Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Results 1 to 8 of 8

Thread: ขอรบกวนถามหน่อยนะครับ

  1. #1
    Join Date
    Sep 2005
    Location
    รังสิต
    Posts
    171
    Thanks
    2
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    0

    Smile ขอรบกวนถามหน่อยนะครับ

    เพิ่งจะหัดถ่ายภาพได้ไม่นานเท่าไหร่นะครับ เลยมีปัญหาที่แก้ไม่ตกมาถามพี่ท่านทั้งหลายใน

    thaiD ครับ
    1. เลนส์ช่วงเดียวกัน แต่ต่างที่ F2.8 ไม่มี IS กับ F4 IS ณ.สภาพแสงแย่ๆ เช่นในบ้าน และไม่ใช้แฟรช วัดแสงเฉลี่ยได้พอดีที่ S30 F2.8 แล้วใช้เลนส์ F4 ถ่ายให้ได้ค่าแสงเท่ากัน คือ S15 F4 (เปิด IS) อยากทราบว่า ภาพที่ได้จากเลนส์สองตัวนี้จะมีคุณภาพเท่ากันไหม ( สีสรรค์ความคมชัด ) และไม่คิดเรื่องความชัดลึกนะครับ ?

    2. เลนส์ที่มี IS ที่ช่วยให้ใช้มือถือได้ใน speed ต่ำกว่า 1/ทางยาวโฟกัส 3 stop มันจะเป็นความหมายเดียวกับว่า เลนส์ตัวนั้น สว่างกว่าเดิม 3 stop หรือเปล่าครับ ?

    3. ขีดแดงๆ ที่อยู่ที่ช่องสเกลของเลนส์มันคืออะไรเหรอครับ เช่นเลนส์ 70-200 F2.8 L จะมีขีดแดงเขียนว่า 100 กับ 70 เห็นบางท่านว่าเป็นตัวบอกระยะชัดลึก แต่ผมดันเข้าใจว่าเป็น mark infared ตกลงมันคืออะไรครับ ?

    4. สมมุติว่าผมถ่ายภาพในโหมด M แล้วผมตั้ง speed ไว้ที่ 20 วินาที แล้วกดชัตเตอร์ แต่ถ้าในระหว่าง 20 วินั้น ผมต้องการยกเลิกกลางคัน ผมจะต้องทำยังงัยครับ ทำไม่ถูกสักที ถ้าไม่ใช้สายลั่นชัตเตอร์

    5. มีเว็บหรือกระทู้ไหน สอนวีธีใช้ สายลั่น CANON TC-80N3 บ้างครับ ยังใช้ได้ไม่ครบฟังก์ชั่นมันเลยนะครับ และมีวิธีหรือใช้ ตัวแปลงแบบไหน ที่จะให้ใช้ได้กับ EOS 30V บ้างไหมครับ

    6. มีแฟรช 580ex กับ 550ex จะสามารถจัดไฟแบบ ratio A:B 1:4 โดยที่ไม่ต้องใช้ ตัวทริกแฟรช ST-E2 ได้ไหม ?

    7. ถ้าต่อแฟรชแบบไร้สาย สัก 4 ตัว (580ex 2ตัว 550ex 2ตัว)แฟรชตัวสุดท้ายที่ออกไปจะยังคงเป็น ETTL-II อยู่หรือเปล่าครับ หรือว่าจะเป็นแมนนวลแฟรช ?

    8. ถ้าใช้สายแยกแฟรชออกจากตัวกล้อง (off camera shoe cord 2) กล้องจะรับรู้ไหมว่าเราแยกแฟรชออกไป และการคำนวณแสงแฟรชแบบที่ใช้ระยะทางเป็นตัวคำนวณด้วยจะยังถูกต้องหรือเปล่าครับ ? (ใช้เลนส์ canon ทั้งหมด คงไม่มีปัญหาการสื่อสารกันระหว่างเลนส์กับกล้องนะครับ)

    9. CMOS ของ DSLR มันทนกว่า CCD ของกล้อง compact เยอะไหมครับ คือถ้าจะถ่าย Long Exposure สัก 1 ชั่วโมงนี่ มันจะมีปัญหาอะไรไหมครับ ถ้าไม่นับรวม น้อยซ์ มากมายมหาศาล เพราะเห็น CCD ของกล้อง compact มันต้อง เปิดใช้ตลอดเวลา มันยังใช้งานได้นานเป็นปีๆ เลยนะครับ

    10. สุดท้ายแล้วนะครับ ไฟล์ 8.2 ล้าน จาก 30D+เลนส์ L ขยาย 50 นิ้ว โดยผ่านโปรแกรมจำพวก RIP หรือ PhotoZoom กับไฟล์ 16 ล้าน จาก 1Ds Mark 2 + เลนส์ L แต่ไม่ผ่านโปรแกรม out put ที่ได้อันไหนจะสวยกว่าครับ (ภาพแตกน้อยกว่า คมกว่า)

    ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่เข้ามาตอบครับ

  2. #2
    Join Date
    Oct 2004
    Location
    KhuKhot, Pathumthani
    Posts
    14,601
    Thanks
    3,093
    Thanked 10,016 Times in 3,094 Posts
    Rep Power
    147

    Talking

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    1. เลนส์ช่วงเดียวกัน แต่ต่างที่ F2.8 ไม่มี IS กับ F4 IS ณ.สภาพแสงแย่ๆ เช่นในบ้าน และไม่ใช้แฟรช วัดแสงเฉลี่ยได้พอดีที่ S30 F2.8 แล้วใช้เลนส์ F4 ถ่ายให้ได้ค่าแสงเท่ากัน คือ S15 F4 (เปิด IS) อยากทราบว่า ภาพที่ได้จากเลนส์สองตัวนี้จะมีคุณภาพเท่ากันไหม ( สีสรรค์ความคมชัด ) และไม่คิดเรื่องความชัดลึกนะครับ ?
    สีสรรค์ และ คงตอบไม่ได้ในกรณีนี้ขึ้นอยู่กับเลนส์.. ถ้าไม่พูดถึงคุณภาพของ optics ที่ f/4 อาจจะคมกว่า f/2.8 โดยธรรมชาติของแสง.. แต่ที่ 1/30 ก็มีโอกาสได้ภาพที่มี motion blur ต่ำกว่า.. และ IS ก้อช่วยให้ motion blur ที่ว่าลดลง.. หลักๆ ที่ว่ามีอยู่แค่นั้น.. ที่เหลือคือเลือกใช้มันตามงานที่เราต้องการ..

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    2. เลนส์ที่มี IS ที่ช่วยให้ใช้มือถือได้ใน speed ต่ำกว่า 1/ทางยาวโฟกัส 3 stop มันจะเป็นความหมายเดียวกับว่า เลนส์ตัวนั้น สว่างกว่าเดิม 3 stop หรือเปล่าครับ ?
    ไม่ได้เรียกว่าสว่างกว่าเดิม.. แต่เค้าประมาณว่า.. สมมุติใช้เลนส์ 50mm ตามสูตรแล้วค่าแนะนำของ shutter speed ไม่ควรต่ำกว่า 1/50s (หรือ 1/75s ในกรณีของ FOV1.6) เพื่อหลีกเลี่ยงภาพสั่นไหวเพราะมือไม่นิ่ง.. ที่นี้ IS (โม้ว่า)มาช่วยให้ใช้ speed ต่ำกว่านั้นได้ 3 stop จาก 1/50s ก้อคือ 1/6s แล้วยังได้ภาพไม่สั่นไหว.. แต่ถ้ามือมันไหวมากๆ ยังงัย IS ก้อช่วยไม่ไหว..

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    9. CMOS ของ DSLR มันทนกว่า CCD ของกล้อง compact เยอะไหมครับ คือถ้าจะถ่าย Long Exposure สัก 1 ชั่วโมงนี่ มันจะมีปัญหาอะไรไหมครับ ถ้าไม่นับรวม น้อยซ์ มากมายมหาศาล เพราะเห็น CCD ของกล้อง compact มันต้อง เปิดใช้ตลอดเวลา มันยังใช้งานได้นานเป็นปีๆ เลยนะครับ
    ผมว่าที่ sensor ทั้ง CCD หรือ CMOS ของ DSLR มันทนกว่าเพราะเค้า design มาให้ทนกว่า ไม่เกี่ยวกับที่เป็น CMOS หรือเป็น CCD เท่าไหร่มั้งครับ.. และอีกอย่าง.. sensor ของกล้อง compact มักจะทำงานตลอดเวลา เพราะ ต้องส่งภาพไปขึ้น LCD หรือ EVF น่าจะส่งผลต่ออายุการใช้งาน.. ในขณะที่ sensor ของ DSLR เนี่ยทำงานแว่ปเดียว..
    Aware the Reasons Behind the Answers.. คำเตือน: ความคิดเห็นส่วนบุคคล อาจมีการบิดเบือน โปรดใช้วิจารณญาณและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม..

    กระทู้แนะนำ >> ค้นหากระทู้เจ๋งๆ ใน ThaiD ง่ายๆ ไม่ต้องรอ..

  3. #3
    Join Date
    Jun 2006
    Location
    กรุงเทพฯ
    Posts
    69
    Thanks
    17
    Thanked 28 Times in 14 Posts
    Rep Power
    17

    Default

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    1. เลนส์ช่วงเดียวกัน แต่ต่างที่ F2.8 ไม่มี IS กับ F4 IS ณ.สภาพแสงแย่ๆ เช่นในบ้าน และไม่ใช้แฟรช วัดแสงเฉลี่ยได้พอดีที่ S30 F2.8 แล้วใช้เลนส์ F4 ถ่ายให้ได้ค่าแสงเท่ากัน คือ S15 F4 (เปิด IS) อยากทราบว่า ภาพที่ได้จากเลนส์สองตัวนี้จะมีคุณภาพเท่ากันไหม ( สีสรรค์ความคมชัด ) และไม่คิดเรื่องความชัดลึกนะครับ ?
    ชัดหรือไม่ชัดคงไม่ได้อยู่ที่การวัดแสงให้พอดีเพียงอย่างเดียว องค์ประกอบและคุณลักษณะของเลนส์อื่นๆ ต้องนำมาเทียบเคียงกันไปด้วย เลนส์แต่ละยี่ห้อก็ให้ผลลัพธ์ที่ออกมาแตกต่างกันไปอีก ทางที่ดีคงต้องระบุเลนส์เป็นยี่ห้อ-รุ่นไป จึงจะเปรียบเทียบได้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ

  4. #4
    Join Date
    Jun 2006
    Location
    กรุงเทพฯ
    Posts
    69
    Thanks
    17
    Thanked 28 Times in 14 Posts
    Rep Power
    17

    Default

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    4. สมมุติว่าผมถ่ายภาพในโหมด M แล้วผมตั้ง speed ไว้ที่ 20 วินาที แล้วกดชัตเตอร์ แต่ถ้าในระหว่าง 20 วินั้น ผมต้องการยกเลิกกลางคัน ผมจะต้องทำยังงัยครับ ทำไม่ถูกสักที ถ้าไม่ใช้สายลั่นชัตเตอร์
    ถ้าไม่ได้ใช้โหมด B คงไม่สามารถยกเลิกทันทีได้ครับ ต้องรอจนกว่าจะถ่ายเสร็จสิ้นครับ เพราะกล้องจะนับเวลาเปิดม่านชัตเตอร์ไว้จนกว่าจะครบจึงปิดเองครับ

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    10. สุดท้ายแล้วนะครับ ไฟล์ 8.2 ล้าน จาก 30D+เลนส์ L ขยาย 50 นิ้ว โดยผ่านโปรแกรมจำพวก RIP หรือ PhotoZoom กับไฟล์ 16 ล้าน จาก 1Ds Mark 2 + เลนส์ L แต่ไม่ผ่านโปรแกรม out put ที่ได้อันไหนจะสวยกว่าครับ (ภาพแตกน้อยกว่า คมกว่า)
    ไม่เคยลองทำดูนะครับ แต่โดยส่วนตัวคิดว่าภาพจากกล้อง 1Ds MKII น่าจะดีกว่าครับ

  5. #5
    Join Date
    Oct 2003
    Location
    Somewhere in time
    Posts
    6,616
    Thanks
    414
    Thanked 7,565 Times in 1,271 Posts
    Rep Power
    114

    Default

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    1. เลนส์ช่วงเดียวกัน แต่ต่างที่ F2.8 ไม่มี IS กับ F4 IS ณ.สภาพแสงแย่ๆ เช่นในบ้าน และไม่ใช้แฟรช วัดแสงเฉลี่ยได้พอดีที่ S30 F2.8 แล้วใช้เลนส์ F4 ถ่ายให้ได้ค่าแสงเท่ากัน คือ S15 F4 (เปิด IS) อยากทราบว่า ภาพที่ได้จากเลนส์สองตัวนี้จะมีคุณภาพเท่ากันไหม ( สีสรรค์ความคมชัด ) และไม่คิดเรื่องความชัดลึกนะครับ ?
    ถ้าถือด้วยมือเทียบกัน ก็ต้องดูก่อนว่าเลนส์เป็นเลนส์ช่วงไหน หากพูดกันที่ 24-70 กับ 24-105 ในกรณีนี้โอกาสได้ภาพจาก 24-105 f/4 IS L จะดีกว่าเพราะระบบISจะช่วยให้ถือได้นิ่งกว่า แต่หากวางบนขาตั้งกล้องแล้วเทียบกัน (ปิดISด้วยนะ ไม่งั้นไม่คม) แล้วมามองกันที่จุดกึ่งกลางภาพ เชื่อว่าระดับความคมชัดไม่ควรจะหนีขาดกันเท่าไหร่ แต่ที่ขอบภาพนี่คงจะบอกยากสักหน่อย แต่โดยเฉลี่ยแล้ว เลนส์ที่มีขนาดเล็กกว่า ชิ้นเลนส์เล็กกว่าจะออกแบบได้ง่ายกว่า

    อย่างไรก็ตามไม่สามารถสรุปชี้ชัดได้ เนื่องจากมีเงื่อนไขอีกหลายอย่างมาให้เปรียบเทียบกันอีก เช่น ชนิดของชิ้นเลนส์ที่เลือกเอามาทำเลนส์ เลนส์บางคู่นั้นหากเอามาถ่ายเปรียบเทียบกันกลางแจ้งอาจจะไม่เห็นผลแตกต่าง แต่ในที่แสงแย่ๆจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามคงจะต้องดูเป็นตัวๆไปครับ


    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    2. เลนส์ที่มี IS ที่ช่วยให้ใช้มือถือได้ใน speed ต่ำกว่า 1/ทางยาวโฟกัส 3 stop มันจะเป็นความหมายเดียวกับว่า เลนส์ตัวนั้น สว่างกว่าเดิม 3 stop หรือเปล่าครับ ?
    ไม่ใช่ครับ มันแค่ช่วยให้มือถือได้นิ่งขึ้นเท่านั้น ความสว่างของเลนส์จะยังคงเท่าเดิม เช่น เลนส์ความยาวโฟกัส 125 mm IS on ตามทฤษฎีจะสามารถถือกล้องด้วยมือได้ที่ความเร็วชัตเตอร์ 1/15 วินาที แต่ความเร็วชัตเตอร์ก็ยังต่ำเกินไปสำหรับที่จะหยุดวัตถุให้หยุดนิ่งจากการเคลื่อนไหวได้ครับ มันเพียงช่วยให้ถือได้ด้วยมือได้สะดวกขึ้นเท่านั้น ค่าExposureยังคงเป็นไปตามค่าความไวแสงของฟิล์ม หรือ Image sensorที่ตั้งไว้

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    3. ขีดแดงๆ ที่อยู่ที่ช่องสเกลของเลนส์มันคืออะไรเหรอครับ เช่นเลนส์ 70-200 F2.8 L จะมีขีดแดงเขียนว่า 100 กับ 70 เห็นบางท่านว่าเป็นตัวบอกระยะชัดลึก แต่ผมดันเข้าใจว่าเป็น mark infared ตกลงมันคืออะไรครับ ?
    ผมพยายามนึกอยู่ เท่าที่ยังพอจำได้ ผมว่าคุณเข้าใจถูกแล้วหละครับ ถ้าเป็นตัวบอกความชัดลึกจะต้องกำกับไว้ว่าที่ f/stopsเท่าไหร่ด้วย ดูๆแล้วน่าจะเป็นmark infraredซะมากกว่า ( ผมอาจจะจำผิดก็ได้นะ พอดีไม่มีเลนส์อยู่ในมือนานแล้ว แต่โดยปกติแล้วเลนส์ของCanonไม่ได้ใส่สเกลบอกค่า DOFมาให้นานแล้ว )


    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    4. สมมุติว่าผมถ่ายภาพในโหมด M แล้วผมตั้ง speed ไว้ที่ 20 วินาที แล้วกดชัตเตอร์ แต่ถ้าในระหว่าง 20 วินั้น ผมต้องการยกเลิกกลางคัน ผมจะต้องทำยังงัยครับ ทำไม่ถูกสักที ถ้าไม่ใช้สายลั่นชัตเตอร์
    ง่ายมากครับ ปิดกล้องเป็นคำตอบสุดท้าย ลำบากกว่านั้นอีกหน่อยก็คือเปลี่ยนMode โดยการหมุนdial control (ถ้ากล้องคุณมีให้หมุน , ไม่ได้บอกนิว่าใช้รุ่นไหน อาจจะใช้พวกseries 1 ก็ได้นิ )


    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    5. มีเว็บหรือกระทู้ไหน สอนวีธีใช้ สายลั่น CANON TC-80N3 บ้างครับ ยังใช้ได้ไม่ครบฟังก์ชั่นมันเลยนะครับ และมีวิธีหรือใช้ ตัวแปลงแบบไหน ที่จะให้ใช้ได้กับ EOS 30V บ้างไหมครับ
    ลองเข้าไปsearchหาในgoogleดูสิครับ น่าจะมีนะ ส่วนตัวแปลงนี่อาจจะลำบากครับ (อาจจะต้องทำเอง) อีกประการหนึ่ง EOS30Vใช้RS-60E3 ซึ่งทำเองได้ง่ายกว่าด้วยสิ ลองหาดูในกระทู้เก่าเกี่ยวกับ 300Dดูนะครับ เคยมีเพื่อนๆลงไว้ถึงวิธีทำ


    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    6. มีแฟรช 580ex กับ 550ex จะสามารถจัดไฟแบบ ratio A:B 1:4 โดยที่ไม่ต้องใช้ ตัวทริกแฟรช ST-E2 ได้ไหม ?
    ได้ครับ แต่ต้องหา580หรือ550EXมาเพิ่มอีก1ตัว 55555555 ผมไม่เคยลองดูเหมือนกันนะในสมัยที่ใช้อยู่ บางทีคุณอาจจะลองเองได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ตัวใดตัวหนึ่งเป็น master อีกตัวหนึ่งเป็น slave แล้วเลือกให้มันเป็นAหรือเป็นBดูก่อน แล้วปรับratioที่ตัวmaster โดยสั่งให้ตัวmasterยิงแสงออกมาด้วย บางทีคุณอาจจะได้คำตอบก็ได้เช่นกันนะครับ เพราะหากให้ตัวslaveเป็น A หรือ B แล้วแต่คุณชอบ เวลาปรับratioมันก็จะเปลี่ยนความแรงของแสงแฟลชของslaveตามคำสั่งของmaster ส่วนค่าแสงแฟลชรวมๆจะถูกประมวลด้วยกล้องอีกทีหนึ่ง แล้วสั่งการเป็นfinalอีกคั้ง


    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    7. ถ้าต่อแฟรชแบบไร้สาย สัก 4 ตัว (580ex 2ตัว 550ex 2ตัว)แฟรชตัวสุดท้ายที่ออกไปจะยังคงเป็น ETTL-II อยู่หรือเปล่าครับ หรือว่าจะเป็นแมนนวลแฟรช ?
    E-TTL II เป็นเรื่องของกล้อง ไม่ใช่เรืองของแฟลชครับ มันอยู่ที่คุณจะเลือกให้slaveตัวไหนอยู่ในgroupอะไรมากกว่านะ หรือมันขึ้นกับว่าคุณสั่งที่ตัวmasterให้มันคุมยังไง ถ้าหากใช้ST-E2 ก็จะคุมได้แค่ 2 กลุ่ม คุณก็ต้องเลือกเอาแหละว่าจะให้ลูกๆทั้ง4ตัวนี้อยู่ในกลุ่มไหนบ้าง แต่ลูกๆทั้ง4ตัวนี้มันจะเป็นE-TTL( หรือ E-TTL II ขึ้นกับกล้องที่ใช้ แต่จะไม่นำข้อมูลระยะทางมาร่วม ) สัมพันธ์กับกล้องอยู่ดีแหละ หากคุณใช้1ใน4ตัวนี้เป็นmaster ก็แล้วแต่ว่าคุณสั่งตัวmasterให้เป็นmodeอะไร ทางที่ดีแนะนำให้อ่านคู่มือการใช้โดยละเอียดก่อนใช้งานดีกว่าครับ จะได้สนุกสนานกับมันมากขึ้น


    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    8. ถ้าใช้สายแยกแฟรชออกจากตัวกล้อง (off camera shoe cord 2) กล้องจะรับรู้ไหมว่าเราแยกแฟรชออกไป และการคำนวณแสงแฟรชแบบที่ใช้ระยะทางเป็นตัวคำนวณด้วยจะยังถูกต้องหรือเปล่าครับ ? (ใช้เลนส์ canon ทั้งหมด คงไม่มีปัญหาการสื่อสารกันระหว่างเลนส์กับกล้องนะครับ)
    ไม่ได้ครับ กล้องไม่ฉลาดระดับนั้น แต่มีวิธีการหลอกกล้องได้เช่น ปรับมุมหัวแฟลชให้กระดกขึ้น หรือ เอียงซ้ายหรือขวา เพียงแค่นั้นข้อมูลระยะทางก็จะไม่ถูกนำมาคิด หรือ ปรับcustom function E-TTL II ไว้ที่ 1. Average แล้วปรับmodeของmeterวัดแสงในกล้องไว้ที่ central averageร่วมด้วย เพียงเท่านี้กล้องก็จะไม่นำข้อมูลระยะทางมาใช้แล้วครับ


    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    9. CMOS ของ DSLR มันทนกว่า CCD ของกล้อง compact เยอะไหมครับ คือถ้าจะถ่าย Long Exposure สัก 1 ชั่วโมงนี่ มันจะมีปัญหาอะไรไหมครับ ถ้าไม่นับรวม น้อยซ์ มากมายมหาศาล เพราะเห็น CCD ของกล้อง compact มันต้อง เปิดใช้ตลอดเวลา มันยังใช้งานได้นานเป็นปีๆ เลยนะครับ
    มีปัญหาครับ เพราะมันจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลงมากทีเดียว ต้องไม่ลืมว่า CCDหรือCMOSของกล้องdSLRถูกออกแบบมาให้ทำงานในช่วงสั้นๆ ดังนั้นระบบระบายความร้อน(เช่น Heat Sink) อาจจะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานสำหรับงานหนักระดับนี้ ( จริงอยู่มันมีขนาดใหญ่กว่าพวก compact ความร้อนสะสมอาจจะไม่สูงนัก แต่แหะ แหะ เล่นกัน3600วินาทีแบบnon stopนี่ ก็ออกจะโหดร้ายไปนะ) จะใช้ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ มันก็เหมือนขาดทุนสะสมหนะนะ อายุการใช้งานมันก็ควรจะสั้นลงตามความร้อนที่มันต้องแบกรับไว้มากเกินความจำเป็น

    image sensorที่เขาออกแบบมาใช้กับกรณีนี้เช่น CCDที่ทำมาใช้สำหรับถ่ายภาพดาว เขาจะติดตั้งระบบระบายความร้อน เช่น Heat sink แผ่นใหญ่ๆเอาไว้เลย บางตัวอาจจะใช้Water coolด้วยซ้ำไปครับผม


    Quote Originally Posted by BOMB-MAN
    10. สุดท้ายแล้วนะครับ ไฟล์ 8.2 ล้าน จาก 30D+เลนส์ L ขยาย 50 นิ้ว โดยผ่านโปรแกรมจำพวก RIP หรือ PhotoZoom กับไฟล์ 16 ล้าน จาก 1Ds Mark 2 + เลนส์ L แต่ไม่ผ่านโปรแกรม out put ที่ได้อันไหนจะสวยกว่าครับ (ภาพแตกน้อยกว่า คมกว่า)
    อันนี้บอกยากเหมือนกัน เพราะวิทยาการในด้านการพิมพ์มันไปไกลมากทีเดียว บางทีตัวเครื่องพิมพ์มันก็ช่วยได้แล้วส่วนหนึ่ง หากตัดปัจจัยเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ คือว่ากันแบบเนื้อๆเลย การที่เราเอาfile 8.2ล้านมาเบ่งให้กลายเป็นfileหลายๆล้าน แล้วเอาไปพิมพ์โดยผ่านกระบวนการหลายอย่าง เทียบกับfile16ล้านที่ไม่ทำอะไรเลย ยังไงเสียมันก็ต้องให้ภาพที่ดีกว่า ( คุณอนุชัย เจ้าพ่อretouchแห่งเมืองไทยเรา แกเล่าว่าแกเคยใช้jpgจากโทรศัพท์มือถือ1.3MP ไปทำการปรับแต่ง เกลา จนเอาไปพิมพ์เป็นภาพขนาด2เมตรได้โดยไม่มีใครรู้ว่าแหล่งกำเนิดมาจากไหน ) แล้วหากว่าเอาfile 16ล้านมาพิมพ์แบบไม่เกลาเลย ยังไงมันก็คงเป็นรองอยู่นะครับ ( ว่าแต่จริงๆแล้วจะไม่มีใครเอาไปเกลา หรือปรับแต่งกันเชียวหรือ )
    Last edited by หนก บางหลวง; 20th June 2006 at 14:15.
    ก่อนจะซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันให้ได้อย่างน้อย 3 ข้อก่อน

  6. #6
    Join Date
    Sep 2005
    Location
    รังสิต
    Posts
    171
    Thanks
    2
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    0

    Default

    ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาให้คำตอบครับ
    คุณ หนก บางหลวง ตอบได้เคลียมากจนผมหายสงสัยเลยครับ

    และขออีกนิดนะครับ
    filter เทาครึ่งซีก แบบเกลียว ให้ใส่ก่อนวัดแสง หรือว่าวัดแสงเสร็จแล้วค่อยใส่ครับ ถ้าใส่ก่อนวัดแสง ถ้าวัดแสงแบบเฉลี่ยก้อคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าใช้เฉพาะจุดละครับ กล้องจะวัดแสงเพี้ยนไหมครับ คิดถึงจุดกลมๆ 3.5% ของ 30D แล้วต้องโดนสีเทาทับไปครึ่งนึงนะครับ

  7. #7
    Join Date
    Oct 2003
    Location
    Somewhere in time
    Posts
    6,616
    Thanks
    414
    Thanked 7,565 Times in 1,271 Posts
    Rep Power
    114

    Default

    การใช้ฟิลเตอร์NDผ่าซีกมาใช้นั้น จุดประสงค์คือ ต้องการให้NDครึ่งบนมาช่วยบดบังความสว่างของท้องฟ้า เพื่อให้เราสามารถบันทึกภาพได้ทั้งวัตถุที่พื้นดิน(หรือพื้นน้ำ)กับท้องฟ้าที่แสนจะสวยงามในขณะนั้น

    หากเราวัดแสงเฉลี่ย กล้องมันก็จะเกลี่ยแสงให้เราถ่ายได้พอดี คือ ได้ท้องฟ้าที่ถูกNDกรองไปแล้ว กับพื้นดินที่เราต้องการ ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้ภาพที่ถูกใจเสมอไป

    การวัดแสงเฉพาะจุดนั้นเป็นการวัดแสงที่ยุ่งยากอยู่บ้าง กล่าวคือเราต้องเข้าใจตัวเราเองก่อนว่าเราต้องการอะไร และกล้องเราตอบสนองต่อแสงได้มากที่สุดๆเท่าไหร่ ( เช่น20Dจะถ่ายเก็บรายละเอียดในส่วนhighlightได้อยู่ประมาณไม่เกิน+3.3 stops ) แล้วยังต้องเข้าใจเรื่องการสะท้อนแสงของวัตถุสีต่างๆด้วย นอกจากนี้การวัดแสงเฉพาะจุดควรจะใช้ควบคู่กับการถ่ายในmode M ด้วย

    การวัดแสงเฉพาะจุดจึงต้องวัดในทุกๆจุดของภาพ ดูว่าแต่ละจุดนั้นมีระดับความสว่างมากหรือน้อยอย่างไร ( ต้องถอดฟิลเตอร์วัดนะครับ ) หากฟ้ามันสว่างสัก +5stops ในขณะที่ในเงาดำสุดของพื้นดินได้ -4 stops บ้านสีเทาเข้มๆบนดินวัดได้ -1stops ใบไม้สีเขียววัดได้0stops
    แบบนี้น่าจะสบายนะ เอาND 8 ผ่าซีกใส่ซะ แค่นี้ท้องฟ้าก็จะเหลือ+2stops ถ่ายออกมาก็น่าจะสวยนะ
    ก่อนจะซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันให้ได้อย่างน้อย 3 ข้อก่อน

  8. #8
    Join Date
    Sep 2005
    Location
    รังสิต
    Posts
    171
    Thanks
    2
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    0

    Default

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ คุณหนก บางหลวง

    มันใช้ยากกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยครับ ... แล้วถ้าใช้ร่วมกับ CPL ... ไม่อยากคิดเลยครับ กว่าจะได้สวยๆ สักรูปคงปวดหัวน่าดู

+ Reply to Thread

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •