่าภายในมันเป็นอย่างไร

    ราเกิดขึ้นได้อย่างไร... เลนส์ซูม, เลนส์ไวด์, เลนส์ตาปลา ล้วนเรียกว่าเลนส์ทั้งนั้น เลนส์ประกอบด้วยชิ้นกระจกผิวโค้งหลายชิ้นประกอบอยู่ในกระบอกเลนส์ ก็น่าแปลกใจว่าชิ้นแก้วหรือกระจกทำไมชอบเกิดรา หรือว่าราชอบกินกระจกแต่ทำไมกระจกหน้าต่างบ้านและแก้วน้ำที่เก็บไว้นานๆ ถึงไม่เกิดรา ราไม่ได้ชอบกินแก้วหรือกระจกแต่ราชอบกินสารที่เคลือบชิ้นแก้วที่เป็นส่วนประกอบของเลนส์ ให้ลองสังเกตกระจกแว่นตาที่ทางร้านจะถามเราว่าจะเอาชนิด Coat ธรรมดาหรือจะเอาแบบ Multi coat ซึ่งแบบหลังนี่ก็คือการเคลือบหลายชั้นลองสักเกตุดูจะเห็นว่าที่ชิ้นแก้วจะมีสีแปลกๆ นั่นล่ะคือสารเคลือบ เลนส์ถ่ายรูปก็เช่นเดียวกันมีการเคลือบหลายชั้นมากกว่าแว่นตาเสียอีกทั้งนี้เพื่อให้ภาพที่ถ่ายออกมาคมชัด สารที่เคลือบนี่เองเป็นอาหารจานโปรดของรากินแล้วโตวันโตคืน

  4. The Following 39 Users Say Thank You to photoitem For This Useful Post:

    ashura (18th June 2014), auyoke (5th October 2009), aziz (17th October 2010), buangam2810 (19th September 2013), chandat (13th July 2014), Dej_SAVAGE (20th August 2010), econguy (22nd November 2012), ethaji (31st July 2009), gs33dv (8th October 2009), GTO2008 (27th October 2009), Hangover (26th December 2010), jackoman (29th December 2009), janph76 (21st March 2010), jazz2505 (25th July 2013), jujub (18th June 2014), kampong (29th May 2013), KI03 (17th March 2010), k_swc (1st September 2016), lampangna (11th January 2010), lkunl (19th October 2010), lo_ola (31st July 2009), Mogmac (28th August 2009), NatsCracker (15th September 2010), notty113 (31st July 2009), P++ (16th August 2009), pickki_a (20th December 2010), rai_ken (22nd March 2010), sakdaname (30th April 2015), seederdong (13th January 2011), senju (18th June 2014), sodanum (3rd October 2009), Stunner (22nd July 2011), thaneth_t (1st April 2010), THoyER4 (7th January 2011), toffee8118 (4th May 2010), tukktukk1970 (24th June 2011), กล่องใสใส (21st November 2010), นครศรีฯ2552 (8th December 2009), สีเพี้ยน (11th October 2009)

  5. #19
    Join Date
    Jan 2007
    Location
    กรุงเทพ
    Posts
    385
    Thanks
    18
    Thanked 222 Times in 15 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    จะป้องกันราได้อย่างไร.... เราจะปราบราเราต้องรู้จุดอ่อนของราก่อน ราชอบขึ้นในที่ชื้นๆ ถ้าจะให้เป็นวิชาการหน่อยก็ระบุไปเลยว่าราชอบขึ้นในที่ชื้นที่มีค่าความชื้นมากกว่า 55% ขึ้นไปแล้วประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น มีความชื้นอยู่ระหว่าง 60-90% ฤดูหนาวความชื้นจะต่ำหน่อย ฤดูฝนก็มากหน่อย ซึ่งความชื้นขนาดนี้ราสามารถอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขกันทีเดียวเชียว ดังนั้นถ้าเราไม่ต้องการให้ราเกิดหรือเพิ่งเกิดไม่ให้เจริญเติบโตต่อไป เราก็ทำให้ที่อยู่ของรามีความชื้นน้อยๆ ราก็ไม่เกิด ที่เกิดแล้วก็จะไม่โตและแห้งตายไปในที่สุด วิธีทำให้ที่เก็บกล้องและเลนส์มีความชื้นน้อยๆ ง่ายนิดเดียว
    - แบบสะดวกสบายแต่เสียเงินเยอะหน่อยก็คือเก็บไว้ในตู้กันความชื้น ราคาหลายพันบาท ไปซื้อมาจากร้านขายอุปกรณ์การถ่ายภาพพอมาถึงบ้านก็เสียบปลั๊กไฟ เปิดตู้ออกเอากล้องและเลนส์ใส่เข้าไปมีวงจรไฟฟ้าจัดการกับความชื้นให้อย่างเรียบร้อย ราไม่เกิดแน่นอน แต่เวลาโจรขึ้นบ้านขณะท่านไปทำงาน โจรมันจะยกไปทั้งตู้เลยเพราะทุกอย่างคุณรวมไว้ในที่เดียวกันอย่างเรียบร้อยไม่ต้องเสียเวลาหา ยกตู้เดียวพอกินไปหลายเดือน
    - แบบประหยัด โดยการเก็บไว้ในถุงพลาสติกมัดปากถึงให้แน่นเพื่อป้องกันความชื้นภายนอกเข้า แล้วใส่สารดูดความชื้นสัก 2 ซองไว้ในถุงพลาสติกด้วย สารดูดความชื้นนี้จะต้องนำออกมาตากแดดบ้างสักเดือนละ 2 ครั้งหรืออย่างน้อยก็ 1 ครั้ง เพราะสารดูดความชื้นซองเล็ก ๆ นี้ ดูดความชื้นได้เพียงเล็กน้อยก็อิ่มตัว หรือไม่ยอมดูดซะแล้ว ดังนั้นเราจึงต้องนำออกไปตากแดดเพื่อให้ความชื้นที่อยู่ในตัวดูดความชื้นละเหยออกไปซะบ้าง
    - แบบทั่วไป โดยการหากล่องสูญญากาศที่มีขายตามห้างสรรพสินค้า ในแผนกเครื่องครัว ราคาใบละ 100 กว่าบาทไม่เกิน พันแน่ ๆ ให้ดูที่ฝาเป็นหลักนะครับ(ที่ฝาจะมียางซีนโดยรอบ) นำอุปกรณ์ที่ต้องการเก็บใส่ไปพร้อมกับ ซิลิก้าเจล (สารดูดความชื้น) ถ้ามีเครื่องวัดความชื้นลงไปด้วยก็จะดีมากเพราะจะได้รู้ค่าความชื้นภายในกล่องด้วย รักษาความชื้นภายในกล่องให้ได้ที่ 40%-55% ครับ เท่านี้อุปกรณืของท่านก็ปราศจากราแล้วครับ
    -การป้องกันความชื้นและราอีกวิธหนึ่งคือการเก็บกล้องไว้ในห้องแอร์ เพราะห้องแอร์จะมีความชื้นต่ำ เมื่อต้องการนำออกไปถ่ายรูปนอกห้องแอร์จะต้องเอากล้องใส่ถุงพลาสติก เมื่อนำออกมาแล้วรอให้กล้องหายเย็นแล้วค่อยนำออกมาจากถุง ถ้านำกล้องออกไปถ่ายรูปภายนอกห้องที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอย่างทันทีทันใดจะเกิดความชื้นเป็นฝ้าละอองน้ำอย่างเห็นได้ชัด เพราะกล้องและเลนส์ที่อยู่ในห้องแอร์จะเย็นเมื่อออกไปเจออากาศร้อนนอกห้องจะเกิดการดูดความชื้นรอบๆ ข้างทำให้เกิดเป็นหยดน้ำเล็ก ในเลนส์ก็จะดูดความชื้นจากภายนอกเข้าไปในเลนส์ด้วยดังนั้นควรใส่กล้องไว้ในถุงพลาสติกก่อน ทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยนำออกมาใช้งานตามปกติ

    ราเกิดขึ้นแล้วจะทำอย่างไร....อ่านจบแล้วรีบไปถอดเลนส์มาส่องดูถ้าเพิ่งเริ่มเกิดเป็นจุดเล็กๆ หรือเป็นสายแล้วแต่ไม่มากให้รีบเอาสารดูดความชื้นใส่อย่างด่วนใส่หลายๆ ซองดูดเต็มอัตราให้ภายในเลนส์แห้งสนิท ราก็จะตายหรือหยุดการเจริญเติบโตไม่ต้องเอาไปล้างเพราะล้างแล้วคุณภาพจะลดลง แต่ถ้าเป็นรามากแล้วเป็นสายเกือบทั่วเลนส์ก็ต้องส่งล้าง คุณภาพที่ได้ลดลงแน่นอน การประกอบคืนรู้ได้ไงว่าจะดีเหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นรามากๆ จนเหมือนผิวแตกลายงาละก็โยนทิ้งไปเลยหรือไม่ก็เก็บไว้ถอดดูเล่น

    ขอบคุณข้อมูลดี ดี จาก http://www.tourdoi.com

  6. The Following 45 Users Say Thank You to photoitem For This Useful Post:

    amam_mac (10th February 2011), anan12 (11th September 2009), ashura (18th June 2014), athaphol.a (29th September 2011), auyoke (5th October 2009), aziz (17th October 2010), buangam2810 (19th September 2013), CaveMan (6th January 2010), chandat (13th July 2014), Dej_SAVAGE (20th August 2010), Dukatiel (29th August 2010), ethaji (31st July 2009), gs33dv (8th October 2009), Hangover (26th December 2010), jackoman (29th December 2009), jatekung (8th October 2010), jazz2505 (25th July 2013), jujub (18th June 2014), kampong (29th May 2013), KI03 (17th March 2010), k_swc (1st September 2016), lampangna (11th January 2010), lkunl (19th October 2010), lo_ola (31st July 2009), Mogmac (28th August 2009), NatsCracker (15th September 2010), NigonD50 (29th September 2009), notty113 (31st July 2009), oupip (2nd August 2012), P++ (16th August 2009), pakpong (5th October 2009), rai_ken (22nd March 2010), rukna (7th May 2011), seederdong (13th January 2011), sendmetof (11th September 2009), senju (18th June 2014), sodanum (3rd October 2009), Stunner (22nd July 2011), THAKHAM (31st July 2010), thaneth_t (1st April 2010), toffee8118 (4th May 2010), tukktukk1970 (24th June 2011), กล่องใสใส (21st November 2010), นครศรีฯ2552 (8th December 2009), สีเพี้ยน (11th October 2009)

  7. #20
    Join Date
    Jul 2009
    Posts
    55
    Thanks
    38
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    0

    Default



    ขอบคุณมากมายคร้าบบ
    ขอถามเพิ่มด้วยคร้าบ
    ร้านข้างนอกที่ไม่ใช่ศูนย์ มีที่ไหนแนะนำป่าวอะครับ

  8. #21
    Join Date
    Jan 2007
    Location
    กรุงเทพ
    Posts
    385
    Thanks
    18
    Thanked 222 Times in 15 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    ถ้าเป็นของ Canon แนะนำว่าส่งเข้าศูนย์ Canon จะดีกว่าครับ เพราะราคาร้านนอกกับราคาศูนย์ ค่าล้างต่างกันไม่มากเพียงหลักร้อยครับ

    ราคามาตราฐานค่าล้างเลนส์ทั่วไป (ร้านนอก)
    -เลนส์ Fix ราคาประมาณ 500-700
    -เลนส์ Zoom ราคาประมาณ 700-1,200

    ราคามาตราฐานค่าล้างเลนส์ทั่วไป (ศูนย์)
    -เลนส์ Fix ราคาประมาณ 600-900
    -เลนส์ Zoom ราคาประมาณ 1,200-2,500

    ราคานี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเลนส์ที่ส่งล้างด้วยนะครับ ว่าเป็นเลนส์EF หรือเลนส์L ไม่เกี่ยวกับค่าเปลี่ยนชิ้นเลนส์
    Last edited by photoitem; 31st July 2009 at 13:30. Reason: แก้ไขครับ

  9. The Following 13 Users Say Thank You to photoitem For This Useful Post:

    anan12 (11th September 2009), ashura (18th June 2014), buangam2810 (19th September 2013), ethaji (31st July 2009), gs33dv (8th October 2009), GTO2008 (27th October 2009), jujub (18th June 2014), kampong (30th May 2013), lo_ola (31st July 2009), P++ (16th August 2009), rai_ken (22nd March 2010), senju (18th June 2014), sodanum (3rd October 2009)

  10. #22
    Join Date
    Jun 2007
    Posts
    135
    Thanks
    15
    Thanked 78 Times in 12 Posts
    Rep Power
    15

    Default

    สอบถามหน่อยครับ

    ถ้าเลนส์ขึ้นฝ้า เอาไปล้าง พอล้างเสร็จมันจะหายหมดเลยเหรอครับ

    แล้วคุณภาพของเลนส์มันจะ drop ลงใช่ป่ะ รายละเอียดส่วนไหนบ้างอ่ะที่จะแย่ลง

    สีสัน? ความคมชัด? หรืออื่นๆ?

  11. #23
    Join Date
    Jul 2009
    Posts
    164
    Thanks
    47
    Thanked 44 Times in 16 Posts
    Rep Power
    13

    Default

    รบกวน สอบถามด้วยครับ ถ้าเป็นฝ้าที่ชิ้น คอมพาว มีโอกาสล้างได้อยู่บ้างไหม

    ครับ แล้วมีร้านไหนแนะนำบ้างสำหรับเลนส์มือหมุนครับ ขอบคุณครับ

  12. #24
    Join Date
    Sep 2009
    Posts
    170
    Thanks
    2
    Thanked 0 Times in 0 Posts
    Rep Power
    0

    Sony

    นั่นสิครับ รบกวนชี้แนะเรื่องร้านรับล้างหน่อยเถอะครับ แบบว่า เป็นมือเก่าหัดใหม่ครับ มีมือหมุนราขึ้นปยู่หลายตัวแบบว่าร้างลาไปนานเลนส์ minolta ครับ
    คงเข้าศูนย์ไม่ไหวแล้วครับ

  13. #25
    Join Date
    Jan 2007
    Location
    กรุงเทพ
    Posts
    385
    Thanks
    18
    Thanked 222 Times in 15 Posts
    Rep Power
    16

    Talking ตอบ

    Quote Originally Posted by anirathrix View Post
    สอบถามหน่อยครับ

    ถ้าเลนส์ขึ้นฝ้า เอาไปล้าง พอล้างเสร็จมันจะหายหมดเลยเหรอครับ

    แล้วคุณภาพของเลนส์มันจะ drop ลงใช่ป่ะ รายละเอียดส่วนไหนบ้างอ่ะที่จะแย่ลง

    สีสัน? ความคมชัด? หรืออื่นๆ?
    ถ้านำเลนส์ไปล้างฝ้า หรือ รา หายหมดไหมขึ้นอยู่ที่ว่า ฝ้าหรือราที่เป็นนั้น เกิดขึ้นมานานหรือยัง ถ้าเกิดขึ้นมานานแล้วต้องทำใจครับว่าอาจจะไม่หมดไป อาจจะมีหลงเหลืออยู่บางหรืออาจจะหมดไปแต่ โคดและสีสันของเลนส์ก็ไปด้วยครับ เรื่องคุณภาพก็ drop ลงด้วยแน่ๆ แต่ไม่ถึงกับน่าเกียจ ไม่เช่นนั้นคุณก็ควรศึกษาวิธีการเก็บรักษาเลนส์อย่างถูกวิธีครับ
    โดยการเก็บเลนส์ไว้ในกล่องสูญญากาศแล้วตามด้วย ซิลิก้าเจล ลงไป คุมความชื้นสัมพัสภายในกล่องให้ได้ที่
    ไม่ต่ำกว่า 40% และไม่เกิน 55% เท่านี้เลนส์ที่คุณรักก็ไม่เป็นฝ้า เป็นราแล้วครับ

    หมายเหตุ ฝ้าบางชนิดอาจเกิดได้จากการเสื่อมอายุไขของตัวชิ้นเลนส์เอง ฝ้าชนิดนี้ไม่อาจจะล้างได้ เมื่อเป็นแล้วต่องเปลี่ยนชิ้นเลนส์อย่างเดียวเท่านั้นครับ

  14. The Following 14 Users Say Thank You to photoitem For This Useful Post:

    ashura (18th June 2014), auyoke (5th October 2009), buangam2810 (19th September 2013), ethaji (16th September 2009), gs33dv (8th October 2009), jujub (18th June 2014), kampong (30th May 2013), k_swc (1st September 2016), lkunl (19th October 2010), lo_ola (28th December 2009), rai_ken (22nd March 2010), senju (18th June 2014), tukktukk1970 (24th June 2011), กล่องใสใส (21st November 2010)

  15. #26
    Join Date
    Jan 2007
    Location
    กรุงเทพ
    Posts
    385
    Thanks
    18
    Thanked 222 Times in 15 Posts
    Rep Power
    16

    Talking ตอบ

    Quote Originally Posted by sendmetof View Post
    รบกวน สอบถามด้วยครับ ถ้าเป็นฝ้าที่ชิ้น คอมพาว มีโอกาสล้างได้อยู่บ้างไหม

    ครับ แล้วมีร้านไหนแนะนำบ้างสำหรับเลนส์มือหมุนครับ ขอบคุณครับ
    ฝ้าที่ชิ้น คอมพาวนั้น ล้างได้ครับแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงตาม (ต้องช่างที่เก่งจริงนะครับ) โดยปกติฝ้าที่ชิ้น คอมพาวเวลาจะล้างต้องผ่าชิ้นเลนส์ออกก่อนแล้วจึงทำการล้างฝ้าออก เสร็จแล้วประกบเข้าไปใหม่ วิธีทำค่อนข้างซับซ้อน ต้องให้ช่างที่มีฝีมือปราณีตจริงๆ ไม่เช่นนั้นจะทิ้งร่องรอยให้เราเห็นได้ครับ ส่วนโคดเลนส์นั้น หายไปกับการล้างแน่นอน ไม่มากก็น้อย

    หมายเหตุ ฝ้าที่ชิ้น คอมพาวบางชิ้นก็ไม่สามารถทำการล้างได้นะครับ ต้องลองส่งให้ช่างดูครับ

  16. The Following 10 Users Say Thank You to photoitem For This Useful Post:

    ashura (18th June 2014), buangam2810 (19th September 2013), gs33dv (8th October 2009), jujub (18th June 2014), lkunl (19th October 2010), lo_ola (28th December 2009), NigonD50 (29th September 2009), senju (18th June 2014), tukktukk1970 (24th June 2011), กล่องใสใส (21st November 2010)

  17. #27
    Join Date
    Jan 2007
    Location
    กรุงเทพ
    Posts
    385
    Thanks
    18
    Thanked 222 Times in 15 Posts
    Rep Power
    16

    Talking ตอบ

    Quote Originally Posted by torrentguy View Post
    นั่นสิครับ รบกวนชี้แนะเรื่องร้านรับล้างหน่อยเถอะครับ แบบว่า เป็นมือเก่าหัดใหม่ครับ มีมือหมุนราขึ้นปยู่หลายตัวแบบว่าร้างลาไปนานเลนส์ minolta ครับ
    คงเข้าศูนย์ไม่ไหวแล้วครับ
    ลองไปที่ ภิรมณ์ ดูก่อนครับ แล้วเอาเลนส์ที่ต้องการล้างติดตัวไปซัก 2-3 ตัว แล้วส่งให้ร้านละตัวดูครับ แล้วพอล้างเสร็จคุณก็มาดูว่า คุณพอใจกับตัวไหนมากที่สุดหลังการล้าง เพราะถ้าจะให้แนะนำคงบอกไม่ถูกว่าร้านไหนดี เพราะความพอใจของคนไม่เท่ากันครับ อันนี้คุณต้องลองเองจะดีกว่า บางร้านที่ผมว่าล้างดีแค่ถ้าคุณส่งตามที่ผมบอกอาจจะไม่ดีอย่างที่บอกก็ได้ ก็อย่างที่บอกไปความพอใจของคนแต่ละคนมันไม่เท่ากันครับ

  18. The Following 8 Users Say Thank You to photoitem For This Useful Post:

    ashura (18th June 2014), buangam2810 (19th September 2013), jujub (18th June 2014), lo_ola (28th December 2009), NigonD50 (29th September 2009), rai_ken (22nd March 2010), senju (18th June 2014), torrentguy (15th September 2009)

  19. #28
    Join Date
    Oct 2009
    Posts
    41
    Thanks
    35
    Thanked 5 Times in 4 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    น่ากลัวจัง ราเนีย

  20. #29
    Join Date
    Sep 2009
    Posts
    88
    Thanks
    7
    Thanked 0 Times in 0 Posts
    Rep Power
    13

    Default

    อย่าให้้เกิดกับเราเล้ยยย

  21. #30
    Join Date
    Jan 2009
    Location
    Bangkok
    Posts
    391
    Thanks
    144
    Thanked 45 Times in 26 Posts
    Rep Power
    13

    Default

    เล่นเลนส์มือหมุนเจอกันเป็นประจำยังกะเพื่อนซี้ เลนส์ตัวละ 800 ส่งล้าง 500 ไม่คุ้มแน่ ทุกวันนี้ก็เลย กินนอนด้วยกันทุกวัน กะน้องราเนี่ย -*-" มีความคิดอยากจะล้างราเองให้เป็น มีน้าๆ ท่านไหนพอแนะนำ วิธีการ อุปกรณ์ น้ำยาที่ใช้ล้างบ้างครับ
    "You Are What You Shoot"

+ Reply to Thread
Page 2 of 8 FirstFirst 12345678 LastLast

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •