Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Page 1 of 2 12 LastLast
Results 1 to 15 of 24

Thread: Review : Sony A7R II กล้องดิจิตอล Full Frame แห่งปี 2558

  1. #1
    Join Date
    Nov 2012
    Posts
    392
    Thanks
    4
    Thanked 1,526 Times in 264 Posts
    Rep Power
    20

    Sony Review : Sony A7R II กล้องดิจิตอล Full Frame แห่งปี 2558

    Review : Sony A7RII กล้องดิจิตอล Full Frame แห่งปี 2558


    นับจากวันที่ Sony A7R II เปิดตัวเมื่อปลายเดือนกรกฏาคม 2558 และเริ่มมีกล้องออกขายในตลาดเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2558 ถึงวันที่ผมเขียนรีวิวนี้ Sony A7RII ได้เปิดตัวและออกสู่ตลาดมานานกว่า 3 เดือนแล้ว ยอดขาย Sony A7R II ที่จัดว่าดีมากแม้ว่าราคากล้องจะสูงระดับ 100,000 กว่าบาท ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักถ่ายภาพที่เน้นคุณภาพ ส่วน Sony A7R II ที่ถูกขายออกสู่ตลาดมือ 2 นั้นแทบไม่มีผ่านตาให้เห็นเลย ผิดกับกล้องขายดีรุ่นอื่นๆ ในตลาดที่พอผ่านไปสัก 1 เดือนจะเห็นมือสองในตลาดอยู่บ้าง แสดงว่าผู้ซื้อไปใช้แล้วชอบจริงๆ ไม่ผิดหวังจึงไม่เห็นของมือ 2 ในตลาด นอกจากนี้ ผลตอบในวงการ Review และเสียงตอบรับจากผู้ใช้ทั่วโลกนั้นดีกว่าที่คาดหมายเอาไว้มากมาย ทั้งในด้านประสิทธิภาพของตัวกล้อง คุณภาพไฟล์ภาพนิ่ง และการใช้งานภาคสนาม แม้มีปัญหาอยู่บ้างเช่น ไม่มี RAW Uncompress ทาง Sony ก็รีบจัดการอัพเกรดระบบ Firmware ให้อย่างรวดเร็วมาก ได้ใจผู้ใช้ไปเต็มๆ Sony A7R II จึงเป็นกล้องที่ผมต้องบอกว่า เปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อ Sony และทำให้กล้อง Sony น่าใช้ขึ้นอีกมหาศาลทีเดียว

    ส่วนตัวผมเองได้ไปลอง Sony A7R II ตั้งแต่ตอนเปิดตัวที่สิงคโปร์ ผมเองใช้ Sony A7S อยู่กับงานวีดิโอ ส่วนภาพนิ่งมีทั้ง Mirrorless และ DSLR พอมีโอกาสลอง Sony A7RII สิ่งที่ลองหลักๆ เลยคือ คุณภาพเรื่อง Noise เพราะเป็นจุดอ่อนของกล้องความละเอียดสูง คุณภาพช่องมองภาพและความสะดวกเมื่อใช้กับเลนส์แบบแมนนวลโฟกัส เนื่องจากต้องใช้กับเลนส์แมนนวลบางตัวอยู่ ระบบโฟกัสโดยเฉพาะในระบบวีดิโอ หลังจากได้ทดสอบกล้องถือว่าผ่าน กลับมาผมเลยสั่ง Sony A7RII เข้าประจำการเป็นการส่วนตัวเพื่อทดแทนกล้อง DSLR ที่ใช้งานอยู่ ซึ่งรีวิวนี้จะเน้นไปที่ความประทับใจในการใช้งานและความได้เปรียบเสียเปรียบเมื่อเทียบกับกล้อง DSLR ที่เคยใช้งานอยู่ ส่วนมากจะถ่ายภาพ Landscape , Macro รวมทั้งภาพครอบครัว และก็มีถ่ายภาพบุคคลอยู่อีกพอสมควร ส่วนการใช้งานก็ไปพาไปถ่ายภาพที่ดอยอินทนนท์ ถ่ายภาพป่าเปลี่ยนสีที่ Catskill , NK, USA กับครอบครัว ก็ได้ถ่ายภาพครอบครัว ภาพLandscape กลับมาก็ไปถ่ายภาพแนวชีวิตประเพณีที่ Jim Thompson Farm
    Last edited by thaidphoto; 19th November 2015 at 19:42.

  2. The Following 8 Users Say Thank You to thaidphoto For This Useful Post:

    dolzpixz (3rd November 2016), Krisdapath (21st November 2015), miraclepk (9th September 2016), mmm0000mmm (18th January 2016), nutar11 (9th December 2015), pakkaprom (1st December 2015), seederdong (31st January 2016), สาระพัน (27th December 2015)

  3. #2
    Join Date
    Nov 2012
    Posts
    392
    Thanks
    4
    Thanked 1,526 Times in 264 Posts
    Rep Power
    20

    Sony Review : Sony A7R II กล้องดิจิตอล Full Frame แห่งปี 2558















    จุดเด่นของ Sony A7R II

    Sony A7R II เป็นกล้องแบบ Full Frame Mirrorless คือไม่มีกระจกสะท้อนภาพ ใช้เซ็นเซอร์ขนาด 24x36 มิลิเมตรที่เรียกว่า Full Frame ความละเอียดของภาพ 42 ล้านพิกเซล ตัวกล้องมีขนาดเล็กมาก เป็น Full Frame ที่เล็กที่สุดก็ว่าได้ ขนาดแค่ 126.9 x 95.7 x 60.3 มิลิเมตร น้ำหนัก 625 กรัมเมื่อรวมแบตเตอรี่และการ์ด ขนาดตัวถือว่าเล็กจะพอๆ กับกล้องแบบ Micro 4/3 และ APS-C ทีเดียว ส่วนน้ำหนักจะมากหน่อยเพราะตัวกล้อง Sony A7R II ทำจากโลหะแมกนีเซียมอัลลอยด์ที่เบาและแข็งแกร่ง Sony ใช้โลหะเกือบทุกส่วนในโครงสร้างหลักของตัวกล้อง ทำให้น้ำหนักรวมไม่ได้เบามากนัก เน้นการใช้งานหนักเป็นหลัก เมาท์กล้องเป็นโลหะที่แข็งแรงเป็นพิเศษยึดเข้ากับตัวกล้องอย่างแน่นหนารับน้ำหนักเลนส์ใหญ่ๆ ได้สบายๆ มีซีลป้องกันน้ำ ฝุ่นละอองและความชื้นทั้งตัวกล้อง กริปออกแบบใหม่ให้จับได้ถนัดมือเช่นเดียวกับรุ่น A7II หุ้มยางกันลื่นและทำให้จับกระชับ ปุ่มกดชัตเตอร์อยู่ในตำแหน่งนิ้วพอดี ส่วนปุ่มปรับต่างๆ ออกแบบให้รองรับกับการใช้งาน และยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของปุ่มต่างๆ ได้ที่ Menu ตามแต่ละคนต้องการใช้งาน สำหรับคนมือใหญ่ชอบจับกล้องตัวใหญ่ๆ หน่อย Sony A7R II มีอุปกรณ์เสริม Battery Grip เพิ่มแบตเตอรี่เข้าไปในระบบอีก 1 ก้อน ทำให้ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานขึ้น และยังช่วยการจับถือในแนวตั้งได้อีกด้วย





    Sony A7R II ใช้เซ็นเซอร์แบบ BSI EXMOR R CMOS ขนาด 24x35.9 มิลิเมตร ความละเอียด 42.4 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์แบบ BSI ออกแบบต่างจากเซ็นเซอร์ทั่วไปตรงที่มีการย้ายแผงวงจรอลูมิเนียมที่อยู่ด้านบนเซ็นเซอร์ลงมาไว้ที่ด้านล่างและใช้เป็นทองแดงแทนอลูมิเนียม ผลคือ พื้นที่รับแสงถูกขยายให้เต็มพิกเซล ช่วยให้ Sony A7R II มีความไวแสงคงเดิมแม้ว่าความละเอียดของพิกเซลจะเพิ่มขึ้นมาก Sony A7R II จึงสามารถตั้งความไวแสงได้ ISO100-25600 และขยายได้ถึง 102,400 โดยมีสัญญาณรบกวนต่ำ และการอ่านข้อมูลของเซ็นเซอร์เร็วขึ้นถึง 3.5 เท่า Sony A7R II จึงสามารถถ่ายภาพวีดิโอที่ 4K 100Mbps บันทึกในตัวกล้องได้ในขณะที่กล้องระดับเดียวกันได้เพียง Full HD เท่านั้น เซ็นเซอร์ของ Sony A7R II ยังฝัง Phase Detection สำหรับระบบปรับความชัดเอาไว้ถึง 357 ตำแหน่ง นับว่ามากที่สุดในกล้องดิจิตอลปัจจุบัน นอกจากนี้ BSI EXMOR R CMOS ของ Sony ยัง " ไม่มี Low Pass Filter " (ส่วนกล้องอื่นๆ หลายรุ่นจะมี Low Pass Filter อยู่ แต่ลบผลของ Low Pass Filter ออกไป) ช่วยให้ภาพคมชัดและเก็บรายละเอียดได้มากที่สุดเพราะไม่มี Low Pass Filter เข้ามารบกวนเลยจริงๆ ด้านหน้าเซ็นเซอร์เคลือบผิวแบบ Antistatic Coating ลดการเกาะของฝุ่น และมีระบบกำจัดฝุ่นด้วยการสั่นเซ็นเซอร์ ส่วนระบบประมวลผลแบบ BIONZ X สามารถประมวลผลได้เร็ว ให้ภาพมี Noise ต่ำ และมีความลึกสี 14 bit ถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วถึง 5 ภาพต่อวินาทีต่อเนื่องกัน 37 ภาพ(ไฟล์ JPG) ที่ 42 ล้านพิกเซล มีระบบ Multiframe Noise Reduction (เมื่อตั้ง iso ที่ Auto) เป็นการถ่ายภาพซ้ำ 4 ภาพลงในภาพเดียว ช่วยลด Noise ลงได้มาก ทำให้ตั้งความไวแสงได้ถึง ISO102,400 ระบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องหรือกรรมวิธีพิเศษใดๆ

    กล้องพิกเซลสูงต้องการความแม่นยำในการโฟกัสสูงมากขึ้นตามไปด้วย Sony A7R II ก็ เป็นแบบ Hybrid โฟกัสภาพที่ตกลงเซ็นเซอร์โดยตรงโดยใช้ Phase Detection จำนวน 357 จุดและ Contrast Detection อีก 25 จุดรวมเป็น 399 จุดกระจายกินพื้นที่ประมาณ 45% ของพื้นที่ภาพทั้งหมด รองรับการทำงานที่ความสว่างน้อยถึง -2 EV ที่ ISO100 เลนส์ F2 การโฟกัสบนเซ็นเซอร์รับภาพโดยตรงเท่ากับเป็นการโฟกัสภาพที่ถ่ายจริงๆ การโฟกัสจึงแม่นยำสูงสุด ระบบโฟกัสมีให้เลือกใช้ทั้งแบบจุดกลางภาพ เลือกตำแหน่งได้ใน 399 จุด ระบบโซน หรือทำงานทั้ง 399 จุด จะโฟกัสแบบทีละภาพ AF-S เพื่อถ่ายภาพนิ่ง หรือ AF-C สำหรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว หรือจะให้กล้องเลือกให้อัตโนมัติในโหมด AF-A ช่วยให้การถ่ายภาพเคลื่อนไหวเป็นเรื่องง่ายๆ ไปในทันที รวมทั้งยังโฟกัสโดยผู้ใช้แบบ Direct Manual หรือ Manual โดยตรงก็ได้ โดยช่องมองภาพจะมีการบอกขยายภาพเพื่อให้เห็นความชัดของภาพได้ถนัด หรือใช้ระบบ Peak Focus ช่วยก็ได้ ซึ่งตรงนี้จะทำให้ Sony A7R II ใช้กับเลนส์แมนนวลและเลนส์ภาพยนตร์ได้อย่างลงตัว Sony A7R II มีระบบค้นหาใบหน้าและดวงตาของแบบ และระบบจดจำใบหน้าซึ่งมีประโยชน์มากเวลาถ่ายภาพ Event ที่จะต้องการติดตามโฟกัสเฉพาะบุคคลบางคนอีกด้วย





    ปัญหาของกล้องพิกเซลสูงแบบ DSLR คือเรื่องการสั่นไหวของกล้องเนื่องจากชัตเตอร์และกระจกสะท้อนภาพ Sony A7R II ได้เปรียบกล้องอื่นๆ ตรงไม่มีกระจกสะท้อนภาพ และก็ยังปรับปรุงการทำงานของม่านชัตเตอร์โดยใช้ชัตเตอร์แบบใหม่โดยการพัฒนาตัวหยุดม่านชัตเตอร์ที่รับแสงได้ดีมาก การสั่นสะเทือนลดลงถึง 50% รวมทั้งมีระบบม่านชัตเตอร์ชุดแรกแบบอิเลกทรอนิกส์ช่วยลดการสั่นไหวของกล้องลงไปอีก หากไม่ต้องการให้ชัตเตอร์ทำงานเลยก็สามารถใช้ระบบชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์จะไร้เสียงและการสั่นสะเทือนโดยสิ้นเชิง ตัวชัตเตอร์กลไกทนทานถึง 500,000 ครั้ง ความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/8000 วินาที และสัมพันธ์กับแฟลชได้สูงถึง 1/250 วินาที







    ช่องมองภาพของ Sony A7R II เป็นแบบ Electronic View Finder ออกแบบใหม่โดยใช้ชุด Optical จาก Zeiss สามารถมองภาพได้อย่างชัดเจนทั่วทั้งช่องมองภาพ จอภาพใช้ OLED ขนาด 0.5 นิ้วความละเอียด 2.4 ล้านพิกเซล แสดงภาพ 100% ให้อัตราขยายภาพ 0.78 เท่าซึ่งเป็นขนาดภาพที่ใหญ่มาก และยังเป็นแบบ HP มองห่างจากช่องมองภาพได้ 23 มิลิเมตร สามารถปรับแก้สายตาได้ -4 ถึง +3 Diopter สามารถเปิดการแสดงข้อมูลได้หลายรูปแบบ ส่วนจอแสดงภาพหลังกล้องเป็นแบบพับก้มเงยได้จาก 107 ถึง 41 องศา ใช้จอ LCD TFT ขนาด 3 นิ้ว 1.2 ล้านพิกเซล จอ LCD หลังกล้องนี้ใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยกว่าช่องมองภาพอีกด้วย(เพราะความละเอียดน้อยกว่า)



    Sony A7R II มีระบบลดการสั่นไหวของภาพที่ตัวเซ็นเซอร์แบบเดียวกับ Sony A7 II ที่เซ็นเซอร์จะขยับในแนวบนล่างและหมุนเป็น 3 แกน ส่วนอีก 2 แกนคือ บนล่างแบบ Yaw และ Pitch จะขยับที่ตัวเลนส์ ระบบลดการสั่นไหวแบบ 5 แกนลดการสั่นไหวได้ถึง 4.5 stop และจะยังคงทำงานแบบ 3 แกนเมื่อใช้กับเลนส์แบบแมนนวล เป็นข้อดีอย่างมากอีกข้อหนึ่งของ Sony เมื่อใช้กับเลนส์แมนนวล





    ระบบถ่ายภาพวีดิโอของ Sony A7R II นับว่าเป็นจุดเด่นอย่างมากของ สามารถทำได้ถึงความละเอียด 4K (3840x2160 พิกเซล) ที่ 30 ภาพต่อวินาทีที่ Bit Rate 100Mbps ซึ่งเป็นระดับคุณภาพไฟล์ที่ยอดเยี่ยมมาก สามารถบันทึกโดยตรงลงการ์ด SDHC USH-1 หรือจะเลือกบันทึกโดยใช้ External Record ผ่านทาง HDMI type D ซึ่งจะได้ระบบสี เสียงที่สมบูรณ์กว่าการบันทึกลงตัวกล้องโดยตรง หรือถ้าถ่ายวิดิโอเป็น Full HD จะบันทึกได้ที่ 60 ภาพต่อวินาทีที่ Bit Rate 50 Mbps สามารถนำไปใช้งานตัดต่อคุณภาพสูงได้ ไฟล์วีดิโอแบบ XAVCS/AVCHD V2.0 บันทึกเสียงได้ในระบบ Dolby Digital AC-3 2 CH และสามารถบันทึกภาพลงการ์ดในขณะเดียวกับที่ส่งข้อมูลภาพผ่าน HDMI ไปยังเครื่องบันทึกข้อมูลได้อีกด้วย มีฟังก์ชั่นถ่ายภาพวีดิโอครบถ้วนแบบเดียวกับ A7s รุ่นยอดนิยม มี Picture Profile ต่างๆ เช่น sLog 2, Movie, Still ฯลฯ สามารถควบคุมการโฟกัสภาพแบบอัตโนมัติให้ช้า เร็วได้ทั้ง AF-Tracking , AF Drive Speed เพื่อความนุ่มนวลในการโฟกัสเวลาถ่ายภาพวีดิโอ

    ระบบถ่ายภาพและวัดแสงของ Sony A7R II มีให้ใช้ครบครัน ทั้งแบบ M A S และ P มีโหมด iAuto , Scene Selection , Panorama และ Picture Style ให้เลือกใช้ตามลักษณะภาพที่ต้องการ วัดแสงแม่นยำผ่านเซ็นเซอร์แบบ 1200 โซน ระบวัดแสงมีให้เลือกใช้ครบทั้งเฉพาะจุด เฉลี่ย และแบ่งพื้นที่ ช่วงการทำงานของระบบวัดแสงต่ำถึง -3 EV ที่ ISO100 F2 ระบบชดเชยแสง +- 5EV มีระบบถ่ายภาพคร่อมค่าการเปิดรับแสง 3, 5 และ 9 ภาพ Sony A7R II มีช่วงการรับแสงกว้างจากการใช้เซ็นเซอร์ BSI CMOS สามารถตั้งระบบ Dynamic Range Optimizer ซึ่งกล้องจะควบคุมส่วนมืดและสว่างให้มีรายละเอียดโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบภาพเดียวแล้วต้องการควบคุมส่วนมืดสว่าง หรือจะใช้ระบบ HDR ถ่ายภาพมืดสว่างเพื่อมารวมกันเป็นภาพเดียวแบบปกติก็ได้


    Sony A7R II มีระบบการทำงานอื่นๆ รองรับการใช้งานทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นที่จริงจัง ทั้งระบบถ่ายวีดิโอและภาพนิ่ง ระบบสมดุลสีของแสงทำงานได้อย่างแม่นยำ และมีให้ใช้ครบถ้วนทั้งอัตโนมัติและปรับตั้งเอง รวมทั้งยังปรับละเอียดได้ตั้งแต่ A7-B7 G7-M7 สามารถเพิ่มฟังก์ชั่น Time Lapse และ Angle Shift เป็นการแพนภาพวีดิโอโดยใช้ภาพใหญ่จากภาพนิ่ง(เพิ่มจาก Sony Store) ระบบแฟลชแบบ Pre-TTL ที่สามารถล็อคค่าแสงแฟลชได้ และที่ขาดไม่ได้คือ การทำงานร่วมกับ Play Memory Application ,NFC+Wifi และ Bravia Sync แบตเตอรี่ยังใช้แบบ NP-FW50 สามารถใช้พลังงานจากภายนอกได้โดยการใช้ Adapter หรือ USB โดยการต่อกับ Power Bank ได้อีกด้วย
    Last edited by thaidphoto; 19th November 2015 at 23:34.

  4. The Following 5 Users Say Thank You to thaidphoto For This Useful Post:

    bluehawaii (26th December 2015), Hasselblad (20th December 2015), Krisdapath (21st November 2015), miraclepk (9th September 2016), pakkaprom (1st December 2015)

  5. #3
    Join Date
    Nov 2012
    Posts
    392
    Thanks
    4
    Thanked 1,526 Times in 264 Posts
    Rep Power
    20

    Sony Review : Sony A7R II กล้องดิจิตอล Full Frame แห่งปี 2558


    การใช้งานจริงในภาคสนาม
    กล้อง Sony A7R II ตัวขายจริงมาตอนที่ผมอยู่อเมริกาพอดี (รีวิวนี้ออกช้าเพราะผมไปอยู่อเมริกามา 2 เดือนกว่า) พอกลับมาเมืองไทยผมรีบไปเอากล้องที่ Sony ทันที พร้อมเลนส์มาโคร Sony FE90mm.F2.8 กับแฟลชและแบตเตอรี่กริป ตัวผมเองถือว่าเป็นมือใหม่สำหรับกล้อง Sony ในชีวิตมีแต่ใช้กล้องวีดิโอ Sony ส่วนกล้องถ่ายภาพไม่มีเลย จะมีก็แค่ Sony A7S สำหรับใช้งานบริษัทซึ่งผมเองก็ไม่ได้เอามาใช้งานถ่ายภาพนิ่งเพราะเลนส์ที่มีเป็นเมาท์ Nikon หมด ต่อผ่านเมาท์อแดปเตอร์ทำให้ใช้งานไม่สะดวกเท่าไร ผมเลยไมได้เอากล้อง Sony มาถ่ายภาพนิ่ง พอได้ Sony A7R II ต้องเรียนรู้กันใหม่ทั้งหมดเลยในส่วนของการปรับตั้งกล้อง แต่ใช้เวลาไม่นานนักก็เริ่มคุ้นมือใช้งานได้คล่องตัวละ ชุดอุปกรณ์ของ Sony A7R II ที่ผมใช้งานจนถึง ณ เวลานี้มี กล้อง Sony A7R II , แบตเตอรี่กริป Sony ของแท้ , Vertical Grip ของ Promedia Gear เลนส์ Sony FE 90mm.F2.8 Macro , Zeiss Batis 25mm.F2 , Zeiss Batis 85mm.F1.8 ส่วนการ์ดใช้ของ Sony รุ่น SDXC1 U3 Class 10 94MB/S ในช่วงแรกที่ผมใช้งานจะถ่ายภาพเป็น RAW compress+ JPG พอใช้งานไปได้ 1 เดือนก็มี Firmware ใหม่ออกมาเป็น Uncompress ถึงวันที่เขียนบทความนี้ใช้กล้องประมาณเกือบ 3 เดือน (ตอนถ่ายวีดิโอรีวิว ใช้กล้องประมาณ 1 เดือน)


    การออกแบบตัวกล้อง เมนู และความคล่องตัวในการใช้งาน
    เริ่มที่ความคล่องตัวในการใช้งานของตัวกล้องก่อน ตัวกล้อง Sony A7R II ออกแบบเน้นเรียบง่าย ปุ่มปรับต่างๆ ไม่ถือว่าเยอะและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะกับการใช้งาน ตัวกล้องเล็ก แต่ไม่เบา กริปจับได้ถนัดมาก หุ้มยางที่มีลวดลาย ยางไม่หนึบมือมากเท่า Nikon แต่ไม่แข็งเท่า Canon น่าจะทนทานในการใช้งานยาวๆ ตำแหน่งวางนิ้วโป้งเหมาะเจาะดี เวลาที่มองภาพในช่องมองภาพสามารถปรับตั้งปุ่มการทำงานต่างๆ โดยไม่ละสายตาได้ ผมเข้าไปปรับตั้งระบบการทำงานต่างๆ ของปุ่มให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเอง ซึ่งจะปรับได้ 2 ส่วนหลักๆ คือ ปุ่ม Custom Function C1-C4 และปุ่ม Fn ที่ทำหน้าที่เป็น Quick Menu ให้เข้าไปปรับตั้งระบบการทำงานที่ใช้งานได้บ่อยๆ สามารถเลือกได้ว่าจะเอาอะไรเข้ามาใส่ใน Fn บ้าง กล้องดิจิตอลปัจจุบัน ปุ่มต่างๆ สั่งงานในระบบไฟฟ้า ดังนั้นจะให้ปุ่มไหนทำอะไร เป็นเรื่องของ Software ที่จะกำหนดลงไป ปรับตั้งการทำงานได้เกือบทั้งหมด สำหรับคนมือใหญ่และชินกับกล้องตัวใหญ่อย่างผมเองต้องติดกริป ซึ่งเลือกใช้กริปแท้จาก Sony กริปเป็นรุ่นใหม่ที่ใช้กับ A7II ,A7RII และ A7SII เพราะว่าแข็งแรงกว่ากริปเทียบมาก จะช่วยให้จับได้ถนัดมือยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการถ่ายภาพในแนวตั้ง และยังทำให้ใช้แบตเตอรี่ได้ 2 ก้อน ไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยๆ ผมมี Vertical Grip เอาไว้เวลาถ่ายภาพพาโนรามาแนวตั้ง รวมๆ ทั้งหมดแล้วยังหนักน้อยกว่า DSLR ที่ใช้อยู่เดิมซะอีก



    ในการใช้งานภาคสนามส่วนตัวกล้องไม่มีปัญหาอะไร เวลาเจอลมแรงๆ เข้าปะทะจะเจออาการสั่นบางๆ (จะสังเกตุได้เมื่อขยายภาพ 100%) เพราะตัวกล้องกับกริปเป็น 2 ชิ้น เป็นปกติของกล้องติดกริปซึ่งผมเจอมาตลอดชีวิตการถ่ายภาพ พอเอากริปออกติดขาตั้งที่ตัวกล้องโดยตรงก็ไม่มีปัญหาอะไรอีก หากถามว่าอยากได้อะไรเพิ่มหรือปรับอะไรไหม มีเพียง 1 ข้อคือ อยากได้ Joy Stick สำหรับเลือกจุดโฟกัสโดยตรง นอกนั้นโอเคหมดครับ


    ส่วนเมนูการทำงานของตัวกล้อง มีความชัดเจน แยกแยะได้ดี และไม่ซับซ้อน สำหรับมือใหม่ Sony อย่างผมในช่วงแรกติดปัญหาเรื่องระบบการทำงานบางอย่างไม่เข้าใจ เช่น DMF หรือ Picture Profile สำหรับวีดิโอ พออ่านคู่มือก็เข้าใจได้ง่ายมาก ระบบการทำงานของกล้อง Sony A7R II นั้นปรับตั้งได้เยอะมากๆ เยอะจนจำไม่หมด อะไรที่ไม่คิดว่ากล้องจะทำได้ก็ทำได้ บางระบบผมคิดว่าไม่มี ไล่ดูรอบแรกหาไม่เจอ ไปเจอรอบที่สอง แบบว่า Sony ใส่มาให้หมด นึกอะไรได้ อยากได้อะไรก็จัดเต็มมาเลย ซึ่งผมจะพูดถึงอีกทีในหัวข้อต่อๆ ไป ผมมีโหลด App เพิ่มเติมจาก Sony Store คือ Star Trail กับ Time Lapse ยังมี App อื่นๆ ให้โหลดอีก แต่ไม่มากนัก ลองเข้าไปดูได้ครับ



    Sony A7R II ใช้จอ EVF ขนาด 0.5 นิ้ว 2.4 ล้านพิกเซล อัตราขยายภาพ 0.78 เท่า ปรับสายตาได้ -4 ถึง +3 Diopter ระบบเลนส์ช่องมองภาพออกแบบโดย Carl Zeiss มีระบบ Eye Start ช่องมองภาพมีความสว่าง ใส และให้ภาพคมชัดทั้งระนาบ ไม่มีบิดเบือน ขอบภาพไม่คลาดสี ดูบายตามาก ผมชอบใช้ช่องมองภาพทั้งการถ่ายภาพและดูภาพที่ถ่ายแล้ว ยกเว้นเวลาปรับเมนูถึงใช้จอ LCD หลังกล้อง ในกลุ่มกล้อง Mirrorless ถือว่า Sony A7R II ทำช่องมองภาพได้ดีมากๆ เทียบกับ Fujifilm X-T1 และ Olympus OM-D EM1 MKII ซึ่งถือว่ามีช่องมองภาพแบบ EVF ที่ดีมากๆ แล้ว Sony A7R II ยังดีกว่าเล็กน้อย เลนส์ Eye Piece ที่ช่องมองภาพมีเลอะบ้างแต่ไม่บ่อย สักสองสามวันทำความสะอาดสักครั้ง ไม่ต้องถ่ายภาพไปเช็ดไป ส่วนจอหลังกล้องของ Sony A7R II ให้ภาพสว่างและเคลียร์ด้วยเช่นกัน มองในที่สว่างได้ดีพอตัว ผมติดแผ่นกันรอยของ Sony ยอมรับว่าคุณภาพดีมาก แนะนำเป็นพิเศษ ไม่ค่อยเป็นรอยเปื้อนเหงื่อที่หน้าและทำความสะอาดได้ง่ายด้วย ความต่อเนื่องของภาพบนจอทำได้ดีมากๆ มี Timelag สั้นมากๆ จนเรียกว่า “ไม่มี” ก็ได้แล้ว ส่วนตัวผมตอนนี้ไม่มีความต้องการใช้ Optical Viewfinder อีกแล้ว ใช้ EVF จะมีประโยชน์กว่ามากในทุกสถานการณ์ แม้กระทั่งการถ่ายภาพดาว EVF ก็ยังให้ผลที่ดีกว่าด้วย



    การแสดงข้อมูลที่จอภาพทั้ง EVF และ LCD หลังกล้องใช้งานเวิร์คมาก ส่วน EVF มีข้อมูลที่สำคัญครบ แสดง Histogram ระดับน้ำ จะเปิดปิดข้อมูลก็สะดวก เช่นเดียวกับหลังกล้องที่สามารถเลือกดูข้อมูลอย่างเดียว หรือดูภาพพร้อมข้อมูลได้หลายรูปแบบ ตรงนี้โอเคมาก ไม่มีอะไรจะติติ

    กล้อง Mirrorless ทุกตัวตอนนี้ใช้เซ็นเซอร์โฟกัสที่ฝังในอิมเมจเซ็นเซอร์เช่นเดียวกับ Sony A7R II มีตำแหน่งปรับความชัดมากถึง 399 ตำแหน่ง เป็น Phase Detection ถึง 355 ตำแหน่งส่วนกลางภาพ และ 25 ตำแหน่งส่วนขอบภาพ ทำงานถึง EV-2 กับเลนส์ F2 ตัวกล้องสามารถเปิดแสดงขอบเขตของ Phase Detection ได้ ส่วนระบบการทำงานมีทั้ง Single, Continue , MF มี Face Detection แบบจดจำใบหน้าได้ โฟกัสเฉพาะที่ดวงตาได้ จะเลือกพื้นที่แบบกว้าง เป็นโซน จุดใหญ่ จุดเล็ก หรือล็อคให้โฟกัสตามวัตถุที่เคลื่อนที่ได้หมด ส่วนระบบ MF มีทั้งการช่วยโฟกัสแบบขยายภาพ Peak Focus สีขาว เหลือง แดง เรียกว่าจัดมาให้ครบหมด ระบบโฟกัสต่อเนื่องสามารถติดตามวัตถุได้ตลอดที่ความเร็วในการถ่ายภาพ 5 ภาพต่อวินาที ระบบโฟกัสของ Sony A7R II ต้องบอกว่า ล้ำหน้าแบบสุดๆ ล้ำกว่ากล้อง DSLR ที่ผมใช้อย่าง Nikon D4s อยู่พอควรทีเดียว ทั้งนี้เพราะความเป็นกล้องแบบ Mirrorless ที่โฟกัสอยู่บนภาพที่ถ่าย ไม่ได้ใช้ Module แยกออกอย่างกล้อง DSLR ทำให้สามารถเพิ่มระบบการทำงานอย่างจดจำใบหน้า โฟกัสเฉพาะดวงตา หรือล็อคโฟกัสตามวัตถุได้ง่ายกว่า หากถามว่า DSLR ทำได้หรือไม่ ก็บอกว่าทำได้ แต่ต้องเพิ่มพัฒนาระบบ Module ให้ละเอียดมากขึ้น คลุมพื้นที่กว้างมากขึ้น เรียกว่าแทบจะต้องใส่ Image Sensor เข้าไปอีก 1 ตัวเลยทีเดียว (แล้วราคาจะขยับไปแค่ไหน)

    ในส่วนประสิทธิภาพการทำงานต้องถือว่า มีทั้งข้อดี และ “ข้อควรระวัง” ข้อดีของระบบโฟกัสของ Sony A7R II คือ ว่องไวมากไม่เป็น 2 รองใครในกลุ่ม Mirrorless พื้นที่การทำงานก็กว้างมาก ย้ายจุดโฟกัสไปที่จุดสนใจได้ทุกภาพ ซึ่งจะให้ภาพที่ชัดเปรี้ยะๆ มากกว่าการล็อคจุดโฟกัสที่กลางภาพแล้วจัดองค์ประกอบใหม่ (เนื่องจาก Curverture of Field ของเลนส์) ระบบโฟกัสฉลาดมาก ผมสามารถล็อควัตถุที่ถ่ายภาพแล้วจัดองค์ประกอบใหม่ กล้องก็จะย้ายจุดโฟกัสตามติดวัตถุที่เราล็อคโฟกัสไว้เมื่ออยู่ในระบบ Lock-on ส่วนระบบจดจำใบหน้าก็ดีมากๆ จะมีประโยชน์มากเวลาถ่ายภาพงานแต่งงาน งานรับปริญญา กล้องจะโฟกัสหน้าที่ถูกล็อคเอาไว้ตลอด

    ส่วนที่ต้องระวัง ตรงนี้อยู่ที่ความปราณีตในการใช้งานนะครับ ไม่ได้เป็นความผิดปกติของกล้องแต่อย่างไร คือ กล้อง Sony A7R II มีความละเอียดถึง 42 ล้านพิกเซล เมื่อขยายภาพที่ 100% ภาพจะใหญ่มากๆ จนเราอาจจะไม่รู้ตัว เมื่อมองภาพที่ 100% เท่ากับภาพมีขนาดใหญ่ถึง 2.8 เมตรx 1.88 เมตร ซึ่งเรากำลังมองภาพขนาดใหญ่นี้ที่ระยะห่างประมาณ 40 เซนติเมตรเท่านั้น แต่เวลาเราดูอัดขยายภาพขนาดนี้เวลาจัด Gallery เราจะมองห่างมากกว่า 1.5 เมตร การโฟกัสผิดตำแหน่งไปเพียงเล็กน้อยจะเห็นผลทันทีกับภาพใหญ่ขนาดนี้ กล้อง Sony A7R II มีความแม่นยำในการปรับความชัดสูงมาก แต่ผู้ใช้ต้องกำหนดตำแหน่งโฟกัสให้ถูกด้วย การบอกว่าโฟกัสหน้า โฟกัสที่คนไม่เพียงพอแล้ว ต้องกำหนดว่า ส่วนไหนของหน้า ส่วนไหนของคน ส่วนไหนของดอกไม้ โดยเฉพาะเวลาถ่ายภาพที่ช่องรับแสงกว้างสุดที่ f/1.4 หรือ f/2 ถามว่าปัญหานี้เกิดกับกล้องอื่นๆ ไหม ก็ตอบว่าเป็น แต่อัตราขยายภาพน้อยกว่ามากเพราะพิกเซลน้อย ผู้ใช้จะไม่รู้ตัวว่าโฟกัสหลุดไปเล็กน้อย ยิ่งกล้องพิกเซลสูงเท่าไร โฟกัสจะต้องละเอียดมากขึ้นและผู้ใช้ต้องถ่ายภาพด้วยความปราณีตมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเรื่องการคุมตำแหน่งโฟกัส การสั่นไหว ต้องปราณีต กล้องดีขึ้นเท่าไร คนต้องดีขึ้นด้วยเท่านั้น

    การใช้งานระบบโฟกัสพื้นที่กว้าง หรือระบบโซนของกล้อง Sony A7R II (รวมทั้งกล้องพิกเซลสูงทุกยี่ห้อทุกรุ่น) จำเป็นต้องคุมจุดโฟกัสให้ลงตำแหน่งจุดสนในเป๊ะๆ อย่างการถ่ายภาพ Portrait โฟกัสที่หน้าไม่เพียงพอ ต้องคุมให้ลงที่ลูกตาแบบเป๊ะๆ ไม่เช่นนั้นจะเจอว่า เราเลือกขอบเขตที่ใบหน้า แต่ภาพชัดเฉพาะจมูก หรือตาใดตาหนึ่ง (ซึ่งกล้องโฟกัสถูกคือที่หน้า แต่ว่ามันส่วนใหญ่ของหน้า คำสั่งโฟกัสที่หน้าจึงไม่พอสำหรับกล้องพิกเซลสูง ต้องเลือกด้วยว่า ส่วนใดของหน้า) ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้โฟกัสแบบเฉพาะตำแหน่งจุดเล็กสุดหากต้องการควบคุมจุดโฟกัสให้ลงตำแหน่งที่ต้องการเป๊ะๆ เวลาถ่ายภาพด้วยช่องรับแสงกว้าง แต่ถ้าใช้ช่องรับแสงแคบ ภาพมีชัดลึกสูง อันนี้โฟกัสตามปกติได้เลย จะซีเรียสเฉพาะภาพที่ชัดลึกตื้นมากๆ อย่างภาพมาโคร ภาพระยะใกล้ ภาพบุคคลที่ใช้ชัดตื้นมากๆ

    จุดที่เป็นข้อควรปรับปรุงจริงๆ สำหรับ Sony A7R II คือ ระบบโฟกัสแบบพื้นที่กว้างแบบ AF-C + Wide Area ยังมีหลุดออกไปนอกวัตถุบ้างบางภาพ คุณภาพการโฟกัสต่อเนื่องยังเป็นรอง Sony A99 ที่โฟกัสได้สุดติ่งมาก และยังเป็นรองกล้อง DSLR ตัว Top อยู่ในเรื่องของ Fuzzy Logic แต่ผมเชื่อว่า ให้เวลาอีกสัก 2 ปี กล้อง Mirrorless จะโฟกัสต่อเนื่องยากๆได้เนี้ยบกว่ากล้อง DSLR แน่ๆ รวมทั้งการถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วกว่าด้วย

    ส่วนระบบโฟกัสแบบ MF นั้นดีเยี่ยมมาก ผมเคยมีปัญหาใช้กล้อง DSLR กับเลนส์ MF โฟกัสหลุดตลอดแม้จะโฟกัสบนสกรีนจนชัดและ Confirm Focus ขึ้นก็ตาม ถ่าย 10 ชัด 4 เสียสัก 6 เลยถอดใจเลิก MF ไปเลย พอใช้ Sony A7R II สามารถโฟกัสภาพแบบ MF ชัดได้โดยไม่ต้องขยายภาพ และสามารถขยายภาพที่ 100% เช็คความคมชัดแบบสุดๆ ได้ด้วย อันนี้ชอบมากๆ แบบไม่มีอะไรจะติเลย



    ระบบลดการสั่นไหวและการสั่นสะเทือนของกล้อง
    ปัญหาของกล้องความละเอียดสูงมีค่อนข้างมาก เรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหามากคือ การสั่นไหวของภาพจะมากและชัดเจนกว่ากล้องพิกเซลต่ำ Sony A7R II แก้การสั่นสะเทือนที่เกิดจากการทำงานของตัวกล้อง โดยปรับการทำงานของชัตเตอร์ให้นุ่มนวลมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวะก่อนชัตเตอร์หยุดมีตัวเบรคชัตเตอร์ที่ประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมมาก ทำให้ชัตเตอร์ของ Sony A7R II ทำงานได้เงียบและนิ่งมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าคือ A7R และยังมีม่านชัตเตอร์ชุดแรกแบบไฟฟ้า กับชัตเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ ด้วย ในระบบชัตเตอร์ชัตเตอร์กลไกการทำงานจะหน่วงนิดๆ และนุ่มนวลใช้ถ่ายภาพปกติได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร ปกติผมจะอยู่ที่ชัตเตอร์โหมดนี้ ส่วนโหมดชัตเตอร์ชุดแรกแบบไฟฟ้าจะทำงานว่องไว ตอบสนองเร็วกว่า เสียงชัตเตอร์จะเปลี่ยไป ทำงานครั้งเดียว และแบบไฟฟ้า Silent Shutter ไม่มีการทำงานของชัตเตอร์กลไกเลย เสียงและความสั่นสะเทือนเป็น “ศูนย์” ตัดปัญหาเรื่องสั่นไหวออกไปได้เลย


    ปกติการสั่นเพียงเล็กน้อยจะสร้างปัญหาให้ภาพพิกเซลสูงทันที Sony A7R II จึงมีระบบลดการสั่นไหวแบบ 5 แกน ที่ตัวกล้อง 3 แกน และเลนส์อีก 3 แกน เท่ากับว่ากล้องมีระบบลดการสั่นไหวไม่ว่าจะใช้เลนส์อะไรก็ตาม ระบบลดการสั่นทำงานได้ดีมากๆ ผมเปิดใช้ทุกครั้งที่ไม่ได้ติดกล้องบนขาตั้ง ส่วนการตั้งบนขาต้องปิด กันสั่นเงียบ ไม่ได้รู้สึกถึงการทำงานเลย ไม่มีเสียงอิ๊ดๆ ลอดออกมาให้ได้ยิน ในระบบวิดิโอก็ทำงานด้วยเช่นกัน ผมชอบระบบลดการสั่นไหวของ Sony A7R II มาก ประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะเวลาถ่ายภาพวิดิโอ ภาพนิ่งขึ้นมากเลยสามารถร่อนกล้องตามแบบได้โดยไม่ได้ใช้ Stabilizer และเวลาใช้กับเลนส์ MF อย่าง 135mm.F2 ภาพจะนิ่งขึ้นมาก



    ระบบวีดิโอแบบ4K
    สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจ Sony A7R II อย่างมากคือการถ่ายวิดิโอ 4K ระดับ100Mb/s ลงการ์ดได้โดยตรง ทำให้เวลาออกไปถ่ายภาพนิ่งผมสามารถเก็บวิดิโอกลับมาได้ด้วย คุณภาพวิดิโอก็ดีมากใช้เป็นต้นฉบับในงานตัดต่อของ ThaiDphoto ได้เลย ระบบควบคุมวีดิโอทำได้มากเกินกว่าที่ผมใช้งานเสียอีก ทั้งเรื่องควบคุมแสง และสี หากต้องการคุณภาพที่ดีกว่านั้นสามารถใช้ตัวอัดแยก สัญญาณที่ผ่าน HDMI เป็นแบบ Clean Signal ไม่มีการบีบอัดข้อมูล ส่วนที่ Full HD สามารถถ่ายที่ 100 ภาพต่อวินาทีเพื่อมาทำวีดิโอ Slow Motion ได้ด้วย การถ่ายวีดิโอปกติจะถ่ายภาพแบบเต็มเฟรมแล้วมาทำการรวมข้อมูลแบบ Pixel Binning มีโหมดครอปพื้นที่เซ็นเซอร์แบบ Super 35 จะใช้พื้นที่เล็กลงและไม่มีการทำ Pixel Binning

    ตั้งแต่ใช้ Sony A7R II ผมถ่ายภาพวิดิโอเยอะขึ้นมาก เวลาตั้งกล้องถ่ายภาพ Landscape ก็จะถ่ายวิดิโอ 4K ของทิวทัศน์ที่ถ่ายภาพเก็บเอาไว้ด้วย สีสันและความคมชัดดีมาก อย่างไรก็ตาม Sony A7R II ไม่ได้ออกแบบสำหรับการถ่ายภาพวิดิโอแบบใช้งานหนักๆ มีการพบว่ามีปัญหาเรื่องความร้อนสะสมจนกล้องตัดการทำงานเวลาถ่ายวิดิโอ ซึ่งไม่พบใน A7S



    ความแม่นยำของระบบวัดแสง และ White Balance
    Sony A7R II มีความแม่นยำในระบบวัดแสงแบบแบ่งพื้นที่สูง รวมทั้งมีระบบวัดแสงเฉพาะจุดให้ใช้งานด้วย ระบบวัดแสงแบ่งพื้นที่ 1200 ส่วนลิงค์เข้ากับระบบโฟกัส ทำให้ความแม่นยำสูงมาก เวลาอยู่ในระบบถ่ายภาพแบบอัตโนมัติไม่ค่อยจะต้องแต่งแสงเท่าไรนัก ทำงานได้ถึง EV-3 ถือว่าต่ำมากสำหรับกล้องปัจจุบัน และชดเชยแสง+- 5Stop ถ่ายภาพคร่อมค่าการเปิดรับแสงได้สูงสุด 9 ภาพที่ 1 EV ล็อคค่าเปิดรับแสงได้ ระบบการทำงานเหลือเฟือมากๆ สำหรับผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม Sony A7R II เป็นกล้องแบบ EVF กล้องแสดงภาพที่จะได้ก่อนที่เราจะกดชัตเตอร์ ทำให้ความแม่นยำของระบบวัดแสงถูกแทนที่ด้วยความแม่นยำของช่องมองภาพแทน สารภาพว่า พอใช้ Sony A7R II ผมแทบไม่ได้ใช้ระบบวัดแสงของกล้องเลย ใช้วิธีการดูภาพที่จอ EVF กับ Histogram แทนการดูเสกลวัดแสง

    ผมทดสอบความแม่นยำในการเปิดรับแสงของ Sony A7R II กับเครื่องวัดแสงมือถือ Sekonic L758DR โดยใช้ Grey Card ของ Sekonic เป็นภาพทดสอบ พบว่า Sony A7R II มีความแม่นยำในการวัดแสงและผลิตระดับความสว่างของสีเทา 18% ที่พอดีเกือบเป๊ะๆ วัดแสง N ได้ค่า L51 จากมาตรฐาน 50.7 เมื่อคำนวนเป็นค่าแสงพบว่าผิดพลาดน้อยกว่า 0.1 stop ถือว่ามาตรฐานสูงมาก เมื่อเทียบกับกล้องที่เคยใช้มา Sony A7R II เป็นกล้องที่วัดแสงได้แม่นยำที่สุด (ส่วนมากจะผิด 0.3-1 stop)

    ส่วนที่ต้องการให้ปรับปรุง สำหรับ Sony A7R II กลับไปอยู่ที่เสกลวัดแสงในระบบ Manual เสกลวัดแสงของ Sony A7R II แสดงค่าได้ +-5EV เสกลกว้างมาก แต่แสดงค่าวัดแสงได้ +-2EV ในระบบแมนนวล พอเลยจากนั้นจะไม่แสดงค่า ไปขึ้นสัญลักษณ์ที่สุดเสกลแทน ถามว่าทำไมอยากได้เสกลกว้างขนาดนั้น เนื่องจาก Histogram จะแสดงภาพที่ Contrast เวลาผมถ่ายภาพ ผมมักจะเช็คค่า Histogram ควบคู่ไปด้วย ค่า Histogram เป็นค่าที่ความสว่างของภาพ ณ จุดค่าเปิดรับแสงที่ปรับตั้งขณะนั้นด้วย Contrast ในขณะนั้น ไม่ได้โชว์ Histogram ของภาพทั้งหมดจริงๆ(เกือบทุกยี่ห้อเป็นแบบนี้) ดังนั้นเราจะไม่รู้เลยว่า รายละเอียดที่ไม่ปรากฏในภาพที่ซ่อนอยู่ใน Dynamic Range อยู่มากน้อยขนาดไหน จำเป็นต้องถ่ายภาพทำ HDR หรือไม่ และต้องถ่ายภาพเท่าไรเพื่อทำ HDR

    หากจะขออะไรกับผู้ออกแบบกล้อง Sony ก็อยากจะให้มีโหมดที่โชว์ Dynamic Range ทั้งหมดใน Histogram (ทำขอบเขต 2 ส่วน ส่วนแรกคือ Dynamic Range ทั้งหมด และส่วนที่ 2 คือ ส่วนที่ปรากฏอยู่ ณ ค่ารับแสงตอนนั้น และขอให้เสกลวัดแสงทำงาน 5 stop ที่ระบบถ่ายภาพ Manual หากได้จะสมบูรณ์แบบสุดๆ สำหรับ Sony A7R II

    ระบบ Whit Balance ของ Sony A7R II ทำงานได้อย่างแม่นยำมาก และมีให้ปรับตั้งได้เต็มที่ ทั้ง Custom และ Finetune โทนภาพปกติจะออกไปทางโทนเย็นนิดๆ อันนี้เป็นเอกลักษณ์มาช้านาน สามารถปรับให้เป็นโทนอุ่น หรือออกเฉด ม่วงเขียว เหลืองน้ำเงินได้
    Last edited by thaidphoto; 19th November 2015 at 23:58.

  6. The Following 6 Users Say Thank You to thaidphoto For This Useful Post:

    gooksanova (30th January 2016), Hasselblad (20th December 2015), Krisdapath (21st November 2015), miraclepk (25th August 2016), pakkaprom (1st December 2015), phat123 (19th December 2015)

  7. #4
    Join Date
    Nov 2012
    Posts
    392
    Thanks
    4
    Thanked 1,526 Times in 264 Posts
    Rep Power
    20

    Sony Review : Sony A7R II กล้องดิจิตอล Full Frame แห่งปี 2558

    คุณภาพไฟล์ภาพที่ ISO ต่างๆ และ Dynamic Range
    มาถึงเรื่องที่สำคัญที่อยากรู้กันมากคือ คุณภาพไฟล์ภาพที่ ISO ต่างๆ และค่า Dynamic Range Sony A7R II ใช้เซ็นเซอร์แบบ BSI ทำให้พืนที่รับแสงเพิ่มขึ้น วงจรเป็นทองแดง ส่งสัญญาณได้เร็วขึ้นและมีผลให้ความร้อนลดลงด้วย ไม่มี AA Filter หน้าเซ็นเซอร์โดยสิ้นเชิง ส่วนไมโครเลนส์ที่ขอบเซ็นเซอร์มีการเยื้องตำแหน่งเพื่อรับแสงที่ตกลงมาให้ดียิ่งขึ้นด้วย ส่วความไวแสงทำได้ ISO100-102,400 มีระบบ Multi-Frame Noise Reduction เมื่อใช้ความไวแสง Auto Multi-frame NR

    ผลทดสอบ Noise Reduction ตั้งแต่ที่ ISO 100-102,400 (คลิกเพื่อชมภาพขนาดเต็ม)




    Noise Reduction ที่ ISO 100




    Noise Reduction ที่ ISO 200




    Noise Reduction ที่ ISO 400




    Noise Reduction ที่ ISO 800




    Noise Reduction ที่ ISO 1600




    Noise Reduction ที่ ISO 3200




    Noise Reduction ที่ ISO 6400




    Noise Reduction ที่ ISO 12800




    Noise Reduction ที่ ISO 25600




    Noise Reduction ที่ ISO 51200




    Noise Reduction ที่ ISO 102400


    ผมทดสอบความไวแสงกับ Noise ด้วยการถ่ายภาพชาร์จทดสอบที่ความไวแสงต่างๆ เมื่อปิดระบบ Noise Reduction ความไวแสง ISO100-800 เนียนมาก พอ ISO 1600 มี Noise มากวนเล็กๆ 3200 พอเห็น Noise ได้ชัดเจนที่ภาพ 100% แนะนำให้ใช้งานถึง ISO6400 เกินกว่านั้น Noise จะสูงมาก อย่าลืมว่านี่คือกล้อง 42 ล้านพิกเซลที่มีขนาด Photosite เล็กสุดๆ เทียบกับ A7R รุ่นก่อนหน้าแล้วต้องบอกว่าดีขึ้นมากมาย เมื่อเปิด Noise Reduction อาการ Chroma Noise จะหายไป ภาพเนียนขึ้นมากถึง ISO6400 เกิน 25,600 จะมี Luminance Noise เข้ากวนเยอะ ระบบ Noise Reduction ของ Sony A7R II ทำงานได้ดีมากๆ ช่วยกำจัด Chroma Noise แทบเกลี้ยง และยังแทบไม่ลดทอนความคมชัดของภาพลงด้วย ผมแนะนำให้เปิด High ISO Noise Reduction เอาไว้แม้จะเป็นการถ่ายภาพดาวก็ตาม



    ส่วนการเปิดรับแสงนานๆ ที่ ISO100 อาการ Noise และ Hot Pixel หลังจากอัพเกรด Firmware ต้องบอกว่าน้อยมากๆ ผมถ่ายภาพดาวที่ 2 นาที ISO3200 มี Hot Pixel โผล่มาไม่กี่จุดเท่านั้น สามารถทำ Black Frame NR จัดการได้สบายๆ โดยรวมแล้วเรื่อง Noise ถือว่าทำได้ดีเยี่ยมสำหรับกล้องระดับ 42 ล้าพพิกเซล (เทียบกับ 36 และ 52 ล้านพิกเซลด้วยกัน) ส่วนระบบ Multi Frame NR ช่วยลด Noise ได้มากพอควรในการทดสอบ หากสามารถใช้งานได้แนะนำให้ใช้งานครับ ตัวกล้องจะถ่ายซ้ำกัน 4 ภาพ (โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ กล้องจะปรับภาพให้ตรงตำแหน่งเอง) ซึ่งต้องถ่ายภาพวัตถุนิ่งๆ ผมก็เลยไม่ได้ใช้งานจริงๆ เป็นเรื่องเป็นราว



    ค่า Dynamic Range ของ Sony A7R II เป็นสิ่งที่ผมประทับใจมาก Sony A7R II มีช่วง Dynamic Range ที่ใช้งานได้จริง(ส่วนเส้นตรงของ Curve Dynamic Range) กว้างมากๆ ในการทดสอบผมถ่ายภาพ Color Chart+Grey Card แล้วลองดึงดู พบว่า ค่า Exposue Latitude ของ Sony A7R II เมื่อทดสอบด้วย Chart ของ Sekonic กว้างถึง Over 3 ถึง Under 6 stop สามารถดึงภาพกลับมาได้มีคุณภาพใกล้เคียงปกติ เมื่อคำนวนค่า Dynamic Range จะกว้างถึง 13 stop(เฉพาะส่วนเส้นตรงของ Curve) ในการดึงรายละเอียดไม่พบว่ามีปัญหาเรื่อง Banding Noise เข้ามารบกวนภาพด้วย มีแต่ Chroma Noise เมื่อดึงภาพที่ Under 5 และ Under 6 stop

    ในการถ่ายภาพภาคสนาม บางภาพผมต้องดึงรายละเอียดส่วนสว่างและมืดช่วย ที่ตัวกล้องมีระบบ Dynamic Range Optimizer 5 ระดับช่วยดึงรายละเอียดในไฟล์ JPG และมีระบบ HDR ถ่ายภาพคร่อมแสงมารวมกันอัตโนมัติ +-3stop ส่วน RAW File สามารถดึงโดยใช้ Photoshop CC ดึงได้เยอะมาก ประมาณว่าส่วนมืดดำๆ นึกว่าจะไม่ขึ้น ดึงกลับมาได้เฉยเลย ซึ่งผมลองเอาไฟล์ขอกล้องที่เคยใช้หรือทดสอบก่อนหน้านี้มาลองดึงดูก็พบว่า Sony A7R II สามารถดึงได้ดีและให้ภาพที่เนียนกว่า

    ส่วนความคมชัด รายละเอียด ต้องบอกว่า ในกล้อง 36 ล้านพิกเซลขึ้นไป ไม่มีตัวไหนกิน Sony A7R II ได้เลย ภาพคมกริป รายละเอียดสูงลิบ ยิ่งจับคู่กับเลนส์คุณภาพสูงๆ นี่ ภาพวิวนับใบไม้ได้เลย ถ่ายภาพบุคคลแทบจะนับเซลผิวบนใบหน้าได้ ผมชอบมากๆ เรื่องทำหน้าเนียนรายละเอียดหายทำไม่ยากนะครับ ใช้ App แต่งคลิ๊กสองคลิ๊กก็เสร็จแล้ว แต่ทำให้ภาพคมมีรายละเอียดสูง มันต้องมาจากกล้องและเลนส์ ใช้ App ช่วยไม่ได้ ในงานถ่ายภาพทิวทัศน์ ภาพสถาปัตยกรรม Sony A7R II ให้ภาพที่สุดยอดมากๆ คุณภาพไฟล์ใช้งานอัดขยายขนาดใหญ่ที่ต้องการความคมชัดและรายละเอียดสูงมากๆ ได้ มีเพียงแค่ใช้เลนส์คุณภาพสูงให้เหมาะกับคุณภาพตัวกล้องเท่านั้นเอง ซึ่งเลนส์ส่วนมากของ Sony/Zeiss จะให้คุณภาพสูงอย่างที่ต้องการได้อยู่แล้ว



    อุปกรณ์ต่อเนื่อง
    Sony เองก็ตั้งหลักไม่ทันว่า Sony A7 รุ่น II จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โรงงานประกอบทำงานมือเป็นระวิงเลย อุปกรณ์ประกอบของ Sony A7R II ยังไม่มากมายเท่ากล้องหลักอย่าง Nikon , Canon โดยเฉพาะอุปกรณ์ในตลาด After Market แต่เชื่อเถอะว่า อีก 1 ปีต่อจากนี้ไป ไม่มีอะไรที่ Sony ไม่มี เพราะทุกบริษัทหันมาทำอุปกรณ์รองรับ Sony กับหมดแล้ว อุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำงาน Sony มีให้เลือกใช้มากพอควร โดยเฉพาะระบบทำงานภาพยนตร์อันนี้มีเต็มระบบครบ เพราะ Sony A7S และ A7SII เข้าไปยึดหัวหาดได้อย่างแนบเนียนมาก ส่วนการทำงานใน Studio Sony A7R II สามารถใช้ CaptureOne Pro ซึ่งมืออาชีพทั่วโลกใช้งานอยู่ ถอดกล้อง PhaseOne ออกเสียบ Sony ก็ใช้งานได้เลย โปรแกรมอื่นๆ พวก Photoshop , DXO Optical, Lightroom รองรับทั้งหมด ไม่น่ามีปัญหาอะไร จะมีก็พวกของเล่นเท่านั้นที่รออีกนิด รับรองเต็มตลาดแบบของเล่น iPhone เลย
    Last edited by Mr.Auto; 20th November 2015 at 23:19.

  8. The Following 9 Users Say Thank You to thaidphoto For This Useful Post:

    Hasselblad (20th December 2015), JumlongCh (8th June 2016), Krisdapath (21st November 2015), miraclepk (25th August 2016), nutar11 (9th December 2015), pakkaprom (1st December 2015), phat123 (19th December 2015), rocketman (20th November 2015), wailing (20th November 2015)

  9. #5
    Join Date
    Nov 2012
    Posts
    392
    Thanks
    4
    Thanked 1,526 Times in 264 Posts
    Rep Power
    20

    Default

    สรุป
    จากการใช้งานประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา Sony A7R II เป็นกล้องที่ถูกใจผมมากมายจริงๆ ผมแทบไม่ได้แตะกล้อง DLSR เลย ไปถ่ายภาพ Landscape , Macro , Portrait ใช้แต่ Sony A7RII มีครั้งเดียวที่หยิบ DSLR ออกมาคือต้องใช้ Super telephoto ทำให้ต้องกลับมาใช้ DSLR เท่านั้นเอง Sony A7R II ให้ไฟล์ละเอียดมาก Noise ต่ำ สีสันดีเยี่ยม Dynamic Range กว้างมาก โฟกัสแม่นยำและไวมาก ไฟล์วีดิโอ 4K คุณภาพสูงบันทึกลงการ์ดในตัวกล้อง ตัวกล้องยังใช้งานได้สะดวกและมีระบบการทำงานที่ดีเยี่ยม รองรับการใช้งานได้ถึงระดับมืออาชีพจริงๆ และยังมี Software รอรับการทำงานมากมายด้วย ส่วนจุดที่ควรระวังในการใช้งานมีตรงเวลาถ่ายภาพช่องรับแสงกว้างสุด ควรเลือกโฟกัสแบบจุดขนาดเล็ก เพื่อให้คุมจุดโฟกัสได้ตรงใจที่สุดเท่านั้นเอง และควรใช้เลนส์คุณภาพสูงจริงๆ อย่างเลนส์ Zeiss จะได้ภาพที่มีรายละเอียดเต็มพิกเซล จะเห็นความอลังการว่า 42 ล้านพิกเซลจาก Sony A7R II มันสุดยอดแค่ไหน ด้วยราคาค่าตัวกล้องที่เกินแสนบาทไปนิดหน่อย รับรองว่าคุ้มค่ากับคุณภาพกล้องแน่นอน


    ภาพจาก Sony A7RII (คลิกเพื่อชมภาพขนาดเต็ม)






    Last edited by thaidphoto; 20th November 2015 at 00:05.

  10. The Following 26 Users Say Thank You to thaidphoto For This Useful Post:

    bluehawaii (26th December 2015), chotewon (20th November 2015), dolzpixz (3rd November 2016), drsmart (20th November 2015), Forsberg (21st November 2015), Hasselblad (20th December 2015), Jew_SponGy (22nd November 2015), Krisdapath (21st November 2015), miraclepk (25th August 2016), Mozazz (20th November 2015), noody (20th November 2015), nun69z (21st November 2015), nutar11 (9th December 2015), nw_foto007 (17th December 2015), pakkaprom (1st December 2015), phat123 (19th December 2015), prince_christ (7th January 2016), rainyday (19th February 2016), rob bowman (10th April 2016), rocketman (20th November 2015), rukawa (20th November 2015), t_bone (20th November 2015), wailing (20th November 2015), _TONKOK_ (21st November 2015), กล้องบุบ (20th November 2015), ตาสว่าง (20th November 2015)

  11. #6
    Join Date
    Dec 2007
    Location
    ตามซอกหลืบ
    Posts
    1,830
    Thanks
    287
    Thanked 963 Times in 376 Posts
    Rep Power
    20

    Default

    อ่านแล้วกล้องในตู้ผมสั่นเลย ^^"
    iammote.thaimultiply.com
    www.facebook.com/MoteMoment
    www.phateaw.com

    - EOS 7D
    - EOS 60D
    - Tokina SD 11-16 f2.8 (IF) DX
    - EF-S 17-55 f2.8 IS
    - EF 85 f1.8
    - EF 70-200 F4L IS
    - Speedlite 580EXll x2 unit

    และแล้ว
    - Nikon D750
    - Nikon AF-S 17-35mm f/2.8D ED-IF
    - Nikon AF-S 24-120 F4 VR Nano

  12. The Following User Says Thank You to rukawa For This Useful Post:

    phat123 (19th December 2015)

  13. #7
    Join Date
    Aug 2015
    Posts
    8
    Thanks
    0
    Thanked 4 Times in 3 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    ถ้าไม่นับ 42 Mp. กับ 4k
    เทียบคุณภาพไฟล์ กับ A7ii ที่ราคาถูกกว่าหลายหมื่นบาท ต่างกันมากไหมครับ การดึงอันเดอร์ - โอเวอร์ / น๊อยซ์ / ไดนามิคเรนจ์

  14. The Following 2 Users Say Thank You to Kingyojimbo For This Useful Post:

    chotewon (20th November 2015), Krisdapath (21st November 2015)

  15. #8
    Join Date
    Jul 2008
    Location
    กรุงเทพ
    Posts
    216
    Thanks
    5
    Thanked 966 Times in 147 Posts
    Rep Power
    18

    Default

    พอดีผมไม่มี A7II อยู่ในมือ เลยยังไม่ได้ลองดึงดูครับ หากให้เดา น่าจะใกล้เคียงกันมาก ตัว A7RII แม้ว่าจะมีพิกเซลเล็กกว่า แต่ว่าเป็น BSI ทำให้ขนาด Photodiode ใหญ่ ตัว Dynamic Range จึงน่าจะพอๆ กับ A7II อันนี้เดาๆ นะครับ จากสภาพเทคโนโลยีที่ใช้งานอยู่

    ส่วนผลเป๊ะๆ เป้นอย่างไร ขอลองดึงจริงๆ กับกล้องก่อน
    การถ่ายภาพลูก คืองานถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

  16. The Following 3 Users Say Thank You to Mr.Auto For This Useful Post:

    bcr (1st December 2015), DJW88 (23rd March 2016), Krisdapath (21st November 2015)

  17. #9
    Join Date
    Dec 2015
    Posts
    123
    Thanks
    113
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    2

    Default

    อยากได้ แต่เอาแค่ A7ll ก็สุดสุดๆ กระเป๋าแฟบสุดๆครับ

  18. #10
    Join Date
    Jul 2015
    Posts
    10
    Thanks
    2
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    0

    Default

    พอลองจริงๆแล้วเกินบรรยายเลยครับ

  19. #11
    Join Date
    Jul 2015
    Posts
    10
    Thanks
    2
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    0

    Default

    ที่สุดแล้วครับผม

  20. #12
    Join Date
    Dec 2015
    Posts
    4
    Thanks
    0
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    0

    Default


  21. #13
    Join Date
    Feb 2016
    Posts
    1
    Thanks
    0
    Thanked 0 Times in 0 Posts
    Rep Power
    0

    Default


  22. #14
    Join Date
    Aug 2012
    Posts
    15
    Thanks
    3
    Thanked 16 Times in 7 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    อยากได้เลย รอโปรดีๆ

  23. #15
    Join Date
    Jul 2014
    Location
    เชียงราย เจ้า
    Posts
    44
    Thanks
    9
    Thanked 4 Times in 4 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    ผมนี่มองตาปริบๆ เลยครับ

+ Reply to Thread
Page 1 of 2 12 LastLast

Similar Threads

  1. [ต้องการ ขาย] ขาย SONY A7R full frame ไร้กระจก และ auto adapter EF to sony next
    By mansri in forum ห้อง ขายกล้องและอุปกรณ์
    Replies: 3
    Last Post: 7th August 2015, 13:53
  2. [ต้องการ ขาย] Sony A7R Full-Frame Mirrorless
    By nabby in forum ห้อง ขายกล้องและอุปกรณ์
    Replies: 3
    Last Post: 3rd April 2014, 16:42
  3. [ต้องการ ขาย] Full-Frame 35mm SONY A7K พร้อม SD8GB กระเป๋ากล้อง SONY LCS-U20
    By EGG TART in forum ห้อง ขายกล้องและอุปกรณ์
    Replies: 1
    Last Post: 2nd January 2014, 16:38
  4. [ต้องการ ขาย] Sony Full-frame A7 + Kit
    By pkris in forum ห้อง ขายกล้องและอุปกรณ์
    Replies: 2
    Last Post: 25th December 2013, 16:02

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •