PDA

View Full Version : กำหนดการ พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ



Electron
7th May 2008, 10:45
ความคืบหน้าพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ซึ่งได้มีการกำหนดวันถวายพระเพลิงพระศพแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 15.05 น. วันที่ 6 พ.ค. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราช ดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากวังศุโขทัย ไปในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ จัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ครั้งที่ 1/2551 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมการประชุมในฐานะทรงเป็นประธานที่ปรึกษาด้วยเช่นกัน

โอกาสนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ได้พระราชทานพระราชดำริ เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงาน โดยทรงเน้นการถวายความสะดวกแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นหลัก โดยสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระดำรัสตอนหนึ่งในการประชุมว่า ทำเพื่อถวายพระเกียรติ เพื่อถวายความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อสมเด็จกรมหลวงฯ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับพระองค์ท่านเป็นอย่างยิ่ง ถึงได้บอกว่าปลื้ม และยินดีที่ทุกคนให้ความสำคัญ และตระหนักในเรื่องนี้ การปฏิบัติงานนั้น ได้เห็นว่า มีการเตรียมการ หรือมีความพร้อมที่จะทำงานเป็นอย่างดีแล้ว สิ่งที่ต้องมาประชุมชี้แจงหรือปฏิบัตินั้น ก็เป็นรายละเอียดหรือขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ หรืองานทางธุรการที่ต้องประสานกัน วางแผนด้วยเหตุ ด้วยผล โดย ลำดับความเร่งด่วน ตลอดจนห้วงเวลาต่างๆ ให้เหมาะสม เรามีพื้นฐานของการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อคราวงานพระบรม ศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าแล้ว และมีบทเรียน การทำอะไรต้องมีบทเรียน จากงานนั้นมา ข้อดี ข้อแก้ไข และอื่นๆ นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงมีพระดำรัสอีกว่า วันเวลาผ่านมาก็ประมาณ 12 ปี มีอะไรต่างๆ ที่ต้องปรับให้เรียบร้อย อีกเรื่องหนึ่ง จากที่พูดแล้วก็คือ จะต้องถวายความสะดวกต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงสบายและสะดวกที่สุด ในการเสด็จพระราชดำเนิน เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่รับผิดชอบร่วมกัน ทั้งรัฐบาลและประชาชน แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นเรื่องใกล้พระองค์ ใกล้พระหฤทัย เพราะว่าภาษาชาวบ้านบอกว่า เป็นญาติผู้ใหญ่ ก็ต้องนึกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้วและผู้ที่ยังอยู่ เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่านที่มารับผิดชอบก็เต็มไปด้วยความหวังดี ปรารถนาดี ข้าพเจ้าจึงไม่มีความหนักใจอะไร ส่วนเรื่องรายละเอียดต่างๆ ทางธุรการหรือการปฏิบัตินั้น ก็ต้องคุยกันไปเรื่อยๆ ตกลง แต่ทำงานต้องรู้จุดมุ่งหมาย รู้ขั้นตอน รู้ภารกิจ และดำรงออฟเจคตีฟของมิชชั่นให้ได้ สำหรับข้าพเจ้ายินดีให้ความช่วยเหลือให้คำปรึกษา ช่วยทำงานในสิ่งที่ท่านปรารถนา สมเด็จพระเทพฯทรงมีความชำนาญในเรื่องต่างๆ หลายเรื่อง

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเป็นประธานที่ปรึกษาและให้ข้อคิดว่า ควรตกลงกันให้เรียบร้อยว่า จะเอาวันอะไร อย่างไร เดิมทีที่คณะกรรมการไม่บอกวันไว้ตั้งแต่แรกนั้น เพราะเป็นการคิดแบบโบราณ ว่าโปรดเกล้าฯวันไหน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กำหนด วันออกมาแล้ว จึงจะบอกว่าพระเมรุจะเสร็จในเดือนตุลาคม และคาดว่าจะพระราชทานเพลิงพระศพ ในเดือนพฤศจิกายน

นายสมัครกล่าวว่า แต่ทั้งสองพระองค์ ทรงมี พระราชดำรัสว่าไม่ได้ ต้องเลือกวันและให้ดูปฏิทิน เมื่อดูแล้วตนอยากจะทำให้เสร็จก่อนวันลอยกระทรง แต่สมเด็จพระเทพฯทรงเห็นว่า อยากให้เขาทำอะไรกันให้เสร็จก่อนไม่ว่าจะเป็นการทอดกฐิน ลอยกระทง ซึ่งวันที่ 12 พ.ย.เป็นวันลอยกระทงเสร็จงานของประชาชน วันที่ 13 พ.ย.ก็จะเป็นวันทรงเครื่องทรง ดังนั้น ที่ประชุมฯ จึงเลือกวันที่ 14 พ.ย. เป็นวันออกพระเมรุวันแรก วันที่ 15 พ.ย.เป็นวันแห่พระศพ วันที่ 16 พ.ย. เป็นวันถวายพระเพลิงพระศพ ส่วนวันที่ 17-19 พ.ย. เป็นงานเกี่ยวกับพระอัฐิต่างๆ ซึ่งงานทั้งหมดมี 6 วัน เมื่อตกลงวันได้แล้วคณะกรรมการต่างๆ ก็รายงานการสร้างพระเมรุ การเตรียมการ การจราจร การทำหนังสือ ค่าใช้จ่ายในงานต่างๆ หลังจากนี้ก็จะทำงานกันต่อไป โดยกราบบังคมทูลว่า จะต้องทูลเชิญเสด็จอีกครั้งหนึ่งเพื่อสรุปเวลาที่งานจัดเสร็จเรียบร้อย แต่ทรงมีพระราช ดำรัส ว่าเรื่องนี้น่าจะสำเร็จเรียบร้อย ถ้าเราเลือกเวลากำหนดอะไรเสร็จเรียบร้อย

สรุปกำหนดการจัดงานไว้ 6 วัน ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย. 2551
สำหรับการจัดงานพระราชพิธี 6 พิธีคือ
- วันที่ 14 พ.ย. จัดงานพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ
- วันที่ 15 พ.ย. การเชิญพระโกศออกพระเมรุมาศ
- วันที่ 16 พ.ย.การถวายพระเพลิงพระศพ
- วันที่ 17 พ.ย. การเก็บพระอัฐิ
- วันที่ 18 พ.ย. การพระราชกุศลพระอัฐิ
และวันที่ 19 พ.ย. การบรรจุพระราชสรีรางคาร


ที่มา :
http://www.thairath.co.th/images/logo.gif (http://www.thairath.co.th)

เล็ก
7th May 2008, 10:53
เตรียมตัวไว้ละกันต้น งานนี้คงได้ถวายการรับใช้อีกทีนึง

Davil
31st October 2008, 16:17
กำหนดการ และเส้นทางครับ

คณะกรรมการฝ่ายจัดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ ได้ดำเนินการจัดขบวนพระอิสริยยศในงานพระราชพิธีพระรา ชทานเพลิงพระศพฯ จำนวน 6 ริ้วขบวน รวม 4 วัน ดังนี้



วันพระราชทานเพลิงพระศพฯ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2551) จัด 3 ริ้วขบวน โดย

ริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระโกศโดยพระยานมาศสามลำคาม จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปยังพระมหาพิชัยราชรถหน ้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เส้นทางจากประตูศรีสุนทร ถนนมหาราช ถนนท้ายวัง และถนนสนามไชย

ริ้วขบวนที่ 2 เชิญพระโกศโดยพระมหาพิชัยราชรถ จากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามไปยังพระเมรุ เส้นทางจากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ถนนสนามไชย ถนนราชดำเนินใน เข้าถนนกลางท้องสนามหลวง

ริ้วขบวนที่ 3 เชิญพระโกศโดยพระยานมาศสามลำคานเวียนพระเมรุ โดยอุตราวัฎ (เวียนซ้าย) ครบ 3 รอบ แล้วเชิญพระโกศประดิษฐานบนพระเมรุ



วันเก็บพระอัฐิ (วันที่ 16 พฤศจิกายน 2551) จัด 1 ริ้วขบวน คือ

ริ้วขบวนที่ 4 เชิญพระโกศพระอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน และเชิญพระสรีรางคารโดยพระวอสีวิกากาญจน์ เส้นทางจากถนนกลางท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าพระลาน เข้าประตูวิเศษไชยศรี ในพระบรม- มหาราชวัง



วันเชิญขึ้นประดิษฐานบนพระวิมาน (วันที่ 18 พฤศจิกายน) จัด 1 ริ้วขบวน คือ

ริ้วขบวนที่ 5 เชิญพระโกศพระอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน เส้นทางจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท



วันบรรจุพระสรีรางคาร (วันที่ 19 พฤศจิกายน 2551) จัด 1 ริ้วขบวน คือ

ริ้วขบวนที่ 6 เชิญพระสรีรางคารจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดารามโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปบรรจุ ณ อนุสรณ์สถานรังสีวัฒนา วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เส้นทางจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ออกประตูวิเศษไชยศรี ถนนหน้าพระลาน ถนนสนามไชย ถนนกัลยาณไมตรี ถนนอัษฎางค์ และ ถนนราชบพิธ



ทั้งนี้ จะได้มีการฝึกซ้อมขบวนพระอิสริยยศในงานพระราชพิธีพระ ราชทานเพลิงพระศพฯ ในพื้นที่จริง ดังนี้



ในวันที่ 12 ตุลาคม 2551 เป็นการซ้อมริ้วขบวนที่ 1 - 3

ในวันที่ 19 ตุลาคม 2551 เป็นการซ้อมริ้วขบวนที่ 1 - 6

และในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2551 เป็นการซ้อมใหญ่เสมือนจริง


ส่วนการจัดแสดงมหรสพสมโภชงานออกพระเมรุ กำหนดจัดแสดง 3 เวที บริเวณท้องสนามหลวงด้านทิศเหนือ เริ่มการแสดงตั้งแต่เวลา 19.00 น. ของวันที่ 15 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันรุ่งขึ้นของวันที่ 16 พฤศจิกายน 2551 ดังนี้

เวทีที่ 1 (ตั้งอยู่กลางท้องสนามหลวง) มีการแสดงหนังใหญ่และโขนเรื่องรามเกียรติ์

เวทีที่ 2 (ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) มีการแสดงวงดุริยางค์เยาวชน T.Y.O. (THAILAND YOUTH SYMPHONY ORCHESTRA) วงซิมโฟนีออร์เคสตร้าของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วงดุริยางค์สากลของกรมศิลปากร NSO (NATIONAL SYPHONY ORCHESTRA) และวงดุริยางค์ผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร

เวทีที่ 3 (ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา) มีการแสดงหุ่นกระบอกเรื่องพระอภัยมณี หุ่นละครเล็กเรื่องกำเนิดพระคเณศร์ ของคณะโจหลุยส์ และละครนอกเรื่องสุวรรณหงส์เสี่ยงว่าว - กุมภณฑ์ถวายม้า

Electron
14th November 2008, 11:16
เพิ่มเติม [ข้อควรปฏิบัติ,กำหนด,การเตรียมตัว]

http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=101994