Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Page 4 of 5 FirstFirst 12345 LastLast
Results 46 to 60 of 75

Thread: เทคนิคการถ่ายรูป landscape กับ Hyperfocal distance

  1. #46
    Join Date
    Mar 2004
    Posts
    2,526
    Thanks
    178
    Thanked 2,824 Times in 586 Posts
    Rep Power
    47

    Default

    ถ้าใช้ lens prime ใช้ scale ที่ lens ได้เลยครับ

    Name:  lens2.jpg
Views: 1167
Size:  83.2 KB


    ให้สัญลักษ์ infinity ไปอยู่ที่ f-stop ที่ต้องการก็จะได้ hyperforcal แล้ว ค่อมาก็ขยับกล้อง จนจุดที่ต้องการให้ชัด ชัดก็ได้แล้วครับ และอีกอย่าง มันไม่ได้ชัดทั้งรูปอย่างที่ควรจะเป็นเพราะว่าต่าที่ได้มันมีจดทศนิยม มันหมุนไม่ได้ ลองดูที่นี่คร้บ

    http://www.northlight-images.co.uk/a..._distance.html


    สรุปง่าย ๆ ถ่าย landscape focus ไอ้ที่ไกลสุด ครับ เคยใช้ hyperfocus แล้วมันไม่ช้ด มันชัดไม่ทั่วถึง อย่างที่ link ข้างบนบอก
    Last edited by faloverung; 1st September 2013 at 00:02.
    Anna ni issho datta no ni
    http://www.truelyi.com

  2. The Following User Says Thank You to faloverung For This Useful Post:

    MRMD (1st September 2013)

  3. #47
    Join Date
    Jan 2012
    Posts
    475
    Thanks
    142
    Thanked 1,037 Times in 199 Posts
    Rep Power
    18

    Default

    Quote Originally Posted by faloverung View Post
    สรุปง่าย ๆ ถ่าย landscape focus ไอ้ที่ไกลสุด ครับ เคยใช้ hyperfocus แล้วมันไม่ช้ด มันชัดไม่ทั่วถึง อย่างที่ link ข้างบนบอก
    งง ครับ
    คือถ้าถ่ายภูเขาไรงี้ เราก็สามารถโฟกัสตี้เลยได้
    แต่บางทีเราต้องการ foreground ด้วย มันก็ต้องใช้ hyperfocus อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง, ยังไงก็ไปโฟกัสตี้ไม่ได้อยู่แล้ว
    ในลิ้งภาพส่วนใหญ่ถูกต้องแล้ว คือ hyperfocus จะได้หน้าที่ชัดกว่า ก็เป็นปกติ
    ส่วนบางภาพ hyperfocus ที่ระยะตี้ ไม่ชัดเท่าภาพโฟกัสตี้ เพราะว่าเค้าหมุนโฟกัส scale แบบรูปคุณ faloverung หรือป่าว? คือหมุนสัญลักษณ์ตี้ไปแค่ครึ่งตัว
    ที่ผมใช้ ผมหมุนให้ ขีด มันกินสัญลักษณ์ตี้ทั้งตัวเลยครับ
    แบบนี้....
    Name:  20130826_200104.jpg
Views: 1084
Size:  127.2 KB
    Bang for the buck
    Nikon D600
    Nikkor 20/2.8 - Wider
    Nikkor 50/1.8G - Street snap
    Nikkor 85/1.8G - Lens for my girl
    Nikkkor 24-85 VR - Travel easy easy
    GoPro 4 Silver - Fisheye

  4. The Following 3 Users Say Thank You to Suntse For This Useful Post:

    CasDestruction (1st September 2013), MRMD (1st September 2013), คุณปาปา (1st September 2013)

  5. #48
    Join Date
    Mar 2004
    Posts
    2,526
    Thanks
    178
    Thanked 2,824 Times in 586 Posts
    Rep Power
    47

    Default

    Quote Originally Posted by Suntse View Post
    งง ครับ
    คือถ้าถ่ายภูเขาไรงี้ เราก็สามารถโฟกัสตี้เลยได้
    แต่บางทีเราต้องการ foreground ด้วย มันก็ต้องใช้ hyperfocus อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง, ยังไงก็ไปโฟกัสตี้ไม่ได้อยู่แล้ว
    ในลิ้งภาพส่วนใหญ่ถูกต้องแล้ว คือ hyperfocus จะได้หน้าที่ชัดกว่า ก็เป็นปกติ
    ส่วนบางภาพ hyperfocus ที่ระยะตี้ ไม่ชัดเท่าภาพโฟกัสตี้ เพราะว่าเค้าหมุนโฟกัส scale แบบรูปคุณ faloverung หรือป่าว? คือหมุนสัญลักษณ์ตี้ไปแค่ครึ่งตัว
    ที่ผมใช้ ผมหมุนให้ ขีด มันกินสัญลักษณ์ตี้ทั้งตัวเลยครับ
    แบบนี้....
    Name:  20130826_200104.jpg
Views: 1084
Size:  127.2 KB
    คือมันหมุนไม่ได้ละเอียดครับ อย่างรูปที่แปะมา

    lens 28 F2 @ f5.6 ระยะ hyperfocal จะได้ที่ 2.3 - infinity ที่ระยะ focus 4.65 m
    ทีนี้ ถ้า เราหมุน 4.65 เมตรไม่ได้ ได้ที่ 4.6 m error แค่ 5 cm ระยะชัดจะได้ 2.3 - 440.3 m หมายถึงระยะ 440.3 m ขึ้นไป มันจะไม่ขัด ถ้าภูเขาอยู่ห่างไป 3 กม มันก็จะไม่ชัด error แค่ 5 cm ระยะชัดหายไปบาน

    ทีนี้ เอาใหม่ ให้ infinity ชัดตลอด ระยะ focus ที่ 4.7 m จะได้ 2.4 - inifity ที่ 5 m จะได้ 2.6 - infinity ทำได้ foreground มันเลื่อนไปอีก ระยะชัดโดยรวมมันจะสั้นลง lens ที่หมุนได้ละเอียด ๆ คือ lens macro แบบ manual focus ครับ

    hyperfocal คือระยะที่ทำให้ระยะชัดกว้างที่สุด ไม่ใช่ระยะชัดถึง ininity เท่านั้น สรุปก็คือ เราไม่สามารถหมุนมือแล้วได้ hyperfocal เพราะว่า scale ที่หมุน lens มันไม่ละเอียดพอครับ
    Anna ni issho datta no ni
    http://www.truelyi.com

  6. The Following 2 Users Say Thank You to faloverung For This Useful Post:

    CasDestruction (1st September 2013), MRMD (4th September 2013)

  7. #49
    Join Date
    Apr 2013
    Posts
    2,761
    Thanks
    2,370
    Thanked 841 Times in 280 Posts
    Rep Power
    17

    Default

    สวัสดีครับ ^ ^ ผมว่ากระทู้นี้สนุกดีนะครับ บางช่วงในบอร์ด
    ก็จะมีแต่ขายของ(ไม่ใช่ไม่ชอบนะครับ) คือผมเป็นประเภทชอบดูของเก่า
    ชอบถ้าตอนอยู่กรุงเทพก็ชอบเดินดูพวกตลาดของมือสอง ข้างทาง (ชอบดูนะแต่ไม่ชอบซื้อ เดินได้เป็นชั่วโมงๆ เดินดูของเดินดูผู้คน)
    เว็ปนี้ให้ผมได้ความรู้ แล้วก็ยังให้ผมเพลินกับการได้ดูของเก่า ของมือสอง(ไม่รู้ทำไมถึงตั้งราคากันแพงจัง บางกระทู้นะ เอิ๊กๆ)
    การที่ได้เห็นเพื่อนๆเข้ามาพูดคุย ทำให้หายเหงาไปได้เยอะเลยครับ
    อ๋อเกือบลืมไป ยังได้ชมรูปสวยๆอีกด้วย อันนี้ชอบมากครับ


    วันนี้จะขอพูดเรื่องที่เป็นประโยชน์ และไม่เป็นประโยชน์ อิ_อิ (เป็นเรื่องที่ไร้สาระ และไม่เกี่ยวกับการถ่ายรูปให้สวย แต่เป็นเรื่องเอาไว้คุยเล่นขำๆ ในวงเหล้า)

    เอาเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์สาระอะไรก่อนแล้วกันครับ
    1 Circle of Confusion

    เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ลักษณะจุดเบลอบนระนาบ ส่วนมากจะอ้างอิงที่กล้องว่าเป็นประเภทไหน จะมีค่า coc เท่าไหร่ แต่นอกจากกล้อง แล้วเลนส์ที่ผลิตออกมาดี จะสามารถให้ค่านี้เปลี่ยนไปได้ด้วย เรียกว่า "circle of least confusion"
    วิธีการหา อ้างอิงจาก http://www.dbp-consulting.com/Photog...Confusion.html
    Name:  1.PNG
Views: 1096
Size:  56.5 KB
    {ขอแก้ตรงส่วนคำนวน ที่ Copy มาจากตัวอย่าง ครับ เป็นส่วนที่พูดถึง ค่า CoC กับการฉายภาพหรือขยายภาพ เพื่อนำไปใช้จริง ค่า CoC จากการคำนวน ยังมี Error อยู่บ้าง จากการคำนวน จึงแนะนำว่าให้หาค่า CoC จากผู้ผลิต จึงจะตรงกว่า ค่า CoC ที่คำนวนได้ ขอลบตัวอย่างคำนวนออกนะครับ ส่วนตัวอย่าง เข้าไปดูได้ใน Link ที่แนบไว้ด้านบน}

    ด้านล่างของ web page ลิงค์ ด้านบน มีตัวคำนวนให้อัตโนมัติ
    CoC Calculator ถ้าเรารู้ขนาดของ Sensor (กว้าง คูณ ยาว) กับ Crop factor เราก็จะหาค่า CoC ได้คล่าวๆครับ

    วีดิโอ สำหรับอธิบายความหมายของ CoC
    http://www.youtube.com/watch?v=Pdq65lEYFOM

    ...
    2 limit ของ Aperture ที่จะเกิด Diffraction (ภาพที่ได้จะเริ่มดูเป็นวงๆ เหมือนเวลาเราหยดน้ำลงบน ผิวการะมัง ถ้าเราใช้รูรับแสงแคบๆ)

    ไม่ใช่ว่าเราจะเปิด f สูงๆ(รูรับแสงแคบ) แล้วจะทำให้ชัดสุดๆ ไปเลยได้นะครับ ยังมีข้อควรระวัง เมื่อใช้ f สูงๆ อีกด้วย ตารางด้านล่างคือค่า f ที่เริ่มมีผล

    ภาพที่เกิด Diffraction จะเป็นแนวๆ นี้ ครับ
    Name:  airydisk-rings.jpg
Views: 1014
Size:  5.6 KB
    รูปจาก
    http://www.cambridgeincolour.com/tut...hotography.htm

    Name:  O12391709-17.png
Views: 1045
Size:  133.9 KB
    รูปเอามาจาก คุณ Crazy Rabbit ของ Board พันทิพย์
    ..

    เราพูดถึงเรื่องไร้สาระกันมา 2 ข้อแล้ว เรามาเข้าสาระกันในข้อที่ 3 แล้วกันนะครับ
    3 ตาราง Excel ครับ สำหรับ กล้องทุกตัว ที่รู้ค่า CoC



    เปลี่ยนเลข coc ตามรุ่นของกล้องได้เลยครับ ตัวสีแดงคือ ตัวคูณครับ เปลี่ยนได้ครับ

    ไฟล์ https://docs.google.com/file/d/0B8r0...cHc/edit?pli=1

    เลือกที่ File (ตรงมุมซ้ายบน) แล้ว Download ไฟล์ Excel นี้ได้เลยครับ

    หลังจาก Download มา เปิด Excel แล้วกรอกค่า CoC ของกล้องเราลงไปได้เลยครับ เดิมเป็น 0.019 ถ้ากล้องเราเป็น FF ก็ใส่เป็น 0.030 ถ้าเป็นนิคอนตัวคูณก็ใส่เป็น 0.020

    ผมทำไว้ตั้งแต่ 6.5mm - 500mm นะครับ ส่วนใครจะเพิ่ม ก็กรอกเลข ลงไปเองได้ครับ ด้านล่าง แถวๆ หน้าเลข 0
    หน่วยเป็น เมตรนะครับ (หาร 1000 แปลงจาก mm) ส่วน ค่ารูปรับแสง ถ้าไม่มี ก็กรอกลงไปเองได้ ครับ ตรงสีฟ้า ก็เปลี่ยนเลข รูรับแสงตามที่เราพอใจได้เลย

    ขอโทษที่ ฝีมือการเขียน Excel ค่อนข้างห่วยนะครับ

    ตรงไหนขาด รบกวนช่วยเติม ตรงไหนผิด รบกวนช่วยแก้ให้ด้วยนะครับ ^ ^
    Last edited by CasDestruction; 1st September 2013 at 22:20. Reason: เขียนผิด จัง รูรับแสง เป็นรูปรับแสง ลบตัวอย่างการคำนวนออก

  8. The Following 6 Users Say Thank You to CasDestruction For This Useful Post:

    MRMD (4th September 2013), phonlamai (2nd September 2013), Suntse (1st September 2013), Wahoowa (2nd September 2013), คุณปาปา (3rd September 2013), แมงสาบ (2nd September 2013)

  9. #50
    Join Date
    Apr 2013
    Posts
    2,761
    Thanks
    2,370
    Thanked 841 Times in 280 Posts
    Rep Power
    17

    Default

    ขอเพิ่มเติมเรื่อง Diffraction

    ในชีวิตจริงเราไม่ได้ถ่าย ลำแสงเป็นลำๆ อยู่แล้ว แต่ว่าถ่ายเป็น หลายๆ ลำแสง ส่องเข้ามาและหักเหไปตาม ช่วงความถี่ของมัน

    เมื่อหลายๆ ลำแสงส่องมายัง Sensor ส่วนที่หักเห(เพราะเกิด Diffraction ขึ้น) ถ้าเราเน้นแสงเป็นลำ มันก็จะไปตกเปื้อน ช่องข้างๆ ยิ่งกล้องที่มีความละเอียดสูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งเห็น การ Diffraction นี้ได้ชัดขึ้น ( เห็นข้อบกพร่องได้มากขึ้น )

    เมื่อแสงไปตกเปื้อนยังจุดอื่นยิ่งมากเท่าไหร่ ก็ย่อมส่งผลต่อ เริ่มจาก Resolution ที่หายไป ส่งผลให้ภาพของเราเริ่มสูญเสีย ความคมชัดไป

    ดังนั้นเรื่อง Diffraction จึงเป็นเรื่องที่ กล่าวขึ้นมาให้คำนึงถึง การสูญเสียความคมชัด เมื่อเราลดขนาดรูรับแสง คือกำหนดให้รูรับแสง มีขนาดเล็กลง

    ตัวคูณไม่ควรปรับ f/ ให้เกิน 8.0 หรือ ฟูลเฟรม ไม่ควรปรับ f/ ให้เกิน 11.0 ทำนองนี้ เพื่อรักษา ความคมชัดไว้

    ตามจริงแล้ว f/16 , f/20 ผมว่าก็ยังเห็นไม่ชัด ต้องดันไป f/22 ถึงจะสังเกตเห็นได้ ชัดๆ
    Name:  89136606_dd7cc49a4c.jpg
Views: 1036
Size:  162.5 KB
    Diffraction จึงเป็นเรื่อง การสูญเสียความคมชัดไป เมื่อ เรา ให้รูรับแสงของเราเล็กลง

    คลิปวีดีโอ ของ MIT อธิบาย ถึงเรื่อง Aperture ที่มีผลต่อ Diffraction (คือแสง(สมุมติว่าเรามองเป็นแต่ละลำแสง) ซ้อนทับกัน ยิ่งมากขึ้น ถึงได้ส่งผลต่อ ความคมชัดของภาพ ที่มีผลมาจาก รูรับแสง)
    http://youtu.be/rmg1XyOSAk0?t=20s


    *หมายเหตุ
    การทดลองแบบนี้ ส่งผลเสียต่อ Sensor ของกล้อง อาจจะทำให้เกิด Dead หรือ hot Pixel ได้ครับ ต้องระวังด้วย ถ้าจะถ่ายทำ ด้วยกล้อง Fullframe
    Last edited by CasDestruction; 2nd September 2013 at 05:04. Reason: diffraction - circular apertures

  10. The Following 5 Users Say Thank You to CasDestruction For This Useful Post:

    Carbon (2nd September 2013), MRMD (4th September 2013), Suntse (2nd September 2013), คุณปาปา (3rd September 2013), แมงสาบ (2nd September 2013)

  11. #51
    Join Date
    Mar 2013
    Posts
    989
    Thanks
    537
    Thanked 407 Times in 181 Posts
    Rep Power
    10

    Default

    สงสัยเรียกน้า CasDes ไม่น่าจะพอ...

    คงต้องเป็น 'จารย์ปู่ CasDes ซะแล้วกระมัง...

    ข้อมูล..แน่น ..ปึ้ก ...เพียบ ซะขนาดนี้...



    ขอคารวะครับ ท่านอาจารย์ปู่ CasDes..

    F Stop ผมมันเพี้ยน . . . .

    . . . . ชั ด ที่ เ ธ อ . . . . แ ต่ เ บ ล อ ไ ป ทั้ ง หั ว ใ จ . . . .

  12. The Following 2 Users Say Thank You to แมงสาบ For This Useful Post:

    CasDestruction (2nd September 2013), MRMD (4th September 2013)

  13. #52
    Join Date
    Jul 2007
    Posts
    3,166
    Thanks
    574
    Thanked 3,449 Times in 1,324 Posts
    Rep Power
    51

    Default

    อ่านความเห็นของน้า Cas แล้วซี๊ดซ้าดเลย
    ขออนุญาตเสวนาต่อยอด
    1 Circle of Confusion

    เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ลักษณะจุดเบลอบนระนาบ ส่วนมากจะอ้างอิงที่กล้องว่าเป็นประเภทไหน จะมีค่า coc เท่าไหร่ แต่นอกจากกล้อง แล้วเลนส์ที่ผลิตออกมาดี จะสามารถให้ค่านี้เปลี่ยนไปได้ด้วย เรียกว่า "circle of least confusion"
    วิธีการหา อ้างอิงจาก http://www.dbp-consulting.com/Photog...Confusion.html
    ตรงนี้ มันทำให้ confuse จริงๆหละครับ

    CoC เป็นค่า "subjective" คือ ค่าที่วัดจากความรู้สึกของคนดูภาพ ซึ่งแปรเปลี่ยนไปตามคน, สภาพแวดล้อม, กระบวนการวัด

    มันไม่ใช่ค่า objective ซึ่งเป็นค่าสัมบูรณ์ (absolute) โดยตัวของมันเอง เหมือนน้ำหนัก ส่วนสูง ความยาว ฯลฯ

    ค่า CoC ที่ควรเป็นนี่ ถกเถียงกันมานานเป็นสิบๆปีแล้วครับ
    บ.โกดัก ซึ่งเป็นเจ้าพ่อวงการถ่ายภาพของโลกในสมัยสร้างมาตรฐาน ทุบโต๊ะเปรี้ยง ก่อนกำหนดว่า

    กล้องฟิล์ม 135 ซึ่งใช้เลนส์ 50mm ให้มี CoC = 0.029mm

    ส่วนฟิล์มขนาดอื่น หรือ เลนส์ความยาวโฟกัสอื่น ก็ให้เทียบจากค่านี้

    ตอนนั้น โกดักเขาใหญ่จริงครับ
    เมื่อเขาประกาศอย่างนั้น ตัวเลขนี้ก็เลยถูกยึดเป็นมาตรฐานในการออกแบบกล้อง ออกแบบเลนส์ คำนวนค่าต่างๆ ฯลฯ มาตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนาว ทั้งที่โกดักเจ๊งไปแล้ว และการกำหนดค่า CoC ของกล้องดิจิตอล มันต่างจากล้องฟิล์มเป็นอย่างมาก

    CoC เป็นเรื่องน่าปวดหัว
    เพราะมันวัดจากความรู้สึกของคน
    มันไม่คงที่ แปรเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ จนแทบเอามาอ้างอิงไม่ได้

    แต่ถ้าไม่ใช้
    เราก็หาสนามร่อนลงไม่ได้เช่นกัน

    ค่าต่างๆ ในลิงค์ ที่น้า Cas บอกมา มันก็อ้างมาจากตัวเลข 0.029mm นี่แหละครับ

    ปล. ใครอยากปวดหัว ไปลองอ่าน http://en.wikipedia.org/wiki/Circle_of_confusion ดูนะครับ
    แทบอ้วก
    Last edited by คุณปาปา; 3rd September 2013 at 17:12.
    ดีใจมากมาย มีคนให้ thank ความเห็น
    ขอบคุณเหลือหลาย

  14. The Following 2 Users Say Thank You to คุณปาปา For This Useful Post:

    CasDestruction (3rd September 2013), MRMD (4th September 2013)

  15. #53
    Join Date
    Jul 2007
    Posts
    3,166
    Thanks
    574
    Thanked 3,449 Times in 1,324 Posts
    Rep Power
    51

    Default

    และการกำหนดค่า CoC ของกล้องดิจิตอล มันต่างจากล้องฟิล์มเป็นอย่างมาก
    ตรงนี้ เป็นจุดตายเลยหละครับ

    กล้องฟิล์ม แสงลงเป็นจุด
    ภาพที่เกิดขึ้น ก็เกิดจากจุด ซึ่งมีมิติแห่งความกว้าง = 0 นับล้านๆจุด

    ฉะนั้น ถ้าจุดมันไม่เป็นจุด แต่กลายเป็นวงกลม (Circle)เมื่อไหร่ คนดูภาพก็จะบอกว่าภาพก็ไม่ชัด

    ตาคนเรา มันไม่สมบูรณ์
    วงกลมที่เล็กกว่าขนาดหนึ่ง เราจะแยกไม่ออกว่า มันเป็นวงกลม หรือ เป็นจุด

    ขนาดของวงกลมนี่แหละ ที่เรียกว่า Circle of Confusion
    คือ คนดู ดูแล้วสับสน (confuse) ว่า มันเป็นจุดหรือเป็นวงกลมกันแน่

    กล้องฟิล์ม จุดแสงที่มีขนาดเล็กกว่า CoC จะเป็นจุดภาพ
    แต่กล้องดิจิตอล
    จุดแสงที่มีขนาดใหญ่กว่า CoC ถึงจะเป็นจุดภาพ
    ในขณะัที่จุดแสงที่มีขนาดเท่า หรือ เล็กกว่า CoC จะไม่เป็นจุดภาพ


    มึนดีครับ
    เหตุผลเพราะ จุดภาพ (pixel) 1 จุด มันเกิดจากตัวรับภาพ (photosite, PS) 4 จุด
    แสงที่ออกมาจากท้ายเลนส์ ถ้าตกกระทบ PS แค่ 1 PS จะไม่สามารถสร้างจุดภาพ เพราะกล้องจะขาดข้อมูลที่จะนำไปคำนวนสร้างจุดภาพขึ้นมา

    เพราะเซนเซอร์กล้องทั่วไป ใช้เทคนิค Color Filter Arrray หรือ Bayer's Filter ในการสร้างจุดภาพ

    กล้องดิจิตอล ที่ยังใช้ CoC แบบฟิล์มได้
    คงมีแต่ Foveon sensor ของ sigma

    และนี่เป็นเหตุผลลึกๆอีกส่วน
    ที่ว่าทำไม กล้องฟูจิ X-Trans sensor ถึงได้ให้ภาพที่คมชัดใกล้เคียงกับกล้อง full frame

    เพราะกล้อง FF ยังคงใช้ Bayer's Filter อยู่
    1 จุดภาพ เกิดจาก PS 4 PS

    แต่ x-trans sensor
    1 จุดภาพ เกิดจาก PS 36 PS

    มันก็เหมือนกับกล้อง Large Format นั่นแหละครับ
    CoC ใหญ่เบ่อเริ่ม ใหญ่กว่ากล้อง Medium Format หรือ กล้อง Full Frame เป็นสิบเท่า
    แต่ความคมละเอียดกลับมากกว่า


    ปล. ขอรับประกันว่า ความเห็นนี้มีความผิดพลาด
    รบกวนน้า Cas และท่านอื่นๆ ช่วยชี้ด้วยครับ
    Last edited by คุณปาปา; 3rd September 2013 at 14:22.
    ดีใจมากมาย มีคนให้ thank ความเห็น
    ขอบคุณเหลือหลาย

  16. The Following 3 Users Say Thank You to คุณปาปา For This Useful Post:

    Carbon (3rd September 2013), CasDestruction (3rd September 2013), MRMD (4th September 2013)

  17. #54
    Palajin's Avatar
    Palajin is offline ถ่ายสวยๆ ไม่เป็น เน้นฮาเฮ
    Join Date
    Oct 2008
    Location
    นนทบุรี แถวๆหลังพันธ์ทิพย์งามวงศ์วาน
    Posts
    5,661
    Thanks
    2,390
    Thanked 4,953 Times in 1,568 Posts
    Rep Power
    67

    Default

    กระทู้ดีมีความรู้แบบนี้ผมขอ Sticky เอาไว้เลยละกันครับ
    แล้วถ้าคนเริ่มเข้ามาดูมาตอบน้อยๆ เดี๋ยวผมจะขอย้ายกระทู้นี้ไปไว้ห้อง เรื่องน่าอ่าน เลยนะครับ ตอนนี้ไว้ห้องนี้ก่อนเดี๋ยวหากันไม่เจอ
    ความรู้แน่นปึ๊ก
    ถ่ายให้สวย ถ่ายดูดี ไม่มีหรอก
    มีแต่บอก ถ่ายรัวๆ เตรียมตัวไว้
    1..2..3 3..3..3 ยิงเข้าไป
    รูปที่ถ่าย ออกมาได้ หน้าคล้ายลิง

  18. The Following 4 Users Say Thank You to Palajin For This Useful Post:

    Carbon (4th September 2013), CasDestruction (3rd September 2013), MRMD (4th September 2013), คุณปาปา (3rd September 2013)

  19. #55
    Join Date
    Jul 2007
    Posts
    3,166
    Thanks
    574
    Thanked 3,449 Times in 1,324 Posts
    Rep Power
    51

    Default

    ไอ้เจ้าค่าชวนสับสน (Confusion) นี่ มันมีที่มาคือ

    1. ระยะห่างที่คนสายตาปกติทั่วๆไป มองภาพคือ 25-30 เซนต์
    โกดักทุบโต๊ะว่า จะเอาระยะ 25 เซนติเมตร ห้ามเถียง

    ระยะห่าง 25 ซม นี้ ใช้ทั้งที่ไม่รู้ตัว (subjective) เช่น ดูภาพ อ่านหนังสือ เล่นคอมพ์ อ่านแทบเบล็ต
    จนถึงที่รู้ตัว เช่น ตอน วัดสายตาตัดแว่น
    จักษุแพทย์ เขาจะคำนวนแว่นโดยใช้ระยะ 25 ซม เป็นตัวเริ่มต้น

    2. ที่ระยะห่าง 25 ซม นี้ จุดจะเริ่มไม่เป็นจุด เมื่อมันมีขนาดเกิน 0.2 มิลลิเมตร
    (นอกเรื่องนิดนึง)
    และที่เราไม่รู้ตัวกันก็คือ ขนาดจุด pixel ของจอที่เราใช้ ก็มีขนาดแถวๆนี้
    แทบไม่มีทำละเอียดกว่านี้ เพราะมันไม่ได้ทำให้ภาพคมขึ้น

    แต่เนื่องจากเราดูจอห่างกว่าดูหนังสือหน่อย คือ 30 ซม
    จุด pixel จอภาพเลยใหญ่ขึ้นมาได้อีกหน่อย อาจถึง 0.25mm

    3. โกดัก ซึ่งเป็นเจ้าพ่อวงการถ่ายภาพ ทุบโต๊ะแล้วอ้างว่า
    อย่างแรก คนใช้ฟิล์ม 135 (24 x 36mm) กันมากสุด
    อย่างสอง ภาพที่พิมพ์ออกมา ส่วนใหญ่มีขนาด 8" x 10"

    ฉนั้น อัตราขยายภาพคือ 7 เท่า
    (ทำไม 7 ?? 7.5 หรือ 8 ไม่ได้หรือ?? โกดักไม่ตอบ)

    ฉะนั้น 0.2/7 ก็คือ 0.0291mm

    นั่นคือ ตัวเลขขนาด CoC ที่(เจ้าพ่อ)โกดักใช้เป็นตัวเลขอ้างอิงในการคำนวนสร้างภาพ สร้างเลนส์ สร้างฟิล์ม สร้างกล้อง ฯลฯ
    ดีใจมากมาย มีคนให้ thank ความเห็น
    ขอบคุณเหลือหลาย

  20. The Following 4 Users Say Thank You to คุณปาปา For This Useful Post:

    Carbon (4th September 2013), CasDestruction (4th September 2013), MRMD (4th September 2013), Palajin (6th September 2013)

  21. #56
    Join Date
    Jul 2007
    Posts
    3,166
    Thanks
    574
    Thanked 3,449 Times in 1,324 Posts
    Rep Power
    51

    Default

    CoC เป็นเรื่องของความรู้สึก (sensation) และ การรับรู้ (perception)

    การเอา CoC มาคำนวนหาระยะชัดลึก (DOF) ตลอดจนหาระยะ HFD เพื่อให้จุดภาพที่อยู่ใน zone of sharpness ยังเป็นจุดภาพ จึงควรใช้ด้วยความระวัง

    ไม่อย่างนั้น มันจะงงๆว่า เรากะแม่นแล้วว่าชัดตั้งแต่จมูกถึงใบหู แต่ทำไมคนดูภาพถึงบอกว่า ปลายจมูกมันเบลอได้
    เพราะคนดูภาพ เขาดูภาพบนจอใหญ่ อย่างดี จุดพิกเซลจอละเอียดกว่าจอเรา แถมดูที่ระยะใกล้กว่า ที่เราดูตอนถ่ายภาพหรือแต่งภาพ
    หรือร้ายกว่านั้นคือ เขา (= ลูกค้า) ดูภาพที่ปริ้นท์ออกมา ซึ่งใกล้กว่า และละเอียดกว่าจอเรามากมาย

    ถ้าใช้ไม่ระวัง ลูกค้าจะรีเจ็คภาพเอาดื้อๆ
    น่ากลัวหม๊าาากกก
    ดีใจมากมาย มีคนให้ thank ความเห็น
    ขอบคุณเหลือหลาย

  22. The Following 4 Users Say Thank You to คุณปาปา For This Useful Post:

    Carbon (4th September 2013), CasDestruction (3rd September 2013), MRMD (4th September 2013), Palajin (6th September 2013)

  23. #57
    Join Date
    Apr 2013
    Posts
    2,761
    Thanks
    2,370
    Thanked 841 Times in 280 Posts
    Rep Power
    17

    Default

    เป็นเรื่องที่ดีครับ ที่เราได้ถกกัน ในเรื่องหลายๆ เรื่อง เพื่อให้ได้ ข้อเท็จจริง ผมชอบ เว็ปนี้จริงๆ อิ_อิ

    ผมเห็นด้วยกับคุณ ปาปา ไอ้เรื่อง "Circle of Confusion" แม่ง โครต "Confusing" (สำหรับผมนะครับ)

    เข้าประเด็นเลย

    Name:  con1-1.png
Views: 1008
Size:  36.0 KB (เอามาจาก http://www.rags-int-inc.com/PhotoTechStuff/DoF/ )

    ใครเห็นด้วยกับผมบ้าง ว่า ไอ้ CoC ในสมการนี้มัน แปลกๆ คือผมคิดว่า ดูแล้วสูตร ในส่วนของ CoC มันไม่เป็นสากล

    คือผมว่า คิดแบบนี้นะครับ คือว่าถ้ามันชัดก็หมายความว่ามันชัด ไม่ชัดก็คือว่าไม่ชัด แต่สูตรของในรูป (วงกลมสีแดง) นี้โครตจะรับไม่ได้เลย
    คือถ้าเราใช้กล้องฟิลม์ ต้องแบบนี้เหรอ ถ้าเราใช้กล้อง Digital (สูตรเริ่มจะมีปัญหา Pixel เริ่มมากขึ้น เริ่มใช้สูตรนี้แล้วเพี้ยน) ต้องแบบนั้นหรือ

    คือไม่ว่าจะกล้องอะไร ก็สมควรจะเป็นสูตรเดียวกัน ใช้วิธีคำนวนหาได้ เหมือนๆ กัน ไม่ใช่ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แบบในรูป (ใช้คำนวนกับ 5DMIII ไม่ได้)

    ผมจึงขอ เฉ่ง ว่าสูตร CoC ในรูป[วงสีแดง]นั้น ผิดและใช้ไม่ได้กับทุกกรณี (เชื่อว่า Text book เกี่ยวกับ การถ่ายรูปส่วนใหญ่ ก็คงใช้สูตรนี้ )

    ขอไม่วิจารณ์แล้วกันว่าเพราะอะไร

    ผมมาดูกับ พวกที่เอาทฤษฎีนี้ไปใช้จริง เช่นเกม หรือ การประมวลผล (ถ้าใช้จริงไม่ได้ของเขาก็ขายไม่ออกจริงไหม)

    ตามรูปนี้ (อ้างอิงจาก http://http.developer.nvidia.com/GPU...ems3_ch28.html )

    Name:  Dof_coc.png
Views: 1018
Size:  87.5 KB

    คือมันต้องไม่สนว่า ความระเอียดของกล้องเท่าไหร่ หรือว่าพิมพ์รูปแล้วออกมา ต่อ ความละเอียดแค่ไหน

    มันน่าจะเป็นสากลกว่านั้น เช่นว่า ระยะจากระนาบแค่ไหน จากไหนถึงไหน (ที่เกิดผลจริงกับ Depth of field )

    อย่างรูปนี้ (เอามาจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Depth_of_field
    คือค่า CoC ยึด DOF เป็นหลัก ดังนั้น จึงน่าจะต้องคำนวนมาจาก DoF ที่เกิดขึ้นจริง สิ )

    Name:  440px-DoF-sym.svg.png
Views: 1012
Size:  25.0 KB

    แล้วยังมีเรื่องรับไม่ได้เกี่ยวกับ Resolution คือ ถ้าผมต่อจอแยก เพื่อถ่ายทำ จากกล้อง DSLR แบบนี้ค่า Circle of Confusion ต้องเปลี่ยนไปอย่างนั้นเหรอ

    ผมจึงสรุปว่าสูตรที่ใช้ Resolution มาคำนวน

    ไม่สามารถนำมาใช้ได้จริงกับในทุกกรณี (อาจจะใช้ได้กับ ข้อสอบ และช่วงที่กำหนดให้มาบางช่วง แต่ผมว่าไม่สากลครับ)

    ผมอยากให้ ผู้ที่มีความรู้เข้ามาตอบกับประเด็น Circle of Confusion
    และ บทความด้านบนของผมนี้ก็ยังอาจจะไม่รอบด้าน และอาจจะยังมีข้อผิดพลาดอยู่
    ถ้าไง ผู้ที่มีความรู้ เกี่ยวกับ CoC รบกวนช่วยทำให้ พวกเรากระจ่างด้วยนะครับ


    *แก้ไขเพิ่มเติม เราใช้คุณสมบัติ เรื่อง สามเหลี่ยมคล้าย เพื่อหาค่า และสามารถ หา DOF Far กับ DOF near โดย สัมพันธ์กับ f
    โดยการเปรียบเทียบอัตราส่วน ระหว่าง C(circle of confusion รูปล่างใช้เต็ม รูปบน ใช้ C/2) กับ D(เส้นฝ่าศูนย์กลาง ด้านบนใช้ r(D/2) ก็ใช้เปรียบเทียบได้)


    * เพิ่ม Simulation

    Web นี้ ทำ Simulation ออกมาได้ดีครับ ที่ CoC ไม่เปลี่ยน เปลี่ยนแต่ค่าภายนอก
    http://graphics.stanford.edu/courses...plets/dof.html
    Last edited by CasDestruction; 4th September 2013 at 06:24. Reason: *แก้ไขเพิ่มเติม * เพิ่ม Simulation

  24. The Following 4 Users Say Thank You to CasDestruction For This Useful Post:

    Carbon (4th September 2013), MRMD (4th September 2013), Palajin (6th September 2013), คุณปาปา (4th September 2013)

  25. #58
    Join Date
    Jul 2013
    Posts
    894
    Thanks
    552
    Thanked 459 Times in 191 Posts
    Rep Power
    11

    Default

    โหเผลอแป๊ปเดียว กระทู้ที่เริ่มจากความไม่รู้อะไรเลยของผม มันจะกลายเป็นแหล่งความรู้ที่ไม่รู้จะไปหาอ่านที่ไหนได้อีกแล้ว นึกว่าจะไม่มีใครเข้ามาตอบเพิ่มแล้ว ขอบคุณมากๆครับ เว็บนี้ คนในเว็บนี้ เหมาะกับคำพูดที่ว่า เว็บสำหรับมืออาชีพ ที่มีความรู้ และน้ำใจงามจริงๆครับ
    1-5-6-7

    Body : 1Dx / 5D mark 4 / 6D mark 2 / 200D


    Fullframe Set
    Zoom
    : 16-35 L III / 24-70 L II / 70-200 2.8 L IS II (2.8 SET)
    Tamron 28-300 VC
    Prime : 50 ART /85 1.4 L IS/ 135 L / 200 L

    APSC Set
    Zoom : 10-18 STM / 17-55 IS USM /18-270 VC

  26. The Following 2 Users Say Thank You to MRMD For This Useful Post:

    CasDestruction (4th September 2013), Palajin (6th September 2013)

  27. #59
    Join Date
    Mar 2012
    Posts
    16
    Thanks
    5
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    0

    Default

    อ่านจบแล้วสตั้นไป 20 วิเรย ต้องนั่งเรียบเรียงใหม่ในหัวต่ออีก ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ ครับ

  28. #60
    Join Date
    Oct 2011
    Location
    สะพานควาย
    Posts
    79
    Thanks
    10
    Thanked 48 Times in 17 Posts
    Rep Power
    9

    Default

    ต้องขอทำความเข้าใจพักนึงครับ

+ Reply to Thread
Page 4 of 5 FirstFirst 12345 LastLast

Similar Threads

  1. [ขอคำแนะนำ] ขอถามเกี่ยวกับ Hyperfocal ครับ
    By Sheenlong in forum ห้องสนทนาเกี่ยวกับกล้องและการถ่ายภาพ
    Replies: 11
    Last Post: 20th May 2013, 10:38
  2. [ Override2Zion ] HYPERFOCAL DISTANCE Table Generator
    By Override2Zion in forum ห้องสนทนาเกี่ยวกับกล้องและการถ่ายภาพ
    Replies: 5
    Last Post: 6th January 2011, 15:09
  3. Replies: 0
    Last Post: 21st August 2007, 13:58
  4. Replies: 3
    Last Post: 23rd July 2006, 19:01
  5. How can I calculate hyperfocal distance?
    By RUTch in forum Nikon น่ารู้
    Replies: 3
    Last Post: 16th April 2004, 11:36

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •