Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Page 6 of 7 FirstFirst 1234567 LastLast
Results 76 to 90 of 98

Thread: ทำยังงัยก็ย้ายไปฟูจิไม่ได้ซักที !

  1. #76
    Join Date
    Feb 2008
    Posts
    869
    Thanks
    573
    Thanked 623 Times in 215 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    ง่วงมากแล้วนะครับ ไว้ค่อยมาตอบยาวๆอีกทีนะครับ

    เวลาทำงานผมอยากหยิบ D810 ไปใช้มากกว่าครับ
    เวลาไปเที่ยวผมอยากหยิบ XT2 ไปใช้มากกว่าครับ

    ถ้าให้เลือกกล้องเพียงอันเดียว ผมเลือก D810 มากกว่าครับ
    ถ้าให้เลือกล้องสองตัว ผมก็คงเลือกทั้งคู่ครับ

    แต่ตัวแทน D810 กำลังจะวางตลาดเร็วๆนี้นะครับ อดทนรอหน่อยจะดีกว่านะครับ

  2. The Following User Says Thank You to Penguin1211 For This Useful Post:

    August412 (3rd February 2017)

  3. #77
    Join Date
    May 2016
    Posts
    184
    Thanks
    133
    Thanked 40 Times in 12 Posts
    Rep Power
    2

    Default

    ขอบคุณครับพี่ ตอนนี้ผมใช้d810อยู่ ไม่ได้รับงาน ถ่ายตอนไปเที่ยวอย่างเดียวแถมถ่ายไม่เก่ง
    เลยคิดๆว่าจะขายd810ไปซื้อxt-2ดีหรือเปล่าครับ รอพี่มาตอบยาวๆอีกรอบนะครับ ผมชอบอ่าน

  4. The Following User Says Thank You to August412 For This Useful Post:

    Penguin1211 (6th February 2017)

  5. #78
    Join Date
    Nov 2011
    Posts
    248
    Thanks
    9
    Thanked 190 Times in 87 Posts
    Rep Power
    8

    Default Wut

    [QUOTE=August412;51724217]ขอบคุณครับพี่ ตอนนี้ผมใช้d810อยู่ ไม่ได้รับงาน ถ่ายตอนไปเที่ยวอย่างเดียวแถมถ่ายไม่เก่ง
    เลยคิดๆว่าจะขายd810ไปซื้อxt-2ดีหรือเปล่าครับ รอพี่มาตอบยาวๆอีกรอบนะครับ ผมชอบอ่าน[/QUOTE


    ขอร่วมแสดงความคิดเห็นครับ คำถามนี้ผมคมองว่าตอบได้สองส่วน
    ประการแรก การใช้งาน ผมมองว่าการใช้งานเป็นเรื่องที่ควรประเมินสภาพการใช้งานตามความเป็นจริงตั้งแต่ก่อนซื้อ ปัญหาคนซื้อส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจริงๆต้องการอะไร เพราะงั้น ค่ายกล้องถึงมีการแบ่งระดับการใช้งานเป็นระดับเริ่มต้นจนถึงการใช้งานมืออาชีพ แต่ที่นี้พอเราจะซื้อก็โดนป้ายยาจากคนอื่นหรือคนรอบข้างโดยไม่ได้ได้ประเมินลักษณะการใช้งานจริงๆ จนกลายเป็นกระแสว่า กล้อง Dslr น้ำหนักเยอะ แบกไม่ไหวเวลาไปท่องเที่ยว ไปใช้ mirrorless กันดีกว่า ซึ่งจุดนี้ผมมองว่ากล้องไม่ผิด แต่ผิดที่คนใช้งานไม่ศึกษาความต้องการใช้งานจริงอย่างถ่องแท้และ Dslr ก็มีระดับผู้ใช้งานเริ่มต้นที่ทุกวันนี้น้ำหนักก็เบา แต่เราไม่ซื้อเพราะรูปทรงไม่สวยดูไม่แฟชั่นเรยสู้ mirrorless ไม่ได้ ประกอบกับ mirrorless เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ลดน้ำหนักลงไปได้เยอะเพราะเอากระจกสะท้อนออกไป ไม่ต้องทำกะโหลกช่องมองภาพขนาดใหญ่เพื่อรองรับกระจกสะท้อนที่ขนาดใหญ่ตามไปด้วย จึงทำ mirrorless ออกมาให้มีขนาดเล็กลงง่ายกว่า

    ประการที่สอง ความเชื่อเรื่องกล้องโปรกล้องเทพจะทำให้ได้ภาพสวย ประเด็นนี้ยังมีอีกหลายคนที่เชื่อด้วยความเข้าใจคลาดเคลื่อน จริงๆแล้วต้องบอกว่ากล้องโปรทั้งหลายช่วยเพิ่มโอกาสให้ได้ภาพสวย ปรับปรุงแก้ไขกรณีถ่ายพลาดหรือแก้สถานการณ์ไม่เอ้ออำนวยมากกว่า แต่สิ่งที่หลายคนละเลยและมีความคิดจะพึ่งพาอย่างเดียวคือศิลปะการถ่ายภาพ ศิลปะหมายถึงการมองเห็นสภาพแสงที่สายตาเราตระหนะกว่าสวย การจัดองค์ประกอบภาพ การสื่อสารเล่าเรื่องด้วยภาพ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้ภาพสวยหรือไม่ ผมคิดว่าต่อให้เปลี่ยนกล้องไปกี่ยี่ห้อ แต่ไม่ได้สนใจศิลปะการถ่ายภาพ ก็ไม่ต่างกับการกินเหล้ารสชาดเก่าบนขวดเหล้าขวดใหม่ สุดท้ายก็ยังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอยู่ดี แต่ว่า จากที่ใช้fulframe nikon กับ Fuji mirrorless ถ้ามองในแง่สไตล์ภาพอย่างเดียว ถ้าเราใช้งานเพื่อท่องเที่ยว โพสท์ลงเว็บหรือสื่อสังคมก็ไม่ได้ต่างจนเป็นสาระสำคัญ แต่ถ้าคุณต้องการสไตล์ภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว Fuji ให้ความรู้สึกมีความละมุนแบบฟิล์มมากกว่า Nikon ซึ่งมีความเป็น digital มากกว่า ขึ้นอยู่กับคุณเองว่าจริงๆแล้วคุณต้องการอะไรกันแน่

  6. The Following 3 Users Say Thank You to herewutphoto For This Useful Post:

    August412 (4th February 2017), jack09 (5th February 2017), Penguin1211 (6th February 2017)

  7. #79
    Join Date
    May 2016
    Posts
    184
    Thanks
    133
    Thanked 40 Times in 12 Posts
    Rep Power
    2

    Default

    [QUOTE=herewutphoto;51724246]
    Quote Originally Posted by August412 View Post
    ขอบคุณครับพี่ ตอนนี้ผมใช้d810อยู่ ไม่ได้รับงาน ถ่ายตอนไปเที่ยวอย่างเดียวแถมถ่ายไม่เก่ง
    เลยคิดๆว่าจะขายd810ไปซื้อxt-2ดีหรือเปล่าครับ รอพี่มาตอบยาวๆอีกรอบนะครับ ผมชอบอ่าน[/QUOTE


    ขอร่วมแสดงความคิดเห็นครับ คำถามนี้ผมคมองว่าตอบได้สองส่วน
    ประการแรก การใช้งาน ผมมองว่าการใช้งานเป็นเรื่องที่ควรประเมินสภาพการใช้งานตามความเป็นจริงตั้งแต่ก่อนซื้อ ปัญหาคนซื้อส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจริงๆต้องการอะไร เพราะงั้น ค่ายกล้องถึงมีการแบ่งระดับการใช้งานเป็นระดับเริ่มต้นจนถึงการใช้งานมืออาชีพ แต่ที่นี้พอเราจะซื้อก็โดนป้ายยาจากคนอื่นหรือคนรอบข้างโดยไม่ได้ได้ประเมินลักษณะการใช้งานจริงๆ จนกลายเป็นกระแสว่า กล้อง Dslr น้ำหนักเยอะ แบกไม่ไหวเวลาไปท่องเที่ยว ไปใช้ mirrorless กันดีกว่า ซึ่งจุดนี้ผมมองว่ากล้องไม่ผิด แต่ผิดที่คนใช้งานไม่ศึกษาความต้องการใช้งานจริงอย่างถ่องแท้และ Dslr ก็มีระดับผู้ใช้งานเริ่มต้นที่ทุกวันนี้น้ำหนักก็เบา แต่เราไม่ซื้อเพราะรูปทรงไม่สวยดูไม่แฟชั่นเรยสู้ mirrorless ไม่ได้ ประกอบกับ mirrorless เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ลดน้ำหนักลงไปได้เยอะเพราะเอากระจกสะท้อนออกไป ไม่ต้องทำกะโหลกช่องมองภาพขนาดใหญ่เพื่อรองรับกระจกสะท้อนที่ขนาดใหญ่ตามไปด้วย จึงทำ mirrorless ออกมาให้มีขนาดเล็กลงง่ายกว่า

    ประการที่สอง ความเชื่อเรื่องกล้องโปรกล้องเทพจะทำให้ได้ภาพสวย ประเด็นนี้ยังมีอีกหลายคนที่เชื่อด้วยความเข้าใจคลาดเคลื่อน จริงๆแล้วต้องบอกว่ากล้องโปรทั้งหลายช่วยเพิ่มโอกาสให้ได้ภาพสวย ปรับปรุงแก้ไขกรณีถ่ายพลาดหรือแก้สถานการณ์ไม่เอ้ออำนวยมากกว่า แต่สิ่งที่หลายคนละเลยและมีความคิดจะพึ่งพาอย่างเดียวคือศิลปะการถ่ายภาพ ศิลปะหมายถึงการมองเห็นสภาพแสงที่สายตาเราตระหนะกว่าสวย การจัดองค์ประกอบภาพ การสื่อสารเล่าเรื่องด้วยภาพ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้ภาพสวยหรือไม่ ผมคิดว่าต่อให้เปลี่ยนกล้องไปกี่ยี่ห้อ แต่ไม่ได้สนใจศิลปะการถ่ายภาพ ก็ไม่ต่างกับการกินเหล้ารสชาดเก่าบนขวดเหล้าขวดใหม่ สุดท้ายก็ยังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอยู่ดี แต่ว่า จากที่ใช้fulframe nikon กับ Fuji mirrorless ถ้ามองในแง่สไตล์ภาพอย่างเดียว ถ้าเราใช้งานเพื่อท่องเที่ยว โพสท์ลงเว็บหรือสื่อสังคมก็ไม่ได้ต่างจนเป็นสาระสำคัญ แต่ถ้าคุณต้องการสไตล์ภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว Fuji ให้ความรู้สึกมีความละมุนแบบฟิล์มมากกว่า Nikon ซึ่งมีความเป็น digital มากกว่า ขึ้นอยู่กับคุณเองว่าจริงๆแล้วคุณต้องการอะไรกันแน่
    จริงที่สุดครับ แต่ผมไม่ได้โดนป้ายยาเรื่องกล้องนะเพราะเกิดจากการที่ไม่ได้ศึกษาและความอยากตัวเองล้วนๆ เรื่องน้ำหนักอันนี้สำหรับผมไม่ใช่ประเด็นเพราะผมยังแบกไหวอยู่ครับ(ผมยังไม่แก่)
    ส่วนเรื่องอื่นที่พี่กล่าวมาผมชอบมาก เหมือนกระจกสะท้อนตัวผมเองเลย ขอบคุณมากครับสำหรับข้อคิดดีๆ

  8. The Following User Says Thank You to August412 For This Useful Post:

    Penguin1211 (6th February 2017)

  9. #80
    Join Date
    Jul 2007
    Posts
    3,130
    Thanks
    553
    Thanked 3,429 Times in 1,319 Posts
    Rep Power
    49

    Default

    ผ่านมา อ่านตั้งแต่หัวกระทู้ จนถึงปัจจุบัน
    เห็นว่า "จับเข่าคุย"
    เลยขอเข้ามาแจมด้วย

    ประเด็นเรื่อง Fuji
    เคยใช้ X100 และ XE2 อยู่อย่างละ 2 ทริป ก่อนโบกมือลาถาวร
    ด้วยรับไม่ได้กับความช้าในการโฟกัส และไม่ยอมล็อกเป้าซะที รวมทั้งวุ้นแปลกๆของ x-trans


    เรื่อง nikon
    ใช้ olympus เป็นหลัก ไม่ใช่ nikon J1 ที่นอนยาวมากกว่าออกมาเก็บภาพ


    เรื่อง mirrorless .. ที่ตอนนี้กระทู้กำลังดำเนินมาถึง

    อย่างที่หลายคนว่า
    mirrorless ก็มีจุดอ่อนของ mirrorless ครับ
    แต่บางอย่างก็ไม่ใช่

    อย่างเช่นเรื่องที่ว่า แบตหมดเร็ว
    วันนี้ (4/2/2560) ตอนบ่าย ต้องทำสไลด์สอน และเบื่อมาก
    เลยเอา Olympus EM-1 มาขึ้นขาตั้ง กดถ่ายภาพเพื่อเอามาทำคลิป timelapse
    ถ่านเต็ม
    กดถ่ายไปราวๆ 990 ภาพ
    ถ่านยังไม่มีพร่อง


    เมื่อตอน ตค'59 ที่ผ่านมา ไปเมืองจีน
    ตอนเย็นไปดูกายกรรมของเขา ก็เอากล้องขึ้นถ่ายด้วย (เขาให้ถ่ายได้ แต่ห้ามใช้แฟลช)
    แบตถ่ายมาทั้งวัน เหลือ 1 ขีด (หรือน้อยกว่า)
    ก็กดถ่ายไปราวๆ 700 ภาพ แบตถึงหมด


    อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นจุดสำคัญของ mirrorless ที่ dSLR ยากจะสู้ได้ คือ ไม่มีปัญหาเรื่อง front/back focus แน่นอน 100%
    เพราะมันเป็นธรรมชาติของระบบ CD-AF


    อีกเรื่อง ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ เริ่มหันมามอง mirrorless มากขึ้น คือ เรื่องการวัดแสง เพื่อปรับค่าแสงให้กล้อง
    mirrorless มันรับภาพมาจากเซนเซอร์โดยตรง เพื่อฉายขึ้นบน LCD หรือ EVF
    ฉนั้น แสงมาถึงเซนเซอร์อย่างไร ก็แสดงอย่างนั้น
    สำหรับคนส่วนใหญ่ และ มือใหม่
    เรื่องนี้ลดความผิดพลาดในการถ่ายภาพแล้วเสีย ลงไปได้เยอะมากๆ
    ทำให้ถ่ายภาพได้สนุกมากขึ้น โดยไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องเรียนรู้อะไรมากนักก็ได้ภาพชัดๆ (จนเป็นปัญหาภายหลัง )



    สุดท้าย เรื่องกินแบต
    ผมว่า ไม่น่าจะใช่ปัญหา
    เพราะน้ำหนักของทั้งระบบที่หายไป จากการเปลี่ยน dSLR ไปเป็น mirrorless
    มันหายมากกว่าน้ำหนักแบตก้อนที่ 2-3-4 ที่เพิ่มขึ้นมา

    หลายท่านอาจติติงว่า ค่าแบตอาจแพงขึ้น และเสียเวลาชาร์จ
    ก็แค่ซื้อแบตเพิ่มอีกก้อน (น้ำหนักไม่ถึงขีด) และ ที่ชาร์จของจีน

    ที่ชาร์จจีนสมัยนี้ มีดีกว่าเดิมมาก
    สามารถอัพแรงดัน จากพาวเวอร์แบงค์ USB 5v ให้เป็นแรงดัน 8.4v เพื่อชาร์จแบต 7.2v ได้
    ถึงจะช้าหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา
    เพราะกว่าแบตก้อนสองจะหมด แบตก้อนแรกก็เกือบเต็มแล้ว ถ่ายต่อได้เลย
    ยกเว้นถ่ายเกินวันละ 800 ภาพขึ้นไป วงจรการชาร์จแบตที่ว่า ถึงจะเอาไม่ทัน

    ถ่ายวันละมากกว่า 800 ภาพ!?
    โอย
    นั่นไม่ใช่เรื่องของการถ่ายภาพเพื่อความสนุกสนาน เพื่อเก็บความทรงจำ หรือเพื่อสร้างผลงานศิลป์ดีๆแจ่มๆ อีกต่อไปแล้วหล่ะ
    แต่เป็นเรื่องของการรับจ้างถ่ายภาพ เพื่อหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
    ซึ่งผมว่า น่าจะเป็นคนละประเด็นออกไปเลย
    Last edited by คุณปาปา; 4th February 2017 at 20:34.
    ดีใจมากมาย มีคนให้ thank ความเห็น
    ขอบคุณเหลือหลาย

  10. The Following 6 Users Say Thank You to คุณปาปา For This Useful Post:

    August412 (4th February 2017), beary (28th February 2017), Mozazz (18th February 2017), Pandaz147 (27th May 2017), Penguin1211 (6th February 2017), หนก บางหลวง (5th February 2017)

  11. #81
    Join Date
    Feb 2008
    Posts
    869
    Thanks
    573
    Thanked 623 Times in 215 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    ก๊าากก ฮากับมุก "ป้ายยา" ของคุณ Herewutphoto มากเลยครับ
    พวกเราโดนป้ายยาจริงๆ ว่างๆก็อยากมานั่งนึกเหมือนกันว่าโดนป้ายยา
    อะไรบ้าง

    และขอบคุณคุณปาปาที่มาแจมนะครับ ผมก็รู้สึกเหมือนกันว่าเรื่องหลัก
    ที่ทำให้แบตใช้ได้แป๊บเดียวก็เพราะ Mirrorless มักใช้แบตก้อนเล็ก
    ด้วย

    และเนื่องจากว่าไม่ค่อยมีเวลามานั่งคิด ไม่อยากให้คุณ August รอ
    นานไป จึงอยากเล่าให้ฟังว่า ผมคิดว่าผมจะอยู่กับ Nikon ต่อนะครับ
    เพราะว่า Fuji X-T2 มันไม่ค่อยเหมาะกับเลนส์ใหญ่ๆ เพราะมันไม่
    ถูกออกแบบมาให้มี ergonomic ดีเหมือนกับ DSLR

    D810 เป็นกล้องที่ดีมากๆ ดีแทบทุกอย่างเลย ภาพที่ได้จาก D810
    จะดีกว่า X-T2 แน่นอน

    และการที่มีเลนส์ให้เลือกใช้เยอะกว่า ก็แปลว่า มันสามารถถ่ายได้
    สร้างสรรค์กว่า X-T2 ด้วย

    ข้อด้อยของ D810 ก็มีแต่ว่ามันไม่ได้มี EVF และดีไซน์มันไม่ได้
    retro เหมือน X-T2 และก็หนักกว่า

    มันถูกดีไซน์มาให้ตอบสนองคนคนละพวกกัน D810 ตอบสนองผู้ที่
    ต้องการถ่ายภาพจริงจัง อยากได้คุณภาพของภาพจริงๆ แต่ X-T2
    ออกแบบมาสำหรับผู้ที่อยากจะได้กล้องที่สวยงาม มีความสุขเวลา
    ได้สัมผัสกับกล้อง และคุณภาพของภาพเป็นที่ยอมรับได้

    (ขอเซ็นเซอร์ข้อความเองนะครับ เพราะผมอ่านดูแล้วรู้สึกว่าสิ่งที่
    ตัวเองเขียนไม่ได้ส่งเสริมให้เกิดบรรยากาสที่ดีในการสนทนาเท่าไร
    เพราะมันเป็นการไปว่าคนอื่นเขา)

    แปลว่ากล้อง 2 ตัวนี้มันจับกันคนละตลาดกัน

    1) D810 จับตลาดผู้ที่ต้องการภาพถ่ายที่มีคุณภาพสูงสุด โดยแลก
    กับน้ำหนักกล้องและเลนส์ที่หนัก

    2) X-T2 จับตลาดผู้ที่ต้องการกล้องที่สวย Retro น่าหลงไหล ทั้ง
    คุณภาพของรูปที่ได้ก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหล่ แต่ต้องแลกกับการที่จะขาดเลนส์
    เฉพาะทางและ ergonomic ที่ดีสู้ D810 ไม่ได้

    ในทัศนะของผมแล้ว D810 ก็สวยมากๆ X-T2 ก็สวยมากๆ ก็เหมือน
    กับ D810 เป็นผู้หญิงสวยสง่าในชุดทำงาน ส่วน X-T2 ก็จะสวยแบบ
    หรูหรางานราตรี ผมได้ไตร่ตรองมาเป็นเวลานึงแล้วก็รู้ว่า เป็นไปไม่ได้
    เลยที่จะทำกล้องที่คุณภาพสูงแล้วเลนส์จะไม่ขนาดใหญ่โต และเป็น
    ไปไม่ได้เลยที่ทำกล้องเล็กน่ารักแล้วจะให้คุณภาพของภาพที่ดีที่สุด
    เพราะขนาดของเลนส์ที่กำลังขยายสูงๆจะต้องใหญ่ และมันจะบังคับ
    ให้กล้องต้องใหญ่ตาม

    ดังนั้นจะไม่มีทางที่จะเกิดกล้องที่ทั้งหรูหรา Retro ที่ให้คุณภาพ
    ของภาพสูงสุดได้หรอก

    อย่างมากก็ฟลุ๊คๆ Nikon ออกกล้อง Df2 ที่หรูหรา Retro แต่
    คุณภาพของเซ็นเซอร์ออกไปทาง ISO สูงๆ อะไรทำนองนั้น
    ความงามสองอย่างนี้มันไม่มาปะปนกันแน่นอน ดังนั้นก็ต้องเลือกเอา
    อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ถ้าต้องการทั้งสองอย่าง การมีกล้องสองตัว
    ก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดศีลธรรมแต่ประการใด 55

    (แทรกนิดว่า กล้องหรู Retro และยังมีคุณภาพสูงสุดด้วยมีอยู่กรณี
    เดียวเท่านั้นคือ Hassablad ออกกล้อง Medium เซ็นเซอร์ใหญ่ๆ
    ใหญ่กว่า X1D บอดี้ Retro โบราณและมีกระจก เลนส์ retro แบบ
    leaf shutter ซึ่งเดี๋ยวคงจะมีออกมา แต่นั่นคงจะราคาไม่ต่ำกว่า
    ห้าแสนบาท .. ช๊ออคคแป๊บ )

    ผมคิดว่าคำแนะนำที่เหมาะกับคุณ August คือถ้ารักการถ่ายรูปจริงๆ
    แล้วเงินพอก็ซื้อ Fuji เพิ่ม ถ้าเงินไม่พอก็ขาย D810 ทิ้ง แล้วก็เอา
    เงินไปซื้อ X-T2 มันเป็นกล้องที่สุดยอดจริงๆ ซื้อไปไม่เสียใจหรอก
    ผมเองก็ว่าจะซื้อมาเพิ่มเหมือนกัน เป็นสองค่ายเลย ผมนี่ก็เพี้ยนนะ 55
    Last edited by Penguin1211; 6th February 2017 at 21:45.

  12. The Following 3 Users Say Thank You to Penguin1211 For This Useful Post:

    August412 (6th February 2017), beary (28th February 2017), คุณปาปา (6th February 2017)

  13. #82
    Join Date
    May 2016
    Posts
    184
    Thanks
    133
    Thanked 40 Times in 12 Posts
    Rep Power
    2

    Default

    ขอบคุณครับพี่ ผมชอบจริงๆคำตอบแบบนี้ เพราะเป็นคำตอบที่ตรงคำถาม แถมยังทำให้ผมคิดต่อไปได้ว่าจะไปต่อยังไงดี ขอบคุณครับ
    Last edited by August412; 7th February 2017 at 02:18.

  14. The Following User Says Thank You to August412 For This Useful Post:

    Penguin1211 (6th February 2017)

  15. #83
    Join Date
    Feb 2008
    Posts
    869
    Thanks
    573
    Thanked 623 Times in 215 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    อ่าาาา ... คุณ August ครับ ผมรบกวนนิดนึง ตอนบ่ายๆ
    ผมทำงานแล้วผมรู้สึกว่าที่ผมเขียนไปมันแทรกด้วยอารมณ์
    ยั๊วเพื่อนช่างภาพผม ก็เลยมาบ่นใน post ซึ่งผมแก้แล้ว
    ผมคิดว่าไม่ได้เป็นคำพูดที่ดีเลย รบกวนแก้ใน quote ของ
    คุณ August ด้วยนะครับ

    การได้ซื้อกล้อง ได้ครอบครองกล้องเป็นกำไรชีวิตนะครับ
    แต่เงินที่ซื้อกล้องควรเป็นเงินที่ไม่เดือดร้อนอะไรแล้วจริงๆ
    ถ้าเราไม่ได้ใช้กล้องทำงาน แล้วเราซื้อกล้องมาตัวนึง เรา
    ก็จะขาดทุนคูณ 1 ถ้าซื้อมาสองตัว ก็ขาดทุนคูณ 2 ครับ
    ถ้ามีเลนส์พ่วงอีกก็ ขาดทุนมากขึ้นตามจำนวนเลนส์หนะ
    ครับ ดังนั้นการที่ผมจะซื้อ X-T2 มาอีกจึงเป็นเรื่องเพี้ยน
    บ้าบออะไรของผมแหล่ะครับ คงจะเหมือนเดิมคือ ผ่านไป
    2 ปี ตัวใหม่ออกก็ขายทิ้งราคาเหลือครึ่ง ชัตเตอร์วิ่งไป
    ไม่มากเพราะมัวแต่ทำงานยุ่ง กล้องนี่เหมือนใหม่ 555

    ถ้ารอไม่ไหวก็ซื้อ X-T2 เถอะครับ แต่ถ้ารอไหว ก็น่าจะ
    ลองรอ Df2 ว่าจะดีไซน์ดีหรือเปล่า? อนาคตก็ยังงี้หล่ะ
    ครับ บางทีสิ่งที่เราคาดไว้ก็ไม่เป็นไปตามคาด เวลานี้
    Fuji ออกกล้องที่ออกแบบมาดี และเลนส์ WR รุ่นใหม่
    ที่เหมาะสมกว่าและราคาย่อมเยากว่าเลนส์รุ่นแรก มันก็
    เหมือนกับผลไม้ที่กำลังสุกหอมหวานพอดี กินยังงัยก็อร่อย
    แต่ผ่านไปอีก 3 ปี X-T3 ออกมาใหม่ เราอาจจะรู้สึก
    เฉยๆกับ X-T3 ก็ได้ เพราะว่า X-T2 มันกระโดดขึ้นมา
    อย่างโดดเด่นมาก คล้ายกับ D700 ตอนออกใหม่เลย
    แต่ยังงัย X-T2 ก็ไม่ทำให้ผมตื่นเต้นเหมือนกับได้จับ
    D700 เลยนะครับ ตอนนั้นมันอะหูยยย มันเป็นการปฏิวัติ
    วงการกล้องก็ว่าได้ครับ ความเป็นตำนานของ X-T2
    มันคล้ายกับ D800 มั๊งครับ คือมันสุดยอด dynamic
    range เป็นอันดับหนึ่งไม่มีอะไรที่ดีกว่าแล้ว แต่ความ
    รู้สึกผมมันไม่ตื่นเต้นเหมือนตอนได้จับ D700 เลยครับ

    นี่ก็ผ่านเวลาที่จับ D700 มาได้ 8 ปีแล้ว ถ้าใครให้ผม
    เอา D700 ไปรับงาน ผมว่างานที่ออกมาก็คงจะงดงาม
    ได้สบาย มันเป็นกล้องที่สุดยอดจริงๆ

    ผมคิดว่า X-T2 ก็คงจะกลายเป็นกล้องที่จะมีคนใช้มัน
    เป็นเวลายาวนานเหมือนกัน เพราะมันออกแบบมาดี
    นี่ผมไม่ได้พูดแค่หน้าตานะ มันเกี่ยวกับ workflow
    รวมถึงรายละเอียดเล็กน้อยที่ช่างภาพต้องใช้ด้วย

    อ๋อ ไม่ๆ X-T1 มี workflow ที่สู้ X-T2 ไม่ได้เลย
    ใช้แล้วคงจะหงุดหงิด firmware แก้ไม่หาย X-T1
    เหมือนกับผลไม้ที่ยังไม่สุก แต่ก็พอกินได้ สวย,หอม
    แต่กินแล้วยังไม่หวาน

    โอ้ ใช้เวลาหน้าจอนานไปแล้ว ยังงัยคุณ August อย่า
    ลืมแก้ให้ผมแล้วกันนะครับ ..
    Last edited by Penguin1211; 6th February 2017 at 22:24.

  16. The Following User Says Thank You to Penguin1211 For This Useful Post:

    August412 (7th February 2017)

  17. #84
    Join Date
    Feb 2008
    Posts
    869
    Thanks
    573
    Thanked 623 Times in 215 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    ขอบคุณ คุณ August นะครับ

    จะแวะมาบอกว่าฝันผมสลายแล้วหล่ะ คงต้องอยู่กับ Nikon
    นี่แหละ เพราะว่าวันนี้ผมไปเล่าให้คุณแม่ผมฟังว่าอยากจะซื้อ
    กล้องใหม่ให้ตัวเอง คุณแม่ผมก็บอกว่าไอโฟนที่มีอยู่มันก็
    ถ่ายรูปได้ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อกล้องท่องเที่ยวใหม่หรอก มัน
    เปลือง

    ผมว่าแม่ผมบอกมันก็จริง เพราะว่าไอโฟนตอนนี้มันก็ให้มา
    สองเลนส์แล้ว ไวด์ก็ได้ เทเลก็ดี ซื้อ Fuji เพื่อไปซื้อเลนส์
    ไวด์กับเทเลมาใส่ มันก็ถ่ายรูปได้พอกัน เพียงแต่เดฟไม่ได้
    เท่านั้นเอง

    เวลาซื้อกล้องผมก็เก็บสะสมเงินซื้อเองนะ แต่ถ้าคุณแม่มาห้าม
    ยังงี้ก็ต้องทำตามแล้วหล่ะ ถึงจะไม่ได้กล้องใหม่ แต่คุณแม่
    สบายใจคงจะดีกว่า ว่าไปแล้วดีไม่ดีปีหน้าอาจจะมีกล้องที่ดี
    กว่าฟูจิตั้งเยอะออกมา แล้วเวลานั้นก็อยากซื้ออันใหม่มากกว่า
    ก็ได้ อนาคตไม่แน่ไม่นอน แต่ที่แน่นอนก็คือ กล้องใหม่มักจะ
    ดีกว่ากล้องเก่าเสมอ

    ผมคงต้องหยุดบ้าๆบอๆเสียทีแล้วไปทำงานทำการให้คุณแม่
    ชื่นใจ ก็คงต้องเลิกเข้าใจว่ากล้องอันนู้นดีกว่ากล้องอันนี้ยังงัย
    เพราะว่าเข้าใจไปก็งั้น ความรู้ที่นำไปสู่การเปลืองตังค์และ
    เสียเวลาการทำการทำงานเป็นความรู้ที่ .. มีค่าเป็นลบต่อชีวิต
    ตัวเอง .. เฮ้อออ อด เซ็ง พยายามหาเหตุผลดีๆปลอบตัวเอง
    แต่ก็ดีไม่เสียตังค์ 55

  18. The Following User Says Thank You to Penguin1211 For This Useful Post:

    August412 (15th February 2017)

  19. #85
    Join Date
    May 2016
    Posts
    184
    Thanks
    133
    Thanked 40 Times in 12 Posts
    Rep Power
    2

    Default

    ดีใจด้วยนะครับที่ไม่เสียตังค์ ตอนนี้ผมก็ลงขายเลนส์ไปบ้างแล้ว เดี๋ยวว่าจะขาย14-24อีกตัว ระหว่างตัดสินใจว่าจะไปฟูจิดีไหม แต่คงยังไม่ขายกล้องกับเลนส์35f1.8 ผมคงเอาไว้ใช้แค่นี้พอ ผมคิดว่าน่าจะเพียงพอกับผมแล้วแหล่ะมั้งในเวลานี้


    พี่Penguin1211ผมก็เหมือนกับพี่เลยครับ ซื้อเองแต่เวลาจะขายแม่จะเบรกว่า ขายแล้วไปซื้อตัวใหม่จะถ่ายได้เก่งขึ้นหรอ มันคุ้มไหมเวลาขาดทุนเยอะๆ

  20. #86
    Join Date
    Feb 2008
    Posts
    869
    Thanks
    573
    Thanked 623 Times in 215 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    ขอบพระคุณนะครับคุณ August

    คุณ August เป็นคนที่ซื้อเลนส์ที่ดีเลยนะครับ ผมก็มี 14-24 อยู่ตัวนึงครับ
    มันเป็นเลนส์ที่ผมตั้งชื่อเล่นให้ครับ ผมตั้งชื่อมันว่า Bubble น้อย แต่พออยู่
    กับคนอื่นผมจะเรียกมันว่าเลนส์มนุษย์อวกาศ เป็นเลนส์ที่ดีเลยทีเดียว คือมัน
    น่ารักและคุณภาพเยี่ยมจนใจผมอดตั้งชื่อเล่นไปโดยไม่รู้ตัวเลย 55

    ข้อดีของเลนส์ตัวนี้คือ เมื่อเวลาที่ผมรับงานคู่กับเพื่อนๆ เพื่อนๆมักจะหลีกทาง
    ให้ผมเป็นคนรับหน้าที่ถ่ายรูปหมู่ครับ เพื่อนๆเขาจะเชื่อมันเลยว่ามันจะออกมาดี
    มันทำให้คนเงียบๆอย่างผมได้มีโอกาสออกคำสั่งให้หมู่ญาติเจ้าบ่าวเจ้าสาว
    ทำท่าทางให้เราถ่ายครับ รู้สึกว่ามันเป็นการผลักดันให้ผม interact กับมนุษย์
    คนอื่นๆดีครับ 55

    ถ้าจะคิดว่า 2 ระบบไหวก็น่าเก็บเลนส์ตัวนี้นะครับ ผมว่าสัก 6 เดือน งานของ
    ผมเบาลง ผมจะใช้เลนส์ตัวนี้ตระเวณถ่ายกรุงเทพเรื่อยๆครับ

    ผมแอบไปเห็นคุณ August ใช้เลนส์ตัวนี้ถ่ายแฟนที่ญี่ปุ่น ผมคิดว่าคุณ August
    ถ่ายรูปได้ดีทีเดียวนะครับ เพราะเลนส์ตัวนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ถ่ายท่องเที่ยว
    นะครับ แต่ก็ยังถ่าย portrait ออกมาดี ฝีมือใช้ได้ทีเดียวนะครับ

    ตอนนี้ผมคิดว่าถ้าหากว่าจะฝึกถ่ายรูปให้มากขึ้น อาจจะลงทุนที่กระเป๋าดีๆ และ
    เลนส์ดีๆอีกสักหน่อยนึง (ถ้าจะยังอยู่กับ Nikon ต่อนะครับ) ถ้าเป็นผมก็คงจะ
    ไปหากระเป๋า ONA bowery แล้วใส่ D810, 35/1.8, 85/1.8 เลนส์ 2 ตัว
    พอนะครับ แล้วก็เอาไว้ถ่ายนั่นนู่นนี่ กระเป๋าที่สวยๆก็ทำให้เราอยากถ่ายรูปขึ้น
    ได้เหมือนกันนะครับ

    และดีแล้วครับเรื่องคุณแม่ .. เพราะว่าแม่ของผมท่านเตือนสติก็เพื่อให้ผมมีชีวิต
    ที่ดี ก็กิเลสมันก็มี แต่ผมจะฟังแม่ดีกว่า 55
    Last edited by Penguin1211; 15th February 2017 at 12:12.

  21. #87
    Join Date
    Feb 2008
    Posts
    869
    Thanks
    573
    Thanked 623 Times in 215 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    ขออุทิศ Post นี้สำหรับความจริงนี้นะครับ

    ความสวยงามของกล้อง ไม่ได้อยู่ที่ขนาดว่าเล็กหรือใหญ่
    แต่อยู่ที่ความเหมาะสมของความกว้างยาวสูงที่เหมาะเจาะ

    อย่างกล้อง Medium Fuji GFX 50D มีขนาดเล็กก็จริง
    แต่มันไม่สวยนะ เพราะมันขาดความสมดุลครับ หลังมันโก่ง
    ไป

    Df ที่มันไม่ค่อยโอ เพราะบอดี้หนาไปครับ แถมคุณเอาเงิน
    ผมไปตั้งแสนนึง แล้วเอากล้องที่สำผัสพลาสติกมาให้ผม
    เนี่ยะอ่ะนะ? ผมไม่เข้าใจจริงๆ

    Pen f สวยแม้ว่าจะมีขนาดเล็ก
    Leica สวยแม้ว่าจะมีขนาดใหญกว่าเยอะ

    ต้นเหตุของความสวยไม่ได้มาจากขนาดที่เล็ก

    Sony A7 เป็นกล้องขนาดเล็ก แต่ไม่สวย เพราะว่าเลนส์
    มีขนาดใหญ่ไม่สมดุลกันเลย ยิ่งปุ่มห่วยอีก เราเลยรู้สึกว่า
    มันเป็นกล้องที่แพงแต่ไม่ค่อยมีคุณภาพ

    ต้นเหตุของความสวยอยู่ที่ขนาดที่สมดุลมากกว่า

    ดังนั้น Nikon ครับ ลุยเลย ไม่ต้องสนใจทำกล้องให้มันเล็ก
    หรือเป็น Mirrorless หรอกครับ ให้ช่วยออกแบบให้สวย
    มีเลนส์ฟิกซ์ที่สวยเข้ากันแบบครบชุด อย่างเช่น 35 มิล
    หรือ 75/85 มิล f/2 หรือ 2.8 แล้วทำให้สวยอย่างเลนส์
    Ais หรือเลนส์ Voigtlander ผมว่ามีคนซื้อเยอะแยะเลย
    เพราะว่ายังไม่มีคนทำกล้อง Retro Full frame ได้ครบ
    เครื่องเหมือนกับที่ Fuji ทำ คือดีทั้งเลนส์ ดีทั้งกล้อง
    วัสดุกล้อง ประสบการณ์ในการปรับปุ่ม ขนาดเลนส์ที่เล็ก
    ราคาเลนส์ที่ไม่แพงมาก เซ็นเซอร์ที่ดี โอยย เขาดีรอบด้าน
    ถ้า Nikon รู้จักใส่ใจออกแบบได้เหมือน Olympus หรือ
    Fuji ก็คงจะดี

    อย่าพยายามให้คนโง่ๆเป็นผู้บริหารนาน บริษัทจะโทรม
    เหมือนกับที่ Hassablad ก่อนหน้านี้

    การที่ Nikon ให้คนที่สติปัญญาไม่ได้ดีอะไร แค่ภายนอก
    ดูดีมาบริหารบริษัท 5 ปี ทำให้ผมรู้สึกว่าบริษัทมันกิ๊กก๊อกลง
    ก็เป็นเรื่องขำกันไป

    ตอนนี้ได้ยินว่า Nikon เปลี่ยนผู้บริหารแล้ว ผมจะลองดูว่า
    ผู้บริหารใหม่เป็นคนฉลาดไหม? ในฐานะที่เป็นผู้ใช้ Nikon
    คนนึง ก็เห็นสติปัญญาของผู้บริหารคนก่อนแล้วก็เป็นบทเรียน
    ต่อชีวิตตัวเอง คือถ้ามีลูกน้องที่โง่เข้ามา ต้องรีบเชิญออก
    จากบริษัทไปเนิ่นๆ หรือไม่ก็รีบเชิญไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มี
    อำนาจ เพราะปล่อยให้อยู่นานๆแล้วมักจะทำให้เกิดเรื่อง
    บ้าๆบอๆ ทำให้บริษัทวุ่นวายมากๆ

    ไม่มีอะไรหรอกนะ ผมก็แค่มีกล้องหลายยี่ห้อหน่อยเท่านั้น
    เอง ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ผมก็แค่ต้องขยันชาร์ตแบต
    ก็เท่านั้นเอง .. 55
    Last edited by Penguin1211; 15th February 2017 at 12:26.

  22. The Following 3 Users Say Thank You to Penguin1211 For This Useful Post:

    August412 (15th February 2017), jack09 (15th February 2017), คุณปาปา (15th February 2017)

  23. #88
    Join Date
    Jul 2007
    Posts
    3,130
    Thanks
    553
    Thanked 3,429 Times in 1,319 Posts
    Rep Power
    49

    Default

    เห็นด้วยเลยครับ!!

    กล้อง Nikon รุ่นหลังๆ .. ไม่มีความงามเอาซะเลย
    ออกแบบมาเพื่อให้มือโปรใช้ แต่ไม่ควรเป็นโปรซะจน มือสมัครเล่นกลัวๆว่าจะใช้ไม่ได้
    รวมทั้งเป็นอุปกรณ์ที่ถือออกงานแบบมือถือไฮโซหรือกระเป๋าหรูๆไม่ได้

    สมัยโบราณ(ฟิล์ม) กล้องเป็นของไฮโซโดยความยากของมันเอง ไม่ใช่ใครต่อใครจะถือไปไหนมาไหนได้ ฉนั้นคนที่ถือได้ต้องมีทั้งกะตังค์(เยอะมาก)และความรู้ความสามารถ(เยอะมากเช่นกัน) ไม่ต่างจากโทรศัพท์โมโตกระดูกหมา โนเกียกระเป๋าเอกสาร หรือ รถเก๋งคันโตเท่าบ้าน คือ แค่มีแค่ถือก็เท่ห์แล้ว

    ประชาชน(ที่มีกำลังซื้อ)ไม่ถึง 0.01% เลยมั้ง ที่สามารถมีกล้องและถือกล้องได้
    กล้องมันเป็นสัญญลักษณ์แบ่งชนชั้นไปโดยปริยาย

    พอมาสมัยนี้ กล้องใช้ง่ายมากๆ และราคาเทียบแล้วก็ไม่ได้แพงมากมายเกินเอื้อม ใครๆก็มีได้พกได้
    นิกยังออกแบบกล้องมาเหมือนรถอเมริกาสมัยยุค 80 (คือ กล่องสามกล่อง ใหญ่ๆโตๆ มีปีกมีหาง ที่นั่งกว้างขวางคนนั่งสบายได้หลายคน บรรจุของได้เยอะ)
    ทั้ง dSLR, คอมแพ็ค, Nikon 1 ฯลฯ
    ซึ่งดูแล้ว มันเป็นกล้องจริงๆ
    เหมาะเอาไว้ทำงานจริงๆ

    เพื่อให้คน 0.01% ที่ว่าข้างบน ซื้อไปใช้และบอกต่อๆให้คนที่ยังไม่มี อีก 0.01% ซื้อไปใช้เช่นกัน
    คนซื้อจาก 0.01% เป็น 0.02% แปลว่า ยอดขายเพิ่มขึ้น 200% เชียวนะ
    นิกอนมาถูกทาง (?)


    casio บอกว่า ไม่ช๊ายยย ไม่ใช่!
    ทำกล้องกิ๊กก๊อกออกมา เซนเซอร์แย่ เลนส์ไม่ไหว ไม่เหมาะที่จะเป็นกล้องเลยแม้แต่ซักนิด แถมขายในราคาแพงมหาแพง!
    คนที่สนใจเล่นกล้องบอกว่า อี๋! จับสลากได้มา ตูขายต่อทันที

    แต่ประชากรโลก .. ที่เป็นผู้หญิง .. แทบจะแห่กันซื้อ
    ถึงจะมีกำลังซื้อแค่ 1% ของประชากรทั้งหมด (ที่มีกำลังซื้อ) เองก็เหอะ
    บอกว่า ฉันชอบ มันสวย ฟรุ้งฟริ้ง ใช่งานง่าย เป๊ะ!
    จะเถียงพวกเธอเหรอ?

    ในขณะที่ยอดขายนิกถอยรูดลงเรื่อยๆ ยอดขาย casio ค่อยๆโตขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ทั้งที่มันแทบไม่มีความเป็นกล้องเอาซะเลย
    Fuji ยอดขายก็แทบเรียกว่าถล่มทลาย, Olympus Pen F ยอดขายก็เหลือเชื่อ
    เพราะคนซื้อ ที่ไม่มีความรู้เรื่องกล้อง อยากได้แบบคนอื่นเขามั่ง แบบที่เซเลบเขาใช้อ่ะ ใช้งานง่ายๆ ห้อยคอก็หรูดูดี
    ไม่ใช่แบบที่ตากล้องรับงาน(มือโปร)เขาใช้ (ซึ่งดูแล้วเป็นเรื่องเป็นราว ซีเรียสน่ากลัวมาก และ พกออกงานก็ไม่ได้)

    มันหมดสมัยของ รถอเมริกันคันโต มือถือกระติกน้ำ กล้องหัวนูนๆตัวใหญ่ๆดูถึกๆล่ำๆปุ่มเยอะแยะ ไปแล้ว
    กล้องรุ่นใหม่ จะรีโทรหรือไม่ก็ตาม ต้องถือแล้วดูดี ห้อยแล้วไฮโซ ใช้งานง่าย ขนาดโดยรวมไม่ใหญ่ไปนัก

    ใครยังอยากเอามือถืออันโตๆ เหน็บเอว เพื่อโชว์ว่า "ข้าก็มีมือถือ"?
    ใครอยากมีรถเก๋งคันยาวเท่าปิ๊กอัพ รูปทรงถึกๆ เพื่ออวดว่า "ข้าก็มีรถใช้"

    กล้องยุคใหม่ ควรเป็นมากกว่าเครื่องมือเก็บภาพ
    ดีใจมากมาย มีคนให้ thank ความเห็น
    ขอบคุณเหลือหลาย

  24. The Following 3 Users Say Thank You to คุณปาปา For This Useful Post:

    August412 (15th February 2017), Mozazz (18th February 2017), Penguin1211 (15th February 2017)

  25. #89
    Join Date
    May 2016
    Posts
    184
    Thanks
    133
    Thanked 40 Times in 12 Posts
    Rep Power
    2

    Default

    ขอบคุณครับพี่ penguin1211 สำหรับคำแนะนำเรื่องกระเป๋าครับ กระเป๋าสวยๆผมก็อยากมีนะครับ
    ผมเปิดดูอยู่เรื่อยๆแต่มันแพงซะจริงๆทำไมตอนซื้อกล้องกับเลนส์ ถึงกล้าซื้อ แต่กระเป๋าผมกลับคิดหนักทั้งๆที่อยากได้มากๆ
    ส่วนหนึ่งอาจจะกลัวแฟนบ่นแต่ผมคิดว่ายังไงวันนึงผมก็ต้องซื้อ เลนส์ตอนนี้ก็เหลือแค่14-24กับ35 f1.8
    เลนส์85ผมขายไปตัวแรกเลยครับแต่เลนส์85ผมชอบมากกว่า35ซะอีก วันนึงอาจจะขายเลนส์ให้หมดเลย
    แล้วเปลี่ยนเป็น35 1.4แทน กับอีกตัวอาจจะไม่85ก็105แทนครับ ตอนนี้เงินที่ขายเลนส์ส่วนนึงผมไปลงทุนขายของ
    อาจจะต้องรออีกซักพักใหญ่ๆถึงจะได้ปรับเปลี่ยนหล่ะครับพี่ ที่อยากเปลี่ยนมันก็ไม่มีเหตุผลนะครับเกิดจากกิเลสล้วนๆเลย

    ขอบคุณสำหรับคำชมและกำลังใจเรื่องถ่ายรูปนะครับ(เป็นคำชมใช่ไหมครับ5555) ผมจะพยายามฝึกไปเรื่อยๆเพื่อให้ได้ภาพที่ดีให้ได้ครับ

  26. The Following User Says Thank You to August412 For This Useful Post:

    Penguin1211 (15th February 2017)

  27. #90
    Join Date
    Feb 2008
    Posts
    869
    Thanks
    573
    Thanked 623 Times in 215 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    ขอบคุณ คุณ August มากๆนะครับ

    เป็นคำชมแน่นอนครับ 55 บางทีเราเครียดๆ ก็หยิบกล้องมาถ่ายรูปสวยๆ
    ก็คลายเครียดดีนะครับ

    แหมม ผมคิดว่าถ้าผมเป็นคุณ August ผมตัดสินใจได้ไม่ยากเลยนะ
    ผมคงจะถามว่าแฟนพึงพอใจกล้อง D810 หรือเปล่า? ถ้าพึงพอใจก็จบเลย
    เพราะว่า

    - คุณภาพไฟล์ D810 มันดีกว่า X-T2
    - เลนส์ 35 f/1.8 ดีกว่า 23/2 อยู่สตอปกว่าๆ

    ชวนเขาออกไปถ่ายรูปบ่อยๆครับ เลนส์ 35 มิล ถ่ายรูป portrait ได้สวยเลย
    ทีเดียว

    ยังงัยโทดด้วยนะครับ ผมนึกว่ายังไม่มีแฟนจึงเชียร์ X-T2 เพราะว่าบางที
    กล้องสวยๆก็ทำให้เพศตรงข้ามสนใจ เอ๊ะนี่ไม่ใช่วัตถุนิยมนะครับ มันเป็น
    เพียงตัวช่วยเริ่มจุดประกายความสัมพันธ์ แต่สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ยั่งยืน
    น่าจะเป็นเรื่องจิตใจภายใน (ขอให้ไม่ใช่อยู่ด้วยกันเพราะความจำเป็น
    ก็แล้วกันเนอะ 55)

  28. The Following User Says Thank You to Penguin1211 For This Useful Post:

    August412 (18th February 2017)

+ Reply to Thread
Page 6 of 7 FirstFirst 1234567 LastLast

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •