Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Page 1 of 3 123 LastLast
Results 1 to 15 of 44

Thread: อยากเล่าประสบการณ์ของช่างภาพโง่ๆที่ไปถ่ายรูปในเรือสำราญให้ฟังครับ...

  1. #1
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default อยากเล่าประสบการณ์ของช่างภาพโง่ๆที่ไปถ่ายรูปในเรือสำราญให้ฟังครับ...

    เกริ่นนำนิดๆ พอประมาณ จะได้อ่านกระทู้กันเพลินๆ นะครับ


    ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ภาษาอังกฤษกากกรังมากๆ แบบว่าดูหนังซาวแทรค ก็ต้องคอยอ่านซับ คือพออ่านได้ แปลความหมายออก แต่จะให้พูด หรือให้เขียนนี่ไปไม่เป็นจริงๆ เชื่อว่าหลายๆคนก็มีปัญหาแบบผมเช่นกัน แบบอ่านแล้วพอแปลได้ แต่ถ้าให้เขียนหรือพูดเองนี่ คงมีอาการอ้ำอึ้ง งึกๆงักๆ...


    อีกข้อคือผมเป็นช่างภาพในไทย ที่เก็บเงินไม่ค่อยเก่ง คือเหมือนหาเลี้ยงชีพไปวันๆ เที่ยวกับเพื่อน ซื้อนู่นนี่นั่น ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยมาก คือหาเงินได้ จับจ่ายใช้สอย ซื้อของที่อยากได้ กินบ้าง เที่ยวบ้าง ดูหนังบ้าง ชอปปิ้งบ้าง ตังหมดอีกแล้ว วนลูป repeat


    ชีวิตเป็นแบบนี้เรื่อยเปื่อยมานาน มีความรักก็มักเจ๊งบ๊ง จริงจังทีราย จังรายทุกที ชีวิตวนเวียนในวัฏจักรนี้มานานจนอายุอานามก็มากขึ้นเรื่อยๆ


    วันหนึ่งก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า ไม่ไหวละว้อยยยยย !!! ตูต้องทำอะไรบ้างละ อยากรู้สึกว่า เราโตขึ้น เราทำได้ เราพัฒนาศักยภาพความสามารถ ให้ตัวเรามีคุณค่าขึ้น แล้ว ณ ตอนนั้น ผมได้พบกับงานช่างภาพเรือสำราญ


    โอเค ศึกษาหาข้อมูล พอประมาณ แล้วก็มานั่งคิดว่าเราจะได้อะไรจากงานนี้บ้าง
    อย่างแรกคือได้เงิน (แหงสิฟะ ทำงานไม่ได้เงิน จะแดรกอะไร)
    ได้ภาษา (ไปอยู่ต่างประเทศ นานๆ ต้องพูดคุยภาษาอังกฤษตลอด ไม่ได้ให้มันรู้ไปสิฟะ)
    ได้เที่ยว (อารมณ์ เหมือนเราทำงานแบบพวกแอร์ คือท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ ทั่วโลก )


    เป็นไง พอฟังแล้ว โคตรจ๊าบ (ศัพท์นี้บอกอายุ จขกท. ได้เลย)


    ได้เงิน ได้เที่ยว ได้ภาษา ได้พบผู้คนมากมาย ได้ประสบการณ์ชีวิต


    สำหรับผมแล้ว เงินเป็นปัจจัยน้อยที่สุด เพราะผมชอบในประสบการณ์ชีวิต กับการเรียนรู้ผู้คนมากกว่า


    พอคิดได้ดังนี้ผมก็เอาวะ ลุยซักตั้ง หาทางสมัคร ส่งพอร์ทงานให้บอสดู ได้สัมภาษณ์งาน และได้งานนี้มาในที่สุด


    ขอข้ามเรื่องราวระหว่างการได้งาน การสอบต่างๆออกไปนะครับ ผมอยากเล่าประสบการณ์ของการทำงาน ให้ทุกคนได้เห็นภาพว่าวันๆ ช่างภาพเรือสำราญมันถ่ายอะไรบ้าง มันต้องทำอะไรบ้าง มันเจออะไรบ้าง ไปที่ไหนมาบ้างซึ่งน่าจะสนุกกว่าเยอะเลยล่ะ ^^



    เอาล่ะ พร้อมแล้วก็ลุยกันโลด โอ้ววว เย ~~
    Attached Images Attached Images   

  2. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  3. #2
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    เริ่มเรื่องจากทางบริษัทจะจองโรงแรมไว้ให้เรา ซึ่งเราจะได้ตั๋วเครื่องบินมา (ขาไปในการทำงานครั้งแรก ต้องออกค่าตั๋วเอง แต่หลังจากนั้น ทางบริษัทจะออกตั๋วขากลับให้ครับ )


    ระยะเวลาการทำงานคือ 8 เดือน ถึงจะได้กลับมาบ้านอีกที ดังนั้นโฮมซิคแน่ๆ เผื่อใจไว้ก่อนเลย


    เตรียมใจเรียบร้อย ร่ำลาพ่อแม่พี่น้อง เสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องลุยละ


    ยอมรับเลยว่าวินาทีนั้น ความตื่นเต้นมันถาโถมเข้ามาโคตรๆ วินาทีที่ขึ้นเครื่องนี่ยังไม่เท่าไหร่ แต่วินาทีที่จะได้เข้าประเทศ สหรัฐอเมริกา เราต้องผ่าน ตม. ซึ่งเราไม่ใช่นักท่องเที่ยวไง เราเป็นคนที่จะมาทำงาน เราต้องโดนตรวจเข้มแน่นอน ฉี่แทบเล็ด เสียวว่าจะเกิดปัญหา สวดมนต์อะไรในใจได้นี่จัดเต็มแบบแรพเปอร์ รัวๆในใจให้กรูผ่านไปได้ไวๆ


    ยื่นซองเอกสารให้มันดู ว่าเราได้ work permit นะ คือให้เอกสารมันไปให้หมด มิงไปคุ้ยดูเอาเองนะจ๊ะ


    ....
    ......
    .........


    เวร !!! เป็น 10 วินาทีในชีวิตที่ยาวนานมาก ให้กรูผ่านไปเดี๋ยวนี้


    พี่ล่ำบึ้ก " photographer ? " (ช่างภาพหรอครับ ?) ....
    หยก " yes " ( ใช่แล้วเฟ้ย )


    หลังจากนั้น พี่แกก็ถามเรื่องกล้องเล็กน้อย เราก็ตอบเท่าที่ตอบได้ในตอนนั้น แกเซ็นยึกๆลงบนกระดาษ บอกให้เราไปได้


    ไปกับเจ้าหน้าที่อีกคนนึง ไป.....ห้องเย็น




    ไอแศรดดดดดดดดดดดด !!!!


    ณ ตอนนั้นลุ้นหนักกว่าเดิม ถึงจะรู้มาว่า ถ้าเรามาทำงานและเข้าประเทศมันครั้งแรก ยังไงก็ต้องมาเช็คอยู่ในห้องนี้อีกที แต่มันตื่นเต้นนี่ว้อย ตรูไม่อยากป๊าาายยยยยย


    พอได้เข้ามาในห้องแล้วรู้เลยทำไมเรียกห้องเย็น




    ......."แอร์แม่มเย็น" จบ


    คือในห้องไม่มีอะไรนอกจากพี่กล้ามปูอีกคน มาตรวจเอกสาร โทรศัพท์คุยกับใครไม่รู้ หูในตอนนั้นยังไม่เทพ ฟังไม่ทัน มองหน้าเรา ถามโง่ๆ สองสามประโยค และปล่อยเราออกมา เย้ !!!!


    ได้เข้าประเทศมันแล้วว้อย เซลฟี่ๆ ถ่ายรูปๆ เฮฮา ปาจิงโกะ ซักพัก ทางบริษัท ส่งรถมารับเราจากสนามบิน เพราะทางนั้นเค้าจองโรงแรมไว้ให้เรา


    หลังจากที่รถมาถึงโรงแรม เราก็ยื่นเอกสารให้ เค้าก็ให้ห้องมา และบอกว่า ทุ่มนึงมาเช็คที่บอร์ดนะ จะได้รู้ว่าพรุ่งนี้เราต้องออกกี่โมง จะมีรถมารับ


    เก็บข้าวเก็บของเรียบร้อย รออะไรเวลาเหลือเฟือ ออกไปแร่ดสิฟะ ตอนนี้เราอยู่ที่ ไมอามี่แล้วนะเฟ้ย

  4. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  5. #3
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    Name:  IMG_1627.jpg
Views: 574
Size:  132.2 KB



    โรงแรมที่พักมีตู้อาเขตเกมให้เล่นด้วยเว้ยเฮ้ย !!


    คือตอนอยู่ที่ไทย นอกจากเป็นช่างภาพแล้ว ผมก็เป็นเกมเมอร์คนนึง ที่ชอบเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจเหมือนกัน ก่อนจะมาทำงานที่นี่ตอนนั้นเป็นเซียนเกมคุกกี้รัน ( ในยุคนึงที่คุกกี้รันครองเมือง จนคนใช้ไลน์อยากปาโทรศัพท์ทิ้ง )


    นอกจากจะมีตู้เกมแล้ว โรงแรมที่นี่ยังมีโต๊ะปิงปองด้วย ( เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าทำไมมันถึงมีโต๊ะปิงปอง )


    เซอไพรซ์สุดท้ายในโรงแรมนี้คือ ในห้องอาหารมันดันมีซอสพริก ศรีราชาอยู่ด้วย

  6. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  7. #4
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    สาบานได้ว่านี่เราอยู่ไมอามี่ นะครับ ...


    เอาล่ะ ได้เวลาออกแร่ดแล้ว มาถึงนี่ทั้งที พรุ่งนี้ก็ต้องเริ่มงานแล้ว วันนี้ต้องจัดเต็ม ออกไปแร่ดซะหน่อย


    ระหว่างเดินๆได้ซักพัก ก็เข้าร้านสะดวกซื้อ แถวโรงแรมก่อน ร้านลุงแกสะดุดตามาก เพราะเหมือนมีรั้วกั้นแบบร้านทอง คือเป็นเหล็กกั้นในช่องจ่ายเงิน ประหนึ่งว่าป้องกันตัวจากพวกวัยโจ๋


    ผมหยิบขนมกรุบกรอบ หมากฝรั่ง น้ำดื่ม มาจ่ายตังค์ ลุงแกก็เตือนว่าผมเป็นนักท่องเที่ยวหรอ อย่าพกของมีค่าออกมาแบบพวกกล้องนะ ระวังตัวหน่อย


    ในตอนนั้น ผมนึกถึงฉากนึงในหนังเรื่อง 2499 อันธพาลครองเมืองเลยครับ


    " แถวนี้แม่มเถื่อน บอกตรงๆนะ ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้ "


    ความคิดที่ว่าจะแร่ดข้ามคืนนี่หายไปในบัดดล เอาเป็นว่าพอประมาณละกันนะวันนี้ เดินๆชิลๆ เซลฟี่ก็พอ เดี๋ยวจะไม่ได้ทำงานทำการกัน แถมพรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้าอีก


    และเมื่อผมกลับมาถึงโรงแรม ระหว่างที่เดินอยู่ที่ล็อบบี้ชิลๆ ผมเห็นตู้โทรศัพท์ ของที่นี่และมีพี่ผู้ชายคนนึงกำลังคุยโทรศัพท์อยู่


    ซึ่งผมคงไม่สะดุดจนต้องหยุดก้าวท้าว หากแต่ว่าเสียงที่พี่คนนั้นที่ผมได้ยิน ดันเป็นภาษาไทย !!!






    ป.ล. เก๊าอยู่ที่โรงแรมในไมอามี่จริงๆนะ ย้ำอีกที >.<

  8. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  9. #5
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    พอพี่แกวางสายปุ๊บ ผมก็เข้าไปทักปั๊บ ถึงได้รู้ว่า พี่เค้าทำงานเป็นคนเสริฟอาหาร ก็ทักทายตามประสา ดีใจได้เจอคนไทยที่มาทำงานเหมือนกัน ร่ำลากันไป พร้อมเข้าสู่วันใหม่


    ตื่นมาตอนเช้ามารอรถเพื่อจะรับไปสนามบิน เพราะพวกผมต้องบินไปที่ Cozumel , Mexico


    ซึ่งการที่จะทำงานถ่ายภาพบนเรือสำราญของที่นี่ ทุกคนจะต้องไปเข้า College ของบริษัทก่อน พูดง่ายๆก็คือ ทุกคนต้องไปฝึกให้ถ่ายรูปออกมาให้เหมือนกัน ให้ได้มาตรฐานของบริษัท เอาง่ายๆก็คือการอบรมพนักงาน แต่ในที่นี้คือการอบรมช่างภาพ ให้ถ่ายออกมาแนวที่บริษัทต้องการ


    แน่นอนช่างภาพแต่ละคนก็มีสไตล์ใคร สไตล์มัน แต่เรามาทำงานให้กับบริษัท เราก็ต้องทำให้ได้มาตรฐานที่บริษัทตั้งไว้ คือทำให้ทุกคนถ่ายออกมาให้มันเหมือนกันนั่นเอง


    วินาทีที่มาถึง Mexico ก็มีรถขับมารับเรา ซึ่งในที่นั้นมีช่างภาพจากประเทศอื่นๆอยู่ด้วย พวกเราต้องเข้าไปพักอยู่ด้วยกัน ทำงานกันเป็นทีม ฝึกกันเป็นทีม


    โดยทางบริษัท จะเช่าบ้านพักไว้หลังนึง บ้านหลังนี้รวบรวมความทรงจำไว้มากมายสำหรับผม เป็นที่ที่ผมจะไม่ลืมไปทั้งชีวิตเลย


    มันชื่อ Villa Maya


    กล่าวถึงบ้านพักกันก่อน วิลล่ามายา เป็นบ้านพักที่มีหลายห้องนอน ตรงกลางบ้าน มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ออกมานอกบ้านก็จะเจอกับ สนามทรายที่เราใช้ฝึกถ่าย outdoor กัน ถัดไปเล็กน้อยก็เป็นทะเลให้โดดลงเล่นได้เลย ที่นี่เป็นที่ที่รวบรวมความทรงจำไว้มากมาย


    มันเหมือนกับว่าตอนนี้เรามาเข้าค่ายรายการ AF เพียงแต่เรามาฝึกถ่ายรูปกัน
    มันคล้ายกับเราไปเขาชนไก่ เพื่อฝึก รด. เพียงแต่รอบนี้เรามาฝึกถ่ายภาพ


    ครูฝึกที่จะมาฝึกเราชื่อ จูเลีย เธอเป็นสาวแกร่ง เป็น Working woman ที่เจ๋งเป้งในสายตาผม เป็นคนที่ตั้งใจทำงาน และจริงใจกับการสอนมาก
    วันแรกทุกคนแนะนำตัวกัน เก็บข้าวเก็บของ แบ่งห้องพักชายหญิง และแน่นอนจูเลียสั่งห้าม คนชาติเดียวกันพักด้วยกัน เพราะต้องการให้ทุกคนฝึกภาษาให้เก่งขึ้นไปในตัว ดังนั้นหน้าห้องพักแต่ละห้อง จะมีป้ายเขียนชื่อไว้ว่าใครได้พักห้องไหน


    มองไปที่ผนังห้อง เราจะเห็น Schedule ที่จะบอกว่า เราต้องตื่นกี่โมงและต้องทำอะไรบ้าง


    Let the fun begin !! ( เราพร้อมจะลุยกันแล้ว ฮ่ะๆ โย่วววว)


    Name:  IMG_1711.jpg
Views: 572
Size:  96.7 KB




    ด้านหลังที่พักของ วิลล่ามายา ที่มองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินได้ โคตะระสวย


    Name:  IMG_1915.jpg
Views: 585
Size:  48.6 KB


    และแน่นอน คุณสามารถโดดลงทะเลได้เลย วู้ปี้ ~~

  10. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  11. #6
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    วันแรกที่เจอกันนั้น ไม่มีอะไรมาก แค่แนะนำตัว ทานข้าวเย็นพร้อมกัน อธิบายเรื่องต่างๆว่างานที่เราทำคืออะไรบ้าง ก็เล่นน้ำกัน แยกย้ายเข้านอน


    ผมนอนกับเพื่อนร่วมห้องอีกสองคน คนแรกชื่อ Olexander ซึ่งมาจาก ยูเครน ที่ประเทศนี้มีคนชื่อ Olexander เยอะมาก และทุกคนที่มีชื่อนี้ จะมีชื่อเล่นว่า "ซาช่า" ทุกคน ซึ่งตอนนั้นผมก็ลืมถามว่าทำไมต้องเรียกว่า "ซาช่า" เอาเป็นว่าให้มันเป็นปริศนาที่รอวันไขต่อไปละกัน


    อีกคนชื่อออกเสียงยากมาก Hrvoje มาจาก โครเอเชีย ผมถามชื่อมันสามรอบ ว่าจะออกเสียงยังไงฟะ


    ซึ่ง ณ ตอนน้น เลยเรียกมันไปว่า " ฮรู้เย่ " (โปรดออกเสียงให้เหมือนร้องเพลง ฮุ้~เย่)


    เราสามคนพักห้องเดียวกัน และคืนนั้นบทสนทนา ของสามชาติ ด้วยสำเนียงอังกฤษเฉพาะตัวตามแต่ละชาติ ก็ตีกันอย่างเมามัน


    รุ่งเช้าทุกคนต้องตื่น 7 โมงเช้าตามตารางการฝึกของจูเลีย นั่นก็คือ






    .........ออกกำลังกาย


    ใช่ครับคุณอ่านไม่ผิด พวกเราทุกคนเป็นช่างภาพ และการจะถ่ายภาพต้องมีร่างกายที่พร้อมและกะปรี้กะเปร่า ซึ่งเมนูการออกกำลังกายของจูเลียนั้น หากใครไม่เคยออกกำลังกายมานนาน อาจจะสาหัสเลยก็ได้


    Chandre' ชอนเดร (เพื่อนที่ฝึกด้วยกัน มาจากแอฟริกาใต้) เธอเป็นผู้หญิงค่อนข้างอวบ ผมเป็นลอนหยิก เป็นคู่ซี้ของผมในการฝึกอีกคน ออกกำลังกายตามจูเลียแทบไม่ไหว


    หลังจากออกกำลังกายตามจูเลียแล้ว พวกเรายังต้องไปวิ่งด้วยครับ วิ่งจาก Villa maya ไปถึงชายหาดทะเลแล้ววกกลับมา เรียกได้ว่าชอตนี้ นอคกันไปหลายคน จูเลียไม่ได้บังคับว่าทุกคนจะต้องทำได้ แต่แค่ให้ทำให้ดีที่สุด ผมวิ่งตามจูเลียไป ถึงจะเหนื่อยแทบขาดใจ แต่ผมสนุกกับมัน และผมคิดว่าผมต้องตามให้ถึงที่สุด จบการวิ่งในตอนเช้า ผมเพิ่งได้รู้เองว่า มันโคตรสดชื่นเลยการวิ่งรับแสงกับลมทะลในยามเช้า


    พักเหนื่อยเล็กน้อย พ่อครัวประจำที่นี่ "อาตูโร่" ก็ทำอาหารเช้ารอไว้ให้ ซึ่งอาหารเม็กซิกันอันโด่งดังก็ไม่พ้น Taco


    อาตูโร่ เป็นชายร่างท้วมอารมณ์ดี ทำอาหารให้พวกเราทานทุกคนที่นี่ ที่สำคัญลูกสาวอาตูโร่ สวยมากกก เป็นนางแบบได้เลย แต่พวกเราทุกคนจับพลังจิตสังหารจากอาตูโร่ได้ เลยรู้ว่าอาตูโร่หวงลูกสาวสุดๆ 555


    มากล่าวถึงเรื่องการฝึกถ่ายภาพของที่นี่กันบ้าง การถ่ายภาพเรือสำราญ มันไม่ได้ยากเลย หลักๆเราจะถ่ายลูกค้า ส่วนถ้า Manager จะให้เราไปถ่ายอะไรอย่างอื่น เราก็ต้องไปถ่าย ถ่ายทุกอย่างนั่นแหละ แต่หลักๆแล้วจะมีอยู่สามอย่าง ที่ได้ถ่ายตลอดนั่นก็คือ


    ถ่ายภาพ Gangway เวลาลูกค้าลงเรือตามพอร์ทต่างๆ พวกเราจะต้องถ่ายลูกค้ากับป้ายบอกว่าที่นั่นคือที่ไหน เป็นการถ่ายที่ง่ายๆ แต่จุดสำคัญคือเราต้องตะโกนเรียกลูกค้า


    คุณลองนึกภาพนะครับ คุณไปนั่งเรือสำราญ กำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศท้องทะเล เช้าวันรุ่งขึ้น เรือจะเข้าจอดฝั่ง คุณรีบตื่นแต่เช้า รีบออกไปเล่นน้ำทะเล ระหว่างนั้นคิวคนเข้าแถวจะออกก็ยาวเหลือเกิน เป็นคุณคุณมีอารมณ์อยากถ่ายรูปตอนนั้นไหม


    และนั่นคืองานของเรา เรียกลูกค้าให้หยุดให้ได้ ถ่ายให้แสงออกมาพอดี เพราะภาพพวกนี้เค้าจะไม่มีการแต่งใดๆทั้งสิ้น คือถ่ายสดๆ หน้าสดๆเลย ใครเอ๋อแดรก ณ ตอนนั้น ไม่มีถ่ายซ่อมนะครับ เพราะคนเดินออกเร็วมาก ช่างภาพต้องนิ้วไว และกะจังหวะใหเร็วที่สุด คนละชอตเท่านั้น


    ถ่ายภาพ Dining Room สำหรับคนที่นึกเรื่องเรือสำราญไม่ออก อย่างแรกให้ไปดูหนังเรื่อง Titanic ครับ ตอบโจทย์ทุกอย่างได้เลย งานที่เราทำคือถ่ายภาพให้ลูกค้าในนั้นนั่นแหละ การถ่ายภาพ Dining room ให้เรานึกถึงตอน แจ๊คไปนั่งร่วมวงทานข้าวกับโรสในห้องอาหาร นั่นแหละครับคือสิ่งที่เราต้องถ่าย ลูกค้ากว่าสองพันคนที่กำลังนั่งทานข้าวในห้องอาหารสุดหรู ทีมช่างภาพ หลายคน ต้องแบ่งหน้าที่กัน ไปถ่ายให้เสร็จทันใน ครึ่ง ชม. ลองนึกภาพว่าเราต้องใช้สมาธิแค่ไหนในการวิ่งถ่ายลูกค้าเป็นพันคน เดินว่องๆฝ่าโต๊ะ หามุม ถ่ายให้ลูกค้า โดยต้องระมัดระวังหุบแขนไม่ให้ไปโดนหัวใครเข้า นอกจากนี้ระหว่างถ่ายเราต้องคอยระวังไปชนเหล่าคนเสิร์ฟอาหารอีก สารพัดปัญหา ที่ต้องเจอ ไว้เดี๋ยวมาอธิบายช่วงนี้ต่ออีกทีครับ


    ถ่ายภาพ Portrait และนี่คือสิ่งที่ทำเงินให้บริษัทมากที่สุดในแผนกเรา เราต้องถ่ายภาพบุคคลให้กับลูกค้าครับ ภาพที่เราถ่ายทุกภาพจะถูกปรินต์ออกมาและวางขายในแกลลอรี่ นี่คือเหตุผลที่บริษัทส่งเรามาฝึกที่นี่ถึง 14 วัน !!!


    พวกเราจะต้องฝึกทั้งการจัดแสง วางองค์ประกอบภาพ และเหนืออื่นใดคือการโพสต์ท่า


    อย่าลืมนะครับ เราถ่ายภาพลูกค้าธรรมดา ไม่ใช่นางแบบจากไหน ภาพที่เราถ่ายคือเราถ่ายบุคคลธรรมดา ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ครอบครัว อ้วน ดำ เตี้ย สูง ล่ำ ผอม ทุกสิ่งทุกอย่าง เราต้องบอกเค้าโพสต์ครับ ต้องไกด์เค้าแทบทุกอย่าง ลูกค้ามาเป็นกลุ่ม 5 คน มาเป็นครอบครัว เราจะจัดองค์ประกอบยังไง ต้องคิด ต้องบอก ต้องสั่ง แน่นอนเป็นภาษาอังกฤษ !!


    จะมาฮิปสเตอร์ อินดี้ อาร์ท ไม่ได้นะครับ เพราะลูกค้าบางคนเข้าไม่ถึง ดังนั้นการสั่งลูกค้า การมองแบบให้ออก การเลือกท่าโพสต์ การจัดองค์ประกอบเป็นสิ่งสำคัญ แต่สำหรับประสบการณ์ผมแล้ว


    ลูกค้าซื้อภาพ เพราะเค้าจำเราได้ เค้าจำความสุข ณ ตอนนั้นที่เราถ่ายให้เค้าได้ครับ มันทำให้เค้ากลับมาดูภาพที่แกลลอรี่ และเลือกจ่ายภาพนั้นๆไป




    สิ่งที่เราฝึกกันเป็นหลักคือการถ่ายภาพ Portrait ทั้งจับคู่ฝึก ทุกคนต้องโพสต์ท่าได้ทั้งชายและหญิง เพราะเราจะได้รู้ว่าเราจะสั่งลูกค้ายังไง เป็นการฝึกพูดภาษาอังกฤษไปในตัว


    การฝึกแบบนี้ช่วยให้เราเลือกท่าโพสต์ที่เหมาะกับลูกค้าได้ เช่นผู้ชายดันเตี้ยกว่าผู้หญิง เราจะใช้ท่าโพสต์อะไรดี จะวางตำแหน่งและองค์ประกอบยังไง หรือผู้หญิงอ้วนกว่ามาก เราจะแก้ปัญหาอะไรยังไงบ้าง อยากจะบอกว่าในช่วงเวลาแห่งการฝึกนี้ โคตะระมันส์


    Name:  IMG_1913.jpg
Views: 571
Size:  145.8 KB

  12. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  13. #7
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    นอกจากเราจะฝึกโพสต์ท่า และจัดแสงทุกวันที่ Villa maya แล้ว เรายังต้องเรียนรู้เรื่อง ราคาภาพ การขายใน แกลลอรี่ด้วย คือในระหว่างที่ฝึก 14 วันนี้เราต้องเป็นงานให้ได้ และในระหว่างที่เราฝึก 14 วันนี้ ตัวเราเปรียบเสมือนถูกจ้างแล้ว ดังนั้นเราจะได้รับเงินเดือนด้วยครับ (เจ๋งว่ะ เหมือนมากิน มาเที่ยว มาเรียนฟรี แถมได้ตังค์อีก)


    ในระหว่าง 14 วันนี้เราฝึกกันทั้งวัน ตกเย็นบางวันก็ดื่มเบียร์กัน และมีหลายๆวันที่จูเลียจะพาเราไปที่ท่าเรือ และเข้าไปในเรือที่จอดอยู่จริงๆ ซึ่งเราก็จะได้ฝึกเซตอัพฉากในเรือด้วย เราต้องจำรายละเอียดต่างๆ ว่าต้องทำอะไรบ้าง


    Name:  IMG_1942.jpg
Views: 574
Size:  119.4 KB

    รูปภาพในเรือสำราญที่เราเข้าไปเซตอัพ ฝึกโพสต์และถ่ายกันในนั้นครับ


    นอกจากการฝึกเหล่านี้แล้ว เรายังต้องคอยสอบข้อเขียน ที่จูเลียจะทำข้อสอบมาให้เราเพื่อวัดระดับความรู้ความเข้าใจด้วยครับ อยู่ที่นี่ห้ามพูดภาษาพื้นบ้าน ให้พูดได้อย่างเดียวคือภาษาอังกฤษ


    บ้านหลังนี้คือเขตปลอดภาษาไทยสำหรับผมไปแล้ว ...


    หลายครั้งที่เราฝึกและรู้สึกเหนื่อย แต่ในใจเรากลับรู้สึกสนุกจนไม่อยากจากที่นี่ไป พวกเราทุกคนตั้งใจกันเต็มที่ เพราะว่าวันสุดท้ายจะมีการสอบ ซึ่งเราทุกคนต้องทำให้ได้ หลังจากสอบเสร็จ สิบกว่าคนที่มาฝึกด้วยกัน จะต้องแยกย้ายกันไปเรือคนละลำ แค่คิดก็อดใจหายไม่ได้ แต่ชีวิตก็แบบนี้แหละ เรายังต้องเดินทางและเจอผู้คนอีกมากมาย จงตักตวงประสบการณ์ให้มากที่สุด ผมได้แต่ย้ำเตือนตัวเองในใจ


    ....ทุกครั้งที่เราถ่ายภาพแต่ละวันจะมีการรีวิวภาพ พูดง่ายๆคือ บอกข้อบกพร่องของแต่ละคนที่ต้องปรับปรุง นี่เป็นส่วนที่สนุกมาก เพราะมันทำให้เราได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดของตนเอง เช่น ทำไมไม่วางมีอคนนี้ให้สูงขึ้น ภาพนี้เงยหน้ามากไป โคลสอัพเกินไป เอียงกล้องผิดทาง ครอปภาพมาไม่สวย ภาพนี้ดูอ้วนเพราะอะไร ฯลฯ แต่ละคนก็ต้องนำสิ่งติเตียนเหล่านี้ไปปรับปรุง เพราะไกล้ถึงเวลาทำงานจริงขึ้นทุกที พวกเราก็ต้องทำให้มีข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด


    ก่อนวันสุดท้ายของการฝึก จูเลียให้เราไปถ่าย Street คือเดินไปเรื่อยๆ ถ่ายให้ใครก็ได้ตามถนน วันนี้เหมือนเป็นวันโบนัส พวกเราเดินถ่ายกันไป เห็นใครเราก็ทักบอกเค้าว่าเราจะถ่ายรูปให้ หลังจากนั้นคืนนั้นเรามีนัดดื่มเบียร์กันที่บาร์แห่งหนึ่ง เป็นร้านที่นั่งชิลและบรรยากาศดีมาก


    แสงอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า แสงสีทองทีสาดส่องมาที่ร้าน ลมทะเลเอื่อยพัดเบาๆ บวกกับเบียร์โคโรน่าใส่มะนาวลงไป มันช่วยฟื้นฟูพลังกายและใจได้อย่างเต็มเปี่ยม นักร้องในร้านนี้เป็นเพื่อนของจูเลีย พวกเราเป็นพวกเด็กฝึกหัดซึ่งจูเลียเรียกพวกเราว่า Potato !!


    วันนี้เหล่าโปเตโต้ของจูเลีย โคตรมีความสุขเลยครับ เราดื่มเบียร์เคล้าเสียงเพลงกับการสนทนา หัวเราะท่ามกลางเสียงดนตรีมันช่วยปัดเป่าความเหนื่อยล้าให้หายไป


    ในวันนั้นนักร้องได้ร้องเพลง It's time ของ Imagine Dragons และนั่นทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงโปรดของผมอีกหนึ่งเพลงเลยทีเดียว


    เมาได้ที่เรื้อนได้จังหวะ จูเลียก็เลยโชเทพด้วยการร้องและดีดกีตาร์ให้เหล่าโปเตโต้ ได้ฟัง


    Name:  10001550_10152513846818385_5238938513936616911_n.jpg
Views: 572
Size:  101.0 KB

  14. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  15. #8
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    วันสุดท้ายของการฝึก...


    เป็นเวลา 14 วันที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ฝึกด้วยกัน กินข้าวพร้อมกัน เล่นน้ำด้วยกัน กระโดดสระ ลงทะเล ฝึกถ่ายภาพ เมาปลิ้นไปด้วยกัน กิจกรรมทุกอย่างที่ได้ทำด้วยกันมันทำให้เรารู้สึกผูกพันกันมาก


    วันนี้เป็นวันที่เราต้องสอบจริง ด้วยการถ่ายลูกค้าชาวเม็กซิกันที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ มีทั้งครอบครัว คนแก่และเด็ก สิ่งที่เราต้องทำคือจูเลียจะให้โจทย์มาและเราต้องทำตามให้ได้ สอบครั้งนี้จะวัดออกมาเป็นคะแนน หากใครต่ำกว่ามาตรฐาน เตรียมตัวกลับบ้านได้ (นางขู่ไว้โหดมาก)


    คะแนนที่ได้ จะดูจากภาษาและการสื่อสารที่เราใช้ แสงที่เราจัด โพสต์ที่ออกมา รวมถึงมาดูอีกทีตอนรีวิวรูปภาพว่าทำออกมาถูกตามมารตฐานหรือเปล่า ต้องสอบทีละคน คนที่เหลือรอนอกห้อง


    ตอนนั้นแต่ละคนเดินไปมาด้านนอก บ้างสูบบุหรี่ บ้างกระสับกระส่าย บางคนเดินกอดอกพึมพำ




    ส่วนกระผมนั่งจับกลุ่มคุยกันขำขัน 555


    ผมรู้สึกว่า ในช่วงเวลาที่เราเครียด คือช่วงเวลาที่เราควรทำตัวตามสบาย ผ่อนคลายให้มากที่สุด และมีสติตลอดเวลา นั่นจะทำให้เราผ่านสิ่งต่างๆได้ดีกว่า จมปลัก หมกมุ่น และตื่นเต้น จนเป็นเหตุทำให้พลาดเรื่องง่ายๆมากกว่า


    เกือบคนสุดท้ายก่อนที่จูเลียจะขานเรียกผมเข้าไปถ่าย การถ่ายครั้งนี้ห้ามถูกเนื้อต้องตัวแบบ คือเอามือไปจับไม่ได้ สั่งได้แค่ปากเปล่า


    แต่เรื่องที่มันทำให้ยากกว่าเดิมคือ




    บุคคลที่เราถ่ายอยู่ เค้าพูดได้แค่ภาษาสเปน เค้าพูดอังกฤษไม่ได้ !!!




    ไม่เป็นไร ใจเย็นไว้ๆ ฝึก body language มาเยอะ แค่นี้จิ๊บๆ...


    จูเลียให้เราถ่ายคู่รักสามคู่ ที่บังเอิญมาพร้อมกัน พูดเสร็จก็กดจับเวลา ในขณะที่เวลาเริ่มเดิน สมองผมก็เริ่มทำงาน อะดรีนาลีนสูบฉีด คิดตามแผนที่ฝึกมาให้เร็วที่สุด


    ผมถ่ายคู่รัก คู่แรก ขอเรียกว่า คู่รัก A เป็นภาพชายหญิง โดยให้โพสต์ท่าง่ายๆคู่กัน
    หลังจากนั้น เรียกคู่รัก B และ C เค้ามาแจม โดยรูปนี้จะเป็นรูปกลุ่ม แล้วเราก็สลับท่าโพสต์ ให้แต่ละคู่โพสต์ท่าไม่ซ้ำกัน
    หลังจากนั้นคู่รัก A ที่เราได้ภาพคู่กันไปแล้ว เราเชิญเค้าออกนอกฉากพร้อมกับคู่รัก B


    ให้เหลือแต่คู่รัก C เท่านั้น ว่าแล้วก็กดชัตเตอร์ให้คู่นี้


    และสุดท้ายสลับคู่ B มาแทนคู่ C แล้วก็กดชัตเตอร์เป็นอันเสร็จสิ้น


    คุณอาจจะถามว่า ทำไมไม่ถ่ายทีละคู่ A ....B....C แล้วค่อยจับกลุ่มถ่ายหมู่ทีเดียว จะทำแบบนี้ให้มันยุ่งยากอะไร


    งานที่เรากำลังจะได้ไปทำบนเรือสำราญ เป็นงานที่ต้องแข่งกับเวลา ลูกค้าเป็นพันคน ช่างภาพแค่สิบคน คุณว่าเราต้องถ่ายให้เร็วมากแค่ไหน


    ดังนั้นการที่ให้ A มาคู่แรก คุณเชิญเค้าออก แล้วเรียก B มา หลังจากนั้น เรียก C มา ตบท้ายด้วยการถ่ายกลุ่ม จะเสียเวลามากกว่าวิธีที่ผมบอกด้านบน


    ผมถ่ายคู่ A คู่แรก เท่ากับว่าเค้าก้าวเท้าเข้ามา โพสต์เสร็จเรียบร้อยแล้วได้รูป ยังไม่ต้องขยับไปไหน ให้ค้างไว้แบบนั้น แล้วผมเรียกอีกสองคู่เข้ามา โดยที่A เปลี่ยนท่าโพสต์เล็กน้อย แทบไม่เสียเวลาในการขยับตัวไปไหนเลย พอใส่กลุ่มอีกสองคู่เข้ามา ผมก็แค่เลือกความสูงให้มันบาลานซ์เป็นทรงปิรามิด เลือกโพสต์ให้เหมาะ หลังจากนั้นสลับอีกสองคู่ออก คู่ C ที่เหลืออยู่ก็ยังไม่ได้ก้าวไปไหน แค่ขยับนิดหน่อยเราก็ได้ภาพ ก่อนจะเปลี่ยนเอาคู่ B เข้ามาตอนจบ


    วิธีการทำงานแบบนี้จะทำให้งานง่ายกว่าเดิมและเร็วขึ้นเยอะครับ


    จบวันสุดท้ายในคืนนั้น ทุกคนกอดคอกัน แล้วมานั่งรอรีวิวให้คะแนนสอบกัน แต่ละคนก็ลุ้นหนักมากว่าขอให้ผ่านเกณฑ์




    และผลสอบที่ออกมา คนที่ได้คะแนนอันดับ 1 ก็คือ.....

  16. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  17. #9
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    เป็นความปลื้มปีติอย่างสุดซึ้ง เราเป็นคนไทยตัวเล็กๆ ภาษาอังกฤษกากๆ แต่ทำคะแนนได้ อันดับ 1 จากทั้ง 14 คน


    คืนนั้นทุกคนผ่านหมด บางคนผ่านแบบเฉียดฉิว บางคนคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ ใครแย่หน่อยก็โดนเรียกไปสวดยกใหญ่


    วันนั้นแต่ละคนจะได้รู้กันว่าเราจะได้ไปเรือลำไหน Carnival มีเรือ 20 กว่าลำ แต่ละคนจะกระจายกันไป


    การที่ได้รู้ว่าเราจะได้ไปลำไหน จะช่วยให้รู้ว่า เราจะได้ไปเที่ยวแถวไหนบ้างนั่นเอง ก็คงเหมือนแอร์ ที่ได้รู้ว่าตัวเองได้บินแถวไหนนั่นแหละครับ 555


    เรือที่ผมได้ไปคือ Carnival Pride เป็นเรือไซส์ไม่ใหญ่มาก แต่เป็นเรือที่ทำงานง่ายที่สุด แถมเมเนเจอร์ที่อยู่ตอนนั้นก็ใจดี


    จูเลียจะคัดเลือกจากคะแนนที่ได้ว่าคุณจะได้ไปลำไหน ถ้าคะแนนต่ำก็จะได้ไปเรือที่วิ่งครูสสั้นๆ เช่นครูสสามวัน-สี่วัน ซึ่งจะทำให้ทำงานหนักมาก และเส้นทางวิ่งก็ไม่มีอะไรมาก แค่วนๆอยู่ที่เดิม


    แต่ Carnival Pride จะไปหลายที่มากๆ และนั่นทำให้การเดินทางของผมครั้งนี้จะคุ้มและมันส์โคตรๆ


    ที่สำคัญผมไม่ได้ไปคนเดียว ผมยังได้เพื่อนที่นี่ไปอีกคนนั่นคือแม่สาว Chandre' จากแอฟริกาใต้นั่นเอง


    เอาล่ะฟะ อย่างน้อยตูก็มีเพื่อนเว้ยเฮ้ยยยยย !!!


    เช้าวันสุดท้ายในวันที่เราต้องร่ำลากัน ผมอยากจะพูดถึงเพื่อนอีกซักคนนึง


    หมอนี่ชื่อว่า Marin เป็นคนโครเอเชีย ถ้าให้อธิบายถึงหมอนี่แบบง่ายที่สุดก็คือ ไจแอ้นท์ ในเรื่อง โดราเอมอน
    หมอนี่จะวางตัวเป็นพี่ใหญ่ ตัวโตๆ ทำตัวกร่างๆ ชอบเถียงจูเลีย ชอบออกคำสั่ง วางมาดว่าตูเก๋า ประมาณนั้น


    จริงอยู่ว่ามันเก่ง มันมีฝีมือ และมีความรู้เยอะ เพียงแต่เพื่อนคนนี้จะทำตัวแบบน้ำเต็มแก้ว ทำให้เวลาใครพูดอะไร มันไม่ค่อยจะฟังใครเท่าไหร่ เป็นคนแบบที่คุณคุยด้วยแล้วมักจะเดินหนีนั่นแหละ...


    วันสุดท้ายที่เรากอดคอร่ำลากันเพราะต้องแยกย้ายกันเดินทางแล้ว แต่ละคนได้ตั๋วเครื่องบินไปในที่ที่ต่างกัน


    ตอนที่เรากอดคอกัน Marin เป็นคนเดียวที่บ่อน้ำตาแตก !!!


    คือนึกภาพตามนะครับ โดราเอมอน โนบิตะ ซูเนโอะ ชิซูกะ และใจแอ้นท์มาผจญภัยด้วยกัน แล้ววันสุดท้ายของการเดินทาง ไอ้ไจแอ้นท์ดันร้องไห้แงขึ้นมา เพราะไม่อยากจากเพื่อนๆ


    ม่ายยยจริ๊งงงงงงงงงงงงงงง!!!!


    ตอนนั้น แต่ละคนงงเป็นไก่ตาแตก (แม้ว่าผมจะไม่เคยเห็นว่าไก่ตาแตกมันต่างกับเป็ดตาปูดยังไง)


    เล่นเอาน้ำตาซึมกันไปเป็นแถบ แต่ชีวิตยังต้องลุยกันต่อ ผมกับ Chandre' ได้ตั๋วไปที่ไมอามี่อีกครั้ง เราจะมีเวลาว่างอยู่ที่ไมอามี่อีกสองวันก่อนที่จะได้เริ่มทำงาน


    ก่อนจากกัน จูเลียเดินมาบอกเราว่า "อย่าทำให้ผิดหวังนะ" ผมได้แต่บอกว่า "ผมจะทำให้เต็มที่ และทำให้คณภูมิใจ" จูเลียบอกว่า " ไม่ต้องทำให้คนอื่นภูมิใจ แต่งจงทำให้ตัวเองภูมิใจ"


    ในตอนนั้นเองผมมีความรู้สึกว่าจูเลียเหมือนเป็นแม่อีกคนของผมไปแล้ว ทั้งๆที่อายุนางก็ไม่ได้ห่างกับเราเท่าไหร่ แต่ผมให้ความเคารพจูเลียจากใจจริงๆ


    Name:  IMG_3969.jpg
Views: 571
Size:  108.5 KB




    ต้องร่ำลา Cozumel ซักพัก จะไม่ได้ใส่ชุดเด็กลูกเสือฝึกงานอีกแล้ว

  18. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  19. #10
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    เอาล่ะตอนนี้เรากลับมาที่ไมอามี่กันแล้วหลังจากฝึกมาสองสัปดาห์ ตากแดดกันแทบทุกวัน ตอนนี้ผมโดนแดดเม็กซิโกเผาจนดำเมี่ยมไปเป็นที่เรียบร้อยละ 555


    ผมได้ข่าวว่าเดี๋ยวจะมีน้องๆคนไทยตามมาฝึกต่อจากผม คือพอจูเลียฝึกกลุ่มผมเสร็จ ก็ต้องฝึกอีกกลุ่มต่อ ซึ่งน้องๆกลุ่มนี้ก็จะได้พักโรงแรมเดียวกันกับผมนั่นคือ Comfort inn


    ตอนนี้ผมมีเวลาว่างสองวันก่อนจะต้องบินไปขึ้นเรือที่ Baltimore


    เลยแพลนว่าจะเที่ยวกับ Chandre' ซักวัน แล้วอีกวันก็ไปเที่ยวกับกลุ่มน้องๆคนไทยครับ
    ไหนๆมาถึงไมอามี่ทั้งที เราก็ต้องไปที่ Miami beach กันสิ สำหรับใครที่อยากเห็น Miami beach แบบวิดีโอ ผมแนะนำคลิปนี้ครับซึ่งในคลิป นาทีที่ 1.03 จะเห็นเรือของ Carnival อยู่ด้วยครับ จริงๆฟังให้จบก็ได้นะ เพราะคลิปนี้ mix มาอย่างมันส์ แถมถ่ายมาสวย ดูแล้วเพลินมากๆ

    https://www.youtube.com/watch?v=caYdSWljo1g
    &ap=%2526fmt=22&fs=1" width="858" height="508">https://www.youtube.com/watch?v=caYdSWljo1g
    &ap=%2526fmt=22&fs=1" />BORKED



    เล่ามานาน ไม่ค่อยได้โพสต์ภาพ ขอโพสต์บรรยากาศเล็กๆน้อยที่ Miami beach บ้างนะครับ

    Name:  IMG_2168.jpg
Views: 573
Size:  132.5 KB

    พา Chandre' มาเดินเล่นแถบนี้ พวกเราจะได้ไปขึ้นเรือลำเดียวกัน ทำงานด้วยกัน นางคอยสอนภาษาให้เราตลอด ผมคอยบอกเธอว่า ถ้าผมพูดผิดตรงไหน ออกเสียงผิดยังไง ให้เธอคอยแก้ให้ตลอด อยากจะเก่งเราต้องยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองและฝึกเรียนรู้อยู่เสมอ

    Name:  IMG_2171.jpg
Views: 567
Size:  193.6 KB


    สลับกันถ่ายบ้าง ให้ Chandre' เอาไอโฟน 5s ถ่ายให้ฮับ แล้วเราก็สลับกันเซลฟี่ไปทั้งวัน 555 เดินที่นี่ทุกๆ 5 นาที คุณจะเจอ Supercar จริงๆนะ ไม่รู้มันจะรวยอะไรกันนักหนา

    Name:  IMG_2175.jpg
Views: 567
Size:  169.0 KB

    มาต่ออีกวันกับน้องๆคนไทย รอบนี้เดินชิลๆรอบหาด ตากลมทะเลเดินเปื่อยๆ พักร่างกาย ครับ
    Last edited by DemonYok; 12th April 2018 at 02:40.

  20. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  21. #11
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    Attachment 1698872129


    ระหว่างนี้เราก็แอบสอนทริคน้องๆเวลาเรียนกับจูเลียให้ตั้งใจ ใส่ใจ จะได้ได้คะแนนดีๆกัน ให้กำลังใจกันไปครับช่วงนี้ พร้อมฝากน้องแอม สาวน้อยตัวเล็กให้เอา มาม่าต้มยำกุ้ง ทำให้อาตูโร่ทานหน่อย ให้รู้จักรสชาติแบบไทยๆบ้าง แฮ่ๆ แอบโฆษณา

    Attachment 1698872130

    รูปสุดท้าย โชว์สีผิว เราจะกลายเป็นพี่บัวขาวไปเรียบร้อยละ จากอาตี๋ขาวๆตอนนี้พร้อมขึ้นชกมวยแล้ว นาทีนี้ ครีมกันแดดยี่ห้ออะไรก็เอาไม่อยู่ครับ 555


    เอาล่ะจบเฮฮา สนุกสนานกันไป พรุ่งนี้แล้วสินะที่เราจะต้องได้เริ่มงานวันแรก


    ความสนุกระหว่างสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มันเหมือนความฝันที่เพิ่งผ่านพ้นไป....


    พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นผมไม่รู้ จะทำงานไหวหรือเปล่า จะเมาเรือป่าวฟะ เพื่อนร่วมงานจะยังไง หัวหน้าจะโหดไหม จะไปถูกหรือเปล่า จะหลงทางหรือไม่ คำถามที่ผุดมามากมายในหัว เก็บใส่กระเป๋าไว้ ชีวิตยังต้องก้าวต่อไป.... สู้เฟ้ยยยยย




    ดมตด. (เดี๋ยว มา ต่อ เด้อออออ)

  22. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  23. #12
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    เอาล่ะไหนๆก็เล่ามายาวแล้ว ขอเกริ่นถึงรายละเอียดของอาชีพนี้ซักหน่อยนะครับ


    อย่างแรกเลยงานเรือสำราญ ไม่เสียภาษีครับ !!! หากคุณมีรายได้จากเรือสำราญ คุณไม่จำเป็นต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นครับ แต่หากคุณเป็นพนักงานที่นี่ และคุณมีสัญชาติ us (คือถ้าคุณแต่งงานที่นี่และเปลี่ยนสัญชาติเป็นอเมริกา คุณถึงต้องเสียภาษีนั่นเอง)


    ในฐานะช่างภาพ เท่ากับคุณเป็น staff member คุณจะไม่ใช่ crew member ซึ่งรายละเอียดจะต่างกันตรงที่ staff สามารถ ใช้บริการในส่วนของลูกค้าได้ คุณนั่งดื่มในบาร์ได้ คุณเที่ยวคลับของลูกค้าได้ คุณทานอาหารในภัตตาคารเดียวกับลูกค้าได้ คุณใช้ฟิตเนส ได้ คุณใช้สนามบาสได้ และอีกมากมายหลายอย่าง


    งานเรือสำราญ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าที่พักหรือค่าอาหารใดๆทั้งสิ้น ถ้าอยู่บนบก คุณอาจต้องเช่าหออยู่กับเพื่อน แต่งานเรือสำราญ คุณนอนในเรือ มีห้องให้ มีพ่อบ้านทำความสะอาดห้องให้ทุกวัน เปลี่ยนผ้าปู เปลี่ยนผ้าเช็ดตัวให้ตลอด ปัดกวาดเช็ดถูให้เรียบร้อย นอกจากนี้ อาหารมีให้ครบทุกมื้อ กินฟรีได้ตลอด (แต่จะมีเวลาเปิดปิดให้บริการครับ แต่ส่วนมากห้องอาหาร ก็ลากยาวถึงตี 1 นู่นแหละ อยากกินดึกกว่านั้น มีพิซซ่าบริการ
    24 ชม. ฟรีครับ)


    แต่ถ้าคุณไปซื้อเบียร์ในบาร์ คุณต้องเสียเงินนะครับ แต่จะได้ราคา ของพนักงาน หรือหากคุณต้องการกาแฟที่เป็นบาริสต้า มาชงให้ คุณก็ต้องเสียเงินครับ


    นอกจากนี้ในเรือจะมีโซน duty free สำหรับขาชอปทั้งหลาย พวกน้ำหอม ของแบรนด์เนมนี่หากเรือออกจากท่าเรือแล้ว จะเป็นเขตปลอดภาษีครับ แต่ผมแนะนำว่าในเรือจะมีกิจกรรม Crew sale !! ซึ่งจะลดกว่าเดิมอีกเยอะเลย รอซื้อตอนนั้นดีกว่าครับ จริงๆรายละเอียดปลีกย่อยยังมีอีกเยอะ แต่เดี๋ยวค่อยๆเล่าไปดีกว่า ซึ่งข้อเสียต่างๆมันก็มีเช่นกันครับ


    เอาล่ะว่าแล้วก็เริ่มกันเลย กับวันทำงานมหานรกวันแรก !!!

  24. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  25. #13
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    วันแรกที่ผมมาถึงเป็นวันที่ผมจำได้ดี ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในเรือ เราจะได้เริ่มทำงานแล้วสินะ....


    พนักงานจะลากเราไปในห้องโถง จากนั้นทุกคนจะได้อ่านและเซ็นเอกสารมากมาย ซึ่งมันเยอะมากกกกก ผมเซ็นโดยที่ไม่ได้อ่าน เพราะผมคาดคะเนเรียบร้อยแล้วว่า กระดาษที่ผมได้กับ Chandre' ได้ เป็นแบบฟอร์มเดียวกัน และนางอ่านละเอียดยิบมาก นางเซ็นผมก็เซ็นจบ (นี่มันลอกการบ้านกันชัดๆ)


    หลังจากนั้นทางนั้นจะยึดเอา Passport เราไป ให้บัตรการ์ดห้อง และบัตรใช้จ่ายเงินภายในเรือ ซึ่งภายในเรือไม่ใช้เงินสดนะครับ จะใช้การ์ดแบบเดียวกันนี้ทั้งแขกและพนักงาน คือเหมือนเป็นการ์ดเติมเงินตามศูนย์คูปองอาหารนั่นแหละครับ แต่การ์ดนี้ประโยชน์ของมันคือ ใช้จ่ายทุกชนิดภายในเรือ ขอให้เติมเงินเข้าไปก็พอครับ


    เสร็จวุ่นวายเรื่องเอกสาร Photo manager ของเรือลำนี้ก็มาพบกับเราสองคน เธอเป็นคน Serbia เคยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษมาก่อน เธอพูดไฟแลบเลยครับ คือไวมาก ผมนึกว่าฟัง Eminem ซะอีก


    ระหว่างเดินตามเธอไป ผมต้องคอยกระซิบ ถาม Chandre' อยู่เรื่อยๆ เพราะผมมึนจริงๆ


    เมเนเจอร์คนนี้ชื่อ Mirjana เป็นผู้หญิงผอมๆ หน้าคล้ายมาดอนนา ชื่อของเธอตอนแรกผมฟังเป็น "มาริอันนา" แต่จริงๆแล้ววิธีออกเสียงที่ถูกต้องนั้นต้องอ่านว่า "มิรยะนะ" คือออกเสียง "มิ" หลังจากนั้นให้ทำเสียง รอ เรือ. รัวลิ้นไว้ โดยไม่ต้องออกเสียงว่า รอ นะครับ คือเป็นการรัวลิ้นก่อนออกเสียง รอ


    เอ้าลองกันอีกที ผมรู้ว่าในระหว่างที่พวกคุณอ่าน พวกคุณก็ลองออกเสียงตามอยู่ ขั้นแรก ออกเสียง "มิ" หลังจากนั้นให้รีบรัวลิ้นเหมือนจะพูด รอ เรือ แต่ห้ามพูด รอ เรือ คือแค่ให้รัวลิ้น ก่อนออกเสียงรอ ตามท้ายด้วย "ยะนะ" ต่อกันทันที พูดคำนี้ให้เสร็จภายใน 0.4 วินาที ถือว่าสอบผ่านการเรียกชื่อเธอ




    .......ครับ กว่าผมจะเรียกชื่อเธอได้ ล่อไปเป็นสัปดาห์ เย่เคร็ด !!!


    Mirjana (ต่อไปนี้ผมจะเรียกเธอว่า "มิร่า" เป็นชื่อเล่นเธอแทนนะครับ) เธอเอาเสื้อพนักงานให้เรา พาเราไปเอาชุดยูนิฟอร์มต่างๆที่จำเป็น ตบท้ายด้วยการบอกว่า เริ่มงานเย็นนี้ ให้มาที่ แกลลอรี่ได้เลย ให้พวกเราไปเก็บของในห้องให้เรียบร้อยก่อน


    ในตอนนั้น มิร่า แนะนำอะไรมาหลายอย่างว่าเราต้องทำอะไรบ้าง แต่เนื่องจากเสียงที่ผมได้ยินมันเหมือน Eminem มาแรพสดให้ฟัง ผมเลยต้องให้ Chandre' อธิบายให้ฟังอีกที


    ในหัวนี่เบลอแปดด้านมาก คือมันมีเรื่องที่ต้องจำเยอะเต็มไปหมด เอาเป็นว่าตอนนี้กลับห้องไปก่อน Chandre บอกว่าจะมีสัญญาณเรียกรวมพล เพื่อสาธิตการใช้ life jacket เราต้องไปที่ muster station


    .... คืออออออ แม่มมมมอัลลัยยยยยยยยยยยย !!!!


    ในหัวตีกันไปหมด เดี๋ยวค่อยว่ากัน ตอนนี้กลับห้องก่อน


    ห้องๆๆ B327


    หาๆๆๆๆๆ




    .........หาไม่เจอ




    คืองี้ครับ ผมนี่มีจุดอ่อนอย่างหนึ่ง คือเป็นคนที่จำทางไม่เคยได้ ตอนอยู่กทม. นี่มีชีวิตรอดได้เพราะ GPS แต่ ณ ตอนนี้นี่มืดแปดทิศ ผมเป็นคนที่หลงทางในระดับที่ว่า โรโรโนอา โซโล นับเป็นลูกพี่ลูกน้องกันได้เลย


    หากคุณเคยดูเรื่อง Titanic คุณจำฉากที่วิ่งในชั้นด้านล่างตอนน้ำท่วม ที่แจ็คกับโรสวิ่งหาทางขึ้นกันได้หรือเปล่า ห้องทุกห้องเหมือนกัน ซอยกันเป็นห้องวงกต เลขห้องข้ามไปมา


    ควายไทยตัวนี้ วิ่งขวิดหาห้องอยู่ครึ่ง ชม. วนอยู่นั่นแหละ กว่าจะเจอ


    จัดของๆ เก็บกระเป๋า ห้องหนึ่ง ต้องพักกันสองคน มีเตียงสองชั้นให้ มีตู้เสื้อผ้าให้ มีตู้เก็บของให้แบ่งกันใช้ได้พอดีสำหรับสองคน ผมเหลือบไปมองที่เตียงด้านล่าง เห็นรูปรูมเมตที่เป็นเพื่อนร่วมห้องของผม


    คาดคะเนจากน้ำหนัก ไม่น่าจะต่ำกว่า 95kg. เป็นแน่แท้ แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญ มันสำคัญที่นิสัยต่างหาก


    จัดของเสร็จเรียบร้อย ผมจำเลขห้อง Chandre' ไม่ได้ คือมันเบลอมาก มีเรื่องอยากถามมากมายเต็มไปหมด


    เปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มรอ และแล้วเวลาหฤหรรษ์ ก็มาถึง




    "Crew alert Crew alert #%^%^#$^#@%!@$%&^#&@^#@#^@$*%#$^#"


    ครับในหัวผมได้ยิน Crew alert Crew alert ตามด้วยเชี่ยไรไม่รู้ คือกรูควายมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ภาษาอังกฤษสำเนียง อิตาเลี่ยน ผมนึกว่า Godfather มาพูดเองซะอีก


    ไม่นานนัก เสียงพนักงานเดินกันขวักไขว่ ผมก็รีบลุกออกจากห้องเนียนตามเค้าไป อาศัยถามไปเรื่อย เอาตัวรอดไปก่อนช่วงนี้
    เนียนๆเดินๆมั่วๆ ถามๆไป อยู่ให้ตรงจุดก็พอ


    มันเหมือนเป็นการซ้อมเรือล่มน่ะครับ ถ้าขึ้นเครื่องบินพนักงานก็จะสอนวิธีสวม life jacket แล้วก็บอกหากเกิดเหตุฉุกเฉิน จะมีประตูทางออกอะไรที่ไหน


    ในเรือก็เหมือนกัน เรือจุคนกว่า 3000 คน มันจะวุ่นวายมากหากเกิดเหตุต่างๆ ดังนั้น ถ้าได้ยินสัญญาณนิรภัย แต่ละคนจะต้องมาที่จุดไหน ต้องจำเอาไว้ ส่วนหน้าที่พนักงานอย่างเราคือการต้อนลูกค้า และให้ความช่วยเหลือหากเกิดเหตุนั้นๆ


    โอยยยย ปวดหัว เรื่องที่จะจำเริ่มเยอะละ เสร็จภารกิจตรงนี้ รีบไปหาเมเนเจอร์ ช่วยกันเตรียมเปิดแกลลอรี่ เรามีเรื่องต้องจำเยอะมาก ต้องรู้ว่า อุปกรณ์ต่างๆอยู่ตรงไหน เราต้องทำอะไรบ้าง มึนๆภาษาอังกฤษ ตอนนี้ก็ยังไม่เอาอ่าว โอ๊ยยยยย


    สูดหายใจลึกๆ ซู้ดดดดดด ~ ฮ่าาาาาา




    .....หยุดบ้า หยุดคิดก่อน สติครับสติ ค่อยๆแก้ไปทีละเปราะ ไม่มีใครเก่งมาแต่เริ่มหรอก เราทำได้อยู่แล้ว ค่อยๆตามน้ำไป จำไปทีละเรื่อง เรามันเป็นแค่เด็กฝึกงาน ทุกคนไม่ได้คาดหวังอะไรจากเรา ทุกคนคาดอยู่แล้วว่าเราจะต้องทำพลาด ขอแค่อย่าพลาดซ้ำในเรื่องเดิมเป็นพอ


    คิดได้ดังนี้ก็เริ่มลุย งาน จำราคาภาพตามชนิด ถามทุกคนว่าอะไรต้องทำยังไงบ้าง


    เห็นมะแค่นี้ก็ราบรื่นขึ้นละ


    ในระหว่างที่คิดได้ ผมก็มองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วก็ได้พบว่า


    .....เรือมันกำลังแล่นอยู่ !!!!


    WTF !!!


    คือผมไม่รู้เลยว่าเรือมันแล่นออกมาตอนไหน มันนิ่งมาก การทำงานในเรือสำราญมันเหมือนคนทำงานในโรงแรมกลางทะเล แต่นี่คือพื้นมันนิ่งเหมือนเดินอยู่ในห้างตลอดเวลา จนผมไม่รู้สึกเลยว่าเรือแล่นออกมาตอนไหน มองไปเห็นแต่ทะเลแล้วตอนนี้ เย่เคร็ด !!


    จบวันมาแบบงงๆ ทุกๆวันจะมีประชุม ทุกคนจะมาเช็คตารางงาน ว่าวันถัดไปต้องทำอะไรบ้าง หลังจากนั้น มิร่า ก็แนะนำผมกับชอนเดร ให้คนทั้งทีมได้รู้จักกัน ผมจำชื่อไม่ได้ทุกคน ผมค่อยๆผูกมิตรไปทีละคน เราจับมือทักทายกันทุกคน


    ผมแนะนำชื่อเล่นของผมให้คนอื่นเรียกกัน


    you can call me Yok (หยก)


    "ยอร์คคคคค ?"


    "no no no หยก"


    "หย๊วกกกก ?"


    "ummmmmm no no หยก"


    "หยอก "


    ....
    .......
    .........


    "Never mind Jendee is ok" (เรียกชื่อจริงกรูไปละกัน "เจนดี")




    จบวันแรก ได้เพื่อนเพิ่มมาอีกคนชื่อ กาเบรียล หมอนี่ตัดทรงสกินเฮด หน้าตาดูดี ผอม แต่นิสัยเป็นกันเองมาก ผมถามมันว่าจะโทรกลับบ้านได้ยังไง
    มันก็เลยสอนวิธีซื้อการ์ดโทรศัพท์ใช้ในเรือ


    เบอร์แรกที่โทรหาคือครอบครัว บอกด้วยคำที่คุณก็รู้ว่าเราทุกคนต้องพูดกัน


    "ไม่เป็นไร ป๊า ม๊า สบายดี ไม่ต้องห่วงนะ สบายมาก ชิลๆ ทำได้ สบ๊ายยยยยยย" ถรุ๊ย !! 555


    เบอร์ที่สองที่โทรหาคือ แฟน (ในตอนนั้น)


    ไม่รู้เป็นไร แค่ได้ยินเสียง น้ำตาแม่มเจือกไหล T.T


    คือมันเหมือนวันนี้มันเจอมรสุมมา พอได้ติดต่อได้ยินเสียง มันปลื้มปีติ แล้วมันก็ไหลออกมาเองพูดอะไรไม่ออกได้แต่บอกสั้นๆว่า


    "สบายดี ถึงแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ"


    นี่สินะ การทำงานไกลบ้าน ตอนนี้ตูรู้ซึ้งละ.....






    กำลังซึ้งได้ที่ เพื่อนร่วมห้อง ดันเปิดประตูเข้ามา


    ผ่างงงงงง !!!!


    ไอแศรดดดดดดด รีบปาดน้ำตา วางสายโทรศัพท์ แล้วทักมันด้วยรอยยิ้ม งานนี้เมขลาให้รางวัลการปั้นหน้าอย่างเนียนของตูได้เลย


    หมอนี่ชื่อ Putu ชายร่างท้วม อารมณ์ดี ชาวอินโดนีเซีย คุยกับมันซักพัก ขอตัวนอน พรุ่งนี้ต้องลุยงานต่อ


    แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

  26. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  27. #14
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    เทรซี่ Gallery host คนสวยแวะมาเคาะห้อง แล้วบอกว่าทุกคนต้องไปปาร์ตี้


    คือ ?????


    สภาพตอนนั้นผมเละมาก stamina ไกล้หมดหลอด ถ้าเป็นเกมไฟติ้ง คือแยบเบาหมัดเดียว เลือดหมดหลอด K.O. ได้เลยนะ


    แต่เอาวะเราเป็นเด็กใหม่ เพิ่งมาทำงาน ต้องผูกมิตรไว้ก่อน ไปก็ไป


    ที่เรือจะมี Crew bar เป็นที่สังสรรค์ของเหล่าพนักงานเรือ ทุกคนแต่งตัวชิลเหมือนชุดเดินจตุจักรนั่นแหละ ต่างตรงแค่พนักงานนั้นมาจาก 100 กว่าประเทศทั่วโลก ผมสั่งเบียร์มาจิบ กะว่าจะไม่ดื่มเยอะ เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นตอนเช้ามาเปิดแกลลอรี่


    เทรซี่ บอกอย่าซีเรียส เพราะนางคือ แกลลอรี่โฮสต์ นอกจากนี้ มิร่า ผู้ซึ่งเป็นเมเนเจอร์ของแผนกเรา นางเป็นนักดื่มตัวยง มาดื่มที่นี่แทบทุกวัน


    สรุปสั้นๆได้ใจความ ชีวิตของสองสาว ทั้งเมเนเจอร์ และ แกลลอรี่โฮส เป็นสาวปาร์ตี้ ที่ทำงานเสร็จทุกวัน ต้องมาหาอะไรดื่มต่อ นั่นทำให้พวกเราเหล่าช่างภาพในทีม ซี้กันง่ายยิ่งขึ้น ผมเริ่มมึนขึ้นเรื่อยๆ ภาษาอังกฤษก็ลื่นไหลเพิ่มขึ้นสมดุลย์กับระดับแอลกอฮอล์ในร่างกาย


    ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าพูดไรไปบ้าง คืนแรกคุยเยอะ เรื้อน เหนื่อย เมา แต่มันส์จิ๊บเป๋ง


    มองสำรวจรอบๆ ใน Crew bar มีโต๊ะพูล กะว่าจะไปแทงเล่น พอตั้งลูก ไว้ปุ๊บ แม่มไหลปั๊บ คือเรือมันไม่ได้วิ่งตรงๆ มันกำลังเอนอยู่ เพียงแต่สมองผมมันไม่รับรู้บาลานซ์ตรงนี้แล้ว


    เห็นตู้เกมอาเขต กะว่าจะหยอดเล่น หาที่หยอดไม่เจอ เพราะมันเล่นฟรีทุกตู้ ขณะที่กำลังจะเล่น เพื่อนก็มาลากไปดื่มต่อ จ้าาาาาดื่มก็ดื่ม


    จบวันแรกกับปาร์ตี้ถึงตีสองครึ่ง อะเคร้ พรุ่งนี้ตื่นมาเปิด แกลลอรี่แปดโมง จะดูว่าพวกเอ็งจะไหวกันมั๊ย


    เมาหลับไปแบบงงๆ ตื่นมาตามเสียงนาฬิกาปลุก Putu เพื่อนร่วมแห้งเป็น Lab technician คอยปรินต์รูป มันไม่ต้องตื่นเช้าแบบเรา


    ผมมีอาการแฮงค์เล็กน้อย แต่ก็มาได้ทันเวลา สภาพตอนนี้คล้ายซอมบี้เข้าไปมากๆ นอนไม่พอ เหนื่อยสะสม แถมแฮงค์เหล้า แล้วตื่นเช้ามาทำงาน แต่เมื่อเห็น เทรซี่ ทำงานอย่างร่าเริงในแกลลอรี่ ทั้งๆที่นางดื่มหนักมาก ผมก็ได้ตระหนักในข้อเท็จจริงว่า ขีดจำกัดทางสายเลือด แม่มมีอยู่จริง !!


    วันนี้เป็นวัน Formal night คืนนี้ทุกคนจะแต่งตัวดูดี ใส่สูทกันเต็มยศ ดังน้นการถ่ายรูปในวันนี้จะต้องทำยอดให้ได้มากๆ คือต้องถ่ายเยอะและไวมาก แน่นอนว่าผมเพิ่งทำงานได้สองวัน ภาษาอังกฤษยังกากเป็ดอยู่ ความชำนาญก็ยังไม่มี แต่ไม่เป็นไร สู้ตายว้อยยย


    ผมถ่ายๆๆๆๆๆๆ ถ่ายๆๆๆๆ และก็เพิ่งตระหนักได้ว่า งานที่เราทำมันโคตรเหนื่อยเลยครับวันนี้


    คือมันต้องคุยตลอดเวลา จัดท่าทางให้ลูกค้า ถ่ายลูกค้ากรุปนึง 2-3 นาที คนละ 4-5 โพสต์ แล้วลูกค้าต่อคิวยาวมากกกกกกก ฉากมีเป็นสิบฉาก แต่วันนี้ทุกคนแต่งตัวดูดี ทุกคนต้องการรูป เราก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เวลาพักน้อยลงในวันนี้


    พอจบวัน สภาพที่โคตรศพแล้ว อยากนอนเต็มที แต่วันนี้เป็นวัน Formal night


    มิร่า กับ เทรซี่ ชวนดื่มอีกเช่นเคย เพราะวันนี้มี ไรอั้น คนที่มีตำแหน่งสูงกว่า manager ในแผนก photo แวะมาที่เรือด้วย
    พวกเราเลยตกลงกันว่าจะไป สังสรรค์กันใน Dream studio (เดี๋ยวผมจะอธิบายแยกอีกทีในส่วนนี้ ) ซึ่งเป็นสตูดิโอถ่ายภาพเฉพาะ


    เราดื่ม เรากิน เราปลิ้นกันมาก แต่ละคนมันส์สุดๆ เรื้อน รั่ว มากขึ้นเรื่อยๆ ผมทั้งเหนื่อย ทั้งอยากนอน ทั้งเมา ขนาด มิร่า และทุกคนยังบอกเลยว่า นี่เป็นเด็กใหม่ที่โหดที่สุด เพราะตามมาปาร์ตี้กับหล่อนสองวันติดได้ ผมเหลือบดูนาฬิกา อิ๊บอ๋าย ตี 4


    ตี 4 !!!!




    ตูมาทำอะไรตรงนี้ ตี 4 พรุ่งนี้ต้องเข้าฝั่ง ตอนเช้า ถ่าย Gangway นะเฟ้ยยยย


    เฮ้ยยยยย ม่ายจริ๊งงงงงง


    ผมขอตัวไปนอน แต่หลายๆคนยังชวนดื่มต่อ ผมเลยบอกจะเล่นมุกให้ฟัง ถ้าใครเผลอขำออกมา ถือว่าผมสำเร็จแล้วจะขอตัวไปนอนนะ


    ทุกคนตกลง คงคิดว่า ภาษาอังกฤษกากๆอย่างผมมันจะเล่นมุกอะไร




    ผมถามทุกคนว่า "why Bruce Lee doesn't drink water ?" ทำไม Bruce Lee ไม่ดื่มน้ำ (water) ?


    .....
    ...........
    ................


    ทุกคน อึ้งกิมกี่ไป 3 วิ ก่อนจะมีเสียงทักขึ้นมาว่า


    "why"


    "because he drink .....WATAAAAAAAA" เพราะว่าเค้าดื่ม "หว่ะต๊าาาาาาาาาาาาาา" (ทำเสียงและท่าทางให้เหมือน Bruce Lee)


    ผมเพิ่งได้เห็นว่าคนขำจนน้ำพุ่งจริงๆก็คราวนี้แหละครับ มิร่ากำลังยกเหล้าดื่ม พุ่งกระจายเต็มโต๊ะ ทุกคนฮากลิ้งก่อนปล่อยผมไปนอน


    ในที่สุดก็จะได้ชาร์จพลังซะที ฮ้าาาาาาา ได้เวลานอนแล้ว




    ผมกลับเข้าห้องแบบไร้สติ นอนไปตอนไหน หลับหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ทันใดนั้น เสียงที่ปลุกผมไม่ใช่นาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ หากแต่เป็นเสียงโทรศัพท์ ภายในห้อง




    "กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!! "


    ใครโทรมาฟะ ผมนึกในใจพลางเอื้อมมือไปรับสาย เสียงปลายสายที่ผมได้ยินทำผมตกใจยิ่งกว่า....

  28. The Following 2 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

  29. #15
    Join Date
    Jan 2009
    Posts
    100
    Thanks
    0
    Thanked 85 Times in 56 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    "why are you late ?" คำนี้ทำผมเหงื่อตกเลย คือผมเมามากจนไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก และนี่คือผมสายแล้ว


    ผมรีบมองนาฬิกา พร้อมกับปลายสายที่เป็นเพื่อนร่วมทีมบอกว่า


    " just kidding you have 10 min. hurry up man" (ล้อเล่นเฟ้ย ยังเหลืออีกสิบนาทีด่วนเลยเอ็ง)


    นึกถึงอาบน้ำตอนเรียน รด. คือใส่แหลกรีบแต่งตัว เหมือนครูฝึกจะเรียกรวมพลยังไงยังงั้น


    วันนี้เราจะลงกันที่เกาะ Half moon cay ไปถ่าย Gangway กัน ความง่วง + ความเมา ไม่ใช่ข้ออ้างในการทำงานให้แย่ลง


    คุณต้องรับผิดชอบต่องานของคุณ ผมจำคำนี้ฝังในหัวไว้ เหนื่อยแค่ไหน หนักแค่ไหนก็ต้องทำมันออกมาให้ดี จบงาน ถ่ายไม่ยากเท่าไหร่ แต่เหนื่อยเพราะแดดร้อน ผมไปเดินชิลสำรวจเกาะ ชอบที่นี่ทะเลสวย ตกแต่งก็สวยดี ถ่ายภาพเล่น
    บ้างไรบ้าง

    Name:  IMG_3094.jpg
Views: 526
Size:  127.6 KB


    บรรยากาศที่เกาะ Half moon cay มีเรือ โจรสลัดแต่เป็นบาร์นั่งดื่ม บางครั้งผมก็ได้ถ่ายเด็กเสิร์ฟรูปหล่อ ถือ prop เป็นขวดไวน์ ตามริมชายหาดด้วยครับ


    พอกลับจากเกาะซักช่วงเที่ยง เราก็มีเวลาพักผ่อน ก่อนจะเริ่มงานกันในตอนเย็น แต่หากคณไม่อยากพัก จะไปลงเล่นน้ำทะเลก็ไม่ว่ากระไร ตราบใดที่ทำงานตามตารางเวลา อย่างอื่นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว


    ตอนเย็นผมถ่ายภาพครอบครัว กับเด็กน้อยคนนึงชื่อน้อง โซเฟีย นางน่ารักและซนมาก แวะมาฉากที่เราถ่ายตลอด เลยเก็บภาพไว้เป็นที่ระทึก คู่กัน



    Name:  IMG_3093.jpg
Views: 519
Size:  49.2 KB

    น้องโซเฟียน่ารักสุดๆ มองแต่เด็กก็พอครับ รูปนี้ผมอุบาทย์จิตมาก


    ครูสเรือที่ผมทำงานอยู่ เป็นครูส 7 วัน หมายความว่าเราจะได้เจอแขกหน้าตาเดิมๆ ซ้ำกันตลอด 7 วัน ดังนั้น บางครั้งการที่เราได้เดินทางด้วยกันกับแขก มิตรภาพต่างๆ บางทีมันก็มีอยู่แล้ว แขกหลายคนได้รับบริการที่ประทับใจ จนไปเขียนคอมเม้นในเพจของบริษัทก็บ่อย มันก็เหมือนคุณไปเที่ยวทะเล ไปพักอยู่ในโรงแรม 7 วัน ถ้าได้รับบริการที่ดีจากบริกร หรือพนักงานในโรงแรมตลอด 7 วัน มันย่อมสร้างความประทับใจให้คุณได้อยู่แล้ว


    ตอนนี้ผมเริ่มงานมาได้ซักพัก ผมเริ่มคล่องขึ้นเรื่อยๆ ติดปัญหาอยู่อย่างเดียว ผมไม่สามารถขายภาพ canvas ได้เลย


    เมื่อลูกค้าถูกใจรูปที่เราปรินต์ภาพมาในขนาด 8x10 หากเค้าต้องการทำให้ภาพไซส์ใหญ่ เพื่อไปแปะผนังบ้าน เรามีบริการ ทำภาพ canvas size


    ประเด็นคือ ผมรู้ราคา แต่ไม่รู้วิธีขาย คือผมบอกราคาไป เค้าก็ say no ตลอด


    มิร่า เป็นเมเนเจอร์ที่ดี นางเห็นจุดอ่อนผม แต่นางรู้ว่าจะแก้ปัญหายังไงในการทำงาน เธอบอกว่าเสร็จงานคืนนี้แล้ว เธอจะพาผมไปหาคนคนหนึ่ง




    .......และคนคนนั้นได้เปลี่ยนแนวคิดในการทำงานของผมไปอีกขั้น




    ผู้ชายที่กวนทีนที่สุดในสามโลก "อดัม"

  30. The Following 3 Users Say Thank You to DemonYok For This Useful Post:

    jack09 (29th April 2018), sakdaname (18th October 2018), คุณปาปา (19th April 2018)

+ Reply to Thread
Page 1 of 3 123 LastLast

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •