Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Page 2 of 75 FirstFirst 123456781252 ... LastLast
Results 16 to 30 of 1112

Thread: กระทู้เครื่องเสียง, mp3, wav, wma ... จิปาถะ

  1. #16
    Join Date
    Oct 2003
    Location
    Somewhere in time
    Posts
    6,616
    Thanks
    414
    Thanked 7,565 Times in 1,271 Posts
    Rep Power
    113

    Default

    เฮ้อออออ เครื่องเสียงราคาแพงโคตรรรรรร ทั้งหลาย ก็ต้องอาศัยห้องฟังที่ดีมากกกกก ประกอบกัน

    คนที่มีเงินระดับนั้น จะมีเวลาฟัง หรือใช้งานมันได้คุ้มค่าหรือ????? แล้วก็ส่วนใหญ่ก็มักจะมีอายุมากๆกันแล้วด้วย ความสามารถในการรับฟังเสียงทุกๆความถี่ โดยเฉพาะที่ความถี่สูงๆจะเริ่มมีการlossก่อน 55555 หรือ จะเข้ากับภาษิตที่ว่า เจอไม้งามเมื่อขวานบิ่น อิ อิ อิ

    สู้กล้องdigital ม่ายได้ แพงยังไง เราก็ใช้คุ้ม บางคนกดไปเป็นหมื่นแล้วมั๊ง
    ก่อนจะซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันให้ได้อย่างน้อย 3 ข้อก่อน

  2. #17
    Join Date
    Oct 2003
    Posts
    11,251
    Thanks
    7,107
    Thanked 12,683 Times in 1,216 Posts
    Rep Power
    161

    Default

    Quote Originally Posted by นีออน
    คือจริงๆแล้วพวกที่บ้าเล่นเครื่องเสียงจริงๆ ที่ยอมจ่ายเงินมากๆ มันก็แค่เรื่องเดียวที่ต้องการรีดออกมาครับ คือ "เสียงที่เป็นธรรมชาติ" เลยต้องควักเงินจ่ายแพงไงครับ

    นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญของมัน ไม่งั้นก็เล่นมินิคอมโปสบายแห่ะๆ
    ที่คุณนีออนว่าไว้ ก็ถูกครับ เท่าที่ทราบคนเล่นเครื่องเสียงยอมจ่ายเงินมากๆ ก็เพราะอยากได้เสียงที่เป็นธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นแบบนั้นครับ

    แต่ปรัชญาการเล่นเครื่องเสียงของผมนั้น แตกต่างออกไปครับ ผมไม่ได้แสวงหาเสียงที่เป็นธรรมชาติ แต่ผมเสาะหาเสียงที่ถูกใจครับ

    เพราะไม่มีทางที่เสียงสังเคราะห์จะให้เสียงที่เหมือนธรรมชาติได้ ถ้าเราแสวงหาเสียงที่เป็นธรรมชาติ เราจะต้องเสียเงินเปลี่ยนอยู่เรื่อยไปเมื่อเราได้ยินชุดใหม่ที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ และเราจะเปลี่ยนอยู่เรื่อยเมื่อเรารู้จักเสียงธรรมชาติมากขึ้นและเมื่อเราไม่มีปัญหาเรื่องเงินทอง คนที่เล่นเครื่องเสียงลักษณะนี้มักจะมีปัญหาเหมือนกันประการหนึ่งคือ หูพัฒนาเร็วกว่าเงินในกระเป๋าครับ

    บางทีคนที่เสาะหาเสียงธรรมชาติก็เกิดอาการหลงตรรกะได้ครับเช่นเพื่อนผมคนหนึ่งมันได้ชุดดูหนังชุดใหม่มาและเรียกผมไปดูพร้อมกับเปิด เพิร์ลฮาเบอร์ให้ดู และคุยว่า
    เพื่อน "ภาพสุดยอดเสียงสมจริงว่ะ"
    หลวงฯ "อืมมมม...."
    เพื่อน "โดยเฉพาะเสียงนี่สมจริงมาก คุณลองฟังเสียงระเบิดปูพรมนี่ซิ สมจริงไหมล่ะ"
    หลวงฯ "ไม่ทราบครับว่าสมจริงหรือไม่เพราะผมไม่เคยได้ยินเสียงระเบิดปูพรม ที่คุณว่าสมจริงนะ คุณไปได้ยินที่ไหนมาหรือ ถึงเปรียบเทียบได้"
    เพื่อน "?!?! . "

    โดยส่วนตัวแล้ว ผมยังเชื่อว่าคล้ายกับนักฟังเพลงท่านหนึ่ง ท่านว่า เสียงของเครื่องเสียงมันก็มีธรรมชาติของมัน เสียงของธรรมชาติมันก็มีธรรมชาติของมัน การเปรียบเทียบเครื่องเสียงกับเสียงธรรมชาติ เป็นการเปรียบเทียบที่ผิดธรรมชาติครับ

  3. #18
    Join Date
    Jan 2004
    Location
    Bangkok
    Posts
    686
    Thanks
    0
    Thanked 7 Times in 6 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    พี่หลวงตอบถูกครบหมดเลยครับ

    ก็เรื่องจริงที่เครื่องเสียงแต่ละตัว แต่ละชุดมันก็มีเอกลักษณ์ทางเสียงที่ออกมาไม่เหมือนกัน ก็คงต้องพิจารณาแล้วหยุดไว้ในระดับหนึ่ง ก็ไปลงกับคำว่าเดินสายกลาง

    แต่คนที่ชอบฟังเพลง บางครั้งเราได้มีโอกาสเดินผ่านได้ยินเสียงอะไรก็คิดอยู่ในใจว่า เพราะดี อ่านะ ทั้งๆที่ว่าไปแล้วเสียงที่มานั้นมันมาจากเพดานฝ้าในห้างสรรพสินค้า หรือจะแหล่งโปรแกรมที่ไม่มีคุณภาพสูง

    โดยทั่วไปคนที่ชอบฟังเพลงจะมีจุดนี้กันทุกคน จึงไม่สามารถชี้ชัดไปได้ว่า อะไรที่มันดีที่สุดนะครับ ต่างจิตต่างใจ ต่างสถานที และ ต่างอารมณ์

  4. #19
    Join Date
    Apr 2003
    Location
    Santa Cruz, CA, USA
    Posts
    5,378
    Thanks
    66
    Thanked 666 Times in 193 Posts
    Rep Power
    39

    Default

    คุณหลวงลายไทยพูดได้ถูกใจมากๆ ครับ (ปรบมือ แปะๆๆๆๆ )

    เซ็ทเครื่องเสียงที่ผมใช้อยู่ (ต่อกับคอม) ผมก็เอามันมารวมๆ กัน ให้ได้เสียงที่ถูกใจผม คือได้เบสแน่น นุ่ม ไม่ใช่กระแทกมาเป็นลูกๆ แต่ในขณะเดียวกันเสียงแหลมต้องไม่กุด แล้วก็แหลมถึงใจด้วย รวมไปถึงเสียงต้องมีมิติ ไม่ใช่ออกมามั่วๆ ซั่วๆ ไปหมด

    subwoofer ที่ผมใช้ ผมไปยกมาจากพันธุ์ทิพย์ ผมกับเพื่อนเดินฟัง subwoofer ทีละตัว จนกระทั่งได้ตัวที่ถูกใจที่สุด ทุกวันนี้คนอื่นมาบ้านยังชมเลยว่า subwoofer ดีมาก ส่วนลำโพง ผมเปลี่ยนมาหลายรอบมากแล้ว บางครั้งเอาสองตัวมาช่วยกันก็ยังมี สุดท้ายก็มาลงเอยที่ Altec Lansing และก็ิคิดว่าคงไม่เปลี่ยนอีกแล้ว เพราะแค่นี้ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว (สำหรับผม) ที่สำคัญ ถูกใจด้วย

    แต่เชื่อไหมว่าขนาดเฟ้นหา sub และลำโพงขนาดนี้ ผมยังต้องมายก Treble/Bass ในไดรเวอร์จนเกือบสุดแน่ะ ถึงจะได้เสียงที่ถูกใจจริงๆ

    ถึงตอนนี้ ผมไปเดินฟังพวกเครื่องเสียงหลักหมื่น หลักแสน ผมก็ไม่ค่อยจะใส่ใจ เพราะยังไงเสียงของมันก็ไม่ใช่สไตล์ของผม ถึงจะมีบางตัวที่เข้าขั้น แต่ผมก็ไม่สนใจอยู่ดี เพราะผมมีชุดเครื่องเสียงที่ดีที่สุดในความคิดของผมแล้ว แม้จะไม่ใช่สำหรับคนอื่นก็ตาม

    ตอนนี้สิ่งที่ผมเฟ้นหา ก็เพียงแค่ไดรเวอร์ใหม่ๆ โปรแกรมใหม่ๆ และไฟล์ฟอร์แมตใหม่ๆ ที่จะมารีดความสามารถของเครื่องเสียงออกมาให้หมด แน่นอน ของเหล่านี้ ฟรี หรือไม่ก็เสียเงินน้อยมาก

    ว่าแต่ ยังไม่มีใครแนะนำโปรแกรมเล่นเพลงดีๆ สักตัวสองตัวเลยอ่ะครับ?
    Facebook Page: www.facebook.com/chakrityau
    DeviantArt: http://palmbook.deviantart.com

    "Men are not disturbed by things, but the view they take of things." - Epictetus (55-135 A.D.)
    "What about things like bullets?" - Herb Kimmel, Behavioralist, Professor of Psychology, upon hearing the above quote (1981)

  5. #20
    Join Date
    Jul 2002
    Location
    Glendale, CA, USA
    Posts
    1,631
    Thanks
    26
    Thanked 147 Times in 26 Posts
    Rep Power
    23

    Default

    เฮ้.....กระทู้นี้ปั่นขึ้นแฮะ


    Quote Originally Posted by charles
    ว่าแต่ ยังไม่มีใครแนะนำโปรแกรมเล่นเพลงดีๆ สักตัวสองตัวเลยอ่ะครับ?
    ลอง iTunes ดูซิครับ จริงๆผมก็เคยโหลดมาหลายเดือนแล้วเหมือนกันแต่ไม่ได้สนใจจริงจังเท่าไร คิดว่าก็เป็นโปรแกรมเล่นเพลงธรรมดาๆของค่าย Apple เท่านั้น แต่พอได้ iPOD มาพร้อมกับโปรแกรมนี้ ก็เลยลองใช้ดู ผมว่าดีนะให้เสียงได้ดีเลยทีเดียว

    ลองดูนะครับ ไม่จำเป็นที่ต้องมี iPOD โปรแกรมนี้ดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ http://www.apple.com/itunes/download/

    Quote Originally Posted by นีออน
    ส่วน system ก็ยกชุดใหม่ไปทั้งหมด

    Power Amp: ADCOM GFA-555 (200WX2)
    Pre Amp: NAD C160
    CD: NAD C542
    SP: Spendor 3/5 SE
    Line: Supra over all
    เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด ....

    5555
    Last edited by RUTch; 5th September 2006 at 17:32.

  6. #21
    Join Date
    Jan 2004
    Location
    Bangkok
    Posts
    686
    Thanks
    0
    Thanked 7 Times in 6 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    Quote Originally Posted by NaimNatNod
    เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด ....
    จะตอบว่าไงดีนะเรื่องนี้...

    คือพูดไปผมก็ต้องท้าวความเล่าถึงอดีตอันนานมาแต่ก่อนโน่นนนน
    ผมชอบอีเลคทรอนิคส์ตั้งแต่ ป.5 อ่านะ ก็เล่นพวกนี้มาแต่เด็ก สมัยเด็กๆผมงัดเครื่องเล่นเทปโอเพ่นรีลซ่ะพังหมด ทีวีอีกเครื่อง และอีกหลายอย่างพังคามือไปหมดช่วงตอนเด็กๆ อ่านะ

    มาเริ่มหัดสร้างวิทยุ OTL72 (วงจรวิทยุธานินทร์ยอดนิยม) ตอนอยู่ ม.1 และก็ประกอบแอมม์อีกหลายตัวด้วยกันครับ ไม่ว่าจะเป็น OTL หรือ OCL แม้แต่ Tube กับพันทรานเฟอร์เมอร์เอง

    จนจบวิทยาลัยเทคนิค ก็ยังบ้าๆบอๆกับอุปกรณ์เหล่านี้ อาจจะพูดได้ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของผมเลยว่าได้ จนมาถึงยุค personal computer เข้ามาเมืองไทย (เครื่อง PC ชื่อเต็มว่า Persoal Computer) วงจรต่างๆพัฒนาไปไกลมากๆ พี่เคยได้ยินคำว่า แอมม์ตัวนี้กินลำโพงหรือเปล่าละครับ สมัย วงจร OCL เกิดใหม่ๆ มันยังไม่เสถียรเท่าปัจจุบัน ลำโพงอาจจะควันขึ้นได้ง่ายๆ

    ครับ...มันก็เป็นแบบนี้มาหลายปีดีดักอ่านะ เล่นมาจากอ่านวงจร วาดลายปริ้น และกัดแผ่นปริ้นเอง บางวงจรไม่มีลายวงจรมาให้ก็ต้องมาออกแบบวงจรเอง

    เรื่องเหล่านี้เหมือนเป็นของเล่น แต่มันก็เป็นอาชีพเก่าเมื่อสมัยยังเรียนเทคนิคครับ ผมก็เป็นช่างซ่อมเครื่องเสียงวิทยุโทรทัศน์แล้วแต่จะมีงานเข้าร้าน

    หากผมไม่หันหน้าเข้าวงการคอมพิวเตอร์ ป่านนี้ผมคงอยู่ในโรงงานเป็นพนักงานโรงงานไปแล้ว แต่ผมมาไหวตัวทันจึงเปลี่ยนสายอาชีพโทรคมนาคม มาเรียนคอมพิวเตอร์ สมัยก็เป็น DOS 3.1 ที่ผมจับเป็น OS ตัวแรก

    ปัจจุบันถึงแม้ว่าผมจะหันมาจับกล้องถ่ายรูป แต่นั้นมันก็แค่ 10% เองได้มั้งกับความรู้ความชำนาญด้านนี้ที่ผมสะสมมานาน

    อธิบายอยากเหมือนกันครับ ถ่ายภาพ กับ งานอีเลคทรอนิคส์ มันแตกต่างกันในแง่สมองที่คิดอ่ะครับ ถ่ายภาพมันก็ได้ความรู้สึกที่เรามองเห็น แต่หากเป็นเครื่องเสียงหรืออีเลคทรอนิคส์ มันได้ทั้งความรู้สึกที่สัมผัส และ ความรู้สึกที่มองเห็น และความนึกคิดด้านการพัฒนาการออกแบบด้วยเช่นกัน

    ตอนสมัยเรียนก็หัดทำเอง พอสมัยทำงานก็ซื้อมาใช้แทนทำเอง มันต่างกันตรงนี้ แต่ก็ไม่ต่างจากที่เรารู้และเราชอบเท่าไรครับ ไม่ได้ทำเองก็ดัดแปลงเอาบ้างเล็กน้อยครับ ก็สนุกแฮปปี้ไปกับสิ่งเหล่านี้ (คิดเสียว่าเราเอาเงินไปกินเหล้าเท่านั้นก็ไม่เสียดายเงินครับ)

    "มันทำให้ผมมีอนาคตที่มั่นคงในปัจจุบัน แรกๆเราเสียเงินเล่นกับมัน พอหลังๆผมต้องทำเงินกับมัน"

    "ห้องนั่งเล่นจริงๆ"

    เออ พี่รุจครับ เจ้า DVD Audio มันมีจริงๆนะครับ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ SACD (Super Audio Compac Disc) อ่านะ

    มันเป็น audio multichanel ครับ ถูกพัฒนาโดย sony และ philips เจ้าเดิมที่สร้าง compac disc เมื่อ 30 ปีก่อนอ่านะ

    คุณภาพสูงที่สุดเท่าที่ software ปัจจุบันมีและรองรับอ่านะ DTS ก็สู้ไม่ได้ครับ Dynamic Range สูงมาก 120dB เลยครับ หากเปิดด้วยเครื่องเสียงดีๆ แต่ลำโพงรับ Dynamic Range ไม่สูงพออาจจะขาดได้ครับ

    เท่าที่ผมซื้อมาฟังดู ยอมรับครับว่า เสียงจากเงียบสุดไปยังสูงสุด สูงมากครับ เสียงสดมากๆ โดยเฉพาะแผ่นพวกคอนเสริค อ่านะ

    ลองหาแผ่น SACD ของ Belafonte ชุด At Carnegie Hall มาฟังดูนะครับ เพราะอันนี้เป็นแบบ Hybride Super Audio CD ครับ แล้วจะทราบถึง dynamic ของ software ตัวนี้หากเครื่องเล่น CD คุณภาพพอไหวนะครับ และชุดเครื่องเสียงด้วยครับ

    ลืมแผ่น DTS ไปได้เลย
    Last edited by RUTch; 5th September 2006 at 17:33.

  7. #22
    Join Date
    Jan 2003
    Location
    13o48'19.93"N 100o35'31.27"E
    Posts
    17,443
    Thanks
    680
    Thanked 3,356 Times in 986 Posts
    Rep Power
    124

    Default

    Quote Originally Posted by นีออน
    ...เออ พี่รุจครับ เจ้า DVD Audio มันมีจริงๆนะครับ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ SACD (Super Audio Compac Disc) อ่านะ...
    ก็มี นะซิใครบอกว่า ผมอำละ ก็ผมฟังอยู่ตั้งนานแล้ว คุณแหละไม่เชื่อผมเอง สำหรับแผ่นผมซื้อ ที่นี่ แต่ผมซื้อๆอยู่นี่ก็ไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่นะครับ แต่เห็นคนขายบอกว่ามันคนละตัวกับ SACD นะครับ เพราะ SACD นั้นเป็น Hybrid จะ encode ไว้ 2 Layer อันหนึ่งเป็น CD ธรรมดาๆ ฟังได้ด้วยเครื่องทั่วไป อีกชั้นหนึ่งจะเป็น Super Audio CD เวลาซื้อเขาบอกให้ดูที่ หมวดนี้

  8. #23
    Join Date
    Jan 2004
    Location
    Bangkok
    Posts
    686
    Thanks
    0
    Thanked 7 Times in 6 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    แม่นแล้วพี่รุจ (ทันสมัยกับเค้าด้วย)

    DVD Audio คนละตัวกับ SACD ครับ เป็นเกรดดีพอๆกัน แต่ผมนิยม SACD มากกว่าครับ ไม่เคยซื้อ DVD Audio มาใช้เพราะเครื่อง DVD วงจรพวก chip มันยังไม่พิถีพิถันมากเท่าเครื่อง CD โดยเฉพาะ SACD

    ว่าแต่เดี๋ยวไปยืมพี่มาฟังก็ได้นี่ ไม่ต้องลงทุน อ่ะนะ

  9. #24
    Join Date
    Jun 2004
    Location
    ข้างๆบ้านนี่แหละ
    Posts
    8
    Thanks
    0
    Thanked 0 Times in 0 Posts
    Rep Power
    0

    Cool

    Quote Originally Posted by นีออน 21 Hours Ago 17:12
    DVD Audio หรือว่า DVD ปิด monitor ครับพี่รุจ เอาให้เครียร์นะ ฮ่าฮา
    Quote Originally Posted by นีออน 13 Hours Ago 00:39
    พี่รุจครับ เจ้า DVD Audio มันมีจริงๆนะครับ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ SACD (Super Audio Compac Disc) อ่านะ
    Quote Originally Posted by นีออน 1 Hour Ago 12:30
    DVD Audio คนละตัวกับ SACD ครับ เป็นเกรดดีพอๆกัน แต่ผมนิยม SACD มากกว่าครับ
    พี่รุจคงงงแย่เลย
    Last edited by MenInBlack; 25th June 2004 at 15:35.

  10. #25
    Join Date
    Jan 2004
    Location
    Bangkok
    Posts
    686
    Thanks
    0
    Thanked 7 Times in 6 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    ให้ข้อมูลผิดครับ สรุปพี่รุจใช้ DVD Audio ผมใช้ SACD แต่ผมเข้าใจผิดคิดว่าอันเดียวกัน สรุปก็คือผมจำผิดนะครับ

    ตอนแรกแซวพี่เขาว่าพี่เขาเปิด DVD แล้วปิด TV หรือเปล่า ไปๆมาๆผมทำ งง เองเลย ขอโทษด้วยครับ

    DVD Audio หากใช้ให้ได้สมบรูณ์รู้สึกว่าต้องมีภาคถอดรหัสด้วยนะครับ และ SACD หากใช้งานจริงก็ต้องเป็นเครื่องเล่นที่ระบุว่า SACD ครับ

    SACD มันเป็นระบบ Mutichanel ที่เพิ่มเข้ามา มันก็ทำเป็น 2 Layer อย่างที่พี่รุจว่าไว้

    แต่ DVD Audio ผมไม่ทราบว่าเพิ่มตรงไหนนะครับ ได้เปรียบตรงใช้แผ่น DVD นี่แหละ แต่ก็ต้องหาเครื่องถอดรหัสเพิ่ม หรือ DVD รุ่นใหม่ๆที่มี DVD Audio

    แล้วพี่รุจเอาเครื่องอะไรเปิด DVD Audio ครับ (อย่าบอกว่าเครื่อง DVD เครื่องเดิมนะ)

  11. #26
    Join Date
    Feb 2003
    Location
    ลูกน้ำเค็ม
    Posts
    1,798
    Thanks
    11
    Thanked 16 Times in 15 Posts
    Rep Power
    22

    Default

    Quote Originally Posted by NaimNatNod
    ......

    จริงๆแล้วตอนแรกก็ได้ไปซื้อ Sony NetMD ตามที่ คุณนีออนได้แนะนำ ซึ่งก็ดีทีเดียวแต่เสียตรงทีไม่สามารถก็อปปี้เพลงได้ .........
    ขยายความหน่อยซิคร้าบคุณNaimNatNod
    มันก๊อปปี้เพลงไม่ได้ จากไหนไปไหน?
    จากคอมฯ ไป NetMD หรือจาก NetMD ลงคอมฯ
    แล้ว iPod ก๊อปปี้ผ่านสาย USB ได้ทั้งไปและกลับ?

    Quote Originally Posted by นีออน
    ...........
    พี่ครับ... IPOD น่าเล่นมาก (ราคาด้วย)
    ...........
    NetMD เขาให้อุปกรณ์ใช้ร่วมทั้งชุด???
    ส่วน iPod แยกต่างห่าง????? น่าจะแพงกว่าเยอะ
    Attached Images Attached Images  
    Last edited by RUTch; 5th September 2006 at 17:33.
    Enjoy working and be happy with it.

  12. #27
    Join Date
    Apr 2003
    Location
    Santa Cruz, CA, USA
    Posts
    5,378
    Thanks
    66
    Thanked 666 Times in 193 Posts
    Rep Power
    39

    Default

    SACD เป็นของ Sony มั๊งครับ ถ้าจำไม่ผิด โดยตัวแผ่นมีความสามารถเหนือกว่า DVD Audio ในทุกด้าน ทำให้ DVD audio ซึ่งถูกวางไว้เป็นตัวแทนของ CD ถึงกับสั่นคลอนไปเลยทีเดียว

    แต่ตอนหลังไม่รู้ยังไงกันบ้าง ตอนแรกเห็นจะประกาศ SACD เป็นมาตรฐาน ไปๆ มาๆ คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า ดัน DVD Audio เหมือนเดิม เพราะความพร้อมมากกว่า

    แต่ผมก็ยังมีความสุขดีกับ HDCD ครับ อย่างน้อยก็ไม่ต้องซื้อการ์ดเสียงใหม่
    Facebook Page: www.facebook.com/chakrityau
    DeviantArt: http://palmbook.deviantart.com

    "Men are not disturbed by things, but the view they take of things." - Epictetus (55-135 A.D.)
    "What about things like bullets?" - Herb Kimmel, Behavioralist, Professor of Psychology, upon hearing the above quote (1981)

  13. #28
    Join Date
    Jan 2004
    Location
    Bangkok
    Posts
    686
    Thanks
    0
    Thanked 7 Times in 6 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    IPOD เป็นเครื่องเล่น MP3 ส่วน NetMD เป็นเครื่องเฉพาะของ NetMD ไม่สามารถก๊อปปี้เพลงจากแผ่น MD มาคอมฯ ได้ หรือจะระหว่าง NetMD ด้วยกัน

    SACD คุณภาพเสียงจากที่ฟังมากับตนเอง (ใช้งาน) เหนือกว่า HDCD มากๆแทบไม่ต้องมาเปรียบเทียบกันได้นะครับ

    สำหรับ DVD Audio ถึงจะพร้อม แต่ยังให้ความรู้สึกว่ามันเป็นกลุ่มเธียเตอร์มั้งครับ Audiophile จึงมอง SACD มากกว่ามากในวงการเล่นเครื่องเสียงจริงๆ และมีเครื่องทีออกมาจำหน่ายแล้วหลายค่ายด้วยกัน คาดว่าน่าจะป็น standard ได้นะครับ แต่ก็ไม่แรงไปกว่า CD ปัจจุบันแน่นอนมั้งครับ เพราะว่าเพลงที่จะ record ลง SACD จริงๆ ทาง studio ต้องนำ Tape Master มา Record สถานเดียวเลย ยิ่งเพลงรุ่นเก่าก็คงโอกาสน้อยมากที่จะลง SACD ได้อย่างครบ CH ที่มันรองรับนะครับ

    เคยฟังแบบผ่านจากร้านนะครับ DVD Audio ก็ไม่น่าต่างจาก DVD ระบบ DTS มากสักเท่าไร เพียงแต่เสียงได้เนื้อเสียงที่ละเอียดกว่า

    HDCD เพียงนำ 4 bit ที่เหลือนำมาใช้งานเข้ารหัสเพิ่มเติม อาจจะกล่าวได้ว่าเป็น 20bit ก็ได้นะครับ แต่ SACD มากกว่านั้นครับ ผมจำไม่ได้ว่า 24bit หรือมากกว่าเท่าไร หรืออาจจะ 16bit แบบ 2 Layer ไว้หาเจอแล้วจะมาเล่าให้ฟังครับ

    Quote Originally Posted by soon
    NetMD เขาให้อุปกรณ์ใช้ร่วมทั้งชุด???
    ส่วน iPod แยกต่างห่าง????? น่าจะแพงกว่าเยอะ

    NetMD ยังน่าใช้อยู่มากในสายตาผมครับ เนื่องจากว่าระบบต่างๆที่ sony ออกแบบมามันก็สมบรูณ์พรั่งพร้อมสมกับเป็น walkman อยู่แล้ว ผนวกกับ software ที่แถมมาเพื่อโอนเพลงจาก CD ลง MD ได้อย่างรวดเร็ว

    หากเรามองที่ความจุของเครื่องเล่น MP3 ความจุสูง มันดีครับ แต่ผมไม่ชอบเท่าไร เพราะชอบที่แยกแผ่น หรือ เก็บเป็นแผ่นเลือกฟังได้ตามใจ แผ่น MD ก็ไม่แพงแล้ว ตัวเครื่องก็เล็ก ใช้งานก็นานต่อ batt ชุดหนึ่ง

    ส่วนใหญ่ผมใช้ในรูปแบบ pack and go ครับ ก็อยากฟังชุดได้ก็เลือกถ่ายลงไป อันไหนที่ถ่ายลงแผ่นไปแล้วก็เก็บไว้ มันก็เหมือนเทปนี่แหละ

    ราคาไม่ถูกเท่าไร แต่ก็ไม่แพงนักครับ คุณภาพเสียงดีกว่า MP3 แน่นอนในระดับบีบอัดที่เท่ากัน

    เคยใช้แล้วครับพวก MP3 Hdd ก็ไม่พอใจกับคุณภาพเสียงที่แข็งกระด้างของมันนั้นแหละครับ สำหรับเครื่องเสียงพกพาผมก็ยังรัก NetMD อยู่มากครับ
    Last edited by RUTch; 5th September 2006 at 17:34.

  14. #29
    Join Date
    Feb 2003
    Location
    ลูกน้ำเค็ม
    Posts
    1,798
    Thanks
    11
    Thanked 16 Times in 15 Posts
    Rep Power
    22

    Default

    Quote Originally Posted by นีออน
    IPOD เป็นเครื่องเล่น MP3 ส่วน NetMD เป็นเครื่องเฉพาะของ NetMD ไม่สามารถก๊อปปี้เพลงจากแผ่น MD มาคอมฯ ได้ หรือจะระหว่าง NetMD ด้วยกัน..............
    ก๊อปปี้เพลงจาก NetMD ผ่านสาย USB ไม่ได้รึคร้าบ
    อย่างนี้บันทึกเสียงสดๆ จากไมค์เข้า NetMD แล้วก็จบกัน
    ไม่สามารถส่งผ่าน USB เข้าคอมฯ ??? แย่จัง!!!!
    หรือว่าต้องใช้วิธีอื่น.............
    ก๊อปปี้เพลงผ่านทางช่อง earphone ของ NetMd
    เข้าสู่คอมฯ ทางช่อง microphone ได้ใช่ไหมเอ่ย?
    แล้วคุณภาพล่ะ????
    Last edited by soon; 26th June 2004 at 14:57.
    Enjoy working and be happy with it.

  15. #30
    Join Date
    Jul 2002
    Location
    Glendale, CA, USA
    Posts
    1,631
    Thanks
    26
    Thanked 147 Times in 26 Posts
    Rep Power
    23

    Default

    Quote Originally Posted by soon
    ขยายความหน่อยซิคร้าบคุณNaimNatNod
    มันก๊อปปี้เพลงไม่ได้ จากไหนไปไหน?
    จากคอมฯ ไป NetMD หรือจาก NetMD ลงคอมฯ
    แล้ว iPod ก๊อปปี้ผ่านสาย USB ได้ทั้งไปและกลับ?
    ok เอาตามที่ได้สัมผัสมาด้วยตัวเองเลยนะครับ

    เริ่มต้นด้วยที่ NetMD ก่อน ตอนที่ไปซื้อมาตอนนั้น ก็ได้แรงดลใจจากคุณนีออน เห็นว่าจะตั้งศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเพลงกันฟัง เพราะผมก็มีเพลงเยอะพอสมควร และก็ยังมีความอยากที่จะฟังเพลงไทยอยู่เนืองๆ อย่างเช่น เพลงของ เบิร์ดกับเสก เป็นต้น (ขอบคุณครับป๋าพลับ ) แต่มาติดตรงที่ว่า NetMD จะยอมให้เราอัดเพลงจากซีดีต้นฉบับแล้วแปลงมาเป็นformatของ Sony เองเข้าสู่ NetMD โดยตรง แต่เราไม่สามารถแชร์ไฟล์เพลงให้กับคนอื่นได้ ยกเว้นว่าจะย้ายเพลงจาก NetMD กลับเข้าไปที่ HD ของคอมตัวที่เราอัดมา มันก็เลยไม่รุ่งด้วยเหตุฉะนี้ แต่สำหรับการอัดเพลงจากแผ่นเสียงแล้วแปลงมาเป็น WAV แล้วอัดเข้ากับ NetMD นั้นได้ไม่มีปัญหาอย่างใด เพราะว่าเป็นอนาล็อคเข้ามาก่อนที่จะแปลงเป็นดิจิตัล
    ก็เลยเอาไปคืนไปตามระเบียบ

    ต่อมาก็เป็น Creative Zen Nomad 30GB ซึ่งจริงๆแล้วผมก็พอใจนะ สำหรับเรื่องเสียง เพราะว่าอัดได้ทั้ง mp3 variable bit rates, wma และ wav เป็น HD pocket music player ที่ออกแบบมาค่อนข้างที่ดี ราคาเทียบกับ iPOD หรือ ยี่ห้ออื่นแล้ว ถือว่า ตัวนี้ถูกมาก ราคา $229.99 มีมาพร้อมทั้งสาย usb, case, ac adapter, removable rechargable battery, earphones และ program ของ creative เอง เรียกว่าให้มาครบกันเลยทีเดียว และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับกับการก๊อปปี้เพลงครับ
    สาเหตุใหญ่ที่ผมเอาไปเปลี่ยนเป็น iPOD มานอกเหนือจากปุ่ม click wheel ที่ผมคิดว่ามันไม่น่าจะทนเท่าหร คือ เรื่อง display ครับ ในที่แสงน้อยๆ นี่เวลามี backlight สีฟ้า แล้วตัวหนังสือสีดำนี่อ่านยากจริงๆ

    มาถึงพระเอก iPOD 20GB กันบ้าง เป็น portable music player ที่ design ออกมาเยี่ยมมากจริงๆ รูปทรงกระทัดรัด ดูแล้วมีราคา รุ่นนี้มีมาให้ครบชุดนะครับ มี AC adapter, FireWire IEEE1394 cable พร้อมทั้ง FireWire to USB adapter, iPOD Dock, Earbuds, iTunes program และ inline Remote Control ในราคา $399.99
    ตัวนี้ทำได้ทุกอย่างที่ Creative ทำได้ และทำได้ดีกว่าครับ เสียงฟังได้ว่าสะอาดกว่า display อ่านง่ายกว่าแม้กระทั่งที่มีแสงน้อย เพราะว่า backlight เป็นสีขาวตัดกับตัวหนังสือสีดำ iPOD นี่ใช้ switch เป็นแบบ touch sensitive ครับ แปลก ใช้ได้ผล และ ใช้ได้ดีเลยทีเดียว
    ผมต่อเข้าเครื่องคอมผ่านสาย FireWire ครับ เวลา sync นี่เร็วมากๆ ก็อปปี้เพลงได้ทั้งไปและกลับ แต่ iPOD ไม่สามารถให้เราก็อปปี้เข้าเครื่องคอมเครื่องอื่นผ่าน iTunes ได้ ยกเว้นว่าเราจะใช้โปรแกรม PODUtility ซึ่งเป็นฟรีโปรแกรมหาได้ไม่ยากในเน็ต

    ตอนนี้ iPOD ตัวนี้ก็ได้อยู่กับผมเกิน 30 วันแล้ว นั่นก็หมายถึงว่า คืนไม่ได้แล้ว ก็ทยอยใส่เพลงเข้าไปเรื่อยๆครับ

    Quote Originally Posted by นีออน
    NetMD ยังน่าใช้อยู่มากในสายตาผมครับ เนื่องจากว่าระบบต่างๆที่ sony ออกแบบมามันก็สมบรูณ์พรั่งพร้อมสมกับเป็น walkman อยู่แล้ว ผนวกกับ software ที่แถมมาเพื่อโอนเพลงจาก CD ลง MD ได้อย่างรวดเร็ว
    ครับ ผมเห็นด้วยคับคุณนีออน ในเรื่องที่ว่า NetMD ใช้สนุก และ เสียงดี แต่ กว่าจะคล่องกับตัวโปรแกรมที่แถมมากับ NetMD ก็เล่นเอาผมเหงื่อตกไปเหมือนกัน

    Quote Originally Posted by นีออน
    หากเรามองที่ความจุของเครื่องเล่น MP3 ความจุสูง มันดีครับ แต่ผมไม่ชอบเท่าไร เพราะชอบที่แยกแผ่น หรือ เก็บเป็นแผ่นเลือกฟังได้ตามใจ แผ่น MD ก็ไม่แพงแล้ว ตัวเครื่องก็เล็ก ใช้งานก็นานต่อ batt ชุดหนึ่ง
    สาเหตุที่ผมเลือกที่จะจบลงที่ iPOD นั้นคือเรื่องที่ Display อ่านง่าย หาเพลงง่ายมากๆ และต้องการที่จะรวมเพลงทั้งหมดอยู่ในที่ๆเดียวกัน ตอนนี้เพลงใน playlist ในคอมผม sync กับ iPOD เรียบร้อยแล้วครับ

    Quote Originally Posted by นีออน
    ส่วนใหญ่ผมใช้ในรูปแบบ pack and go ครับ ก็อยากฟังชุดได้ก็เลือกถ่ายลงไป อันไหนที่ถ่ายลงแผ่นไปแล้วก็เก็บไว้ มันก็เหมือนเทปนี่แหละ
    ผมคงเริ่มหนุ่มน้อยลงไปทุกวันแล้วจริงๆ คืออยากจะถ่ายเพลงใน collection ทั้งหมดเข้าไปอยู่ในที่ๆเดียวกัน (iPOD) เวลาที่จะฟังโดยไม่จริงจังนักจะได้หาเพลงได้ง่ายและสดวกสบาย แต่ถ้าจะฟังเป็นเรื่องเป็นราวก็คงจะฟังเอาจากเครื่องชุดใหญ่

    Quote Originally Posted by นีออน
    ราคาไม่ถูกเท่าไร แต่ก็ไม่แพงนักครับ คุณภาพเสียงดีกว่า MP3 แน่นอนในระดับบีบอัดที่เท่ากัน
    ตอนนี้ HDMD ก็ออกมาแล้ว ราคาก็ไม่แพงเท่าไร และแผ่นความจุก็เพิ่มมากขึ้น ซึ้งดีกว่า NetMD ธรรมดา ในแง่ของ ราคา/ความจุ ส่วนที่บอกว่า "คุณภาพเสียงดีกว่า MP3 แน่นอนในระดับบีบอัดที่เท่ากัน" อันนี้ผมไม่แน่ใจนะ เพราะว่าเพลงส่วนใหญ่ที่ผม ripped ออกจาก cd มาเป็น mp3 format นั้นผมเลือกที่จะอัดในแบบ variable bit rates ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่ดีมาก (แน่นอน อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับ analog) ส่วนเพลงที่ดาว์นโหลดมาจากเน็ตทั้งหลาย ส่วนมากก็อย่างน้อง 128 bit rates ซึ้งก็ให้สุ้มเสียงที่ดีแบบที่รับได้

    Quote Originally Posted by นีออน
    เคยใช้แล้วครับพวก MP3 Hdd ก็ไม่พอใจกับคุณภาพเสียงที่แข็งกระด้างของมันนั้นแหละครับ สำหรับเครื่องเสียงพกพาผมก็ยังรัก NetMD อยู่มากครับ
    คุณนีออนถ้าว่าง ลองฟังรุ่นใหม่ๆ ของพวก mp3 Hdd ดูนะครับ มันพัฒนาไปไกลทีเดียว
    Last edited by RUTch; 5th September 2006 at 17:35.

+ Reply to Thread
Page 2 of 75 FirstFirst 123456781252 ... LastLast

Similar Threads

  1. Replies: 8
    Last Post: 15th September 2006, 15:07

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •