Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Results 1 to 8 of 8

Thread: มีสิทธิไหมที่งาน Inkjet หน้ากว้างๆ จะยิงออกมาสีตรง ถูกต้องครับ!!

  1. #1
    Join Date
    Aug 2006
    Location
    BKK Bangkapi
    Posts
    751
    Thanks
    22
    Thanked 225 Times in 129 Posts
    Rep Power
    17

    Default มีสิทธิไหมที่งาน Inkjet หน้ากว้างๆ จะยิงออกมาสีตรง ถูกต้องครับ!!

    คือเรื่องของเรื่อง ผมทำงานเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ แล้วผมสงสัยเรื่องงาน Inkjet(หน้ากว้าง) ว่าเวลา Print ออกมานั้น สีมันจะตรงหรือไม่ครับ แล้วใครพอมีร้านที่เค้าเครมงานว่าได้สีถูกตามที่กำหนดไหมครับ คือ CMYK อ่ะครับ อยากรู้เพื่อที่จะเอาไว้ชี้แจ้งลูกค้าน่ะครับ เพราะตามความเข้าใจของผมมันทำได้แต่อาจจะไม่ค่อยมีร้านที่ทำเท่าไร หรือพี่ๆ มีร้านไหนแนะนำไหมครับ อยู่ที่ กทม. ครับ เพราะที่ผมกังวลเวลาลูกค้าเค้าเจาะจงเรื่องสีให้ตรงที่กำหนดครับ เพราะเดียวนี้มีงานใช้ INDOOR มองใกล้ๆ แล้วบางที ต้อง FIX สี เพราะให้เข้ากับสินค้าครับ แต่ถ้าต้อง FIX มาก ผมก็ใช้งาน SILKSCREEN เข้าช่วยแทนนะครับ แต่ที่มาถาม เผื่อพี่ๆมีสิ่งที่ผมไม่เข้าหรือที่ผมเข้าใจผิดๆ น่ะครับ

  2. #2
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    Nonthaburi
    Posts
    74
    Thanks
    5
    Thanked 4 Times in 4 Posts
    Rep Power
    14

    Default

    มันก็น่าจะมีโอกาสที่สีเพี้ยนน้อยมากได้นะครับ ถ้ามีการ Calibrate Printer ให้ตรงกับ Standard นั่นหมายถึง Display Monitor (LCD/Notebook/CRT) ที่แสดงผลให้ลูกค้าดูก็ต้อง Calibrate ด้วยนะครับ

    Large Format Printer ส่วนมากจะมี Profile ของกระดาษมาให้ด้วยเลย เพื่ิอความสะดวก ไม่ต้องเสียเวลา Calibrate และสร้าง Profile ใหม่ครับ แต่ก็จะมี Profile ของกระดาษเฉพาะยี่ห้อของต้วเองนะครับ อย่าง Epson ตัวที่ใช้อยู่ก็จะมี Profile ของกระดาษของ Epson มาให้ทั้งหมด และสีเพี้ยนน้อยมากครับ (แต่ผมคงช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะทำได้แค่หน้า 17" เท่านั้น)

    ยังไงรอความเห็นเพิ่มเติมจากท่านอื่นๆ ด้วยนะครับ
    think Globally
    do Locally

  3. #3
    Join Date
    May 2007
    Location
    invisible place in BKK
    Posts
    222
    Thanks
    4
    Thanked 44 Times in 29 Posts
    Rep Power
    17

    Default

    ตอบ จขกท ว่าได้ครับแต่ถ้าจะถามต่อว่าทำอย่างไรละก็
    คำถามนี้ถ้าจะตอบแบบอธิบายจริงๆสามวันไม่จบแน่ๆครับแต่วิธีทำเอาแบบคร่าวๆก็คือ 1.cal จอ 2.cal printer 3.ใช้โปรไฟล์ให้ถูกต้อง 4.ใช้ rip ที่เจ๋งๆหน่อย(เนื่องจาก media แต่ละmediaและmedia แต่ละ brand มีค่า dpi ที่ไม่เหมือนกันและink characteristic แต่ละกลัดปต่ละกะปุกก็มีค่าไม่เท่ากัน
    เพราะฉนั้น profile กระดาษที่ให้มาบางทีก็ใช้ร่วมกับเราไม่ได้จึงต้องทำโปรไฟล์กระดาษที่เราจะใช้ใหม่)
    ส่วนวิธีทำก็เคยลงตัวอย่างไว้ให้ดูแล้วครับที่
    http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=54773
    ลองดูครับถ้ายังไม่เข้าใจก็ถามกันได้ครับ
    ปล.สำหรับร้านที่เคลมได้สีถูกตามที่กำหนดไหมครับ คือ CMYKนั้นปัจจุบันก็มีอยู่ครับตัวอย่างเช่น บริษัทที่ผมทำงานอยู่เป็นต้น
    โชคดีกับ CMS นะครับ

  4. #4
    Join Date
    Nov 2003
    Location
    แพร่
    Posts
    184
    Thanks
    2
    Thanked 52 Times in 28 Posts
    Rep Power
    20

    Default

    แล้วถ้าเป็นพวกป้ายไวนิล หน้ากว้างเป็นเมตรขึ้นไปล่ะครับ ?

    พอจะมีหวังไหม ?


    ต้องใช้พวก Spyder PrintFix หรือเปล่า ?

  5. #5
    Join Date
    Jun 2007
    Posts
    212
    Thanks
    8
    Thanked 42 Times in 32 Posts
    Rep Power
    14

    Default

    ทำได้ครับผมเคยทำกับ HP designjet 5500 หน้ากว้าง 50 นิ้วครับ
    โดยหลักการคือ cal จอกับ scanner โดยตอน cal จอนั้นให้ตั้ง target white balance เป็น 5500K ด้วยนะครับเพราะจะทำให้ white point ใกล้เคียงกระดาษขึ้นหน่อย แล้วก็ไป สร้าง profile printer คู่กับกระดาษแล้วก็ ink setting ไปเลย

    ดังนั้นผมจะมี profile printer ดังนี้
    1. hp 5500 6color 1200DPI on glossy paper
    2. hp 5500 6color 600DPI on glossy paper
    3. hp 5500 4color 1200DPI on glossy
    4. hp 5500 6color 1200DPI on mate paper
    5. hp 5500 6color 1200DPI on canvas

    คือที่ printer ต้องขยันทำหน่อย
    เช่น printer คุณมี color setting ได้ 4 แบบที่แตกต่างกัน แล้วคุณก็มีกระดาษทั้งหมด 5 ชนิด ดังนั้น profile ของ printer ตัวนี้ก็ควรมีทั้งหมด 5 x 4 = 20 profile!! พระเจ้านี่แค่ printer ตัวเดียวนะครับ แล้วถ้ามีหลายตัวล่ะ เหอๆๆๆๆๆๆ ส่วนตัวผมเองใช้วิธีตั้ง color setting ไว้ดีสุดเลยเลยต้องทำ profile แค่ตามกระดาษที่มี 5 ชนิดเท่านั้นครับ

    แล้วเวลาผม scan งานเข้าไปจะ save เป็น tiff แล้วก็ assign profile scaner ด้วย PS เลยครับ
    จากนั้นพอจะ print ผมจะ print โดยการใช้ rip software แล้วใน rip ผมจะตั้ง preview profile เป็น mornitor profile เพราะเรา preview ด้วยจอภาพนั่นเองครับ พอถึงตอนจะ print จริงก็เลือก output profile ให้ตรงกับ printer, color setting, paper ดังนี้ rip software จะ convert สีระหว่าง input prifile ซึ่งก็คือไอ้อันที่ assign ใน file ภาพไปสู่ output profile โดยอัตโนมัติเองครับ

    ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่ว่าคุณทำการสร้าง profile printer + color setting + paper ได้แม่นแค่ไหน ซึ่งการทำให้ตรงจริงต้องคิดเรื่อง total ink limit ด้วยนะครับ
    Last edited by pattiu; 19th December 2008 at 15:04.

  6. The Following User Says Thank You to pattiu For This Useful Post:

    DOFJerk (19th December 2008)

  7. #6
    Join Date
    Jun 2007
    Posts
    212
    Thanks
    8
    Thanked 42 Times in 32 Posts
    Rep Power
    14

    Default

    ส่วนเรื่อง total ink limit นี้ก็ขึ้นอยู่ที่ rip ครับ ก่อนอื่นให้มองเรื่อง chanel limit ก่อน ว่าสีแต่ล่ะแม่สีเมื่อไล่ print จาก 0-100 % ในแต่ล่ะแม่สีจะยิงสีได้มากแค่ไหนก่อนที่หมึกจะเยิ้ม (แต่ล่ะกระดาษก็ไม่เท่ากันด้วย)

    เช่น แม่สี
    c สูงสุดได้ 75%
    m สูงสุดได้ 72%
    y สูงสุดได้ 85%
    k สูงสุด 60%

    จากตัวอย่างข้างบนจะพบว่าค่า total imk คือ c+m+y+k = 292% แต่ในความจริงมันไม่ใช่หรอกเพราะกระดาษรับไม่ได้ถึงขนาดนั้นหรอกอย่างพวก glossy นี่ได้ซัก 160% ก็เก่งแล้ว ยังนั้นจึงต้องมีการตั้ง total ink limit ไว้ที่ rip ด้วย โดยถ้า rip เห็นว่าตรงจุดไหนมีการยิงสีรวมกันแล้วเกิน total ink limit มันจะไปลดค่าสีในแต่ล่ะแม่สีให้ จึงทำให้เวลาพิมพ์แล้วกระดาษไม่เยิ้มสีไม่เน่าครับ

    ดังนั้นก่อนทำ profile print ต้องมาทำเรื่อง color limit ต่อแม่สีก่อน แล้วก็ตั้งค่า total ink limit ให้ถูกต้องก่อน แล้วค่อยไปทำ profile

    ถ้าใครไปทำ profile โดยไม่มีการทำเรื่อง total ink limit รับรองว่า profile ที่คุณทำมาก็ไม่ตรงหรอก เพราะเนื่องจากคุณไม่ได้ทำ ink limit แล้วคุณไป print test chart สีของ test chart ที่ออกมามันก็เน่า แล้วคุณก็เอาไอ้สีเน่าๆ นั้นอ่านเข้าไปในเครื่อง cal อีก แล้วคิดดูสิ color space ที่อุปกรณ์ cal ของคุณมันจะได้ค่าอะไรออกมา เหอๆๆๆ

    อย่างที่ผมบอกไปข้างต้นว่าการทำ ink limit เป็นความสามารถของ rip ดังนั้น rip ห่วยๆ ที่แถมมากับ printer มักจะไม่มีความสามารถนี้ครับ

    ปล. ระหว่างการ print test เพื่อหา ink limit อย่างลืมเปิดระบบ color proof ทั้งหมดใน rip ด้วยครับ ไม่งั้น ink limit นั้นก็เพียนอีก แล้วก็ถ้า printer ของคุณมีความสามารถ auto cal ในตัวก็ให้ปิดด้วยครับไม่งั้นมันจะตีกันกับ cal ของของเราครับ และเนื่องจากของผมเป็น HP มันมี function นี้อยู่ผมเลยต้องไปปิดมันเช่นกัน

    แล้วก็ต้องขยันสร้าง profile บ่อยๆ ด้วยครับ เพราะอุปกรณ์เราก็ไม่ได้ให้สีคงที่ตลอดนะครับ เช่น พวก mornitor กับ scanner นี้ผมจะ re-cal เดือนล่ะครั้ง ส่วน printer นี้จะทำก็ต่อเมื่อ
    1. เติมหมึก หรือเปลี่ยนหมึก
    2. เปลี่ยนหัวพิมพ์
    3. มีกระดาษใหม่เข้ามา ถึงเป็นการดาษประเภทเดียวกันแต่คนล่ะยีห้อก็รับหมึกได้ไม่เท่ากัน แล้วก็มีความขาวไม่เท่ากันด้วย
    โดยส่วนตัวผมเองที่ printer จะต้องทำบ่อยกว่าเพราะหมึกมันไล่หมดทีล่ะสี ทำให้ไม่ว่าหมดสีใดสีหนึ่งก็ต้องมาไล่ทำ profile ใหม่หมดในกระดาษทุกๆ ตัวที่ผมมีอยู่ แล้วไอ้ HP 5500 มันเปลี่ยนหัวพิมพ์แยกกับหมึกแล้วเครื่องมันจะไม่บอกเราเลยว่าอีกแค่ไหนต้องเปลี่ยนหัวพิมพ์ (อยู่ๆ มันก็ไปเลยไม่บอกล่วงหน้า) ทำให้บางที่เมื่อวานเพิ่งทำ profile ไป 5 อัน เพราะเติมหมึก แต่วันนี้กลับต้องมาทำอีก 5 อันเพราะเปลี่ยนหัวพิมพ์ T_T
    Last edited by pattiu; 19th December 2008 at 15:22.

  8. The Following User Says Thank You to pattiu For This Useful Post:

    DOFJerk (19th December 2008)

  9. #7
    Join Date
    Jun 2007
    Posts
    212
    Thanks
    8
    Thanked 42 Times in 32 Posts
    Rep Power
    14

    Default

    จากหลักข้างต้นทำให้ผมสามารถทำงาน art reproduction ได้สบายเลยครับ โดยผมเอาภาพเขียนมา scan แล้ว print ออกมาจะนั้นนำทั้งสองภาพมาว่าคู่ทั้งภาพต้นฉบับ และภาพที่ print ออกมาสีไม่ต่างกันเลยครับ

    ผมถึงกับเอามาให้เจ้าของภาพเขียนลองทายในระยะประมาณ 3 เมตร print ขนาดเท่าตัวจริง (ประมาณ A1) เจ้าของกลับทายไม่ออกว่าอันไหนคือตัวจริง อันไหนตัว print


  10. #8
    Unregistered Guest

    Default พี่ครับ

    Quote Originally Posted by pattiu View Post
    ส่วนเรื่อง total ink limit นี้ก็ขึ้นอยู่ที่ rip ครับ ก่อนอื่นให้มองเรื่อง chanel limit ก่อน ว่าสีแต่ล่ะแม่สีเมื่อไล่ print จาก 0-100 % ในแต่ล่ะแม่สีจะยิงสีได้มากแค่ไหนก่อนที่หมึกจะเยิ้ม (แต่ล่ะกระดาษก็ไม่เท่ากันด้วย)

    เช่น แม่สี
    c สูงสุดได้ 75%
    m สูงสุดได้ 72%
    y สูงสุดได้ 85%
    k สูงสุด 60%

    จากตัวอย่างข้างบนจะพบว่าค่า total imk คือ c+m+y+k = 292% แต่ในความจริงมันไม่ใช่หรอกเพราะกระดาษรับไม่ได้ถึงขนาดนั้นหรอกอย่างพวก glossy นี่ได้ซัก 160% ก็เก่งแล้ว ยังนั้นจึงต้องมีการตั้ง total ink limit ไว้ที่ rip ด้วย โดยถ้า rip เห็นว่าตรงจุดไหนมีการยิงสีรวมกันแล้วเกิน total ink limit มันจะไปลดค่าสีในแต่ล่ะแม่สีให้ จึงทำให้เวลาพิมพ์แล้วกระดาษไม่เยิ้มสีไม่เน่าครับ

    ดังนั้นก่อนทำ profile print ต้องมาทำเรื่อง color limit ต่อแม่สีก่อน แล้วก็ตั้งค่า total ink limit ให้ถูกต้องก่อน แล้วค่อยไปทำ profile

    ถ้าใครไปทำ profile โดยไม่มีการทำเรื่อง total ink limit รับรองว่า profile ที่คุณทำมาก็ไม่ตรงหรอก เพราะเนื่องจากคุณไม่ได้ทำ ink limit แล้วคุณไป print test chart สีของ test chart ที่ออกมามันก็เน่า แล้วคุณก็เอาไอ้สีเน่าๆ นั้นอ่านเข้าไปในเครื่อง cal อีก แล้วคิดดูสิ color space ที่อุปกรณ์ cal ของคุณมันจะได้ค่าอะไรออกมา เหอๆๆๆ

    อย่างที่ผมบอกไปข้างต้นว่าการทำ ink limit เป็นความสามารถของ rip ดังนั้น rip ห่วยๆ ที่แถมมากับ printer มักจะไม่มีความสามารถนี้ครับ

    ปล. ระหว่างการ print test เพื่อหา ink limit อย่างลืมเปิดระบบ color proof ทั้งหมดใน rip ด้วยครับ ไม่งั้น ink limit นั้นก็เพียนอีก แล้วก็ถ้า printer ของคุณมีความสามารถ auto cal ในตัวก็ให้ปิดด้วยครับไม่งั้นมันจะตีกันกับ cal ของของเราครับ และเนื่องจากของผมเป็น HP มันมี function นี้อยู่ผมเลยต้องไปปิดมันเช่นกัน

    แล้วก็ต้องขยันสร้าง profile บ่อยๆ ด้วยครับ เพราะอุปกรณ์เราก็ไม่ได้ให้สีคงที่ตลอดนะครับ เช่น พวก mornitor กับ scanner นี้ผมจะ re-cal เดือนล่ะครั้ง ส่วน printer นี้จะทำก็ต่อเมื่อ
    1. เติมหมึก หรือเปลี่ยนหมึก
    2. เปลี่ยนหัวพิมพ์
    3. มีกระดาษใหม่เข้ามา ถึงเป็นการดาษประเภทเดียวกันแต่คนล่ะยีห้อก็รับหมึกได้ไม่เท่ากัน แล้วก็มีความขาวไม่เท่ากันด้วย
    โดยส่วนตัวผมเองที่ printer จะต้องทำบ่อยกว่าเพราะหมึกมันไล่หมดทีล่ะสี ทำให้ไม่ว่าหมดสีใดสีหนึ่งก็ต้องมาไล่ทำ profile ใหม่หมดในกระดาษทุกๆ ตัวที่ผมมีอยู่ แล้วไอ้ HP 5500 มันเปลี่ยนหัวพิมพ์แยกกับหมึกแล้วเครื่องมันจะไม่บอกเราเลยว่าอีกแค่ไหนต้องเปลี่ยนหัวพิมพ์ (อยู่ๆ มันก็ไปเลยไม่บอกล่วงหน้า) ทำให้บางที่เมื่อวานเพิ่งทำ profile ไป 5 อัน เพราะเติมหมึก แต่วันนี้กลับต้องมาทำอีก 5 อันเพราะเปลี่ยนหัวพิมพ์ T_T

    พี่ครับตอนนี้ผมใช้เครื่อง Designjet 5500 อยู่ แต่มีปัญหาเรื่องสีเพี้ยนแบบสุดๆครับ อยากขอความรู้ของพี่ เพื่อเป็นวิทยาทานหน่อยครับ

+ Reply to Thread

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •