Review ล่าสุด

 



+ Reply to Thread
Page 1 of 3 123 LastLast
Results 1 to 15 of 32

Thread: ขออนุญาตถามเรื่องไร้สาระ(สำหรับโปร)แต่เป็นเรื่องปวดหัวสำหรับผม

  1. #1
    Join Date
    Sep 2005
    Location
    รังสิต
    Posts
    171
    Thanks
    2
    Thanked 1 Time in 1 Post
    Rep Power
    0

    Smile ขออนุญาตถามเรื่องไร้สาระ(สำหรับโปร)แต่เป็นเรื่องปวดหัวสำหรับผม

    คือผมอยากจะขอถามนะครับว่า "ที่ว่าถ่ายมายังไงก็ได้ขอให้ได้รูปไว้ก่อน เรื่องสีค่อยมาว่ากันในคอมอีกที" มันจริงเหรอครับ พี่ๆทุกท่าน ใช้วิธีทำสีแบบไหนกันบ้างครับ อยากขอไว้เป็น
    วิทยาทานบ้าง เพราะทุกวันนี้เวลาที่ผมรับงาน แล้วนำภาพมาทำสีกับคอมที่บ้าน ผมถือว่า ถ้าภาพไหนใช้เวลาทำ สี คมชัด เกิน 40 วินาที ถือว่าภาพนั้นผมถ่ายมาเสีย (บางงานถ่ายมา 5 - 6
    ร้อยภาพ ขืนใช้เวลานาน ผมตายแน่ๆ เลยครับ) เท่าที่ผ่านมา ผมจะมีปัญหาเรื่องสีกับน้อยส์มาก กับเลนส์ ef-s 10-22 (ถ้าไม่นับรวมเลนส์คิด) งานผมส่วนใหญ่มักจะเจอสถานที่แคบครับ เรื่อง
    ภาพบิดเบี้ยวนิดหน่อยนี่เจ้าภาพรับได้ทุกราย (เพราะเข้าใจเรื่องสถานที่คับแคบ)

    ผมรับงานถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก (ทำยามว่างครับ และ ต้องไม่กระทบงานหลักด้วย เพราะแม่ห้ามมาหลายทีแล้ว แต่ใจมันรัก รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มของคนอื่นผ่านเลนส์ของผม)

    และด้วยผมมีเวลาทำภาพน้อย ผมจึงมีความจำเป็นที่จะต้อง ถ่ายรูปให้ดีตั้งแต่ต้นเลยครับ โดยหวังพึ่งคอมให้น้อยที่สุด (ซึ่งที่จริงผมก็ไม่ได้แม่นเรื่องวัดแสงสักเท่าไหร่เลย)

    ผมเคยลองถ่ายเทียบสี เลนส์ของผมดูนะครับ ที่ F5 เท่ากัน ef24-70 2.8L ทำได้ดีกว่ามากๆเลยละครับ ทั้งสีสันหรือรายละเอียด (ได้ยินเค้าว่าที่ f5 ของ ef-s10-22 มันคมสุดแล้ว แต่ที่เห็นมันก็ยัง
    ไม่คมชัดเท่า 24-70 เลย ) ซึ่งแต่แรกผมคิดว่า สตอปดาวน์ลงมา มันก็น่าจะพอๆ กัน

    อุปกรณ์ประกอบคำถามครับ ผมใช้ 300d+30d+30v len ef-s10-22 +17-40 4L +24-70 2.8L +70-200 2.8L +50 1.8 +135 2L +550ex + 580ex กะลังจะได้ 85 1.2L แล้วเชียวถ้าไม่โดนแควนเอางบไปซะก่อน

    ประเด็นที่ผมอยากทราบคือ
    1. ทำยังไงถึงจะทำสีให้สวยสดใสได้เร็วๆ ใน Photoshop ครับ โดยที่ไม่ต้องใช้ action (เพราะ action จะรันค่าทุกอย่างตามที่กำหนด ซึ่งหลายๆ ภาพ ถ่ายมาคนละสภาพแสง) ปัจจุบันนี้ผมใช้
    profile เข้าช่วย + auto level +auto colour +auto contrast +fade +curve +hue จะมีตั้ง action แค่คำสั่งพื้นฐานเช่น save as , close

    2. มีวิธีทำให้ ef-s 10-22 ให้สีสดใสบ้างไหมครับ (ถ้ามีเลนส์ 2.8L มุมกว้างเหมือน 10-22 ผมคงไม่ต้องถามคำถามนี้)

    3. มีวิธีทำให้แสงแฟรชที่เบาท์บนเพดานกระจายแสงได้อย่างสม่ำเสมอบ้างไหมครับ (เวลาเบาท์แล้ว ด้านบนของภาพมักจะสว่างกว่าด้านล่าง ผมเคยลองใช้วิธี ใช้ 550ex เบาท์กับเพดานโดยดึงแผ่นกระจายแสงตั้งฉากช่วย แล้วใช้ 580ex ติดบนกล้องส่องไปตรงๆ แต่ภาพที่ได้ แสงที่แบบจะแข็งเหมือนยิงแฟรชเข้าไปตรงๆ ขนาดลดกำลังแฟรชแล้ว แสงก็ยังแข็งอยู่เลย แถมลดมากไป แบบก็หน้ามืดอีก)

    4. ef24 1.4L & ef35 1.4L (1ใน2ตัวนี้) ถ้าเทียบกับ ef20 2.8 & ef28 1.8 (1ใน2ตัวนี้) ความคมชัด สีสัน และความเนียนใส ต่างกันมากไหมครับ (จะต่างกันเท่า 10-22 กับ 24-70 2.8L ไหม ???) และถ้าเทียบกับ 135 f2L ละครับ พอจะสู้ได้ไหม (อยากได้เลนส์วายด์ ที่คมสวยใส เหมือนหรือใกล้เคียง 135 นะครับ)

    ขอขอบคุณพี่ๆทุกท่านที่เข้ามาแนะนำผมด้วยครับ และ ต้องขออภัย ถ้าผมใช้คำพูดไม่ถูก เขียนหรือถามอะไรที่อ่านแล้ว มึน นะครับ (ผมเขียนเรียบเรียงไม่เก่งครับ อ่านเองผมยัง งง เลย)

  2. #2
    Join Date
    Oct 2003
    Location
    sukhumvit50 bangkok
    Posts
    3,117
    Thanks
    114
    Thanked 887 Times in 217 Posts
    Rep Power
    31

    Default

    ไม่แน่ใจว่า ปัญหาเรื่องสีในคอมรึครับ หรึอว่าเลนส์ ลองโพสรูปให้ดูหน่อยได้ไหมว่าเป็นยังไง รูปไหนใช้เลนส์ไหน
    บ้านของนายไก่-->>> http://kaiph.multiply.com/

  3. #3
    Join Date
    Oct 2004
    Location
    KhuKhot, Pathumthani
    Posts
    14,601
    Thanks
    3,093
    Thanked 10,016 Times in 3,094 Posts
    Rep Power
    147

    Talking

    ก็ input ดีไว้ก่อน ก็ดีแล้วนี่ครับ..

    input ดี ก็ post process ง่าย.. ก็ยิ่งเบาแรงเรา..

    อยากสวยอยากใส.. แนะนำเลย.. ถ่าย RAW ครับ... ถ้าคอม RAM ไม่น้อยกว่า 2GB..

    ว่าแต่ เค้าใช้ profile อะไรกันนะ.. ได้ยินมานาน อยากลองบ้างแล้วสิ.. รึว่า BEN profile นะ..??..

    ปล. ถ่ายงาน.. ขนเลนส์ไปหมดนั่น ไม่เหนื่อยหรอ? ได้งานละเท่าไหร่เนี่ย??? อิ อิ..

  4. #4
    Join Date
    Aug 2004
    Location
    อุสา
    Posts
    5,428
    Thanks
    1,737
    Thanked 2,217 Times in 831 Posts
    Rep Power
    54

    Default

    Quote Originally Posted by BOMB-MAN View Post
    ประเด็นที่ผมอยากทราบคือ
    1. ทำยังไงถึงจะทำสีให้สวยสดใสได้เร็วๆ ใน Photoshop ครับ โดยที่ไม่ต้องใช้ action (เพราะ action จะรันค่าทุกอย่างตามที่กำหนด ซึ่งหลายๆ ภาพ ถ่ายมาคนละสภาพแสง) ปัจจุบันนี้ผมใช้
    profile เข้าช่วย + auto level +auto colour +auto contrast +fade +curve +hue จะมีตั้ง action แค่คำสั่งพื้นฐานเช่น save as , close
    หยุดใช้ Auto ต่างๆ เหล่านี่เถอะครับ เราน่าจะปรัปด้วยมือได้ในเวลาแป็ปเดียวนะครับ
    Lcoholic...
    L Zooms 16-35 24-70 70-200f/2.8ISmk1 100-400IS
    L Primes 24/1.4mk2 35/1.4 50/1.2 85/1.2mk2 135/2 300/2.8IS
    L Specialty 8-15FE 17TSE 24TSEmk1 100L 1.4EXII 2.0EXII
    Canon Specialty (Non L) 15FE 45TSE 65MPE 90TSE


    Lcohol free
    Sigma 12-24 Sigma 20/1.8
    Lens Baby 1.0
    Jenna 135
    Tamron M42 135

  5. #5
    Join Date
    Mar 2004
    Posts
    2,526
    Thanks
    178
    Thanked 2,824 Times in 586 Posts
    Rep Power
    49

    Default

    selective color ครับ ใน photoshop แก้สีได้ละเอียด จะแก้สีไหนด้วยสีำไหนดู color wheel

    3. http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=44079
    Anna ni issho datta no ni
    http://www.truelyi.com

  6. #6
    Join Date
    Sep 2006
    Location
    www.fotocoffeeS.com
    Posts
    2,869
    Thanks
    0
    Thanked 374 Times in 153 Posts
    Rep Power
    21

    Default

    Quote Originally Posted by faloverung View Post
    selective color ครับ ใน photoshop แก้สีได้ละเอียด จะแก้สีไหนด้วยสีำไหนดู color wheel
    color wheel เอาจากไหนครับพี่ฟ้า

  7. #7
    Join Date
    May 2005
    Location
    ลำลูกกา, ปทุมธานี
    Posts
    284
    Thanks
    26
    Thanked 29 Times in 18 Posts
    Rep Power
    16

    Default

    เข้ามาดูครับ
    Mediocre photographers brag
    Good photographers present
    Great photographers inspire

    http://lecturographer.multiply.com

  8. #8
    Join Date
    Mar 2004
    Posts
    2,526
    Thanks
    178
    Thanked 2,824 Times in 586 Posts
    Rep Power
    49

    Default

    เอามาให้ดูอันหนึ่ง เวลาแก้สีก็ดู เช่น ถ้าภาพมันออกน้ำเงินก็ใส่สีส้มลงไป ดูสีที่ตรงข้ามกันน่ะครับ color wheel ลอง search google ดู มีอีก หลาย ๆ แบบให้ดูเล่น
    Attached Images Attached Images  
    Anna ni issho datta no ni
    http://www.truelyi.com

  9. The Following User Says Thank You to faloverung For This Useful Post:

    บางรัก (25th April 2010)

  10. #9
    Join Date
    May 2005
    Location
    ลำลูกกา, ปทุมธานี
    Posts
    284
    Thanks
    26
    Thanked 29 Times in 18 Posts
    Rep Power
    16

    Default RGB or RYB

    ในคอมพิวเตอร์น่าจะใช้ Color Wheel แบบ RGB based นะครับ RYB นี่น่าจะเป็น pigment ของสีที่ใช้ในวิชาศิลปะน่ะครับ ผิดถูกอย่างไรขออภัยครับ

    อ้างอิงจากที่นี่ครับ:
    http://www.color-wheel-pro.com/color-wheel-types.html
    Attached Images Attached Images   
    Last edited by St.Mann; 21st March 2007 at 08:45. Reason: ส่รูปให้ครับ
    Mediocre photographers brag
    Good photographers present
    Great photographers inspire

    http://lecturographer.multiply.com

  11. #10
    Join Date
    Oct 2004
    Location
    KhuKhot, Pathumthani
    Posts
    14,601
    Thanks
    3,093
    Thanked 10,016 Times in 3,094 Posts
    Rep Power
    147

    Default

    ข้อ 1 นี่.. ลองใช้คำสั่ง Photo filters ดู.. ง่าย ได้ผล เป็นบางเคส..
    ข้อ 3 นี่.. เปลี่ยนไปใช้ ไฟสตู พร้อม อุปกรณ์... ไม่ก็เอา flash ติดร่มทะลุ อันหย่ายๆ...

  12. #11
    Join Date
    Mar 2004
    Posts
    2,526
    Thanks
    178
    Thanked 2,824 Times in 586 Posts
    Rep Power
    49

    Default

    อ่าใช่แล้วครับ มันต้อง RGB
    Attached Images Attached Images  
    Anna ni issho datta no ni
    http://www.truelyi.com

  13. #12
    Join Date
    Oct 2003
    Location
    Somewhere in time
    Posts
    6,616
    Thanks
    414
    Thanked 7,565 Times in 1,271 Posts
    Rep Power
    114

    Default

    ขอวกกลับมาเรื่องปวดหัวของเจ้าของกระทู้กันสักหน่อยครับ

    ผมไม่ใช่โปร แต่ผมก็มองเป็นเรื่องไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่ ( แต่ไม่ใช่ไร้สาระนะครับ คนละประเด็นกัน ) แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีสาระให้ได้ขบคิดกันได้ เพียงแต่ว่าผมเลิกคิดกันมันไปนานแล้ว เพราะครั้งแรกที่ผมเริ่มจับกล้องดิจิทัลนั้น ผมรู้สึกหงุดหงิดกับความสามารถในการแสดงสี และความสามารถในการตอบสนองต่อแสงของมันมาก เพราะมันด้อยกว่าฟิล์มnegativeสีที่ผมคุ้นเคยมาก ซึ่งในกรณีของฟิล์มnegativeสีแล้ว ผมแทบไม่ต้องพิถีพิถันในการวัดแสงเลย เพราะlatitudeในการรับแสงของมันดีมากๆ อย่างถ่ายภาพบุคคลเนี่ยผมวัดแสงเฉพาะจุดที่หน้า หากไม่มั่นใจเพราะไม่สามารถบุกเข้าไปได้ใกล้กว่านั้น ผมเปิดoverไปอีก 1/2-2/3stopsโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะminilabที่ผูกปีกันเขาชำนาญเรื่องนี้

    พอเลิกกล้องฟิล์ม มาจับกล้องดิจิทัล ก็เริ่มพบความจริงว่า กล้องยิ่งแพง ก็ยิ่งต้องพึ่งphotoshopมากขึ้น เพราะสีที่ได้จะไม่จัดจ้าน ความคมชัดก็ไม่ถึงกับบาดตา contrastก็มักจะไม่ค่อยสะใจ แถมยังต้องวัดแสงให้แม่นๆ ถึงแม้จะถ่ายง่ายกว่าSlideอยู่บ้าง แต่ก็ห้ามเผลอทำhighlightหลุดเด็ดขาด เพราะหากหลุดแล้วแม้ถ่ายเป็นRawก็ยังยากจะฉุดกลับมาได้

    ครับแน่นอนครับ พื้นฐานของการถ่ายภาพนั้นคล้ายกัน ไม่ว่าฟิล์มหรือดิจิทัล คือ จะต้องทำให้ได้ภาพที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ออกมา องค์ประกอบที่เรียกว่าดีนั้นได้แก่
    1. มีองค์ประกอบ มีเรื่องราว (เล่าเรื่องได้) บันทึกเหตุการณ์ไว้ได้
    2. มีความชัดในส่วนที่ควรจะชัด ( แต่บางครั้งก็อาจจะไม่ใช่เช่นนั้น , แล้วแต่เจตจำนงค์ของเจ้าของภาพ )
    3. วัดแสงได้อย่างถูกต้อง เพราะการวัดแสงได้อย่างถูกต้องจะนำมาซึ่งสีสันที่สวยงาม และโทนที่เหมาะสม

    จะเห็นว่าไม่ว่ากล้องอะไรก็ตาม การวัดแสงก็ยังมีความจำเป็นอยู่เสมอๆ เพียงแต่ว่าพอก้าวเข้าสู่กล้องดิจิทัลแล้ว หลายๆคนก็อาจจะเผลอเลิกสนใจมันไปบ้าง ผมเองก็เคยอยู่ครั้งหนึ่งที่ไม่ค่อยสนใจกับมัน เพราะระบบวัดแสงแบบ evaluative 35ส่วน แบบเน้นความสำคัญของจุดโฟกัส ที่ใช้อยู่ใน20Dมันฉลาดไปหน่อย ฉลาดจนเราไม่ต้องคิดอะไรเองมากนัก บ่อยครั้งที่ผมไม่ชดเชยแสง เพราะผมทราบว่าระบบของมันพลาดน้อย และถึงพลาดก็อยู่ในประเด็นที่ผมยังสามารถแก้ไขได้ภายหลังด้วยphotoshop

    ครับสุดท้ายก็หลีกหนีphotoshopไม่ได้ ผมเองไม่ได้ถ่ายงานอะไรมากมายนักในสมัยที่ใช้Canon เพราะผมไม่ค่อยพึงใจกับสีสันของJPGที่ได้จากมันมากนัก แต่ผมถ่ายเป็นRaw แล้วconvertด้วย C1Pro ซึ่งพอใช้มันจนชำนาญแล้ว แต่ละรูปจะใช้เวลาในการเล่นกันมันไม่เกิน 3 นาทีด้วยซ้ำไป ถ้ามันเหลือทนจริงๆก็มาตบท้ายกันด้วยphotoshop

    แต่พอผมย้ายค่าย ผมถ่ายงานพิธีด้วยJPGแล้วจบจากในกล้องเลย เอามาใช้ในphotoshopแค่ทำsharpnessแล้วย่อมาสำหรับอัด 4x6 เท่านั้น เพราะขี้เกียจเอาไฟล์ใหญ่ๆไปให้ร้านบ่น เพราะมันloadเข้าเครื่องเขาช้าเท่านั้นแหละ

    ครับ ตราบใดที่ต้องถ่ายด้วยกล้องดิจิทัล photoshopก็ยังจำเป็น และยังคงต้องวัดแสงให้แม่นและชำนาญ ถึงแม้ว่าระบบวัดแสงของกล้องรุ่นใหม่ๆจะฉลาดมากแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงต้องหมั่นฝึกฝนเรื่องการวัดแสงไว้ด้วย

    และสุดท้ายหากไม่อยากใช้photoshopจริงๆ ก็คงจะต้องกลับไปถ่ายกล้องฟิล์มหละครับ ฟิล์มnegativeดีๆ + ร้านอัดดีๆ ไม่ต้องเหนื่อยครับ

    ว่ากันด้วยประสพการณ์และความรู้สึกของการถ่ายภาพนะครับ มิได้มีเจตนาล่วงเกินเจ้าของกระทู้ ตัวหนังสือมันไม่มีน้ำเสียง อ่านแล้วอาจจะเข้าใจคนละอารมณ์กัน พอดีผมต้องรีบไปทำงาน อาจจะกลั่นกรองข้อความไม่กระจ่าง
    ก่อนจะซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันให้ได้อย่างน้อย 3 ข้อก่อน

  14. #13
    Join Date
    Feb 2003
    Posts
    2,255
    Thanks
    1,651
    Thanked 724 Times in 220 Posts
    Rep Power
    28

    Default

    ส่วนตัวผม ทำรูปเร็วๆเยอะๆ ถ่ายมาเป็น RAW แล้วเอาเข้า Adobe light room ครับ หากหลายๆรูปเราต้องการทำเหมือนกัน เราปรับรูปเดียวมันสามารถสั่ง Sync ปรับรูปอื่นในสภาพแสงเหมือนกันได้พร้อมๆกันเลยทีเดียวครับ

    ปล อย่าตั้ง WB Auto ครับ เพราะมันจะแกว่งเวลามาแก้จะแก้ยาก ให้ fix ไปเลยเวลาแก้จะได้สั่งทีละหลายๆรุปได้

    ส่วนเรื่องถ่ายไปก่อนมาปรับทีหลัง คงบอกว่าจริงส่วนหนึ่งครับ
    คือถ้าแสงไม่ดีมันจำเป็นต้องถ่ายก็คงต้องทำ แล้วมันมาปรับกันได้บ้าง
    แต่ถ้าเลือกแสงเลือกมุม ตั้งใจถ่ายมาดีๆ เวลามาปรับมันจะง่ายอ่ะครับ

    คือถ้ารูปเสีย การมาปรับ จะเป็นการแก้ไข
    แต่ถ้ารูปดี การมาปรับ จะเป็นการปรับปรุงให้รูปมันดียิ่งขึ้นอ่ะครับ

    ความเห็นส่วนตัวนะครับ
    Speak Low if you speak Love - W.S.

  15. #14
    Join Date
    Oct 2002
    Location
    อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี
    Posts
    4,080
    Thanks
    291
    Thanked 3,486 Times in 596 Posts
    Rep Power
    70

    Default

    คือผมอยากจะขอถามนะครับว่า "ที่ว่าถ่ายมายังไงก็ได้ขอให้ได้รูปไว้ก่อน เรื่องสีค่อยมาว่ากันในคอมอีกที"
    มันจริงเหรอครับ พี่ๆทุกท่าน ใช้วิธีทำสีแบบไหนกันบ้างครับ
    สำหรับคนอื่นไม่ทราบนะครับ
    Ok มันอาจจะแก้ได้จริง แต่ถ่ายดีก็ย่อมดีกว่าครับ...
    แต่สำหรับผม ต้องถ่ายมาให้ดีที่สุดครับ ตั้ง WB ระหว่างถ่าย
    วัดแสงแม่น ๆ เวลาในการแก้สีก็จะน้อยลงเองครับ

    ผมถือว่า ถ้าภาพไหนใช้เวลาทำ สี คมชัด เกิน 40 วินาที ถือว่าภาพนั้นผมถ่ายมาเสีย (บางงานถ่ายมา 5 - 6
    ร้อยภาพ ขืนใช้เวลานาน ผมตายแน่ๆ เลยครับ)
    ผมว่ามันก็ไม่ได้ถือว่านานอะไรมากนะครับ
    ภาพที่ถึงมือลูกค้าแล้ว ก็จะอยู่กับเขาไปตลอด ใส่ใจกับมันหน่อยก็ดีครับ อย่าเอาแต่เร็วเข้าว่า..

    เท่าที่ผ่านมา ผมจะมีปัญหาเรื่องสีกับน้อยส์มาก กับเลนส์ ef-s 10-22 (ถ้าไม่นับรวมเลนส์คิด) งานผมส่วนใหญ่มักจะเจอสถานที่แคบครับ เรื่อง
    เรื่อง Noise ก็พยายามอย่าเร่ง ISO มาก ถ้าใช้น้อย ๆ ได้ ก็ใช้
    ใช้ไม่ได้ก็ค่อยเพิ่ม ISO
    เวลาถ่าย ก็ถ่ายให้พอดี ถ้ายิ่งต้องดึงขึ้นให้สว่าง ก็ยิ่งเห็น Noise ชัดขึ้น

    ประเด็นที่ผมอยากทราบคือ
    1. ทำยังไงถึงจะทำสีให้สวยสดใสได้เร็วๆ ใน Photoshop ครับ โดยที่ไม่ต้องใช้ action
    ถ่ายเป็น Raw File แล้วทำใน DPP ผมว่าน่าจะง่ายกว่าไหมครับ?

    2. มีวิธีทำให้ ef-s 10-22 ให้สีสดใสบ้างไหมครับ (ถ้ามีเลนส์ 2.8L มุมกว้างเหมือน 10-22 ผมคงไม่ต้องถามคำถามนี้)
    ก็เพิ่ม Saturation เข้าไปครับเวลาผมปรับภาพมาถึงภาพที่ถ่ายด้วยเลนส์ Sigma ผมก็เพิ่มเข้าไปมากกว่าภาพที่ถ่ายด้วยเลนส์ Canon ครับ

    3. มีวิธีทำให้แสงแฟรชที่เบาท์บนเพดานกระจายแสงได้อย่างสม่ำเสมอบ้างไหมครับ (เวลาเบาท์แล้ว ด้านบนของภาพมักจะสว่างกว่าด้านล่าง ผมเคยลองใช้วิธี ใช้ 550ex เบาท์กับเพดานโดยดึงแผ่นกระจายแสงตั้งฉากช่วย แล้วใช้ 580ex ติดบนกล้องส่องไปตรงๆ แต่ภาพที่ได้ แสงที่แบบจะแข็งเหมือนยิงแฟรชเข้าไปตรงๆ ขนาดลดกำลังแฟรชแล้ว แสงก็ยังแข็งอยู่เลย แถมลดมากไป แบบก็หน้ามืดอีก)
    ด้านบนสว่างกว่าด้านล่าง เพราะ
    - คุณอยู่ใกล้ตัวแบบมาก ทำให้แสงเข้าทางด้านหน้าด้วยครับ
    แทนที่แสงจะขึ้นบนเพดานแล้วกระจายลงมาอย่างเดียว
    มีวิธีแก้คือ ถอยให้ห่างแบบมากขึ้น
    หรือใช้มือบังแฟลชเวลาเบาท์ครับ ให้บังด้านหน้านะ
    ไม่ได้ให้บังด้านบน เพื่อบังแสงที่ออกไปทางด้านหน้าครับ แค่นี้ก็ใช้ได้แล้วล่ะ

    - แต่ถ้าในห้องมันมืดมาก ก็พยายามวัดแสงดูนะครับ
    อย่าพึ่งแต่ให้แฟลชเป็นแสงหลักอย่างเดียว..
    ถ้าไม่มีไฟสตูดิโอ ก็ซื้อไฟสปอตไลท์มาเพิ่มแสงบ้างสัก 2 ต้วครับ
    แล้วชีวิตคุณจะมีความสุขมากเลยเชียวแหละ

    4. ef24 1.4L & ef35 1.4L (1ใน2ตัวนี้) ถ้าเทียบกับ ef20 2.8 & ef28 1.8 (1ใน2ตัวนี้) ความคมชัด สีสัน และความเนียนใส ต่างกันมากไหมครับ (จะต่างกันเท่า 10-22 กับ 24-70 2.8L ไหม ???) และถ้าเทียบกับ 135 f2L ละครับ พอจะสู้ได้ไหม (อยากได้เลนส์วายด์ ที่คมสวยใส เหมือนหรือใกล้เคียง 135 นะครับ)
    ถ้าบอดี้คุณเป็น FullFrame จะเลือกตัวไหนก็คงได้นะครับ
    แต่ของคุณไม่ใช่ ก็ใช้ 10-22 ไปก่อนดีแล้วครับ... สีสันสดใสไม่สำคัญเท่ามุมมอง
    Last edited by เอคอม; 21st March 2007 at 13:31.

  16. #15
    Join Date
    May 2006
    Posts
    4,561
    Thanks
    1,380
    Thanked 1,699 Times in 816 Posts
    Rep Power
    37

    Default เริ่มจาก ...

    หาเครื่องแม็กสักเครื่อง แพงมากแต่ถ้าใจรักก็น่าจะคุ้ม
    ภาพที่ได้จาก 300ดี สีต้องมาเยอร์กันหนักหน่อย เปลี่ยนครับเป็น 350ไม่กริ๊ปแต่ติดก็ดี
    ไม่แน่ใจว่าคอมที่ใช้ โดยเฉพราะจอ จอแบนแสงดีสวยแต่เพี้ยนง่าย จอหลอดก็ต้องเลือก ที่ใช้อยู่ L-G สีสวยแต่ความมืดสว่างไม่ตรง ViewSonic พอได้ครับเวลาไปอัดไม่เพี้ยนมาก ... เรื่องจอผมก็อยากรู้ครับว่าของอะไรดี-สีตรง+แสงดี ปรับจูนง่าย
    ... คงต้องตั้งค่าโดยการทำค่าแสงทดสอบแล้วไปอัดที่ร้านครับ ถึงจะแน่นอน หรือหาไอ้แมงมุม/ตัวตั้งค่าแสง
    คงต้องทำความเข้าใจว่า สี - ความคมชัด กับเลนส์เป็นคนละส่วนกัน สีมาจากชิ้นเลนส์การโคด-เครือบ , ความคมชัดมาจากไดอะแฟรม รูรับแสงที่ปรับ โดยปกติค่าที่ดีที่สุดของเลนส์แต่ละตัวคือค่ากลางๆของเลนส์ตัวนั้นๆ (ส่วนใหญ่ก็ประมาณเอฟ 8-11 แต่เป็นเอฟ1.2 ก็คงอยู้ประมาณ5.6 ... คงต้องค้นในหัวข้อเก่าๆหรือผู้รู้ท่านอื่นอธิบายเพิ่มเติม)
    เรื่องเครื่องมือในโฟโต้ชอบ หลีกเลี่ยงออโต้ แต่ไม่รู้จะไปทางไหนก็ออโต้ไว้ก่อนแล้วมาแต่งเพิ่ม
    ... อื่นๆเดี๋ยวมาต่อ

+ Reply to Thread
Page 1 of 3 123 LastLast

Tags for this Thread

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may post new threads
  • You may post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •