Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Page 2 of 8 FirstFirst 12345678 LastLast
Results 16 to 30 of 107

Thread: เปิดตำนาน Olympus E-1

  1. #16
    Join Date
    Dec 2005
    Location
    bkk
    Posts
    125
    Thanks
    0
    Thanked 2 Times in 1 Post
    Rep Power
    16

    Default

    OLYMPUS E-10 1/100 F5.6 27mm. iso 80
    Attached Images Attached Images  

  2. The Following 2 Users Say Thank You to artistic For This Useful Post:

    kampong (25th March 2013), ksom (19th March 2013)

  3. #17
    Join Date
    Oct 2002
    Location
    กรุงเทพฯ-singapore
    Posts
    2,919
    Thanks
    23
    Thanked 125 Times in 57 Posts
    Rep Power
    33

    Post ตอนที่ 3 มาตรฐานของระบบ 4/3

    มาต่อแล้วครับ ตอนที่ 3
    (มัวแต่อืด ไปนั่งต่อโมอยู่ 2 คืน แหะๆ)


    คำถาม เกี่ยวกับเรื่องของระบบ 4/3 นี่ ได้ยินว่าได้มีคนพูดถึงเยอะมากที่เดียว มีส่วนไหนที่พอจะเล่าให้เราฟังได้บ้างครับ


    Asakura:ในส่วนของเซนเซอร์รับภาพ (Image sensor)นั้น เทคโนโลยี นั้นรุดหน้าไปค่อนข้างเร็วทีเดียว

    ที่ผมตั้งใจไว้คือ ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิจัยเพื่อที่จะหาขนาดที่เหมาะสมของ CCD ที่สามารถจะให้ภาพที่ได้คุณภาพสูงกว่าฟิลม์ 35 มม. ที่เป็นไปได้และทำได้ง่ายก็ เพียงแค่เราเพิ่มจำนวนเซนเซอร์รับภาพเข้าไป โดยแค่ใช้วิธีการเพิ่มขนาดของ CCD ให้ใหญ่ขึ้นไปอีก แต่นั้นก็จะส่งผลให้ตัวกล้องและ เลนส์นั้นจำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย คำถามที่ตามมาและจะพบอยู่บ่อยๆ ในการออกแบบ CCD ก็คือ เรื่องของประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และหากถ้าเราทำอย่างที่ผมกล่าวไปนี้ สุดท้ายแล้ว กล้องที่ได้ออกมาก็จะไม่ใช่ระบบที่ใช้งานได้ง่าย เรื่องของการออกแบบนี้มันเป็นคำถามที่ต้องตอบว่าจุดไหน คือ จุดที่สมดุลที่สุด
    ซึ่งถ้าลองคิดตามจุดมุ่งหมายที่ว่า เราต้องการที่จะพัฒนากล้องที่มีคุณภาพสูงระดับที่เหนือกว่ากล้องฟิลม์ 35 มม. สามารถใช้งานง่ายและตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม ผลสุดท้ายแล้ว ระบบที่เรานำเสนอมาก็คือ CCD ในขนาด 4/3 นี่เองหละครับ

    Kawai: การออกแบบของระบบใหม่นี้ ตำแหน่งของเมาท์ และระยะจากท้ายเลนส์ไปถึงระนาบของจุดโฟคัส นั้นสำคัญอย่างยิ่งที่เดียวครับ เพราะเราต้องการที่จะให้แน่ใจได้ว่า เลนส์ และกล้อง จะทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบและให้ประสิทธิภาพสูงสุดที่จะเป็นไปได้

    ในการออกแบบกล้องสำหรับมืออาชีพที่เราเริ่มต้นจากศูนย์ องค์ประกอบหลักที่เราให้ความสำคัญก็คือ ช่องมองภาพ (View Finder) ที่จะสามารถให้รายละเอียดของภาพได้สมจริง เราจึงออกแบบให้ E-1 มีช่องiมองภาพเป็นระบบออปติกค์ที่มองผ่านเลนส์ (TTL: Through The Lens) ไม่ใช่ระบบอิเลคทรอนิคส์(EVF: Electronic View Finder)

    ในส่วนของเซนเซอร์รับภาพ หลังจากที่ได้ผ่านการศึกษา
    และค้นคว้าอย่างถี่ถ้วนแล้ว เราสรุปได้ว่า
    อัตราส่วนของขนาด CCD นั้นต้องเป็น 4/3 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสามารถให้รายละเอียดได้สูงมากกว่า กล้องฟิลม์


    Yogoyama: ขนาดพื้นที่รับแสงบนเซนเซอร์รับภาพในระบบ 4/3 นั้น จะมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 4 เมื่อเทียบกับขนาดของฟิลม์ในกล้อง 35มม. และนั่นหมายถึง เราสามารถที่จะลดขนาดของเลนส์ลงได้ประมาณ ครึ่งนึง เมื่อเทียบกับกล้อง 35 มม

    Mori: ด้วยเหตุผลที่ว่า ตำแหน่งที่เราออกแบบ CCD ไว้ มันเหมือนกับ เซนเซอร์แต่ละตัวที่ถูกวางไว้ที่ก้นของบ่อน้ำที่ลึกมากๆ ในลักษณะนี้เอง CCD ที่สามารถจะรองรับแสงที่ผ่านจากเลนส์นั้นสามารถตกกระทบได้ในมุมที่ตั้งฉาก ถ้าหากแสงที่ตกกระทบไม่ตั้งฉากกับตัวเซนเซอร์ที่รับภาพ มันจะส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนกันระหว่าง ที่ตกกระทบที่บริเวณกลางเซนเซอร์ และส่วนที่ตกกระทบที่ขอบทั้ง4 ด้านของเซนเซอร์

    คำถาม แสดงว่าขนาดเมาท์ของเลนส์จึงถูกกำหนดออกมาด้วยเงื่อนไข ที่ว่านี้ ซึ่งเป็นรากฐานของระบบ 4/3 โอลิมปัส เป็นผู้ที่นำเสนอมาตรฐาน นี้ใช้ไหมครับ?


    Kawai ใช้แล้วครับ ด้วยเหตุแรกก็คือ เพื่อที่จะเป็นการยืนยันว่าระบบนี้ เลนส์และตัวกล้องจะสามารถทำงานร่วมกันได้ แม้จะมาจากต่างค่าย

    และเหตุผลที่สองก็ เพื่อที่จะกำหนดมาตรฐานของ ขนาดภาพในระบบดิจิตอล (เหมือนดังเช่น 35 มม เป็นมาตรฐานอ้างอิง ในกล้องฟิลม์)

    ทั้งสองสิ่งนี้เป็น ส่วนประกอบหลักในการจัดตั้งมาตรฐาน ระบบ 4/3 หละครับ

    Asakura: ถ้าหากผู้ผลิตต่างๆค่าย ยังคงยึดติดกับระบบเดิม โดยใช้ มาตรฐานปิดที่แต่ละค่ายมีอยู่ ก็จะเป็นตัวจำกัดตัวเลือกของผู้ใช้โดยรวม ยกตัวอย่างเช่น ระบบ ของ เครื่องคอมพ์พิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์ ที่แต่ละผู้ผลิตต่างใช้ USB มาตรฐานเดียวกันในการเชื่อมต่อ

    เราเชื่อว่าในยุคของกล้องดิจิตอลก็เช่นเดียวกันที่ต้องการความยืดหยุ่นของระบบที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ มันฟังดูเหมือนจะเกินความเป็นจริงไป(ในปัจจุบัน) แต่ เราก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นแค่ฝันในจุดนี้ เพื่อประโยคสูงสุดของผู้ใช้ ครับ

    ในตอนนี้ ทางโกดัก และ ฟูจิฟิลม์ได้ตอบรับมาแล้วว่าจะนำระบบ4/3เข้ามาสู่ยุคดิจิตอลและพร้อมที่จะผลักดันให้เป็นมาตรฐานโดยรวม แต่เราไม่สามารถให้ความเห็นได้ เกี่ยวกับการตอบรับ หรือ คำยืนยันจากค่ายอื่น

    เรานำเสนอ และ เชื่อว่าระบบ 4/3 จะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้โดยตรง และเป็นผลดีกับทุกๆฝ่ายโดยรวมอีกด้วย


    (ความเห็นผม: 4/3 เป็นระบบที่ยังต้องการเวลา และเทคโนโลยี ในการพิสูจน์ตัวเอง โอลิมปัสได้ทุ่มเทอย่างจริงจังทั้งเงินทุนวิจัยและการพัฒนา รวมไปถึงนำเสนอเลนส์+บอดี้ สำหรับมาตรฐานนี้ให้เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ใช้ ในทุกระดับก็ว่าได้ครับ ในตอนนี้ ดูจากกล้องที่ออกมาแล้วถึง 3 รุ่น ตั้งแต่ E-1 / E-300 / E-500 ในระยะเวลาแค่3 ปี รวมไปถึงเลนส์ อีกเป็นตับ เรียกว่า ออกมาเยอะกว่าทุกค่ายในเวลาเดียวกัน มีตั้งแต่เลนส์ใช้งานทั้วไป เลนส์โปร และ และล่าสุด เลนส์โปรขอบเงิน(Silver Ring) ที่จะออกมาดูดเงิน มือโปรกระเป๋าหนัก (ถึงหนักมาก)

    พูดถึงตลาดรวมของระบบ 4/3 จนถึงปัจจุบันนี้ ก็มีโอลิมปัสค่ายเดียวที่ทำตลาดอยู่ (ซิกม่า มีเลนส์เสริมแต่ก็คงไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่)
    ส่วนอีกทั้งสองค่ายที่สนับสนุนในตอนเริ่มก่อตั้งมาตรฐาน ก็ยังเงียบอยู่ แถม โกดัก ก็บ๊าย บายจาก
    DSLR ไปแล้วด้วยครับ )


    จากบทสัมภาษณ์อื่นที่ผมได้เคยอ่านมา (แต่ผม หาต้นฉบับไม่เจอ)
    ในอนาคตนั้น มีแนวโน้มที่ โอลิมปัส จะทำการพัฒนาระบบลดแรงสั่นสะเทือนออกมาคล้ายๆกับที่ มินอลต้า มี เพราะจะเป็นการลดขนาดเลนส์ และสามารถทำให้เลนส์ทุกตัว มีระบบลดแรงสั่นสะเทือนได้ รอเพียงแค่เวลาที่เหมาะสมเท่านั้น
    สำหรับกล้องโปรตัวต่อไปคือ E-3 ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปละครับ สำหรับแฟนโอลี่ ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน คงไม่นานเกินรอ





    Last edited by นายไข่เจียว; 23rd December 2005 at 11:55.
    Gallery @ นายไข่เจียว
    www.pbase.com/kaijiew
    DOF: Great photography is about depth of feeling, not depth of field. - By Peter Adams-

    In Portrait,I look for the unguarded moment,the essential soul peeking out,experience etched on a person's face...- By Steve McCURRY-

    “When I began breaking the rules, that’s when I started to become a better photographer,”

  4. The Following 4 Users Say Thank You to นายไข่เจียว For This Useful Post:

    Icer (29th September 2013), ksom (19th March 2013), pa_ap (3rd August 2009), uncle (3rd July 2010)

  5. #18
    Join Date
    Sep 2005
    Posts
    32
    Thanks
    6
    Thanked 0 Times in 0 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    ขอบคุณคร๊าบบ อ่านสนุกกว่าภาษาปะกิดเยอะเลย

  6. #19
    Join Date
    Nov 2005
    Posts
    77
    Thanks
    29
    Thanked 6 Times in 4 Posts
    Rep Power
    17

    Default

    อ่านเพลินดีครับ ได้สาระ ได้เข้าถึงแนวความคิดในการออกแบบระบบ 4/3 ด้วย แต่เรื่อง E-3 นี่ไว้เจอกันตอนตกรุ่นนะครับ อิอิ ตอนออกใหม่ ๆ มันคงแพงเอาเรื่องแน่ ๆ เยยยยยย...

  7. #20
    Join Date
    Oct 2002
    Location
    กรุงเทพฯ-singapore
    Posts
    2,919
    Thanks
    23
    Thanked 125 Times in 57 Posts
    Rep Power
    33

    Post ตอนที่ 4: ความภาคภูมิใจ ของโอลิมปัส : Zuiko Digital Lens

    มาติดตามกันต่อครับ หลังจากตอนที่ 3 ผ่านไปกับเรื่องของ CCD
    สำหรับ ตอนที่4 นี่จะเป็นเรื่องเลนส์ สำหรับระบบ 4/3
    นั่นก็คือ Zuiko Digital นั่นเอง
    (ผมก็ไม่รู้ว่าควรจะออกเสียงว่า ซูอิโกะ หรือ ซุยโกะ หรือ ซึอิโกะ ไม่ทราบว่าใครพอจะรู้บ้างครับ?)


    คำถาม: แล้วในส่วนของเลนส์หละครับ ออกแบบใหม่ทั้งหมดใช่ไหมครับ?
    Yokoyama: อันนี้แน่นอนอยู่แล้วครับ เมื่อขนาดของ Image Circle ได้ถูกกำหนดตามที่ได้ออกแบบไว้สำหรับ มาตรฐานของระบบ 4/3 แล้ว เราก็ได้เริ่มเดินเครื่องที่จะพัฒนาเลนส์หลายๆรุ่น ที่จะให้ภาพถ่ายระดับคุณภาพที่ไร้ที่ติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเลนส์ในช่วงที่เป็นระยะไกล นั้นจะเป็นกลุ่มที่ได้เปรียบจากระบบ 4/3 มากที่สุด เนื่องจาก Image Circle นั้นเล็ก เราจึงสามารถที่จะออกแบบเลนส์ให้มีขนาดที่เล็กลงได้อย่างมากเลยทีเดียว หละครับ
    เลนส์
    Zuiko Digital นั้นเป็นเลนส์ความละเอียดสูง ที่ออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาโดยโอลิมปัสเองทั้งหมด


    Asakura : ถึงแม้ว่า ตัว E-1 เองจะใช้ CCD ที่มีความละเอียดเพียง 5 ล้านพิกเซล แต่ผมยืนยันได้ว่า ในอนาคต เราจะสามารถผลิต CCD รุ่นต่อไปให้มีจำนวนพิกเซลที่มากกว่านี้ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน

    และเราก็ได้ออกแบบเลนส์ขึ้นมาจากแนวคิดที่ว่านี้
    ทำให้มั่นใจได้ว่าเลนส์ที่ถูกออกแบบขึ้นมาในวันนี้
    ด้วยระบบที่มีความละเอียดและมีความเที่ยงตรงสูง


    จะยังคงสามารถใช้งานไปได้อีกใน 5ปี 10ปี หรือแม้กระทั่งในอีก 30 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอนครับ (ใช้กันให้คุ้มไปเลยว่างั้น)

    Yokoyama: สำหรับในชุดแรกนี้ เราจะปล่อยออกสู่ตลาด 6 ตัวด้วยกัน ซี่งประกอบไปด้วยเลนส์ 4 รุ่นพร้อมกับ เทเลคอนเวอร์ตเตอร์ อีก 1 ตัว

    เราต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายผลิตเพื่อที่จะให้ได้เลนส์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเท่าที่จะทำได
    และนี่ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากมากสำหรับงาานี้ เลยทีเดียวหละครับ


    Asakura: ตัวชิ้นแก้วนั้นถูกเจียรขึ้นที่ศูนย์เทคโนโลยีโอลิมปัส-ออป์โต ที่ตั้งอยู่โรงงาน ซาคากิ
    และก็เป็นที่ซึ่งเราค้นพบเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ

    ในส่วนของตัวถังของเลนส์ และส่วนประกอบอื่นๆของเลนส์ นั้นถูกออกแบบที่ โอลิมปัส-ออปโต ในโรงงาน ที่ ทัสซึโน่ ครับ




    คำถาม: ผมสงสัยว่า ทำไมถึงได้ ใช้ชื่อเลนส์ในระบบ 4/3 นี้ว่า Zuiko Digital Lens ? ใครพอจะตอบคำถามนี้ให้ผมได้บ้างครับ
    Asakura: ในส่วนนึง ก็เพื่อที่จะให้ผู้ใช้ได้รับรู้ถึงความตั้งใจของเราที่มีต่อ เลนส์ Zuiko ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ของเลนส์ระดับสุดยอด ที่เราเคยมีมาในอดีต และก็เฉกเช่นเดียวกับ เลนส์ในรุ่นนี้ที่เราออกแบบมาเพื่อที่จะให้เป็นเลนส์ระดับสุดยอด ที่ใช้กับระบบดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพสูง เราจึงเรียก เลนส์ รุ่นนี้ว่าเป็น Zuiko Digital

    นอกจากนั้นแล้ว ก็ยังเปรียบเสมือนกับการที่เราได้ประสาน สุดยอดของทางเทคโนโลยีดิจิตอล และความเป็นสุดยอดของฝีมือที่เราใช้ในการผลิตเลนส์ในแบบดั้งเดิม เข้ามาไว้ในเลนส์ Zuiko Digital นี้ด้วย

    สำหรับ ชื่อ Zuiko นี่ถือได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของเราทุกคนในโอลิมปัส นับตั้งแต่ฝ่ายวิจัยพัฒนาไปถึงฝ่ายขาย เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะคงความภาคภูมิใจนั้นไว้ ในเลนส์รุ่นนี้ ครับ

    Yokoyama: ตัวผมเองนั้นได้เข้ามีส่วนร่วมในการออกแบบเลนส์มาโดยตลอด และในช่วงสีปีที่ผ่านมานี้ ผมได้ทำงานเกี่ยวกับกล้องดิจิตอลเพียงอย่างเดียว

    เมื่อผมได้เห็นภาพถ่าย โดยคุณ มิตซึอากิ อิวาโกะ
    ซึ่งใช้กล้องรุ่นก่อนการผลิตจริงที่เราได้รบกวนให้เขาทดสอบนั้น
    ผมรู้สึกดีใจมากๆ เลยที่ผมได้ทำในสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่ต้น



    เมื่อมองดูภาพนั้น ทำให้ผมคิดขึ้นมาว่า มันจะน่าทึ่งขนาดไหน หากล้องตัวนี้สามารถที่จะสร้างงานศิลป์ที่จะมีแรงผลักดันและเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนได้


    ด้วยกล้องระดับนี้ แบบนี้ ที่ทำให้ผมคิดได้ว่า ผมเข้าใจที่หลายคนกล่าวไว้ว่า

    The camera chooses the person นั่นหมายความว่าอย่างไร (นี่คงเป็นสำนวนญี่ปุ่นที่ถูกแปลเป็น ภาษาอังกฤษอีกนึงหนะครับ ความหมายคงจะเพี้ยนไปบ้าง ผมก็ถอดความไม่ถูกเพราะไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไรกันแน่หละครับ ลึกซึ้งจริงๆ เพราะปกติคนญี่ปุ่นก็ละเอียดอ่อนกับเรื่องของการที่จะซาบซึ้ง กับสิ่งเล็กๆน้อยๆอยู่แล้วด้วย ยิ่งเรื่องเฉพาะทางนี่ ยิ่งไปกันใหญ่ถ้าไม่เข้าใจวัฒณธรรมตรงนั้น ก็ยากที่จะเข้าใจความหมายที่แท้จริง )


    นั่นหละครับคือจุดสำคัญที่สุดเลย สำหรับการถ่ายภาพ

    กล้องตัวนี้นะ ไม่ใช่เพียงแค่กล้องที่ให้ภาพถ่ายที่ดี

    หากแต่ว่า มันเป็นมากกว่านั้น

    มันเป็นกล้องที่ใช้สำหรับถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมจริงๆ


    (คุณ Yokoyama คงจะ หมายถึง ภาพถ่ายที่ยอดเยี่ยามนั้นเกิดมาจากมุมมองของคนที่ถ่ายภาพนะครับ เพราะคนที่ใช้กล้องในมองเห็นมุมที่ยอดเยี่ยม และกล้องตัวนี้ก็ออกแบบมาเพื่อมุมมองที่ยอดเยี่ยมนั้นๆ โอยยย ขอซึ้งสักครู่นะครับ สุดยอดดดด)

    จบตอนที่ 4 แล้วครับ....


    Gallery @ นายไข่เจียว
    www.pbase.com/kaijiew
    DOF: Great photography is about depth of feeling, not depth of field. - By Peter Adams-

    In Portrait,I look for the unguarded moment,the essential soul peeking out,experience etched on a person's face...- By Steve McCURRY-

    “When I began breaking the rules, that’s when I started to become a better photographer,”

  8. The Following 3 Users Say Thank You to นายไข่เจียว For This Useful Post:

    ksom (19th March 2013), pa_ap (3rd August 2009), uncle (3rd July 2010)

  9. #21
    Join Date
    Dec 2002
    Location
    กทม
    Posts
    35
    Thanks
    5
    Thanked 10 Times in 2 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    The camera chooses the person นี่ผมเข้าใจว่ามาจากไอเดียของยุคซามูไรที่มีคำกล่าวว่า "ดาบจะเป็นผู้เลือกผู้ถือ"
    เพราะถ้าผู้ถือฝีมือไม่เหมาะกับดาบจะไม่สามารถเปล่งประสิทธิภาพของดาบได้จนถึงที่สุด ก็จะเป็นฝ่ายแพ้แล้วตายไป
    ดาบจะเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอกับเจ้าของที่เหมาะกับมันที่สุด มันจะกลายเป็นคู่ที่ไม่มีวันแพ้... อะไรประมาณนั้น

    รวมๆก็คือถ้าได้จับคู่ที่เข้ากันได้ดีก็จะได้ผลงานที่ดีที่สุดน่ะครับ
    คนมือหมุน ;-P

  10. #22
    Unregistered Guest

    Thumbs up มันส์ ส์ ส์ . . .

    มาตามอ่านอยู่ครับสนใจจริงๆครับตัวนี้ เหมือนฟังเพลงป๊อบคอยๆฟัง คอย่ๆเพราะขึ้นที่ละนิดๆ ๆ ๆ เริ่มเข้าใจมากขึ้นเลยครับ . . . นับถือนับถือ นายไข่เจียว . . .

    Zuiko เป็นตำนานที่ผมยอมรับมากๆว่าคุ้มเกินคุ้ม ยิ่งกว่าคุ้มครับ . . . และอยากให้ต้นตำนานได้ยินนะครับหรือใครก็ได้ ทำอะแดปเตอร์ที่นำเก่าๆมาใช้รวมกันที่ เอาแค่ใส่ได้วัดแสงทำงานก็พอไม่ออโต้ไม่เป็นไร และไม่รู้ว่าโอลียังจับงานอุปกรณ์ในห้องแลป์หรือเป่ลาวจะได้นำมาใช้กับกล้องจุลทัศน์ครับ รับรองในโรงเรียน+มหาวิทยาลัย+หน่วยงานต่างๆสั่งซื้อจนทำขายไม่ทันแน่น (หรือว่ามีทำอยู่แล้วครับ)

    แค่เคยลองใช้มาบ้างยอมรับของเขาดีจริงๆ นายไข่เจียวเหนื่อยหน่อยนะครับเอาใช้ช่วยให้จบไว ๆ . . .

  11. #23
    Join Date
    Oct 2002
    Location
    Patumwan Bkk
    Posts
    147
    Thanks
    0
    Thanked 3 Times in 3 Posts
    Rep Power
    20

    Default

    "ใครก็ได้ ทำอะแดปเตอร์ที่นำเก่าๆมาใช้รวมกันที่ เอาแค่ใส่ได้วัดแสงทำงานก็พอไม่ออโต้ไม่เป็นไร "

    มีทั้งของแท้ของเทียมขายกันเยอะแยะครับ....... วัดแสงได้ทั้งออโต้และแมนวล
    อุปกรณ์ทางการแพทย์เค้าก็ยังทำกันอยู่...........
    ViT---OM4Ti

  12. #24
    Join Date
    Oct 2003
    Location
    sukhumvit50 bangkok
    Posts
    3,117
    Thanks
    114
    Thanked 887 Times in 217 Posts
    Rep Power
    32

    Default

    ทุกวันนี้ เห็นคนใช้E-1 น้อยมากใกล้กาลอวสาน เพราะE500มาแทน
    บ้านของนายไก่-->>> http://kaiph.multiply.com/

  13. #25
    Unregistered Guest

    Default

    Quote Originally Posted by Mr-kai
    ทุกวันนี้ เห็นคนใช้E-1 น้อยมากใกล้กาลอวสาน เพราะE500มาแทน
    นึกว่าเห็น E-1 เยอะขึ้น เนื่องจากมีการลดราคาลงมามาก เห็นที่ร้าน AVCamera ขายออกไปวันละหลายๆ ตัว ในช่วงที่ลดราคา

  14. #26
    OMer Guest

    Default

    เถียงครับเถียง E-1 ยังไม่อวสานหรอกครับ ตราบใดยังมีคนผลิตผลงานดีๆ จากกล้องดีๆ ตัวนี้ออกมาได้ มันจะเป็นตำนวน ... ตำนวนไม่มีการอวสานหรอกครับ และ E-500 ก็ไม่มีทางขึ้นมาแทน E-1 ได้ ถ้าลองใช้งานทั้งสองตัวดูจะรู้ความแตกต่าง มันคนละตลาดกันครับ บางครั้ง คุณสมบัติที่เหนือกว่า อาจไม่ได้อยู่ใน Spec List ก็ได้ อย่างผม พิ่งได้ E-1 มา ตั้งใจว่า อย่างไงๆ ก็ต้องเป็น E-1 เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ค่อยรักษาของ เคยใช้ของเกรด Pro (มือสอง) อย่าง Olympus OM1, OM2n และ OM4Ti รู้ได้เลยว่า มันทนมือทนเท้าผมได้ และก็เห็นชัดๆตอนเอาเจ้า E-1 ขึ้นดอยเมื่อเร็วๆนี้ อากาศหนาวจัดและก็มีความชื้นในอากาศมากด้วย ผมลืมเก็บกล้อง แต่วางอยู่ในเต็นนะ (นอกถุงนอน) ตื่นขึ้นมา ละอองน้ำจับทั้งกล้อง เปียกโชกเลย อย่างกับไปลุยฝนมา อย่างไงอย่างงั้นเลย ใจเสียมากครับ นึกว่าอดถ่ายรูปเสียแล้ว อุตส่าปีนเขาขึ้นมา เหนื่อยจะแย่ ไม่ได้กลัวกล้องเสียเท่าใหร่นัก เพราะรู้ว่า ถ้ากล้อง E-1 เสียแล้วเอาไปซ่อมที่ Fotosystem เค้าจะมีกล้องสำรองให้ใช้ระหว่างรอซ่อมเสร็จ เฉพาะ E-1 นะครับ E-500 ไม่มี และก็ไม่มีใน Spec List ของกล้องด้วย (Service ระดับ Pro ก็ดีอย่างนี้แหล่ะ ..ฮิฮิ) ผมก็เลยรีบเอาผ้ามาเช็ดให้แห้ง ผลปรากฎว่า ใช้งานได้ปกติ ไม่มีทีท่าว่าจะรวนเลย เคยถ่ายภาพกลางฝนก็เคย ถ้าไม่ใช่เกรด Pro ก็ไม่กล้าทำหรอก

    ราคาอุปกรณ์ถ้าคิดจริงๆนะ ก็ไม่แพงอย่าง 14-54mm f2.8-3.5 16900 บาท เป็น Normal Zoom เทียบได้กับ 28-108mm f2.8-3.5 ถ้าเป็น Canon Nikon ซื้อใหม่เท่าไหร่ รู้สึกจะไม่มีระยะนี้ ก็เอา 28-70mm f2.8 ก็แล้วกัน รับรองไม่มีต่ำกว่า 20000 แน่ๆ (ของใหม่นะ ถ้ามีสอง ก็พอได้) 50-200mm f2.8-3.5 เที่ยบได้กับ 100-400mm f2.8-3.5 ราคา 36000 ถ้าเป็น Canon Nikon ต้องใช้ 2 ตัวถึงจะแทนได้ เอาแค่ 70-200mm f2.8 ก็ปาเข้าไป 30000-40000 แล้ว ยังไม่รวมเลนส์ที่จะมาเป็นช่วงต่อไปเป็น 200-400mm f3.5 เลย ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าที่เค้าว่าอุปกรณ์ Oly มันแพง แพงตรงไหน อาจจะบอกว่า ก็ Nikon Canon เป็น Zoom รูรับแสงคงที่นี่ แต่ความแตกต่างแค่ ครึ่ง Stop แทบจะไม่รู้สึกนอกจากตัวเลขที่ต่างกัน หรือซื้อของมือหนึ่งแล้วแพง ถ้างั้นก็คงใช่ แพงกว่าของมือสองแน่ครับ แต่ถ้าเทียบของมือหนึ่งด้วยกัน Oly ถูกสุดแล้วครับ แถมคุณภาพดีมากๆๆๆ อีกด้วย แล้วอย่างงี้ จะอวสานได้ไง ในเมืองไทย อาจจะไม่ค่อยได้เห็น เพราะไม่ค่อยมีคนกล้าเปลี่ยนแปลง ไม่ค่อยกล้าแตกต่าง หรืออาจมีอุปกรณ์เก่าของยี่ห้อเก่าอยู่มาก ซื้อมาก็ตั้งแพง เลยไม่อยากเปลี่ยน แต่ที่รู้ๆมา เมืองนอกเขาไม่ได้เป็นอย่างเราครับ โดยเฉพาะ ตากล้อง Pro ที่โตมาในยุค Digital แทบทั้งนั้นเคยใช่ Oly Digital ไม่รุ่นใดก็รุ่นหนึ่งหล่ะครับและมีไม่น้อยที่ใช้ E-1 ที่เด่นมากๆอีกอย่างหนึ่งของ E-1 และสำคัญกับ Pro มากก็คือ User Interface ครับ ถ้าจะมีพอเทียบชั้นกันได้ก็ตระกูล EOS-1 ทั้งหลายแหล่ะครับ ต้องลองใช้ดู แล้วจะรู้ว่า สุดยอดการออกแบบเลยครับ ใช้งานง่ายคล่องตัว โอกาสสั่งงานผิดต่ำ และก็ยืดหยุ่นมากอีกด้วย

    จะว่าไปผมก็ไม่ได้เป็น Pro อะไรหรอก (ถ้าติด Probation ตอนเรียนอยู่อะใช่) แต่ก็รับรู้ได้ถึงคุณสมบัติเหล่านี้ ความตั้งใจและความพิถีพิถันในการออกแบบ ในการสร้างมันขึ้นมา และผมก็คิดว่า ทุกคนรับรู้ได้ ถ้าได้สัมผัสมัน จึงบอกได้ว่า E-1 เกิดมาเป็นตำนวนโดยแท้

  15. The Following User Says Thank You to OMer For This Useful Post:

    MOOPA (13th May 2008)

  16. #27
    Join Date
    Oct 2002
    Location
    กรุงเทพฯ-singapore
    Posts
    2,919
    Thanks
    23
    Thanked 125 Times in 57 Posts
    Rep Power
    33

    Default

    ครับ ก็จริง ถ้านับตำนานดิจิตอลของโอลิมปัสจริงๆ ผมยกให้ E-10
    นี่หละตำนานดิจิตอล ต้นฉบับ ที่น่าทึ่งในเวลานั้น เลยหละ แต่ขู้อมูลยังไม่ค่อยครบเท่า E-1
    ผมยังประทับใจ E-10 อยู่มากๆเลย ยังนึกอยากให้มีรุ่น Collector ออกมา อิอิอิ
    Gallery @ นายไข่เจียว
    www.pbase.com/kaijiew
    DOF: Great photography is about depth of feeling, not depth of field. - By Peter Adams-

    In Portrait,I look for the unguarded moment,the essential soul peeking out,experience etched on a person's face...- By Steve McCURRY-

    “When I began breaking the rules, that’s when I started to become a better photographer,”

  17. The Following User Says Thank You to นายไข่เจียว For This Useful Post:

    ksom (19th March 2013)

  18. #28
    Join Date
    Aug 2004
    Location
    @ Corner of My Life
    Posts
    5,970
    Thanks
    625
    Thanked 957 Times in 331 Posts
    Rep Power
    38

    Default

    ข้อมูลเยี่ยมมากๆ เลยครับ ... เข้ามาเก็บความรู้ แล้วก็ติดตามครับผม
    [... On Oberon's way ...] [Facebook] [Twitter] [Instagram] [My Game : Tap Zombies]

  19. #29
    Omer Guest

    Default

    Quote Originally Posted by ViT
    "ใครก็ได้ ทำอะแดปเตอร์ที่นำเก่าๆมาใช้รวมกันที่ เอาแค่ใส่ได้วัดแสงทำงานก็พอไม่ออโต้ไม่เป็นไร "

    มีทั้งของแท้ของเทียมขายกันเยอะแยะครับ....... วัดแสงได้ทั้งออโต้และแมนวล
    อุปกรณ์ทางการแพทย์เค้าก็ยังทำกันอยู่...........

    ผมลองใช่ Adapter แปลง OM มาเป็น 4/3 ต่อกับ E-1 แล้ววัดแสงแบบเฉพาะจุด ทำไมภาพมันออกมาแปลกๆก็ไม่รู้ เหมือน Under ซัก 2 stop งั้นแหล่ะ แต่ถ้าวัดแสงแบบเฉลี่ยกลางภาพ ก็จะปกติดีครับ ไม่มีอะไร ... ผมทำอะไรผิดหรือปล่าว .... ใครเป็นเหมือนผมมั่ง หง่ะ ....

  20. #30
    Join Date
    Oct 2002
    Location
    Patumwan Bkk
    Posts
    147
    Thanks
    0
    Thanked 3 Times in 3 Posts
    Rep Power
    20

    Default

    ผมก็มีปัญหากับระบบ Spot ของ E-1 มาก ๆ แต่ยังไม่มีเวลาทดสอบอย่างละเอียด
    ตอนนี้เลยใช้ ESP ไปเรื่อย(แต่มันก็แม่นยำดี) เท่าที่เคยลองใช้พบว่ามันแปลก ๆ จริงครับ มันให้ภาพที่อันเดอร์แบบทีไม่ควรเป็น OM-4Ti เมื่อวัดสปอด ยังใกล้เคียงกับที่คาดเดาเมื่อเห็นสภาพแสง ต่างกันไม่มาก แต่ของE-1 ต่างไปมาก เดี๋ยวว่างจะเอามิเตอร์ Sekonic L-508 วัดสปอตแล้วเทียบดูอีกที อาจต้องคาร์ลิเบรต ระบบวัดวัดแสงของE-1 ในใจก่อนถ่ายก็ได้ เพราะไม่รู้จะไปปรับตั้งให้มันตรงไหนได้ หรืออาจจะลองปรีกษากับโฟโตซิสเต็มดูอีกที...
    ViT---OM4Ti

+ Reply to Thread
Page 2 of 8 FirstFirst 12345678 LastLast

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •