Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Page 1 of 8 1234567 ... LastLast
Results 1 to 15 of 108

Thread: ระบบวัดแสงแฟลชผ่านเลนส์ E-TTL II

  1. #1
    Join Date
    Oct 2003
    Location
    Somewhere in time
    Posts
    6,616
    Thanks
    414
    Thanked 7,565 Times in 1,271 Posts
    Rep Power
    115

    Default ระบบวัดแสงแฟลชผ่านเลนส์ E-TTL II

    ถึงตอนนี้จะไม่มีกล้องหนอนให้ใช้แล้วก็ตามที แต่ก็ยังมีความรู้เรื่องของหนอนมาเล่าสู่กันฟัง

    สิ่งหนึ่งที่หลายคนค่อนข้างปวดหัวกับมันมากก็คือระบบแฟลช เพราะแฟลชเองถูกนับเนื่องเข้ามาเป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นสำหรับการถ่ายภาพโดยเฉพาะในงานพิธีที่แสงธรรมชาติไม่มากพอหรือไม่มีทิศทางพอ รวมไปถึงใช้เพื่อสร้างผลพิเศษบางประการหรือเพื่อให้ภาพดูดีและสมบูรณ์ด้วยการลบเงา ดังนั้นแฟลชจึงเป็นได้ทั้งแสงหลักและแสงเสริม สุดแล้วแต่จะนำมาใช้งานอย่างไร

    แฟลชในยุคก่อนนั้นจะเป็นแฟลชที่ไม่ได้มีกลไกอะไรมากมายนัก นอกเสียจากวงจรสำหรับสร้างไฟฟ้าแรงดันสูงเข้าไปชาร์จเก็บไว้ในคอนเดนเซอร์ และวงจรสำหรับทริกหลอดแฟลชตามจังหวะที่ชัตเตอร์ทำงาน การใช้งานแฟลชในสมัยก่อนจึงจำเป็นต้องรู้ว่าค่าGNมีค่าเท่าไหร่ ( flash guide no. = ระยะทาง คูณด้วย ค่า f/stop ) ผู้ถ่ายจึงจำเป็นต้องทราบระยะทางระหว่างsubjectกับแฟลช แล้วจึงปรับf/stopให้เหมาะสม ( f/stop = GN หาร ระยะทาง )

    userจึงต้องการแฟลชที่สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น,ชาร์จเร็วขึ้น,สว่างขึ้น การพัฒนาระบบการวัดแสงแฟลชผ่านเลนส์หรือTTL จึงได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

    ในอดีตนั้นแฟนหนอนพันธุ์แท้น้อยคนนักที่ชื่นชมระบบแฟลชของCanon เพราะระบบแฟลชTTLของCanonนั้นมักจะให้ผลลัพท์ที่ไม่เป็นที่ถูกใจและคาดเดาได้ยาก ทั้งๆที่CanonเองพัฒนาระบบAFและระบบการทำงานของกล้องไปอย่างรวดเร็ว แต่การพัฒนาระบบแฟลชของCanonเองกลับเป็นไปอย่างช้าๆ และไม่ค่อยถูกใจผู้ใช้มากนัก

    ระบบวัดแสงแฟลชTTL ของCanon ที่ได้รับการพัฒนาแล้ว น่าจะเริ่มกันที่ระบบ A-TTL ซึ่งระบบนี้ก็ยังมีปัญหาหลักๆของมันก็คือยังขาดความแม่นยำ เพราะหากปล่อยให้มันทำงานตามอำเภอใจ ภาพมักจะมีแนวโน้มที่จะออกไปทางoverเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการถ่ายในงานพิธีที่ฉากหลังมืด แม้บางครั้งuserสั่งunder compensateไปแล้วก็ตาม subjectก็ยังติดoverอยู่ดี ใครที่ใช้งานจนคุ้นเคยกับมันดีก็คงจะทำใจกับมันได้ ซึ่งยังดีที่สมัยก่อนถ่ายกันด้วยฟิล์มnegativeเสียเป็นส่วนใหญ่ หนักนิดเบาหน่อยยังแก้กันตอนอัดได้ ที่สำคัญoverสักนิด ฟิล์มnegativeยังมีเนื้ออยู่ อัดได้สบายๆ

    ระบบวัดแสงแฟลชE-TTL ก็ได้รับการพัฒนาตามมา โดยในEOS3 ซึ่งเป็นกล้องฟิล์มระดับsubpro เป็นกล้องรุ่นแรกๆที่เปลี่ยนมาใช้ระบบวัดแสงแฟลชแบบE-TTL ซึ่งระบบนี้จะกล่าวคร่าวๆคือ กล้องจะสั่งให้แฟลชยิงpreflashออกมาเป็นชุดๆ เมื่อsensorในกล้องคำนวณสภาพแสงแล้วจึงสั่งให้แฟลชส่งmain flashออกมา ( รายละเอียดขั้นตอนการทำงานทั้งหมด โปรดอ่านจากในกระทู้นี้ซึ่งคุณjojosungได้รวบรวมมาไว้ให้นะครับ ) อย่างไรก็ตามการคำนวณผลแฟลชระบบใหม่นี้มีความจำเป็นต้องใช้งานร่วมกับแฟลชระบบใหม่ที่สนุบสนุนpreflashแล้วยังมีพลังเหลือมากพอจะปล่อยmain flashได้ด้วย แฟลชในตระกูลEZเดิมจึงไม่สามารถใช้งานร่วมกับระบบวัดแสงแฟลชแบบใหม่นี้ได้ ทำให้Canonต้องพัฒนาแฟลชตระกูลEXมาเพื่อใช้งานควบคู่ไปด้วยกัน

    ระบบวัดแสงแฟลชแบบE-TTLในEOS3นั้นก็ค่อนข้างจะมีปัญหาในเรื่องค่อนข้างจะติดunder ซึ่งผู้ใช้จะต้องเรียนรู้ในการแก้ไขปัญหาเอาเองว่าจะต้องทำอย่างไรกับสถานะการณ์ต่างๆ ระบบแฟลชE-TTLยังคงถูกใช้งานต่อมาเรื่อยๆจนกระทั่งกล้องdigital SLRเริ่มเข้ามามีบทบาทในโลกการถ่ายภาพมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้การใช้งานได้อย่างรวดเร็ว สามารถลองผิดลองถูกได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอล้างฟิล์มมาก่อนเหมือนเช่นเดิม ระบบE-TTLเองก็ยังไม่ถึงกับจะเรียกว่า"ดี"ได้เต็มที่นัก หากจะบอกว่าผู้ใช้ยังคงจะต้องเรียนรู้การใช้งานมันอยู่อีกพอสมควร ถึงแม้ว่าจะไม่มากเหมือนกับA-TTL แต่กระนั้นก็ยังต้องออกแรงเพิ่มขึ้นอีก มันจึงไม่ใช่ระบบแฟลชที่สามารถยกขึ้นแล้วยิงได้เลย ดังนั้นมันจึงสวนทางกับการพัฒนากล้องของCanonพอสมควร เพราะกล้องของCanonนั้นจัดเป็นกล้องที่ถ่ายง่าย ยกขึ้นมาเล็งแล้วกดโดยที่userแทบไม่ต้องคิดอะไรมาก ภาพส่วนใหญ่ก็ยังออกมาได้อย่างพอดีๆซะเป็นส่วนใหญ่

    Canonอาจจะเป็นนักวางแผนที่ดีมาก เพราะพระเอกของการควบคุมและคำนวณวัดแสงแฟลชนั้นจะอยู่ที่กล้องเป็นสำคัญ ในขณะที่แฟลชทำหน้าที่เป็นเพียงลูกมือที่คอยทำตามคำสั่งของกล้องเท่านั้น การพัฒนาระบบวัดแสงแฟลชจึงสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่จำเป็นต้องออกแบบแฟลชใหม่ให้เสียเวลา

    เราจึงได้ก้าวเข้ามาใช้ระบบวัดแสงแฟลชระบบใหม่ล่าสุดซึ่งก็คือ E-TTL II ,สำหรับกล้องdSLRนั้น Canonเริ่มพัฒนาระบบ E-TTL II ใส่ลงไปในEOS 1D mkII เป็นครั้งแรกโดยที่แทบจะไม่ได้แย้มพรายถึงความแตกต่างอะไรจากระบบเดิมมากนัก นอกจากจะบอกว่ามีการใช้"ข้อมูลระยะทาง" ร่วมด้วย ซึ่งหลังจากที่มันออกมาใหม่ๆ userจำนวนมากถึงกับงุนงงในความแม่นยำของมัน ยกตัวอย่างเช่นถ่ายเสื้อสีดำโดยไม่ต้องชดเชยแสง ภาพที่ได้ก็ยังคงเป็นเสื้อสีดำที่ไม่ใช่เสื้อสีเทา รวมไปถึงถ่ายเสื้อสีขาว ก็ยังได้เสื้อสีขาวโดยไม่เป็นเสื้อสีเทา

    เรื่องของระบบวัดแสงแฟลชE-TTL II อาจจะเป็นเรื่องที่พูดกันในหมู่Userมานานสักปีเศษๆเห็นจะได้ Canonจึงเพิ่งจะแย้มให้เห็นว่าE-TTL II มันมีแนวความคิดอ่านยังไง ในขณะที่ในคู่มือกล้องเองก็แทบจะไม่ได้บอกอะไรมากนัก คงจะนึกว่ามันถูกพัฒนาขึ้นมาถึงระดับที่เรียกว่า"point and shoot flash system"ไปแล้วมั๊ง

    ระบบE-TTL II นั้นถูกออกแบบมาใช้งานใน2ลักษณะ คือ 1. การใช้งานในลักษณะเป็นแสงเสริม ซึ่งหากจะเรียกให้หรูสักหน่อยก็ต้องเรียกว่า Balance filled flash และ 2. การใช้งานในลักษณะเป็นแสงหลักในสภาพที่ไม่มีแสงธรรมชาติ

    1. Balance filled flash นั้นระบบนี้มีแนวทางอย่างไร อันแรกเลยผู้ใช้จะต้องปรับกล้องไปที่ระบบวัดแสงแบบevaluative ( ซึ่งระบบวัดแสงธรรมชาติในโหมดนี้จัดเป็นระบบวัดแสงที่เรียกว่าฉลาดจนตามไม่ทัน ,เวลามันผิดพลาด เราจึงเดาไม่ถูกว่ามันจะผิดพลาดตรงไหน ,กรรม!, เพราะมันจะคำนวณพื้นที่ทั้งหมดในภาพ โดยจะทุ่มคะแนนส่วนหนึ่งให้แก่จุดตำแหน่งโฟกัส มันจึงถ่ายย้อนแสงแบบไม่โหดร้ายนักได้โดยแทบจะไม่ต้องชดเชยอะไรเลย ,เก่งวุ๊ย ) จากนั้นผู้ใช้จะต้องเข้าไปที่custom function ที่ว่าด้วย E-TTL II เพื่อเลือกระบบวัดแสงแฟลชโดยจะต้องเลือกที่ Evaluative ( default จากโรงงาน )

    แล้วระบบนี้มันทำงานยังไง ในโหมดกล้องที่เป็นAutoทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น green zone , P , Av ,Tv กล้องจะวัดแสงธรรมชาติ คำนวณ และบันทึกไว้ จากนั้นกล้องจะสั่งให้แฟลชยิงpreflashออกมา แล้วกล้องจะเอาข้อมูลแสงธรรมชาติมาคำนวณร่วมกับข้อมูลของpreflash หากแสงสภาพสิ่งแวดล้อมสว่างมากๆ มันจะสั่งให้main flashมีค่าที่มากพอที่จะกลมกลืนsubjectให้เข้ากับความสว่างของแสงสิ่งแวดล้อมได้ และแน่นอนหากสภาพสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมืด หรือทึมๆ มันก็จะสั่งให้main flashมีความสว่างเพียงพอที่จะทำให้subject กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นsubjectจึงไม่สว่างโร่เหมือนตัดแปะลงไปบนฉากหลังที่มืดๆ ( หากจะใช้งานในสภาพแสงน้อยๆ โดยต้องการให้แสงแฟลชเป็นแสงเสริม ก็จะต้องใช้งานในลักษณะ slow speed sync. )

    แล้วถ้าสภาพแสงมันปรวนแปรมากๆหละ เช่น มีเงาสะท้อนรบกวน หรือ มีสีที่สะท้อนแสงมากหรือน้อยวุ่นวายหละ เมื่อนั้นข้อมูลระยะทางที่ส่งมาจากเลนส์จะถูกนำมาช่วยให้การตัดสินใจของกล้องถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น ( นี่แหละทำไมมันถึงถ่ายเสื้อสีดำแล้วยังเป็นสีดำอยู่ )

    แน่นอนครับ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะสมบูรณ์ครบถ้วน ระบบวัดแสงแบบนี้มันให้ความสำคัญต่อจุดโฟกัส เพราะตามalgorithmของการวัดแสงแบบevaluative มันจะเทคะแนนพิสวาทให้แก่จุดโฟกัสเป็นพิเศษ subjectจึงควรจะสถิตย์อยู่ ณ.ตำแหน่งกรอบโฟกัสที่เราเลือกใช้นั่นเอง หากไม่สามารถวางตำแหน่งนั้นนั้น การlockค่าแสงแฟลช( FE lock )ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

    2. การใช้งานเป็นแสงหลัก โลกนี้ไม่เคยมีอะไรสมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้นCanonจึงสร้างmodeเอาไว้อีกmodeหนึ่งสำหรับใช้งานแฟลชเพื่อเป็นแสงหลักอย่างแท้จริง เพราะหากเอาระบบbalance filled flashไปใช้ถ่ายภาพในงานพิธีที่มีความสว่างของสภาพแวดล้อมต่ำหรือค่อนข้างมืด ผลที่ได้ก็คือsubjectก็จะต้องติดunderไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะมันแค่ต้องการจะfilled เท่านั้น

    การใช้งานในmodeนี้ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากไปกว่า ปรับระบบวัดแสงของกล้องไปที่ average (ซึ่งในโหมดนี้กล้องจะให้ความสนใจต่อความสว่างของภาพในส่วนกลางภาพเสียเป็นส่วนใหญ่) จากนั้นให้ปรับcustom functionที่ว่าด้วย E-TTL II ไปที่ Average และหากต้องการผลลัพธ์ที่แน่นอน ง่ายต่อการควบคุมก็ให้ปรับExposure modeของกล้องไว้ที่ M แล้วเลือกค่าช่องรูรับแสงให้เหมาะสมกับระยะทางระหว่างsubjectกับแฟลช หรือระดับความชัดลึกเท่าที่เราต้องการ อ้อ!ลืมไป ความเร็วชัตเตอร์ที่ไม่มากเกินกว่าshutter speed sync และไม่ต่ำเกินไปจนถือด้วยมือไม่ได้ ( ไม่ควรต่ำกว่า 1/60วินาที จะได้ไม่ต้องเสี่ยงต่อการสั่นไหวของภาพ )

    แล้วระบบนี้มันทำงานอย่างไร ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างน้อยๆนั้น Mode M จะไม่สามารถบันทึกภาพได้อย่างพอดีอย่างแน่นอน แสงแฟลชจึงมีความจำเป็นสำหรับกรณีนี้ แฟลชก็จะทำงานตามหลักการพื้นฐานของมันก็คือ ปล่อยpreflash กล้องก็จะพิจารณาpreflash แล้วสั่งให้ยิงmain flash ( หากสภาพแสงยุ่งยากนัก ข้อมูลระยะทางก็จะถูกนำมาใช้แก้ปัญหาความผิดพลาดได้ ) เพียงแต่พื้นที่ที่จะถูกเอามาคำนวณนั้นจะเป็นส่วนพื้นที่ที่อยู่ในส่วนกลางของภาพตามลักษณะของการวัดแสงแบบaverage และไม่สนใจสภาพแสงของสิ่งแวดล้อม

    และเนื่องจากalgorithmของมันจะมุ่งเน้นวัตถุที่อยู่กลางภาพ หากหลังจากที่composeภาพแล้วทำให้subjectของเราไม่ได้อยู่กลางภาพ การทำFE lockเสียก่อนก็เป็นวิธีแก้ไขปัญหานี้ จากนั้นจึงcomposeภาพให้ได้ตามที่เราปรารถนา

    เป็นอย่างไรบ้างครับ มันฉลาดกว่าเดิมจริงๆ มันทำให้ผมนึกไม่ถึงว่าCanonที่ผมใช้มันมาตั้งแต่ปี 2535 จะสามารถพัฒนาระบบแฟลชอัจฉริยะขึ้นมาได้ทัดเทียมกับคู่แข่งเสียที
    Last edited by หนก บางหลวง; 19th March 2006 at 14:30.
    ก่อนจะซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันให้ได้อย่างน้อย 3 ข้อก่อน

  2. The Following 143 Users Say Thank You to หนก บางหลวง For This Useful Post:

    (=PoR=) (27th October 2008), 1074sukanan (14th September 2011), Airbus191 (24th November 2009), Akewizard (13th May 2011), akrp (13th April 2011), Amnart (13th August 2011), ampbellz (19th February 2008), arm_s (23rd June 2010), Asake (24th November 2008), Atsadawut (10th April 2010), AWB (6th January 2009), bangkok@bangkok (14th March 2009), bankcodelove (19th June 2010), bbwong.123 (12th January 2010), Ber8 (27th October 2008), Best Man (14th January 2011), bogie8660 (16th July 2008), boomy163 (3rd August 2011), boonton (3rd October 2011), boshiki (27th January 2010), Bottle_arch65 (27th October 2008), boythai (18th January 2011), bw_photo (15th August 2009), camerap (21st August 2011), chai1974 (21st January 2009), choice (5th October 2009), citydog (25th December 2007), crabdevil (26th May 2008), CuKid (17th December 2009), c_o_c_o_n_u_t (15th August 2009), daniel_cnx (19th September 2011), Dej_SAVAGE (23rd August 2010), dekdeeclub (7th November 2009), Dui (18th December 2010), dunty (6th December 2012), eagle_s13 (13th March 2010), eak18821 (7th August 2010), Ekkachit (14th March 2010), Ekkasit88 (3rd October 2010), eNueng (10th January 2009), esun (5th March 2009), exit1977 (8th October 2010), golfdsa (4th March 2009), golfflink (21st March 2010), gs33dv (23rd August 2009), gummy44 (1st May 2013), hagu (17th January 2008), Heureux (22nd August 2009), HobbyCarp (26th July 2011), hongyak (23rd January 2009), iamtaey (30th January 2008), iBanKz (29th March 2009), itonz (15th December 2010), jackoman (3rd December 2009), JAY-JJPG (4th March 2009), jinklead (13th February 2012), jokebaopalza (20th May 2010), jokermilion (25th December 2008), JTR (12th November 2008), juiceoat (27th May 2011), jujuijoke (9th November 2009), k.1968 (17th November 2009), kaew1995 (4th May 2009), kah (9th December 2010), KAKAKUP (30th June 2014), karamazov (1st January 2011), Kasida (3rd January 2011), KENSHIRO (26th September 2009), kile (27th January 2011), kookcomplex (4th August 2010), kornglory (25th March 2013), Kru O (28th December 2009), l6ibomiN (26th March 2009), leosorn (25th February 2009), Lhorn (25th November 2008), Little Rabbit (19th February 2009), maimeu (7th September 2010), makmick (17th December 2008), MEE_magic (31st July 2009), miraclepk (11th January 2013), mookda (21st April 2010), mR-toR (28th June 2010), muangman (30th March 2011), my_canon (12th May 2008), nara333 (8th January 2008), narun (26th May 2013), netz896 (11th May 2011), newny (12th July 2010), NewweN (5th October 2011), noname22369 (22nd May 2008), noobryder (3rd April 2012), noppadol.pa (26th October 2008), numfa (26th June 2008), OLYMPUS_TT (3rd August 2011), OpaJo (19th November 2008), P++ (15th August 2009), pangkaru (26th October 2011), panpikachu (21st April 2010), paopong9 (12th January 2010), Paparazzi (4th March 2009), paysiam (10th February 2011), pe-ning (20th February 2009), pheonixX (2nd December 2013), pirom (6th May 2014), PLE-55 (9th December 2009), prajak_w (1st May 2011), r-c-t (5th April 2008), rabhas (26th April 2013), ratchaya (24th August 2009), RONNIA (31st May 2011), rukawa (3rd November 2008), RUTch (18th October 2007), sanitpant (5th January 2009), scott (14th February 2012), seederdong (14th January 2011), sitt1274 (29th April 2011), SoFear (5th September 2009), sometimes_bad (4th October 2011), songpones (15th July 2010), subanan (16th July 2010), Take@LookAround (2nd January 2009), tearmat (23rd November 2010), TEBB (14th April 2009), ten (29th January 2009), THAKHAM (3rd June 2010), tonkla2222 (22nd November 2009), Tu_Ta (7th July 2009), ukjent (19th September 2013), unseenmicro (23rd May 2010), up1275 (25th June 2008), veyrongtr (30th March 2008), warrior (12th January 2010), wirayut (14th April 2010), wished (27th December 2012), ~`Aun's`~ (17th November 2010), บางรัก (2nd June 2010), ปืนโต (20th September 2009), ป้าจะอิ๊บ (26th November 2007), มุก กะ พลอย (8th September 2009), หนอนน้อย 350. (26th December 2008), โดราเอนอน (21st May 2008), โสภณ ดีศิริ (6th September 2010)

  3. #2
    Join Date
    Oct 2003
    Location
    Somewhere in time
    Posts
    6,616
    Thanks
    414
    Thanked 7,565 Times in 1,271 Posts
    Rep Power
    115

    Default ปัญหาที่ถามกันบ่อยๆเกี่ยวกับE-TTL II

    ปัญหาที่ถามกันบ่อยๆเกี่ยวกับE-TTL II
    ก็จะพอรวบรวมเป็นข้อสรุปดังนี้

    1. E-TTL II เป็นระบบคำนวณแสงแฟลชของกล้องโดยมีกล้องเป็นผู้กำกับการแสดง และตัวแฟลชเป็นเพียงลูกมือ

    2. หากถ่ายกลางแจ้ง แดดเปรี้ยงเพื่อทำbalance filled flash ให้เลือกปรับmodeกล้องไปที่auto , ปรับmodeวัดแสงไปที่ evaluative , ปรับcustom function ในหมวด E-TTL II ไปไว้ที่ Evaluative สวรรค์ก็จะบังเกิด

    3. หากถ่ายภาพพิธี หรือในยามค่ำคืนที่ไม่ต้องการลักษณะของSlow speed sync. แต่ต้องการแสงหลักจากแฟลชเท่านั้น ก็ให้ปรับmodeกล้องไปที่ Manual , ปรับmodeวัดแสงไปที่ average และปรับcustom function ในหมวด E-TTL II ไปไว้ที่ Average และเมื่อนั้นสวรรค์จะบังเกิด

    4. ข้อมูลระยะทางจากเลนส์จะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อหัวแฟลชอยู่ในตำแหน่ง 0องศา คือยิงตรงไปยังวัตถุ (ซึ่งหลายๆคนหรือบางคนอาจจะไม่ชอบเพราะจะได้แสงแข็ง เงาแข็ง มิติแบน) หากทำการกระดกหัวแฟลชเพื่อทำการbounceกับเพดาน ข้อมูลระยะทางจะไม่ถูกนำมาใช้คำนวณ ( เพราะเหนือวิสัยที่กล้องจะบอกได้ ,คนถ่ายเองยังบอกไม่ได้เลยว่าจะสะท้อนลงมาแค่ไหน ) สิ่งที่เกี่ยวข้องที่เคยถูกละเลย เช่น สีของเสื้อผ้า ที่อาจจะสะท้อนแสงแฟลชมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ก็จะต้องถูกนำมาคิดด้วยประสพการณ์ของuserเองว่าจะปรับแก้flash exposureมากน้อยเพียงใด

    5. แฟลช 580EX และ 430EX เท่านั้นหรือที่จะใช้กับE-TTL II ได้อย่างสมบูรณ์ ? หากอ่านบทความข้างต้นอย่างเข้าใจดีแล้ว เราก็จะพบคำตอบเองว่า"ไม่ใช่" เพราะข้อ1 ที่บอกแล้วว่า กล้องคือผู้กำกับ ส่วนแฟลชคือลูกมือ ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ เพียงแต่เจ้าแฟลชหน้าใหม่ทั้ง 2ตัว มันคือสินค้ารุ่นใหม่ที่Canonออกมาเพื่อกรีดกระเป๋าของuserโดยบรรจงใส่สิ่งที่เหนือกว่า 550EX และ 420EX ได้แก่รูปร่างที่เล็กกระทัดรัดกว่าเดิม ( 550EXนั้นตัวใหญ่เกะกะกระเป๋ากล้องเอาการอยู่ ) เพิ่มค่าGuide Numberขึ้นมาอีกนิด , ประจุไฟได้เร็วกว่าเก่าอีกหน่อย ,เพิ่มของกระจุกกระจิกอีกหน่อย เช่น bounce cardใน580EX ฯลฯ, แต่สิ่งที่สร้างความสับสนให้แก่ผู้ใช้เกี่ยวกับการส่งค่าอุณหภูมิสีให้แก่กล้องนี่แหละ

    การส่งค่าอุณหภูมิสีให้แก่กล้องมีความสำคัญอย่างไร และมีบทบาทตอนไหน
    userส่วนใหญ่ชอบถ่ายภาพโดยตั้งทุกอย่างไว้ที่Auto เช่น Auto exposure , Autofocus , และ Auto White balance ปัญหาของAuto white balance ก็คงจะเป็นเรื่องที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันไม่มีความแน่นอน ยิ่งหากใช้แฟลชในสภาพที่มีแสงแวดล้อมหลากหลาย เช่น แสงหลอดทังสเตน หรือแสงหลอดฟลูออเรสเซนท์ ซึ่งต่างก็มีค่าอุณหภูมิสีที่ไม่เท่ากันกับแสงแฟลช ยกตัวอย่างที่เวลาถ่ายภาพงานพิธีที่ด้านหลังมีหลอดไฟทังสเตนดวงใหญ่ แล้วใช้แฟลชยิงไปที่subjectด้านหน้า อิทธิพลของแสงแฟลชที่มีอุณหภูมิสีอยู่แถวๆ 5600 -5800 องศาเคลวิน ในขณะที่แสงทังสเตนจะมีอุณหภูมิสีอยู่แถวๆ 2800-3300 องศาเคลวิน พอเจอเข้ากับautoWB. สีมันก็คงจะแปลกพิลึกดีนะครับ subjectใส่เสื้อขาวก็จะออกมาขาวอมเหลือง ฉากหลังที่เป็นแสงทังสเตนจะออกส้มอมเหลืองก็กลายเป็นเหลืองแปลกๆ สิ่งที่สำคัญก็คงจะเป็นเรื่องของสีของsubjectที่ไม่ได้เป็นไปตามที่เราต้องการให้ถูกต้อง

    Userบางคนอาจจะไม่มองเรื่องนี้เป็นปัญหา เพราะว่าเขาอาจจะปรับค่า WB ไปไว้ที่ Flash ก็ได้ แต่ปัญหามันก็ยังไม่จบลงทีเดียวนัก เพราะการเลือกค่าWBไว้ที่Flashนั้นไม่ได้หมายความว่าค่าWBที่กล้องเลือกใช้นั้นจะเป็นค่าตายตัว เพราะsetting flash WBนั้น ก็คือAutoWBชนิดหนึ่ง แต่เป็นการกำหนดช่วงที่แคบลงมาให้อยู่ในช่วงของแฟลชนั่นเอง (หากถ่ายเป็นRaw file จะสังเกตได้ว่าค่า color temp ที่raw convertorอ่านมานั้นจะไม่ค่อยเท่ากันสักรูปเลย ) ซึ่งแน่นอนครับ สีมันอาจจะออกมาใกล้เคียงที่เราต้องการ แต่ก็ไม่คงที่นัก

    Userบางคนก็เลยแก้ปัญหาด้วยการปรับค่าWB ไว้ที่ Kelvin โดยเลือกไว้ตายตัวที่ 5600 หรือ ค่าใดค่าหนึ่งระหว่าง 5600-5800 องศาเคลวินไปซะเลย ซึ่งวิธีการนี้ภาพส่วนใหญ่จะออกมาในลักษณะสีที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็ใช่ว่าค่าอุณหภูมิสีของแสงแฟลชจะคงที่เสมอไป เพราะบางทีอาจจะถ่ายภาพโดยที่แฟลชยังประจุไม่เต็มที่ ซึ่งตามทฤษฎีแล้วควรจะไม่น่ามีปัญหา แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ยังพบว่าอุณหภูมิสีของแสงแฟลชก็ยังมีการแกว่งอยู่บ้าง

    580EXและ430EX จึงเป็นสินค้าที่ตั้งใจทำออกมาสำหรับกรีดกระเป๋าUserอย่างแท้จริง แต่มีเงื่อนไขในการใช้เช่นกัน คือ จะต้องตั้งค่าWB ไว้ที่ AutoWB หรือ Flash WB เท่านั้น ค่าอุณหภูมิสีที่แฟลชเด็ด2ตัวนี้ส่งออกมาจึงจะมีผลให้กล้องเอาไปใช้ได้

    แล้วก็ใช่ว่าจะหมดเพียงเท่านี้นะครับ เพราะเจ้าแฟลช2ตัวนี้ยังปรับหัวแฟลชให้ซูมเข้าออกautoตามขนาดของsensorของdSLRที่เราใช้ด้วย ปกติแล้วซูมหัวแฟลชจะautozoomตามเลนส์ตั้งแต่ช่วง24mm ไปถึง 105mm ผลของการซูมหัวแฟลชจะช่วยทำให้ค่าGNของแฟลชเพิ่มขึ้น เพราะเท่ากับเป็นการบีบลำแสงแฟลชให้แคบลง ทำให้ความเข้มสว่างของแสงแฟลชเพิ่มขึ้น

    การใช้กล้องที่มีขนาดเซนเซอร์เท่ากับ APS-C ( FOV 1.6x ) หรือ APS-H (FOV 1.3x) มุมของแสงแฟลชที่ออกมาจากหัวแฟลชจะกว้างเกินความจำเป็นที่ต้องการใช้ เช่นใช้Canon 20D กับเลนส์ 50mm สำหรับแฟลชรุ่นเดิมนั้น ซูมหัวแฟลชจะปรับให้แสงแฟลชออกมาครอบคลุมพื้นที่ที่ถูกถ่ายด้วยเลนส์50mmจากกล้องฟูลเฟรม แต่20D+เลนส์50mm จะมีมุมรับภาพเทียบเท่ากับเลนส์80mmเท่านั้น ทำให้เราใช้งานแฟลชได้ไม่คุ้มกับความสามารถของมัน พอมาใช้580EXหรือ430EX แฟลชทั้งคู่มันจะสื่อสารกับกล้องและทราบว่ากำลังใช้ร่วมกับ APS-C sensor มันก็จะปรับหัวแฟลชไว้ที่ระยะ80mm ผลลัพท์จะทำให้ค่าGNเพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้เราสามารถใช้แฟลชยิงได้ระยะไกลกว่าเดิม

    หากแต่ว่าuserที่เข้าใจดี ก็อาจจะปรับzoom flashไว้ที่manual แล้วปรับหัวแฟลชให้เข้ากับค่า FOV ของsensorกล้องของเรา แค่นี้550EXหรือ420EX ก็สามารถทำงานได้ทัดเทียมกันได้ เพียงแต่มันไม่autoเหมือนกับแฟลชรุ่นใหม่ๆ ยิ่งใช้กับซูมด้วยแล้ว จะต้องมาคอยปรับหัวซูมแฟลชตามระยะทุกคร้งไป ก็คงจะเหนื่อยอยู่บ้าง

    6. High speed sync คืออะไรHigh-speed sync หรือ Focal-Plane highspeed sync เป็นความสามารถที่กล้องรุ่นใหม่ๆสามารถทำกันได้สบายๆแล้วในปัจจุบัน
    โดยพื้นฐานของกล้องที่ใช้ชัตเตอร์แบบม่าน2ชุดวิ่งตามกัน ไม่ว่าจะเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนก็ตาม การทำงานของม่านชัตเตอร์จะมีขั้นตอนเหมือนกันคือ
    6.1 ม่านชุดแรกจะเปิดให้แสงเข้ามาสัมผัสกับฟิล์มหรือimage sensor เมื่อม่านชุดแรกเปิดออกจนสุด แฟลชก็จะยิงออกมา ( 1st curtain sync )
    6,2 หลังจากที่ม่านชุดแรกเปิดจนสุดแล้ว ม่านชุดที่สองจะเริ่มขยับเพื่อไล่ปิดจนสนิท ( หากแฟลชไม่ได้ยิงออกมาในช่วงที่ม่านแรกเปิดสุด แต่มายิงในช่วงที่ม่าน2เริ่มจะปิด ก็จะเป็น 2nd curtain sync นั่นเอง )
    การวิ่งของม่านชัตเตอร์ทั้ง 2ชุดนั้นจะมีจุดวิกฤตคือ จะมีค่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุดอยู่ค่าหนึ่งที่ม่านแรกเปิดกว้างสุดอยู่โดยที่ม่านสองยังไม่ปิดตัวลง หากเร็วกว่านั้นม่านสองจะเริ่มปิดตัวก่อนที่ม่านชุดแรกจะเปิดสุด ความเร็วสูงสุดหรือShutter speed syncจึงใช้ได้ไม่เร็วเกินความเร็ววิกฤตินั้น เพราะหากใช้เร็วกว่านั้น แฟลชจะยิงออกมาในช่วงที่ม่านสองเริ่มปิดแล้ว นั่นหมายความว่าภาพจะไม่ได้รับแสงแฟลชทั่วกันทั้งภาพ

    แล้วระบบHigh speed sync ทำงานอย่างไร
    หลักการของhigh speed sync ก็คือ การสั่งให้แฟลชปล่อยแสงออกมาในลักษณะไฟต่อเนื่องในแบบของpulseที่มีความถี่50KHz หรือ 50,000 ครั้งต่อวินาที คือ ในเวลา1วินาที แฟลชจะส่งแสงกระพริบต่อเนื่องกัน50,000ครั้งนั่นเอง โดยแฟลชจะเริ่มปล่อยแสงออกมาในช่วงที่ม่านแรกจะขยับเปิดออก แล้วจะปล่อยไปจนกระทั่งม่านที่สองปิดสนิทแรก

    ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ยิ่งความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้น เวลาที่ฟิล์มสัมผัสกับแสงแฟลชก็จะสั้นลงนั่นเอง หรือ ปริมาณแสงที่สัมผัสกับฟิล์มก็จะน้อยลง เช่น ที่ความเร็วชัตเตอร์ 1/1000 วินาที แฟลชจะกระพริบปล่อยแสงให้สัมผัสกับฟิล์ม 50ครั้ง แต่ที่ 1/500 วินาที แฟลชจะกระพริบแสงให้สัมผัสกับฟิล์มรวมกัน 100ครั้ง เราจึงพบว่ายิ่งใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้น ค่าGNก็จะยิ่งลดลง ซึ่งหากมีคู่มือแฟลชก็ควรที่จะได้ศึกษาและทำความเข้าใจให้ดีว่าจะใช้แฟลชได้ระยะทางไกลแค่ไหน ณ ความเร็วชัตเตอร์ที่เรากำลังใช้อยู่

    อ่านกันเต็มๆที่ http://web.canon.jp/Imaging/flashwor...ogy/index.html
    Attached Images Attached Images  
    ก่อนจะซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันให้ได้อย่างน้อย 3 ข้อก่อน

  4. The Following 84 Users Say Thank You to หนก บางหลวง For This Useful Post:

    (=PoR=) (27th October 2008), Airbus191 (24th November 2009), Akewizard (13th May 2011), akrp (13th April 2011), Amnart (13th August 2011), Atsadawut (10th April 2010), aungaing636 (19th August 2010), AWB (6th January 2009), bangkok@bangkok (14th March 2009), bankcodelove (19th June 2010), bbwong.123 (12th January 2010), bennadic (28th March 2012), Best Man (14th January 2011), boomy163 (3rd August 2011), boshiki (27th January 2010), boythai (18th January 2011), bw_photo (15th August 2009), camerap (21st August 2011), c_kuru (25th May 2010), c_o_c_o_n_u_t (15th August 2009), dedo_may (20th June 2008), Dej_SAVAGE (23rd August 2010), dunty (6th December 2012), eagle_s13 (13th March 2010), eak18821 (9th August 2010), Ekkasit88 (3rd October 2010), esun (5th March 2009), exit1977 (8th October 2010), findingnumo (20th May 2009), gandalf (6th July 2009), gs33dv (23rd August 2009), gummy44 (1st May 2013), Heureux (22nd August 2009), HobbyCarp (26th July 2011), hongyak (23rd January 2009), Hua (6th March 2008), iamfoong (18th February 2008), iamtaey (30th January 2008), iBanKz (29th March 2009), itonz (7th April 2010), JAY-JJPG (4th March 2009), k.1968 (17th November 2009), Kasida (3rd January 2011), kookcomplex (4th August 2010), kornglory (25th March 2013), l6ibomiN (27th March 2009), leosorn (25th February 2009), MADA (27th October 2007), miraclepk (11th January 2013), mr.mod_x (18th June 2009), narun (26th May 2013), neo9 (14th May 2009), NewweN (5th October 2011), NJJR (13th April 2008), noppadol.pa (26th October 2008), P++ (15th August 2009), pak_mee (30th November 2007), paopong9 (12th January 2010), paysiam (10th February 2011), pirom (6th May 2014), PLE-55 (9th December 2009), poomee (15th November 2009), prajak_w (1st May 2011), r-c-t (25th December 2008), rabhas (26th April 2013), sanitpant (5th January 2009), seederdong (14th January 2011), SoFear (5th September 2009), songpones (15th July 2010), subanan (16th July 2010), SundayHB (9th September 2009), TEBB (14th April 2009), THAKHAM (3rd June 2010), thuwawit (9th March 2009), veyrongtr (30th March 2008), warrior (12th January 2010), weekend shooter (7th March 2009), wished (27th December 2012), บางรัก (2nd June 2010), ป้าจะอิ๊บ (10th January 2008), มุก กะ พลอย (8th September 2009), ศาริน (10th January 2009), หนอนน้อย 350. (26th December 2008), โดราเอนอน (21st May 2008)

  5. #3
    Join Date
    Oct 2003
    Location
    sukhumvit50 bangkok
    Posts
    3,117
    Thanks
    114
    Thanked 887 Times in 217 Posts
    Rep Power
    32

    Default

    คุณหมอหนกครับ นอกจาก580ex แล้วตัวsigma500dg super ทำงานเต็มระบบหรึอเปล่าครับ
    บ้านของนายไก่-->>> http://kaiph.multiply.com/

  6. #4
    Join Date
    Nov 2004
    Location
    BKK
    Posts
    107
    Thanks
    0
    Thanked 19 Times in 6 Posts
    Rep Power
    18

    Default

    เจ๋งจังครับพี่ แต่สงสัยผมต้องพยายามอ่านและทำความเข้าใจพร้อมจดจำซักหลายๆรอบ เพราะผมเป็นยูส เซ่อ อย่างเดียว ขนาดยังไม่รู้เลยว่า สโล ซิง หรือไฮ ซิง ใช้ตอนไหน ได้แต่ใช้อย่างเดียว เวนกำ ขอบคุณสำหรับความรู้จริงๆครับ
    ปล.มาให้ความรู้บ่อยๆนะครับพี่ อิๆ

  7. #5
    Join Date
    Feb 2005
    Posts
    691
    Thanks
    189
    Thanked 101 Times in 60 Posts
    Rep Power
    18

    Default

    ขอบคุณครับ

    สงสัยกับแฟลชของหนอนมานานแล้ว ต้องไปลองดูอีกที

  8. #6
    Join Date
    Mar 2006
    Location
    นิมิตใหม่
    Posts
    391
    Thanks
    134
    Thanked 259 Times in 81 Posts
    Rep Power
    18

    Default


    เย้ชอบมากครับ เป็นข้อมูลไว้ซื้อแฟลชพอดีเลย
    ต้องหามาแทนเจ้า sigma ตัวเดิมครับ ที่ผมโพสถามไว้
    แล้วคุณหนกเข้ามาตอบนั่นแหละครับ
    สรุปว่า มันใช้ไม่ได้ครับ เลยต้องเก็บตังค์ ซื้อใหม่
    รู้งี้เอา 550 EX ไปตั้งแต่คราวนั้นดีกว่า

  9. #7
    Join Date
    Mar 2006
    Posts
    533
    Thanks
    149
    Thanked 102 Times in 78 Posts
    Rep Power
    17

    Default

    ขอบคุณพี่หมอหนกมากๆครับ ความรู้เต็มๆเลยครับ อ่านแล้วบางอ้อ หลายอย่าง แบบนี้นี่เอง ว่างๆมาให้ข้อมูลอีกน่ะครับพี่

  10. #8
    Join Date
    Feb 2006
    Posts
    11
    Thanks
    0
    Thanked 0 Times in 0 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    กำลังอ่อนเรื่องนี้พอดี ขอบคุณมากๆครับ เขียนอีกนะครับ ชอบอ่านบทความของคุณหนกมากๆเลย

  11. #9
    Join Date
    Apr 2004
    Location
    จันทบุรี
    Posts
    2,313
    Thanks
    203
    Thanked 324 Times in 162 Posts
    Rep Power
    24

    Default

    สุดยอดครับพี่หนก...เหมือนเคยที่เอาความรู้มาให้น้องๆ...
    ""
    <))7 https://www.flickr.com/photos/tuinito/sets/
    _l \_

  12. #10
    Join Date
    Aug 2005
    Location
    KU
    Posts
    1,607
    Thanks
    87
    Thanked 453 Times in 100 Posts
    Rep Power
    28

    Default

    มีประโยชน์มากๆเลยคับพี่หมอ หลายจุดที่เคยงงงงงก้อรู้วันนี้ละคับ เยี่ยมยอดคับ
    What lies beyond?
    What lay before?
    Is anything certain in life?


    Part of lyric from: The Spirit Carries On - D r e a m T h e a t e r

  13. #11
    Join Date
    Jan 2006
    Location
    Rayong
    Posts
    60
    Thanks
    11
    Thanked 19 Times in 10 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ ขอเซฟไว้เลยครับ

  14. #12
    Join Date
    Jan 2003
    Location
    13o48'19.93"N 100o35'31.27"E
    Posts
    17,443
    Thanks
    680
    Thanked 3,356 Times in 986 Posts
    Rep Power
    126

    Default

    สงสัยกลัวโดนปลดจาก MOD ห้องหนอน ข้อหากบฏ เลยรีบทำคะแน

  15. #13
    Join Date
    Sep 2004
    Location
    Was: California, Now: Khao Yai
    Posts
    2,528
    Thanks
    55
    Thanked 223 Times in 81 Posts
    Rep Power
    30

    Default

    เคยอ่านไปแล้ว เป็นภาษาอังกฤษ แค่ไม่เคยเห็นภาพประกอบ

    แค่เห็นภาพ ก็เข้าใจง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
    Internet ไปไทย กลุ่มใจจริงๆ

  16. #14
    Join Date
    Feb 2006
    Location
    สมุทรปราการ
    Posts
    276
    Thanks
    30
    Thanked 4 Times in 3 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    ขอบคุณครับ

  17. #15
    Join Date
    Feb 2006
    Location
    เชียงใหม่
    Posts
    90
    Thanks
    53
    Thanked 3 Times in 2 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    ฮ่า ฮ่า ขอบคุณครับ
    ใช้มาตั้งนาน เพิ่งจะรู้มันทำงานอย่างนี้นี่เอง
    ที่ผ่านมานี่แฟรช+กล้องมันคิดแทนให้หมดเลยนะเนี่ย ถ่ายออกมาแสงพอดีนึกว่าตัวเองเก่ง โธ่

  18. The Following User Says Thank You to mr_mayz For This Useful Post:

    acme (21st January 2008)

+ Reply to Thread
Page 1 of 8 1234567 ... LastLast

Similar Threads

  1. Replies: 7
    Last Post: 29th July 2007, 14:33
  2. Non CPU Lens กับ TTL และ Commander Mode
    By RUTch in forum Nikon น่ารู้
    Replies: 3
    Last Post: 6th June 2006, 01:56
  3. Replies: 3
    Last Post: 20th April 2006, 19:54
  4. Replies: 3
    Last Post: 5th May 2002, 13:26

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •