Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Page 2 of 3 FirstFirst 123 LastLast
Results 16 to 30 of 32

Thread: ขออนุญาตถามเรื่องไร้สาระ(สำหรับโปร)แต่เป็นเรื่องปวดหัวสำหรับผม

  1. #16
    Join Date
    Aug 2005
    Location
    KU
    Posts
    1,607
    Thanks
    87
    Thanked 453 Times in 100 Posts
    Rep Power
    27

    Default

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN View Post
    ประเด็นที่ผมอยากทราบคือ
    1. ทำยังไงถึงจะทำสีให้สวยสดใสได้เร็วๆ ใน Photoshop ครับ โดยที่ไม่ต้องใช้ action (เพราะ action จะรันค่าทุกอย่างตามที่กำหนด ซึ่งหลายๆ ภาพ ถ่ายมาคนละสภาพแสง) ปัจจุบันนี้ผมใช้ profile เข้าช่วย + auto level +auto colour +auto contrast +fade +curve +hue จะมีตั้ง action แค่คำสั่งพื้นฐานเช่น save as , close
    เห็นด้วยกับคุณ jojosung ครับ... auto ทั้งหลายทำงานถูกต้องกับบางกรณีเท่านั้นครับ ... ถ้าถ่าย JPG แล้วต้องแก้สี ผมว่าปรับ manual น่าจะดีกว่า เพราะแต่ละภาพ แสง เงา หนัก เบา องค์ประกอบอื่นๆในภาพแตกต่างกัน auto ไม่รู้หรอกครับว่าสีที่ถูกต้องคือสีอะไร แค่หาค่าที่ใกล้เคียงตามสูตรเท่านั้น อาจช่วยเบาแรงในบางกรณี แต่ไม่น่าจะเหมาะกับทุกภาพ... เหมือน auto WB ที่วัดอุณหภูมิสีผิดพลาดในบางกรณีครับ.... ถ้าเป็นผมคง group ภาพที่ต้องแก้ แล้วเลือกปรับใน DPP แล้วใช้วิธี copy/paste recipe แทน น่าจะสะดวกและตรงกว่าเยอะ.... แล้วค่อยมาเลือกภาพทำใน photoshop อีกที(ถ้าจำเป็น)ครับ

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN View Post
    3. มีวิธีทำให้แสงแฟรชที่เบาท์บนเพดานกระจายแสงได้อย่างสม่ำเสมอบ้างไหมครับ (เวลาเบาท์แล้ว ด้านบนของภาพมักจะสว่างกว่าด้านล่าง ผมเคยลองใช้วิธี ใช้ 550ex เบาท์กับเพดานโดยดึงแผ่นกระจายแสงตั้งฉากช่วย แล้วใช้ 580ex ติดบนกล้องส่องไปตรงๆ แต่ภาพที่ได้ แสงที่แบบจะแข็งเหมือนยิงแฟรชเข้าไปตรงๆ ขนาดลดกำลังแฟรชแล้ว แสงก็ยังแข็งอยู่เลย แถมลดมากไป แบบก็หน้ามืดอีก)
    อืมม... ถ้าแบบอยู่ต่อหน้า ตั้ง flash แล้ว bounce ตรง(ไม่ได้ใช้ bounce card, diffuser)ก็น่าจะได้แสงสม่ำเสมอนะครับ ปริมาณแสงส่วนบนอาจจะมากกว่าแต่ก็ไม่น่าจะดูแตกต่างกันมากจนเสียสมดุลย์... เว้นแต่ เพดานไม่เรียบมีมุม/หัก หรือ fstop/speed shutter ไม่เหมาะสม หรือใกล้แบบมากแบบคุณเอคอมว่า

    ที่บอกว่าใช้ 550ex bounce เพดาน+bounce card ตั้งฉาก แล้ว 580ex ส่องตรง หมายถึงใช้ flash 2 ตัว ? ยิงตรง หรือ bounce เพดาน แล้วดึง bounce card ครับ?

    ปกติแล้วถ้าภาพสว่างตรงที่แบบอย่างเดียว ambient ด้านหลังไม่มา(มืด) ก็น่าจะอยู่ที่ fstop/speed shutter ด้วยครับ .... บางที speed shutter สูงไป (ในกรณีสภาพแสงในงานลักษณะนี้สูงสำหรับผมคือ >125) บวกกับ f แคบ (>5) อาจจะเก็บ ambient ด้านหลังไม่ทันภาพรวมๆเลยออกมามืด แต่สว่างเฉพาะตรงแบบ ก็เป็นไปได้ครับ...

    ส่วนเรื่อง "ที่ว่าถ่ายมายังไงก็ได้ขอให้ได้รูปไว้ก่อน เรื่องสีค่อยมาว่ากันในคอมอีกที" นั้น... ส่วนตัวผมว่าน่าจะหมายถึงในบางสถานการณ์ครับ เพราะบางเวลา บางจังหวะ ไม่มีโอกาสที่จะเตรียมตัวได้ทันก็อย่างน้อยได้ภาพมาก่อนก็ยังดีกว่าไม่ได้.... แต่ถ้าวางแผนก่อนสถานการณ์แบบนี้สามารถเลี่ยงได้ครับ (อย่างน้อยก็ลดโอกาส).... แต่ยังไงแล้วใน shot ปกติก็ต้องพิถีพิถันอยู่ดีครับ... วางแผน ใจเย็น ถ่ายมาดี ภาพสมบูรณ์อยู่แล้ว งาน process ก็เบาครับ ^_^

    อีกหนึ่งความเห็นครับ...
    What lies beyond?
    What lay before?
    Is anything certain in life?


    Part of lyric from: The Spirit Carries On - D r e a m T h e a t e r

  2. #17
    Join Date
    Apr 2006
    Location
    บางละมุง
    Posts
    200
    Thanks
    84
    Thanked 99 Times in 13 Posts
    Rep Power
    17

    Default

    เข้ามาเก็บความรู้ครับ ขอบคุณสำหรับคนตั้งคำถามและทุกคำตอบครับ .........................
    มีความสุขทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงชัตเตอร์


  3. #18
    Join Date
    Sep 2005
    Location
    รังสิต
    Posts
    171
    Thanks
    2
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    0

    Smile

    ขอขอบคุณพี่ๆ ทุกท่านครับ

    คุณ Mr-kai ครับ คงเป็นปัญหาทั้ง 2 อย่างนั่นแหละครับ ทั้งคอมและเลนส์ จอผมใช้ SONY X72 17 นิ้ว ซื้อมาตั้งแต่ปี 44 แล้วละครับ ผ่านการ คาลิเบรทมาแล้ว(ด้วยสายตาห่วยๆ ของผม) ส่วนเรื่องรูป ผมเหลือแค่รูปที่ผมคิดว่าพอดูได้เท่านั้นแหละในเครื่องผม ซึ่งจะเป็นรูปที่มาจากเลนส์ L ซะเกือบทั้งหมด

    คุณ DOFJerk ครับ ปกติผมตั้งกล้องไว้เป็น raw+jpeg normal fine ครับ ถ้าภาพที่ได้จากไฟล์ jpeg OK ผมก็ใช้อันนั้นเลย แต่ถ้าแสงไม่ดรสีไม่สวย ค่อยขุดเอาจาก raw ครับ คอมผม XP 3500 แรม 2 GB HD 160+320 GB ครับ อายุ 2 ปีกว่าๆ แล้ว profile ที่ใช้ก็ของพี่ BEN นั่นแหละครับ (ทุกโปรไฟล์ เอามาจาก Thai D ทั้งหมดเลยครับ) ผมเข้ามาแอบอ่านใน thaid ตั้งแต่ ซื้อ 300D ล็อตแรกนั่นแหละครับ
    ปล. ขนเลนส์ไปไม่หมดหรอกครับ หนัก.
    ขึ้นอยู่กับงานครับ ถ้าสถานที่แคบ 10-22 คือพระเอกครับ พระรองจะเป็น 24-70 แต่อาจจะพก 50 1.8 หรือไม่ก็ 135 ไปเสริมเผื่อเจ้าภาพอยากได้ภาพหวานๆใสๆ นะครับ ส่วนราคาค่าจ้าง... วันละ 3-4000 นี่ผมเรียกแพงไปไหมครับ ??

    คุณ faloverung ครับ ขอบคุณมากครับสำหรับ color wheel

    คุณหมอ หนก ครับ ขอบคุณมากๆนะครับสำหรับความคิดเห็น และรู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างยิ่งครับที่คุณหมอเข้ามาให้ความคิดเห็น (ที่พอจะมีความรู้เรื่องกล้องมาได้ทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากคุณหมอหนก นั่นแหละครับ ขอขอบคุณอีกครั้งนะครับ)

    คุณ Delpi ครับ LR ผมใช้ไม่เป็นครับ (มีอยู่ที่เครื่องแล้วแต่ยังไม่ได้ลองเลย) แต่มาสะดุดตรงที่พี่ว่า
    "ปล อย่าตั้ง WB Auto ครับ เพราะมันจะแกว่งเวลามาแก้จะแก้ยาก ให้ fix ไปเลยเวลาแก้จะได้สั่งทีละหลายๆรุปได้ "
    จริงด้วยครับ ผมเองก็ลืมนึกถึงข้อนี้ไปเลย ถ้าเป็นแบบนี้แล้วก็ตั้ง action ได้สบายเลย ขอบคุณนะครับ

    คุณ เอคอม ครับ ขอขอบคุณ สำหรับวิธีการแก้ไขที่คุณพี่แนะนำมานะครับ ผมชอบประโยคนี้จัง "ภาพที่ถึงมือลูกค้าแล้ว ก็จะอยู่กับเขาไปตลอด ใส่ใจกับมันหน่อยก็ดีครับ อย่าเอาแต่เร็วเข้าว่า.. " มันแสดงให้เห็นเลยครับว่า พี่ใส่ใจกับงานของพี่ขนาดไหน สมแล้วที่เจ๊บิ๊กกี้&พี่โทนี่ เลือกให้พี่ไปถ่ายภาพงานแต่งของเค้านะ เห็นผลงานพี่แล้ว ผมนั่งมองได้แบบไม่รู้เบื่อเลยนะ แต่ผมนี่สิครับ ใช้เวลามากไม่ได้ เพราะเวลาทำงานแบบนี้ผมน้อยครับ ต้องไม่ให้กระทบกับงานประจำ

    คุณ AU.KU ครับ ผมเองก็อยากได้ MAC ครับ แต่..... ผมว่าแพงไปหน่อย + เอาไว้เล่นเกมส์ จะลำบากกว่านิด (ไม่ซัพพอร์ต การ์ดจอ 8800 รุ่นใหม่นะ) และตอนนี้ผมใช้ 30D ครับ 300D เป็นตัวสำรอง

    คุณ indigo ครับ ผมใช้วิธีเอา 550 ยกหัวแฟรชประมาณ 75' ดึงแผ่นกระจายแสงออก ให้อยู่ในลักษณะ เหมือนยิงแสงแฟรชเบาท์เพดานข้ามหัวตัวแบบนะครับ(ให้แสงฉากหลัง) แล้วอาศัยแผ่นกระจายแสงช่วยดันแสงไปข้างหน้าส่วน 580 ใช้ 2 กรณีครับ 1. คือทำเหมือน 550 แต่ติดที่หัวกล้อง แสงที่ได้จะนุ่มเนียน แต่ ด้านล่างภาพจะ มืดกว่า ด้านบน 2. ใช้ 580 ยิงเข้าไปตรงๆ อันนี้ภาพจะสว่างพอดีทั่วทั้งภาพแต่ แสงจะแข็งมาก หน้าแบบจะคอนทราสจัดเลยละครับ

  4. #19
    Join Date
    Oct 2004
    Location
    KhuKhot, Pathumthani
    Posts
    14,601
    Thanks
    3,093
    Thanked 10,016 Times in 3,094 Posts
    Rep Power
    147

    Talking

    ถ้าถ่ายงาน... (ได้หรือไม่ได้ตังค์) ผมใส่ RAW มันหมด.. เนื่องจากกล้องเราตกรุ่นไปแล้ว.. ไฟล์ RAW มันเลยเล็ก อิ อิ.. แต่อีกตัวตกรุ่นไปนานแล้วกับมี RAW ใหญ่ เพราะไม่ยอม compressed...

    ใช้ LR น่าจะดี แต่ RAM ผมน้อย.. เลยเดินเครื่องปรับด้วย Bridge + ACR + Photoshop.. ปรับใน ACR นั้น ง่าย.. ใช้ RAM น้อยกว่า.. LR..

    1. ผมปรับ WB, tint... จำค่าไว้ หรือ copy ค่าส่งให้ภาพอื่น (เหมือน LR).. เสร็จแล้ว..
    2. ปรับ Exposure ดึงเอา highlight ลง หรือ ปรับให้แสงพอดีๆ...
    3. ปรับ Shadow ให้ภาพไม่มืดเกินไป.. เหมือนใช้ level เลย..
    4. ปรับ Lightness ให้ภาพสวยใส.. แสงสว่างดีพอที่ไปอัดแล้วไม่มืด..
    5. อาจจะปรับ ลด CA, Color Noise ใน ACR หน่อย.. ถ้าสังเกตุเห็นว่ามันแย่..
    6. สั่ง save เลยเสร็จแล้ว.. ปรับแค่ 4-5 slider รวมไม่ถึง 1 นาที ต่อ ภาพ...
    7. บางทีจะ export ให้ open ต่อใน PS เลย.. แก้ NoiseNinja ในกรณีที่มันดูแย่, แก้ Distortion ด้วย PTLens แบบ Auto..

    ส่วนใหญ่แค่เนี้ย.. P4 3.0GHz Hyper.., RAM DualChannel 1GB, VGA On-board..
    Last edited by DOFJerk; 21st March 2007 at 13:36.
    Aware the Reasons Behind the Answers.. คำเตือน: ความคิดเห็นส่วนบุคคล อาจมีการบิดเบือน โปรดใช้วิจารณญาณและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม..

    กระทู้แนะนำ >> ค้นหากระทู้เจ๋งๆ ใน ThaiD ง่ายๆ ไม่ต้องรอ..

  5. #20
    Join Date
    Oct 2002
    Location
    อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี
    Posts
    4,080
    Thanks
    291
    Thanked 3,486 Times in 596 Posts
    Rep Power
    70

    Default

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN View Post
    ส่วนราคาค่าจ้าง... วันละ 3-4000 นี่ผมเรียกแพงไปไหมครับ ??
    ราคาอยู่ที่ความพอใจ ถ้าเราพอใจ ลูกค้าพอใจสามหมื่นก็ไม่แพงครับ..

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN View Post
    แต่ผมนี่สิครับ ใช้เวลามากไม่ได้ เพราะเวลาทำงานแบบนี้ผมน้อยครับ ต้องไม่ให้กระทบกับงานประจำ
    นัดเวลาให้ยาวขึ้นดีกว่าครับ..
    เพราะผมก็ทำงานประจำเหมือนกัน ไม่ได้ถ่ายรูปอย่างเดียว
    อาศัยทำกลางคึน แล้วตอนนอนก็ปล่อยให้เครื่องทำการคอนเวิร์ทด้วย DPP และรันแบตที่ PS แล้วก็ตั้งโปรแกรมปิดคอมไว้อัติโนมัติ..

    โปรแกรมที่ใช้แก้สี ผมใช้ DPP ค่าอะไรที่เป็นหลักก็จะ Paste ทีเดียวเลย..
    คือ Sharpen , Picture Style , Contrast , Curve , Saturation อย่างเดียวที่จะปรับคือ WB ครับ ใช้วิธี Tune ซึ่งสะดวกและเร็ว
    ถ้า ภาพเป็น WB เหมือน ๆ กัน ก็จะทำการ Paste อีกครั้งในแต่ละชุดครับ...
    แต่ไม่ใช่ว่าจะ Paste แล้วเสร็จเลย ผมจะ มาเช็คดูทีละภาพ และปรับละเอียดอีกครั้งครับ

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN View Post
    ผมใช้วิธีเอา 550 ยกหัวแฟรชประมาณ 75' ดึงแผ่นกระจายแสงออก
    ลองยก 90 องศาดูครับ ปกติผมจะยก 90 ตลอด
    หรือไม่ก็ยิงกลับหลังไปเลยในบางกรณี..
    Last edited by เอคอม; 21st March 2007 at 13:48.

  6. #21
    Join Date
    Aug 2006
    Location
    อุดรธานี
    Posts
    1,157
    Thanks
    17
    Thanked 654 Times in 218 Posts
    Rep Power
    25

    Default

    สำหรับสาวกแคนนอน ใช้ DDP ที่ให้มาในการปรับสี ความคมชัด แล้วก๊อปปี้ค่าการปรับแต่งไปใช้กับรูปอื่นๆ ใน Set เดียวกันได้เร็วกว่าใช้ Photoshop นะครับ ผมว่ามันเร็วกว่ากันเยอะเลย แล้วงานออกมาดีด้วย เพราะมันทำงานแบบ 16 bit ตอนปรับ พอ Export ค่อยเหลือแค่ 8 bit ด้วยวิธีการแบบนี้ทำให้ได้โทนที่ต่อเนื่องกว่าปรับไฟล์ที่ภาพแบบ 8 bit โดยตรง
    ผมไม่ใช่ Pro คร๊าบ เป็นแค่เป็ด บินได้ ว่ายน้ำได้ แต่ไม่เก่งซักอย่าง
    แวะทักทายผมได้ที่ www.facebook.com/thanin.wongasa

  7. #22
    Join Date
    Aug 2005
    Location
    KU
    Posts
    1,607
    Thanks
    87
    Thanked 453 Times in 100 Posts
    Rep Power
    27

    Default

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN View Post
    คุณ indigo ครับ ผมใช้วิธีเอา 550 ยกหัวแฟรชประมาณ 75' ดึงแผ่นกระจายแสงออก ให้อยู่ในลักษณะ เหมือนยิงแสงแฟรชเบาท์เพดานข้ามหัวตัวแบบนะครับ(ให้แสงฉากหลัง) แล้วอาศัยแผ่นกระจายแสงช่วยดันแสงไปข้างหน้าส่วน 580 ใช้ 2 กรณีครับ 1. คือทำเหมือน 550 แต่ติดที่หัวกล้อง แสงที่ได้จะนุ่มเนียน แต่ ด้านล่างภาพจะ มืดกว่า ด้านบน 2. ใช้ 580 ยิงเข้าไปตรงๆ อันนี้ภาพจะสว่างพอดีทั่วทั้งภาพแต่ แสงจะแข็งมาก หน้าแบบจะคอนทราสจัดเลยละครับ
    ลอง bounce แบบ 90' (เพดานตรงๆเลย) ดูนะครับ แสงน่าจะกระจายในลักษณะกว้างได้ดีกว่า (เลียนแบบทิศทางไฟที่เปิดบนเพดาน) ...ผมก็ใช้วิธีคล้ายๆคุณเอคอมครับ แล้วแต่สภาพห้อง หรือเพดาน ผนัง ฯลฯ สีขาวๆอะไรก็ตามที่คิดว่าจะช่วย bounce ได้ หรืออยากให้แสงเข้าทิศทางไหน ก็ปรับหัว flash bounce ไปในทิศทางนั้นครับ ส่วนจะ + - ชดเชยยังไงอยู่ที่ระยะผนัง/เพดานที่เราจะ bounce ว่าใกล้/ไกลยังไงครับ
    What lies beyond?
    What lay before?
    Is anything certain in life?


    Part of lyric from: The Spirit Carries On - D r e a m T h e a t e r

  8. #23
    Join Date
    Aug 2006
    Posts
    507
    Thanks
    234
    Thanked 230 Times in 53 Posts
    Rep Power
    17

    Default

    Quote Originally Posted by หนก บางหลวง View Post
    ... พอเลิกกล้องฟิล์ม มาจับกล้องดิจิทัล ก็เริ่มพบความจริงว่า กล้องยิ่งแพง ก็ยิ่งต้องพึ่งphotoshopมากขึ้น ...
    ผมเห็นด้วยกันตรงนี้มากๆเลยครับ กล้องที่ดีกว่าแพงกว่า ภาพดิบๆ (สำหรับผมนะ) ของมันจะเหมือนต้องการการ post process เพื่อจะดึงทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุด ต่างจากกล้อง compact ซึ่งถ่ายมาแล้วจะเอาไปปรับก็ไม่ได้จะดีไปกว่านั้นซักเท่าไรแล้ว (ซึ่งก็ตรงตามจุดประสงค์ของกล้องแบบนั้น) กล้องดีๆถึงแม้จะถ่าย jpeg ให้ดีที่สุดในตอนนั้นทุกอย่างมันก็ไม่เคยเป็น best ของรูปนั้นอยู่ดี เมื่อ post process ภาพที่ได้ก็สามารถดีขึ้นไปอีก ไม่มากก็น้อย ฉะนั้นเวลาผมถ่ายผมจะจินตนาการไปถึงสุดท้ายว่าผมอยากให้รูปเป็นอย่างไร ต้องทำรูปแบบไหนแนวไหนอย่างไร แล้วผมจะถ่ายให้ดีที่สุดที่จะสามารถนำภาพนั้นไป post ได้เหมาะสมที่สุด

    เช่นถ่าย RAW ผมจะเน้นเรื่องการเก็บรายละเอียด อาจจะให้ภาพอันเดอร์นิดๆ ตั้งทุกอย่าง flat ภาพดิบๆเลยมักจะดูแบนๆ ไม่ใสปิ๊ง แต่ถ้าผมจะถ่าย jpeg แบบไม่หวังจะไปทำรูปต่อมากนัก ผมมักจะตั้งค่าในกล้องให้รูปดูจัดจ้านมากขึ้น ถ่ายไม่ให้อันเดอร์เพื่อให้ดูสดใส .. เป็นต้นครับ

    ช่วงหลังๆผมเลยพยายามกดถ่ายให้น้อยลงแต่เน้นมากขึ้น ปราณีตมากขึ้นเพราะก็ไม่อยากนั่งทำรูปเยอะเหมือนกันครับ

  9. #24
    Join Date
    Jun 2006
    Location
    กรุงเทพ
    Posts
    337
    Thanks
    1
    Thanked 7 Times in 7 Posts
    Rep Power
    15

    Default

    ผมว่าเป็นความคิดที่ถูกนะ เคยเหมือนกันที่ยิงไปเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายก็มาขี้เกียจทำรูป เพราะว่ามันเยอะเกินไป หลังๆผมก็ถ่ายมันเน้นๆตลอด ไม่ว่าจะ jpeg หรือ raw แล้วมาเลือกทำ post รูปที่คิดว่าน่าทำจริงๆ trip นึงเนี่ย ผมขอแค่ 10-15 รูปไว้ดูในชื่นใจก็พอแล้ว

    แต่สำหรับรับถ่ายงานคงต้องทำใจทำหล่ะครับ เหมือนที่พูดกันมาก่อน พวก auto ต่างๆนี่เลิกใช้ได้เลย มาทำ level curve เองจริงๆดีกว่า เสียเวลาหน่อยนึงแต่ดีกว่าเยอะ พวก ย่อ USM ทำกรอบ ใส่ filter มันใช้ script ได้ก็พอลดเวลาไปบ้าง

    แต่ทำไปทำมาเดี๋ยวก็หาวิธีที่เร็วที่สุดได้เองหล่ะครับ ผมว่า
    กระบี่อยู่ที่ใจ แต่กระบี่คมๆไว้ก็ดีครับ
    http://mrbanx.multiply.com

  10. #25
    Join Date
    Mar 2006
    Posts
    212
    Thanks
    3
    Thanked 5 Times in 5 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    ให้ได้ภาพมาก่อน ค่อยมาแก้ทีหลัง

    ที่ผมเข้าใจคือ หมายถึง ในสถานการณ์คับขัน จวนตัว ไม่มีเวลาพิถีพิถัน เช่น งานพิธี งานการแสดง จำเป็นต้องได้ภาพมาก่อน ค่อยมาปรับเอาอีกที ครับ งานไหน มีเวลา ไม่รีบ เช่น ถ่ายเพื่อน ๆ ไปเที่ยว มีเวลาจัดแบบ จัดแสง ก็ถ่ายด้วยความตั้งใจและใส่ใจครับ กรณีที่ว่านี้ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครถ่าย ๆ ๆ แล้วเอามาปรับเพิ่มทีหลัง ส่วนใหญ่ถ่ายให้จบมาจากกล้องเลยครับ
    " เส้นทางแห่งโปร ไม่มีทางลัด มีแต่ต้องฝึกฝนตนเอง " (สู้ต่อไป ทาเคชิ)
    " ทหารเลวถือดาบน้ำพี้ จะรบดีได้อย่างไร "

  11. #26
    Join Date
    Sep 2005
    Location
    รังสิต
    Posts
    171
    Thanks
    2
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    0

    Smile

    บน ภาพจาก raw lens 24-70 2.8L กับการ process 30 วินาทีของผม อาจจะแย่ไปหน่อย แต่ก้อเต็มความสามารถแล้วละครับ
    แต่สีมันไม่เหมือนกับใน Photoshop เลยอ่ะครับ สีแดงมันจัดมากเกินไป

    ล่าง ของเดิมๆ ครับ ย่ออย่างเดียว(+ ปิดดำที่ตาด้วย แบบว่าเกรงใจน้องเค้า )

    ใช้ 30D + 24-70 2.8L iso400 f3.5 shutter 1/80 วัดแสงเฉลี่ย 35 ส่วน ถ่ายพอดี W/B auto + 580 (master) บนหัวกล้องเงย 75' ดึงเบาท์การ์ดช่วย ชดเชย 1/3 + 550 เงย75' ดึงแผ่นกระจายแสงออกแต่ไม่สุด ชดเชย 2/3 (เป็น slave เอาไว้ส่องฉากหลัง)

    ขอขอบคุณทุกท่านด้วยใจจริงครับ สำหรับคำแนะนำกับคนหัดเดิน(ในเส้นทางนี้)แบบผม
    Attached Images Attached Images   

  12. #27
    Join Date
    May 2006
    Posts
    4,561
    Thanks
    1,380
    Thanked 1,699 Times in 816 Posts
    Rep Power
    37

    Default

    สีอมชมพูดูน่ารักดี พยายามเข้าเดี๋ยวก็เก่ง อย่าไปเชื่อกล้อง หรือจอคอมเวลาแต่งมากนักลองนำไปอัดที่ร้านบ้าง นำภาพก่อนแต่ง หลังแต่ง เทียบดู อาจขยาย+ครอป สัก100-200 % นำมาวางบน จัมโป้อัดมานิดหน่อย3-5ใบ
    เรื่องแผ่นเบ้าการด์หัวกล้อง ถ้าเงิยไม่ถึง 90องศาก็จะเกิดอาการด้านล่างมืดกว่าเป็นเรื่องปกติ บางทีต้องถ่ายกว้างไว้แล้วมาครอเอาทีหลังจะดูดีกว่า ... แต่ให้ดีควรเงิยทั้งหมด90องศา ... และดีมากกว่าถ้าหาวัสดุข้างนอกมาเบ้าแทนอาจขนาดใหญ่ขึ้นติดฟรอย์สีเงินช่วย ... และจะดีมากขึ้นถ้าใช้ครอบกระจายแสงแต่ก็เปลืองพลังงานมากกว่าเดิมอีกพอสมควร

  13. #28
    Join Date
    Jun 2006
    Location
    กรุงเทพ
    Posts
    337
    Thanks
    1
    Thanked 7 Times in 7 Posts
    Rep Power
    15

    Default

    ที่สีเพี้ยน ผมว่าสีข้างหลังมันหลอก auto WB ของกล้องครับ แล้วมันจะไม่สม่ำเสมอเลย อย่างนี้ก็ต้องมานั่งทำครับ

    อีกอย่างที่เป็นไปได้ อาจจะมีคนพูดไปแล้ว กล้องทำงานด้วยระบบ sRGB แต่ photoshop ถ้าไม่ตั้ง จะเป็น Adobe RGB รวมทั้ง RAW conversion programs ด้วย ฉะนั้น ไปตั้งก่อนครับ ให้เป็น sRGB ให้หมด แล้วรูปจะดูดีขึ้นครับ ไม่งั้นสีมันจะต่างกันระหว่าง program งงเลยบางที

    ตั้งจอให้สีตรงด้วยนะครับ
    กระบี่อยู่ที่ใจ แต่กระบี่คมๆไว้ก็ดีครับ
    http://mrbanx.multiply.com

  14. #29
    Join Date
    Dec 2003
    Location
    www.facebook.com/gateravee
    Posts
    7,633
    Thanks
    130
    Thanked 3,853 Times in 540 Posts
    Rep Power
    75

    Default

    ปัจจุบัน คอมพิวเตร์ PC หาซื้อได้ในสเป็กสูง ในราคาไม่แพงมากหรอกครับ..
    รักจะทำรูปให้ดี.. รักจะทำงานให้ต่าง...และมีคุณภาพ ก็ คงต้องทีละรูปแหละครับ.. ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ ชิน
    ทั้งนี้การถ่ายเป็น RAW น่าจะดีกว่า เสมอๆ ในเกือบทุกกรณี ..เพราะงานลูกค้า เราพลาดไม่ได้.. การที่เราเน้นๆ เป็นเรื่องดี..แต่ เมื่ิอเราพลาดไปบ้างก็ ยังสามารถปรับกลับมาได้รูปทีดีกว่าการถ่าย JPG ครับ..
    ทำทีละรูป ดีกว่าครับ..อย่างน้อยรูปจะได้ไม่หลุดตาเรา.. เช่น ..เอาท์ไปบ้าง..
    ลูกค้า ทำตาปรื หน้าตาไม่ดี มีอะไร หลุดๆ ไปบ้าง.. จะได้ ลบๆทิ้งไป..เพราะเราไม่รู้ว่า ส่งงานไปถึงลูกค้า แล้วเค้าจะไปเปิดให้ใครดูบ้าง.. หรือ ส่งต่อไปให้ใคร.. คงมีลูกค้าไม่มากครับ..ที่ส่งงานไปถึงมีเวลา มานั่งคัดรูปตัวเอง..แล้ว ไรท์ใหม่..
    มีช่างภาพอาชีพบางท่าน เคยบอกผมว่า วันนึงทำได้ ถึง. 4000 รูปเลยทีเดียว..
    ( สำหรับผม 2 พัน ก็ จะแย่แล้ว )
    ส่วนตัวผม ใช้ อยู่ 2 ตัว ..ได้แก่.. DPP และ ไรท์รูม.. แยกกันใช้.. บางงานใช้ ทั้ง 2 โปรแกรม แล้วแต่ ลักษณะของรูปครับ
    โดยมาก แสงอินทีเรีย ธรรมดา ถ่ายมา กลางๆ ใช้ DPP แก้ได้เร็วดีครับ.. โปรแกรมนี้ผมว่าแก้สี พวกทังสเตน ได้ สวยดีครับ
    แต่ถ้า เป็นงานเอาท์ดอร์ มักจะใช้ ไรท์รูม เพราะ แก้สีแสง ได้ ละเอียดกว่า มิดโทนแน่นกว่า ..แถม เก็บไฮไลท์ ได้ ดีกว่า โปรแกรมอื่นๆ ครับ.
    Attached Images Attached Images   

  15. #30
    Join Date
    Dec 2003
    Location
    www.facebook.com/gateravee
    Posts
    7,633
    Thanks
    130
    Thanked 3,853 Times in 540 Posts
    Rep Power
    75

    Default

    เรื่องอื่นๆ..
    หลายๆท่านคงตอบไปเยอะแล้ว..
    มาที่เรื่องแฟลช ครับ.. ไม่มีกฎตายตัวเลย.. ยิงข้างๆ ยังได้เลยครับ.. หรือ ยิงไปข้างหลังก็ได้..
    เบาท์การ์ด จะเอาไว้ด้านไหนก็ได้เช่นกัน.. อยู่ที่เรา ต้องการแสงแบบไหน..และเข้าใจคาแรกเตอร์ของมัน.. แต่สุดท้ายไม่ว่ายังไงแสงก็เดินทางเป็นเส้นตรงครับ.. เพราะฉะนั้น.. อยากให้นุ่มก็ ให้แสงหลัง มีทิศทางไม่ชัดเจน. หรือ มีหลายทิศทางก็ ต้องให้แสงรอบๆ อาจเป็น บรรยากาศ หรือ .. แสงที่เรายิงแฟลชไปยังทิศทางอื่นๆ ครับ. แต่ก็ ขึ้นอยู่กับ ระยะทางอีก. .อย่างฝ้าสูงๆ มากๆ.. ก็ยิงเบาท์ไม่ไหว. .
    แสงบรรยากาศมากๆ เกินไปบางทีก็ไม่สวยเพราะมันรก..มืดๆไว้ก็ดี..
    ยิงเบาท์บน 90 ถ้าเรายิงกดลงก็ ใช้ไม่ได้..เพราะแสงมันพุ่งไปข้างหลังแบบ..
    ใกล้แบบมากๆ.. ยิ่งไปไหนก็ไม่ได้..ใกล้เกินไป.เพราะ มันแข็ง .. อาจต้องเปิดแผ่นกระจายแสงแล้วยิงตรง..
    การใช้เบาท์การ์ด.. และ หันทิศทางแฟลชก็ เป็นการช่วยเพิ่มทิศทางแฟลชที่มากกว่า 1 ทิศทางให้ภาพดูดียิ่งขึ้น.. สรุป .. ไม่มีอะไรดีไปกว่าการทดลอง..
    ไม่มีอะไรดีไปกว่าการฝึกหัดจนชำนาญและเคยชินครับ ว่า สภาพแบบไหน..ถึงจะดีในการใช้แฟลชแบบไหน..
    ลองดูภาพที่ใช้แฟลชตัวเดียวยิงสิครับ ยิ่งไปกำแพงไกลๆ...โน้น..
    Attached Images Attached Images  
    Last edited by JOJO; 24th March 2007 at 12:38.

+ Reply to Thread
Page 2 of 3 FirstFirst 123 LastLast

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •