Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Results 1 to 4 of 4

Thread: เตรียมตัวไปถ่าย Motor Expo กันเถอะ : ตอนที่ 5 คิดไว้ก่อนถ่ายภาพ

  1. #1
    Join Date
    Nov 2012
    Posts
    401
    Thanks
    4
    Thanked 1,583 Times in 270 Posts
    Rep Power
    22

    Default เตรียมตัวไปถ่าย Motor Expo กันเถอะ : ตอนที่ 5 คิดไว้ก่อนถ่ายภาพ


    การถ่ายภาพก็เหมือนการใช้ชีวิตปกติในแต่ละวัน มีทั้งผ่านไปวันๆ ไม่ได้วางอะไรคิดอะไร กับคิดล่วงหน้าไว้ก่อนว่าต้องทำอะไรบ้าง แล้วพยายามทำให้ได้ตามนั้น อาจจะมีปรับเปลี่ยนแก้ไขบ้างตามสถานการณ์ มีการเรียนรู้สิ่งใหมๆ แก้ไขสิ่งเก่า สมหวัง ผิดหวัง การถ่ายภาพก็เช่นกัน ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเสมอว่า วันนี้จะไปที่ไหน ถ่ายภาพอะไรได้บ้าง อยากจะถ่ายภาพอะไร ใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ใช้เทคนิคใดบ้าง เราชำนาญในเรื่องที่จะถ่ายภาพแค่ไหนแล้ว ต้องเพิ่มเติมอะไร การคิดเตรียมพร้อมไว้ก่อน จะทำให้เราถ่ายภาพด้วยความสะดวก แก้ปัญหารวดเร็ว งานสำเร็จลุล่วง ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่เสียเวลาเปล่าๆ

    ในการทำงานของช่างภาพอาชีพ ทุกอย่างจะต้องถูกคิดและจัดเตรียมเอาไว้ทั้งหมด เช่นจะถ่ายภาพเจ้าบ่าวเจ้าสาวนอกสถานที ช่างภาพจะต้องคุยกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวว่าชอบภาพในลักษณะใด มีลักษณะภาพให้บ่าวสาวได้ดู เช่น สไตล์ภาพแบบยุโรป แบบไต้หวัน ชอบลักษณะแสงนุ่มๆ หรือแสงมีมิติ ชอบทะเล ภูเขา ในเมือง ฯลฯ สังเกตลักษณะทุกๆ ด้านของบ่าวสาว ความช่างพูด ความขรึม ความร่าเริ่ง ความเรียบง่าย เพื่อดึงลักษณะของบ่าวสาวให้ปรากฏออกมาทางภาพ เมื่อรู้ลักษณะของบ่าวสาว ช่างภาพจะต้องดูสถานที่ถ่ายภาพว่าต้องใช้ที่ใดบ้าง เวลาเปิดปิด ทิศทางแสง การเดินทาง มีห้องน้ำหรือเปล่า จะเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวที่ไหน แสงช่วงเช้า ช่วยสายเป็นอย่างไร ต้องขออนุญาติใช้สถานที่กับใคร เสียค่าใช้จ่ายหรือเปล่า แล้วกำหนดเวลาถ่ายภาพกับบ่าวสาวและเจ้าของสถานที่ ที่สำคัญคือ การดูมุมกล้องว่าจะถ่ายภาพมุมใดบ้างออกมาเป็นอย่างไร จะถ่ายทั้งหมดกี่มุม มุมไหนเวลาใด จากนั้นต้องเตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ กล้อง เลนส์ รีเฟกเตอร์ แบตเตอรี่ คอมพิวเตอร์ แฟลช ร่ม ซ๊อฟบ็อก ผู้ช่วยช่างภาพต้องมีกี่คน ช่างแต่งหน้า การเดินทางจะทำอย่างไร ภาพแต่ละฉากใช้เทคนิคอะไรบ้าง ฯลฯ ทั้งหมดนี้คือ การคิด ก่อนถ่ายภาพ เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้พลาดน้อยที่สุดและแก้ปัญหาได้เวลาทำงานจริง ช่างภาพโฆษณาจะยิ่งกว่าช่างภาพถ่ายแต่งงาน ภาพทุกฉากจะต้องมีเลย์เอาท์ชัดเจนว่าจะทำอะไรอย่างไร แล้วตกลงกับลูกค้าว่า แบบนี้โอเคไหม ถ้าไม่โอเคจะแก้แบบเลย์เอาท์จนลูกค้าตกลง หากลุยไปถ่ายภาพจริงแล้วมีปัญหา ลูกค้าไม่จ่ายเงิน เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายมากมาย แล้วเก็บเงินใครไม่ได้ มีแต่เจ๊งกับเจ๊งเท่านั้น

    สำหรับมือสมัครเล่น การคิดก่อนถ่ายภาพก็มีความจำเป็น แม้แต่การถ่ายภาพตามถนน ก็ต้องคิดก่อนว่าจะถ่ายภาพอะไร เอาเลนส์ไปกี่ตัว แบตเตอรี่กี่ก้อน มีโอกาสเจอจิ๊กโก๋มาฉกกล้องไปหรือเปล่า ฯลฯ ทั้งหมดคือความรอบคอบ เป็นการคิดเพื่อเดินหน้า ไม่ใช่คิดเพื่อท้อแล้วเลิกทำ





    น้ำตกเอราวัญกับห้วยแม่ขมิ้นเป็นน้ำตกที่ต้องคิดวางแผนล่วงหน้าก่อนไปถ่าพเสมอ

    เพราะปริมาณน้ำจะสวยเฉพาะบางช่วงสั้นๆ ของปีเท่านั้น
    ก่อนไปต้องโทรถามเจ้าหน้าที่ก่อนว่าฝนตกไหม มีน้ำแค่ไหน น้ำแดงหรือเปล่า เข้าน้ำตกได้ไหม
    เมื่อทุกอย่างพร้อมจึงค่อยเดินทางไปถ่ายภาพ ถ้าไม่ตรวจสอบก่อนโอกาสกินแห้วสูงมาก





    กิ่วดอยแม่ปานอินทนนท์ เป็นอีกทีหนึ่งที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนถ่ายภาพ
    ต้องดูเวลาแสงเข้าว่าแสงจะเข้าเช้าหรือบ่าย ดอกกุหลาบพันปีบานหรือยัง
    แล้วคิดว่าจะถ่ายภาพอะไรบ้าง ถ้าเดินโดยเอาทุกอย่างติดตัวไปรับรองไปไม่รอดเพราะต้องเดินขึ้นลงเขายาวไกล
    อากาศก็เบาบาง พาลจะน็อคเอาได้สำหรับผู้ที่ไม่ได้เดินป่าประจำ






    การเดินทางไปต่างประเทศแม้จะเพื่อเที่ยวก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพราะค่าใช้จ่ายสูง
    ไม่เหมือนนั่งรถไฟฟ้าไปสยาม ต้องดูว่าเราอยากไปเที่ยวที่ใดบ้าง
    เช่น ผมกับภรรยาจะไปเที่ยว Ocean Road เราเลือกไปช่วงสิงหาคม ในช่วงเดือนมืด
    เพราะอากาศเย็นสบาย และอยากดูดาวที่ออสเตรเลีย




    กลุ่มดาวตรงใกล้ที่พักที่ Ocean Road เป็นภาพที่ผมถ่ายเก็บบรรยากาศเอาไว้ว่าดาวที่นี่เยอะแค่ไหน
    ผมถ่ายภาพเอาไว้หลายภาพสำหรับต่อภาพให้เป็นดาวเคลื่อนเป็นเส้นยาว





    ตัวอย่างภาพที่ต้องคิดก่อนถ่าย ทั้งสถานที่ ช่วงเวลา ภาพที่จะถ่าย
    รวมถึงการรีทัชภาพหลังจากถ่ายภาพมาได้แล้ว

  2. The Following User Says Thank You to thaidphoto For This Useful Post:

    IndyAir9 (25th March 2014)

  3. #2
    Join Date
    Nov 2012
    Posts
    401
    Thanks
    4
    Thanked 1,583 Times in 270 Posts
    Rep Power
    22

    Default คิดก่อนถ่ายภาพ ถ่ายภาพให้ได้อย่างที่คิด

    คิดก่อนถ่ายภาพ ถ่ายภาพให้ได้อย่างที่คิด

    เวลาเดินทางไปเที่ยว เราต้องคิดว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ทะเล เอาชุดว่ายน้ำไปไหม ครีมกันแดดหรือไปด้วยหรือเปล่า ไปกี่โมงกลับกี่โมง พักที่ไหน ฯลฯ แล้วในการถ่ายภาพละ มีอะไรบ้างที่ต้องคิดก่อนถ่ายภาพ นอกจากสถานที่จะไปถ่ายภาพ เวลาที่เหมาะสม การเดินทาง อุปกรณ์ที่ใช้แล้ว สิ่งสำคัญคือ ถ่ายภาพอะไรบ้าง อย่างไร มุมไหน ซึ่งการคิดตรงนี้จะทำให้เรารู้ว่า เราจะต้องใช้เทคนิคอะไร อุปกรณ์อะไร เตรียมภาพอย่างไร และต้องใช้โปรแกรมอะไรในภายหลังหรือเปล่า




    ภาพเขียนอันเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดน่าน


    ผมขอยกตัวอย่างตัวผมเองก็แล้วกันว่าคิดอะไรกันบ้าง หลังสุดผมพึ่งพาครอบครัวไปทำบุญทอดจุลกฐินที่วัดพระธาตุช้างค้ำจังหวัดน่าน สิ่งแรกเลยที่ทำคือ อยู่ที่น่านได้กี่วัน วันเดินทางไปและเดินทางกลับ เราต้องออกเดินทางวันศุกร์ 16 พ.ย.ตอนเย็น ภรรยาต้องกลับมาพร้อมลูกวันจันทร์ 19 พย.เช้า ผมเลยบอกว่านั่งเครื่องกลับแล้วกัน ผมขอถ่ายรูปต่ออีกนิดแล้วขับรถกลับมาทีหลัง ซึ่งก็โอเคไม่มีปัญหาอะไร ก็จองตั๋วเครื่องบินสำหรับวันกลับ วันเสาร์ 17 ต้องอยู่ตัวเมืองน่านเพื่อร่วมงานจุลกฐินช่วงเย็น ผมก็วางแผนว่า จะไปพักระหว่างทางที่อุตรดิษฐ์จะได้ไม่ต้องขับรถเหนื่อยมากนัก ถ้าตีเข้าน่านรวดเดียวจะเหนื่อยไป แล้วเช้าเราล่องเข้าน่าน แวะเที่ยวพระธาตุช่อแฮกับแพะเมืองผีที่แพร่ แล้วเข้าน่านช่วงเที่ยงหรือบ่ายนิดๆ ช่วงนั้นเราคงถ่ายภาพวัดอะไรไม่ได้มากเพราะมีแต่คนๆๆๆ คืนนั้นก็คงไม่ได้ถ่ายภาพกลางคืนแน่ คงเพลียจากการขับรถและร่วมงานจุลกฐิน สรุป เราได้เวลาเดินทางไป กลับ และกำหนดการณ์ใน 2 วันแรกเรียบร้อย




    เที่ยวน่านครั้งนี้จุดประสงค์หลักคือพาครอบครัวไปทอดจุลกฐิน จุดประสงค์รองคือแวะถ่ายภาพ
    ภาพลูกสาวคนเดียวกำลังสนุกกับการตีระฆังที่พระธาตุช่อแฮ เลนส์ 70-200มม. f/4 1/250 วินาที iso 320

    วันที่ 17 เช้าผมวางแผนขึ้นไปถ่ายภาพที่พระธาตุเขาน้อย แล้วลงมาแวะถ่ายภาพพระธาตุแช่แห้ง มาที่วัดร่วมงานจุลกฐิน สายๆ กลับเข้าที่พักแล้วออกไปถ่ายภาพวัดต่างๆ ที่ตัวเมือง จะรอถ่ายภาพพาโนรามาในวัดภูมินทร์ ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกที่พระธาตุเขาน้อย แล้วรีบกลับลงมาถ่ายภาพแสงโพล้เพล้ที่วัดภูมินทร์ พาครอบครัวกินข้าวพาลูกเข้านอน แล้วออกไปถ่ายภาพดาวที่พระธาตุเขาน้อยจนกว่าพระจะไล่กลับออกมาหรือจนกว่าจะง่วง สรุปว่า ผมต้องเตรียมขาตั้งสำหรับถ่ายภาพพาโนรามาในวัดภูมินทร์ เตรียมสายกดชัตเตอร์กับนาฬิกาจับเวลาสำหรับถ่ายภาพดาว แต่ผมยังไม่เคยถ่ายภาพดาวด้วยกล้องดิจิตอลเป็นจริงเป็นจังสักที เลยค้นใน Google หาโปรแกรมต่อภาพดาวว่าใช้โปรแกรมอะไร ได้โปรแกรม Startrails มาใช้ ผมลองถ่ายภาพดาวที่บ้านมาลองต่อด้วย Startrails ดูว่าโปรแกรมต่อเนียนไหม มีอะไรต้องทำเพื่อให้การต่อภาพสมบูรณ์ สรุปก็คือ ต้องศึกษาทดลองวิธีถ่ายภาพดาว ก่อนจะไปถ่ายภาพที่น่านจริงๆ ลองที่กรุงเทพนี่ละ มันพลาดได้ไม่ช้ำใจเพราะเป็นการทดลองก่อนของจริง ถ้าไปพลาดที่น่านจะเซ็งจิตแก้ตัวไม่ได้ ก็ได้ข้อสรุปเรื่องโปรแกรมกับการถ่ายดาว รวมทั้งจะถ่ายภาพอะไรบ้างในวันนี้




    โปรแกรม Startrails ที่ต้องหัดใช้งานให้เป็นก่อนไปถ่ายภาพจริงๆ จะได้รู้ว่าต้องถ่ายภาพอย่างไรให้เหมาะกับการทำงานของโปรแกรม
    โปรแกรมนี้ฟรี สามารถโหลดมาใช้งานได้ ไม่ติดลิขสิทธิ์ หากชอบก็สามารถบริจาคให้เจ้าของโปรแกรมมีเงินไปพัฒนาต่อได้ด้วย


    เช้าวันที่ 18 ขึ้นไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่พระธาตุแต่เช้ามืด เก็บของพาภรรยากับลูกไปสนามบินกลับกรุงเทพ จากนั้นผมอยากไปที่ภูคา ตั้งใจจะไปถ่ายภาพวิวภูเขา ทะเลหมอกยามเช้า กับดาวกลางคืน ใกล้ๆ ภูคามีอุทยานแห่งชาตินันทบุรี ทางเข้าเป็นลูกรัง ออกแนวออฟโรดนิดๆ งานนี้เอารถ Fortuner ไปน่าจะปลอดภัยกว่า เพื่อออกนอกเส้นทาง ต้องนอนเตนท์ ต้องเตรียมไฟฉาย เสื้อกันหนาวกับถุงนอนและรองเท้าเดินป่า ถุงเท้า เผื่อไปด้วย ค้างภูคา 1 คืนแล้วล่องลงมาที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน น่าจะถึงศรีน่านช่วงงบ่ายนิดๆ แวะถ่ายภาพที่คอกเสือ ไปผาชู้ ไปนอนที่ลานดูดาว ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก ถ่ายภาพดาวอีกสักคืน ที่นั่นไม่มีร้านอาหาร อาจจะไม่มีที่ให้ชาร์จแบตเตอรี่ ต้องติดของกินกับน้ำไปนิดหน่อยเผื่อเอาไว้ สำคัญคือแบตเตอรี่ต้องพอจะถ่ายภาพดาวทั้ง 3 คืน เช้าถ่ายภาพทะเลหมอก แล้วนอนต่อ แวะไปอุทยานแห่งชาติขุนสถานที่ต้องผ่านอยู่แล้วช่วงขากลับ แล้วเดินทางกลับกรุงเทพ ระยะทางประมาณ 650 กม.ที่ต้องขับรถวันนี้ น่าจะถึงบ้านหัวค่ำทันกินข้าวกับภรรยาและลูก ทั้งหมดนี้ คือโปรแกรมเดินทางถ่ายภาพที่ผมมีในช่วงเดินทางไปน่าน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ไม่แปลก สิ่งที่ต้องเตรียมแน่ๆ คือ เอา Fortuner ไป (จากเดิมที่จะเอา Harrier ไป) เตรียมแบตเตอรี่ให้มากพอ ผมมีแบตเตอรี่กล้องแค่ชุดเดียว จึงต้องติดกริปที่ใช้แบตเตอรี่ AA ไปด้วย แล้วเอาแบตเตอรี่ AA ไปเพิ่มอีก 6 ชุดสำหรับถ่ายภาพดาวโดยเฉพาะ ขาตั้งกล้อง สายกดชัตเตอร์แบบล็อคได้ ถ้าไม่มีสองอย่างนี้หมดสิทธิ์ถ่ายภาพดาว แฟลชกับ Wireless Trigger ผมทำงานคนเดียวต้องอาศัย Wireless ไฟฉาย การ์ดเก็บข้อมูล โน้ทบุค อันนี้ติดไปเป็นปกติที่ไปต่างจังหวัดอยู่แล้ว เตนท์ เสื้อกันหนาว ถุงนอน ผมเช็คสภาพอากาศคาดว่าไม่น่าจะหนาวในช่วงนั้น บนเขาน่าจะประมาณ 20 องศา แค่กันหนาวนิดหน่อยน่าจะพอ ที่เหลือก็อุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวกับถ่ายภาพแล้ว

    เมื่อถึงเวลาออกเดินทางจริง ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่วางเอาไว้ ไม่เกิดปัญหาอะไร ยกเว้นรถผ้าเบรคจะหมดเสียงเบรคดังจี๊ดๆ ผมประมาทลืมตรวจสอบผ้าเบรคก่อนเดินทาง กลับมาค่อยให้เปลี่ยนอีกที วันแรกทุกอย่างเป็นไปตามที่วาง พอวันที่ 2 ปัญหาก็มีบ้างเล็กน้อย พระธาตุช่อแฮซ่อม ด้านในพระอุโบสถจะเต็มไปด้วยโต๊ะเก้าอี้ ถ่ายภาพอะไรได้ยาก ก็ไม่มีปัญหาอะไร แวะไหว้พระถวายเงินซ่อมแซมพระธาตุก็ถือเป็นกำไรชีวิตแล้ว ตรงนี้ผมผิดพลาดไปที่ไม่ได้ตรวจสอบว่าที่แต่ละแห่งสภาพเป็นอย่างไร ถ้าเกิดไปรับงานถ่ายภาพพระธาตุช่อแฮละงานนี้ไม่จืด ดีที่เที่ยวเล่นสนุกๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร สายๆ แวะถ่ายภาพแพะเมืองผี ซึ่งอยู่ระหว่างทางไปพระธาตุ แสงไม่ดีมีเมฆเต็มฟ้า ก่อนมาจะมีพายุเข้าทางใต้ พยากรอากาศบอกว่าทางเหนือจะมีเมฆและฝนตก ผมเลยไม่หวังจะถ่ายฟ้าเข้มๆ สักเท่าไรแต่แรกแล้ว บรรยากาศช่วงนี้ทางเหนือเช้าจะมีทะเลหมอกแต่ไม่หนาเพราะอากาศยังไม่เย็นจัด สายนิดๆ ฟ้าจะมีแต่เมฆเพราะหมอกยามเช้าจะลอยตัวขึ้นไปเป็นเมฆคลุมเต็มฟ้า พอสายๆ จะกลายเป็นก้อนเมฆสวยมาก ฟ้าใส เย็นๆ ฟ้ามักเปิด ถ้าโชคดีก็ได้พระอาทิตย์ตก ส่วนกลางคืนฟ้าจะเปิด ได้ถ่ายดาวแน่ จะไม่ต่างจากนี้ไปสักเท่าไร
    พอบ่ายเราเข้าที่พัก ทุกอย่างโอเคไม่มีปัญหา เย็นเราไปที่วัดพระธาตุช้างค้ำเพื่อร่วมงานจุลกฐิน ปรากฏว่า Wireless Flash TTL ที่พึ่งซื้อมาน่าจะมีปัญหา แต่พอแก้ไขได้ นี่ก็เป็นความผิดพลาดประการหนึ่งที่ไม่ลองอุปกรณ์ให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีปัญหาก่อนนำมาใช้งาน ซึ่งปกติไม่ว่าจะกล้อง เลนส์ หรืออะไรก็ตาม ผมจะลองให้แน่ใจก่อนนำมาใช้จริงจังเสมอ คืนนี้ไม่มีปัญหาอะไรเพิ่มเติม กลับที่พักนอน





    ภาพในงานจุลกฐิน ระบบ Wireless Flash เกเรขึ้นมา ชดเชยแสงไม่ไป
    เป็นความผิดพลาดที่ไม่ได้ลองอุปกรณ์ให้แน่ใจก่อน 1/160 วินาที f/4 iso 1600





    พระธาตุเขาน้อยในคืนแรกที่น่าน ก่อนขึ้นเขามองดูฟ้าปลอดโปร่งมีแต่ดาว พอถึงยอดเขาเมฆเต็มฟ้า ไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้น
    แต่ก็ได้แสงจากเมืองและแสงเรืองๆ ยามเช้า ตอนแรกองค์พระมืดมาก ไม่โดดออกมาจากฉากหลัง
    ผมเปิดไฟสปอทไลท์หน้ารถซึ่งเป็นสีเหลือง เลยทำให้องค์พระเด่นขึ้นมาทันที
    สีเหลืองทองตัดกับเมฆสีน้ำเงินคล้ำๆ ก็ยังโชคดีที่ขึ้นมาในเช้านี้
    10 วินาที f/7.1 iso 400 ตั้งกล้องบนขาตั้ง ใช้รีโมทลั่นชัตเตอร์



    เช้าวันต่อมาผมตั้งนาฬิกาปลุก ตี 4 ครึ่งเพื่อขับรถขึ้นไปที่พระธาตุเขาน้อย พระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 6 โมงเศษๆ ใน iphone ผมลงโปรแกรมชื่อ Starwalk เอาไว้ โปรแกรมนี้สามารถค้นหาดาว ตำแหน่งดาว เวลาพระอาทิตย์ขึ้น ตก พระจันทร์ขึ้น ตก รวมทั้งตำแหน่งที่ดาวเคลื่อนในช่วงเวลาต่างๆ และอื่นๆ ได้อีกเพียบ แม่นยำพอควร ผมเลยรู้เวลาพระอาทิตย์ขึ้นตกไม่ค่อยพลาด แต่ที่ไม่รู้คือ วันนี้จะมีเมฆมาบังหรือเปล่า โผล่จากห้องนอนมามองฟ้า โอ้ว ฟ้าใสปิ๋งๆ ดาวระยับเลย พอขับรถขึ้นพระธาตุเขาน้อย ปรากฏว่าฟ้าปิด ดูอย่างไรก็ไม่มีทางเห็นแสงได้เลย ก็เลยขับรถกลับมาที่วัดภูมินทร์เพื่อถ่ายภาพช่วงเช้า คนน่าจะยังไม่ค่อยมี ถ่ายภาพพาโนรามาในวัด แบบว่าอยากถ่ายพาโนในวัดภูมินทร์มานานแล้ว ถ่ายจนถึงประมาณ 9 โมงเช้าคนเข้ามาเต็มวัด โอกาสจะถ่ายภาพพาโนในวัดคงไม่มีแล้วสำหรับวันนี้ กลับที่พักไปหาครอบครัว พากันไปกินข้าว เที่ยวชมวัด ทานข้าวเที่ยง แล้วพาลูกกลับมานอนกลางวันจนบ่าบแก่ๆ ลูกตื่นถึงจะได้ออกไปข้างนอก (คนมีลูกเล็กเวลาไปถ่ายภาพด้วย ดูแลลูกด้วยต้องทำใจเลยนะครับ ดูลูกเป็นหลัก ถ่ายภาพเป็นรอง ถ้าอยากถ่ายภาพเน้นๆ ต้องไปคนเดียว)



    ลงจากวัดพระธาตุเข้านอยแวะพระธาตุแช่แห้ง แสงทึมมากมีแต่เมฆ ไหนๆ ก็มาแล้วกดชัตเตอร์เอาไว้หน่อย
    ภาพเร่งสีและความเปรียบต่างขึ้นมาค่อนข้างมากโดยปรับฟังก์ชั่นที่ตัวกล้อง
    แล้วปรับที่โปรแกรมอีกเล็กน้อย 1/30 f/9 iso100





    วัดภูมินทร์แบบพาโนรามา 360 องศา เห็นทั้งองค์พระประธานที่เป็นเอกลักษณ์ของวัด
    คือมี 4 ด้านแบบพระพรหม และภาพเขียนอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดน่าน
    ใช้เลนส์ตาปลาแบบ Full Frame ต่อภาพด้วยโปรแกรม PTGui
    ระบบถ่ายภาพ M ปรับความชัด MF ครั้งเดียวแล้วถ่ายภาพทั้งหมด ชัตเตอร์ 1 วินาที f/9 iso100






    วัดภูมินทร์ช่วงโพล้เพล้ จังหวะแบบนี้ต้องรอให้แสงด้านนอกกับด้านในสมดุลกัน
    แสงด้านในจะคงที่ ส่วนด้านนอกจะลดลงเรื่อยๆ ตามเวลา ผมวัดแสงด้านในเอาไว้ตั้งค่าตามด้านใน
    พอตั้งกล้องก็จะเปิดเครื่องวัดแสงเอาไว้แล้วดูสเกลวัดแสง
    เมื่อไรที่ค่าแสงอยู่ที่ -1 stop คือ แสงด้านนอกน้อยกว่าด้านใน 1 stop จะเริ่มถ่ายรูปทันที
    1/3 วินาที f/8 iso 100 ถ่ายภาพเวลา 17:47 นาที





    มีเวลาเหลือจากวัดภูมินทร์ไปต่อวัดพระธาตุช้างค้ำ ถ่ายภาพโบสถ์ให้เห็นองค์พระ
    เสียดายที่ฟ้ามืดไปหน่อย ชัตเตอร์ 0.77 วินาที f/8 iso 100



    ภาพสุดท้ายก่อนลาวัดภูมินทร์ แสงมีความแตกต่างสูงมากแล้ว
    ภาพนี้ความจริงรายละเอียดที่ผนังอุโบสถหายหมดแล้ว
    ใช้ HDR เพื่อเพิ่มรายละเอียดที่ผนัง ไม่ซีเรียสกับภาพ แต่ถ้าได้ก็ดี 4 วินาที f/8 iso100

  4. The Following 2 Users Say Thank You to thaidphoto For This Useful Post:

    cameratoon (21st August 2013), sakdaname (30th April 2015)

  5. #3
    Join Date
    Nov 2012
    Posts
    401
    Thanks
    4
    Thanked 1,583 Times in 270 Posts
    Rep Power
    22

    Default การใช้ความรู้พื้นฐานแก้ปัญหา

    เย็นๆ ขึ้นพระธาตุเขาน้อยถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก(หลังต้นไม้) แล้วกลับมาถ่ายภาพวัดภูมินทร์ช่วงโพล้เพล้ ผมอยากได้วัดแสงเป็นสีน้ำเงินกับองค์พระลอดประตูเป็นสีเหลือง คราวนี้ได้สมใจ แถมจันทร์เสี้ยวมาให้ด้วย เสร็จแล้วก็ไปกินข้าวกลับที่พัก พอลูกหลับก็แว๊บขึ้นพะรธาตุเขาน้อยไปถ่ายภาพดาว ผมลองเอาโปรแกรม Starwalk มาดูดาวเหนือ เจอตำแหน่งดาวเหนือด้วย คราวนี้ได้ถ่ายภาพดาวหมุนรอบเป็นวงกลมสมใจอยาก ผมลองถ่ายภาพให้จุดสนใจเป็นองค์พระ มีแสงเรืองๆ ที่องค์พระ(เป็นแสงไฟจาก iphone) ให้องค์พระเด่นขึ้นมาไม่จมหายไปกับท้องฟ้าสีดำ โชคดีมีแสงจากพระจันทร์มานิดหน่อย ทำให้เห็นทั้งดาวและท้องฟ้าไม่ดำสนิทจนเกินไป ฉากหลังเป็นเมืองน่าน ทดสอบเวลาเปิดรับแสงได้ 30 วินาที f/5.6 ผมอยากได้เส้นดาวยาวๆ แต่จะลากเวลานานกว่านี้ไม่ได้ เพราะเมืองจะสว่างจ้ามากไป รวมทั้งท้องฟ้าจะสว่างมากทำให้ดาวหายไป ต้องถ่ายภาพจำนวน 60 ภาพเป็นอย่างน้อยเพื่อมาต่อเป็นภาพดาวเคลื่อนเป็นเส้นยาว (เท่ากับถ่ายภาพดาว 30 นาที)








    ภาพเปรียบเทียบให้ดูระหว่างไม่เปิดไฟหน้ารถช่วย กับเปิดไฟหน้ารถ
    จะเห็นว่าเปิดไฟหน้ารถจะทำให้องค์พระเด่นขึ้นมาจากฉากหลังสีดำชัดเจนมาก ทั้งคู่ถ่ายภาพที่ 30 วินาที f/5.6 iso 400







    ภาพจากการต่อภาพดาว เส้นดาวไม่ยาวนักเพราะต่อ 5 ภาพเท่านั้น เปิดรับแสงภาพละ 1 นาที f/5.6
    เมื่อต่อ 5 ภาพเท่ากับเปิดรับแสง 5นาที ถ้าให้สวยต้องต่อยาวประมาณ 30 นาทีเป็นอย่างน้อย





    ภาพองค์พระด้านข้าง ถ่ายภาพมุมนี้เพราะต้องการให้เห็นดาวเหนือแล้วดาววิ่งเป็นเส้นวงกลม ถ่ายภาพที่ 2 นาทีต่อภาพจำนวน 10 ภาพ

    ตอนถ่ายภาพจริงเจอปัญหานิดหน่อย คือ เวลาถ่ายภาพ 2 นาทีต่อกันยาวๆ มันเบื่อ ฮ่าๆๆ กดไปได้สัก 10 ภาพก็อยากจะเปลี่ยนมุมแล้ว กล้องผมมีระบบ Interval Timer แต่เปิดรับแสงได้แค่ 30 วินาที ใช้ B ไม่ได้ กลับไปต้องหาสายกดชัตเตอร์แบบ Interval ที่สามารถตั้งถ่ายภาพ B ได้นานตามเวลาที่ต้องการแล้ว จริงๆ บรรยากาศตอนถ่ายภาพดาวนี่สุดยอดนะครับ เงียบ มืด สงบ ไม่มีอะไรมากวนเลย เหมาะกับการนั่งสมาธิจริงๆ แต่มันนั่งไม่ได้เพราะต้องคอดกดชัตเตอร์ทุกๆ 2 นาที (พอกลับมากรุงเทพผมเลยไปซื้อสายกดชัตเตอร์ของ Seculine แบบ Interval Timer เวิร์คดี) ถ่ายภาพไว้หลายมุม จนพระท่านมาบอกว่า โยม พระจะปิดวัดแสง ก็เลยต้องกลับลงมา แบตเตอรี่หมดไป 1 ก้อนพอดี
    วันจันทร์ผมขึ้นพระธาตุอีกรอบ เช้านี้ได้ภาพดีกว่าเมื่อวาน แต่ยังไม่พอใจ ถ่ายภาพวิวก็แบบนี้ ขึ้นกับฟ้าฝน นิสัยผมไม่แต่งภาพ ภาพที่เห็นในบทความทั้งหมดเป็นภาพดิบๆ จากกล้อง ไม่ปรับอะไรแทบทั้งหมด ยกเว้นภาพดาวที่ต้องนำมาต่อเส้นดาว ผมจะปรับในกรณีเดียวคือ จะขายภาพนั้น (ถ้าไม่ขายก็ยังไม่ปรับ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นก่อน งานถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกยามว่าง) แล้วรีบลงมาพาลูกเมียไปทานข้าวเช้า ไปสนามบิน กลับมาเก็บของที่พัก เจอเจ้าของรีสอร์ทชวนไปดูที่บนเขาเผื่อเราอยากได้อีกต่างหาก กว่าจะเสร็จจากดูที่ประมาณเที่ยง กินข้าวแล้วรีบเผ่นไปที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา แต่เปลี่ยนในกระทันหันไปอุทยานแห่งชาตินันทบุรีแทน เพราะภูคาเคยไปแล้ว เลยอยากลองไปนันทบุรีบ้าง





    ทางเข้าอุทยานแห่งชาตินันทบุรี เป็นอุทยานจัดตั้งใหม่ ยังไม่ประกาศเป็นทางการ
    ถ่ายด้วยกล้องคอมแพคโหมดพาโนรามา เน้นง่ายเร็วได้ใจความ ทุกอย่างโอเคแค่ดันลืมเปิดไฟหน้ารถ




    หลังฝนตกก่อนพระอาทิตย์ตก ถ่ายภาพด้วยกล้องคอมแพค
    ใครจะไปที่นี่เตรียมอาหาร น้ำ ไฟฉายไปด้วยนะครับ ไม่มีร้านอาหาร บรรยากาศดีมาก เหมาะกับคนชอบความเงียบ(ยกเว้นช่วงเทศกาล)

    จากตัวเมืองไปนันทบุรีประมาณ 2 ชั่วโมง ปรากฏว่าฝนตกหนักมาก ทางเข้าอุทยานซึ่งเป็นทางลูกรังแบบทางป่าเละและลื่นมาก โชดีที่เอา Fortuner มาก็เลยไปได้ต่อ ไปถึงอุทยานเงียบกริป มีเจ้าหน้าที่ 2 คน กับนักท่องเที่ยว 1 คนคือผมเอง ฝนตกตั้งแต่บ่าย 2 ยัน 5 โมง ไม่เห็นพระอาทิตย์ตก ผมเล็งมุมว่าคืนนี้จะถ่ายภาพดาวมุมไหนดีที่สุด แบบจัดองค์ประกอบภาพในใจรอเอาไว้เลย แล้วไปกางเตนท์ในมุมที่เล็งเอาไว้ พอพระอาทิตย์ลับฟ้า ฟ้าเริ่มเปิด ดาวเริ่มออก มีพระจันทร์เสี้ยวโผล่มาแบบเมื่อวาน แจ่ม ผมถ่ายภาพดาวหลายมุมมาก เอาเตนท์เป็นพระเอก ใช้ Wireless Flash ยัดใส่เตนท์ให้เตนท์ดูดโปร่งแสง สีเตนท์จะสวยสดโดดเด่นท่ามกลางความมืด ใช้ Skywalk หาตำแหน่งดาวเหนืออีกรอบ คืนนี้ถ่ายภาพตั้งแต่ 1 ทุ่มยันเที่ยงคืน แบตเตอรี่ Lithium ที่ชาร์จไว้เต็มหมดไป 1 ชุด ต้องเอาแบตเตอรี่ AA มาใส่ใช้แทน ผมมี AA อยู่ 6 ชุด เปลี่ยนได้ 3 เที่ยว (รอบละ 8 ก้อน) น่าจะพอจนกลับบ้าน





    แสงสุดท้ายของวันก่อนลับหาย 1/60 f/14 iso 100



    ภาพแรกที่ผมลองตั้งกล้องถ่ายเตนท์กับดาว นอกจากเวลารับแสงจะน้อยไปหน่อยแล้ว
    ตำแหน่งแฟลชยังผิดด้วย จะเห็นแสงเป็นเส้นที่ตัวเตนท์ ฟ้ามืดเกินไป




    แก้ไขใหม่โดยการใช้หมอนมาบังด้านหน้าแฟลชนิดๆ ไม่ให้แสงแฟลชยิงเข้าไปที่ผ้าเตนท์โดยตรง เส้นก็จะหายไป

    เปิดรับแสงเพิ่มขึ้นจาก 30 วินาทีเป็น 1 นาทีครึ่ง

    เพื่อให้เข้าเรื่องรถกับเรา ผมถ่ายภาพรถเอาไว้ด้วยเหมือนกัน ส่วนมากใช้กล้องคอมแพคเพราะขี้เกียจประกอบกล้อง DSLR มีทั้งพาโนรามาและปกติ ผมชอบถ่ายภาพรถให้เห็นว่าเราไปไหน สภาพรอบด้านเป็นอย่างไร ถนนเป็นอย่างไร อย่างทางปายวัดจันทร์สมัยก่อนเข้าไปเป็นทางโหดมาก ร่องน้ำลึก จากปากทางเข้าวัดจันทร์ 5 ชั่วโมง เดี๋ยวนี้ลาดยางเรียบกริปยิ่งกว่าทางด่วน ชั่วโมงหน่อยๆ ก็ถึงปายแล้ว ผมมีถ่ายภาพเก็บไว้เป็นสไลด์ ถ้ามีเวลาผมไม่พลาดบันทึกภาพระหว่างทาง รถกับเส้นทาง ส่วนตัวเรานี่ต้องแล้วแต่โอกาสจริงๆ ว่าสะดวกตั้งขาตั้งกล้องหรือมีคนกดชัตเตอร์หรือเปล่า ถ้าไม่มีก็อด (ตอนนี้ผมได้ขาเล็กสำหรับกล้องคอมแพคมาใช้ละ น่าจะสะดวกขึ้นเยอะ) รอบนี้ก็ถ่ายภาพเอาไว้เยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะภาพพาโนรามาซึ่งผมชอบมาก มันเห็นโดยรอบ ไม่เลือกเห็นมุมใดมุมหนึ่ง มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ดี





    ทะเลหมอกยามเช้า สภาพแสงอึมครึมมาก ต้องบวกทั้งความเปรียบต่าง และสีเข้าไปเต็มเสกลเลย ½ วินาที f/9 iso100



    วันรุ่งขึ้นผมตื่นแต่เช้าถ่ายภาพทะเลหมอกยามเช้า มุมค่อนข้างปิดมีต้นไม้บังด้านหน้า จริงๆ ที่ภูคาจะสวยกว่านี้ รอบนี้ถือว่ามาที่ใหม่ๆ ดูบ้าง จะดีร้ายถือเป็นประสบการณ์ไป เดี๋ยวนี้เวลาผมถ่ายภาพจะถ่ายภาพเผื่อต่อพาโนรามาเอาไว้ด้วย เป็นวัตถุดิบเก็บไว้ก่อน บางทีก็มาต่อใช้งาน บางทีก็ไม่ได้ต่อ แต่ให้มีเก็บไว้ไม่เสียหาย แค่เปลืองพื้นที่ HD หน่อยเดียวเอง โดยเฉพาะภาพทิวทัศน์ ไม่ได้ถ่ายภาพกว้างแล้วไปตัด ใช้ถ่ายภาพมาต่อด้วยโปรแกรม PTGui ตั้งขาให้ได้ระดับน้ำ กล้องให้ได้แนวระนาบ ถ่ายโดยเปิดรับแสงเท่ากัน โฟกัสเท่ากัน แล้วนำภาพทั้งหมดมาต่อ ไม่ยาก




    ขาออกจากอุทยานนันทบุรี ทางไม่ลื่นเท่าเมื่อวานแล้ว ถ่ายภาพพาโนด้วยกล้องคอมแพค
    ห็นในรถผมจะมีอุปกรณ์นำทาง กล้อง GoPro 2 GPS เอาไว้นำทางและบันทึกเส้นทาง
    GoPro เอาไว้ถ่ายภาพตอนขับรถ สภาพถนนโดยติดกล้องไว้หน้ารถ แต่หน้าที่หลักคือ ถ่ายวิดิโอลูกขณะอยู่ในรถ




    ตอนเช้าผมเก็บเตนท์ทั้งยังเปียกๆ เดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มุ่งขึ้นดอยเสมอดาว ไปถึงทำเหมือนเดิมคือ เล็งมุมถ่ายภาพก่อน ดูว่าจะตั้งเตน์ที่ไหนดีที่สุด ปรากฏว่ามุมดีที่สุดโดนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ยึดไปกางเตนท์รอนักท่องเที่ยวไว้แล้ว เลยกางจุดอื่นที่ดีน้อยกว่า ผมนอนกลางวันเอาแรงสำหรับถ่ายภาพดาวคืนนี้ เย็นๆ ไปตั้งกล้องที่ศาลาด้านหลังจะรอถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก ดันประมาทไม่มารอแต่เนิ่นๆ พอมาถึงโดยเมฆกลุ่มใหญ่บังซะแล้ว ก่อนหน้านี้มีแสงสาดเป็นลำ แต่ผมเดินมายังจุดตั้งกล้องไม่ทัน แห้วรับประทานไป



    ระหว่างทางลงจากนันทบุรี ผ่านหมู่บ้านชาวเขาที่ยังคงดูเดิมๆ อยู่ ผมเจอคุณลุง 2 ท่านนี้กำลังนั่งคุยกันอยู่
    คนหนึ่งหูน่าจะไม่ดีแล้ว อีกคนเลยต้องตะโกนใส่หู ผมขับรถเลยไปแล้ว ตัดสินใจถอยหลังกลับแล้วขอลุงเขาถ่ายรูป
    ชี้กล้องแล้วชี้ไปที่ลุง ลุงเขาพยักหน้าว่าโอเค ผมก็ลงไปถ่ายภาพ
    แสงนุ่มๆ ไม่มีแดด ตั้งใจเว้นให้เห็นห้องเก็บฟืน จะได้เห็นบรรยากาศของบ้านคนที่นี่ว่าเป็นอย่างไรด้วย 1/160 วินาที f/4.5 iso 200






    เด็กน้อยคนนี้ไม่กลัวกล้องเลย ผมเข้าไปถ่ายภาพใกล้ๆ เขินนิดหน่อย แต่สู้กล้อง
    ผิดกับคนน้องที่กำลังเดินมาท่าทางเครียด ด้านหลังเป็นภูเขาสามารถดึงให้เห็นได้ (แต่ไม่ได้ดึง) 1/800 วินาที f/2.8





    สองพี่น้องนี้กำลังเล่นอยู่ที่สนามแล้วมานั่งที่ม้านั่ง ผมชี้ไปที่กล้องว่าขอถ่ายภาพได้ไหม ไม่มีคำตอบก็เลยเข้าไปถ่ายซะเลย
    ตัวเด็กผู้ชายน้ำมูกไหลย้อยเชียว ภาพนี้ถ้าแต่งแสงทำวิกเนทหน่อยก็แจ๋ว (แต่ไม่ทำอีกนั้นละ) 1/500 วินาที f/4


    ตอนกลางคืนขึ้นมาถ่ายภาพดาวที่ยอดดอยเสมอดาว นักท่องเที่ยวไม่มากพอไม่เหงา ผมถ่ายภาพทางด้านแม่น้ำน่านซึ่งตอนเช้าจะมีทะเลหมอก แล้วก็ถ่ายภาพที่ด้านลานกางเตนท์ ใช้แฟลชใส่ในเตนท์เหมือนเคย วันนี้พระจันทร์เริ่มสว่างมากไปหน่อย(ครึ่งดวง) ดาวเลยหายจ้อย พระจันทร์เสี้ยวประมาณ ¼ กำลังถ่ายภาพดาวได้ดี ฟ้าไม่ดำจัด ดาวยังเยอะอยู่ถ้าไม่หันไปทางพระจันทร์ และพอจะเห็นพื้นล่าง เห็นทิวทัศนไกลๆ ด้วยแสงจันทร์ ผมถ่ายภาพถึงประมาณเที่ยงคืน แบตเตอรี่หมดไปอีก 1 ชุด แล้วเข้านอน





    ดาวหมุนที่เหนือหัวสิงห์ เทคนิคเดียวกับที่ถ่ายภาพดาวก่อนหน้านี้ เปิดรับแสง 3 นาที ต่อภาพจำนวน 13 ภาพเข้าด้วยกัน






    บรรยากาศที่ลานกางเตนท์ 2 นาที f/5.6 iso 400 ใช้แฟลชที่เตนท์คุมด้วยระบบ Wireless



    เช้าลุกขึ้นมาถ่ายภาพทะเลหมอกตั้งแต่ตี 4 ฟ้ามีเมฆไม่เห็นดาว ขึ้นไปยอดเขาเสมอดาวแล้วถ่ายภาพทะเลหมอกตั้งแต่มีแสงเรืองๆ ถ่ายภาพต่อเนื่องไปจนพระอาทิตย์ขึ้นทั้งภาพธรรมดาและพาโนรามา ตอนนี้ถ้ามีโอกาสจะถ่ายภาพวิดิโอเอาไว้ด้วยเป็นที่ระลึก ทะเลหมอกยามเช้าวันนี้สวยใช้ได้ หมอกไม่หนามากเพราะอากาศยังไม่เย็นเท่าไร แต่ก็พอจะโอเค ถ่ายภาพเช้าเสร็จผมรีบเก็บเตนท์เดินทางกลับ แวะอุทยานแห่งชาติขุนสถานแล้วกลับถึงบ้านประมาณ 1 ทุ่มอย่างที่ตั้งใจเอาไว้เลย ทริปรอบนี้ถ่ายภาพยังไม่ได้ดังใจเท่าไร ที่โอเคหน่อยคือวัดภูมินทร์ด้านใน ส่วนภาพดาวไว้ต้องมาแก้มืออีกรอบ ใช้สายกดชัตเตอร์แบบ Interval Timer มาเป็นตัวช่วย แบบว่าขี้เกียจรอกดชัตเตอร์นะ





    ทะเลหมอกยามเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ถ่ายภาพมาต่อกันด้วยโปรแกรม PTGui 1.3 วินาที f/8






    พาโนรามาจากกล้องคอมแพค ให้เห็นบรรยากาศบริเวณที่กางเตนท์





    บรรยากาศระหว่างทางลงจากดอยเสมอดาวไปคอกเสือ ผ่านทุ่งนา ถ้าเป็นฤดูฝนน่าจะสวยมาก ไว้มาใหม่ ถ่ายจากกล้องคอมแพค





    วิวจากด้านในรถ ถ่ายด้วยกล้องคอมแพค






    เสาดินคอกเสือ สังเกตุด้านขวารายละเอียดสูงเพราะแสงเข้าข้าง พอเป็นด้านซ้ายรายละเอียดหายเพราะแสงเข้าด้านหน้า 1/320 วินาที f/9






    มุมมองจากหน้ารถตอนวิ่งเข้าคอกเสือ จากกล้องคอมแพค 1/450 วินาที f/7.1





    บรรยากาศระหว่างทาง จากกล้องคอมแพค 1/420 วินาที f/8






    Iขุนเขาและทางระหว้างไปอุทยานขุนสถาน ทางสูงชัน บรรยากาศคล้ายภูทับเบิก 1/480 f/5.6






    บรรยากาศที่ทำการอุทยานขุนสถาน 1/220 วินาที f/5.6 อยากโผล่หน้าออกมามากกว่านี้แต่ทำไม่ได้


    รายละเอียดในการถ่ายภาพแต่ละภาพผมจะลงไว้ที่ภาพนั้นๆ ทั้งความคิด อุปสรรค์ที่เจอ รวมทั้งการแก้ปัญหาเพื่อให้ได้ภาพนั้นๆ มา เผื่ออยากไปลองถ่ายภาพในลักษณะนี้ แล้วยังไม่รู้จะเริ่มอย่างไรจะได้ใช้วิธีของผมเป็นแนวทางเริ่มต้นได้บ้าง

  6. The Following 8 Users Say Thank You to thaidphoto For This Useful Post:

    baralgan (28th February 2013), Boizz (4th November 2014), chocolatenom (27th November 2013), d90d300 (27th November 2012), IndyAir9 (25th March 2014), ismeeair (1st December 2012), korkorja (30th November 2012), sakdaname (30th April 2015)

  7. #4
    Join Date
    Oct 2013
    Posts
    479
    Thanks
    394
    Thanked 55 Times in 24 Posts
    Rep Power
    7

    Default

    ขอบคุณครับ

+ Reply to Thread

Similar Threads

  1. เตรียมตัวไปถ่าย Motor Expo กันเถอะ : ตอนที่ 2 รู้จักควบคุมปริมาณแสง
    By thaidphoto in forum เรื่องน่าอ่าน / บทความ / ถาม-ตอบบ่อย
    Replies: 10
    Last Post: 2nd August 2018, 15:07
  2. เตรียมตัวไปถ่าย Motor Expo กันเถอะ : ตอนที่ 3 แสงและเงา
    By thaidphoto in forum เรื่องน่าอ่าน / บทความ / ถาม-ตอบบ่อย
    Replies: 6
    Last Post: 17th February 2017, 09:49
  3. Replies: 23
    Last Post: 27th November 2014, 22:00
  4. เตรียมตัวไปถ่าย Motor Expo กันเถอะ : ตอนที่ 4 จัดภาพให้สวย
    By thaidphoto in forum เรื่องน่าอ่าน / บทความ / ถาม-ตอบบ่อย
    Replies: 4
    Last Post: 5th May 2014, 15:36
  5. Replies: 17
    Last Post: 14th December 2006, 11:15

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •