Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Results 1 to 13 of 13

Thread: ซาหรุบขั้นตอนเตรียมการและ post process ก่อนนำไปโพสหรืออัดรูปยังไงคับ (NC, Neat, PS)

  1. #1
    POE TH Guest

    Red face ซาหรุบขั้นตอนเตรียมการและ post process ก่อนนำไปโพสหรืออัดรูปยังไงคับ (NC, Neat, PS)

    *** ออกตัวก่อนนะครับ ยาวมากๆ ครับ ต้องขออภัยด้วย พี่ๆ ท่านใดสงสาร ยอมอ่านจนจบ จะขอบคุณมากครับ อ่านม่ายไหวก็ไม่เป็นไรครับ แบบสงสัยในใจมานาน รบกวนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ***

    คือผมก็นั่งอ่านและศึกษามาหลายกระทู้แล้วอ่ะครับ เรื่องลึกๆ โดยเฉพาะในการจัดการสี ก็ยังมีงงๆ อยู่บ้างครับ ส่วนเรื่องจัดการกับรูปนี่ก็มันหลากหลายและยืดหยุ่นมากๆ เลย ผมก็นำมาใช้แบบมั่วๆ ไปหมดครับ สรุปคือให้ออกมาเห็นจากสายตาเรา มันดีขึ้นเป็นพอ (ประมาณว่าถ่ายมาไม่ดีครับ พอ process หน่อย ผิดขั้นตอนบ้าง แต่มันก็ยังดูดีกว่าเดิมน่ะครับ)

    แต่ยังไงผมก็ยังอยากทราบขั้นตอนที่เหมาะสมอยู่ดีน่ะครับ จารบกวนพี่ๆ ให้อธิบายยาวๆ ก็เกรงใจ เพราะอธิบายมาตั้งหลายกระทู้แล้ว แต่ผมก็ยังจับสิ่งเหล่านี้มาต่อเป็นตัวต่อที่สมบูรณ์แบบไม่ได้ซักกะที ไม่ค่อยแน่ใจ งั้นผมว่าผมจะร่ายละกันนะครับ ว่าผมได้รูปมาแล้วทำยังไงบ้างครับ อยากให้แนะนำ ติติงวิธีการได้เลยนะครับ ขอบพระคุณมากๆ ครับ

    - ผมใช้ Nikon D70 ครับ โดยปรกติ จะถ่ายแบบ RAW เลยครับ เพื่อต้องการ source ที่ดีที่สุด แล้วไม่ต้องพะวงเรื่อง WB เท่าไหร่ครับ source ดี ก็เอามาทำต่อได้ละเอียดดีคับ (เป็นพวกแพนด้าคนหนึ่งครับ อยู่ได้ทั้งคืน)
    - ผม setup กล้องผมแบบ default ที่เขามีมาให้เลยครับ เพราะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องจัดการสีเท่าไหร่ ทุกอย่างจะตั้งไว้ที่ Normal มีคำแนะนำไหมครับ ว่าไปตั้งเป็นแบบ Custom ในส่วนของเรื่องภาพ เช่น sharpen, mode สี ต่างๆ ตัว normal ของมันน่าจะเป็นแบบ sRGB ใช่ป่ะครับ แล้วถ้าถ่ายแบบ RAW เหล่านี้มีผลหรือเปล่าครับ ไปปรับภายหลังแบบ WB ได้ไหมครับ
    - ทีนี้พอผมได้ RAW มาโหลดคงคอม ผมจะไปเข้า Nikon Capture ก่อน เพราะเชื่อว่าจะจัดการกับ RAW ได้ดีกว่า PS plug-in น่ะคับ (ไม่ทราบว่าตรงนี้มี comment หรือเปล่าครับ หรือไปทำที่ PS เลยดีกว่า) ผมก็จัดการปรับอุณหภูมิสี, WB, คุณภาพของ Sharpen, ปรับ curve (คิดว่าน่าจะทำได้ละเอียดกว่าใน PS เพราะเป็น RAW น่ะครับ) แล้วก็เซฟเป็น jpg แบบ excellence
    - เสร็จแล้วทีนี้ผมก็ต้องมาลบ Noise สิครับ โดยเฉพาะรูปที่ใช้ ISO สูงๆ ผมก็เข้า Neat Image 4.0 Pro เลย เข้าไปใช้ auto profile แต่เลือกหลายๆ จุดหน่อย เดิมทีว่าจะใช้ profile ที่โหลดจากเวป แต่เพราะมันจำกัดว่าต้อง WB แบบนี้, mode สีแบบนี้ ซึ่งหลายครั้งจาก RAW มา ผมไม่ได้ตั้งไว้แบบนั้น ก้อเกรงว่ามันไม่ได้ match กันจริงๆ จะทำได้ไม่ดี ก็เลย auto ครับ แล้วก็เซฟเป็น jpg แบบดีสุดเช่นกัน (เหตุที่ผมไม่ใช้ tiff เลย เพราะผมคิดว่า สุดท้ายมันก็ต้องเป็น jpg อยู่ดี ก็เลยไม่ได้ใส่ขนาดนั้นครับ แบบว่าไฟล์มันใหญ่ เครื่องจะช้ามากน่ะครับ)
    - ต่อไปคือผมจะทำให้ชัดหรือคมแล้ว พร้อมกับปรับขนาด อันนี้แล้วแต่เลยครับ บางครั้งผมก็เข้าไปปรับที่ PS โดยใช้ USM ผมจะ resize มันให้เหลือ 1500x1000 ก่อน แล้วค่อยปรับ USM เซฟแบบคุณภาพดีสุด เก็บไว้ใช้สำหรับอัดรูป mode สีต่างๆ ผมไม่ได้ไปยุ่งเลย เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องครับ เอาแบบ default ครับ
    - บางครั้งผมก็เข้าไปปรับ USM ใน Nikon Capture ครับ เพราะคิดว่า USM ใน NC มันปรับที่ Halo แทน รู้สึกมันง่ายดี จากที่ตามองเห็น ปรับหน่อย ก็ดูชัดเลย แล้วผมก้อ resize เป็น 1500x1000 เซฟไว้อัดรูปเช่นกันครับ
    - ต่อไป ถ้าผมจะทำรูปไว้โพส ผมก็จะใช้ PS เอารูป 1500x1000 ที่ได้มาตอนแรกนี่แหล่ะครับ มา resize ให้เหลือ 480x320 ครับ จับ USM ต่อ อาจจะด้วย PS หรือ NC ก็แล้วแต่ จากนั้นก็ใส่ Action ใส่กรอบ เซฟ high ระดับ 8 ได้รูปขนาดประมาณ 80k เป็นอันจบครับ

    อ่านแล้วงงหรือเปล่าครับ เปิดไปเปิดมาหลายโปรแกรม แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะลำดับดีๆ ยังไงดีครับ มีคำแนะนำอะไร ยังไงบ้างไหมครับ กับการจัดการกับเจ้า RAW ก่อนมาเป็น jpg เพื่อใช้อัด กับเอาไว้โพสครับ มีคำถามเพิ่มอีกนิดหน่อยครับ

    - ทำ USM (Sharpen) หรือกำจัด Noise ก่อนดีครับ ผมทำ Noise ก่อนน่ะครับ USM ทำก่อนจะเซฟหรือใส่กรอบเลยครับ
    - USM ทำใน PS หรือ NC ดีครับ ใน PS จะให้ปรับ radius ซึ่งดูมันจะดีกว่า แต่มันยากกว่าปรับ Halo ใน NC น่ะครับ ผมเลยมาปรับง่ายๆ ที่ Halo ใน NC ครับ
    - C1 นี่น่าใช้กว่า PS หรือ NC หรือเปล่าครับ มี comment ไหมครับ
    - Neat Image แบบที่เป็นตัวโปรแกรมต่างหาก กับที่เป็น plug-in ใน PS คุณภาพต่างกันไหมครับ
    - สรุปแล้ว ถ้าเอาง่ายๆ สะดวกๆ คุณภาพดีๆ ใช้ได้ ผมควรจะเลือกใช้อะไรดีครับ ทุกวันนี้ดูมั่วๆ เป็น PS ตัวเดียว แต่ใส่ plug-in ให้เล่นกับ RAW ได้และมี Neat plug-in ด้วยดีกว่าหรือเปล่าครับ หรือลองเปลี่ยนไปเล่น C1 อีกตัวดี กลัวจะไปกันใหญ่น่ะครับ - -"
    - พวก mode สีนี่ ถ้าถ่ายเป็น RAW มา ผมค่อยมาปรับทีหลังได้ใช่ป่ะครับ เพราะมีทั้งที่ต้องการเก็บไว้อัด และเก็บไว้ทำ process และโพสต่อ แต่จะยุ่งกับพวก mode สีได้ ก็ควรจะจัดการกับ profile ก่อนใช่ไหมครับ เพราะผมยังไม่ได้ตั้ง profile ให้กับโปรแกรมใดๆ เลยครับ

    พอก่อนดีกว่าครับ ผมว่าแล้ว มันยาวจริงๆ ต้องขออภัยด้วยนะครับ ว่าจะถามเรื่อง profile ต่ออีกนิดหน่อยและก็การ calibrate ก่อน process ต่างๆ อีก แต่ไว้ก่อนดีกว่าครับ ขอบคุณมากๆ ครับ

    ปล. ท่านใดมีขั้นตอนคร่าวๆ ก็แนะนำได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะลองทำตามดูครับ

  2. #2
    Join Date
    Mar 2004
    Location
    Leicester, UK
    Posts
    3,039
    Thanks
    47
    Thanked 95 Times in 44 Posts
    Rep Power
    26

    Default

    คำถามดีครับ เดี่ยวรอโปร หลายๆ ท่านมาตอบ (ส่วนข้าพเจ้ารอเก็บความรู้เข้าคลัง)

  3. #3
    Join Date
    Jan 2003
    Location
    13o48'19.93"N 100o35'31.27"E
    Posts
    17,443
    Thanks
    680
    Thanked 3,356 Times in 986 Posts
    Rep Power
    126

    Default

    ขั้นตอนส่วนใหญ่ ผมว่าค่อนข้าง OK นะครับ ส่วนรายละเอียดนี่ต้องรอป๋า Plub ฉีดสีแกมาตอบแหละ ตอนนี้แกกำลังงอนพวกชอบค่อนแคะอยู่นะครับ

  4. #4
    Join Date
    Oct 2004
    Location
    KhuKhot, Pathumthani
    Posts
    14,601
    Thanks
    3,093
    Thanked 10,016 Times in 3,094 Posts
    Rep Power
    147

    Default

    อืม.. ขอเสริมนิดนึงว่า
    เนื่องจาก JPEG นั้นเป็นเป็นการ compress ภาพแบบ lossy คือ ภาพจะเสียหายไปส่วนหนึ่งแม้ว่าจะ save ด้วย quality 100% ก็ตามแต่สายตาอาจจะมองไม่ออก จึงขอแนะนำว่า ควรจะ save เป็น JPEG ในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น และไม่ควร save ทับบ่อยๆ

    แต่ถ้า save แล้วจะมีการ resize ลดลงจากเดิม มากๆ เช่น ต่ำกว่า 25% ก็แล้วไป ก็แทบจะไม่มีผลเท่าไหร่

    ส่วน file จะใหญ่จะเล็ก ถ้ารูปใหญ่มากๆ ก็ช้าหมดแหละครับ เพราะถ้ารูปเท่าๆกัน ก็กิน mem เท่ากันไม่ว่าจะ JPEG หรือ TIFF
    เราสามารถช่วย comp ลดการกิน mem ได้โดยการ clear พวก history กับ undo ทิ้งไป
    Aware the Reasons Behind the Answers.. คำเตือน: ความคิดเห็นส่วนบุคคล อาจมีการบิดเบือน โปรดใช้วิจารณญาณและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม..

    กระทู้แนะนำ >> ค้นหากระทู้เจ๋งๆ ใน ThaiD ง่ายๆ ไม่ต้องรอ..

  5. #5
    Join Date
    Apr 2004
    Location
    Bangkok
    Posts
    147
    Thanks
    0
    Thanked 4 Times in 4 Posts
    Rep Power
    0

    Default

    ส่วนใหญ่ ผมถ่าย raw มา ก็จะ process ด้วย C1 ก่อนครั้งหนึ่งอ่ะครับ เช่นทำ white balance เพิ่ม exposure, contrast เพราะเร็วกว่ากันเห็นๆ ps ช้ามากๆ ไม่ทันใจวัยรุ่น และภาพที่เห็นบนหน้าจอ ก็ค่อนข้างจะแตกต่างจากความเป็นจริง (เมื่อ save และเปิดดูด้วยโปรแกรมดูภาพเช่น acdsee)
    หลังจาก process ด้วย C1 ก็ค่อยมาเพิ่มรายละเอียด พวกฉีดสี หรือใส่ plugin ต่างๆ ใน ps เพราะ C1 ทำได้จำกัด ซึ่งผมรู้สึกว่าการทำงานแบบนี้เป็นการทำงานที่ค่อนข้างสะดวก ซึ่งบางคนอาจจะเลือกใช้โปรแกรมใด โปรแกรมหนึ่ง โปรแกรมเดียวก็เป็นได้ครับ เพราะมันจะสะดวกกว่า ส่วนตัวคิดว่าถ้าใช้ได้เซียนจริงๆ โปรแกรมเดียวก็พอ .. แต่ผมมันประเภทลูกครึ่งครับ คือ มีสมองแค่ครึ่งลูก เลยต้องพึ่ง 2 โปรแกรม...

    รอพี่ๆ เซียนมาตอบละกันครับ สิ่งที่ผมตอบก็แค่ความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่สูตรสำเร็จอะไรทั้งนั้น
    ถ่ายไป บ่นไป เฮ้อ วัยรุ่นเซ็ง

  6. #6
    Join Date
    Jan 2003
    Location
    13o48'19.93"N 100o35'31.27"E
    Posts
    17,443
    Thanks
    680
    Thanked 3,356 Times in 986 Posts
    Rep Power
    126

    Default

    ถ้าเป็น Nikon ใช้ Nikon Capture 4.x ดีกว่า ง่ายกว่า Functions เยอะกว่า จะไปใช้ C1 ครับ

  7. #7
    Join Date
    Jan 2003
    Posts
    4,371
    Thanks
    177
    Thanked 1,482 Times in 195 Posts
    Rep Power
    55

    Default

    ขอแสดงความเห็นทีละอย่าง วันละข้อแล้วกันครับ เพราะยาวมากๆ
    ผม setup กล้องผมแบบ default ที่เขามีมาให้เลยครับ เพราะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องจัดการสีเท่าไหร่ ทุกอย่างจะตั้งไว้ที่ Normal มีคำแนะนำไหมครับ ว่าไปตั้งเป็นแบบ Custom ในส่วนของเรื่องภาพ เช่น sharpen, mode สี ต่างๆ ตัว normal ของมันน่าจะเป็นแบบ sRGB ใช่ป่ะครับ แล้วถ้าถ่ายแบบ RAW เหล่านี้มีผลหรือเปล่าครับ ไปปรับภายหลังแบบ WB ได้ไหมครับ
    ปรกติถ้าตั้งกล้องไว้ที่ Defaultทุกอย่างน่าจะเป็น Autoนะ เช่น Auto Sharpen, Auto Contrast จริงอยู่ เมื่อเราถ่ายRawมาแล้ว เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ แต่ถ้าเราตั้งไว้เอง ตั้งแต่แรกโดยไม่ปล่อยให้มัน Auto เราก็จะไม่สามารถรู้ได้ว่ากล้องได้คำนวณและเลือกใช้ตำแหน่งไว้อย่างไร? เท่าที่ลองใช้งานมา ระบบการเลือกใช้ตำแหน่ง Auto Sharpen, Auto Contrastของกล้องทำได้ดี เพราะกล้องมีการคำนวณข้อมูลต่างๆ เช่นระยะ สภาพแสง...ในส่วนของ Contrastก็เช่นกัน การปรับ Contrastในตำแน่งต่างๆ นั้น ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพแสงในขณะนั้นๆ ซึ่งถ้าเราปล่อยให้กล้องคำนวณเอง ก็น่าจะเหมาะสมกว่า หากแม้นว่าเราไม่พอใจกับตำแหน่ง Contrastที่กล้องเลือก เราก็สามารถปรับแต่งได้เองจาก NCอยู่แล้ว เพิ่มเติมในส่วนของ Contrastนั้นมันเกี่ยวข้องกันกับโหมดสีต่างๆ ของกล้องเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโหมด sRGB I, sRGB Ia, sRGB III, sRGB IIIa ซึ่ง Contrastก็เป็นตัวแปร การปรับContrastให้เหมาะสม ต้องคำนึงถึงสภาพแสง และโหมดสี

    ฉะนั้น จึงแนะนำให้ปล่อย Functionดังกล่าวไว้เป็น Automatic ส่วนโหมดสีนั้นต้องเลือกตามการใช้งานครับ ว่าเราจะต้องการโหมดสีแบบเน้นอะไร สีผิวคน หรือสีต้นไม้ใบหญ้า ถ้าถ่ายPortraitแนะนำ sRGB Ia หากถ่าย Landscape แนะนำ sRBG III อันนี้แล้วแต่ความชอบนะครับ ผมแค่แนะนำเท่านั้น

  8. The Following User Says Thank You to Plub For This Useful Post:

    warut (11th March 2009)

  9. #8
    Join Date
    Jan 2003
    Posts
    4,371
    Thanks
    177
    Thanked 1,482 Times in 195 Posts
    Rep Power
    55

    Default

    - ทีนี้พอผมได้ RAW มาโหลดคงคอม ผมจะไปเข้า Nikon Capture ก่อน เพราะเชื่อว่าจะจัดการกับ RAW ได้ดีกว่า PS plug-in น่ะคับ (ไม่ทราบว่าตรงนี้มี comment หรือเปล่าครับ หรือไปทำที่ PS เลยดีกว่า) ผมก็จัดการปรับอุณหภูมิสี, WB, คุณภาพของ Sharpen, ปรับ curve (คิดว่าน่าจะทำได้ละเอียดกว่าใน PS เพราะเป็น RAW น่ะครับ) แล้วก็เซฟเป็น jpg แบบ excellence
    เรื่องการนำไฟล์ NEFไปเปิดที่ PS หรือ NCนั้น จะแตกต่างก็ตรงที่ Featureของการปรับแต่ง ทำความเข้าใจตรง PS Plug-in ก่อน เมื่อเราติดตั้ง NCเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ NCจะส่ง Plug-inของตัวเอง ไปฝังตัวอยู่ที่ C: Programflies>Adobe>Photoshop CS>Plug-in>Adobe Photoshop only>File Format>Nikon NEF Plug-in นั่นคือเมื่อเรานำไฟล์ NEFมาเปิดที่ PS ตัว Nikon NEF Plug-inจะถูกเรียกขึ้นมา เพื่อ Convertไฟล์ NEF แต่มีข้อจำกัดในการปรับ ก็จะไม่สามารถทำได้ครบทุก Featureทีมีอยู่ใน NC

    ดังนั้นการ Convert NEFไฟล์ในขณะที่เปิดบน PSก็จะถูก Convertด้วย NCผ่านทาง Nikon NEF Plug-in หากต้องการยกเลิกการ Convert NEFด้วย Nikon NEF Plug-inแล้วกลับไปใช้ PSในการ Convert NEF File โดยทำการลบ Nikon NEF Plug-in ออกไปจาก Plug-in ของPS หรือยกเลิกการใช้โดยใส่~ไว้หน้าชื่อไฟล์ (~Nikon NEF Plug-in) เราก็จะสามารถใช้ Featureของ PSในการ Convert NEF Fileและสามารถปรับแต่ง NEF Fileได้หลากหลายรูปแบบ

    ในกรณีที่เราต้องการรีทัชภาพบนPS แต่ต้องการๆ ปรับที่หลากหลายบนไฟล์ NEF ก่อน แต่ไม่ต้องการใช้ PSเป็นตัว Convert NEF ด้วยจุดประสงค์ใดก็แล้วแต่ ก็ให้เปิด NEF Fileด้วย NCเพื่อปรับแต่ง ให้ใช้ NCเป็นตัวปรับ NEF Fileจนเป็นที่พอใจ แล้วค่อย Transferมายัง PSด้วยแบบ 16Bit หรือ 8Bitก็แล้วแต่ความต้องการ จากนั้นเราก็จะได้ TIFF Fileบน PS เพื่อทำการรีทัชภาพบน PSต่อไปจนเสร็จ แล้ว Saveเป็น JPEGหรือ TIFFได้ตามต้องการ

    อีกกรณีที่ทำภาพเป็นจำนวนมากๆ อาจเกิดความไม่สะดวกในการ TransferและอาจเกิดTrafficของเครื่องคอมพิวเตอร์ในการทำงาน2โปรแกรมพร้อมๆ กัน กรณีเช่นนี้ แนะนำให้ เปิด NEF File บน NCและปรับแต่งจนเป็นที่พอใจแล้ว Saveเป็น NEF Fileเช่นเดิม เมื่อทำครบทุกไฟล์ภาพแล้ว ก็ปิดการใช้งาน NCแล้วเปิดการใช้งาน PSเพื่อนำไฟล์ภาพไปรีทัชต่อ โดยไม่มีการสูญเสียคุณภาพใดๆ ของไฟล์ภาพจากการ Save NEFที่NC ในการปฎิบัติลักษณะนี้ แนะนำให้คง Nikon NEF Plug-inไว้ใน PLug-inของ PS เพื่อใช้ Convert NEF File ตัว Nikon NEF Plug-in จะสามารถเห็น Tagต่างๆ ที่เราได้ทำการปรับแต่งเอาไว้ใน NC ดังนั้นภาพที่ได้เมื่อ Convertแล้ว จะปรากฏเหมือนกับที่เราปรับแต่งไว้บน NCก่อนหน้านี้ทุกประการ จากนั้นเราก็สามารถรีทัชภาพบน PSต่อไปได้ จนเสร็จ แล้ว Saveเป็น JPEGหรือ TIFFได้ตามต้องการ
    Last edited by Plub; 19th October 2004 at 17:27.

  10. The Following User Says Thank You to Plub For This Useful Post:

    warut (11th March 2009)

  11. #9
    Join Date
    Jan 2003
    Posts
    4,371
    Thanks
    177
    Thanked 1,482 Times in 195 Posts
    Rep Power
    55

    Default

    - เสร็จแล้วทีนี้ผมก็ต้องมาลบ Noise สิครับ โดยเฉพาะรูปที่ใช้ ISO สูงๆ ผมก็เข้า Neat Image 4.0 Pro เลย เข้าไปใช้ auto profile แต่เลือกหลายๆ จุดหน่อย เดิมทีว่าจะใช้ profile ที่โหลดจากเวป แต่เพราะมันจำกัดว่าต้อง WB แบบนี้, mode สีแบบนี้ ซึ่งหลายครั้งจาก RAW มา ผมไม่ได้ตั้งไว้แบบนั้น ก้อเกรงว่ามันไม่ได้ match กันจริงๆ จะทำได้ไม่ดี ก็เลย auto ครับ แล้วก็เซฟเป็น jpg แบบดีสุดเช่นกัน (เหตุที่ผมไม่ใช้ tiff เลย เพราะผมคิดว่า สุดท้ายมันก็ต้องเป็น jpg อยู่ดี ก็เลยไม่ได้ใส่ขนาดนั้นครับ แบบว่าไฟล์มันใหญ่ เครื่องจะช้ามากน่ะครับ)
    การลด Noiseด้วยโปรแกรม Neat Imageนี้ โดยส่วนตัวถือว่าเป็นโปรแกรมลด Noiseระดับ World Classจริงๆ เพราะได้ผลในการลด Noiseที่เกิดขึ้นบนภาพได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Neat Image 4.0 Proสามารถทำ Automaic Noise Pattern Findingได้อย่างชาญฉลาด สามารถหา Plain areaได้ถูกต้องแม่นยำ เว้นแต่ภาพนั้นๆ จะไม่มี Plain areaมากพอที่จะทำ Sample

    ข้อปฏิบัติของการใช้โปรแกรม Neat Imageนี้ ในขั้นตอนแรก เราต้องทำ Noise patternหรือ Profileที่เราเรียกกัน โดยการกดปุ่ม Auto profile จากนั้นโปรแกรมก็จะเลือกพื้นที่เรียบเพื่อคำนวณหา Noise pattern หากแม้นว่าการทำ Auto profileแล้วตัวโปรแกรมไปเลือกพื้นที่ในตำแหน่งที่ไม่มี Noise visableหรือไปเลือกในตำแหน่งที่ไม่ใช่พื้นที่เรียบจริงๆ เราก็จะได้ Profileที่ไม่สมบรูณ์ ดังนั้นเราจึงต้องพิจารณาว่า Selectionที่โปรแกรมได้เลือกนั้น ได้ทำ Selectionในพื้นที่เรียบ และมี Noiseปรากฏหรือเปล่า หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เราจะต้องเลื่อนตำแหน่งการทำ Selectionเอง เพื่อให้โปรมแกรมคำนวณ Noise patternได้อย่างถูกต้อง

    จากที่ว่า "เข้าไปใช้ auto profile แต่เลือกหลายๆ จุดหน่อย"อันนี้ไม่เข้าใจว่าจะต้องเลือกหลายๆ จุดอย่างไร เพราะการเลือกพื้นที่ในการทำ Auto profileนั้น โปรแกรมจะคำนวณพื้นที่ล่าสุดที่เราได้ทำการเลือกเท่านั้น การทำ Auto profileก่อนหน้านั้น หลายๆ จุดจะไม่มีผล ในส่วนของ Profileสำเร็จที่ Downloadมาจาก Webหรือทำการถ่ายเองเพื่อทำ Noise profileนั้น บางครั้งก็มีประโยชน์ต่อการใช้งานเช่นกัน โดยใช้ในกรณีที่ภาพบางภาพไม่มีพื้นที่เรียบ ว่างเพียงพอในการทำ Auto profile โดยเราสามารถเลือกใช้ Profile สำเร็จรูปที่มี ISOและข้อมูลการถ่ายเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ในส่วนนี้คงไม่ต้องกังวลว่าจะ Matchหรือไม่ Match เราสามารถเลือกใช้ และทดสอบทำ Previewผลลัพธ์ที่ได้จาก Profileนั้นๆ ก่อนการเลือกใช้จริง

    การทำ Auto profileไม่จำเป็นต้องทำทุกครั้ง ทุกภาพ หากเราถ่ายภาพเหล่านั้นมาในค่าเดียวกันทั้งชุด เราอาจทำ Auto profileในภาพแรก และใช้ Recent profileจากภาพแรกใช้กับภาพต่อๆ ไปในชุดเดียวกัน เพื่อเป็นการประหยัดเวลาในการทำ Auto profileและเป็นประโยชน์อีกทางหนึ่ง ในกรณีที่บางภาพไม่มีพื้นที่เรียบเพียงพอในการทำ Auto profileเราก็จะสามารถใช้ Recent profileที่เราทำไว้ในภาพในชุดเดียวกัน

  12. #10
    Join Date
    Dec 2003
    Location
    http://www.wearediamond.com
    Posts
    2,839
    Thanks
    3
    Thanked 181 Times in 174 Posts
    Rep Power
    26

    Default

    เข้ามาเชียร์คนตอบค่ะ ... สู้ๆ ค่ะ

  13. #11
    Join Date
    Jan 2003
    Posts
    4,371
    Thanks
    177
    Thanked 1,482 Times in 195 Posts
    Rep Power
    55

    Default

    - ทำ USM (Sharpen) หรือกำจัด Noise ก่อนดีครับ ผมทำ Noise ก่อนน่ะครับ USM ทำก่อนจะเซฟหรือใส่กรอบเลยครับ
    - USM ทำใน PS หรือ NC ดีครับ ใน PS จะให้ปรับ radius ซึ่งดูมันจะดีกว่า แต่มันยากกว่าปรับ Halo ใน NC น่ะครับ ผมเลยมาปรับง่ายๆ ที่ Halo ใน NC ครับ
    การทำ Unsharp Mask(USM)คือการเพิ่มความคมชัดให้กับภาพ โดยการทำให้เกิดความแตกต่างกัน(Contrast)
    ที่ขอบในแต่ละพิเซล USMทำงานโดยเพิ่มคอนทราสของบริเวณขอบๆ ในภาพ ในขณะที่ไม่แตะต้องส่วนอื่นๆ ของภาพ
    จำนวนของความคมชัดนั้นขึ้นอยู่กับตัวแปร 3ตัว คือ
    1.ปริมาณคอนทราสที่เกิดขึ้นที่ขอบพิกเซลแต่ละพิกเซล(Intensityใน NCหรือ Amountใน PS)
    การปรับ Intensityนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา ที่จะเพิ่มให้ภาพมีขนาดความคมชัดขนาดเท่าใด

    2.ขอบเขตรัศมีจำนวนของพิกเซลที่อยู่รอบบริเวณขอบของภาพ (Halo widthใน NCหรือ Radiusใน PS)
    การปรับ Halo widthนั้น เพื่อระบุจำนวนพิกเซลที่อยู่รอบบริเวณขอบของภาพว่าต้องการให้มีกว้างเพียงเท่าใด
    ภาพที่มีความละเอียดสูง (High resolution)ค่า Halo widthหรือ Rediusก็ควรมีค่าสูงตามไปด้วย
    แต่ถ้าภาพมีความละเอียดต่ำ ค่า Halo widthหรือ Rediusก็ต้องมีค่าต่ำลงตามเช่นกัน

    3.ค่ากำหนดความสำคัญระหว่างพิกเซลทุกพิกเซลกับพิกเซลที่มีค่าความต่างสีสูง (Threshold)
    การปรับThresholdนั้นก็ เพื่อกำหนดความสำคัญของพิกเซล ถ้าค่า Thresholdมีค่าเป็นศูนย์ หมายถึงจะไม่พิจารณา
    ถึงพิกเซลที่มีค่าความต่างสีสูง(ขอบภาพ) จะพิจารณาความต่างเท่ากันทุกพิกเซล ดังนั้นจะให้ผลลัพธ์ภาพมีความคมชัดเท่ากันทั่วทั้งภาพ
    แต่หากเราเพิ่มค่า Thresholdขึ้นไปความคมชัดก็จะปรากฏเฉพาะบริเวณขอบภาพ เพราะพิจารณาเฉพาะพิกเซลที่มีค่าความต่างสูงเท่านั้น

    การทำ USMนอกจากจะทำให้ภาพมีความคมชัดเพิ่มขึ้นแล้ว เราจะยังได้ประโยชน์ในการที่จะไม่เพิ่มจำนวน Noiseให้กับภาพ
    อันเนื่องมาจากการทำ Sharpen เพราะเราได้ใช้ประโยชน์ของ Thresholdตามที่กล่าวมาแล้ว การหลีกเลี่ยง Noise
    ที่จะปรากฏขึ้นบนภาพ เราอาจจะยกเลิกการทำ Sharpenที่ตัวกล้อง โดยการ Set Sharpenที่ตัวกล้องเป็น None
    แล้วมาเพิ่มความคมชัดของภาพโดยการใช้ USMที่ Nikon Captureหรือที่ Photoshop เพื่อเลือกทำความคมชัดเฉพาะขอบ

    การทำ USMที่ NCนั้นจะไม่ส่งผลกระทบถึง Color balanceของภาพ เพราะโปรแกรมจะทำ USMเฉพาะ luminosity Channel
    หรือ Lightness เหมือนกับที่เราทำ USMใน PSที่เราจะต้อง Convertภาพให้อยู่ใน Lab modeเสียก่อน แล้วค่อยเลือกทำ USMใน
    luminosityหรือ Lightness channel ดังนั้นการทำ USMใน NCจึงสะดวกกว่ามาก

    จากข้อสงสัยทีว่าจะทำ USMก่อน Neat ImageหรือจะทำUSMหลัง Neat Imageถึงจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
    การลด Noiseของภาพลงของ Neat Imageก็คือการทำให้ภาพเบลอ แต่การทำให้ภาพคมชัด (Sharpen)ก็มีผลกระทบทำให้
    Noiseปรากฏขึ้น แต่ข้อดีของ USMตามที่กล่าวมาแล้ว อาจช่วยให้ไม่มี Noiseปรากฏมากกว่าการทำ Sharpenแบบธรรมดา
    ดังนั้นจะทำก่อนหรือหลังนั้น ก็แล้วแต่ความถนัด หรือผลลัพธ์ที่น่าพอใจของตัวเอง หรือไม่สะดวกในการทำซ้ำ ทำซ้อน
    ในตัวโปรแกรมของ Neat imageเองก็มี Sharpenให้เลือกใช้ และยังสามารถเลือกกระทำเฉพาะ Channelได้อีกด้วย

    จาก Dialoque boxของSharpening Settingเราก็จะเลือกทำ Sharpenเฉพาะ Luminance channel
    ใน Neat image Color spaceจะเป็น YCrCb

    channel Yก็คือ Luminance channel
    Crก็คือ chrominance channelระหว่างredถึง blue-green
    Cbก็คือ chrominance channelระหว่างblueถึง yellow

    ดังนั้นเราก็ Check boxที่ Yเพื่อทำSharpenเฉพาะ Lightness Channel และ Check boxที่ Conservativeเพื่อลด Halo
    ให้น้อย เพื่อผลของความละเอียด จากนั้นก็เลือกปรับแถบสไลด์ High Mid Lowได้ตามต้องการ เท่านี้ เราก็จะเพิ่มความคมชัดเฉพาะ
    Lightness channelไปพร้อมๆ กับลด Noiseด้วย Neat imageไปในคราวเดียวกัน ไม่ต้องเกี่ยงว่าใครก่อน ใครหลัง
    Attached Images Attached Images  

  14. The Following User Says Thank You to Plub For This Useful Post:

    warut (11th March 2009)

  15. #12
    POE TH Guest

    Thumbs up

    ขอบคุณมากๆ เลยครับ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกมากเลย

    หลังจากโพส ผมก็มานั่งลองเล่นๆ อีกหลายอย่าง พอเข้ามาอ่านก็เอามา apply ได้อีกพอสมควรครับ

    ตอนนี้ถ้าผมต้องการความรวดเร็ว ก็จะพึ่ง C1 Pro น่ะครับ (เนื่องจากคอมผมค่อนข้างเก่าครับ) จัดการปรับ exposure, wb, resize แล้ว convert เป็น jpg ทีละหลายๆ ไฟล์ทิ้งไว้เลยครับ ทานข้าวเสร็จ RAW ก็กลายมาเป็น jpg หมดแล้ว พร้อมเอาไปอัดหรือจะนำมาแต่งใน PS ต่อครับ แต่ถ้าต้องการเนียนๆ ก็จะ convert ด้วย NC ครับ แต่คอมก็จะช้าหน่อยครับ - -"

    ส่วนการทำใน PS ผมก็จะเอามาแก้ noise ก่อนเลยด้วย Neat Image ที่เป็น Plug-in ใน PS ครับ resize, ใส่กรอป แล้วทำ USM ครับ แต่ถ้ามีเวลาอีก ผมก็จะวกกลับไป USM ที่ NC น่ะครับ เพราะรู้สึกทำ Halo มันจะทำได้ง่ายและดูคมกว่าทำใน PS น่ะครับ

  16. #13
    POE TH Guest

    Smile

    เดี๋ยวผมจะลองปรับ sharpen ใน neat image บ้างนะครับ

+ Reply to Thread

Similar Threads

  1. Replies: 4
    Last Post: 25th April 2016, 18:29
  2. Replies: 0
    Last Post: 8th May 2006, 12:55
  3. Replies: 2
    Last Post: 21st April 2006, 10:54
  4. Post Process ของ C1 ครับ
    By zupanat in forum Digital Darkroom, Printing
    Replies: 8
    Last Post: 17th May 2004, 02:24

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •