Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Results 1 to 11 of 11

Thread: อนาคตของ Live View (สำหรับคนบ้าตัวเลข 555) เอ๊ะ เกี่ยวกันยังไง

  1. #1
    Join Date
    Aug 2007
    Posts
    26
    Thanks
    0
    Thanked 6 Times in 3 Posts
    Rep Power
    0

    Default อนาคตของ Live View (สำหรับคนบ้าตัวเลข 555) เอ๊ะ เกี่ยวกันยังไง

    "เราจะรู้อนาคตได้ ก็ดูจากอดีตเท่านั้น"

    ประมาณปี 1980 Nikon ออก F3 HP ถ่ายต่อเนื่องได้ 13 FPS (ต้องพับกระจกก่อนถ่าย)
    หลังจากนั้นไม่นาน (ปี 1981) Canon ออก F1N ถ่ายต่อเนื่องได้ 14 FPS (ต้องพับกระจกถ่ายเหมือนกัน)

    สำหรับคนที่บ้าตัวเลข วันนี้เอาเฉพาะเรื่อง “Frame Per Second กันก่อน” 555

    - 1994 Canon ออก EOS 1 n ถ่ายต่อเนื่องได้ 6 FPS
    - 1995 Canon ออก EOS 1 n RS ถ่ายต่อเนื่องได้ 10 FPS
    - 1996 Nikon ออก F5 ถ่ายต่อเนื่องได้ 8 FPS

    - 2000 Canon EOS 1 V @ 10 FPS
    - 2004 Nikon F6 @ 8 FPS

    แล้วยุค Digital หล่ะ

    - June 1999 Nikon D1 @ 4.5 FPS
    - February 2001 Nikon D1X @ 4.5 FPS
    - February 2001 D1H @ 5 FPS
    - September 2001 Canon EOS 1 D @ 8 FPS

    - July 2003 Nikon D2H @ 8 FPS
    - January 2004 Canon EOS 1 D M II @ 8.5 FPS
    - September 2004 Nikon D2X @ 8 FPS (High Speed Crop)
    - February 2005 Nikon D2Hs @ 8 FPS
    - August 2005 Canon EOS 1 D M II n @ 8.5 FPS
    - June 2006 Nikon D2Xs @ 8 FPS (HSC)

    - February 2007 Canon EOS 1 D M III @ 10 FPS + Live View
    - August 2007 Nikon D3 (FX) @ 9 FPS, 11 FPS (HSC) + Live View

    -----

    ย้อนกลับไปดู F3HP, F1N เอ๊ ไอ้ Live View เนี่ย มันก็ต้องพับกระจกขึ้นมาเก็บก่อนเหมือนกันนี่
    แต่มันต่างจากฟิล์ม ตรงที่สามารถเห็นภาพจาก CMOS ได้เลย
    แต่ทำไมไม่เห็นมีเจ้าไหนใช้ประโยชน์จาก Live View นี้ "เต็มๆ" เสียที ?
    ไหนๆจะพับกระจกขึ้นมาเก็บละ ก็ทำให้มันรัวได้ 13-14 FPS ไปเลยสิ
    หรืออาจจะทำได้มากกว่านั้นอีก เพราะพับทั้งกระจก พับทั้ง Shutter ขึ้นมาเก็บแล้ว
    30 FPS ก็ทำได้สบายๆ 5555

    Frame Per Second ผมว่าถูกจำกัดด้วย "กลไก" ของกล้องถ่ายภาพ
    คือมันทำให้รัวเร็วไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว (คิดไม่ออกเหมือนกัน ขึ้นๆ ลงๆ จะทำให้เร็วได้ซักแค่ไหนเชียว
    นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ 555) อย่าลืมว่าไม่ใช่กระจกอันเดียว แต่มีถึง 2 อัน (Main Mirror + Sub Mirror)

    แต่ก็ยังไม่เห็นมีเจ้าไหนทำ (อุตส่าห์ไปก๊อป Live View มาจาก Olympus ทั้งที แต่ไม่ยักจะทำให้ดีขึ้น)
    เพราะฉะนั้น สงครามตัวเลขยังคงดำเนินต่อไป ส่วนผู้ใช้ ก็เสียเงินต่อปายยยยยยยย 5555

    ในอนาคตอันใกล้ ใครจะทำก่อนเท่านั้น “Live View High Speed Shooting Mode”
    ผมลองคิดเล่นๆว่า "ควรจะทำตั้งนานแล้ว" แต่ทำไมไม่ทำ ?
    คิดไม่ได้ หรือยังคิดไม่ถึง หรือกั๊กเอาไว้ก่อน 5555

    แต่ที่แน่ๆ ดูจากประวัติศาสตร์ Nikon ชอบเลขคี่ Canon ชอบเลขคู่ 5555

    สุดท้ายแล้ว "ก็ไม่มีอะไรดีไปกว่ากันหรอกฮะ" ชอบอันไหน ใช้อันนั้น
    FOV 1.3 ถ้าไม่ดี ทำไม Leica R9 ถึงต้องคูณ 1.3 ???
    Full Frame ดี แต่ต้องโละเลนส์เก่าๆทิ้ง เพราะขอบมัวร์ (เป็นชาวแขกมัวร์ 555)
    Canon คงไม่ทิ้ง FOV 1.3 ไปเฉยๆซะงั้นหรอก
    เพราะยังมี Ds เป็นตัวเลือก สำหรับคนต้องการไฟล์ระดับเทพ
    ถ้าเมื่อไหร่ EOS 1 D III กับ EOS 1 Ds III รวมกันได้ คงจะดีมากๆ
    FOV 1.3 ก็ตกกระป๋องไป (แต่วันนั้นคงอีกนาน เพราะ Canon แบ่งตลาดชัดเจน)

    ที่บ่นมาซะยาวก็เพราะว่า.....

    เดิมคิดว่าจะซื้อ Mark III แต่พอ D3 ออก ก็เกิดอาการลังเลอย่างมาก
    แต่สรุป ผมคงซื้อ Mark III อยู่ดี ด้วยเหตุผลส่วนตัว (คนอื่นไม่ต้องเห็นด้วยก็ได้)

    - Focus 45 จุด Canon ทำมาตั้งแต่ EOS 3 แล้ว (November 1998) แต่ 51 จุด ของ D3 พึ่งมี เลยไม่ชัวร์ เพราะกลัวปัญหา 555 (ทำไมพึ่งทำทีหลังเค้าตั้งเกือบ 10 ปี)
    - 9 FPS, 10 FPS ไม่ต่างกันมาก (พอๆกัน) แต่ 110 JPG ก็เยอะอยู่นาาา 555
    - 11 FPS เป็น HSC MODE เท่านั้น แถม Tracking focus ไม่ได้ (One Shot) อย่างเดียว (เอามาให้ตัวเลขสวยๆเท่านั้น)
    - เลนส์ Tele 300 2.8 L IS ออกปี 1999 แต่ AF-S VR 300 2.8 พึ่งออก ปี 2005 ยังไงออกมานานกว่า ปัญหาก็แก้ไปได้มากกว่า และจำนวนที่ผลิตเยอะกว่า ยิ่งผลิตเยอะ ปัญหายิ่งน้อยลง
    เหมือนตอน AF-S พัง จ่ายค่าซ่อมไม่ไหว เลยมีคนใช้เฉพาะ Manual Focus กับเลนส์ AF-S อย่างเดียว 555
    - Nikon 14-24, 24-70 ราคาแพงมหาโหด (เพราะเป็น Nano Code รึเปล่า) เอาส่วนต่างมาซื้อ L ดีๆได้อีกตัวทีเดียว (เช่น 50 1.2 L)
    - Full Frame กับ FOV 1.3 ต่างกันนิดหน่อย พอหยอดน้ำข้าวต้มได้ 555

    ตอนนี้ Canon ยังมี 5 D (ตัวที่จะออกใหม่ มาอุดช่องว่าง ระหว่างวัยอยู่ 555)
    ดูประวัติศาสตร์ EOS 1N - F5 - EOS3 - EOS1V
    เดาว่าตัวใหม่น่าจะใช้ชื่อเดิมตอนมาอุด F5 คือ EOS 3 D
    ชื่อ EOS 6 D น่าเกลียด ไม่เพราะเท่า EOS 3 D 555
    สเปคน่าจะ Full Frame ไม่ละเอียดมาก แต่น่าจะได้ถึง 8 FPS
    และแน่นอน เดือนที่ “ควรจะออกได้แล้ว" คือ เดือนฮิต February เดือนแห่งความรัก 555)
    (แบบเดียวกับ EOS 3 ที่ย่อส่วน EOS 1 V มา)
    ทำให้ผู้ที่ลังเลจะย้ายไป D3 FX เลิกลังเลเสียที 555
    ส่วน Series 1 D ก็จะเพิ่มความเร็ว เพื่อหนี EOS 3 D เข้าไปอีก ด้วย High speed Live View อย่างที่ผมลองคาดเดา

    ก็เป็นการคาดเดามั่วๆ (แต่มีหลักการ) ของผมเท่านั้น จริงเท็จอย่างไร ต้องค่อยๆดูไป 5555

    Copyright 2007

  2. #2
    Join Date
    Feb 2007
    Location
    มหาชัย-และ-กาญจนบุรี
    Posts
    2,275
    Thanks
    148
    Thanked 503 Times in 251 Posts
    Rep Power
    21

    Default

    หวังว่า แคนนอนจะมีอะไรที่ดีๆ ในเร็ววัน แต่เท่าที่มีให้ทุกวันนี้ก็ใช้ไม่หมดแล้วครับ มากมายเหลือเกิน ล้ำกล้องฟิล์มไปไกลมากๆ แต่ตอนนี้ Nikon D3 เป็นอะไรที่น่าจับตามองจริงๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้าเมื่อต้นปี สะดุ้งเฮือกไปกับ 1DMKIII ชนิดที่ว่า ทำออกมาได้ยังไงกล้องดีเพอร์เฟค ขนาดนั้น แถมราคาเท่า MKIIn เก่าด้วย ตอนนี้ขอดู D3 ก่อนว่า ISO6400 ที่เอาตัวอย่างมาให้ดู มันทำได้เช่นนั้นจริงหรือ เพราะเป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อว่า นิคอนจะทำล้ำหน้าแคนนอนไปได้ไกลขนาดนี้ น่าใจหายจริงๆ
    Love nong Love L lens series

  3. #3
    Join Date
    Dec 2004
    Posts
    375
    Thanks
    0
    Thanked 50 Times in 15 Posts
    Rep Power
    15

    Default

    มาสนับสนุนการคาดการณ์ในครั้งนี้ครับ

  4. #4
    Join Date
    Sep 2003
    Location
    ถนนเสนานิคม 1
    Posts
    19,465
    Thanks
    12,554
    Thanked 4,063 Times in 2,339 Posts
    Rep Power
    78

    Default

    เห็นด้วยครับ ว่าเดี๋ยวนี้มีลูกเล่นฟังค์ชั่นมากมายจนใช้ไม่หมด
    และล้ำหน้ากล้องฟิมล์ไปไกลมากๆแล้ว

  5. #5
    Join Date
    Jun 2007
    Location
    หลักสี่ แจ้งวัฒนะ
    Posts
    2,554
    Thanks
    1,102
    Thanked 2,499 Times in 662 Posts
    Rep Power
    40

    Default

    อีกหน่อยรัวได้ซัก 24fpsเมื่อไหร่ เอามาเข้าซอฟท์แวร์ ทำเป็นภาพเคลื่อนไหวความละเอียดสูงได้เลย...

    ...ละเอียดกว่าDVDอีกนะเนี่ย 555
    Iphone photographer

  6. #6
    Join Date
    Jul 2005
    Location
    Brisbane, AUSTRALIA
    Posts
    179
    Thanks
    32
    Thanked 438 Times in 58 Posts
    Rep Power
    19

    Default

    Hi-speed Live View จะทำได้รึป่าวนี่ ในตอนนี้ยังไม่แน่ใจเนื่องจากเหตุผลต่อไปนี้

    1. สมัยเป็นฟิล์ม ฟิล์มแต่ละเฟรม ทำหน้าที่รับแสง แล้วก็บันทึกภาพด้วยตัวมันเอง กล้องเป็นแค่กลไกเปิดรับแสงเท่านั้น แต่พอมาเป็นดิจิตอล กล้องต้องทำหน้าที่ทั้งสองอย่าง คือ เปิดรับแสง กับ เขียนข้อมูลลงแผ่น ซึ่งก็อย่างที่บอก ขนาด Jpg ยังเขียนต่อเนื่องได้แค่ 110 ภาพ ถ้าคิดซะว่า 30fps ถ่ายได้ประมาณ 3วินาทีหน่อยๆ ก็หยุดเขียนแล้ว ต้องรอเคลียร์ buffer ก่อน แต่อย่างรูปข้างล่างนี่ เป็น Bulk film back ที่ใช้กับ F3 Hi-speed โหลดฟิล์มครั้งนึงถ่ายได้ 250 ภาพ อย่างน้อยก็ถ่ายได้จนกว่าฟิล์มจะหมด ไม่ต้องเคลียร์ buffer

    2. ขนาด CF การ์ดที่มีปัจจุบัน ถ้าจะถ่ายเร็วขนาดนั้น ขนาดไฟล์ละ 5Mb (ตีง่ายๆ) 30 fps x 5 = 150mb สรุป การ์ด 1.5Gb (ถ้ามี) ก็ถ่ายได้แค่ สิบวินาทีกว่าๆ ยิ่งถ้าไฟล์ใหญ่กว่านั้น ก็ไม่ต้องพูดถึง

    ถ้าพูดกันตามยุคสมัย ผมว่าสิ่งที่ทำให้ F3Hi-speed เป็นที่ยอมรับ (แม้จะกลุ่มน้อย) ก็เพราะว่ายุคนั้นมันยังไม่มีอุปกรณ์อะไรที่จะเก็บภาพต่อเนื่องให้เลือกได้มากเท่าไหร่

    แต่ยุคนี้ ถ้าอยากถ่ายเร็วขนาดนั้น ก็ทำไมไม่ใช้กล้อง HD ไปเลยล่ะครับ ถ่ายเป็นหนังแล้วค่อยมาเลือกเฟรม เพราะถ้าซื้อกล้องตัวเป็นแสนมาเพื่อถ่ายต่อเนื่องแค่ชุดละสิบวินี่ มันก็ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่นา

    ผมเข้าใจไรผิดป่าวหว่า แก้ไขได้นะครับ


    รูปมาจากลิ้งก์นี้ครับ http://www.mir.com.my/rb/photography...index1.htm#mf4
    Attached Images Attached Images  

  7. #7
    Join Date
    Jul 2005
    Location
    Brisbane, AUSTRALIA
    Posts
    179
    Thanks
    32
    Thanked 438 Times in 58 Posts
    Rep Power
    19

    Default

    โอ่วว ลืมบอกไป จากรูปนี้ ไอ่ตัวเล็กคือ 250 frames ส่วนตัวใหญ่คือ 750 frames น่ะครับ
    Last edited by may on the moon; 15th September 2007 at 06:15. Reason: สะกดผิด

  8. #8
    Join Date
    Aug 2007
    Posts
    26
    Thanks
    0
    Thanked 6 Times in 3 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    Quote Originally Posted by may on the moon View Post
    Hi-speed Live View จะทำได้รึป่าวนี่ ในตอนนี้ยังไม่แน่ใจเนื่องจากเหตุผลต่อไปนี้

    1. สมัยเป็นฟิล์ม ฟิล์มแต่ละเฟรม ทำหน้าที่รับแสง แล้วก็บันทึกภาพด้วยตัวมันเอง กล้องเป็นแค่กลไกเปิดรับแสงเท่านั้น แต่พอมาเป็นดิจิตอล กล้องต้องทำหน้าที่ทั้งสองอย่าง คือ เปิดรับแสง กับ เขียนข้อมูลลงแผ่น ซึ่งก็อย่างที่บอก ขนาด Jpg ยังเขียนต่อเนื่องได้แค่ 110 ภาพ ถ้าคิดซะว่า 30fps ถ่ายได้ประมาณ 3วินาทีหน่อยๆ ก็หยุดเขียนแล้ว ต้องรอเคลียร์ buffer ก่อน แต่อย่างรูปข้างล่างนี่ เป็น Bulk film back ที่ใช้กับ F3 Hi-speed โหลดฟิล์มครั้งนึงถ่ายได้ 250 ภาพ อย่างน้อยก็ถ่ายได้จนกว่าฟิล์มจะหมด ไม่ต้องเคลียร์ buffer

    2. ขนาด CF การ์ดที่มีปัจจุบัน ถ้าจะถ่ายเร็วขนาดนั้น ขนาดไฟล์ละ 5Mb (ตีง่ายๆ) 30 fps x 5 = 150mb สรุป การ์ด 1.5Gb (ถ้ามี) ก็ถ่ายได้แค่ สิบวินาทีกว่าๆ ยิ่งถ้าไฟล์ใหญ่กว่านั้น ก็ไม่ต้องพูดถึง

    ถ้าพูดกันตามยุคสมัย ผมว่าสิ่งที่ทำให้ F3Hi-speed เป็นที่ยอมรับ (แม้จะกลุ่มน้อย) ก็เพราะว่ายุคนั้นมันยังไม่มีอุปกรณ์อะไรที่จะเก็บภาพต่อเนื่องให้เลือกได้มากเท่าไหร่

    แต่ยุคนี้ ถ้าอยากถ่ายเร็วขนาดนั้น ก็ทำไมไม่ใช้กล้อง HD ไปเลยล่ะครับ ถ่ายเป็นหนังแล้วค่อยมาเลือกเฟรม เพราะถ้าซื้อกล้องตัวเป็นแสนมาเพื่อถ่ายต่อเนื่องแค่ชุดละสิบวินี่ มันก็ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่นา

    ผมเข้าใจไรผิดป่าวหว่า แก้ไขได้นะครับ


    รูปมาจากลิ้งก์นี้ครับ http://www.mir.com.my/rb/photography...index1.htm#mf4

    อืม... เห็นด้วยครับ
    เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ User อย่างเราๆต้องรอ
    Dual Digic III คงไม่หยุดอยู่แค่นี้ครับ
    อีกหน่อยคงไปที่ 4, 8 Processor, DIGIC IV ไปเรื่อยๆ
    ความเร็วของ Flash Drive หรือ Memory ต่างๆ คงไปเรื่อยๆเช่นกัน
    ถ้ารันเวย์ว่างแล้ว มี Buffer memory โตๆ ซัก 10, 20, 50 GB
    ถึงตอนนั้น ถ้าฟิล์มทำได้ ทำไม เสี่ยอู๊ด เอ๊ย Digital ถึงจะทำไม่ได้
    เมื่อ 2-3 ปีก่อน มีใครคิดถึงความจุฮาร์ดดิสก์
    1, 2, 4 TB (เทราไบต์) บ้างครับ
    เดี๋ยวนี้ก็เริ่มมีออกมาให้เห็นบ้างแล้ว

    ทำไมไม่ใช้กล้อง HD DVD ถ่ายแล้วมาเลือกเฟรม
    เหตุผลคือเพราะความบ้ามั๊งครับ 555
    ลองดู Clip Youtube นี้ครับ มีคนเอา Mark III 3 ตัว
    มาถ่าย 30 FPS โดยหน่วงชัตเตอร์ให้ยิงทีละตัว A-B-C-A-B-C

    http://www.youtube.com/watch?v=_AuyVz89AXg

    ผมยังนึกเหตุผลที่เขาต้องทำถึงขนาดนี้ไม่ออกครับ
    นอกจากเอามันส์เข้าว่า 555

  9. #9
    Join Date
    Jan 2007
    Location
    Sydney
    Posts
    57
    Thanks
    57
    Thanked 0 Times in 0 Posts
    Rep Power
    13

    Default

    อย่างเราๆก็รอดูกันต่อไปครับ

    ได้แต่น้ำลายหก ไม่มีปัญญาซื้อครับ อิอิอิ

  10. #10
    Join Date
    Oct 2003
    Location
    Somewhere in time
    Posts
    6,616
    Thanks
    414
    Thanked 7,565 Times in 1,271 Posts
    Rep Power
    112

    Default

    30 fps เอาไปถ่ายหนังหรือครับ นั่นมันเร็วเกินframe rateของกล้องถ่ายภาพยนตร์หรือกล้องวิดีโอแล้วนะครับ

    ( โดยปกติแล้ว กล้องถ่ายหนังเขาทำframe rate อยู่แถวๆ 16 fps ก็พอแล้ว เพราะว่า ภาพสุดท้ายที่เราเห็นจะค้างอยู่ในสมองนาน1/16วินาที )

    ถามว่า live view แล้วถ่ายhigh speedมากๆได้หรือไม่ ในปัจจุบันยังทำไม่ได้หรอกครับ เพราะCMOS (ที่Canonทำอยู่ใน dSLR)ในปัจจุบันทำได้แค่เป็นม่านแรกเสมือนเท่านั้น ยังทำม่านที่สองเสมือนแบบCCDไม่ได้ ม่านที่สองจึงยังต้องใช้ม่านกลไกมาปิดให้อยู่ดี แน่นอนlag time จึงยังคงมีอยู่ แล้วframe rate ของCMOSเองก็ยังทำได้ไม่สูงอยู่ดี

    รอๆกันไปก่อนก็แล้วกันครับ
    ก่อนจะซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันให้ได้อย่างน้อย 3 ข้อก่อน

  11. #11
    แวะมาครับ Guest

    Default Memory

    ทางเทคนิค Memory สามารถมีความจุ 137 GB แต่ในทางปฎิบัติทำไปแล้วที่ 230 GB ขึ้นไปครับแต่ไม่ถึง 300 GB นะครับผมจำไม่ได้ว่า 270 GB หรือเปล่า และกำลังจะถึงทางตันแล้วครับ ผมดูมาจากรายการ UBC

+ Reply to Thread

Similar Threads

  1. อยากทราบเกี่ยวกับ Live View
    By M_Janya in forum Olympus & Panasonic fans
    Replies: 11
    Last Post: 9th September 2007, 22:02
  2. Replies: 14
    Last Post: 1st August 2007, 22:03
  3. Nikon View 6.2.5 Full Version
    By RUTch in forum Nikon น่ารู้
    Replies: 14
    Last Post: 28th February 2005, 07:45

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •