Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Results 1 to 2 of 2

Thread: เตรียมตัวไปถ่าย Motor Expo กันเถอะ : ตอนที่ 6 แปลงไฟล์ RAW ด้วย DXO Optic Pro 8

  1. #1
    Join Date
    Nov 2012
    Posts
    401
    Thanks
    4
    Thanked 1,583 Times in 270 Posts
    Rep Power
    22

    Default เตรียมตัวไปถ่าย Motor Expo กันเถอะ : ตอนที่ 6 แปลงไฟล์ RAW ด้วย DXO Optic Pro 8




    ผมชอบถ่ายภาพแบบ RAW+JPG และไม่แนะนำใครให้ถ่ายภาพแบบ JPG เพียงอย่างเดียวเท่านั้นแม้ว่าจะเป็นภาพถ่ายเล่นๆ ก็ตาม ด้วยสาเหตุว่า ภาพถ่ายเล่นๆ บางครั้งอาจจะต้องไปใช้งานจริงจังก็เป็นได้ ถ้ามีแต่ภาพ JPG อย่างเดียวเวลานำภาพไปปรับแสงสีดึงรายละเอียดจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก สู้การปรับแต่งจากภาพ RAW ไม่ได้ สาเหตุหลักอยู่ที่จำนวนเฉดสีที่บันทึกอยู่ในภาพ JPG และ RAW แตกต่างกันมาก ภาพ JPG จะมีความลึกสีเพียง 8bit/color ดังนั้นภาพจะมีจำนวนเฉดสีเพียง 16.7 ล้านเฉดสี ในขณะที่ไฟล์ RAW ของกล้องที่ดีหน่อยจะมีความลึกสี 14bit/color มีจำนวนเฉดสีในภาพมากถึง 4,398,000 ล้านเฉดสี หรือมากกว่ากันถึง 262,144 เท่า เมื่อมีการปรับภาพจะทำให้ RAW File สามารถปรับได้ดีกว่าเพราะมีจำนวนเฉดสีมากกว่านั้นเอง ปัญหาของการถ่ายภาพเป็น RAW คือ ขนาดข้อมูลค่อนข้างใหญ่มาก ทำให้การ์ดเต็มไวและเปลืองเนื้อทีเก็บข้อมูล ตรงนี้ผมแนะนำให้ใช้การ์ดขนาดใหญ่ความเร็วสูงซึ่งปัจจุบันราคาลดลงมามาก อย่างหลังสุดผมซื้อการ์ด 64GB ความเร็ว 1000x ในราคาประมาณ 7000 กว่าบาท สามารถถ่ายภาพ RAW+JPG กับกล้อง Nikon D4 ได้มากกว่า 1,200 ภาพ ถ้าใช้กับ Nikon D800 จะได้มากกว่า 700 ภาพ(RAW Lossless Compress 14bit) ซึ่งจริงๆ ก็น่าจะมาเกินพอสำหรับการถ่ายภาพทั่วไปใน 1 ทริปหรือ 1 วัน ถ้าเป็นการ์ดสเป็คต่ำกว่านี้ก็จะถูกลงมาอีกมากพอควร ส่วนฮาร์ดดิสก์ราคาลดลงมามากมาย ความจุ 2TB ราคาประมาณ 4,000 บาทเท่านั้น ซึ่งผมมองว่ามันคุ้มค่าที่เราจะถ่ายภาพแบบ RAW เก็บเอาไว้เผื่อใช้งานในวันข้างหน้าที่ต้องปรับแต่งภาพ ข้อดีของการถ่ายภาพแบบ RAW อีกประการหนึ่งคือ เมื่อมีการออกโปรแกรมใหม่ๆ ที่ความสามารถสูงกว่าเดิม เราสามารถนำไฟล์ RAW ที่เราเคยถ่ายไว้มาปรับแต่งก็จะได้ภาพที่ดีกว่าเดิมมากอีกด้วย ภาพที่เราทำไม่ได้ในวันนี้ วันหน้าอาจจะมีโปรแกรมใหม่ๆ สามารถปรับแต่งมันได้จากไฟล์ RAW


    สำหรับโปรแกรมที่ใช้ในการแปลงไฟล์ RAW มีอยู่หลายโปรแกรมที่นิยมใช้งานกัน เช่น Photoshop , Lightroom, Capture One, Nikon Capture NX และ DXO Optical ที่ผมชอบใช้งานกับไฟล์ RAW คือ Nikon Capture NX ซึ่งใช้กับกล้อง Nikon เท่านั้น ภายหลังผมไปลองใช้โปรแกรม DXO Optical พบว่าสามารถใช้งานได้ดีมากๆ ความสามารถหลายอย่างเหนือกว่าโปรแกรมอื่นๆ โดยเฉพาะความสามารถในการแก้ไขภาพตามรุ่นกล้องและเลนส์ที่ใช้งาน โปรแกรมจะตรวจสอบว่าเราใช้กล้องและเลนส์อะไรถ่ายภาพ จากนั้นจะโหลดข้อมูลของกล้องและเลนส์ชนิดนั้นมาเก็บไว้ เมื่อเราเปิดภาพโปรแกรมจะแก้ไขภาพให้ทันที ข้อเสียของเลนส์พวก Distortion ,Vignette ,Chromatic Aberation จะถูกแก้ไขอัตโนมัติ ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะแก้ไขหรือไม่ก็ได้ และสามารถดึงรายละเอียดส่วนมืดสว่าง ปรับสีภาพ โปรแกรม DXO Optical เท่าที่ทราบยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายในเมืองไทย แต่สามารถโหลดโปรแกรม Trial มาใช้งานได้ หรือซื้อแบบออนไลน์มาใช้งานก็ได้


    โปรแกรม DXO Optical สามารถลองโหลดมาใช้งานได้ที่เวป http://www.dxo.com

    ที่ผมใช้งานอยู่เป็นโปรแกรม DXO Optical เวอร์ชั่น 8 (ปัจจุบันเป็น Ver.9) การลงโปรแกรมก็ไม่มีอะไรยากนะครับ ผมขอข้ามขั้นตอนไปเลย จะแนะนำส่วนที่สำคัญสำหรับการใช้งานให้เท่านั้น


    หน้าตาของโปรแกรม DXO Optical ใช้งานง่ายมาก



    1. ตั้งค่าการทำงานที่ Edit>Preferences

    โปรแกรมจะตั้งค่าที่เหมาะสมมาให้ในเบื้องต้น แนะนำให้ปรับแต่ง 2 จุดคือ ส่วน General แก้ Correction Setting เป็น No Correction ทั้ง RAW และ RGB จะทำให้ภาพที่เปิดไม่ถูกแก้ไข เรามาไล่แก้ที่ละจุด แต่ถ้าต้องการให้เปิดมาแล้วแก้ไขเลยก็ไม่ต้องปรับแต่งการทำงานส่วนนี้ และ Performance ให้เพิ่มหน่วยความจำที่กันไว้ใช้งาน ถ้าใช้งานหนักให้เพิ่มจำนวนพื้นที่ (ขึ้นกับความจุของ HD ด้วย)






    2. โหลด Modules ของกล้องและเลนส์ที่ใช้งาน


    ที่ Dxo Optic Modules เลือก Download additional…





    เลือกกล้องและเลนส์ที่ใช้งาน ถ้าหาไม่เจอแสดงว่าไม่มีในฐานข้อมูล




    ระบบ Modules จะทำงานอัตโนมัติเมื่อเราเปิดภาพ หากโปรแกรมพบว่ามีกล้องหรือเลนส์เพิ่มเติมเข้ามาและมีในฐานข้อมูล ตัวโปรแกรมจะโหลดข้อมูลนั้นมาโดยแจ้งเตือนให้ทราบล่วงหน้า เป็นระบบที่ดีมากๆ แต่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เนทไว้ตลอดเวลาที่ใช้โปรแกรมด้วย



    3. ใช้งานโปรแกรมส่วน Organize


    เราจะเริ่มทำงานที่หน้า Organize หน้านี้จะคล้ายๆ กับโปรแกรมดูภาพอื่นๆ ให้เราเลือกโฟลเดอร์ที่เก็บภาพ สามารถดูภาพแบบเต็มภาพ หรือ 100%



    แต่ละไอคอนสั่งงานจะมีคำอธิบายปรากฏขึ้นมา ถ้าอ่านภาษาอังกฤษได้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร



    ในชุดคำสั่งด้านบน ที่สำคัญคือ Preset จะมีค่าปรับแก้สำเร็จรูปไว้ให้ใช้ เช่น default ของโปรแกรม ค่าปรับสีและแสง ความคมและสัญญาณรบกวน HDR (แบบภาพเดียว) ฯลฯ สามารถลองใช้งานได้ หากไม่ต้องการปรับเลือก No correction ได้




    เวลาจะดูภาพก่อนและหลังแก้ ใช้ icon ที่เป็นรูป 2 ภาพด้านบน หรือใช้เครื่องมือลูกศร คลิ๊กไปที่ตัวภาพก็จะเป็นภาพก่อนแก้หลังแก้สลับไปมา




    คำสั่งชุดด้านล่างที่สำคัญคือคำสั่งที่ใช้ในการจัดเรียงแยกประเภทภาพ
    สามารถแยกตามเลนส์ ชื่อ กล้อง ขนาดภาพได้ จะช่วยให้สะดวกในการค้นหา มีคำสั่งกลับภาพ ดูข้อมูล Image Properties พิมพ์ภาพ ฯลฯ









    4. ใช้งานโปรแกรม ส่วน Customize

    ส่วนนี้ใช้สำหรับการปรับภาพแบบละเอียด เครื่องมือด้านบนที่สำคัญคือ Dust Removal Tool (รูปพลาสเตอร์)ใช้ในการลบฝุ่น ปรับภาพตามเส้นแนวตั้ง ปรับภาพตามเส้นแนวนอน ปรับ Perspective และ Eye dropper สำหรับปรับสมดุสีภาพจากส่วนสีกลาง(ขาว เทา)

    ส่วนด้านซ้ายเป็นรายละเอียดการถ่ายภาพ ด้านล่างเป็นค่า Preset สำหรับสร้างค่าปรับตั้งภาพที่ใช้บ่อยๆ คล้ายๆ Action ของ Photoshop ด้านซ้ายเป็นการปรับตั้งภาพอย่างละเอียด จริงๆ แล้วการปรับตั้งต่างๆ จะเหมือนๆ กับ Photoshop ถ้าใช้ Photoshop เป็นก็สามารถใช้โปรแกรม Dxo ได้อย่างง่ายดาย





    ค่าปรับตั้งที่สำคัญได้แก่ White Balance โปรแกรมจะให้ปรับได้เฉพาะ RAW เท่านั้น
    ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะปรับแบบใด ตามกล้อง เลือกค่าอื่นๆ ปรับจากค่าอุณหภูมิสี หรือจากตัวภาพเองโดยใช้ Eye Dropper คลิ๊กที่ตำแหน่งวัตถุสีขาวหรือเทาในภาพ





    ภาพที่ได้จากการใช้ Custom WB โดยใช้ Eye Dropper แก้สีโดยอ้างอิงจากหมอนสีขาว




    คำสั่งต่อมาคือ Exposure Compensation เป็นการปรับความมืดสว่างให้กับภาพ แนะนำให้ใช้ Manual แล้วปรับความสว่างเอาเองถ้าต้องการปรับ



    ชุดคำสั่ง Dxo Smart Lighting จะคล้ายกับ Active D-Lighting ของ Nikon ใช้ในการดึงรายละเอียดส่วนมืดสว่างให้กับภาพ จะเห็นผลมากกับภาพที่มีความเปรียบต่างสูง การปรับ Dxo Smart Lighting ควรเริ่มปรับที่ Exposue Compensation ก่อน ปรับให้ส่วนสว่างดูสวยตามที่ต้องการแล้วปรับส่วนมืดจาก Dxo Smart Lighting จนได้ภาพใกล้เคียงที่ต้องการ





    ต่อมาเป็นชุดคำสั่ง Contrast มี Contrast ของภาพรวมทั้งหมด และ Microcontrast
    เป็นการเพิ่มความเปรียบต่างเพื่อให้ภาพดูมีรายละเอียดชัดเจนขึ้น เหมาะกับภาพที่ต้องการเน้นรายละเอียดเวลาถ่ายภาพไม่ค่อยมีแสงเงา





    ต่อมาคือชุดคำสั่ง Color accentuation ใช้สำหรับการเร่งสีให้จัดจ้านมากขึ้น
    Vibrancy ใช้เร่งสีโดยการทำให้สีบริสุทธิ์ขึ้น มีความเป็นแม่สีมากขึ้น
    ส่วน Saturation ใช้ในการเร่งสีให้สีเข้มขึ้นเท่านั้น ปกติควรใช้ Vibrancy ก่อนแล้วใช้ Saturation ทีหลัง





    ชุดคำสั่งต่อมาคือ Color Rendering จะใช้ในการปรับสีและแสงของภาพ เลือกได้ว่าจะปรับตามรุ่นกล้อง จำลองสีของฟิล์มถ่ายภาพ




    ปรับสีให้เป็น Kodachrome 64





    ชุดคำสั่ง Selective Tone สำหรับการปรับค่าความสว่างโดยแยกออกเป็น 4 ส่วน
    คือ ส่วนสว่าง ส่วนโทนกลาง ส่วนเงา และดำ การปรับจะช่วยลดเพิ่มความสว่างให้กับภาพส่วนนั้น




    Style-Toning เอาไว้ปรับสีภาพง่ายๆ แบ่งเป็นภาพวิว ขาวดำ ภาพบุคคล และภาพสีเดียวแบบต่างๆ





    Curve ใช้สำหรับปรับความสว่างและความเปรียบต่างโดยใช้กราฟแบบเดียวกับ Curve ใน Photoshop




    HSL ใช้สำหรับการปรับเฉดสี ความจัดจ้านของสี และความสว่างของสี จะปรับภาพทั้งหมดหรือเฉพาะบางเฉดสีก็ได้




    Geometry ใช้ในการแก้ความเอียงและบิดของภาพ




    ต่อมาคือ Noise หรือสัญญาณรบกวน จะมี Noise อยู่ 3 แบบให้แก้ไขคือ Noise ของความสว่างและ Noise ของสี




    Unsharp masking สำหรับปรับความคมชัดของภาพโดยการเร่งเส้นของภาพ
    เวลาปรับแนะนำให้ใช้ Intensity สูง Radius ต่ำ แล้วค่อยๆ เพิ่มค่า Threshold
    อย่าให้ภาพคมจนเกินเส้นขอบ Moire ใช้สำหรับลดลายเสื่อ(มัวเร่) ในภาพ จะเกิดต่อเมื่อมีการถ่ายภาพลดลายซ้ำๆ
    อย่างลายเส้นด้ายของเสื้อผ้า ลายอิฐ กระเบื้อง หรือภาพจากหนังสือที่เป็นงานพิมพ์ Dust เปิดปิดคำสั่งลบฝุ่น (ไอคอนด้านบน)





    ชุดคำสั่ง Optical Correction ให้เปิดใช้โดยให้โปรแกรมดึงข้อมูลจาก Module จะแก้ความคลาดต่างๆ ของเลนส์ได้ไปมาก ช่วยให้ภาพดีขึ้นมาก เป็นจุดเด่นของโปรแกรม Dxo Optical





    Dxo Film Pack เป็นการปรับภาพตามฟิล์ม (ต้องลง Dxo Film Pack) สามารถปรับสี เกรนเลียนแบบฟิล์ม สร้างอาการขอบมืดให้ภาพและปรับสีภาพขาวดำ




    Last edited by momo; 1st December 2013 at 08:20.

  2. The Following User Says Thank You to thaidphoto For This Useful Post:

    aekcat (30th June 2015)

  3. #2
    Join Date
    Nov 2012
    Posts
    401
    Thanks
    4
    Thanked 1,583 Times in 270 Posts
    Rep Power
    22

    Default

    5. ใช้โปรแกรมส่วน Process เมื่อปรับภาพได้ตามที่ต้องการแล้ว จะทำการแปลงไฟล์โดยลากไฟล์ที่ต้องการแปลงไปยังส่วน Process โปรแกรมจะปรับภาพแล้วแปลงเป็นไฟล์ตามที่ระบุไว้ทางคำสั่งด้ายซ้าย ภาพที่แปลงจะมีชื่อว่า dxo ต่อท้าย






    เปรียบเทียบภาพระหว่าง JPG หลังกล้องกับภาพที่ปรับจาก Dxo optical

    Last edited by momo; 1st December 2013 at 08:40.

  4. The Following 4 Users Say Thank You to thaidphoto For This Useful Post:

    aekcat (30th June 2015), IndyAir9 (25th March 2014), ironkong (22nd March 2017), samart26 (29th December 2013)

+ Reply to Thread

Similar Threads

  1. เตรียมตัวไปถ่าย Motor Expo กันเถอะ : ตอนที่ 2 รู้จักควบคุมปริมาณแสง
    By thaidphoto in forum เรื่องน่าอ่าน / บทความ / ถาม-ตอบบ่อย
    Replies: 10
    Last Post: 2nd August 2018, 15:07
  2. เตรียมตัวไปถ่าย Motor Expo กันเถอะ : ตอนที่ 3 แสงและเงา
    By thaidphoto in forum เรื่องน่าอ่าน / บทความ / ถาม-ตอบบ่อย
    Replies: 6
    Last Post: 17th February 2017, 09:49
  3. Replies: 23
    Last Post: 27th November 2014, 22:00
  4. เตรียมตัวไปถ่าย Motor Expo กันเถอะ : ตอนที่ 4 จัดภาพให้สวย
    By thaidphoto in forum เรื่องน่าอ่าน / บทความ / ถาม-ตอบบ่อย
    Replies: 4
    Last Post: 5th May 2014, 15:36
  5. เตรียมตัวไปถ่าย Motor Expo กันเถอะ : ตอนที่ 5 คิดไว้ก่อนถ่ายภาพ
    By thaidphoto in forum เรื่องน่าอ่าน / บทความ / ถาม-ตอบบ่อย
    Replies: 3
    Last Post: 25th March 2014, 14:38

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •