PDA

View Full Version : กระทู้เครื่องเสียง, mp3, wav, wma ... จิปาถะ



Pages : [1] 2 3 4 5

NaimNatNod
24th June 2004, 00:06
มีห้องนั่งเล่นแล้ว เหนื่อยกับการถ่ายรูป ก็เข้ามานั่งฟังเพลง คุยกันเรื่องเครื่องเสียงบ้างเป็นไงครับ

ผมเริ่มด้วย iPOD เลยละกัน ตัวนี้เป็นอุปกรณ์ที่สามารถเล่นเพลงพวก mp3 แบบพกพาได้ สดวกที่สุดครับ ความจุ 20GB เห็นข้างกล่องเขาบอกว่าใส่เพลง mp3 เพลงละ 3-4 mb ได้ห้าพันเพลง ตอนนี้ใส่ไปได้แค่พันห้าเอง :D

จริงๆแล้วตอนแรกก็ได้ไปซื้อ Sony NetMD ตามที่ คุณนีออนได้แนะนำ ซึ่งก็ดีทีเดียวแต่เสียตรงทีไม่สามารถก็อปปี้เพลงได้ แล้วเผอิญผมดาวน์โหลดเพลงไว้เยอะซะด้วยช่วงก่อนที่ Napster จะโดนเปลี่ยนมาเป็นเวปลิขสิทธิ์ :D :D ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นของ Creative Zen Nomad 30GB ก่อน ซึ่งทุกอย่างดูแล้วน่าจะลงตัวดีมากๆ แต่ (อีกแล้ว) การที่เราหนุ่มน้อยลง ทำให้หูตาฝ้าฟาง display ของ Creative ซึ่งตัวหนังสือสีดำ และ background เป็นสีฟ้า ทำให้ดูลำบากมาก ก็เลยสำรวจใหม่ ดูไป ดูมา ก็เลยมาจบลงที่ iPOD นี้

แล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่ถึงเรื่องเสียง และการใช้งาน ทั้งฟังเล่นทั่วไป และ ทั้งต่อเข้ากับเครื่องเสียงชุดใหญ่ :cool:

นีออน
24th June 2004, 11:29
:) ห้องนั่งเล่น :D ห้องฟังเพลง :silly: มันก็ห้องเดียวกัน อ่านะ...

พี่ครับ... IPOD น่าเล่นมาก :drool: (ราคาด้วย)

พี่ครับ ผมจะกลับมาเล่นเครื่องเล่นแผ่นเสียง อ่านะ
ตอนนี้ซื้อเครื่องเล่นแผ่นแบบถูกๆ (มือสอง) มาชิมรางก่อน อ่า.. ได้อารมณ์ดีอ่านะ

ก็มอง Turn ของ Rega ไว้นะครับ เมืองไทยก็ราวๆ 23000-25000 ได้ครับ
ทราบจากพี่ว่า พี่เล่นแผ่นมามากอ่านะ ก็เลยว่าจะถามๆเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ยังหาเรื่องถามไม่ได้ครับ

เรื่องไฟล์ mp3 เนี้ย คุณภาพสู้ netmd ได้หรือไม่อ่ะเท่าที่พี่ฟังดูอ่านะ
แต่ผมก็ยังใช้ netmd ตัวเดิมอยู่ ผมว่ามันพอแก่การใช้งานประเภท pack and go นะครับ

ส่วน system ก็ยกชุดใหม่ไปทั้งหมด

Power Amp: ADCOM GFA-555 (200WX2)
Pre Amp: NAD C160
CD: NAD C542
SP: Spendor 3/5 SE
Line: Supra over all

NaimNatNod
24th June 2004, 12:44
:) ห้องนั่งเล่น :D ห้องฟังเพลง :silly: มันก็ห้องเดียวกัน อ่านะ...

พี่ครับ... IPOD น่าเล่นมาก :drool: (ราคาด้วย)

พี่ครับ ผมจะกลับมาเล่นเครื่องเล่นแผ่นเสียง อ่านะ
ตอนนี้ซื้อเครื่องเล่นแผ่นแบบถูกๆ (มือสอง) มาชิมรางก่อน อ่า.. ได้อารมณ์ดีอ่านะ

ก็มอง Turn ของ Rega ไว้นะครับ เมืองไทยก็ราวๆ 23000-25000 ได้ครับ
ทราบจากพี่ว่า พี่เล่นแผ่นมามากอ่านะ ก็เลยว่าจะถามๆเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ยังหาเรื่องถามไม่ได้ครับ

เรื่องไฟล์ mp3 เนี้ย คุณภาพสู้ netmd ได้หรือไม่อ่ะเท่าที่พี่ฟังดูอ่านะ
แต่ผมก็ยังใช้ netmd ตัวเดิมอยู่ ผมว่ามันพอแก่การใช้งานประเภท pack and go นะครับ

ปัญหาของการเล่นแผ่นเสียง ไม่ใช่อยู่ที่เครื่องครับ ณ ขณะนี้ ปัญหาใหญ่จริงๆ คือ ตัวแผ่นเสียงเองครับ หาจริงๆ พวกของมือสอง มือสาม หรือ มือสิบ ก็คงหาไม่ค่อยยาก ถ้าจะหาจริงๆ แต่ จะได้แบบที่เราต้องการนี่ซิ หายากชะมัด :confused:

ของผมมีใน collection อยู่ประมาณเกือบสองพันแผ่น ก็สะสมมานานเป็นสิบปีละครับ เป็นแผ่นพวก hi fidility ประมาณ 20% นอกนั้นก็เป็นแผ่นธรรมดา และ มากกว่า 90% เป็นแผ่นที่ถือว่าใช้ได้ดีทีเดียว ไม่ตกร่อง pops & ticks น้อยมาก ราคาที่เคยซื้อมาก็เริ่มจาก $0.15 ไปจนถึง $50 ต่อแผ่น แต่ส่วนมาก ผมจะซื้อพวกของมือสอง แต่สภาพดี บางแผ่นยังไม่เคยเล่นเลยซะด้วยซ้ำ แต่เป็นเพลงที่ไม่นิยมที่นี่ แต่ ไปดังระเบิดที่บ้านเรา

การเล่นแผ่นเสียงนี่ ทำให้เสียเวลามากขึ้นกับการที่จะต้องมาพิถึพิถันกับการที่จะต้องรักษาทั้งแผ่นเสียง และ ปรับแต่งเครื่องเล่นแผ่นเสียงให้เสียงออกมาดีที่สุด แต่สิ่งที่ได้กลับมามันเป็นสิ่งไม่สามารถได้จากการเล่นซีดีครับ มันเป็นเสียงแบบที่มีมิติ และมีความคมชัด แบบไม่คมเหมือนกับฟังจากซีดี และที่ผมชอบมากอีกอย่างก็คือ มันมีความสุขแบบบอกไม่ถูกครับ กับการที่บรรจงเอาแผ่นออกมาจากซองแผ่นเสียง ในห้องที่สงบเงียบ แล้ววางลงบนจานหมุน และก่อนที่จะยก tone arm และหย่อนให้ปลายเข็ม ลงบน track ที่ต้องการ ก็ต้องปัดฝุ่นออกจากแผ่นก่อนด้วยแปรงปัดฝุ่นที่สร้างมาโดยเฉพาะ (ค่อนข้างที่จะเรื่องมากครับ)

เสียงจากซีดี ณ ปัจจุบันนี้ได้พัฒนามาไกลมาก จากเสียงที่ค่อนข้างแข็งกระด้าง แห้ง แบน จากการเริ่มต้นเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน มาเป็นโทนเสียงที่อ่อนหวาน อบอุ่น พริ้ว และสามารถที่จะแยกเสียงออกมาเป็นสามมิติมากขึ้น แต่ถ้าเทียบกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงชั้นดี และได้รับการปรับแต่งแล้ว มันคนละเรื่องกันเลยครับ

Rega เป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ผมเคยเป็นเจ้าของมาก่อน ตอนนั้นเล่น Rega Planar 3 Tone Arm RB300 กับ หัวเข็ม Audio Technica AC-OC9 (ซึ่งตอนนี้ก็ยังใช้อยู่ แต่ใช้กับ Roksan Xerxes กับ Naim ARO Tone Arm) เป็นชุดที่ลงตัวมากชุดหนึ่ง เสียงดีครับ ไม่ผิดหวังครับ หาขาตั้งเครื่องแผ่นเสียงดีๆสักตัวจะทำให้เสียงดีขึ้นครับ

เวลามีเวลาก็เอาแผ่นเสียงออกมาฟังบ้างเสมอๆละครับ แต่ไม่ค่อยบ่อยเหมือนเมื่อก่อน เวลาฟังเพลงจำพวก classical ที่มี dynamic range สูงๆนี่ซะใจดีครับ เสียงดนตรีหลายๆชิ้นที่กระหึ่มขึ้นมาพร้อมๆกันมันชัดเจนดีครับ

ส่วน iPOD นี่เสียงดีครับ (ถ้าไม่เอาไปฟัง A/B เทียบกับ turntable) โดยปกติผมจะแปลงเป็น mp3 โดยตั้งอยู่ที่ 256bitครับ และสดวกจริงๆ เวลาหาเพลงนี่หาได้เร็วมาก แต่ทำให้เสียนิสัยอย่างคือ ชอบที่จะข้ามเพลง หรือเป็นประเภทที่ฟังเล็กๆน้อยๆแล้วก็หาเพลงใหม่ฟัง ไม่ค่อยปะติดปะต่อ นอกจากว่าเป็นbackground music แต่ที่ชอบมากที่สุดคือ แปลงเพลงจากแผ่นเสียงเข้ามาเป็น mp3 หรือ wav แล้วเก็บไว้เอาไปฟังในที่อื่นได้โดยที่ไม่ต้องมีเครื่องเล่นแผ่นเสียง (Y) (Y) (Y)

นีออน
24th June 2004, 13:04
** กระแสมาแรง **

Turntable and Longplay กำลังเป็นกระแสในวงการ audiophile บ้านเราตอนนี้ครับ ย้ำว่ามันเป็นกระแสจริงๆครับ

ผมคิดว่านักเล่นเครื่องเสียงรุ่นใหม่อาจจะเริ่มหาอะไรที่มันเล่นไม่ได้แล้วมั้งครับ ก็เลยไปงัดเอา turn มาเล่น และโดยเฉพาะแผ่นมือสองนี่หาได้ไม่ยากนักหากไม่เลือกเพลงนะครับ หากเลือกหาเพลงโปรดจริงๆ ก็ยากชะมัด หากหาได้เห็นแล้วก็แทบจะกระโจนเข้าใส่ครับ อย่างแผ่นของ "Belafonte" คนนี้ผมก็หาแผ่นเก็บไว้ ถึงไม่ใช่คนรุ่นเดียวกับ Belafonte ก็จริงนะครับ แต่ความเป็นศิลปินมันสื่อได้กับทุกยุคทุกสมัย หรือพูดอีกนัยหนึ่งไม่มีวันตกยุคครับ ผมเชื่อว่าพี่ก็น่าจะเป็นแฟนพันธ์แท้ของเขาเช่นกันนะครับ หากพิสมัยเสียงห้าวหาญอันใหญ่แต่มีเสนห์อย่างคนนี้ ฟังแล้วหัวใจโตขึ้นอ่านะ

เป็นความจริงครับ... ความสูขแบบหาไม่ได้กับเครื่องเล่น CD ที่เล่น Turn มันจุกจิกมากๆ มากจนเราเอาใจใส่มันมากเกินไปหรือเปล่า ต้องมานั่งเล็งว่ามีฝ่นเกาะไหมต้องมานั่งเช็ดฝุ่นตั้งแต่แผ่นไปจนถึงแท่นเครื่อง ต้องมาค่อยดูว่าแผ่นเล่นหมดเพลงหรือยัง แต่สนุกตรงยก arm ไปแต่ละแทรกนี่นะสิ อันนี้สนุกกับการเล่นครับ

ผมก็มอง Rega ตัวใหม่เอาไว้ เพราะลองชิมรางดูแล้วว่าตนเองชอบ Turntable แน่นอนหรือเปล่า ก็ชอบครับ ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ มานั่งเล่นเทริน มันสบายดีครับ ก็ดีกว่ากดปุ่มเครื่องเล่น CD แล้วเอาแต่ฟัง เพราะอารมณ์ตอนนั้นมันอยากจะเล่นมากกว่าอยากจะฟัง ก็ประมานนั้นครับ (ถือว่าเป็นของเล่นเพื่อความสูขมากกว่า)

คุณภาพผมว่ามันดีครับ แต่หากต้องการคุณภาพจริงๆ ผมเห็นงบตัว Turn กับชุดหัว และ เข็ม ผมว่าหนักเอาการครับ แทบจะซื้อเครื่องเล่น CD ได้ 3-4 ตัวเลยมั้งครับ

หนก บางหลวง
24th June 2004, 13:37
สงสัยมันจะเป็นอีกขั้วหนึ่ง คล้ายกับกรณีฟิล์ม VS CCD เลยแฮะ

รูปแบบของAnalogue ยังไงๆมันก็มีชีวิตชีวา และอิ่มเอิบ เอมใจ มากกว่ารูปแบบdigital ที่มีเพียง 0 กับ 1

นึกถึงสมัยก่อนที่เคยฟังเพลงจากturn มีคนเอาแผ่น"ครั่ง" ( ไม่ใช่"คลั่ง"นะครับ เด๋วมีคนโดนจับไปเป็นตัวประกัน โดยผู้คลุ้มคลั่ง อิ อิ อิ ) มาเปิดให้ฟัง ผมว่าเสียงมันมีเสน่ห์ไปอีกแบบหนึ่ง อาจจะมีเสียงซ่า.... เหมือนฝนตกให้ได้ยิน แต่มันก็เป็นอีกรสชาดหนึ่ง

แต่หูของผมนั้นมันถูกพรรคพวกจัดไว้ให้เป็นพวกหูกระทะ คือจะฟังเพลงจากสื่อไหน มันก็ไม่เคยบ่น ไม่เคยวิจารณ์ เพื่อนพาไปนั่งฟังลำโพงคู่หนึ่งราคา 7 หลัก ก้อถามมันว่าราคาระดับนี้หนะ ฟังแล้วมันขึ้นสวรรค์ได้หรือ? เกือบโดนเพื่อนทุบตายคาห้องฟังแล้ว อิ อิ อิ โถ.... หูกระทะอย่างผมยังบอกได้เลยครับว่า มันแตกต่างจากลำโพงคู่ละเป็นหมื่นยังไง แต่ราคาครับ ราคา :knock:

นีออน
24th June 2004, 13:40
ใช้ถึงเจ็ดหลักมันก็เกินไปนะพี่นะ ทำอะไรก็ให้มันสายกลางๆก็น่าจะพอดีๆ ไม่ต้องเจ็บใจทีหลัง (ว่า...ตูซื้อมาทำไมฟ่ะ แพงโครต ฮ่าฮา) :drool:

charles
24th June 2004, 14:22
ผมไม่เคยเล่นเครื่องเสียงชุดใหญ่เลย เล่นแต่พวกลำโพง multimedia ติดกับคอม ถูกดี เสียงดีด้วย ตอนนี้ผมก็ใช้อย่างนี้อยู่ครับ

Windows Media Player 9
Altec Lansing 220 + Rocker Subwoofer
Sound Blaster Extigy (Audigy แบบต่อภายนอกนั่นเอง :D )

อยากถามเพื่อนๆ หน่อยว่ามีโปรแกรมเล่นเพลงตัวไหนให้เสียงดีๆ มั่ง ผมกับเพื่อนลองฟังหลายตัวแล้ว สรุปความเห็นได้ว่า PowerDVD นั้นให้เสียงดีสุด รองลงมาก็เป็น Windows Media Player 9 เนี่ยแหละ (พัฒนาก้าวกระโดดมาก ตอนแรกใช้เวอร์ชัน 8 ก็ว่าดีแล้ว มาเป็นเวอร์ชันใหม่นี่ เสียงสุดยอด) แต่เพราะว่า Windows Media Player สะดวกสบายกว่าในหลายๆ เรื่อง ทั้งการ copy เพลงจาก CD ซึ่งสามารถดึงข้อมูล track จากอินเทอร์เน็ตได้เลย รวมไปถึงไฟล์ WMA แบบ Variable Bitrate ที่ถูกใจผมเป็นพิเศษ ผมเลยใช้ตัวนี้ครับ

RUTch
24th June 2004, 14:28
สำหรับผม แปลง CD เป็นMP3 หรือ wmv เอาลง iPAQ เสียบหูฟัง พอแร้ว.......

Plub
24th June 2004, 15:17
โอ้ย...เค้าคุยเครื่องเสียงราคาเป็นแสน มาเหลือแค่MP3เสียบหูฟัง กร่อยเลย...

นีออน
24th June 2004, 15:24
เครื่องเสียงที่ต่อกับคอมฯ ผมไม่ค่อยได้ใส่ใจเป็นพิเศษมากเท่าไร ก็ใช้ Boston กับ Soundblaster 5.1 CH ก็ไม่ค่อยเปิดด้วยครับหากใช้คอมฯ ก็ไม่เปิดเท่าไร เพราะเปิดเครื่องชุดใหญ่ปกติอยู่แล้ว มันก็เปิดตลอด 24 ชม. หากผมอยู่ มันจะเงียบตอนผมหลับอ่ะ หรือไม่อยู่บ้าน เคยเปิดแบบไม่ได้ปิด 3 วันต่อเนือง
เสียงมันพิกลๆครับ อาการคือเสียงมันนุ่มนิ่มไปหมด เหมือนมันจะเหนื่อยเอามากๆ ดังออกมาแบบไม่มีแรงเอาเลย ขนาดเป็น power amp นะครับ ผมเลยต้องจำใจปิดพักเครื่องมัน ฮ่าฮ่า ครึ่งชั่วโมงก็เล่นมันใหม่อีก

CD ก็เปิดเป็นส่วนมา ส่วน Turntable ต้องมีอารมณ์เล่นกันมัน ส่วนเครื่องในคอมฯ ไม่รู้จะมีไว้ทำไม (ไม่ได้เสียบปล๊กลำโพงเลย) ง่ะ
ส่วน MD ก็ไว้ไปข้างนอกอาจจะหลายวันก็พกพาไปด้วยเพลินๆ โดยรวมๆก็ประมานนี้ครับ (เครื่องเล่น CD พังไปสองตัวแล้วเพราะเปิดไม่ได้พักมัน)

RUTch
24th June 2004, 15:32
โอ้ย...เค้าคุยเครื่องเสียงราคาเป็นแสน มาเหลือแค่MP3เสียบหูฟัง กร่อยเลย...

อะแหม มี PPC ต้องใช้ให้มันคุ้มๆหน่อย พกไปไหนมาไหนติดตัวสบายดี คนไม่ค่อยอยู่บ้าน มี CD เป็นกะตั๊ก บางแผ่นไม่ค่อยได้ฟัง เลยต้องเอาย่อย ลง CF วนไปฟังวันละแผ่นสองแผ่นค่อยคุ้มหน่อย

นีออน
24th June 2004, 15:40
โอ้ย...เค้าคุยเครื่องเสียงราคาเป็นแสน มาเหลือแค่MP3เสียบหูฟัง กร่อยเลย...


ฮ่าฮ่า มันก็จริงอ่านะ

คือเรื่องนี้นะมันไม่ได้เกี่ยวว่าจะต้องแพงหรืออะไรมากมายนะครับ ขนาดเคยหันไปเล่น DVD และดูคอนเสริตรจาก DVD DTS ทุกอย่างดีหมด แต่สุดท้ายก็ต้องหันกลับมาเล่นแค่ลำโพงคู่เดียวแต่เซ็ทตำแหนงลำโพงกับห้องดีๆ ขาตั่งเหมาะ ระยะห่างจากหน้าหลังซ้ายขวา หากเซ็ทลงตัว ลำโพงคู่เดียวกับลำโพงประเภมวางหิ้ง ก็ได้เสียงที่ดีมากๆ ดีกว่าเสียง DTS 5.1 CH เสียอีกนะครับ

ส่วน MP3 มันก็เป็นเสียงที่เป็นดิจิตอลเต็มร้อยเปอร์เซ็นครับ ต้องจัดกลุ่มไปอีกแบบหนึ่ง คงเอามาแทบไม่ได้ในกลุ่ม audiophile ครับ ต่อให้เป็น netmd ก็เถอะนะ ยากครับที่จะได้แบบที่กล่าวมาครับ

เรื่องนี้มันเป็นเรื่องคนชอบอ่านะ พูดยากครับ บางคนก็ฟังออก บางคนก็ฟังไม่ออก อันนี้ก็ต้องถือว่าเป็นคนที่โชคดีที่ฟังไม่ออกนะครับ ไม่เสียเงินดี อิอิ


อะแหม มี PPC ต้องใช้ให้มันคุ้มๆหน่อย พกไปไหนมาไหนติดตัวสบายดี คนไม่ค่อยอยู่บ้าน มี CD เป็นกะตั๊ก บางแผ่นไม่ค่อยได้ฟัง เลยต้องเอาย่อย ลง CF วนไปฟังวันละแผ่นสองแผ่นค่อยคุ้มหน่อย


คือจริงๆแล้วพวกที่บ้าเล่นเครื่องเสียงจริงๆ ที่ยอมจ่ายเงินมากๆ มันก็แค่เรื่องเดียวที่ต้องการรีดออกมาครับ คือ "เสียงที่เป็นธรรมชาติ" เลยต้องควักเงินจ่ายแพงไงครับ

นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญของมัน ไม่งั้นก็เล่นมินิคอมโปสบายแห่ะๆ :banana:

RUTch
24th June 2004, 15:55
ฮ่าฮ่า มันก็จริงอ่านะ

...ขนาดเคยหันไปเล่น DVD และดูคอนเสริตรจาก DVD DTS ทุกอย่างดีหมด แต่สุดท้ายก็ต้องหันกลับมาเล่นแค่ลำโพงคู่เดียว...

ก็เคยครับ ถ้าอยู่บ้าน ดู DVD คอนเสริต เพลินตาดี แต่ยังไม่ค่อยสะใจ ผมชอบนอนฟังแล้วหลับ เลยแทนที่จะเอาเงินไปถม กับ DVD ภาพ เลยไปสะสม DVD Audio เสียงเต็มกว่าเยอะครับ เพราะลำโพงผมมันก็อยู่ในตำแหน่งอยู่แล้ว เพราะเป็นห้องทำงานกับห้อง Theater โดยเฉพาะ มาเสียเสียงตรงส่วนที่วางโต๊ะทำงานนั่นแหละไปหน่อยหนึ่ง

charles
24th June 2004, 16:26
พูดไปพูดมา เดี๋ยวจะไม่จบที่ iPAQ

ของผมจบที่หูฟังดีๆ สักอัน แค่นั้นแหละจบเลย สำหรับการดูหนังของผม :silly:

นีออน
24th June 2004, 18:10
DVD Audio

DVD Audio หรือว่า DVD ปิด monitor ครับพี่รุจ เอาให้เครียร์นะ ฮ่าฮา


พูดไปพูดมา เดี๋ยวจะไม่จบที่ iPAQ

ผมก็ว่างั้น โดยเฉพาะป๋ารุจด้วยแล้ว หายใจเข้าหายใจออกก็ ipaq อ่านะ

หนก บางหลวง
24th June 2004, 18:47
เฮ้อออออ เครื่องเสียงราคาแพงโคตรรรรรร ทั้งหลาย ก็ต้องอาศัยห้องฟังที่ดีมากกกกก ประกอบกัน

คนที่มีเงินระดับนั้น จะมีเวลาฟัง หรือใช้งานมันได้คุ้มค่าหรือ????? แล้วก็ส่วนใหญ่ก็มักจะมีอายุมากๆกันแล้วด้วย ความสามารถในการรับฟังเสียงทุกๆความถี่ โดยเฉพาะที่ความถี่สูงๆจะเริ่มมีการlossก่อน 55555 หรือ จะเข้ากับภาษิตที่ว่า เจอไม้งามเมื่อขวานบิ่น อิ อิ อิ

สู้กล้องdigital ม่ายได้ แพงยังไง เราก็ใช้คุ้ม บางคนกดไปเป็นหมื่นแล้วมั๊ง

หลวงลายไทย
24th June 2004, 19:01
คือจริงๆแล้วพวกที่บ้าเล่นเครื่องเสียงจริงๆ ที่ยอมจ่ายเงินมากๆ มันก็แค่เรื่องเดียวที่ต้องการรีดออกมาครับ คือ "เสียงที่เป็นธรรมชาติ" เลยต้องควักเงินจ่ายแพงไงครับ

นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญของมัน ไม่งั้นก็เล่นมินิคอมโปสบายแห่ะๆ :banana:
ที่คุณนีออนว่าไว้ ก็ถูกครับ เท่าที่ทราบคนเล่นเครื่องเสียงยอมจ่ายเงินมากๆ ก็เพราะอยากได้เสียงที่เป็นธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นแบบนั้นครับ

แต่ปรัชญาการเล่นเครื่องเสียงของผมนั้น แตกต่างออกไปครับ ผมไม่ได้แสวงหาเสียงที่เป็นธรรมชาติ แต่ผมเสาะหาเสียงที่ถูกใจครับ

เพราะไม่มีทางที่เสียงสังเคราะห์จะให้เสียงที่เหมือนธรรมชาติได้ ถ้าเราแสวงหาเสียงที่เป็นธรรมชาติ เราจะต้องเสียเงินเปลี่ยนอยู่เรื่อยไปเมื่อเราได้ยินชุดใหม่ที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ และเราจะเปลี่ยนอยู่เรื่อยเมื่อเรารู้จักเสียงธรรมชาติมากขึ้นและเมื่อเราไม่มีปัญหาเรื่องเงินทอง คนที่เล่นเครื่องเสียงลักษณะนี้มักจะมีปัญหาเหมือนกันประการหนึ่งคือ หูพัฒนาเร็วกว่าเงินในกระเป๋าครับ

บางทีคนที่เสาะหาเสียงธรรมชาติก็เกิดอาการหลงตรรกะได้ครับเช่นเพื่อนผมคนหนึ่งมันได้ชุดดูหนังชุดใหม่มาและเรียกผมไปดูพร้อมกับเปิด เพิร์ลฮาเบอร์ให้ดู และคุยว่า
เพื่อน "ภาพสุดยอดเสียงสมจริงว่ะ"
หลวงฯ "อืมมมม...."
เพื่อน "โดยเฉพาะเสียงนี่สมจริงมาก คุณลองฟังเสียงระเบิดปูพรมนี่ซิ สมจริงไหมล่ะ"
หลวงฯ "ไม่ทราบครับว่าสมจริงหรือไม่เพราะผมไม่เคยได้ยินเสียงระเบิดปูพรม ที่คุณว่าสมจริงนะ คุณไปได้ยินที่ไหนมาหรือ ถึงเปรียบเทียบได้"
เพื่อน "?!?! . :dry: :nospam: "

โดยส่วนตัวแล้ว ผมยังเชื่อว่าคล้ายกับนักฟังเพลงท่านหนึ่ง ท่านว่า เสียงของเครื่องเสียงมันก็มีธรรมชาติของมัน เสียงของธรรมชาติมันก็มีธรรมชาติของมัน การเปรียบเทียบเครื่องเสียงกับเสียงธรรมชาติ เป็นการเปรียบเทียบที่ผิดธรรมชาติครับ

นีออน
24th June 2004, 19:19
พี่หลวงตอบถูกครบหมดเลยครับ :banana:

ก็เรื่องจริงที่เครื่องเสียงแต่ละตัว แต่ละชุดมันก็มีเอกลักษณ์ทางเสียงที่ออกมาไม่เหมือนกัน ก็คงต้องพิจารณาแล้วหยุดไว้ในระดับหนึ่ง ก็ไปลงกับคำว่าเดินสายกลาง

แต่คนที่ชอบฟังเพลง บางครั้งเราได้มีโอกาสเดินผ่านได้ยินเสียงอะไรก็คิดอยู่ในใจว่า เพราะดี อ่านะ ทั้งๆที่ว่าไปแล้วเสียงที่มานั้นมันมาจากเพดานฝ้าในห้างสรรพสินค้า หรือจะแหล่งโปรแกรมที่ไม่มีคุณภาพสูง

โดยทั่วไปคนที่ชอบฟังเพลงจะมีจุดนี้กันทุกคน จึงไม่สามารถชี้ชัดไปได้ว่า อะไรที่มันดีที่สุดนะครับ ต่างจิตต่างใจ ต่างสถานที และ ต่างอารมณ์

charles
24th June 2004, 20:15
คุณหลวงลายไทยพูดได้ถูกใจมากๆ ครับ (ปรบมือ แปะๆๆๆๆ :D )

เซ็ทเครื่องเสียงที่ผมใช้อยู่ (ต่อกับคอม) ผมก็เอามันมารวมๆ กัน ให้ได้เสียงที่ถูกใจผม คือได้เบสแน่น นุ่ม ไม่ใช่กระแทกมาเป็นลูกๆ แต่ในขณะเดียวกันเสียงแหลมต้องไม่กุด แล้วก็แหลมถึงใจด้วย รวมไปถึงเสียงต้องมีมิติ ไม่ใช่ออกมามั่วๆ ซั่วๆ ไปหมด

subwoofer ที่ผมใช้ ผมไปยกมาจากพันธุ์ทิพย์ ผมกับเพื่อนเดินฟัง subwoofer ทีละตัว จนกระทั่งได้ตัวที่ถูกใจที่สุด ทุกวันนี้คนอื่นมาบ้านยังชมเลยว่า subwoofer ดีมาก ส่วนลำโพง ผมเปลี่ยนมาหลายรอบมากแล้ว บางครั้งเอาสองตัวมาช่วยกันก็ยังมี สุดท้ายก็มาลงเอยที่ Altec Lansing และก็ิคิดว่าคงไม่เปลี่ยนอีกแล้ว เพราะแค่นี้ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว (สำหรับผม) ที่สำคัญ ถูกใจด้วย

แต่เชื่อไหมว่าขนาดเฟ้นหา sub และลำโพงขนาดนี้ ผมยังต้องมายก Treble/Bass ในไดรเวอร์จนเกือบสุดแน่ะ ถึงจะได้เสียงที่ถูกใจจริงๆ

ถึงตอนนี้ ผมไปเดินฟังพวกเครื่องเสียงหลักหมื่น หลักแสน ผมก็ไม่ค่อยจะใส่ใจ เพราะยังไงเสียงของมันก็ไม่ใช่สไตล์ของผม ถึงจะมีบางตัวที่เข้าขั้น แต่ผมก็ไม่สนใจอยู่ดี เพราะผมมีชุดเครื่องเสียงที่ดีที่สุดในความคิดของผมแล้ว แม้จะไม่ใช่สำหรับคนอื่นก็ตาม

ตอนนี้สิ่งที่ผมเฟ้นหา ก็เพียงแค่ไดรเวอร์ใหม่ๆ โปรแกรมใหม่ๆ และไฟล์ฟอร์แมตใหม่ๆ ที่จะมารีดความสามารถของเครื่องเสียงออกมาให้หมด แน่นอน ของเหล่านี้ ฟรี หรือไม่ก็เสียเงินน้อยมาก

ว่าแต่ ยังไม่มีใครแนะนำโปรแกรมเล่นเพลงดีๆ สักตัวสองตัวเลยอ่ะครับ? :silly:

NaimNatNod
24th June 2004, 23:52
เฮ้.....กระทู้นี้ปั่นขึ้นแฮะ (Y) :D :p :banana: :kiss: :LB:




ว่าแต่ ยังไม่มีใครแนะนำโปรแกรมเล่นเพลงดีๆ สักตัวสองตัวเลยอ่ะครับ? :silly:

ลอง iTunes ดูซิครับ จริงๆผมก็เคยโหลดมาหลายเดือนแล้วเหมือนกันแต่ไม่ได้สนใจจริงจังเท่าไร คิดว่าก็เป็นโปรแกรมเล่นเพลงธรรมดาๆของค่าย Apple เท่านั้น แต่พอได้ iPOD มาพร้อมกับโปรแกรมนี้ ก็เลยลองใช้ดู ผมว่าดีนะให้เสียงได้ดีเลยทีเดียว

ลองดูนะครับ ไม่จำเป็นที่ต้องมี iPOD โปรแกรมนี้ดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ http://www.apple.com/itunes/download/


ส่วน system ก็ยกชุดใหม่ไปทั้งหมด

Power Amp: ADCOM GFA-555 (200WX2)
Pre Amp: NAD C160
CD: NAD C542
SP: Spendor 3/5 SE
Line: Supra over all

เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด .... :banana: :banana: :banana:

5555 :good:

นีออน
25th June 2004, 01:18
เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด ....

จะตอบว่าไงดีนะเรื่องนี้...

คือพูดไปผมก็ต้องท้าวความเล่าถึงอดีตอันนานมาแต่ก่อนโน่นนนน :mad:
ผมชอบอีเลคทรอนิคส์ตั้งแต่ ป.5 อ่านะ ก็เล่นพวกนี้มาแต่เด็ก สมัยเด็กๆผมงัดเครื่องเล่นเทปโอเพ่นรีลซ่ะพังหมด ทีวีอีกเครื่อง และอีกหลายอย่างพังคามือไปหมดช่วงตอนเด็กๆ อ่านะ

มาเริ่มหัดสร้างวิทยุ OTL72 (วงจรวิทยุธานินทร์ยอดนิยม) ตอนอยู่ ม.1 และก็ประกอบแอมม์อีกหลายตัวด้วยกันครับ ไม่ว่าจะเป็น OTL หรือ OCL แม้แต่ Tube กับพันทรานเฟอร์เมอร์เอง

จนจบวิทยาลัยเทคนิค ก็ยังบ้าๆบอๆกับอุปกรณ์เหล่านี้ อาจจะพูดได้ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของผมเลยว่าได้ จนมาถึงยุค personal computer เข้ามาเมืองไทย (เครื่อง PC ชื่อเต็มว่า Persoal Computer) วงจรต่างๆพัฒนาไปไกลมากๆ พี่เคยได้ยินคำว่า แอมม์ตัวนี้กินลำโพงหรือเปล่าละครับ สมัย วงจร OCL เกิดใหม่ๆ มันยังไม่เสถียรเท่าปัจจุบัน ลำโพงอาจจะควันขึ้นได้ง่ายๆ

ครับ...มันก็เป็นแบบนี้มาหลายปีดีดักอ่านะ เล่นมาจากอ่านวงจร วาดลายปริ้น และกัดแผ่นปริ้นเอง บางวงจรไม่มีลายวงจรมาให้ก็ต้องมาออกแบบวงจรเอง

เรื่องเหล่านี้เหมือนเป็นของเล่น แต่มันก็เป็นอาชีพเก่าเมื่อสมัยยังเรียนเทคนิคครับ ผมก็เป็นช่างซ่อมเครื่องเสียงวิทยุโทรทัศน์แล้วแต่จะมีงานเข้าร้าน

หากผมไม่หันหน้าเข้าวงการคอมพิวเตอร์ ป่านนี้ผมคงอยู่ในโรงงานเป็นพนักงานโรงงานไปแล้ว แต่ผมมาไหวตัวทันจึงเปลี่ยนสายอาชีพโทรคมนาคม มาเรียนคอมพิวเตอร์ สมัยก็เป็น DOS 3.1 ที่ผมจับเป็น OS ตัวแรก

ปัจจุบันถึงแม้ว่าผมจะหันมาจับกล้องถ่ายรูป แต่นั้นมันก็แค่ 10% เองได้มั้งกับความรู้ความชำนาญด้านนี้ที่ผมสะสมมานาน

อธิบายอยากเหมือนกันครับ ถ่ายภาพ กับ งานอีเลคทรอนิคส์ มันแตกต่างกันในแง่สมองที่คิดอ่ะครับ ถ่ายภาพมันก็ได้ความรู้สึกที่เรามองเห็น แต่หากเป็นเครื่องเสียงหรืออีเลคทรอนิคส์ มันได้ทั้งความรู้สึกที่สัมผัส และ ความรู้สึกที่มองเห็น และความนึกคิดด้านการพัฒนาการออกแบบด้วยเช่นกัน

ตอนสมัยเรียนก็หัดทำเอง พอสมัยทำงานก็ซื้อมาใช้แทนทำเอง มันต่างกันตรงนี้ แต่ก็ไม่ต่างจากที่เรารู้และเราชอบเท่าไรครับ ไม่ได้ทำเองก็ดัดแปลงเอาบ้างเล็กน้อยครับ ก็สนุกแฮปปี้ไปกับสิ่งเหล่านี้ (คิดเสียว่าเราเอาเงินไปกินเหล้าเท่านั้นก็ไม่เสียดายเงินครับ)

"มันทำให้ผมมีอนาคตที่มั่นคงในปัจจุบัน แรกๆเราเสียเงินเล่นกับมัน พอหลังๆผมต้องทำเงินกับมัน"

"ห้องนั่งเล่นจริงๆ"

เออ พี่รุจครับ เจ้า DVD Audio มันมีจริงๆนะครับ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ SACD (Super Audio Compac Disc) อ่านะ

มันเป็น audio multichanel ครับ ถูกพัฒนาโดย sony และ philips เจ้าเดิมที่สร้าง compac disc เมื่อ 30 ปีก่อนอ่านะ

คุณภาพสูงที่สุดเท่าที่ software ปัจจุบันมีและรองรับอ่านะ DTS ก็สู้ไม่ได้ครับ Dynamic Range สูงมาก 120dB เลยครับ หากเปิดด้วยเครื่องเสียงดีๆ แต่ลำโพงรับ Dynamic Range ไม่สูงพออาจจะขาดได้ครับ

เท่าที่ผมซื้อมาฟังดู ยอมรับครับว่า เสียงจากเงียบสุดไปยังสูงสุด สูงมากครับ เสียงสดมากๆ โดยเฉพาะแผ่นพวกคอนเสริค อ่านะ

ลองหาแผ่น SACD ของ Belafonte ชุด At Carnegie Hall มาฟังดูนะครับ เพราะอันนี้เป็นแบบ Hybride Super Audio CD ครับ แล้วจะทราบถึง dynamic ของ software ตัวนี้หากเครื่องเล่น CD คุณภาพพอไหวนะครับ และชุดเครื่องเสียงด้วยครับ

ลืมแผ่น DTS ไปได้เลย

RUTch
25th June 2004, 08:53
...เออ พี่รุจครับ เจ้า DVD Audio มันมีจริงๆนะครับ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ SACD (Super Audio Compac Disc) อ่านะ...

ก็มี นะซิใครบอกว่า ผมอำละ ก็ผมฟังอยู่ตั้งนานแล้ว คุณแหละไม่เชื่อผมเอง สำหรับแผ่นผมซื้อ ที่นี่ (http://www.zest.co.th/src/main_dvda.php3?lang=en&sid=1088122888) แต่ผมซื้อๆอยู่นี่ก็ไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่นะครับ แต่เห็นคนขายบอกว่ามันคนละตัวกับ SACD นะครับ เพราะ SACD นั้นเป็น Hybrid จะ encode ไว้ 2 Layer อันหนึ่งเป็น CD ธรรมดาๆ ฟังได้ด้วยเครื่องทั่วไป อีกชั้นหนึ่งจะเป็น Super Audio CD เวลาซื้อเขาบอกให้ดูที่ หมวดนี้ (http://www.zest.co.th/src/main_sacd.php3?lang=en&sid=1088122888)

นีออน
25th June 2004, 13:30
แม่นแล้วพี่รุจ (ทันสมัยกับเค้าด้วย)

DVD Audio คนละตัวกับ SACD ครับ เป็นเกรดดีพอๆกัน แต่ผมนิยม SACD มากกว่าครับ ไม่เคยซื้อ DVD Audio มาใช้เพราะเครื่อง DVD วงจรพวก chip มันยังไม่พิถีพิถันมากเท่าเครื่อง CD โดยเฉพาะ SACD

ว่าแต่เดี๋ยวไปยืมพี่มาฟังก็ได้นี่ ไม่ต้องลงทุน อ่ะนะ :banana:

MenInBlack
25th June 2004, 15:32
DVD Audio หรือว่า DVD ปิด monitor ครับพี่รุจ เอาให้เครียร์นะ ฮ่าฮา

พี่รุจครับ เจ้า DVD Audio มันมีจริงๆนะครับ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ SACD (Super Audio Compac Disc) อ่านะ

DVD Audio คนละตัวกับ SACD ครับ เป็นเกรดดีพอๆกัน แต่ผมนิยม SACD มากกว่าครับ พี่รุจคงงงแย่เลย

นีออน
25th June 2004, 19:16
ให้ข้อมูลผิดครับ สรุปพี่รุจใช้ DVD Audio ผมใช้ SACD แต่ผมเข้าใจผิดคิดว่าอันเดียวกัน สรุปก็คือผมจำผิดนะครับ

ตอนแรกแซวพี่เขาว่าพี่เขาเปิด DVD แล้วปิด TV หรือเปล่า ไปๆมาๆผมทำ งง เองเลย ขอโทษด้วยครับ

DVD Audio หากใช้ให้ได้สมบรูณ์รู้สึกว่าต้องมีภาคถอดรหัสด้วยนะครับ และ SACD หากใช้งานจริงก็ต้องเป็นเครื่องเล่นที่ระบุว่า SACD ครับ

SACD มันเป็นระบบ Mutichanel ที่เพิ่มเข้ามา มันก็ทำเป็น 2 Layer อย่างที่พี่รุจว่าไว้

แต่ DVD Audio ผมไม่ทราบว่าเพิ่มตรงไหนนะครับ ได้เปรียบตรงใช้แผ่น DVD นี่แหละ แต่ก็ต้องหาเครื่องถอดรหัสเพิ่ม หรือ DVD รุ่นใหม่ๆที่มี DVD Audio

แล้วพี่รุจเอาเครื่องอะไรเปิด DVD Audio ครับ (อย่าบอกว่าเครื่อง DVD เครื่องเดิมนะ)

soon
25th June 2004, 19:47
......

จริงๆแล้วตอนแรกก็ได้ไปซื้อ Sony NetMD ตามที่ คุณนีออนได้แนะนำ ซึ่งก็ดีทีเดียวแต่เสียตรงทีไม่สามารถก็อปปี้เพลงได้ .........

ขยายความหน่อยซิคร้าบคุณNaimNatNod
มันก๊อปปี้เพลงไม่ได้ จากไหนไปไหน?
จากคอมฯ ไป NetMD หรือจาก NetMD ลงคอมฯ :confused:
แล้ว iPod ก๊อปปี้ผ่านสาย USB ได้ทั้งไปและกลับ?


:) ...........
พี่ครับ... IPOD น่าเล่นมาก :drool: (ราคาด้วย)
...........


NetMD เขาให้อุปกรณ์ใช้ร่วมทั้งชุด???
ส่วน iPod แยกต่างห่าง????? น่าจะแพงกว่าเยอะ

charles
25th June 2004, 21:02
SACD เป็นของ Sony มั๊งครับ ถ้าจำไม่ผิด โดยตัวแผ่นมีความสามารถเหนือกว่า DVD Audio ในทุกด้าน ทำให้ DVD audio ซึ่งถูกวางไว้เป็นตัวแทนของ CD ถึงกับสั่นคลอนไปเลยทีเดียว

แต่ตอนหลังไม่รู้ยังไงกันบ้าง ตอนแรกเห็นจะประกาศ SACD เป็นมาตรฐาน ไปๆ มาๆ คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า ดัน DVD Audio เหมือนเดิม เพราะความพร้อมมากกว่า

แต่ผมก็ยังมีความสุขดีกับ HDCD ครับ อย่างน้อยก็ไม่ต้องซื้อการ์ดเสียงใหม่ :silly:

นีออน
26th June 2004, 03:49
IPOD เป็นเครื่องเล่น MP3 ส่วน NetMD เป็นเครื่องเฉพาะของ NetMD ไม่สามารถก๊อปปี้เพลงจากแผ่น MD มาคอมฯ ได้ หรือจะระหว่าง NetMD ด้วยกัน

SACD คุณภาพเสียงจากที่ฟังมากับตนเอง (ใช้งาน) เหนือกว่า HDCD มากๆแทบไม่ต้องมาเปรียบเทียบกันได้นะครับ

สำหรับ DVD Audio ถึงจะพร้อม แต่ยังให้ความรู้สึกว่ามันเป็นกลุ่มเธียเตอร์มั้งครับ Audiophile จึงมอง SACD มากกว่ามากในวงการเล่นเครื่องเสียงจริงๆ และมีเครื่องทีออกมาจำหน่ายแล้วหลายค่ายด้วยกัน คาดว่าน่าจะป็น standard ได้นะครับ แต่ก็ไม่แรงไปกว่า CD ปัจจุบันแน่นอนมั้งครับ เพราะว่าเพลงที่จะ record ลง SACD จริงๆ ทาง studio ต้องนำ Tape Master มา Record สถานเดียวเลย ยิ่งเพลงรุ่นเก่าก็คงโอกาสน้อยมากที่จะลง SACD ได้อย่างครบ CH ที่มันรองรับนะครับ

เคยฟังแบบผ่านจากร้านนะครับ DVD Audio ก็ไม่น่าต่างจาก DVD ระบบ DTS มากสักเท่าไร เพียงแต่เสียงได้เนื้อเสียงที่ละเอียดกว่า

HDCD เพียงนำ 4 bit ที่เหลือนำมาใช้งานเข้ารหัสเพิ่มเติม อาจจะกล่าวได้ว่าเป็น 20bit ก็ได้นะครับ แต่ SACD มากกว่านั้นครับ ผมจำไม่ได้ว่า 24bit หรือมากกว่าเท่าไร หรืออาจจะ 16bit แบบ 2 Layer ไว้หาเจอแล้วจะมาเล่าให้ฟังครับ


NetMD เขาให้อุปกรณ์ใช้ร่วมทั้งชุด???
ส่วน iPod แยกต่างห่าง????? น่าจะแพงกว่าเยอะ


NetMD ยังน่าใช้อยู่มากในสายตาผมครับ เนื่องจากว่าระบบต่างๆที่ sony ออกแบบมามันก็สมบรูณ์พรั่งพร้อมสมกับเป็น walkman อยู่แล้ว ผนวกกับ software ที่แถมมาเพื่อโอนเพลงจาก CD ลง MD ได้อย่างรวดเร็ว

หากเรามองที่ความจุของเครื่องเล่น MP3 ความจุสูง มันดีครับ แต่ผมไม่ชอบเท่าไร เพราะชอบที่แยกแผ่น หรือ เก็บเป็นแผ่นเลือกฟังได้ตามใจ แผ่น MD ก็ไม่แพงแล้ว ตัวเครื่องก็เล็ก ใช้งานก็นานต่อ batt ชุดหนึ่ง

ส่วนใหญ่ผมใช้ในรูปแบบ pack and go ครับ ก็อยากฟังชุดได้ก็เลือกถ่ายลงไป อันไหนที่ถ่ายลงแผ่นไปแล้วก็เก็บไว้ มันก็เหมือนเทปนี่แหละ

ราคาไม่ถูกเท่าไร แต่ก็ไม่แพงนักครับ คุณภาพเสียงดีกว่า MP3 แน่นอนในระดับบีบอัดที่เท่ากัน

เคยใช้แล้วครับพวก MP3 Hdd ก็ไม่พอใจกับคุณภาพเสียงที่แข็งกระด้างของมันนั้นแหละครับ สำหรับเครื่องเสียงพกพาผมก็ยังรัก NetMD อยู่มากครับ

soon
26th June 2004, 14:49
IPOD เป็นเครื่องเล่น MP3 ส่วน NetMD เป็นเครื่องเฉพาะของ NetMD ไม่สามารถก๊อปปี้เพลงจากแผ่น MD มาคอมฯ ได้ หรือจะระหว่าง NetMD ด้วยกัน..............


ก๊อปปี้เพลงจาก NetMD ผ่านสาย USB ไม่ได้รึคร้าบ
อย่างนี้บันทึกเสียงสดๆ จากไมค์เข้า NetMD แล้วก็จบกัน
ไม่สามารถส่งผ่าน USB เข้าคอมฯ ??? แย่จัง!!!!
หรือว่าต้องใช้วิธีอื่น.............
ก๊อปปี้เพลงผ่านทางช่อง earphone ของ NetMd
เข้าสู่คอมฯ ทางช่อง microphone ได้ใช่ไหมเอ่ย?
แล้วคุณภาพล่ะ????

NaimNatNod
26th June 2004, 17:08
ขยายความหน่อยซิคร้าบคุณNaimNatNod
มันก๊อปปี้เพลงไม่ได้ จากไหนไปไหน?
จากคอมฯ ไป NetMD หรือจาก NetMD ลงคอมฯ :confused:
แล้ว iPod ก๊อปปี้ผ่านสาย USB ได้ทั้งไปและกลับ?

ok เอาตามที่ได้สัมผัสมาด้วยตัวเองเลยนะครับ

เริ่มต้นด้วยที่ NetMD ก่อน ตอนที่ไปซื้อมาตอนนั้น ก็ได้แรงดลใจจากคุณนีออน เห็นว่าจะตั้งศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเพลงกันฟัง เพราะผมก็มีเพลงเยอะพอสมควร และก็ยังมีความอยากที่จะฟังเพลงไทยอยู่เนืองๆ อย่างเช่น เพลงของ เบิร์ดกับเสก เป็นต้น (ขอบคุณครับป๋าพลับ :dry: ) แต่มาติดตรงที่ว่า NetMD จะยอมให้เราอัดเพลงจากซีดีต้นฉบับแล้วแปลงมาเป็นformatของ Sony เองเข้าสู่ NetMD โดยตรง แต่เราไม่สามารถแชร์ไฟล์เพลงให้กับคนอื่นได้ ยกเว้นว่าจะย้ายเพลงจาก NetMD กลับเข้าไปที่ HD ของคอมตัวที่เราอัดมา มันก็เลยไม่รุ่งด้วยเหตุฉะนี้ แต่สำหรับการอัดเพลงจากแผ่นเสียงแล้วแปลงมาเป็น WAV แล้วอัดเข้ากับ NetMD นั้นได้ไม่มีปัญหาอย่างใด เพราะว่าเป็นอนาล็อคเข้ามาก่อนที่จะแปลงเป็นดิจิตัล
ก็เลยเอาไปคืนไปตามระเบียบ :mad:

ต่อมาก็เป็น Creative Zen Nomad 30GB ซึ่งจริงๆแล้วผมก็พอใจนะ สำหรับเรื่องเสียง เพราะว่าอัดได้ทั้ง mp3 variable bit rates, wma และ wav เป็น HD pocket music player ที่ออกแบบมาค่อนข้างที่ดี ราคาเทียบกับ iPOD หรือ ยี่ห้ออื่นแล้ว ถือว่า ตัวนี้ถูกมาก ราคา $229.99 มีมาพร้อมทั้งสาย usb, case, ac adapter, removable rechargable battery, earphones และ program ของ creative เอง เรียกว่าให้มาครบกันเลยทีเดียว และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับกับการก๊อปปี้เพลงครับ
สาเหตุใหญ่ที่ผมเอาไปเปลี่ยนเป็น iPOD มานอกเหนือจากปุ่ม click wheel ที่ผมคิดว่ามันไม่น่าจะทนเท่าหร คือ เรื่อง display ครับ ในที่แสงน้อยๆ นี่เวลามี backlight สีฟ้า แล้วตัวหนังสือสีดำนี่อ่านยากจริงๆ

มาถึงพระเอก iPOD 20GB กันบ้าง เป็น portable music player ที่ design ออกมาเยี่ยมมากจริงๆ รูปทรงกระทัดรัด ดูแล้วมีราคา รุ่นนี้มีมาให้ครบชุดนะครับ มี AC adapter, FireWire IEEE1394 cable พร้อมทั้ง FireWire to USB adapter, iPOD Dock, Earbuds, iTunes program และ inline Remote Control ในราคา $399.99
ตัวนี้ทำได้ทุกอย่างที่ Creative ทำได้ และทำได้ดีกว่าครับ เสียงฟังได้ว่าสะอาดกว่า display อ่านง่ายกว่าแม้กระทั่งที่มีแสงน้อย เพราะว่า backlight เป็นสีขาวตัดกับตัวหนังสือสีดำ iPOD นี่ใช้ switch เป็นแบบ touch sensitive ครับ แปลก ใช้ได้ผล และ ใช้ได้ดีเลยทีเดียว (Y) (Y) (Y) (Y) (Y)
ผมต่อเข้าเครื่องคอมผ่านสาย FireWire ครับ เวลา sync นี่เร็วมากๆ ก็อปปี้เพลงได้ทั้งไปและกลับ แต่ iPOD ไม่สามารถให้เราก็อปปี้เข้าเครื่องคอมเครื่องอื่นผ่าน iTunes ได้ ยกเว้นว่าเราจะใช้โปรแกรม PODUtility ซึ่งเป็นฟรีโปรแกรมหาได้ไม่ยากในเน็ต

ตอนนี้ iPOD ตัวนี้ก็ได้อยู่กับผมเกิน 30 วันแล้ว นั่นก็หมายถึงว่า คืนไม่ได้แล้ว :D :D ก็ทยอยใส่เพลงเข้าไปเรื่อยๆครับ


NetMD ยังน่าใช้อยู่มากในสายตาผมครับ เนื่องจากว่าระบบต่างๆที่ sony ออกแบบมามันก็สมบรูณ์พรั่งพร้อมสมกับเป็น walkman อยู่แล้ว ผนวกกับ software ที่แถมมาเพื่อโอนเพลงจาก CD ลง MD ได้อย่างรวดเร็ว

ครับ ผมเห็นด้วยคับคุณนีออน ในเรื่องที่ว่า NetMD ใช้สนุก และ เสียงดี แต่ กว่าจะคล่องกับตัวโปรแกรมที่แถมมากับ NetMD ก็เล่นเอาผมเหงื่อตกไปเหมือนกัน



หากเรามองที่ความจุของเครื่องเล่น MP3 ความจุสูง มันดีครับ แต่ผมไม่ชอบเท่าไร เพราะชอบที่แยกแผ่น หรือ เก็บเป็นแผ่นเลือกฟังได้ตามใจ แผ่น MD ก็ไม่แพงแล้ว ตัวเครื่องก็เล็ก ใช้งานก็นานต่อ batt ชุดหนึ่ง

สาเหตุที่ผมเลือกที่จะจบลงที่ iPOD นั้นคือเรื่องที่ Display อ่านง่าย หาเพลงง่ายมากๆ และต้องการที่จะรวมเพลงทั้งหมดอยู่ในที่ๆเดียวกัน ตอนนี้เพลงใน playlist ในคอมผม sync กับ iPOD เรียบร้อยแล้วครับ



ส่วนใหญ่ผมใช้ในรูปแบบ pack and go ครับ ก็อยากฟังชุดได้ก็เลือกถ่ายลงไป อันไหนที่ถ่ายลงแผ่นไปแล้วก็เก็บไว้ มันก็เหมือนเทปนี่แหละ

ผมคงเริ่มหนุ่มน้อยลงไปทุกวันแล้วจริงๆ คืออยากจะถ่ายเพลงใน collection ทั้งหมดเข้าไปอยู่ในที่ๆเดียวกัน (iPOD) เวลาที่จะฟังโดยไม่จริงจังนักจะได้หาเพลงได้ง่ายและสดวกสบาย แต่ถ้าจะฟังเป็นเรื่องเป็นราวก็คงจะฟังเอาจากเครื่องชุดใหญ่



ราคาไม่ถูกเท่าไร แต่ก็ไม่แพงนักครับ คุณภาพเสียงดีกว่า MP3 แน่นอนในระดับบีบอัดที่เท่ากัน

ตอนนี้ HDMD ก็ออกมาแล้ว ราคาก็ไม่แพงเท่าไร และแผ่นความจุก็เพิ่มมากขึ้น ซึ้งดีกว่า NetMD ธรรมดา ในแง่ของ ราคา/ความจุ ส่วนที่บอกว่า "คุณภาพเสียงดีกว่า MP3 แน่นอนในระดับบีบอัดที่เท่ากัน" อันนี้ผมไม่แน่ใจนะ เพราะว่าเพลงส่วนใหญ่ที่ผม ripped ออกจาก cd มาเป็น mp3 format นั้นผมเลือกที่จะอัดในแบบ variable bit rates ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่ดีมาก (แน่นอน อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับ analog) ส่วนเพลงที่ดาว์นโหลดมาจากเน็ตทั้งหลาย ส่วนมากก็อย่างน้อง 128 bit rates ซึ้งก็ให้สุ้มเสียงที่ดีแบบที่รับได้



เคยใช้แล้วครับพวก MP3 Hdd ก็ไม่พอใจกับคุณภาพเสียงที่แข็งกระด้างของมันนั้นแหละครับ สำหรับเครื่องเสียงพกพาผมก็ยังรัก NetMD อยู่มากครับ

คุณนีออนถ้าว่าง ลองฟังรุ่นใหม่ๆ ของพวก mp3 Hdd ดูนะครับ มันพัฒนาไปไกลทีเดียว ;)

soon
26th June 2004, 19:51
ขอบคุณคร้าบ

ทีแรกผมยังคิดไปว่าคุณ NaimNatNod เล่นทีเดียว 3 เครื่องซะอีกคร้าบ
เฮ้อ, มะกานี่ดีนะ ไม่พอใจสินค้า-คืนได้เปลี่ยนได้สะดวกดาย
ว่าแต่ Hi-MD นี่บ้านเรายังไม่มีของกระมังคร้าบ


มาถึงพระเอก iPOD 20GB กันบ้าง เป็น portable music player ที่ design ออกมาเยี่ยมมากจริงๆ รูปทรงกระทัดรัด ดูแล้วมีราคา รุ่นนี้มีมาให้ครบชุดนะครับ มี AC adapter, FireWire IEEE1394 cable พร้อมทั้ง FireWire to USB adapter, iPOD Dock, Earbuds, iTunes program และ inline Remote Control ในราคา $399.99

ทั้งหมดนี้ไม่รวม รังถ่าน AA และ กระเป๋าใส่ และ ไมค์สำหรับบันทึกเสียงด้วย รึอย่างไรคร้าบ?


สาเหตุที่ผมเลือกที่จะจบลงที่ iPOD นั้นคือเรื่องที่ Display อ่านง่าย หาเพลงง่ายมากๆ และต้องการที่จะรวมเพลงทั้งหมดอยู่ในที่ๆเดียวกัน ตอนนี้เพลงใน playlist ในคอมผม sync กับ iPOD เรียบร้อยแล้วครับ

เป็นคลังเพลงเคลื่อนที่ ดีจังคร้าบ
แล้วมือกล้องดิจิตอลอย่างคุณ NaimNatNod นี่
ลองถ่ายเทจากเมมมอรี่การ์ดในกล้องมาเก็บไว้ใน iPod รึยังคร้าบ

นีออน
26th June 2004, 22:19
เป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลครับ เหมาะสำหรับท่านที่กำลังหา music portable ไว้ข้างกายอีกสักตัว หากยังไม่มีตัวไหนในดวงใจ อย่าลืมเหลียวไปมอง IPOD เป็นทางเลือกทีดี น่าใช้อีกรายการหนึ่งนะครับ

charles
27th June 2004, 00:18
มาอัพเดตนิดหน่อย ความจริงไม่น่าเรียกว่าอัพเดต เพราะว่าข่าวนานเอาเรื่องแล้ว

เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Windows Media Player 10 Beta ซึ่งตอนนี้ผมได้โหลดมาเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ลง ไว้จะเอาผลการฟังเพลงมาโพสต์ครับ

http://www.microsoft.com/windows/windowsmedia/mp10/default.aspx

สำหรับ iTunes ตอนนี้ผมก็กำลังโหลดอยู่ครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากๆ ครับ และตอนนี้ก็กำลังจะดาว์นโหลด Musicmatch Jukebox 7.5 ด้วย ไว้ดาว์นโหลดครบสามตัวเมื่อไร คงมีเรื่องให้ติดตามแน่นอนครับ :D

ส่วนอันนี้เป็นผลการทดสอบ media player 6 ตัว จาก PC magazine ลองอ่านดูก็ได้นะครับ
http://www.pcmag.com/article2/0,4149,805233,00.asp

กลับมารีวิวแล้วครับ แต่ไม่มีใครโพสต์ต่อเลย สงสัยไปถ่ายแฟชั่นโชว์กันหมด :silly:

เริ่มกันที่ Windows Media Player 10 beta กันก่อนเลยละกัน ถ้าโหลดมาฟังเผินๆ จะนึกว่าไม่มีอะไรแตกต่าง แต่ถ้าตั้งใจฟังนิดนึง (นิดจริงๆ เพราะมันแตกต่างพอควร) จะพบว่ามิติของเสียงกว้างขึ้น จากเดิมเป็นแบบยิงผ่านหู คราวนี้จะกระจายออกไป เสียงทุ้ม เสียงแหลมเป็นธรรมชาติมากกว่าตัวก่อน ถ้าในเพลงมันไม่ลงต่ำ หรือขึ้นสูงจัดจริงๆ มันก็จะไม่ไปตามนั้น ไม่เหมือนตัวก่อนที่จะขึ้นจัด ลงต่ำ เสียงมีรายละเอียดมากกว่าเดิม ฟังแล้วลื่นหู (หรือรื่นหู ???) เสียงแหลมใสกว่าเดิม

สรุปว่าดีกว่าเดิม แต่เพราะมิติที่เปลี่ยนไป ในบางเพลง บางคนอาจจะไม่ชอบเสียงที่ได้ แต่โดยรวมแล้วดีกว่าเดิมครับ

แต่ที่น่าสังเกตุคือ กินทรัพยากรเครื่องมากกว่าเดิมเอาเรื่อง ในบางครั้งถ้าคุณเล่นไฟล์วิดีโอแบบ Full-screen พร้อมๆ กับเปิดโปรแกรมอื่นให้ทำงานเบื้องหลังไปเรื่อยๆ หลายตัวหน่อย จะมีการกระตุกเป็นบางช่วง แต่คิดว่าน่าจะมีการแก้ไขในเวอร์ชันเต็ม

ถัดมาที่ iTune ทดลองฟังดู พบว่าแนวเสียงไปทางโทนอุ่นมากกว่า Windows Media Player แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องอื่นๆ ผมคิดว่าแพ้ Windows Media Player 10 หมด ถ้าจะเปรียบมวยกันอย่างสูสี น่าจะเอาไปเปรียบกับ Windows Media Player 8 มากกว่า

ตัวสุดท้ายกับ Musicmatch Jukebox 8.2 เป็นโปรแกรมเล่นเพลงที่น่าสนใจอีกตัว น่าเสียดายถ้า windows media player 10 beta ไม่ออกมาก่อน โปรแกรมนี้คงจะชนะไปแล้ว เสียงที่ได้สามารถแข่งขันกับ Windows Media Player 9 ได้อย่างสูสี และดีกว่าในหลายส่วนด้วย เพียงแต่ว่ายังไม่สามารถเอาชนะ Windows Media Player 10 ที่มีการพัฒนาไปอีกขั้นได้ อย่างไรก็ตาม มันทำให้ผมต้องสลับฟังระหว่างโปรแกรมสองตัวนี้หลายรอบทีเดียว กว่าจะสรุปออกมาได้

เอาเป็นว่าผมขอยกให้ Windows Media Player 10 Beta เป็นผู้ชนะครับ และหวังว่าในเวอร์ชันเต็มจะปรับปรุงให้เสียงดีกว่านี้ รวมไปถึงกินทรัพยากรน้อยกว่านี้ด้วยครับ

ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นของผม ซึ่งถ้าคนอื่นฟังอาจจะคิดไม่เหมือนผมก็ได้ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมทั้งสามตัวเป็นโปรแกรมฟรี สามารถโหลดได้โดยเสียเพียงค่า internet เท่านั้น จึงไม่เสียหายอะไร ถ้าจะทดลองโหลดมาใช้ทั้งสามตัวครับ

อันนี้เป็นข้อมูลเทียบระหว่าง DVD-A กับ SACD

http://www.techtronics.com/uk/shop/600-dvd-audio-vs-sacd.html

ส่วนอันนี้เป็นข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ SACD ผมว่าสมควรอ่านนะครับ

http://sound.westhost.com/cd-sacd-dvda.htm

soon
27th June 2004, 20:42
คุณ charles คร้าบ
ฟัง ลื่นหู น่ะระวังเสียงจะไหลเข้าไปเสียบส่วนลึกของหูเป็นรูพรุนนะคร้าบ
ฟัง รื่นหู ก็ระวังจะเพลินเพลิดเตลิดไปในอารมณ์กับขวดกลมขวดแบน หุ หุ

ฟังไพเราะเสนาะหู ก็อาศัยลำโพงพร้อมซับวูเฟ่อร์และการ์ดเสียง
ของคุณ charles ใช้แบบไหนบอกกับบ้างซิ :D :banana:

charles
27th June 2004, 20:53
คุณ charles คร้าบ
ฟัง ลื่นหู น่ะระวังเสียงจะไหลเข้าไปเสียบส่วนลึกของหูเป็นรูพรุนนะคร้าบ
ฟัง รื่นหู ก็ระวังจะเพลินเพลิดเตลิดไปในอารมณ์กับขวดกลมขวดแบน หุ หุ

ฟังไพเราะเสนาะหู ก็อาศัยลำโพงพร้อมซับวูเฟ่อร์และการ์ดเสียง
ของคุณ charles ใช้แบบไหนบอกกับบ้างซิ :D :banana:

งั้นผมฟังไพเราะเสนาะหูละกันครับ :D :D ขืนรื่นหู อาจจะฟังไม่รู้เรื่อง :silly:

MenInBlack
28th June 2004, 08:18
อันนี้เป็นข้อมูลเทียบระหว่าง DVD-A กับ SACD

http://www.techtronics.com/uk/shop/600-dvd-audio-vs-sacd.html

ส่วนอันนี้เป็นข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ SACD ผมว่าสมควรอ่านนะครับ

http://sound.westhost.com/cd-sacd-dvda.htm
อ่านที่ คุณ charles ให้มาก็รู้ว่า มีการมั่วนิ่ม อีกแล้ว ไม่เข้าใจบางคน ไม่รู้ก็น่าจะบอกว่าไม่รู้ ไม่มีก็น่าจะบอกว่าไม่มี มานั่งมั่วนิ่มให้ชาวบ้านจับได้อยู่นั่นแหละ


DVD Audio หากใช้ให้ได้สมบรูณ์รู้สึกว่าต้องมีภาคถอดรหัสด้วยนะครับ

charles
28th June 2004, 21:37
อ่านที่ คุณ charles ให้มาก็รู้ว่า มีการมั่วนิ่ม อีกแล้ว ไม่เข้าใจบางคน ไม่รู้ก็น่าจะบอกว่าไม่รู้ ไม่มีก็น่าจะบอกว่าไม่มี มานั่งมั่วนิ่มให้ชาวบ้านจับได้อยู่นั่นแหละ

ผมเองก็ไม่ใช่นักเล่นเครื่องเสียงอะไรมากมายนักหรอกครับ แต่มีความสุขกับการฟังเพลง เจอข้อมูลอะไรในเน็ตก็อยากเอามาแบ่งปันกันบ้าง

ผมเคยอ่านเรื่อง SACD ใน QuickPC มาก่อน ซึ่งจากเสปคที่ลงในหนังสือนั้น ถือว่าดีสุดยอด แต่พอมาดูในเว็บก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมกลายเป็นอย่างนี้ ???

แต่ผมมีข้อสังเกตุอย่างหนึ่ง คือพวก bit หรือ khz ของ SACD นั้น หาได้ค่อนข้างยาก แม้กระทั่งเว็บ official ก็ไม่ยอมเขียนไว้ให้ชัดเจน เบี่ยงๆ ไปเรื่องอื่นเรื่อย กว่าจะเจอตารางนี้ก็ใช้เวลานานพอตัว

ผมยอมรับครับว่าไม่รู้ เพราะไม่ได้ใช้ ไม่มีการมั่วนิ่ม แต่ผมอาจจะได้ข้อมูลมาผิดๆ

อย่างไรถ้าคุณ MenInBlack รู้รายละเอียดที่แท้จริง ก็ช่วยกรุณาไขให้กระจ่างเถอะครับ เอาในทุกๆ เรื่องเลยครับ จะได้ไม่เป็นข้อกังขากันต่อไป

RUTch
28th June 2004, 22:30
คงไม่เกี่ยวกับคุณ charles มั้งครับ เพราะคุณ charles อ้างอิงถึงข้อมูล จาก WebSite ไม่ได้เขียนเอง

นีออน
28th June 2004, 22:51
ไม่แวะมาสองวัน อ่านะ...

เค้าไม่ได้ว่าคุณ charles หรอกครับ...
เค้าว่าที่กระผมที่ว่ามั่วนิ่ม

อยากบอกว่า วันหน้าก็ว่าให้ตรงชื่อ ระบุชื่อให้ชัดๆนะครับ เดี๋ยวเพื่อนๆที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยโดนหางเลขกันไปหมด

การให้ข้อมูลผิดพลาดมันก็ไม่ดี หากเห็นว่าผิดก็แจ้งให้ทราบ อันนี้ดีอยู่แล้วครับ

ลดอาการด่าลงบ้าง ผิดถูกตรงไหนก็แจ้งให้ทราบ เมื่อผิดก็แก้ไขให้มันถูกครับ
ผมก็ออกมารับว่ารู้ข้อมูลผิดสำหรับ DVD Audio ขนาดคนขายยังบอกผมผิดมาเหมือนกัน นับประสาอะไรที่ผมจะฟังมาผิดๆ

ขอบคุณ charles ด้วยนะครับสำหรับข้อมูลที่ยอมเสียเวลาหามาให้ดูกัน ขอบคุณครับ :drool:


อ่านที่ คุณ charles ให้มาก็รู้ว่า มีการมั่วนิ่ม อีกแล้ว ไม่เข้าใจบางคน ไม่รู้ก็น่าจะบอกว่าไม่รู้ ไม่มีก็น่าจะบอกว่าไม่มี มานั่งมั่วนิ่มให้ชาวบ้านจับได้อยู่นั่นแหละ


ผมอ่านใจความที่เขียนแล้ว ผมรู้สึกไม่ชอบเลย เสียบรรยากาศของห้องนั่งเล่นหมดนะครับ

ห้องนั่งเล่นก็มีไว้พักผ่อน ไว้คุยเล่นกันคลายเครียด ลดความตึงลงบ้างเถอะครับ อยากให้เป็นห้องสบายๆ สักห้องหนึ่งครับ


อ่านที่ คุณ charles ให้มาก็รู้ว่า มีการมั่วนิ่ม

ถามจริงๆ ว่าคุณเขียนแบบนี้ลง "ลงคอ" ไปได้ยังไง อ่านแล้วรู้สึกหดหู่ใจ นี่หรือน้ำใจให้แก่กัน

อยากให้มีน้ำใจ และ กำลังใจให้แก่กันบ้างครับ อยู่กันได้ก็ด้วยน้ำใจแก่กันนะครับ

โอเคนะครับ ประเด็นนี้ขอให้จบเท่านี้นะครับ รักษาน้ำใจกันดีกว่าครับ

คนต่อไปก็โพสเรื่องเครื่องเสียงต่อกันไปดีกว่าครับ
ขอบคุณครับ.

RUTch
28th June 2004, 23:07
...ห้องนั่งเล่นก็มีไว้พักผ่อน ไว้คุยเล่นกันคลายเครียด ลดความตึงลงบ้างเถอะครับ อยากให้เป็นห้องสบายๆ สักห้องหนึ่งครับ

นั่นซิครับ หยุดนิ่งสยบเคลื่อนไหว ... (Y) :p

charles
28th June 2004, 23:15
โดเรมีฟาซอลล๊าาาาา

งั้นเปลี่ยนเรื่องมาเรื่องเพลงกันดีกว่า เพื่อนๆ ชอบเพลงไหนมากที่สุดในชีวิต (ณ ปัจจุบัน) เอาแค่เพลงเดียวนะครับ

ผมชอบโหวตให้ Ashitae ของ ryoko hirosue ละกัน ฟังมาสามปีแล้ว ฟังเกือบทุกวัน :D

สงสัยจะทะลุไปอีกหลายหน้าก็งานนี้แหละ :silly:

นีออน
28th June 2004, 23:17
กลับมารีวิวแล้วครับ แต่ไม่มีใครโพสต์ต่อเลย สงสัยไปถ่ายแฟชั่นโชว์กันหมด :silly:

เริ่มกันที่ Windows Media Player 10 beta กันก่อนเลยละกัน ถ้าโหลดมาฟังเผินๆ จะนึกว่าไม่มีอะไรแตกต่าง แต่ถ้าตั้งใจฟังนิดนึง (นิดจริงๆ เพราะมันแตกต่างพอควร) จะพบว่ามิติของเสียงกว้างขึ้น จากเดิมเป็นแบบยิงผ่านหู คราวนี้จะกระจายออกไป เสียงทุ้ม เสียงแหลมเป็นธรรมชาติมากกว่าตัวก่อน ถ้าในเพลงมันไม่ลงต่ำ หรือขึ้นสูงจัดจริงๆ มันก็จะไม่ไปตามนั้น ไม่เหมือนตัวก่อนที่จะขึ้นจัด ลงต่ำ เสียงมีรายละเอียดมากกว่าเดิม ฟังแล้วลื่นหู (หรือรื่นหู ???) เสียงแหลมใสกว่าเดิม

สรุปว่าดีกว่าเดิม แต่เพราะมิติที่เปลี่ยนไป ในบางเพลง บางคนอาจจะไม่ชอบเสียงที่ได้ แต่โดยรวมแล้วดีกว่าเดิมครับ

แต่ที่น่าสังเกตุคือ กินทรัพยากรเครื่องมากกว่าเดิมเอาเรื่อง ในบางครั้งถ้าคุณเล่นไฟล์วิดีโอแบบ Full-screen พร้อมๆ กับเปิดโปรแกรมอื่นให้ทำงานเบื้องหลังไปเรื่อยๆ หลายตัวหน่อย จะมีการกระตุกเป็นบางช่วง แต่คิดว่าน่าจะมีการแก้ไขในเวอร์ชันเต็ม

ถัดมาที่ iTune ทดลองฟังดู พบว่าแนวเสียงไปทางโทนอุ่นมากกว่า Windows Media Player แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องอื่นๆ ผมคิดว่าแพ้ Windows Media Player 10 หมด ถ้าจะเปรียบมวยกันอย่างสูสี น่าจะเอาไปเปรียบกับ Windows Media Player 8 มากกว่า

ตัวสุดท้ายกับ Musicmatch Jukebox 8.2 เป็นโปรแกรมเล่นเพลงที่น่าสนใจอีกตัว น่าเสียดายถ้า windows media player 10 beta ไม่ออกมาก่อน โปรแกรมนี้คงจะชนะไปแล้ว เสียงที่ได้สามารถแข่งขันกับ Windows Media Player 9 ได้อย่างสูสี และดีกว่าในหลายส่วนด้วย เพียงแต่ว่ายังไม่สามารถเอาชนะ Windows Media Player 10 ที่มีการพัฒนาไปอีกขั้นได้ อย่างไรก็ตาม มันทำให้ผมต้องสลับฟังระหว่างโปรแกรมสองตัวนี้หลายรอบทีเดียว กว่าจะสรุปออกมาได้

เอาเป็นว่าผมขอยกให้ Windows Media Player 10 Beta เป็นผู้ชนะครับ และหวังว่าในเวอร์ชันเต็มจะปรับปรุงให้เสียงดีกว่านี้ รวมไปถึงกินทรัพยากรน้อยกว่านี้ด้วยครับ

ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นของผม ซึ่งถ้าคนอื่นฟังอาจจะคิดไม่เหมือนผมก็ได้ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมทั้งสามตัวเป็นโปรแกรมฟรี สามารถโหลดได้โดยเสียเพียงค่า internet เท่านั้น จึงไม่เสียหายอะไร ถ้าจะทดลองโหลดมาใช้ทั้งสามตัวครับ

ผมเข้าใจว่า... อนาคตอีกไม่ไกลนัก คอมพิวเตอร์ก็คงเป็น music center ได้แล้วอ่านะ ถึงเวลานั้น software (แผ่นเพลง) ก็คงจะขายกันเป็นแบบไฟล์ส่งขายกันได้ในเนทนะครับ เพราะกว่าจะถึงยุคนั้น internet คงมี speed ที่สูงๆกันหมดแล้ว

ก็น่าสนใจนะครับ กับเครื่องเสียงที่ build in pc computer มันเป็นอนาคต อนาคตมันไม่แน่ครับ แต่ที่แน่ๆ เทคโนโลยี่มันก็มีมาให้เราจับจ่ายซื้อหาเพิ่มขึ้นกันทุกๆปี ขนาด dvd ยังเปิดดูกันได้ในรถยนต์แล้วเลยสมัยนี้ อีกหน่อยมันจะไม่มี mini computer ที่ติดอยู่ในเครื่องเสียงรถยนต์เชียวหรอครับ

อะไรมันก็เป็นไปได้ อ่านะ สำหรับอนาคต ก็คงต้องดูศึกษากันไปว่าจะมีอะไรออกใหม่ มีอะไรที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นมารตฐานอ่านะ


ผมชอบโหวตให้ Ashitae ของ ryoko hirosue ละกัน

เดี๋ยวๆ เดี๋ยวครับ... อิอิ ผมไม่สันทัดเพลง japan อ่ะ
โปรดแนะนำแนวเพลงให้ทราบก่อนนะ ถ้าให้ดี ส่ง mp3 มาให้ฟังได้ยิ่งแจ๋ว (Y) อ่ะ อิอิ (หาของฟรีฟังอีกแล้วเรา) :drool:

charles
28th June 2004, 23:52
เดี๋ยวๆ เดี๋ยวครับ... อิอิ ผมไม่สันทัดเพลง japan อ่ะ
โปรดแนะนำแนวเพลงให้ทราบก่อนนะ ถ้าให้ดี ส่ง mp3 มาให้ฟังได้ยิ่งแจ๋ว (Y) อ่ะ อิอิ (หาของฟรีฟังอีกแล้วเรา) :drool:

อืมมม เป็น J-POP กระมังครับ (ไม่สันทัดแนวเพลง :silly: ) เนื้อหาเกี่ยวกับการที่คนๆ นึงต้องเดินทางไปอยู่ที่ห่างไกลโดยลำพัง (เท่าที่ผมแปลนะ เปิดดิกแทบทุกตัวกับความรู้ไวยากรณ์ระดับหางอึ่ง ไม่รู้ว่าจะแปลผิดเปล่า อิอิ แต่คงไม่หรอก แปลตั้งสองรอบแน่ัะ) ผมชอบตรงเวลาขึ้นเสียงสูง แล้วก็เครื่องดนตรี ประโคมมาถึงใจดี (ใจผมนะ อิอิ)

ส่วนเรื่องการ request เพลง กรุณาขอเพลงหลังไมค์ ผ่าน MSN นะครับ :D :D

นีออน
28th June 2004, 23:55
เวปไซต์ทำโดยคนไทย หัวใจญี่ปุ่น

SONG JAPAN (http://www.songjapan.com)

เวปเพลงอันดับหนึ่งของเมืองไทย

charles
29th June 2004, 00:08
เวปไซต์ทำโดยคนไทย หัวใจญี่ปุ่น

SONG JAPAN (http://www.songjapan.com)

เวปเพลงอันดับหนึ่งของเมืองไทย

ขอบคุณครับ เพลงนี้เลยครับ

http://www.songjapan.com/listen.php?id=949

แต่ว่าฟังแบบนี้แล้ว เสียงมันอู้ๆ แล้วก็เครื่องดนตรีจากสามสิบหายกลายเป็นสาม (เปรียบเปรย ไม่ได้นับจริงๆ นะ :D ) เอาเป็นว่าถือเป็นตัว preview ละกันครับ คืนนี้คงพอแค่นี้แล้ว ราตรีสวัสดิ์ครับ คุณ นีออน และเพื่อนๆ ชาว ThaiD ทุกคน

RUTch
29th June 2004, 00:19
เวปไซต์ทำโดยคนไทย หัวใจญี่ปุ่น

SONG JAPAN (http://www.songjapan.com)

เวปเพลงอันดับหนึ่งของเมืองไทย

พอจะสนใจตามเข้าไปดูเสียหน่อย ชอบนักร้องสาว ญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักดี พอเห็นสปอนเซอร์ เวปนี้แล้ว ขนลุกสยอง ปิดแทบไม่ทันเลย :dry: :dry: :cry: :cry:

นีออน
29th June 2004, 00:41
อ่านะพี่รุจ สปอนเซอร์น่ากัวไปหน่อย ฮ่าฮ่า...
อีกไม่นานก็โดนปรับปรุงไปหมดแหละครับ สปอนเซอร์แบบนั้นโดนเฉดหัวออกไปหมดไม่ช้าอ่านะ คิคิ

ที่ผมชอบ...คือเวปนี้สไตล์หนักดีครับ

NaimNatNod
29th June 2004, 01:27
ใจเย็นๆไอ้น้อง :D

ว่าแต่ว่า Turntable ตอนนี้ใช้ของอะไรอยู่ล่ะ

ถามคุณนีออนครับ

นีออน
29th June 2004, 03:19
ผมใช้ของมือสองครับ เก่ามากๆ เป็นยี่ห้อ Mcdonald 610 Profresonal แต่เก่าเกินแกงแล้วครับพี่

คาดว่าต้นเดือนหน้าจะไปคว้า Rega มานอนกอดสักหน่อยหาก ผบ. อนุมัตอ่านะ แต่ถึงไม่อนุมัต ผมก็คว้ามาแน่นอนอ่านะ (ห้ามไม่ได้สักครั้ง)

แต่ Turn ตัวเก่าที่ผมคว้ามาใช้ ผมแค่ลองสัมผัสว่าผมรักที่จะเล่นเครื่องเล่นแผ่นเสียงจริงๆหรือเปล่า

ผลสรุป
ผมไม่แน่ชัดครับว่าชอบมันมากแค่ไหนนะครับ เพียงแต่เวลาที่ผมฟุ้งซ่านไม่ว่ากับอะไรมา ผมจะสงบสติอารมณ์กับการไปนั่งเปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียง แล้วก็ยกอาร์มเปลี่ยนเพลงเล่นไปมา แก้อาการคันไม้คันมาในอารมณ์ได้เป็นอย่างดี อ่านะ

แต่ด้วยงบของ Rega ไม่ได้สูง จึงคิดว่าไม่พลาดมันแน่ครับ อย่างน้อยผมก็รักที่จะเล่นมันบ้างไม่มากก็ไม่น้อยเกินไปที่จะจ่ายไปกับมัน

แต่ pre ของ NAD C160 ผมไม่แน่ใจว่าจะเอาอยู่หรือเปล่านะครับ แต่ข้อดีของ pre รุ่นนี้ก็คงตรงที่มันเป็น Class A แบบ Pure Class A นี่แหละ
ผมสังเกตุว่า pre ตัวนี้ไม่มีน้ำเสียงออกไปทางใดทางหนึ่ง หรือ อาจจะคิดเข้าข้าง C160 ไปหน่อยว่ามันถ่ายทอดเสียงออกมาอย่างตรงไปตรงมา อย่างเปิดเผย หรือที่เรียกว่า No Color Sound อะไรแบบนั้น (ผมอาจจะคิดเข้าข้างมันไปหน่อยครับ)

กับ Pre ตัวอื่นๆไม่มีที่ถูกใจ นอกจาก คอนราจ์ อ่านะ

ขอคำแนะนำเรื่องการเล่น Turntable ด้วยนะครับ ผมยังอ่อนวัยกับมันอยู่้มากๆครับ

ต้องการคำชี้แนะครับ :LB:

NaimNatNod
29th June 2004, 15:42
ขอคำแนะนำเรื่องการเล่น Turntable ด้วยนะครับ ผมยังอ่อนวัยกับมันอยู่้มากๆครับ

ต้องการคำชี้แนะครับ :LB:

การที่จะเล่น Turntable ให้สนุก ต้องทำความรู้จักกับระบบซักหน่อยครับถึงจะเล่นสนุก ประวัติความเป็นมาของ Turntable อ่านได้จากที่นี่ครับ
http://www.enjoythemusic.com/tablehistory.htm

เริ่มต้นด้วยว่าเราจะเล่น Turntable แบบไหน แบบ Direct Drive หรือ Belt Drive
Turntable ที่โด่งดังของระบบ Direct Drive คือ รุ่น SL1200 Mark II ของ Technics (ตอนนี้เป็น Mark V แล้ว) ที่นิยมใช้ในเธคทั้งหลาย แต่จะไม่นิยมในหมู่ audiophile

Turntable System จะประกอบด้วย ตัว Turntable + Tonearm + Cartridge แต่ละส่วนก็จะสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

Turntable ส่วนใหญ่ที่ชาว audiophile นิยมมีใตชุดเครื่องเสียงตามบ้านจะเป็นแบบ Belt Drive ซึ่งมีหลากหลายยี่ห้อมาก ไม่ว่าจะเป็น Linn, Rega, Pink Triangle, Basis, Oracle, ClearAudio, Bluenote, J.A. Michell, Kuzma, SME, Pro-ject, Thorens, Dual, Elite Townshend, Goldmund, Heybrook, Lloyds, Maplenoll, Micro Seiki, Music Hall, NAD, Revolver, Sonographe, SOTA, Systemdek, Versa Dynamics, VPI, CJ Walker, Well Tempered และ Roksan ที่ผมใช้อยู่

มี Turntable แล้วก็ต้องหา Tonearm ที่เหมาะสมกับ Turntable ซึ่งมีหลายยี่ห้อที่เสียงดีหาได้ในราคาพอสมควร อย่างเช่น Rega RB300, SME Series 309, IV, V, Kuzma, Graham หรือ Naim ARO ที่ผมใช้อยู่

ส่วนหัวเข็มก็เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอีกตัวหนึ่งของ Turntable system จะเป็นสองแบบใหญ่ๆคือแบบ Moving Magnet (MM) กับ Moving Coil (MC) เท่าที่ทราบตอนนี้ Pre-amplifier รุ่นใหม่ๆนี้ ถ้าต้องการที่จะให้เล่น Turntable system ได้ด้วย ก็ต้องซื้อ Pre pre-amplifier ต่างหากซึ่งเอามาเป็นตัวขยายสัญญาณเสียงอันเบามากที่มาจาก Turntable system ให้มีระดับใกล้เคียงกับ sources อื่นๆ อย่างเช่น CD, DVD, Tuner หรือ AuX

เรื่องมากครับ เรื่องมากจริงๆ ถ้าใจไม่รักจริงๆ เดี๋ยวนี้คงไม่มีใครเขาเล่นกันแล้วครับ แต่ถ้าจะเล่นจริงๆ Rega ก็เป็นตัวเลือกที่ดีครับ ซึ่งเมื่อก่อนผมก็เคยเล่นมาแล้ว Rega Planar 3 ซึ่งมาพร้อมกับ RB300 Tonearm และแนะนำหัวเข็ม Audio Technica AC-OC9 ครับ น้ำเสียงชุดนี้ออกมาลงตัวดีมากครับ ราคาก็สมเหตุสมผลดีครับ

การเล่นแผ่นเสียงมีหลักใหญ่ๆอยู่ตรงที่ว่าเวลาเก็บแผ่นเสียงให้วางตั้งครับ อย่างวางนอน ศัตรูตัวร้ายของแผ่นเสียงคือ ฝุ่น และ ความร้อน ถ้าระวังตรงนี้ได้ ก็จะลดอาการเสียง ซ่า ป๊อป คลิ๊ก และ อาการตกร่องได้มากพอสมควร ถ้าจะบ้ากันจริงๆ ก็น่าจะหา VPI model 16.5 Record Vaccuum Cleaner มาใช้สักตัว เอาฝุ่นออกได้หมดจดจริงๆครับ

ความสุขกับการเล่น Turntable System ของผมคือได้ทำอะไรที่มากกว่าการใส่แผ่นซีดีเข้าไปในเครื่องเล่นซีดีแล้วกดปุ่ม Play ขั้นตอนจริงๆ ก็คือเลือกแผ่นที่ต้องการจะฟัง ดึงซองในออกมาจากซองนอก บรรจงจับแผ่นตรงขอบแล้วนำไปวางลงบน Platter หรือจานหมุน เสร็จแล้วใช้แปลงปัดฝุ่นที่สร้างมาโดยเฉพาะปัดฝุ่นออกซะหนึ่งรอบ แล้วยก Tonearm ไปตรงร่องแผ่นเสียงโดยหย่อนให้ปลายหัวเข็มลงตรงช่วงเริ่มต้นของแผ่นหรือรอยแยกของเพลง เสร็จแล้วก็เอาปกแผ่นเสียงเดินไปนั่งตรงกลางโซฟาเพื่อที่จะนั่งฟังเพลงที่อยากงจะฟัง พร้อมทั้งชำเลืองหรืออ่านปกแผ่นเสียงไปด้วยเวลาที่ฟังเพลงไป

มันให้ความรู้สึกที่ดีไปอีกแบบครับ ถ้า เทียบกับการฟังเพลงจากซีดีหรือ iPOD ขอบคุณครับถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะมีอะไรตกหล่นไปบ้าง ก็ขออภัย

สำหรับเพื่อนๆที่เข้ามาใหม่ก็ลองเข้าไปอ่านที่กระทู้นี้ดูนะครับ
http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=6574&page=1&pp=15

นีออน
29th June 2004, 16:37
ครับ...ค่อยๆ บรรจงวางแผ่น ค่อยๆบรรจงวางอาร์ม...

ค่อยๆ บรรจง...เขียนให้ฟัง...

ผมย้อนกลับไปดูห้องฟังเพลงพี่ใหม่... หือๆ อิจฉาซ่ะกระไรอ่านะ
มันเป็นมุมพักผ่อนจิงๆ (นึกภาพออกเลย)

เขียนมาพอทำให้เข้าใจ พอเดินเข้าไปคุยกับคนขายรู้เรื่อง พอที่จะเถียงมันได้ว่าต้องการแบบนี้ไม่ใช่ยัดมือมาขายแบบนี้อ่านะ

สรุป Rega + RB300 + Audio Technica AC-OC9 ตามสเปคนี้เลย...

...ว่าแล้วเดินไปเปิด "Take Five" เร้าใจ...ปลุกใจเลยดีกว่า (Time Out เป็นแผ่นโปรดแผ่นหนึ่ง) โดยเฉพาะ take five นี่มันเร้าใจดี

มีคนปล่อย

- DUAL 415 พร้อมหัวเข็ม 7,500
- Pro-ject 1 XPRESSION 25,000 พร้อมหัวเข็ม REGA รุ่นซุปเปอร์อีลี่
- Technics SL 10 Quartz Direct Drive Automatic Turntable System Arm linears 4,500
- Piomeer PL-200 Direct Drive Automatic Turntable System มีหัวเข็ม Shure m75 ราคา 5,500

Pre Phono
linn linto 48,000 สภาพ 100%

และ Planar 25 ใช้ Rega หรือเปล่า มันคืออะไรครับพี่
โดยส่วนตัวผมสนใจตัวนี้ Pro-ject 1 XPRESSION, Rega

ช่วยแนะนำด้วยพี่ :knock:

พี่ตอบผมช้าง่ะ :knock:

ผม lock Pro-ject 1XPRESSION ไปแล้วนะครัตามรูปเลยครับ :banana:

ตัว Rega Planar 25

ได้ราคามา 25,000 ไม่มีหัว

คุณ charles ครับ... ตอนที่ msn มาพอดีผมติดโทรศัพท์ลูกค้าอยู่เลยคุยไม่สะดวก พอกลับมาคุณออกไปล่ะ

ผมเห็นรูปนี้แล้ว :drool: น้ำลายหกแม่ะๆ :drool: :drool: :drool:

charles
29th June 2004, 18:53
คุณ charles ครับ... ตอนที่ msn มาพอดีผมติดโทรศัพท์ลูกค้าอยู่เลยคุยไม่สะดวก พอกลับมาคุณออกไปล่ะ

ผมเห็นรูปนี้แล้ว :drool: น้ำลายหกแม่ะๆ :drool: :drool: :drool:

ไม่เป็นไครับ

แต่อย่าน้ำลายหกมากไปนะครับ เดี๋ยวคนรอบข้างจะสงสัย (มันดูอะไรอยู่เนี่ย???) :D

NaimNatNod
29th June 2004, 22:42
พี่ตอบผมช้าง่ะ :knock:

ผม lock Pro-ject 1XPRESSION ไปแล้วนะครัตามรูปเลยครับ :banana:


จะไม่ไห้หลับให้นอนกันบ้างเลยรึไง :knock: :knock: :knock:

โดยส่วนตัวแล้ว ผมค่อยคุ้นกับ Pro-ject 1XPRESSION เท่าไร แต่เท่าที่ดูสเปคแล้วก็น่าจะโอเค

แต่ส่วนตัวแล้วยังเชื่อว่า Rega น่าเล่นกว่า โดยเฉพาะ P25 ด้วยแล้ว ถ้าขยับขึ้นไปถึง ซื้อได้เลยครับ จะดีกว่า P3 เยอะ Tonearm RB600 จะเป็นรุ่น upgrade version ของ RB300

อ้อ.... ถ้าเล่น OC9 นั้น ต้องซื้อ Pre-pream เป็นแบบ MC นะครับ Out put มันต่ำกว่า MM แต่จะสูงกว่า MC ทั่วๆไป ขับไม่ยากครับ (Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

นีออน
29th June 2004, 23:02
โอเคครับ ผมเชื่อพี่

ตกลง Rega Planar 25 นะครับ (งบ 25,000) และจองได้แล้ว

ขั้นต่อไปขอชื่อรุ่นหัวเข็มด้วยครับ (ผมชอบ MC) (หากทราบราคาก็จะดีนะครับ)
pre ผมเล่น mc และ mm ได้ครับ (NAD C160)

เร็วๆป๋า...ทำเวลาหน่อย :knock:

NaimNatNod
29th June 2004, 23:08
โอเคครับ ผมเชื่อพี่

ตกลง Rega Planar 25 นะครับ (งบ 25,000) และจองได้แล้ว

ขั้นต่อไปขอชื่อรุ่นหัวเข็มด้วยครับ (ผมชอบ MC) (หากทราบราคาก็จะดีนะครับ)
pre ผมเล่น mc และ mm ได้ครับ (NAD C160)

เร็วๆป๋า...ทำเวลาหน่อย :knock:

ก็ Audio Technica AC-OC9 นั่นแหละครับ ราคาไม่แพง แต่เสียงเยี่ยม (Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

แล้วตอนนี้มีกี่แผ่นแล้วล่ะ :D :D :D

นีออน
29th June 2004, 23:12
ผมเห็นมีคนบอกว่าหัวของ Rega แบบ MC นะ ราคา 5 พันนิดๆ (เป็นไปได้หรอ)
มี 2 แผ่นเองนะ...

Audio Technica AC-OC9 ราคาประมาน ???

ยัง baby อยู่ อิอิ :drool:

NaimNatNod
29th June 2004, 23:14
แล้วอย่าลืมซื้อสิ่งจำเป็นตามนี้ด้วยล่ะ

เครื่องวัดความกดของหัวเข็ม - เอาไว้ตั้งค่าแรงกดของหัวเข็มตามที่โรงงานกำหนดมา อย่างของ OC9 นี่จะอยู่ที่ 1.8 กรัม

แปรงปัดฝุ่นจากหัวเข็ม

แปรงปัดฝุ่นแผ่นเสียง

Anti-Static Gun ไม่แน่ใจว่าที่เมืองไทยควรต้องใช้หรือเปล่า ที่เมืองนอก จะมีไฟฟ้าสถิตเยอะ

แล้วสุดท้ายก็อย่าลืมถ่ายรูปมาให้ดูด้วย :p :good: (Y) :LB: :dry: ;)

นีออน
29th June 2004, 23:17
เครื่องวัดความกดของหัวเข็ม
แปรงปัดฝุ่นจากหัวเข็ม
แปรงปัดฝุ่นแผ่นเสียง

แปรงปัดฝุ่นจากหัวเข็ม ผมใช้แปรงสีฟันได้ไหมพี่ (งบน้อยอ่ะ)
แปรงปัดฝุ่นแผ่นเสียง ผมใช้แปรงทาสีได้ไหมพี่ (งบบานแล้ว)

ุ่พี่ครับ ฝากถ่ายรูปหรือหารูปมาให้ชมหน่อยอ่ะ แปรงทั้งสองอ่ะ (ผมไม่เคยเห็น)

:mad: :mad: :mad:

NaimNatNod
29th June 2004, 23:22
อีกอย่างที่สำคัญมากๆ แต่ลืมพูดไป ก็คือ การติดตั้งหัวเข็มเข้ากับ Tonearm

อันนี้พูดลำบากแฮะ มันต้องไม่เอียงซ้าย หรือ ขวา ต้องได้ฉากเวลาที่ Tonearm วาดไปบนแผ่นเสียง ส่วนเรื่อง Vertical Tracking นั้น บางคนก็ว่าสำคัญมาก ถ้าตั้งได้ตรงจุด (Sweet spot) แล้วเสียงจะออกมาแบบที่ว่าไปสวรรค์ได้เลย ... อิ...อิ...ว่าเข้าไปนั่น แต่ส่วนตัวผมแล้ว Tonearm ที่ดีๆทั้งหลาย เขาตั้งมาให้มาตรฐานอยู่แล้ว และอีกอย่าง Tonearm ของ Rega ก็จะปรับตรงนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ข้ามตรงนี้ไปได้เลย :banana:

ให้ดีที่สุดก็คือ ให้ทางร้านที่ซื้อเขาติดตั้งหัวเข็มให้ ดูด้วยว่าเขาใช้เครื่องมืออะไรเป็นตัวอ้างอิงหรือเปล่า ลองไปดูที่นี่ละกัน ขี้เกียจแปล
http://www.audiophilia.com/features/cartridge_setup.htm


แปรงปัดฝุ่นจากหัวเข็ม ผมใช้แปรงสีฟันได้ไหมพี่ (งบน้อยอ่ะ)
แปรงปัดฝุ่นแผ่นเสียง ผมใช้แปรงทาสีได้ไหมพี่ (งบบานแล้ว)

ุ่พี่ครับ ฝากถ่ายรูปหรือหารูปมาให้ชมหน่อยอ่ะ แปรงทั้งสองอ่ะ (ผมไม่เคยเห็น)

:mad: :mad: :mad:

5555 ว่าแล้ว

บอกแล้วไง ว่ามันเรื่องมาก แค่จอง ยังเปลี่ยนใจทันนะ :dry:

จริงๆแล้ว มันต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่เล่นวันเดียวจบ ซื้อมาแล้วก็ต้องลองปรับแต่ไปเรื่อย ความสนุก + ความสุขมันอยู่ตรงนี้ไง
:D

นีออน
29th June 2004, 23:25
สุดยอดป๋า (Y) สุดยอด นั่งอ่านกันหูแฉ่ะแน่คืนนี้
มีอะไรอีกว่ามาเลยครับ สมองกำลัง get :knock:

สงสัยผมต้องหาแว่นขยาย 24X มาขยาย
แต่ตัววัดระดับน้ำมีแล้วครับ

แล้วพวกโทเท็มรองแท่นมีผลไหม

เจอเวป REGA แล้ว (http://www.rega.co.uk/index2.htm)

NaimNatNod
29th June 2004, 23:33
อันนี้เป็นแปรงปัดฝุ่นหัวเข็มพร้อมน้ำยา

อันนี้เป็นแปรงปัดฝุ่นแผ่นเสียง ใช้ดีมาก ผมก็ใช้อยู่


สงสัยผมต้องหาแว่นขยาย 24X มาขยาย
แต่ตัววัดระดับน้ำมีแล้วครับ

แล้วพวกโทเท็มรองแท่นมีผลไหม

เจอเวป REGA แล้ว (http://www.rega.co.uk/index2.htm)

มีผลครับ Turntable system ที่ถูกสุขลักษณะ ควรที่จะวางอยู่บนฐานที่มั่นคง ปราศจากการกระเทือน หรือ กระเพื่อม ใดๆทั้งสิ้น เวลาเล่นควรที่จะถอดฝาออก หรือ เปิดฝา

ตัวนี้เป็นตัววัดแรงกดของหัวเข็ม


สุดยอดป๋า (Y) สุดยอด นั่งอ่านกันหูแฉ่ะแน่คืนนี้
มีอะไรอีกว่ามาเลยครับ สมองกำลัง get :knock:

อิ...อิ.... กระเป๋าฉีกแน่ๆ :banana: :banana: :banana:

ตานีออน คืนนี้นอนไม่หลับแน่ๆเลย ... หุ...หุ....

เดี๋ยวไว้ว่างๆ จะหาแผ่นอ้างอิงมาให้ไปหามาลองฟังดู แล้วจะติดใจ :dry:

นีออน
29th June 2004, 23:50
ตอนนี้ผมทำเวปเพจสำหรับ audiophile สำหรับให้ลงรายชื่อเพลงและรูปของแผ่น (ทั้ง CD และ แผ่นเสียง)

แ่ผ่นเสียงภาษาปะกิตมันเรียกว่าอะไรนะ

ผมคุย m กับ Charles อยู่ก็เห็นด้วยว่าจะทำ collection ตรงนั้น ไว้สำหรับเก็บข้อมูลเพลงที่เราชอบ หรือแนะนำเพลงอ่านะ ทั้งซีดี และ แผ่นเสียง เพื่อจะหาฟังหาซื้อกันได้ง่าย (แต่เดินหาคงไม่ง่าย อิอิ)


รูปนี้สีเจ็บมาก :drool:

NaimNatNod
29th June 2004, 23:53
ตอนนี้ผมทำเวปเพจสำหรับ audiophile สำหรับให้ลงรายชื่อเพลงและรูปของแผ่น (ทั้ง CD และ แผ่นเสียง)

แ่ผ่นเสียงภาษาปะกิตมันเรียกว่าอะไรนะ

ผมคุย m กับ Charles อยู่ก็เห็นด้วยว่าจะทำ collection ตรงนั้น ไว้สำหรับเก็บข้อมูลเพลงที่เราชอบ หรือแนะนำเพลงอ่านะ ทั้งซีดี และ แผ่นเสียง เพื่อจะหาฟังหาซื้อกันได้ง่าย (แต่เดินหาคงไม่ง่าย อิอิ)

แผ่นเสียง เรียกว่า Record
Turntable = Record Player

แล้วอย่าลืมมี section ที่สามารถ upload/download เพลงมาแลกกันฟังด้วยนะ อันนี้ชอบ :D

charles
29th June 2004, 23:55
เพื่อจะหาฟังหาซื้อกันได้ง่าย (แต่เดินหาคงไม่ง่าย อิอิ)

เพื่อนพ้องผู้มีความโลภในเสียงดนตรีทั้งหลาย จงเตรียมตัวควักเงินจ่ายค่าแผ่นอีกรอบได้แล้วงานนี้ :D :D (เกี่ยวมั๊ยเนี่ย)

แต่ไม่ได้ดูแป๊บเดียว กระทู้ออกลูกออกหลานเพียบ จะถึงสิบหน้ามั๊ยเนี่ย :drool:

นีออน
30th June 2004, 00:00
แล้วอย่าลืมมี section ที่สามารถ upload/download เพลงมาแลกกันฟังด้วยนะ อันนี้ชอบ :D


ผมอ่ะ... หวังแพลงเก่าๆของนั้นแหละคับ :dry:


แต่ไม่ได้ดูแป๊บเดียว กระทู้ออกลูกออกหลานเพียบ จะถึงสิบหน้ามั๊ยเนี่ย :drool:

ผมชอบให้กรทู้มันยาวๆ คนมาอ่านที่หลังแบบว่า หมดกำลังใจเปิดตั้งแรกไปเลยอ่านะ

NaimNatNod
30th June 2004, 00:23
เอาแผ่นนี้ไปฟังก่อน jazz at the Pawnshop

แผ่นนี้ผมชอบมาก เป็นแผ่นคู่ของ proprius books & music
โดย Arne Domnerus, Bengt Hallberg, Lars Erstrand, George Riedel, Egil Johansen

นีออน
30th June 2004, 00:35
พี่ครับ :kiss:

อยากรบกวนนิดหนึ่ง พี่ record เพลงที่พี่ชอบความยาว 20 วินาที ทุกเพลงใน อัลบั้มที่พี่ Recomment อ่านะ รูปไฟล์ MP3 พร้อม Scan รูปปกไว้ที่ 300 X 300 px

เดี๋ยวผมทำเพจเสร็จก็จะได้ up albume กันโลด
พี่ up LP ผม up CD & SACD

เขียน comment เล่นตามใจชอบ อ่านะ
งานนี้ไม่คว่ำแบบ NetMD แน่นอนครับพี่ มีพี่เป็นคลังแสงอยู่อ่านะล่มได้งัย :knock:

URL: audiophile.theonestudio.com (ที่ผมคิดออกนะครับ พี่ว่าไง ชื่อทุเรศไหม ฮ่าฮ่า)

NaimNatNod
30th June 2004, 00:39
แผ่นนี้เป็นของ Windham Hill Records
Album - December
โดย George Winston

ชุดนี้เป็นแผ่นธรรดาของ Epic
Album - Couldn't Stand The Weather
โดย Stevie Ray Vaughan and Double Trouble


พี่ครับ :kiss:

อยากรบกวนนิดหนึ่ง พี่ record เพลงที่พี่ชอบความยาว 20 วินาที ทุกเพลงใน อัลบั้มที่พี่ Recomment อ่านะ รูปไฟล์ MP3 พร้อม Scan รูปปกไว้ที่ 300 X 300 px

เดี๋ยวผมทำเพจเสร็จก็จะได้ up albume กันโลด
พี่ up LP ผม up CD & SACD

เขียน comment เล่นตามใจชอบ อ่านะ
งานนี้ไม่คว่ำแบบ NetMD แน่นอนครับพี่ มีพี่เป็นคลังแสงอยู่อ่านะล่มได้งัย :knock:

URL: audiophile.theonestudio.com (ที่ผมคิดออกนะครับ พี่ว่าไง ชื่อทุเรศไหม ฮ่าฮ่า)

ได้ มีเวลาแล้วจะทำให้

นีออน
30th June 2004, 00:48
โอเคครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูง

(ผมลุยล่ะ) :bunny: :bunny: :bunny:

NaimNatNod
30th June 2004, 00:49
วันนี้เอาแผ่นแนะนำไปอีกแผ่นแล้วกัน
แผ่นธรรมดาๆจากค่าย WB Records Inc.
Album - old 8 x 10
โดย Randy Travis

แผ่นนี้เป็นแผ่นอ้างอิงแผ่นหนึ่งของผมเลยครับ ถ้าเจอแผ่นนี้ลองเอามาฟังดูนะครับ เป็นแผ่นธรรมดา แต่เสียงออกมาเยี่ยมมากครับ (Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

charles
30th June 2004, 00:51
โอเคครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูง

(ผมลุยล่ะ) :bunny: :bunny: :bunny:

งั้นผมจะช่วยลุยด้วยครับ ไว้พอเข้านอนเมื่อไร จะรีบไปช่วยทันทีในความฝันครับ :D :D

ล้อเล่นครับ ไว้เปิดเมื่อไร จะช่วยเป็นอีกหนึ่งแรง ในการอัพโหลดอัลบั้มด้วยโมเด็มรุ่นเต่าตะกายฝาครับ :silly:

นีออน
30th June 2004, 00:52
ผมเห็นอัลบั้มเก่าๆของพี่นะ บอกตรงๆ ไม่รู้จักสักอันเลย :dry:

ไม่กล้าไล่อายุแผ่น(คนด้วย)ง่ะ :bunny:


งั้นผมจะช่วยลุยด้วยครับ ไว้พอเข้านอนเมื่อไร จะรีบไปช่วยทันทีในความฝันครับ :D :D

ล้อเล่นครับ ไว้เปิดเมื่อไร จะช่วยเป็นอีกหนึ่งแรง ในการอัพโหลดอัลบั้มด้วยโมเด็มรุ่นเต่าตะกายฝาครับ :silly:


ขอบคุณครับ... ระบบ upload จะ up ผ่าน FTP ครับ
โครงการนี้ฝันว่าอยากทำมานานแล้ว แบบคอเดียวกัน แนะนำกันฟังไม่ได้เน้นวิชาการอะไรมากนัก แต่ชอบสะสมของเก่า คนเก่าๆ ไว้ให้ลูกหลานได้ดูได้รู้จักบ้าง

รูปแบบก็คงจะไม่ซับซ้อนอ่านะ เรื่องเวปเพจไม่ยากสำหรับผม ดัดแปลงจากเวปโฟโต้อัลบั้มก็ได้แล้ง ผนวกกับ feature ของ orderprint ที่มีอยู่ในมือ โครงงานนี้เป็นไปได้ครับผม

one for all, all for one

Unregistered
30th June 2004, 00:56
ผมใช้ S5000 กำลังหาซื้อ xd picture card ขนาด 128 M ของฟูจิ ใครพอมีแหล่งซื้อที่มีราคาถูกบ้าง กรุณาช่วยแนะนำด้วยครับ ด่วน

puggad_sit@hotmail.com

NaimNatNod
30th June 2004, 00:56
ผมเห็นอัลบั้มเก่าๆของพี่นะ บอกตรงๆ ไม่รู้จักสักอันเลย :dry:

ไม่กล้าไล่อายุแผ่น(คนด้วย)ง่ะ :bunny:

:rolleyes: พวกนี้เป็นแผ่นที่ให้เสียงออกมาดีมากครับ คล้ายๆกับ เลนส์ L ไง :banana:

นีออน
30th June 2004, 01:01
แล้วแนว Jazz อย่าง Take Five ชุด Time Out นี่พี่มีหรือเปล่าครับ

ปล. ผมเหลือบตาไปดูจำนวนตอบกระทู้บอร์ดพี่มันไป 102 แล้วนะ ขึ้น Chart Truehit & Click Number One ไปแล้วง่ะ :dry:

NaimNatNod
30th June 2004, 01:19
แล้วแนว Jazz อย่าง Take Five ชุด Time Out นี่พี่มีหรือเปล่าครับ

ปล. ผมเหลือบตาไปดูจำนวนตอบกระทู้บอร์ดพี่มันไป 102 แล้วนะ ขึ้น Chart Truehit & Click Number One ไปแล้วง่ะ :dry:

Take Five ก็อยู่ใน jazz at the Pawnshop ไง อัดแบบสดๆ ได้บรรยากาศดีชะมัด

อิ...อิ....บอกแล้วกระทู้นี้ ปั่นขึ้น :banana:

นีออน
30th June 2004, 01:35
Oh jod...

ทำไมพี่รู้เรื่องเพลงมากอย่างนี้ครับ รบกวนอีกนิด ถ่ายรูปตู้เก็บแผ่นให้ชมหน่อยครับ ผมสงสัยแล้วว่าทำไมถึงมากแบบนี้ 2000 แผ่นนี่แอบขนไปขายออกรถได้เลยนะ :drool:

หลวงลายไทย
30th June 2004, 08:55
แปรงปัดฝุ่นจากหัวเข็ม ผมใช้แปรงสีฟันได้ไหมพี่ (งบน้อยอ่ะ)
แปรงปัดฝุ่นแผ่นเสียง ผมใช้แปรงทาสีได้ไหมพี่ (งบบานแล้ว)

ุ่พี่ครับ ฝากถ่ายรูปหรือหารูปมาให้ชมหน่อยอ่ะ แปรงทั้งสองอ่ะ (ผมไม่เคยเห็น)

:mad: :mad: :mad:
แปรงและน้ำยาพวกนี้มีขายที่ KS Son นะครับ ผมไม่ได้เล่นแผ่นเสียงครับเพราะมันไม่เหมาะกับคนใช้ชีวิตรีบร้อนแบบผม คุณ นีออน ลองหาดูนะครับ

NaimNatNod
30th June 2004, 09:07
ฮั่นแน่....คุณหลวงโผล่ออกมาแล้ว :banana:

ไหนเคยบอกว่าจะถ่ายรูปเครื่องเสียงของคุณหลวงเอามาอวดกันไง :dry:

ว่างๆจากการถ่ายรูปก็เข้ามานั่งเล่นในห้องนี้ดีเหมือนกัน :bunny:

นีออน
30th June 2004, 13:09
เห็นคุณหลวงแล้วทำให้นึกคุณ soon อีกคน :bunny:
สงสัยยังหาคลืนแทรกไม่เจอมั้ง...

เอารูป turntable งามๆมาฝาก งามจัง

ผมไปนั่งไล่ข้อมูลของ project ผมเห็น products ของยี่ห้อนี้แล้ว เริ่มศรัธรานะครับพี่ NaimNatNod เพราะเค้าทำแต่เรื่อง turn และอุปกรณ์ของ turn อย่างเดียว ดูแล้วน่าเชื่อถือเลยทีเดียวครับพี่

NaimNatNod
30th June 2004, 13:48
ผมไปนั่งไล่ข้อมูลของ project ผมเห็น products ของยี่ห้อนี้แล้ว เริ่มศรัธรานะครับพี่ NaimNatNod เพราะเค้าทำแต่เรื่อง turn และอุปกรณ์ของ turn อย่างเดียว ดูแล้วน่าเชื่อถือเลยทีเดียวครับพี่

เอามาสองตัวเลยดิ เอามา A/B ดู แต่ต้องเทียบกับหัวเข็มรุ่นเดียวกันด้วยนะ :LB:

นีออน
30th June 2004, 14:40
ด้วยความอ่อนต่อประสพการณ์ turntable ตัวผมเองยังไม่สามารถทำ AB ระหว่างสองค่ายนี้ได้ล่ะครับ

อะไรก็แล้วแต่...หากเราได้ทำ AB มา compare กันเมื่อไร นั้นเข้าค่ายของ profressional แล้วอ่านะ ทำได้ต่อเมื่อได้เล่นได้จับ ได้ศึกษามาก่อน เพราะการทำ AB มันมีผลเชิงชี้นำเหมือนกัน เป็นดาบสองคมเลยล่ะ ขืนทำผิด อาจจะโดนฟ้องร้องได้อ่านะ อิอิ ผมฟ้องไม่เป็นแต่ร้องได้อย่างเดียวอ่ะ

ว่าแล้ว...โยนภาระอันหนักหน่วงนี้ให้พี่ดีกว่า (แห่ะๆ) :banana:

NaimNatNod
30th June 2004, 15:22
เอารูป Tonearm ที่ใช้อยู่มาให้ดู

เป็นของ Naim รุ่น ARO ทุกอย่างเป็น manual หมด แม้แต่กระทั่งยกหัวเข็มขึ้น/ลง

หลวงลายไทย
30th June 2004, 15:58
ฮั่นแน่....คุณหลวงโผล่ออกมาแล้ว :banana:

ไหนเคยบอกว่าจะถ่ายรูปเครื่องเสียงของคุณหลวงเอามาอวดกันไง :dry:

ว่างๆจากการถ่ายรูปก็เข้ามานั่งเล่นในห้องนี้ดีเหมือนกัน :bunny:

พี่ครับ เดี๋ยวจะกลับไปถ่ายรูปแล้ว Post ให้ดูพรุ่งนี้นะครับ ลักษณะของห้องตอนนี้ไม่ค่อยเอื้ออำนวยในการฟังเพลงครับ อุปกรณ์ประเภทรูมจูนต่างๆ ก็ระบายขายทิ้งไปเกือบหมดแล้ว เนื่องจากย้ายมาเช่าอยู่ Apartment ใกล้ที่ทำงานตามบรรยากาศประหยัดน้ำมันนะครับ พอคิดถึงเครื่องเสียงเลยขนเอามาด้วยทำเอาห้องคับแคบและดูจะรกๆไปหน่อย ไม่มีที่ว่างเพียงพอที่จะจัดขยับรูมจูน เลยระบายขายทิ้งไปก่อนนะครับ ยังไงพรุ่งนี้จะนำรูปมาให้ชมนะครับ

soon
30th June 2004, 16:03
เห็นคุณหลวงแล้วทำให้นึกคุณ soon อีกคน :bunny:
สงสัยยังหาคลืนแทรกไม่เจอมั้ง...

จุ๊ ๆ อย่าเอ็ดไปคร้าบคุณนีออน
ผมตามมาอ่านเงียบๆ ไปเรื่อยๆ คร้าบสนุกดี

ไหนๆ ก็เรียกตัวแล้ว ขอร่วมซะหน่อยละกัน

เข็มเล่นแผ่นนี่ เคยนำมาใช้งานจริงๆ จังๆ
แต่ไม่ใช่กับแผ่นเสียงนะคร้าบ

นำเอาความแข็งแกร็งที่ส่วนปลายของหัวเข็ม
มาฝนยางเพื่อเตรียมงาน หล่อดอกยาง คร้าบ

จะเข้าใจไหมเนี่ยะ

ปลอกเหล็กใส่เข็มได้ประมาณ 1,000 เล่ม
นำไปต่อกับสายพาน ให้มอเตอร์ขับเคลื่อน หมุนติ้ว
อาศัยความเร็ว + ความแหลมคมของเข็ม
จะฝน-ขูดขัด-ผิวยางออกได้ตามระดับที่ต้องการ
แล้วนำไปสู่ขบวนการ หล่อดอกยาง ต่อไป

:banana: :banana: :banana:

MenInBlack
30th June 2004, 16:08
คุณนีออน ของมาวันไหนว่างวันวันไหน ขอไปฟังเป็นบุญหูหน่อยซิ จะได้เห็นกับตาว่าจริงไหม แต่อย่ามาหลอกผมไปบ้านลุงอีกคนละ จะฟังของคุณนีออนอะนะ โดยเฉพาะตัว SACD ที่งอกออกมาได้ทั้งที่ทีแรกไม่รู้จักนะน่าสนใจมากตัวนี้

NaimNatNod
30th June 2004, 16:09
รูปนี้เป็นเครื่องเสียงหลังบ้านครับ :D

แผ่นแนะนำต่อไป
เป็นของ RCA Victor "Living Stereo" บันทึกการแสดงสด เป็นแผ่นคู่
Album - Belafonte At Carnegie Hall The Complete Concert
โดย Belafonte
(Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

แผ่นนี้เหมือนกับของคุณรุจที่เป็นซีดี แต่นี่เป็นแผ่นเสียงแท้รุ่นแรก แต่เสียงยังแจ๋วอยู่ครับ

ดิอิม อีกแผ่น

ของสุนทราภรณ์ก็มี :D :bunny:

นีออน
30th June 2004, 17:53
คุณนีออน ของมาวันไหนว่างวันวันไหน ขอไปฟังเป็นบุญหูหน่อยซิ จะได้เห็นกับตาว่าจริงไหม แต่อย่ามาหลอกผมไปบ้านลุงอีกคนละ จะฟังของคุณนีออนอะนะ โดยเฉพาะตัว SACD ที่งอกออกมาได้ทั้งที่ทีแรกไม่รู้จักนะน่าสนใจมากตัวนี้


ผมดีใจที่ชวนคุย และ สนใจเรื่องนี้ด้วยกันนะครับ
เรื่อง SACD ผมใช้แบบ Hybrid นะครับ มันเปิดเครื่องเล่น CD ธรรมดาได้ครับ แต่เสียงมันก็ดีกว่า CD ธรรมดา (ฟังออกครับ) หากเป็น SACD จริงๆ มันจะต้องเล่นเครื่อง SACD Player นะครับ

ผมวางแผนว่าจะเล่นเครื่อง SACD ในอนาคตครับ หลังจากจัดชุด turntable เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ก็ได้แต่มองแผ่น SACD ไปก่อนครับ ชอบชุดไหนก็ซื้อมาไว้แล้วก็เล่นด้วยเครื่อง CD ธรรมดาไปก่อน ค่อยๆอัพไปครับ

เรื่องตัว turntable ผมตัดสินใจเป็นเครื่อง project ไปครับ ก็จะไปเอาวันพรุ่งนี้ที่นัดเค้าไว้หากไม่ติดธุระครับ

ปล. เครื่อง SACD ไม่มีงอกออกมา แต่หากผมจะเอาจิงๆ พรุ่งนี้ผมซื้อก็ได้ แล้วคุณจะให้อะไรผมหรือเปล่าครับ.


แผ่นแนะนำต่อไป
เป็นของ RCA Victor "Living Stereo" บันทึกการแสดงสด เป็นแผ่นคู่
Album - Belafonte At Carnegie Hall The Complete Concert
โดย Belafonte
(Y) (Y) (Y) (Y) (Y)


นี่เลยแผ่นโปรดที่ผมซื้อมาเป็น SACD :banana:

สะใจมากๆกับเพลงสุดท้าย ที่ harry เล่นกับผู้ชม ผมหาที่เป็น DVD อยู่อ่ะ :drool:

คุณ MenInBlack

ผมอยากให้คุณเล่า system ของคุณบ้าง จะได้คุยกันได้สนุกขึ้นครับ อย่าซีเรียสเลยเรื่องเก่า ผมไม่ได้คิดติดใจอะไรใคร มาตรงนี้แค่อยากจับกลุ่มคุยกับคนคอเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องกล้องอย่างเดียวอ่านะ ทุกอย่างมันเป็นของเล่นครับ

ผู้ชายชอบมีงานอดิเรกที่ชอบ...อย่างน้อยก็ 1 อย่างแหละครับ
ด้วยใจที่เป็นมิตรนะครับ ;)

ออกตัวก่อนว่า... ผมไม่อยากจะถ่ายภาพห้องที่รกของผมให้ดู แต่อยากให้ื MenInBlack ครับ

Zoom เข้ามาอีกนิด

ขาตั้งลำโพงจะวัดระดับน้ำให้ขนาดเส้นตรงตั้งแต่ขา และ ที่ตัวลำโพง

Spender S3/5 Signature เป็นรุ่นที่ถ่ายทอดตำนานลำโพง BBC LS3/5a เมื่อ 30 ปีก่อน

POWER AMP ADCOM GFA 555 200W X 2 อายุมากกว่า 10 ปี

Preamp C160
CD C542
NetMD

ขาตั้งที่ออกแบบมาคู่กับ spender

Integrade Tube Singlend ไวฟังยามมีอารมณ์ที่อยากฟังเสียงสไตล์แอม์หลอด

มี amp หลายตัว แต่ละตัวเด่นกันคนละแบบ

RCA....

Belafonte... แผ่น SACD

CD RACK ยังอยู่ในลังสีน้ำเงินอีกหลายร้อย

ที่พักสายตา...ตอนฟังเพลง :eek:

ตู้ลำโพงทิมโปรองตู้ เพื่อให้ตัวตู้นิ่งสนิท อันนี้มีผลทาง image มาก

คุณ MenInBlack ดูไว้นะครับ แล้วอย่าลืมถ่ายรูป system คุณมาให้ชมกันบ้าง ผมถือว่าแลกกันดูนะครับ (อย่าทำให้ผมผิดหวังล่ะ)

Thank.

charles
30th June 2004, 20:37
CD RACK ยังอยู่ในลังสีน้ำเงินอีกหลายร้อย

ของผมก็หลายร้อยครับ แต่อยู่ใน Windows Media Player :D

MenInBlack
30th June 2004, 23:08
System ผมเหรอ อันนี้ที่ใช้หลักๆ
http://www.apacer.com/apacer_english/image/products/audiosteno_bp300.jpg
ส่วนที่เหลือก็เหมือนคุณ charles

ส่วนชุดใหญ่ฟังบ้านเพื่อนแล้วเก็บมาโม้เอา :P

RUTch
30th June 2004, 23:40
ว่างๆจะไปฉกมา ก๊อปบ้างดีกว่านะเจ้านีออน มีแผ่นเปล่าให้ยืมด้วยหรือเปล่า

นีออน
1st July 2004, 01:18
ว่างๆจะไปฉก มีแผ่นเปล่าให้ยืมด้วยหรือเปล่า

อันแน่ลำหัวออกมาแล้วนะพี่รุจ ได้งัยอ่ะพี่ แบบนี้ผมก็หมดลายนะจิครับ
เมื่อก่อนโน่นเล่นแต่เทปครับ จำได้ว่าทิ้งไปเยอะมากรู้สึกจะสามลังได้หลังจากย้ายบ้านนะครับ เพราะความที่มันเก่า และคุณภาพมันก็รับไม่ได้แล้วด้วย เล่นมาตั้งแต่รุ่นๆ ตั้งแต่ตลับเทปราคา 15 บาท จนมา 55 บาท ก็เลิกซื้อ พอดีทำงานแล้วก็หันมาเล่น CD อ่านะ

แต่ปัจจุบัน...กำลังจะกลับไปเล่นยุึคโบราณ


System ผมเหรอ อันนี้ที่ใช้หลักๆ
http://www.apacer.com/apacer_english/image/products/audiosteno_bp300.jpg
ส่วนที่เหลือก็เหมือนคุณ charles

ส่วนชุดใหญ่ฟังบ้านเพื่อนแล้วเก็บมาโม้เอา :P

ใจเย็นๆครับ... เล่นเครื่องเสียงไม่เกี่ยวกับราคาของ system มันอยู่ที่ใจนะครับว่าเรารักมัน รักมันตรงไหน คนเรารักไม่เหมือนกัน

ปล. ผมไม่เคยคิดจะถ่ายรูปพวกนี้ให้ใครชม ผมถือว่า ผมซื้อคำว่าเพื่อนนะครับถึงได้เต็มใจถ่ายมาให้ชมกัน อย่าคิดว่าอย่างอื่นครับ


ของผมก็หลายร้อยครับ แต่อยู่ใน Windows Media Player :D


ผมได้คุยกับคุณทาง msn ก็ทราบว่าคุณชอบอะไร เล่นอะไร วันนี้ก็ได้เห็นแล้วว่า คนที่ชอบฟังเพลง จริงๆแล้วไม่มีคำว่า สเปค อ่านะ

อะไรก็ได้ที่เราฟังแล้งเราชอบ นั้นแหละ ที่ผมชอบ

มาชมภาพกันต่อหลังจากผมต้องรีบออกไปทำงานด่วนอัพโหลดยังไม่ทันเสร็จต้องออกไปข้างนอกเสียก่อนอ่านะ

ขาตั้งลำโพง...ส่วนที่สำคัญพอสมควร ไม่ลองไม่รู้

อะไรมั้งก็ไม่รู้...รกเป็นบ้า ห้องผมรกจริงๆครับ มันเหมือนแล็ปมากกว่าจะเป็นห้องทำงาน ลำำโพงมากกว่าสิบตัวรวมกันในห้องนั้นนะครับ

สุสานกล่อง

Integrade Amp ของ Musical Fidelity A100 Class A ที่ให้เสียงหวานมาก... ขนาด power amp อย่าง Adcom 200W ยังสู้น้ำเสียงไม่ได้ในด้านเนื้อหนังของเสียงนักร้อง แต่เครื่องจะร้อนมากๆ มากจนจับไม่ได้หากเปิดนานๆ (ตัวนี้รักมากๆ) อายุ amp ตัวนี้น่าจะมากกว่า 10ปี

Sub Woofer 12" ของ Paradigm ไว้ขับ bass ช่วงความถี่ต่ำกว่า 70Hz ลงไป เพื่อรองรับเสียงต่อจากลำโพงตัวหลักที่ขับเสียง Mid Bass ได้ต่ำสุดแค่ 70Hz
ส่วนลำโพงเล็กๆที่ว่างด้านบน เป็นลำโพงของ Cambride 5.1 CH ที่เล่นกับคอมฯ (ผมปลดละวางแล้ว แต่ก็เอามาวางรวมๆกับเพื่อนๆของมันครับ) อายุประมาน 5 ปี

NaimNatNod
1st July 2004, 02:05
โห....เครื่องเล่นแผ่นเสียงของคุณนีออนนี่โบราณจริงๆ :D เก่ากว่าของผมอีก......อิ...อิ..... :banana: :banana:

นีออน
1st July 2004, 02:05
สุดท้ายนี้ก็ไม่มีอะไรครับคุณ MenInBlack
การมองใครสักคน อย่ามองแต่การที่บอกอะไรผิดๆ เพราะบางครั้งข้อมูลมันก็ผิดพลาดกันได้นะครับ เรื่องของเทคโนโลยี่ เราต้องยอมรับว่าเราไม่ได้เป็นคนกำหนดเอง เราเองนั้นแหละที่ต้องไปศึกษามัน...

ผมอยู่ในวงการอีเลคทรอนิคส์มาก่อน ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะเข้ามามีบทบาทขนาดนี้ เริ่มจากลายวงจร เดินไปซื้อ resister, transister, capacitor, diode, mosfet ฯลฯ มาเป็นตัวๆมาประกอบ ทั้งทำตามวงจรเขา และ ทั้งออกแบบวงจรเอง

ผมไม่ได้เล่นเครื่องเสียงด้วยทุ่มเงินนะครับ ที่เห็นอยู่เพราะผมเล่นมานาน เล่นแบบ Kit ครับ ชุดประกอบ Kit รู้จักไหมครับ หรือสมัยนี้นิยมเรียกว่า DIY ไงครับ

ผมไม่เคยสบประมาทใคร...หากผมไม่ได้รู้จักเขาจริง สังเกตุดูว่าผมไม่เคยวิจารณ์ใครเลย และไม่เคยต่อว่าใคร แต่ใครมาต่อว่าผม ผมก็ต้องตอบแบบที่ผมสมควรตอบ

ผมเล่นกล้องมา 7 ปี แต่เครื่องเสียงผมเล่นมามากกว่า 30ปี

"คุณธรรมสร้างโลก"


โห....เครื่องเล่นแผ่นเสียงของคุณนีออนนี่โบราณจริงๆ :D เก่ากว่าของผมอีก......อิ...อิ..... :banana: :banana:

ง่ะ...พี่ง่ะ....ไม่แก่นะ :knock:

หลวงลายไทย
1st July 2004, 09:15
ผมใช้ S5000 กำลังหาซื้อ xd picture card ขนาด 128 M ของฟูจิ ใครพอมีแหล่งซื้อที่มีราคาถูกบ้าง กรุณาช่วยแนะนำด้วยครับ ด่วน

puggad_sit@hotmail.com
มาช่วยตอบครับ ไม่ทราบว่าซื้อได้หรือยัง ที่จริงเจ้าราคา XD นี่แต่ละร้านก็ราคาไม่ต่างกันมากนะครับ ยกเว้นเข้าห้างดังซื้อตามป้าย ลองเดินดูที่พันทิพหรือฟอร์จูนนะครับ ราคาประมาณ 2000 นิดๆนะครับ(รู้สึกว่าจะประมาณ 2100หรือ2050นี่แหละ) ลองดูนะครับ (ไม่ทราบว่าเจ้าของคำถามจะกลับมาอ่านหรือเปล่าหนอ ยังไงขอเสียงหน่อย)

ว่าจะเอารูปเครื่องเสียงที่บ้านมาลง แต่หยิบแผ่นผิดมา(สงสัยเมื่อคืนผมดูบอลดึกไปหน่อย) ขอเป็นพรุ่งนี้นะครับ (จะได้ถือโอกาสจัดห้องให้ดูดีหน่อย ไม่งั้นอายคุณนีออน แน่ๆเลย :D )

charles
1st July 2004, 20:06
สงสัยต้องยกกระทู้นี้ให้คุณนีออนกระมังครับ :D :D

ความจริงกะจะถ่ายชุดลำโพงมาให้ดูเหมือนกัน แต่ขี้เกียจเคลียร์โต๊ะ เพราะรกจริงๆ :silly:

soon
1st July 2004, 20:41
ความจริงกะจะถ่ายชุดลำโพงมาให้ดูเหมือนกัน แต่ขี้เกียจเคลียร์โต๊ะ เพราะรกจริงๆ :silly:

คนเรารักกัน ชอบกัน เครื่องเสียงมันร้อง
เอามาดูหน่อยน่า :D
ศิลปิน ศิลปะ กองขยะมองดีดีก็มีศิลป์ ;)

นีออน
1st July 2004, 23:37
ราคาไม่อาจจะมาวัดได้ว่าอะไรดีกว่าอะไร...ในเรื่องเครื่องเสียง

เพลงที่ไพเราะที่สุด และ ต้นทุนต่ำสุด (เป็นศูนย์บาท) อาจจะเป็นคนที่เรารัก...ฮั่มเพลงให้ฟัง หรือ ร้องเพลงให้ฟังในขณะที่เราขับรถอยู่ก็ได้

มิอาจ...จะตีเป็นมูลค่าได้ :kiss:

หากเราต่าง...มีเสียงเพลงในหัวใจ (*_*)

จุดดีของคนที่รัก และ เล่นเครื่องเสียงอย่างหนึ่ง สำหรับคนที่มีครอบครัวคือ...

"มีที่ระบายอารมณ์" หากเรากับแฟนของเราต่างคนต่างอารมณ์ไม่ดี นั่งอยู่ในสถานการณ์อารมณ์กดดันนั้นก็คงไม่ดี ไม่มีประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย...

ฝ่ายคนเล่นเครื่องเสียง... ก็คงเดินเข้าห้องปิดประตูแลัวไประเบิดกับเครื่องเสียงในห้องคนเดียวตามลำพัง

อีกฝ่ายหนึ่งก็ไประเบิดอารมณ์ตนเอง (เฝ้าหน้าประตู) หรือแล้วแต่จะทำ แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นๆก็คว้าโทรศัพท์มือถือ ไปพ่นๆบ่นๆกับเพื่อนๆ

ชั่วอึดใจไม่นานนัก... ต่างฝ่ายต่างก็ใจเย็นลง (ค่ำแล้วนี่ ก็มานั่งกินข้าวกันดีกว่า)

ฝ่ายชายไม่ต้องออกไปเมากับเพื่อนๆ หรือไปเมาคนเดียวตามลำพัง
ฝ่ายหญิงอย่างมากก็แค่ค่าโทรมือถือสิ้นเดือนจ่ายเพิ่มขึ้น

(อารมณ์ไม่ดีก็ปิดประตูระเบิดเสียงให้มันดังๆให้มันหายบ้าไปเลย)

เท่าที่เห็นก็คงจะประมานนี้นะ

RUTch
2nd July 2004, 00:02
...(อารมณ์ไม่ดีก็ปิดประตูระเบิดเสียงให้มันดังๆให้มันหายบ้าไปเลย)...

วันรุ่งขึ้นก็เรียกช่างมาซ่อมหลังคาที่ทะลุ เพราะฝีมือการ กรี๊ดอย่างคลั่งไคล้ ของ เพื่อนบ้าน

นีออน
2nd July 2004, 00:34
555 :silly:

NaimNatNod
2nd July 2004, 00:50
ตกลง ตานีออน ทำเวปที่จะให้ ul/dl เพลงเสร็จแล้วยังล่ะ :mad: :knock:

จะได้ ul เพลงให้ฟัง

นีออน
2nd July 2004, 00:58
ตกลง ตานีออน ทำเวปที่จะให้ ul/dl เพลงเสร็จแล้วยังล่ะ :mad: :knock:

จะได้ ul เพลงให้ฟัง

ขอบคุณที่เตือนครับพี่ ขอ 1 week เสร็จครบคับกระผม...

ปล. วันนี้ผมตัดใจไปเอา Thorens มาใช้งานแล้วนะครับ พอดีงบพอ และ พอใจพอสมควรครับ หัวเป็นแบบ MC Hight ครับ พอใช้ได้ tune เสร็จเมื่อสักพักครับ

วันนี้แบงค์ปิดไม่ทำงาน ก็เลยหาเรื่องไปช้อปๆๆซ่ะสะใจ งานการไม่ต้องทำ ไม่ต้องรับรู้อะไรดี อิอิ

กลับบ้านตัวเบาเลย :knock:

วันนี้ผมเดินช้อปปิ้งทั้งวัน วิ่งไปโน่นไปนี้ ดูตัวโน่น ดูตัวนี้ และกับครึ่งวันกับเดินหาแผ่น...แล้วก็ได้แผ่นที่โดนใจที่สุดของชีวิต

"ความหมายที่สอง" ของอริสมันต์
เป็นช่วงที่ดังตอนวัยรุ่นเลยตอนนั้น และเป็นช่วงที่อกหักแบบสุดๆด้วยสิ ฟังแล้ว... คิดถึงความหลัง

"เจตนายังเหมือนเดิม"
"ใจไม่ด้านพอ"

NaimNatNod
2nd July 2004, 01:09
ขอบคุณที่เตือนครับพี่ ขอ 1 week เสร็จครบคับกระผม...

ปล. วันนี้ผมตัดใจไปเอา Thorens มาใช้งานแล้วนะครับ พอดีงบพอ และ พอใจพอสมควรครับ หัวเป็นแบบ MC Hight ครับ พอใช้ได้ tune เสร็จเมื่อสักพักครับ


จำได้ว่า Thorens TD-318 เป็น High End TT ที่ผมเคยเป็นเจ้าของ ไม่เลวครับ

ตกลง Rega กะ Project ไม่เอาแล้วเหรอ :knock:

นีออน
2nd July 2004, 01:13
Rega ถูกใจครับ แต่งบไม่ถึงครับ มันห่างไปมากๆ มากเกินกว่าจะ adv วิตามินเอ็มได้ทัน ส่วน Project ดูแล้วเล่นแล้วที่โชว์รูม ไม่ถูกใจครับในงบที่เท่าๆกับ Thorens เมื่อเอามาเปิดเทียบกัน ในงบเดียวกันครับ

ขยับขึ้นอีกนิด... มันจะขึ้นไปมาก มากเกินกว่าจะคว้าได้ครับ

และผมก็จัดหาพวกอุปกรณ์ส่วนอื่นๆที่จำเป็นมาใช้งานด้วยเลยต้องลดระดับลงมาอีกนิดส์

Unregistered
2nd July 2004, 01:16
ศิลปิน ศิลปะ กองขยะมองดีดีก็มีศิลป์ ;)

-_-""

ไว้ว่างๆ อาจจะถ่ายมาให้ชมละกันครับ

แต่ตอนนี้อยู่บ้านเพื่อน ยังถ่ายบ่ได้ :silly:

Unregistered
2nd July 2004, 01:17
-_-""

ไว้ว่างๆ อาจจะถ่ายมาให้ชมละกันครับ

แต่ตอนนี้อยู่บ้านเพื่อน ยังถ่ายบ่ได้ :silly:

อันนี้กระทู้ของผม นาย Charles นะครับ

พอดีไม่ได้ login

นีออน
2nd July 2004, 01:22
พี่ NaimNatNod

ผมไม่ได้ฟังแผ่นเสียงแบบเต็มระบบเท่านี้มาก่อน เพราะเจ้าตัวเก่าผมนั้นไม่ต้องพูดถึง มันแก่มากๆ เก็บเข้าตู้อนุรักษ์ไปแล้ววันนี้

พอเซ็ตอัพทุกอย่างเสร็จ ใช้เวลากว่าสองชั่งโมงนั่งทำตามคำแนะนำจากทางร้านมา ก็ให้ทางร้านวัดน้ำหนักหัว และตั้งอาร์ม และอื่นๆ (ผมพูดไม่ถูก) พอมาถึงบ้านก็ค่อยๆปรับไปฟังไปที่ละนิด

พอเริ่มลงตัว เสียงมันได้น้ำได้เนื้อกว่าเสียงจาก CD อย่างแตกต่าง ต่างได้ชัดว่าดีกว่าจากแผ่น CD จริงๆนะครับ ยิ่งฟังซ้ำๆยิ่งเข้าใจมัน

ก็หลงรักเล่นแผ่นเสียงไปแล้ว อย่างเต็มตัว.

CD สวยที่ตัวเลขสเปคจริงๆ แต่เสียงไม่ได้สวยเหมือนแผ่นเสียงเลย ขนาดแผ่นเก่าๆ มันยังปลงเสียงออกมาได้อย่างนุ่มนวล เนื้อเสียงเป็นเนื้อเสียง โดยเฉพาะเสียงแหลม ผมไม่เคยได้ยินที่หวานสะบัดพริ้วแบบนี้มาก่อน ชอบจิงๆ

อย่างแผ่นอริสมันต์... ได้เสียงร้องที่โอ่อามาก เสียงลูกคอของเขาเป็นจุดเด่นเห็นได้ชัด เป็นสไตล์เสียงที่ชอบ เพราะผมชอบฟังเพลงร้องมากๆโดยเฉพาะลูกคอของนักร้องชายที่โอ้บล้อมด้วยน้ำเสียงที่ออกแนวอบอุ่น อันนี้ชอบเป็นพิเศษ

ได้แผ่นของ ดิอิมพอสสิเบิลส์ มาด้วย ของ "ปราจีน ทรงเผ่า"
ตักที่น่านอนตาย/ตักช้ำเพราะคุณนอน
ปี พศ. 2521

ผมได้แผ่นของฟรีเบริดส์มาด้วย และ ผมก็มีแผ่นเป็น CD ด้วย เลยลองเอามาเปรียบเทียบฟังกัน แบบ AB วุยย์ทำไมมันเป็นแบบนั้น ที่เค้าเรียกว่าเสียงจาก CD มันสากๆ มันสากแบบนี้นี่เองหรอ (เวนกำ)

แล้วลองเอาแผ่นสตริงทั่วไป (CD) มาเปิดดูอีกรอบ ก็เลยเริ่มคิดว่า การบันทึกเสียงเพลงปัจจุบันดูเหมือนว่าจะดีกว่า แต่กลับไม่ใช่นะ ผมบอกไม่ถูกว่ามันแตกต่างกันด้วยเรื่องอะไร แต่เสียงเพลงที่อัดในปัจจุบันดูเหมือนไม่เนียนนวลกว่าเมื่อก่อน หรืออาจจะเป็นเพราะ ซีดี กับ แผ่นเสียงที่มันทำให้แตกต่างกันนะครับ อันนี้ยังสรุปไม่ได้

แต่พอเอาแผ่นเสียง jazz ที่อัดจากต่างประเทศมาเปิด ก็พอมองออกได้ว่าเสียงด้านแอมเบี้ยนของแผ่นเสียงมันดีกว่าแผ่นซีดีจริงๆ คนที่เล่นเครื่องเสียงจะเข้าใจ แอมเบี้ยน หากมีตรงนี้มากก็ทำให้ได้เนื้อได้หนังของเสียงดนตรีมาก นี่แหละที่ได้พบตอนเล่นแผ่นเสียง หากเป็นแผ่นซีดี จะพบแต่เสียงที่สดใส เสียงที่คมชัด แต่แอมเบี้ยนน้อยมาก จนทำให้ความเป็น Music First น้อยลงไป.

แต่...รู้สึกว่า pre phono ของผมชักจะมีปัญหานะครับ เสียงสู้ที่ร้านเขาใช้ไม่ได้ สงสัยเป็นเรื่องอีกแล้วเจ้าภาค pre phono ที่ติดมากับ C160 อ่ะ

NaimNatNod
2nd July 2004, 02:20
แต่...รู้สึกว่า pre phono ของผมชักจะมีปัญหานะครับ เสียงสู้ที่ร้านเขาใช้ไม่ได้ สงสัยเป็นเรื่องอีกแล้วเจ้าภาค pre phono ที่ติดมากับ C160 อ่ะ


อย่างงี้ เขาเรียกว่า ................. เสียตัว เอ้ย ไม่ใช่ :bunny: ..... เสียเงินอีกแล้ว ..... อิ...อิ.... :banana:

จริงๆแล้วลองดูที่ตัว pre phono ว่ามีตัวให้ปรับค่าต้านทานของหัวเข็มด้วยหรือเปล่า ก่อนที่จะเสียเงิน โดยปกติแล้ว ถ้าจำไม่ผิด จะอยู่ที่ 47K ohm หรือไงนี่แหละ และถ้าเป็นหัวเข็มใหม่ซิงๆ ต้องเปิดฟังอย่างน้อยสองอาทิตย์ ให้มัน broken in ก่อน เหมือนกับเวลาเปิดเครื่องฟัง อย่างน้อยต้องอุ่นเครื่องก่อนครึ่งชั่วโมง


ว่าแต่ Thorens กะหัวเข็มรุ่นไหนล่ะ :p

นีออน
2nd July 2004, 03:52
ผมจำยี่ห้อหัวไม่ได้ครับ ทางร้านบอกมาแต่วันนี้ผมมึ่นๆหลายอย่างเลยจำไม่ได้ไว้จะโทรไปสอบถามเค้าอีกที จำได้ว่าเป็น MC Hightoutput เท่านั้น แต่ให้เสียบตรงช่อง MM ล่ะครับ

แต่วงจร pre phono C160 มันยัง basic นะครับ

ก็คิดว่าจะมองหัวใหม่หากหายใจโล่งๆแล้วนะครับ ใจอยากใช้ MC แต่ pre ที่เล่น MC ได้ดีๆหายากมากๆเท่าที่รู้สรรพคุณมันอันเลื่องลือว่าเล่นยากมาก

หลวงลายไทย
2nd July 2004, 09:41
แบ่งกันชมจากห้องเล็กๆ(และรกๆ)
แบบที่คุณSoonว่าไว้ ศิลปิน ศิลปะ กองขยะมองดีดีก็มีศิลป์

นีออน
2nd July 2004, 10:29
Ortofon OMB 10 cartridge. นะครับพี่ รุ่นนี้แหละที่ build in มากับ turn ครับ


แบ่งกันชมจากห้องเล็กๆ(และรกๆ)
แบบที่คุณSoonว่าไว้ ศิลปิน ศิลปะ กองขยะมองดีดีก็มีศิลป์

ลำโพงตั้งพื้น AR ตัวนี้เหมาะกับดูหนัง แนวเสียงออกนิ่มนวลพอตัว แต่เป็นลำโพงตู้เปิด

soon
2nd July 2004, 10:54
..............
พอเริ่มลงตัว เสียงมันได้น้ำได้เนื้อกว่าเสียงจาก CD อย่างแตกต่าง ต่างได้ชัดว่าดีกว่าจากแผ่น CD จริงๆนะครับ ยิ่งฟังซ้ำๆยิ่งเข้าใจมัน...............
ก็หลงรักเล่นแผ่นเสียงไปแล้ว อย่างเต็มตัว..................
ผมได้แผ่นของฟรีเบริดส์มาด้วย และ ผมก็มีแผ่นเป็น CD ด้วย เลยลองเอามาเปรียบเทียบฟังกัน แบบ AB วุยย์ทำไมมันเป็นแบบนั้น ที่เค้าเรียกว่าเสียงจาก CD มันสากๆ มันสากแบบนี้นี่เองหรอ (เวนกำ)...............


เท่าที่ทราบ...........เขาว่า หาแผ่น CD เสียงที่มีคุณภาพได้ยาก
1.- แผ่น CD ที่มีคุณภาพ การเคลือบผิวที่มีคุณภาพ
2.- การบันทึกเสียงลงแผ่น CD อาศัยเครื่องบันทึกทึ่มีคุณภาพ

และความเป็นหูของคนเรา
1.- เด็กวัยรุ่นฟังเพลงสมัยคุณพ่อยังหนุ่ม น้อยคนจะเข้าถึง
2.- คุณพ่อฟังเพลงวัยรุ่น น้อยนักที่จะเข้าถึง

และการปรับแต่ง
1.- ความ matching กับชุดเฉพาะระหว่าง record กับ cd
2.- ความพอดีระว่างอารมณ์กับความอยาก

:banana: :banana: :banana:

นีออน
2nd July 2004, 12:17
และความเป็นหูของคนเรา
1.- เด็กวัยรุ่นฟังเพลงสมัยคุณพ่อยังหนุ่ม น้อยคนจะเข้าถึง
2.- คุณพ่อฟังเพลงวัยรุ่น น้อยนักที่จะเข้าถึง
:banana: :banana: :banana:

ตรงนี้เดี๋ยวผมต้องไปถามพี่รุจก่อน...นะครับ
ว่าเป็นเหตุผลเดียวกันหรือเปล่าที่คนอายุประมานพี่เค้าจะชอบฟัง mp3 จาก PPC

*** ถูกต้องแล้วคร้าบบ ***

:knock: วุย..โดนพี่ soon เสียบกลางอก :knock:

(คนที่คุยๆกันในกรทู้นี้โดนพี่เค้าเสียบเข้าไปเต็มๆ)

มาที่หลัง...เอาแบบกรีกอีกแล้ว นาทีสุดท้ายเข้าประตูไปเลย :nospam:

NaimNatNod
2nd July 2004, 12:43
Ortofon OMB 10 cartridge. นะครับพี่ รุ่นนี้แหละที่ build in มากับ turn ครับ

ตัวนี้อ๊ะเปล่า (Y) :bunny: ........... ว่าแต่ได้สีไหนมาล่ะ :dry:

นีออน
2nd July 2004, 22:26
ตัวบนนั้นแหละครับ

NaimNatNod
3rd July 2004, 09:16
ถ้าเล่น Thorens 850 ตัวนี้ก็จะได้ Rega RB300 Tonearm ติดมาด้วย :bunny: :bunny:

ดูกันให้จะๆ Worldclass Tonearm ในราคาที่สามารถใขว่คว้ามาได้ไม่ยากนัก (Y) (Y) (Y)

วันนี้มีแผ่นมาแนะนำอีกแล้วครับ
เริ่มด้วยแผ่นคุณภาพจาก ODIN
Album - Fairytales
จากน้ำเสียงใสๆหวานๆของ Radka Toneff คลอด้วยเสียงเปียโนของ Steve Dobrogosz
แผ่นนี้ 5 ดาวเต็มครับ (Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

Unregistered
3rd July 2004, 15:08
Tonearm นี่มันส่งผลมากหรอครับ สำคัญขนาดไหน มันฟังออกแบบจะแแจ้งหรอครับ

แลัว turn ที่ผมใช้มันจะเปลี่ยนมาใช้ RB300 ไม่ได้หรอครับ

นีออน
3rd July 2004, 15:09
ข้างบนผม :dry:


วันนี้มีแผ่นมาแนะนำอีกแล้วครับ
เริ่มด้วยแผ่นคุณภาพจาก ODIN
Album - Fairytales
จากน้ำเสียงใสๆหวานๆของ Radka Toneff คลอด้วยเสียงเปียโนของ Steve Dobrogosz
แผ่นนี้ 5 ดาวเต็มครับ (Y) (Y) (Y) (Y) (Y)


Turntable จะหายังไงก็หาได้ แต่เจ้าแผ่นเสียงนี่หายากชมัด ยากจนหมดหวังไปเลยกับแผ่นที่อยากจะได้จริงๆ ในเมืองไทยหายากมาก เพราะของใหม่ไม่มีให้เลือกมากนัก แต่เมืองนอกยังมีผลิตขายกันอยู่บ้าง

อาจจะต้องสั่งพี่ซื้อมั้ง :dry:

NaimNatNod
3rd July 2004, 17:01
Tonearm นี่มันส่งผลมากหรอครับ สำคัญขนาดไหน มันฟังออกแบบจะแแจ้งหรอครับ

แลัว turn ที่ผมใช้มันจะเปลี่ยนมาใช้ RB300 ไม่ได้หรอครับ

ฟังออกครับ แต่ไม่แนะนำให้เปลี่ยนครับ เพราะ Thorens สมัยใหม่นี้ดีไซนด์แท่นมากับโทนอาร์มเลย เปลี่ยนแล้วมันจะเหลื่อมกันอยู่ ไม่เหมือนกับเจ้าที่ทำแต่แท่น Turntable แล้วให้เราเลือกหา Tonearm ที่เหมาะๆมาคู่กัน

เครื่องนี้เป็นของ Linn ซึ่งเมื่อก่อนจับคู่กับ Naim เป็นสุดยอดของ Stereo system ที่หาใครมาข่มยาก

Concept ของ Linn คือ ตัว turntable/power supply เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ตามมาติดๆด้วย tonearm และ cartridge คือพูดง่ายๆ ถ้าจะเลือก stereo system ดีๆสักชุดหนึ่ง ควรที่จะเริ่มต้นจาก source ไม่ว่าจะเป็น turntable หรือ CD system

Linn Sondek LP12 ชุดนี้ออกมาครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1972 และก็พัฒนามาเรื่อยๆ จนถึง ณ ปัจจุบัน ถ้าเห็นผ่านตาในสภาพดีๆ ไม่ควรมองข้ามครับ


Turntable จะหายังไงก็หาได้ แต่เจ้าแผ่นเสียงนี่หายากชมัด ยากจนหมดหวังไปเลยกับแผ่นที่อยากจะได้จริงๆ ในเมืองไทยหายากมาก เพราะของใหม่ไม่มีให้เลือกมากนัก แต่เมืองนอกยังมีผลิตขายกันอยู่บ้าง

อาจจะต้องสั่งพี่ซื้อมั้ง :dry:

เมื่อก่อนตอนที่ผมยังอยู่เมืองไทย รู้สึกว่าจะมีงาน Hi-Fi Stereo Show หรือไงเนี่ย จัดที่โรงแรม Ambassador สุขุมวิท เห็นมี Analogue อยู่หลายห้องพร้อมทั้งเอาแผ่นเสียง highend มาขายด้วย ผมยังซื้อมาสองแผ่นเลย แต่แพงชมัด :mad:

ที่นี่ผมก็ไม่ได้ซื้อแผ่นใหม่ๆนานแล้ว ของเก่ายังไม่มีเวลาฟังเท่าไร เอาเวลามาเลี้ยงลูก ทำงาน กับ ThaiD หมอ :D :p :dry: :bunny: :kiss:

ภาพนี้คือการตั้ง tracking force หรือให้ค่าน้ำหนักความกดของหัวเข็มตามที่โรงงานแนะนำ

ส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ที่ใช้กับการเล่น Turntable

อิ.....อิ.....บอกแล้ว ว่า เรื่องมาก :bunny: :cry: :banana:

ชัดๆกันกับ Audio Technica AT-OC9 (Y) (Y) (Y)

แผ่นแนะนำอีกแผ่นจาก Linn Record เสียงของยาย Carol Kidd จากแผ่นนี้ถ้าฟังว่าเหมือนเสียงเป็นหวัด แสดงว่า ต้องปรับเครื่องใหม่ เพราะ เสียงเธอนี้เหมือนกับจะเป็นหวัด แต่ ถ้าทุกอย่างติดตั้งถูกต้อง ฟัง แล้วขนลุกครับ เพราะจริงๆ (Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

แผ่นของ American Gramaphone ชุดนี้เป็นบรรเลงในลักษณะของ classical guitar ครับ โดยเฉพาะเพลง "Shady Dell" บรรยายไม่ถูกครับ เพลงนี้เสียงกีต้าร์คลอเคลียไปกับ violin ตลอดทั้งเพลงเด่นที่สุดครับ (Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

Album - Classical Gas
โดย Mason Williams & Mannheim Steamroller

แผ่นเพลง Classical แบบที่ไม่ต้องปีนบันไดฟัง :bunny: :D ก็ขอแนะนำแผ่นนี้ครับ จาก Linn Record อีกแผ่นที่ให้สุ้มเสียงดีมากๆ

Album - Handel Water Musick
โดย Philharmonia Baroque Orchestra, contuctor - Nicholas McGegan

นีออน
3rd July 2004, 22:58
ภาพนี้คือการตั้ง tracking force หรือให้ค่าน้ำหนักความกดของหัวเข็มตามที่โรงงานแนะนำ

อันนี้ผมก็นั่งทำกับทางร้านเหมือนกัน ทางร้านมีครบ และเอาแผ่นกระจกมาวางแทนแผ่นเสียงแล้วเปิด ดูว่าเข็มมันวิ่งออกไหมในแต่ละช่วงของระยะลึก หากมันวิ่งเข้า เค้าก็ปรับ (ผมไม่ทราบว่าเรียกว่าอะไร) แล้วก็เอาฉากมาเล็งว่าหัวเข็มวางตั้งฉากหรือเปล่า

ก็ปรับไปมาอยู่เป็นชั่วโมงตอนเซ็ทอัพที่ร้าน และก็มาปรับอีกเล็กน้อยเมื่อเอามาเข้ากับ system เราแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ปรับอะไรมาก เพราะดูเหมือนว่าเค้าปรับมาดีแล้ว


ชัดๆกันกับ Audio Technica AT-OC9 (Y) (Y) (Y)

ผมสนใจหัวเข็มตัวนี้ คิดว่าอีกไม่นานคงเปลี่ยนหัวไปเล่นตัวนี้นะครับ

วันนี้ก็เดินเล่นในร้าน CD ซื้อแผ่นมา 3 แผ่นอ่านะ ก็ได้ TAS The Absolute Sound 2003 และแผ่นอื่นๆตามอารมณ์ เกือบจะซื้อ DVD Audio มาแล้ว แต่อ่านสเปคแล้วแนะนำให้เล่นกับเครื่อง DVD Audio ถึงจะได้ 24Bit เลยวางไว้อย่างเดิม อิอิ

ก็เล่นสลับกันไป Tune กับ Compac Disc แต่วันไหนเล่นชุดไหน ก็เล่นชุดนั้นไปทั้งวันครับ เดียวหู้มันจะ งง เอา เพราะสอง system นี้เสียงดีคนละแบบอ่านะ

วันนี้ก็นั่งคิดคอนเซปเวป Audiohile ไว้ในใจแล้วว่าจะทำอย่างไร ก็คงจะค่อยๆเริ่มไปทีละนิดละครับ

NaimNatNod
5th July 2004, 01:28
แบ่งกันชมจากห้องเล็กๆ(และรกๆ)
แบบที่คุณSoonว่าไว้ ศิลปิน ศิลปะ กองขยะมองดีดีก็มีศิลป์

โฮมเธียเตอร์ซะด้วย ลำโพงของคุณหลวงมีไรบ้างครับ แล้วหลังสองตัวใช้ไรครับ เห็นแล้วอิจฉานิดๆ :D :p มีบอลยูโรให้ดูด้วย ผมอยู่ที่นี่ไม่มีดูเลย :cry:


ความจริงกะจะถ่ายชุดลำโพงมาให้ดูเหมือนกัน แต่ขี้เกียจเคลียร์โต๊ะ เพราะรกจริงๆ :silly:


ยังรอดูอยู่นะครับ :banana: :dry: :blink:

ถ้าจะถามว่าระบบเครื่องเสียงที่ดี ที่ให้น้ำเสียงออกมาดีที่สุด อะไรคือที่สำคัญที่สุด

บ้างก็ตอบว่า ลำโพง
บ้างก็ตอบว่า แอมป์กับพรีแอมป์
บ้างก็ตอบว่า ต้นกำเนิดเสียง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องเล่นแผ่นเสียง หรือ ซีดี
บ้างก็ตอบว่า ต้องเป็นสายสัญญาณ
บ้างก็ตอบว่า ต้องเป็นพวกอุปกรณ์เสริม เช่นพวก ทิปโท ชั้นวางเครื่อง ๆลๆ
บ้างก็ตอบว่า ต้องเป็นอุปกรณ์ปรับอคุสติกในห้อง อย่างเช่นพวก รูมทูนทังหลาย
บ้างก็ตอบว่า ก็ต้องเป็นแผ่นเสียง หรือ ซีดี ถ้าอัดมาดี เสียงก็ต้องออกมาดี GIGO
บ้างก็ตอบแบบหัวชนฝาว่า ต้องอยู่ที่กระเป๋าไง จ่ายมาก เสียงก็ต้องดีมากขึ้น

แล้วคุณล่ะ มีความเห็นอย่างไร :)

นีออน
5th July 2004, 03:38
ถ้าจะถามว่าระบบเครื่องเสียงที่ดี ที่ให้น้ำเสียงออกมาดีที่สุด อะไรคือที่สำคัญที่สุด

บ้างก็ตอบว่า ลำโพง
บ้างก็ตอบว่า แอมป์กับพรีแอมป์
บ้างก็ตอบว่า ต้นกำเนิดเสียง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องเล่นแผ่นเสียง หรือ ซีดี
บ้างก็ตอบว่า ต้องเป็นสายสัญญาณ
บ้างก็ตอบว่า ต้องเป็นพวกอุปกรณ์เสริม เช่นพวก ทิปโท ชั้นวางเครื่อง ๆลๆ
บ้างก็ตอบว่า ต้องเป็นอุปกรณ์ปรับอคุสติกในห้อง อย่างเช่นพวก รูมทูนทังหลาย
บ้างก็ตอบว่า ก็ต้องเป็นแผ่นเสียง หรือ ซีดี ถ้าอัดมาดี เสียงก็ต้องออกมาดี GIGO
บ้างก็ตอบแบบหัวชนฝาว่า ต้องอยู่ที่กระเป๋าไง จ่ายมาก เสียงก็ต้องดีมากขึ้น

แล้วคุณล่ะ มีความเห็นอย่างไร :)

ในความเห็นผมคิดว่าเรื่องนี้มันตอบยากนะครับ หากจะตอบว่าชอบเครื่องเสียงที่ให้เสียงแนวไหนมันยังตอบง่ายกว่าครับ

มันเป็นศิลปะเล็กน้อยเหมือนกันครับ หากแต่เราเซ็ททุกอย่างให้มันเที่ยงตรงดุจ monitor จริงๆ ตรงนั้นอาจจะทำให้เราทนฟังได้ไม่นาน เพราะมันจะเหมือนทานอาหารที่ไม่ได้ปรุงแต่งนะครับ คงต้องเติมรสชาติแล้วแต่ว่าจะชอบรสชาติแบบไหนครับ

-ลำโพงเป็นตัวที่ผมเปลี่ยนบ่อยมากที่สุด เพราะตั้งแต่เล่นมาก็เปลี่ยนไปหลายคู่แล้วครับ ช่วงก่อนโน่นก่อนที่ผมจะมาใช้ LS3/5a ผมก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และหลังจากตัวนั้นหมดสภาพ ก็หาใหม่ที่ถูกใจ ก็เปลี่ยนไปอีกหลายคู่เช่นกัน จนเจ้า spender S3/5 SE มันออกมาทำใหม่เมื่อปี 2002 ก็เปลี่ยนมาตัวนี้ จึงหยุดเปลี่ยนไปล่ะครับ ด้วยเหตุผลเดียวคือชอบแนวเสียงของลำโพงตระกูล monitor แนวเสียงนี้แค่นั้น ไม่ได้วิเศษอะไรไปกว่าตัวอื่นหรอกแค่ชอบมันเป็นส่วนตัว

-pre amp ผมไม่มีความชอบหรือเลือกอะไรมากเป็นพิเศษครับ เท่าที่ใช้ C160 มาก็พอใจสุ่มเสียงตรงแต่มันไม่มีรูปแบบของแนวเสียงตัวของมันเอง คือไม่มีลักษณะเสียงของมันว่าง่ายๆ ค่อนข้างจะเรียบตรงไปตรงมาไม่มีอะไรพิเศษ

-power amp ก็เหมือนกับ pre amp ครับ ไม่มีอะไรที่ระบุเจาะจงว่าจะต้องแบบนั้นแบบนี้ ดูที่กำลังมันส่วนหนึ่ง ฟังแล้วมันใช้ได้ดีก็โอเคแล้วครับ บางคนอาจจะต้องเน้นว่าจะต้องเป็นแอมม์หลอด อันนี้ก็แล้วแต่จะชอบนะครับ

-สายสัญญาณ อันนี้ผมก็เลือกใช้ที่เป็นสาย OFC มากเท่าที่จะมากได้แต่ไม่ต้องแพงอะไรนัก เอาพอประมานครับเมตรละพันกว่าบาทก็โอเคแล้วไม่ต้องแพงมากครับ

-อุปกรณ์เสริม เช่นทิบโท อันนี้ตัวผมเห็นความสำคัญพอประมานครับ ทิปโทผมใช้แน่นอนเพราะฟังออกเลยอันนี้ และขาตั้งก็มีส่วนแน่นอน แต่ก็ไม่ต้องแพงอะไรมากนัก หาที่มันมีความสูงที่เหมาะสมกับตัวลำโพง

-แหล่งกำเนิดสัญญาน อันนี้สำคัญแน่นอน แต่ก็เลือกเท่าที่กระเป๋าจะพอรับไหวนะครับไม่น้อยไปหรือมากไป เพราะหากจัดหาตัวที่ดีมากๆ มันก็ควรจะดีมากไปทั้ง system อีกนั้นแหละมันถึงจะแสดงศักยภาพได้เต็มที่ราคามันได้

มันเป็นคำตอบโลกแตกอ่ะครับเรื่องนี้ แต่ผมเล่นมัน ก็เล่นเพราะว่าชอบมากกว่า ก็เหมือนกล้องถ่ายภาพครับ ก็ชอบเล่นเหมือนกัน แต่ก็จะมีจุด จุดหนึ่งที่จะหยุดการในการจัดหาเข้ามาเพิ่มเติมครับ อย่างกล้องและเลนล์ ผมก็หยุดไปแล้วแหละครับ เพราะหาที่มันดีไปกว่านี้ก็ไม่ได้ช่วยให้ถ่ายภาพเก่งขึ้นแต่อย่างใดครับ เครื่องเสียงก็เหมือนกัน มันก็จะต้องมีจุด จุดหนึ่งที่เราจะต้องหยุดกับ system นั้นของเรา อย่างน้อยก็สักระยะครับกว่าที่จะเปลี่ยน และการเปลี่ยนก็ค่อนข้างจะคิดหนัก หากมันไม่ได้ทรุดโทรมจากการใช้งานอย่างหนัก ก็ไม่อยากจะเปลี่ยนเท่าไรเช่นกันครับ

อุปกรณ์ทุกอย่างมันมีอายุการใช้งานมันครับ พอมันเริ่มหมดอายุ มันก็เริ่มกระวนกระวายใจ หารุ่นใหม่ๆมาทดแทน หากทดแทนได้ไม่แมทช์กัน คราวนี้ก็เป็นเรื่องเลย อาจจะต้องเปลี่ยนทั้ง system นั้นเอง

เครื่องเสียงมันมองให้เหมือนกับกล้องถ่ายภาพไม่ได้ เพราะอุปกรณ์รอบข้างมันเยอะกว่ามากครับ แค่เราเลื่อนตำแหน่งวางลำโพงเปลี่ยนไป เสียงก็เปลี่ยนแล้ว มันจึงจุกจิกพอประมานครับ

เพิ่มเติม
=====
คนที่จะเล่นเครื่องเสียงอย่างจริงจัง ต้องทำความเข้าใจ หรือ ศึกษาเรื่องต่างๆมาบ้างเช่น
- sound stage มันคือเวทีของเสียง ลำโพงทุกตัวจะบ่งชี้กันเด่นชัดมาที่ sound stage ครับ ตัวไหนแพงหน่อย ก็ได้ sound stage มากหน่อย แบ่งเสียงออกไปเป็นชั้นๆ ตามลำดับของเวทีเสียง และ มันจะไปเกี่ยวข้องกับ sound image คือความนิ่ง นิ่งจนระบุออกมาได้เลยว่า ฉิ่งถูกตีมาจากด้านซ้ายกี่นาฬิกา สามารถไล่จับหางเสียงของฉิ่งได้เลยว่ามันยาวแล้วสิ้นเสียงไปเมื่อไร โดยที่เสียงกลองหรือแซกโซโฟนหรือจะเปียโน มันก็โหมกระหน่ำออกมาได้อย่างชัดเจนระบุตำแหน่งของเวทีเสียงที่เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นร่วมกันบรรเลงอยู่ครับ
-sound image มันคือด้านมิติ จะแปรผันไปตามเวทีของ sound stage ด้วยครับ ยิ่ง sound stage แผ่เปิดวงกว้างเท่าใด มันจะดึง image ออกมาได้มองเห็นด้านความลึกความของเวที อนาเขตของเวทีที่สวยงาม กว้างขวาง แต่นิ่งไปด้วยมิติที่นึกภาพออก
-แอมเปื้ยน เป็นการบ่งบอกว่าเสียงนั้นเป็นเสียงอะไร เช่น เสียงจากขลุ่ย แล้วมันขลุ่ยอะไรล่ะ ขลุ่ยไม้หรือขลุ่ยพลาสติก หรือที่จริงมันเป็นเสียงจากพรุ๊ตกันแน่ เสียงกลอง มันจะออกมาแบบหนังขึงตึงหรือหย่อนเท่าใด หากลำโพงไม่ดี มันแยกไม่ออกว่าเสียงหนังกลองมันโปร่งกระชับได้แค่ไหน แอมเปี้ยนเป็นตัวสำคัญมากๆในความเห็นส่วนตัวผมเลยครับ ส่วนตัวผมจะเลือกลำโพงจากจุดนี้มากกว่าอย่างอื่นๆครับ เพราะมันสื่อถึงการถ่ายทอดความเป็นชิ้นดนตรีได้มากกว่าแบบอื่นๆครับ
-stable คือความเสถียรภาพของระบบทั้งหมด คือฟังแล้วไม่เกิดอาการเครียด เปิดฟังกันไปได้ทั้งวันโดยไม่ล้าหู หรือรำคาญอ่านะ อย่างที่ผมใช้งานผมก็เปิดฟังไปได้ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ต้องปิด และ ไม่ต้องปิดประตูห้องด้วย คนข้างบ้านก็ได้ร่วมฟังกันสบายไป ไม่เห็นเคยเดินมาบ่นเลยว่า ให้ปิดเถอะรำคาญเสียงอันหวยแตกนี้แย่แล้ว อันนี้จริงๆ ผมเปิดได้ตลอดทั้งวัน โดยไม่เครียด หากได้อย่างที่ว่านี้ก็พอใจแล้วครับ

ลำโพงที่ให้เสียงดี ฟังจากไกลๆก็ฟังออกว่าเสียงมันดี ไม่ต้องเร่งเสียงอะไรมากมายครับ ไม่ต้องไปนั่งใจจดใจจ่อนั่งฟังนั่งจับผิดมัน จะเดินอยู่ตรงส่วนไหน ก็ได้ความไพเราะสบายหู

ตัวผมจะมีแผ่น CD ใว้เซ็ท system ครับ ไว้จะถ่ายรูปมาให้ชม และ หลักการ tune ปรับแต่งให้เข้ากับห้องของเรา เพื่อให้การตอบสนองความถี่ได้ครบถ้วนเหมือนในห้องสตูดิโอนั้นเองครับ

NaimNatNod
5th July 2004, 04:53
ตอบได้ดี ตอบได้ดี ..... (Y) :D :bunny:


อิ...อิ....แต่ทำไมนายนีออนถึงโจทย์เยอะจัง :banana: :knock: :nospam: :bunny: :blink: :D



กับลำโพง Spendor อยากจะให้ลองหา Integrated Amp ของ Naim รุ่น Nait II มาฟัง รุ่นนี้เป็นตำนานไปแล้ว ไม่ได้ระบุว่ามีกำลังขับกี่วัตต์ แต่เสียงมีมนต์เสน่ห์นักแล (Y) (Y) (Y)

นีออน
5th July 2004, 15:29
อิ...อิ....แต่ทำไมนายนีออนถึงโจทย์เยอะจัง :banana: :knock: :nospam: :bunny: :blink: :D

อันนี้ผมก็ไม่ทราบนะครับว่าทำไม แต่เท่าที่ผมรู้จักตัวเอง ผมก็เป็นคนตรงไปตรงมา นิสัยอาจจะเป็นแบบยอมหักไม่ยอมงอ หากผมไม่ผิดผมก็ไม่เคยก้มหัวให้ใคร

ผมก็ทำมาหากินอยู่บนอินเตอร์เนทนี่แหละครับพี่ หากผมมันเลวชาติ ผมคงโดนลูกค้าผมด่าเล่นงานแบบไม่ต้องเกิดกันไปแล้ว แต่ที่ผมโดนๆ ผมก็ไม่ได้รู้จักแบบตรงๆ

เรื่องของอาการมั่นไส้... มันไม่เข้าใครออกใครครับ

แต่ผม ผม...มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย



ปล. ผมชอบบทประพันธ์ ที่พี่ soon นำมาสั่งสอนผมอันนี้นะครับ

"ให้เขาเถิด ประพันธ์โดย พุทธทาสภิกขุ"

เขาอยากดี.......เท่าไร.........ให้เขาเถิด
ไม่ต้องเกิด......แข่งดี...........มีแต่เสีย
ริษยา..............คือทุรกรรม...ทำให้เพลีย
ทั้งลูกเมีย.......พลอยลำบาก..มันมากความ
เขาอยากเด่น...เท่าไร.........ให้เขาเถิด
จะไม่เกิด........กรรมกลี.......ที่ซ่ำสาม
มุทิตา.............สาธุกรรม.....ทำให้เงาม
สมานความ.....รักใคร่..........เป็นไมตรี
เขาอยากดัง.....เท่าไร.........ให้เขาเถิด
ช่วยชูเชิด........ให้ประจักษ์...ด้วยศักดิ์ศรี
ให้ดังก้อง........ท้องฟ้า........อย่างอสนี
ต่างฝ่ายมี........ผลงาน.........ตามเรื่องตน

หมายเหตุ ..........................
ทุรกรรม=กระทำชั่ว; กลี=โทษ; ซ่ำสาม=เลวทราม; อสนี=สายฟ้า


Integrated Amp ของ Naim รุ่น Nait II

ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยครับ อยากทราบข้อมูลพอสังเขป และมันเป็นตำนานอย่างไรเหมือนกันครับ ผมชอบของที่เป็นตำนานกาเล อ่านะ อิอิ อย่าง LS3/5a ผมเล่นและชอบมันส่วนหนึ่งก็เพราะตำนาน และ ความเก๋าของมันครับ หากเซ็ทกันไม่ถึงจริง ยากที่จะเปิดฟังตำนานนั้นได้ เพราะประสพการณ์ยังไม่มากพอที่จะเปิดตำนานนั้น และ เข้าใจมันอ่ะคับ


Spendor S3/5 SE เป็นความพยามของค่าย spendor ที่จะออกตำนานใหม่ เพื่อสานต่อตำนานลำโพง BBC Monitor LS3/5a ที่โดนสั่งปิดสายการผลิตไปแล้ว
S3/5 ก็คงดูว่า Spendor ต้องการนำเสนออะไร

charles
5th July 2004, 20:02
ยังรอดูอยู่นะครับ :banana: :dry: :blink:

ใจเย็นๆ ครับ ที่ผ่านมาแค่จัดการรูปที่ไปถ่ายมาก็เละแล้วครับ อิอิ

คืนนี้จะเอามาลง (แต่กี่ทุ่ม หรือตีอะไรไม่ทราบ :silly: )

นีออน
5th July 2004, 20:24
มา่ตีตั๋วชั้นหนึ่งนั่งรอแล้วครับ รอ รอ "รักแล้วรอหน่อย" :kiss:

เชื่อมั่นในสิ่งที่เรารัก เหมือนที่เราเชื่อมั่นรักแฟนของเรานั้นแหละ จะสวยไม่สวย แฟนเราก็สวยกว่าผู้หญิงคนอื่นในโลกนี้ทั้งหมดอ่านะ อิอิ (หยอดไปอีกหนึ่งดอกอ่ะ) :drool:

charles
5th July 2004, 21:04
ชุดเดียวใช้ทุกงาน ตั้งแต่ฟังเพลง เ่ล่นเกม ดูหนัง ทำงาน ต่อแบบ 2.1 channel เนื่องจากตัวขี้เกียจกระโดดเกาะหลัง ทำให้ไม่ได้ต่อแบบ surround สักที

รูปอาจจะไม่ค่อยดีนะครับ อย่าถือสา

สังเกตุได้ว่าจะเป็นสีดำ-เทาทั้งชุด ยกเว้นเมาส์ หาที่ถูกใจยังไม่ได้ เลยเอามาใช้แก้ขัดไปก่อน

ดูกันใกล้ๆ อีกนิด สำหรับลำโพง Altec Lansing 220 ด้านซ้ายเป็นขุมพลัง Soundblaster Extigy เป็น Sound Card แบบ External ครับ

ส่วนหูฟัง เอาไว้เวลาต้องการเสียง surround ความจริงตอนแรกใช้ของ NC11 แต่ต่อมามันพัง ตัวนี้ใช้แก้ขัดไปก่อน แต่เสียงนับว่าเข้าขั้นมากทีเดีัยว (ผมว่าดีกว่าลำโพงหลายๆ ชุดด้วยซ้ำ)

นีออน
5th July 2004, 21:08
ผมเคยจะซื้อชุด Headphone AC3 5.1 CH แบบที่คุูณ charles ตั้งอยู่ซ้ายมือแล้วอ่านะ เคยฟังแล้ว มันส์ได้สะใจมากๆครับ หากหา Headphone ระดับ Hiend มาใช้หน่อย ผมว่าเสียงไพเราะมากๆ สะใจมากๆกับระบบ Dolby Digital ตัวนี้นะครับ

charles
5th July 2004, 21:11
ดูขุมพลังกันชัดๆ Sound Blaster Extigy! ต่อผ่าน USB ให้เสียง 24bit 96KHz 100DB SNR สนับสนุน EAX Advanced HD และ Dolby เสริมทัพด้วย CMSS (เปลี่ยนเสียงสองมิติ เป็นสามมิติ บอกได้คำเดียวว่า สุดยอดดดดด)

ส่วนพอร์ตหรือที่เสียบสายนั้นหายห่วง เยอะจัด จนจำไม่ได้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร

Subwoofer รุ่นสะท้านโลกันต์ เดินพันธุ์ทิพย์ทั้งบ่าย ฟัง Sub ไปทีละตัว จนถูกใจที่ตัวนี้แหละครับ ทำด้วยไม้ทั้งดุ้น แต่ตอนนี้หาไม่ได้แล้ว (หรือเราหาไม่เจอหว่า) รุ่นใหม่ๆ ของยี่ห้อนี้ออกมา Sub ก็ลดคุณภาพลงไปด้วย ไม่เหมือนตัวนี้ ทั้งนุ่ม แน่น ดัง จนเพื่อนๆ ติดใจ (และเพื่อนบ้านติดใจ อยากโยนครกมาให้เป็นรางวัล)

แต่ตัวนี้ตั้งไว้นานไปหน่อย ฝุ่นจับเลย

มาดูแผ่นเพลงบ้างดีกว่า

เอาเฉพาะที่ผมภูมิใจ (เสนอ) ละกัน

แผ่นบนที่ปกสีแดง เป็น RH singles เวอร์ชันพิเศษครับ ไม่เข้าไทย ได้แบบฟลุ๊คมาก คือไปเจอที่ฮ่องกง (มีแผ่นเดียวด้วย)

แผ่นซ้ายที่เป็นขาวดำ คือ RH Perfect Collection อันนี้ก็ภูมิใจอีก เพราะมีในไทยไม่กี่แผ่น ขนาดไปหาที่ฮ่องกงยังหายากมากเลย (แต่ก็ฟลุ๊คได้มา :D )

ส่วนแผ่นขวาเป็นอัลบั้มที่ 2 ของบัวชมพู Sunshine Day แต่ไม่ธรรมดาตรงที่เป็นแผ่น Sample ครับ ได้แบบฟลุ๊คๆ อีกเช่นเคยที่งาน RVS เมื่อปีก่อน

จบแล้วครับ ขอบคุณที่อ่านลีลาโม้ (จริงๆ) ของผม :D :D

นีออน
5th July 2004, 21:24
อ้าว...หนังจบแล้วหรอ...จบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยอ่ะ เปิดชมกำลังเพลินเลยอ่ะ เอาอีก :knock:

charles
5th July 2004, 21:31
อ้าว...หนังจบแล้วหรอ...จบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยอ่ะ เปิดชมกำลังเพลินเลยอ่ะ เอาอีก :knock:

งั้นพาไปชมภาพ software ละกันครับ

ข้อดีของระบบนี้คืออัพเกรดได้โดยใช้ซอร์ฟแวร์ เช่น ไดรเวอร์ (ที่มันไม่ออกมาชาติกว่าๆ แล้ว) หรือโปรแกรมเล่นเพลง

ถ้ายังไม่พอใจแนวเสียงที่ได้อีก ก็ยกกันเองได้ตามสบายยยย

นีออน
5th July 2004, 21:33
งั้นพาไปชมภาพ software ละกันครับ

ข้อดีของระบบนี้คืออัพเกรดได้โดยใช้ซอร์ฟแวร์ เช่น ไดรเวอร์ (ที่มันไม่ออกมาชาติกว่าๆ แล้ว) หรือโปรแกรมเล่นเพลง

ถ้ายังไม่พอใจแนวเสียงที่ได้อีก ก็ยกกันเองได้ตามสบายยยย

ดีครับ...คนที่อยากจะเล่นแนวนี้จะได้ทราบได้รู้จักกันเล็กน้อยอ่านะ (กระทู้นี้ยาวจิงๆ)

charles
5th July 2004, 21:34
ลืมแนบภาพ

ถ้ายังไม่สะใจอีก ก็ยก Equalizer กันแบบละเอียดๆ เลย

ส่วนใครที่ลง plus XP กับ Windows Media Player ไว้ จะมี profile ของลำโพงให้เลือกใช้ ลองเลือกไปเรื่อยๆ เอาที่เข้าหูเราที่สุดครับ

นีออน
5th July 2004, 21:41
เรื่องหูฟังเดี๋ยวผมว่างๆจะถ่ายหูฟังที่ผมใช้กับ netmd มาให้ดูนะครับ เสียงดีพอประมาน ที่สำคัญมันเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกได้ในระดับหนึ่ง หรือจะทำให้มันไม่ได้ยินเสียงของนอกสักเท่าไรก็ได้ ตัวเล็กนิดเดียวครับของ sony เหมาะกันพกพาครับ

charles
5th July 2004, 21:43
ส่วนไดรเวอร์หรือโปรแกรมที่แถมมากับการ์ดเสียง เข้าไปชมสักนิดก็จะดี เพราะเดี๋ยวเค้าลูกเล่นเยอะครับ บางทีสิ่งที่คุณค้นหามาตลอดชีวิต อาจจะอยู่ในที่ที่คุณนึกถึงน้อยที่สุดก็ได้ :D :D (เว่อร์จริงๆ เลยเรา)


เรื่องหูฟังเดี๋ยวผมว่างๆจะถ่ายหูฟังที่ผมใช้กับ netmd มาให้ดูนะครับ เสียงดีพอประมาน ที่สำคัญมันเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกได้ในระดับหนึ่ง หรือจะทำให้มันไม่ได้ยินเสียงของนอกสักเท่าไรก็ได้ ตัวเล็กนิดเดียวครับของ sony เหมาะกันพกพาครับ

ไม่ใช่ออกมาเป็น NC11 นะ :D :D

แต่ผมพอแค่นี้ก่อนดีกว่า หมดแก๊กแล้ว ไว้ติดตามเพื่อนๆ ไปเรื่อยๆ ดีกว่า

นีออน
6th July 2004, 00:26
เป็นกระทู้ software version ต่อจาก กระทู้เครื่องเสียง, mp3, wav, wma ... จิปาถะ (http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=8457) ของพี่ "NaimNatNod"

ขอแนะนำแผ่นแรกสำหรับไว้เซ็ทอัพ sound system และ speaker position ต่างๆ
เป็นแผ่นที่ทาง Stereophile Editor Choice จัดทำขึ้นไว้สำหรับทดสอบ และ เซ็ทอัพซิสเท็มท์ครับ แนะนำมีไว้สำหรับปรับแต่ง system & room

Diagnosis Sound System

Track [1] Channel Identification เป็น sound ระบุว่า Right และ Lefe ของ System เราถูกต้องไหม

Track [2] Channel Phasing เป็น sound ที่ทดสอบการ In Phase และ Ouof Phase ของ sound system ของเราครับ

Music... ที่เหลือลงมาจะเป็น Music Reference ที่ไว้อ้างอิงเท่านั้นครับ

Testing Sound Signals

Track [17] Refernce Tone 1KHz at -20dB อันนี้มีไว้เทียบระดับ Volume ของเราว่าระดับที่ -20dB อยู่ตรงไหนนะครับ

Track [18] Mono Pink Noise ตัวนี้แหละครับที่เป็น Track สำคัญที่สุดในการปรับแต่งการวางลำโพง หรือ ทดสอบการ Resonace Freq. ต่างๆของห้องได้นะครับ

Track [19] Chomotic Scale จะเป็นบันไดเสียงต่ำและสูงไล่บันไดเสียงของแต่ละ Channel ซ้ายขวา เป็นการทดสอบบันไดเสียงของ system ได้ Track นี้ก็ใช้สำหรับ Tune ต่อจาก Track ที่ 18 อ่ะครับ

Track ที่เหลือๆต่อไป ก็เป็นแต่เทียบเสียงต่างๆกันไปครับ ที่สำคัญคือ track 17,18,19 และ 1,2 ครับผม

ผมแยกแผ่น Reccomend ไป กระทู้แนะนำแผ่น CD และ LP อันนี้ครับ (http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?p=83989)

Photo Gallery...

Photo Gallery...

NaimNatNod
6th July 2004, 01:10
เออ ดีเหมือนกัน แยกกระทู้ software ออกมาจาก hardware ให้มันเป็นเรื่องเป็นราว แต่เรื่องรูปภาพ ผมว่าถ้าเป็น hardware pictures ควรที่จะไปใชว์ในกระทู้โน้น ส่วน software ผมจะเอามาลงที่กระทู้นี้แทน :bunny: (Y) :knock: :banana:

นีออน
6th July 2004, 01:18
เออ...นั้นสิ :knock: ผมลืมคิดข้อนี้ไปเลยครับพี่ ขอโทษครับผิดไปแล้วอ่านะ เดี๋ยวเอาอีกแผ่นหนึ่งที่ทาง Chesky Record ทำเอาไว้สำหรับให้นักฟังเพลงมือใหม่ได้ทำความรู้จักความลึก และ ความกว้างของเสียงอ่านะ อันนี้เป็นแผ่นระดับ Reference เหมือนกันครับ ผมมีไว้ฟังทดสอบเครื่องเสียง และ ลำโพงหลังผ่านการเบรินท์อินแล้ว ที่สำคัญมีเสียงคนพากษ์ให้เราเข้าใจในแต่ละเพลงครับ เป็นแผ่นที่คนเล่นเครื่องเสียง Audiophile ส่วนใหญ่จัดหาเก็บไว้อ้างอิง System ตนเองครับ

งัดมาฝากครับ (ฝาบ้านใครก็ไม่รู้ เห็นๆเลยงัดเอามาซ่ะงั้น) :silly:

ห้องฟังเพลงของเพื่อนอ่านะ อิจฉามั๊กๆ

ชุดโฮมเธียเตอร์ของโซนี่ กับ สาวพรีเซ็นเตอร์

ดูภาพฮาร์ดแวร์มามากแล้ว หันมาดูภาพ ฮาร์ดแวร์แนวพอรตเทรตกันบ้างนะครับ

ชื่อภาพ รักพี่เสียน้อง :dry:

ชุดโฮมเธียเตอร์ของโซนี่ กับ สาวพรีเซ็นเตอร์

แม่บ้านกับเครื่องเสียง

ชื่อภาพ ตักที่น่าหนุนนอนตาย

NaimNatNod
6th July 2004, 14:10
ห้องฟังเพลงของเพื่อนอ่านะ อิจฉามั๊กๆ

ถ้าความจำผมยังใช้ได้ ลำโพงคู่นี้เป็นของ Epos รุ่น ES12 ซึ่งผมเคยใช้ขาตั้งลำโพงชุดนี้กับ Totem 1 เมื่อสมัยก่อน เอาลูกปืนลูกเล็กๆมาหยอดใส่ให้เต็ม จะทำให้มวลมากขึ้น เสียงจะดีขึ้นอีกครับ

Epos ES12 รุ่นนี้ให้น้ำเสียงเป็นธรรมชาติมาก ในราคาสมน้ำสมเนื้อ ไม่แพงจนเกินไปนัก เป็นหนึ่งในตำนานเหมือนกันครับ (Y) (Y) (Y)

VPI Brick หรือเปล่าครับที่วางอยู่บน pre-amp เมื่อก่อนผมเคยซื้อของมือสองมาลองเล่นดู สวยดีครับ :p

แต่ผมว่ามันขัดๆกันนิดๆนะ กับการที่เอา Mark มาขับลำโพงอังกฤษคู่นี้ ถ้าเป็น Thiel ละก็เหมาะ :dry:

NaimNatNod
6th July 2004, 14:22
อ้าว....ทำไมกระทู้ software กลับเข้ามารวมกับ hardware อีกล่ะเนี่ย..... :confused: :confused: :confused:

หลวงลายไทย
6th July 2004, 15:25
ห้องฟังเพลงของเพื่อนอ่านะ อิจฉามั๊กๆ

อืมมม เปลี่ยนโวลุ่มเป็นของเดอะหั่งด้วย (Y)


ถ้าความจำผมยังใช้ได้ ลำโพงคู่นี้เป็นของ Epos รุ่น ES12 ซึ่งผมเคยใช้ขาตั้งลำโพงชุดนี้กับ Totem 1 เมื่อสมัยก่อน เอาลูกปืนลูกเล็กๆมาหยอดใส่ให้เต็ม จะทำให้มวลมากขึ้น เสียงจะดีขึ้นอีกครับ

Epos ES12 รุ่นนี้ให้น้ำเสียงเป็นธรรมชาติมาก ในราคาสมน้ำสมเนื้อ ไม่แพงจนเกินไปนัก เป็นหนึ่งในตำนานเหมือนกันครับ (Y) (Y) (Y)


อ้าว เป็น Epos 12 หรือ ผมดูเป็น Epos 11 แฮะ :confused:

NaimNatNod
6th July 2004, 15:33
อืมมม เปลี่ยนโวลุ่มเป็นของเดอะหั่งด้วย (Y)



อ้าว เป็น Epos 12 หรือ ผมดูเป็น Epos 11 แฮะ :confused:

น่านแหละ ES11 หรือ ES12 ดูไกลๆก็คล้ายๆกันแหละ ... อิ...อิ.... :banana:

หลวงลายไทย
6th July 2004, 15:39
โฮมเธียเตอร์ซะด้วย ลำโพงของคุณหลวงมีไรบ้างครับ แล้วหลังสองตัวใช้ไรครับ เห็นแล้วอิจฉานิดๆ :D :p มีบอลยูโรให้ดูด้วย ผมอยู่ที่นี่ไม่มีดูเลย :cry:
มาตอบช้าไปนิดครับ เพิ่งกลับมาจาก Training หลักสูตร Whitewater Kayak มา เมื่อยกล้ามเนื้อซะสองวัน

ลำโพงที่ผมใช้ แยกชุดดูหนังฟังเพลงออกจากกันครับ ชุดดูหนัง เป็นลำโพง AR Performance ทั้งชุด 5 ตัวครับ น้ำเสียงนุ่มนวล(แบบที่คุณนีออนว่าไว้ครับ) เป็นลำโพงที่ให้เสียงต่ำที่ทรงพลังหนัหแน่นแบบที่ไม่ต้องมีซับฯเพิ่มในระบบเลย ต้องย้ายห้องมานี่ว่าจะขายทิ้งหลายหนแล้ว เพราะขนาดมันเกะกะมากเลยครับ แต่พอดูหนังฟังเสียงจากเจ้า AR ชุดนี้ทีไรมันทำให้ตัดไม่ตายขายไม่ขาดครับ

ส่วนลำโพงฟังเพลงผมใช้ลำโพงของเวียนนาไฮเดนไบไวร์ครับ เจ้าตัวนี้ให้เสียงที่โพกัสไม่เด็ดขาดชัดเจนแบบ Proac หรือ Totem ครับ แต่ให้เสียงที่นิ่มนวลอ่อนหวานต่อเนื่องลื่นไหลมีความเป็นดนตรีสูงฟังเพลิน ยิ่งจับคู่กับแอมป์ฯหลอดละก็ ใช่เลย แต่ตอนนี้เสียงมัน Drop ไม่เยอะครับ จากสภาพห้องที่ไม่อำนวย :( ตามที่เห็นในภาพนั่นแหละครับ

นีออน
6th July 2004, 15:48
อ้าว....ทำไมกระทู้ software กลับเข้ามารวมกับ hardware อีกล่ะเนี่ย..... :confused: :confused: :confused:

อ้าว...ทำไมเอามารวมกันล่ะเนี้ย เราก็ตั้งใจจะแยก recomment software เครื่องเสียงออกเป็นอีกกระทู้หนึ่ง ยังมีอีกมากหลายที่จะนำมาลงให้ชมกัน งี้กระทู้เครื่องเสียงอาจจะมีเป็นร้อยหน้าได้อ่านะเมื่อเวลาผ่านไป

ก็ไม่เป็นไรครับ...คนที่เปิดชมที่หล้งก็ไล่เปิดอ่านตั้งแต่แรกหน่อยละกันครับ กับเจตนารมณ์ที่นั่งคุยเล่นเครื่องเสียงกันไปมา ถึงมีห้องเดียวกระทู้เดียวก็ได้ละครับ อัดๆกันอบอุ่นดี :banana:

NaimNatNod
6th July 2004, 15:52
พูดถึง AR นี่เป็นลำโพงชุดแรกของผมที่ตอนนั้นกัดฟันจ่ายไป $999 ต่อคู่ เสียงดี แต่ไม่ค่อยมีมิติ อาศัยดังเข้าว่า :banana: เป็นลำโพงตู้ปิด ใช้ Amp ของ Nikko 120w ต่อข้างขับ ตอนนั้นเพิ่งจบใหม่ๆ ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร :D

AR90

นีออน
6th July 2004, 15:53
แต่ผมว่ามันขัดๆกันนิดๆนะ กับการที่เอา Mark มาขับลำโพงอังกฤษคู่นี้ ถ้าเป็น Thiel ละก็เหมาะ :dry:

ผมเข้าใจว่าเจ้าของมันบ้า Mark อ่านะ หากผมเอื้อมถึงก็อยากคว้าไว้เหมือนกัน แหมมโดนแซว...เอา power amp เรือนแสนมาขับลำโพงเงินหมื่น (ผมก็แซวมันไปเหมือนกัน) แฮ่ะๆ


Epos ES12 รุ่นนี้ให้น้ำเสียงเป็นธรรมชาติมาก ในราคาสมน้ำสมเนื้อ ไม่แพงจนเกินไปนัก เป็นหนึ่งในตำนานเหมือนกันครับ (Y) (Y) (Y)

โห...พี่ครับ ชุดนี้ฟังแล้วบอกได้คำเดียวว่าดีครับ ดีมากๆ งบเครื่องในชุดนั้นไม่รู้เท่าไรอ่านะ คิดว่าเอา 1D MKII ห้าตัวไปวางได้อ่านะ :drool:


อืมมม เปลี่ยนโวลุ่มเป็นของเดอะหั่งด้วย (Y)

เจ้านี่มันบ้า บ้าสุดๆ ห้องเก็บของมันก็อีกเยอะที่เราเองเห็นแล้ว มันจะเปิดฟังกันไหวหรือเปล่าอ่านะ

อะไรโมดิฟายได้มันโมหมด :knock:

NaimNatNod
6th July 2004, 16:02
เจ้านี่มันบ้า บ้าสุดๆ ห้องเก็บของมันก็อีกเยอะที่เราเองเห็นแล้ว มันจะเปิดฟังกันไหวหรือเปล่าอ่านะ

อะไรโมดิฟายได้มันโมหมด :knock:

โบราณเขาว่า ถ้าเจอคนบ้า ต้องไปให้ห่างๆ

แต่ถ้าเจอคนบ้าเครื่องเสียง ให้เข้าไปไกล้ๆ จะได้ฟังเครื่องเสียงดีๆ (ไม่ได้บอกนะว่า จะได้ฟังเพลงดีๆ หรือเปล่า :banana: ) ...... vb...vb...

นีออน
6th July 2004, 16:07
ชุดดูหนัง เป็นลำโพง AR Performance ทั้งชุด 5 ตัว

ส่วนลำโพงฟังเพลงผมใช้ลำโพงของเวียนนาไฮเดนไบไวร์

คุณหลวงจัดชุดได้ดีมากเลยนะครับ ดูจากจัดชุดแล้วประสพการณ์เล่นเครื่องเสียงไม่น้อยแน่ๆ อย่างเวียนนาลำโพงไฮเอนด์ตัวนี้ก็อยู่ในระดับห้าดาวแถวหน้าเลยทีเดียว เวียนนาเหมาะกับคนที่ฟังสูงอายุนิดหนึ่ง (40 อัพ) อะไรประมานนั้น ได้ฟังครั้งแรกก็ชอบเหมือนกันครับ ชื่อดังมากในกลุ่ม Audiophile

ส่วน AR Performance มันเป็นลำโพงแนวคลาสสิค เรียบๆไม่โฉ่งฉางอะไร แต่ดูหนังและดูคอนเสริค์มันก็ไม่เป็นรองใครเหมือนกันครับ เสียงออกโทนนุ่มนวลอบอุ่น เบสเดินได้เป็นตัวๆดีอ่านะ ด้อยที่เสียงแหลมปลายๆเท่านั้นแหละครับ นอกนั้นดีครับ


พูดถึง AR นี่เป็นลำโพงชุดแรกของผมที่ตอนนั้นกัดฟันจ่ายไป $999 ต่อคู่ เสียงดี แต่ไม่ค่อยมีมิติ อาศัยดังเข้าว่า :banana: เป็นลำโพงตู้ปิด ใช้ Amp ของ Nikko 120w ต่อข้างขับ ตอนนั้นเพิ่งจบใหม่ๆ ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร :D

AR90


ลำโพง AR ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มลำโพงประเภท Monitor หรือพวกชอบฟ้องว่าเครื่องเสียงเป็นอย่างไร เท่าที่ผมทราบลำโพงขี้ฟ้องของ system ก็ Totem Model 1 นี่แหละขี้ฟ้อง อ่อนไหวไปหมด มากจนน่ารำคาญจนผมไม่เล่นมันเพราะจุดนี้แหละครับ ขยับอะไรนิดก็แฉเสียงผิดปกติออกมาแล้ว เล่นแล้วเดียวทนมันไม่ได้แห่ะๆ

AR ต้อง AR 3


โบราณเขาว่า ถ้าเจอคนบ้า ต้องไปให้ห่างๆ

แต่ถ้าเจอคนบ้าเครื่องเสียง ให้เข้าไปไกล้ๆ จะได้ฟังเครื่องเสียงดีๆ (ไม่ได้บอกนะว่า จะได้ฟังเพลงดีๆ หรือเปล่า :banana: ) ...... vb...vb...


ผมละกลัวมันจะบ้าไปเล่น Mc อ่ะจิ ขนาด Mark มันยังบอกว่าเฉยๆ หึหึ :dry:
แต่ว่าไปมันคงไม่มีปัญหาหรอกครับเพราะมันทำงานอยู่กับ What HiFi อ่านะ เป็นเรื่องธรรมดากับของส่วนตัวเล็กๆน้อยๆของมัน

MenInBlack
6th July 2004, 16:21
ผมต้องขออภัยคุณธำรงค์ศักดิ์ อย่างมากครับที่อาจจะโพสล่วงเกินไป เพราะไม่ทราบมาก่อนว่าคุณธำรงค์ศักดิ์ใช้ชื่อในเวปนี้ว่า นีออน มาทราบอีกทีก็ตอนเห็นเครื่องเสียงนี่แหละครับ พอดีเห็นข้อมูลบางตัวมันไม่ค่อยถูกต้องนะครับ

นีออน
6th July 2004, 16:24
Integrated Amp ของ Naim รุ่น Nait II

พี่ช่วย Review Naim MKII ตัวนี้ให้ฟังหน่อยครับ ผมสนใจตัวนี้มากครับ
หากเปิดฝาถ่ายรูปได้จะดีมากเลยครับผม


ผมต้องขออภัยคุณธำรงค์ศักดิ์ อย่างมากครับที่อาจจะโพสล่วงเกินไป เพราะไม่ทราบมาก่อนว่าคุณธำรงค์ศักดิ์ใช้ชื่อในเวปนี้ว่า นีออน มาทราบอีกทีก็ตอนเห็นเครื่องเสียงนี่แหละครับ พอดีเห็นข้อมูลบางตัวมันไม่ค่อยถูกต้องนะครับ

ขอโทษครับคุณ MenInBlack มีการเข้าใจอะไรผิดกับคุณพี่ธำรงหรือครับ ผมนีออนก็เป็นนีออนนะครับกระผม พี่ธำรงก็เป็นพี่ชายผม ก็เล่นเครื่องเสียงด้วยกัน และก็ถ่ายรูปเล่นกันเป็นประจำทั้งในห้องเค้า และ นอกบ้านนะครับ

เราต่างรักที่จะมานั่งคุยเล่นกันนะครับ อย่าคิดอะไรมากสิครับ คนเรามีทั้งด้านดีและด้านไม่ดีกันทุกคน แต่ผมก็มองเฉพาะด้านมุมดีของแต่ละคนที่คบกันครับผม คุณ MenInBlack ก็มีขอดีเช่นกันไม่ใช่ว่าจะไม่ดีนะครับ อย่าถือสาผมครับ ผมนิสัยตรงไปหน่อย แต่นิสัยผมไม่กร้าวร้าวหรอกครับ เชื่อเถอะว่าเราคบกันได้ มองหามุมที่ดีเข้าหากัน...เท่านั้นเองนะครับ

และเชื่อได้อย่างหนึ่งว่านีออนไม่เคยใช้นามแฝงอื่นในการเล่นเวปบอร์ดเลยนะครับ ผมผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก มากเกินกว่าจะมาหลอกตัวเองแล้วครับ และผมก็ภูมใจตรงนี้ที่เราเป็นตัวเราชื่อเราอ่านะ จะดีจะร้ายมันก็ตัวเราชื่อเราเองครับผม

"ด้วยความเคารพ"

MenInBlack
6th July 2004, 16:31
อ้าวเหรอครับ โทษทีครับ ผมก็งงไปหมดแล้วครับ มิน่า เป็นอย่างนี้เองหรือครับ

นีออน
6th July 2004, 16:33
อ้าวเหรอครับ โทษทีครับ ผมก็งงไปหมดแล้วครับ มิน่า เป็นอย่างนี้เองหรือครับ

ผมชอบคุณ MenInBlack ที่อัดผมแบบตรงๆ ชอบตรงไม่มีคำหยาบคาย พูดต่อว่ากันแบบสุภาพบุรุษ อันนี้แหละที่ผมรักน้ำใจกันครับ

นี่คือรูปที่ผมถ่ายในห้องพี่ธำรงครับ (http://www.brandphoto.com/photo.th?id=885)

เบื้องหน้า....เบื้องหลัง ชื่อนีออนมีไปทั่วแหละครับ ขออภัยจริงๆครับ

พี่อย่าลืม Review Naim MKII นะครับ :drool:

NaimNatNod
7th July 2004, 10:23
พี่อย่าลืม Review Naim MKII นะครับ :drool:

Naim Nait 2 นี่เป็น Integrated Amp ตัวเล็กๆตัวเดียวนะครับ เป็นรุ่นที่ 2 ของตระกูล Nait ซึ่ง ณ ขณะนี้เป็นรุ่นที่ 5i เข้าไปแล้ว แต่ รุ่น 2 นี้ก็เหมือน รุ่นพิมพ์นิยมแหละครับ ให้สุ้มเสียงดีกว่า มีความเป็นตนตรีมากกว่า รุ่นใหม่ๆ ตามที่หลายๆคนบอก

ผมเคยขลุกอยู่กับ Gene Rubin อยู่พักใหญ่ๆ คนนี้เป็นดีลเลอร์ขายอุปกรณ์เครื่องเสียงที่มาจากยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษ คนนี้เป็นนัก Setup Linn Turntable มือฉมังในเขต Southern California อุปกรณ์ที่เขาขายส่วนใหญ่คือ Linn กับ Naim

Linn จะเด่นมากๆในเรื่องของ front end คือ Turntable รุ่น Linn Sondek LP12 กับลำโพง รุ่นที่ดังๆ ก็คือ Isobarik, Kan II ส่วน Naim จะมีชื่อมากในส่วน electronics ตั้งแต่ Power Amp, Pre-Amp, Power Supply, Integrated Amp, Tuner, Crossover และที่ดังมากคือ Tonearm ARO ที่ Naim บรรจงสร้างมาให้เป็นคู่ตุนาหงันกับ LP12 ทั้งๆที่ Linn ก็มี Tonearm รุ่นดังๆอยู่แล้วอย่างเช่น Ittok และ Ekos

ช่วงปลายทศวรรตที่ 80 ทั้งสองบริษัทนี้เริ่มที่จะแข่งกันเองแทนที่จะเสริมซึ่งกันและกันเหมือนเมื่อก่อน Linn เริ่มผลิต Electronics เอง Naim เริ่มผลิตลำโพงเอง แต่ก็ยังอาศัย Turntable ที่พอสมน้ำสมเนื้อจากบริษัทอื่นอย่างเช่น Roksan เพื่อที่จะได้ครบชุด และในขณะเดียวกัน ทั้งสองบริษัทก็ได้เริ่มผลิตเครื่องเล่นซีดีขึ้นมาเสริมชุดของตัวเอง สรุปก็คือตอนนี้ ทั้งสองบริษัทต่างคนก็ต่างมีชุดครบเป็นของตัวเองไปได้เสริมซึ่งกันและกันเหมือนเมื่อก่อน

ออกนอกเรื่องไปหน่อย วกกลับมาถึงตอนที่ผมไปคลุกอยู่กับ Gene Rubin เขาได้ดัดแปลงบ้านที่เขาอยู่เป็นห้องลองเครื่องเสียง โดยเขาจะ demo เครื่องให้ฟังตามนัดเท่านั้น มีอยู่ชุดหนึ่งที่ผมติดใจมากๆคือ Nait 2 + Spendor LS3/5a + Rega Planar 3/AC-OC9 ชุดเล็กๆนี้แหละครับ ฟังได้ทั้งวัน แผ่นแล้วแผ่นเล่า ไม่มีเบื่อ หลายๆคนคงรู้ว่า BBC monitor LS3/5a ชุดนี้กินวัตต์เอาเรื่อง แต่สำหรับ Integrated amp เล็กๆอย่าง Nait 2 นี้ ไม่มีการออกอาการใดๆทั้งสิ้น แม้จะเปิด volume มาจนถึง 3 นาฬิกาก็ตาม (Y) (Y) (Y) (Y)

อันนี้เป็น link ที่เขา review ให้ฟัง อ่านเองนะ ขี้เกียจแปลให้ฟัง :bunny:

http://freespace.virgin.net/tony.lonorgan/flatearth/nait.htm

เอามาให้ชมกันอีกรอบสำหรับ ของโบราณ ของผม :drool:

หลวงลายไทย
7th July 2004, 12:03
คุณหลวงจัดชุดได้ดีมากเลยนะครับ ดูจากจัดชุดแล้วประสพการณ์เล่นเครื่องเสียงไม่น้อยแน่ๆ อย่างเวียนนาลำโพงไฮเอนด์ตัวนี้ก็อยู่ในระดับห้าดาวแถวหน้าเลยทีเดียว เวียนนาเหมาะกับคนที่ฟังสูงอายุนิดหนึ่ง (40 อัพ) อะไรประมานนั้น ได้ฟังครั้งแรกก็ชอบเหมือนกันครับ ชื่อดังมากในกลุ่ม Audiophile


เค้างอนตัวเองแล้วแหละ มาว่าเค้าสูงอายุ :dry:
ถ้านับจากหัวใจนี่ผมยังไม่ถึง 25 นะครับ น่าถ้านับจากวันเดือนปีเกิดนี่ อายจัง ก็ 40 อัพ(อัพเท่าไหร่ไม่บอกอ่ะ) แบบที่คุณนีออนว่าไว้ครับ ที่เล่นเจ้าเวียนนานี่ก็ชื่นชอนเสียงแบบหลอดนะครับ อ่อนหวานดี ไม่จุกจิก(มากนัก) เคยยืมเจ้า Totem Model 1ของเพื่อนมา นี่ไม่ไหวครับ ปรับแต่งยากมาก ยิ่งสถานที่ไม่อำนวยแบบผมนี่ยิ่งไปใหญ่เลย ส่วน Proac 1sc นี่เสียงมันใสปิ๊งเลยครับ เข้ากับ แอมป์หลอดได้ดีเช่นกัน แต่มันเน้นโพกัสและสดเกินไปสำหรับ(คนอายุมากแบบ)ผม ตอนที่เลือกลำโพงนี่ก็ตัดออกทีละตัวจนเหลือ โซนัสคอนเซอร์ติโน, โอเปร่า โอเปอเรตต้า และ เจ้าเวียนนาไฮเดนไบไวร์

พอดีมีแอมป์หลอดของ ART AUDIO (เป็นแอมป์หลอดแฮนเมดของอังกฤษครับ) เลยยืมลำโพงมาลองทีละคู่ เจ้าโซนัสนี่เสียงอ่อนหวานชวนฝัน ถูกใจมากที่สุดครับ แต่จับคู่กับแอมป์ของผมแล้ว เสียงต่ำมันฟุ้งเล็กน้อยครับ พยายามปรับแต่งอยู่หลายวัน แต่สถานที่(ห้องผมนั่นแหละครับ)ไม่อำนวย เลยต้องคืนร้านเค้าไป ส่วนโอเปร่า โอเปอเรตต้า นี่เสียงอยู่ตรงกลางระหว่าง Proac 1 sc และ เวียนนาครับ ถ้าใครรู้สึกว่า เสียง Proac สดเกินไปเน้นโพกัสมากเกินไป แต่เจ้าเวียนนาเสียงอุ่นไปหวานจนเลี่ยนไปก็จะน่าลงเอยที่เจ้า โอเปร่า โอเปอเรตต้า นี่แหละครับ
ส่วนผมชีวิตขาดความหวานต้องหาอะไรมาเติมเต็ม ก็เลยมาลงเอยที่เวียนนาไฮเดนไบไวร์ครับ



ส่วน AR Performance มันเป็นลำโพงแนวคลาสสิค เรียบๆไม่โฉ่งฉางอะไร แต่ดูหนังและดูคอนเสริค์มันก็ไม่เป็นรองใครเหมือนกันครับ เสียงออกโทนนุ่มนวลอบอุ่น เบสเดินได้เป็นตัวๆดีอ่านะ ด้อยที่เสียงแหลมปลายๆเท่านั้นแหละครับ นอกนั้นดีครับ

ขอคารวะนับถือคุณนีออนครับ มันเป็นแบบที่คุณนีออนว่าไว้จริงๆครับ เสียงแหลมมันไปไม่สุดจริงๆครับ และไม่พริ้วเลยครับ เวลาฟังเพลงนี่รู้สึกว่าเสียงมันทึบๆเพราะความด้อยที่เสียงแหลมนี่แหละ แต่เวลาดูหนัง ACTION SI-FI, ACTION DRAMA นี่เสียงต่ำของมันแสดงพลังเต็มที่เลยครับ ความมีเสน่ห์ของเจ้า AR Performance นี่ก็อยู่ที่นี่แหละ ผมเลยขายมันไม่ลงซักที :dry:

นีออน
8th July 2004, 04:35
Nait 2 + Spendor LS3/5a + Rega Planar 3/AC-OC9 ชุดเล็กๆนี้แหละครับ ฟังได้ทั้งวัน แผ่นแล้วแผ่นเล่า ไม่มีเบื่อ หลายๆคนคงรู้ว่า BBC monitor LS3/5a ชุดนี้กินวัตต์เอาเรื่อง

โิอ้...พระเจ้า...มันยอดมาก (Y) ขับ LS3/5a ได้นี่มันยอดมาก มากๆ ขอบอกเลยครับว่ามันยอดๆของ amp แล้วอ่ะ

ผมเปลี่ยน amp ไปกว่า 5-6 ยี่ห้อกับเจ้า LS3/5a เพื่อจะหา amp ที่เข้ากันได้กับมัน เพื่อที่จะฟังลำโพงที่โดนขนานนามว่า "น้ำผึ้งเดือนห้า" อ่านะ (ฟังมาจากนักเล่นรุ่นเก๋าๆมา และก็บ้าตามเขา)

ผมซื้อ LS3/5a รุ่น 11Ohm มาใช้ มันยังหา amp มาขับไม่ค่อยจะออกเลย เคยได้ลองรุ่น 15Ohm เอา power ข้างละ 200Watt ขับ มันยังไม่ได้น้ำได้เนื้อเลย จนมาได้ A100 นี่แหละที่พอจะเอามันอยู่

นี่หากผมรู้จักพี่ก่อนหน้านี้นะ ผมซื้อรุ่นนี้เลยอ่ะ ว่าแต่ว่า หาซื้อส่งมาให้ผมสักเครื่องสิครับพี่ มือก็สองเอาอ่านะ

ชอบอ่ะ ขับลำโพงน้ำผึ้งเดือนห้าออกอ่านะ (แบบนี้ฟังได้ทั้งวันจิงๆ)


เอามาให้ชมกันอีกรอบสำหรับ ของโบราณ ของผม :drool:


Nick Naim เป็นมาแบบนี้นี่เอง...

พี่ฟังเครื่องเสียงแนวเดียวกับผมเลยอ่ะ BBC 3/5a ในดวงใจ แต่ยังหาแอม์ในหัวใจไม่ได้เลย

ต้องหา NAIM แลัว


เค้างอนตัวเองแล้วแหละ มาว่าเค้าสูงอายุ :dry:
ถ้านับจากหัวใจนี่ผมยังไม่ถึง 25 นะครับ น่าถ้านับจากวันเดือนปีเกิดนี่ อายจัง ก็ 40 อัพ(อัพเท่าไหร่ไม่บอกอ่ะ) แบบที่คุณนีออนว่าไว้ครับ ที่เล่นเจ้าเวียนนานี่ก็ชื่นชอนเสียงแบบหลอดนะครับ อ่อนหวานดี ไม่จุกจิก(มากนัก) เคยยืมเจ้า Totem Model 1ของเพื่อนมา นี่ไม่ไหวครับ ปรับแต่งยากมาก ยิ่งสถานที่ไม่อำนวยแบบผมนี่ยิ่งไปใหญ่เลย ส่วน Proac 1sc นี่เสียงมันใสปิ๊งเลยครับ เข้ากับ แอมป์หลอดได้ดีเช่นกัน แต่มันเน้นโพกัสและสดเกินไปสำหรับ(คนอายุมากแบบ)ผม ตอนที่เลือกลำโพงนี่ก็ตัดออกทีละตัวจนเหลือ โซนัสคอนเซอร์ติโน, โอเปร่า โอเปอเรตต้า และ เจ้าเวียนนาไฮเดนไบไวร์

พอดีมีแอมป์หลอดของ ART AUDIO (เป็นแอมป์หลอดแฮนเมดของอังกฤษครับ) เลยยืมลำโพงมาลองทีละคู่ เจ้าโซนัสนี่เสียงอ่อนหวานชวนฝัน ถูกใจมากที่สุดครับ แต่จับคู่กับแอมป์ของผมแล้ว เสียงต่ำมันฟุ้งเล็กน้อยครับ พยายามปรับแต่งอยู่หลายวัน แต่สถานที่(ห้องผมนั่นแหละครับ)ไม่อำนวย เลยต้องคืนร้านเค้าไป ส่วนโอเปร่า โอเปอเรตต้า นี่เสียงอยู่ตรงกลางระหว่าง Proac 1 sc และ เวียนนาครับ ถ้าใครรู้สึกว่า เสียง Proac สดเกินไปเน้นโพกัสมากเกินไป แต่เจ้าเวียนนาเสียงอุ่นไปหวานจนเลี่ยนไปก็จะน่าลงเอยที่เจ้า โอเปร่า โอเปอเรตต้า นี่แหละครับ
ส่วนผมชีวิตขาดความหวานต้องหาอะไรมาเติมเต็ม ก็เลยมาลงเอยที่เวียนนาไฮเดนไบไวร์ครับ


ครับพี่คุณหลวง... ตัวสี่สิบดวงใจยี่สิบไงคับ อิอิ

เรื่องเครื่องเสียง... มันบ่งบอกถึงรสนิยมของคนเล่น บ่งบอกถึงอายุอานามได้ ร่วมไปถึงบ่งบอกอุปนิสัยได้ หากเป็นหญิงชมชายก็บอกว่า วัยโรแมนติก อะไรประมานนั้นครับ (ฮ่าฮ๋า)

เข้าเรื่องดีกว่าเนอะคุณหลวง
เวียนนาเป็นลำโพงเก็บเนื้อเก็บตัวเหมือนผู้ดีอังกฤษแต่สไตล์โอ่อ่าแบบเอเซียนิดๆ ไม่ขี้ฟ้อง system ประนีประนอมด้านความอ่อนหวานดี แต่ให้อิมเพจได้ชัดคมและนิ่งมาก แต่อิมเมจอาจจะแพ้ Tetem Model 1 ไปมากแต่ก็ไม่น้อยจนไม่มีอิมเมจอ่านะ ส่วน 1SC สมบรูณ์ด้าน อิมเมจมากๆ มากจนเกินไป แต่หากจะให้มันแสดงพิสงได้ต้องเปิดดังพอประมานเลยถึงจะสมชื่อลำโพงร่องหนอ่านะ แต่ก็ขับง่ายกว่า Model 1 มากๆครับ สุดท้ายพี่ก็มาเลือกเวียนนา ที่มันประนีประนอมด้านอ่อนหวานและอิมเมจ เหมือนที่ผมเลือก Spender S3/5SE ตระกูลลำโพง BBC ตัวนี้เหมือนกัน คือประนีประนอมกันทั้งความหวานและมิติ

วัยรุ่นจะชื่นชม Model 1 มากๆ เพราะมันทั้งสดทั้งคมทั้งมิติ วันกลางๆจะชอบ 1SC อ่านะ วัยหยานๆก็เวียนนาอ่านะ แต่สำหรับผมดันไปชอบ S3/5 ก็แปลกใจนิดๆเหมือนกันครับ ทั้งที่งบระดับนี้คว้ารุ่นดังกล่างได้หมดในระดับเดียวกันอ่านะ

Totem Model 1 เห็นผมเพื่อนผมใช้ มันเสียเวลาเซ็ทตำแหน่ง และปรับอคูสติกห้อง จนมันอ่อนใจขายทิ้งไปเลยอ่านะ หันไปจับ 1SC แทน ฮ่าฮ่า
ยอมรับว่า Model 1 เสียงดีมากๆ แต่ต้องเซ็ทห้องให้มันเลย หรือเรียกว่าออกแบบขนาดห้องให้ได้กับมันจริงๆมันถึงจะแสดงพลังออกมาได้เต็มพิกัดมันอ่านะ (ราคาค่าแต่งห้องบาน)

ส่วน 1SC มันก็ดีมากแต่ก็นั้นแหละสู้รุ่นน้องๆรุ่นใหม่ไม่ได้ในแง่ความสดอ่านะ
ส่วนเวียนนาผมไม่ได้คลุกคลีกับมันมากครับ ยกมาฟังแบบผ่านๆที่บ้านเพื่อนเท่านั้น แต่ฟังปุ๊ปก็รู้ว่ามันดีแน่นอนครับยิ่งรุ่นตั้งพื้นด้วยแล้วหาตัวจับมันยากอ่านะ รุ่นนั้นดีจริงๆครับ

เล่นแอมม์หลอดด้วยหรอคุณหลวง งั้นผมขอเรียกคุณปู่หลวงนะครับ แห่ๆ (ล้อเล่นคับ) :drool:

NaimNatNod
8th July 2004, 07:50
นี่หากผมรู้จักพี่ก่อนหน้านี้นะ ผมซื้อรุ่นนี้เลยอ่ะ ว่าแต่ว่า หาซื้อส่งมาให้ผมสักเครื่องสิครับพี่ มือก็สองเอาอ่านะ

ชอบอ่ะ ขับลำโพงน้ำผึ้งเดือนห้าออกอ่านะ (แบบนี้ฟังได้ทั้งวันจิงๆ)

วันนี้ได้โอกาศเลยโทรไปคุยกับ Gene Rubin http://www.generubinaudio.com มา ก็เลยลองถามๆให้ว่ามี Nait 2 มือสองบ้างหรือเปล่า ปรากฎว่าไม่มีมานานแล้ว ตอนนี้มีแต่ของใหม่ รุ่น Nait 5i กำลังขับข้างละ 50 วัตต์ แต่แอมป์สมัยใหม่ไม่มีภาคโฟโนมาให้ด้วย ต้องแยกซื้อต่างหาก ลองไปดูที่อัศวโสภณ เผื่อเขาจะมีบ้าง เพราะเจ้านี้เป็นตัวแทน Linn กับ Naim มาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์

แล้วลำโพงน้ำผึ้งเดือนห้ายังอยู่ หรือ ว่าขายไปแล้ว


Nick Naim เป็นมาแบบนี้นี่เอง...

พี่ฟังเครื่องเสียงแนวเดียวกับผมเลยอ่ะ BBC 3/5a ในดวงใจ แต่ยังหาแอม์ในหัวใจไม่ได้เลย

ต้องหา NAIM แลัว

แม่นแล่ว จริงๆ กะว่าถ้ามีลูกสาว จะให้ชื่อ Linn ...... อิ....อิ.... ทำลูกสาวไม่เป็น ได้แต่ลูกชายออกมาเป็นพรวนเลย :banana: :bunny:

ตานีออน หายไปไหน :knock: :knock: :knock:

ตกลง web audio ไปถึงไหนแล้ว จะได้อัปโหลดเพลงให้ฟัง :bunny: :nospam:

นีออน
10th July 2004, 02:14
ตานีออน หายไปไหน :knock: :knock: :knock:

ตกลง web audio ไปถึงไหนแล้ว จะได้อัปโหลดเพลงให้ฟัง :bunny: :nospam:


ผม...ไม่ได้หายไปไหนครับ งานมันยุ่งจนไม่ได้แวะมาเลยครับ

NaimNatNod
13th July 2004, 15:29
วันนี้มีแผ่นแนะนำ สำหรับวัยรุ่น Woodstock เป็นอัลบัมที่ผมชอบที่สุดของ Pink Floyd รองมาจากชุด The Wall

เป็นแผ่นจาก mobile fidelity sound lab อัดในระบบ Original Master Recording
อัลบัมชุด Dark Side of The Moon

(Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

แผ่นนี้เป็นของ Roger Waters หนึ่งในวง Pink Floyd ที่ได้แยกตัวออกมาทำอัลบัมของตัวเอง ซึ่งอัลบั้มชุด The Wall นี้โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นผลงานของ Roger Waters มือเบสผู้นี้ ร่วมด้วย David Gilmore มือกีต้าร์ฉมัง และ Dick Mason มือกลอง

สาเหตุที่ Roger ทำอัลบั้มชุดนี้ออกมาเพราะว่า เคยประกาศไว้ตั้งแต่แยกตัวออกมาจาก Pink Floyd แล้วว่า จะไม่เปิดแสดงคอนเสิร์ทในชุด The Wall อีก ยกเว้นว่า กำแพงเบอร์ลิน จะถูกทำลายลงมา ครับ ช่วงปี ค.ศ. 1990 ได้เกิดการรวมตัวของเยอรมันตะวันออก และ ตก เข้าด้วยกัน เลยเป็นที่มาของคอนเสิร์ทอันยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ไม่ผิดหวังครับสำหรับชุดนี้ ถ้ามีโอกาศ ลองฟังเปรียบเทียบดูกับชุดตันฉบับของ Pink Floyd แล้วจะรู้ว่าความเป็นดนตรีในตัวของ Roger ไม่ได้จางหายไป แต่ออกมาเป็นอีกลักษณะหนึ่ง
(Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

แผ่นของ Amanda McBroom เป็นแผ่นที่ audiophile เมืองไทยรู้จักกันดี

แผ่นนี้อัดโดย Sheffield Lab ให้สุ้มเสียงใสกระจ่างสมกับ Amanda จริงๆ

ชุด Growing up in Hollywood Town

(Y) (Y) (Y) (Y)

แฟนๆของ Bee Gees คงไม่ผิดหวังกับอัลบั้มคู่ชุดนี้ของเขา เพลงอมตะทั้งนั้น อย่างเช่น You Should Be Dancing, Stayin' Alive, How Deep Is Your Love, etc. และอยากจะแนะนำเพลง Rest Your Love On Me" เป็นพิเศษครับ

โดย RSO Records, Inc.
Album - Bee Gees Greatest

(Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

แผ่น Original Master Recording จาก mobile fedelity sound lab อีกแผ่นหนึ่งของ ยอดชายนาย Elton John เพลง Goodbye Yellow Brick Road นี้เพราะมากครับ อีกเพลงหนึ่งที่จะพลาดไม่ได้ก็คือ Candle in the wind ซึ่งเพลงนี้ Elton ได้ดัดแปลงเนื้อร้อง เพื่อมอบให้แด่ Lady Diana โดยเฉพาะ หลังจากที่ได้ทราบข่าวว่าเจ้าหญิงได้เสียชีวิตแล้ว

Album - Goodbye Yellow Brick Road

(Y) (Y) (Y) (Y)

แผ่นนี้เป็นความทรงจำที่ดีมากๆของผมครับ จำได้ว่าเป็นเพลงฝรั่งเพลงแรกที่ถูกอกถูกใจมากๆ เมื่อช่วงตอนสมัยผมยังเป็นเด็กๆอยู่ คือเพลง "I can't believe how much I love you" และมีเพลงดังแถมอีกเพลงหนึ่งก็คือ "Tie a yellow ribbon round the ole oak tree"

Album - Tuneweaving by Tony & Dawn

(Y) (Y) (Y)

แถมให้อีกแผ่นหนึ่งก่อนไปนอน เป็นเพลงไทยครับ

ลองมาทายดูว่าใครรู้จักบ้าง :bunny: :banana:

แผ่นนี้อัดเสียงใช้ได้ครับ .... มันดี :bunny:

D1
13th July 2004, 17:28
ถ่ายภาพได้เยี่ยมมากเลยครับพี่ NaimNatNod ตั้ง Flash กะกล้องที่โหมด M หรือเปล่าครับ? :)

หลวงลายไทย
13th July 2004, 17:36
แผ่นของ Amanda McBroom เป็นแผ่นที่ audiophile เมืองไทยรู้จักกันดี

แผ่นนี้อัดโดย Sheffield Lab ให้สุ้มเสียงใสกระจ่างสมกับ Amanda จริงๆ

ชุด Growing up in Hollywood Town

(Y) (Y) (Y) (Y)

Amanda McBroom นี่เสียงเธอใสกระจ่าง เหมาะกับแนวดนตรีอะคุสติค แต่เวลาเธอครวญเพลง The Rose เสียงเธอกลับนุ่มนวลมากๆครับ เป็นนักร้องยอดฝีมือเลยทีเดียวครับ

นีออน
13th July 2004, 23:38
ไม่ได้แวะมาหลายวัน ได้อ่านแผ่นที่แนะนำพร้อมกับ reccoment เข้าท่ามากครับพี่ สิ่งที่อยากได้ก็พวก recomment นี่แหละว่าชอบแผ่นนั้นเพราะอะไร และมีอะไรบ้างที่ชอบ อ่านะ

NaimNatNod
14th July 2004, 00:09
เอามายั่วตานีออน :bunny: :bunny:

Michell Gyrodec II SE & RB300


ถ่ายภาพได้เยี่ยมมากเลยครับพี่ NaimNatNod ตั้ง Flash กะกล้องที่โหมด M หรือเปล่าครับ? :)

ส่วนมากตั้งที่ P ครับ มีบางรูปที่จำเป็นต้องตั้งที่ M โดยเฉพาะปกแผ่นเสียงที่ค่อนข้างมืดไป หรือ สว่างไป ส่วน Flash เป็น E-TTL ครับ ยิงแหงนหน้ามาทางข้างหลังให้สุด ก็ได้ภาพออกมาอย่างที่เห็นนั่นแหละครับ ที่ชอบที่สุดก็คือ ไม่มีแสง Flash สะท้อนเลยครับ :bunny:

คูณ D1 ไม่เห็นมาคุยกันบ้างเลยเรื่องเครื่องเสียงง่ะ :dry:

นีออน
15th July 2004, 05:57
เอามายั่วตานีออน :bunny: :bunny:

Michell Gyrodec II SE & RB300


สามสี่วันแล้วผมไม่ได้เปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียงเลยครับพี่ พอดียุ่งๆกับเครื่องเซอร์ฟเวอร์อย่างหนักจนไม่มีเวลาอยู่ที่ห้องจะฟังเพลงอ่านะ ก็แวะมาก่อนที่พี่จะลืม อิอิ

ปล. ยั่วไม่ขึ้นหรอกครับ ฮ่าฮ่า :banana:

NaimNatNod
15th July 2004, 06:42
แผ่นนี้ขอมอบให้สำหรับคนมีดนตรีในหัวใจครับ :cool:

ถ้าสังเกตุรูปปกแผ่นนี้ดีๆ จะมีเงาสะท้อนคนถ่ายด้วยนะครับ แผ่นนี้ ซิงๆ เพิ่งไปซื้อมาวันนี้เอง ยังไม่แกะพลาสติกก็เอามาถ่ายรูปปกซะก่อน :bunny:

ของ เจ๊ Norah Jones ครับ คงไม่ต้องบรรยายมาก

(Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

นีออน
16th July 2004, 05:42
(บรรยายแทน)

Norah Jones . . .

เสียงที่มีเสนห์... เสียงแหบแต่หวานแบบห้าวๆ (คล้ายๆสายันห์แหบมหาเสนห์ไงง้น) เสียงของ Norah Jones มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวครับ

กล้ารับประกันว่า เริ่มฟังเพลงของ Norah Jones ชุดนี้...

คุณจะเดินหาชุด ต่อๆ มา...ไว้ในครอบครอง พอมองเห็นชื่อ Norah Jones คุณจะหยิบไปที่เคาว์เตอร์จ่ายเงินรีบกลับบ้านเลย อ่านะ...

Norah Jones ชุดนี้เป็นผลงานชุดแรกของเธอ เธอแต่งเองเล่นเปียโนเอง
ดนตรีเป็นสไตล์ Blue Jazz ผสมกัน

ฟังแผ่นนี้แล้ว...จะรักการฟังเพลงแนวร้อง หรือที่เรียกว่า "Vocal Love" ได้ครับ เป็นแผ่นแนะนำสำหรับคนที่ค้นหาเพลงแนวร้อง ที่เน้นการร้องที่ไพเราะจริงๆ แต่ก็มีเสียงดนตรีจังหวะ Blue & Jazz ผสมปนกันไปครับ

"Norah Jones" จำไว้ :banana:

เออ... ผมมี Norah Jones ครบทั้งสามชุด (ไม่ผิดหวังกับสาวคนนี้สักชุด)
ไม่มีคำจะบรรยายกับ Norah Jones เลยครับ... ต้องให้เธอบรรยายให้ฟังเองอ่ะ

charles
16th July 2004, 23:55
ไม่ได้โพสต์นาน เพราะว่าเจอทั้งสองท่านสนทนากัน แล้วข้าพเจ้างง

วันนี้มาโพสต์ อยากถามว่าในกรุงเทพมีที่ไหนขายหูฟังเยอะๆ บ้างครับ เพราะว่าจะเตรียมเลือกซื้อหูฟังใหม่แล้ว เนื่องจากเวลาไปเรียน อยู่หอพัก เค้าห้ามเปิดลำโพงดัง เลยใช้หูฟังดีกว่า

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

NaimNatNod
18th July 2004, 15:49
วันนี้เอารูปรถ Honda Accord ... เอ๊ย...ไม่ใช่....รูปเครื่องเสียงครบชุด พร้อมลำโพง ซึ่งราคาพอๆ กับ Accord full option มาให้ดูกันครับ

ใครมี $26,000 มารับไปได้เลย :bunny: :bunny: :blink: :cry: :eek:

กีต้าร์ไม่ได้แถมนะครับ :banana:

นีออน
19th July 2004, 22:44
แล้วมันมีอะไรบ้างเนี้ยครับพี่... เท่าที่ดูไม่รู้จักสักชิ้นเลยนะเนี้ย อิอิ (ห้องสวยมาก) แล้วกีต้าร เอามาเล่นในห้องแทนเครื่องเสียงใช่ไหมครับ (แล้วปิดเครื่องเสียง) ฟังเพลงอ่ะ

NaimNatNod
19th July 2004, 23:36
มี Rega P3 ตัวนึงล่ะ :bunny:

ตานีออน ตกลง เวปที่จะให้อัพโหลดเพลงเสร็จแล้วยัง :knock: :knock: :knock: :nospam:

นีออน
20th July 2004, 04:24
ครับพี่...

เริ่มวางสเปคกันก่อนไหมครับว่าจะ

-ให้เปิดฟังกันแบบเต็มเพลงหรือเปล่า หรือ แค่ 30 นาทีดี

- ต้องสมัครเป็นสมาชิกถึงจะเปิดฟังเำพลงได้หรือไม่ดี

- เก็บจำนวนเพลงที่สมาชิกอัพโหลดเพลงเท่าไร ถึงจะได้เปิดเพลงได้จำนวนเท่านั้น (ตามคอนเซปแลกเปลี่ยนกันฟัง)

- แบ่งแยกกลุ่มเพลงอย่างไรบ้าง อยากได้รับคำแนะนำ

- กำหนดสเปคการ record mp3 และ ทำหน้าสอนใช้โปรแกรมอัดเพลง mp3 (อันนี้ผมไม่ชำนาญ)

มีอะไรเสริมอีกไหม ผมได้นำมาวิเคราะห์ตอนออกแบบโครงสร้างโปรแกรมเบื้องต้นครับพี่

ไฟล์ที่แนะนำทำบนเวปน่าจะเป็น .wma นะครับพี่ มันเล็กกว่ามากถึงคุณภาพเสียงยังไม่ดีเท่าที่ควร เดี๋ยว server มันจะ load มากไป

charles
20th July 2004, 04:51
ขอเสนอนิดหน่อยครับ
- ลองใช้แบบเต็มเพลง แต่ bitrate แค่พอฟังได้ดีไหมครับ ถ้าต้องการคุณภาพสูง ก็คือไปซื้อแผ่นซีดีกันอีกที
- ควรสมัครเป็นสมาชิกครับ
- ถ้าจะใช้ระบบเปิดตามจำนวนที่อัพ ควรกำหนดเป็นสัดส่วนครับ เช่น อัพ 1 ไฟล์ เปิดได้ 3 ไฟล์ครับ เพราะบางคนคงไม่มีแผ่นเพลงมากมายนักครับ

นีออน
20th July 2004, 05:14
เท่าทีีสรุปมาได้เบื้องต้น

สเปคไฟล์เพลง
-ไฟล์จำเป็นต้องเป็น wma (only) เนื่องจากไม่มีปัญหาเรื่องโปรแกรมลิขสิทธิ์ (windows ทุกเครื่องมีหมด)
- wma เล็กกว่าในคุณภาพที่เท่ากันของ mp3
- ใช้โปรแกรม windows multimedia player version ไหนก็ได้ทำการ record จากแผ่าน cd ได้โดยตรง
- สามารถกำหนด bitrate ได้เช่นกัน
- ขนาดไฟล์ไม่เกิน 1MB ต่อเพลง

สำหรับเรื่องเปิดตามจำนวนเพลงที่สมาชิกอัพโหลดผมนำเสนอ 1:5 ไปน่ากำลังดี
- เพลงที่เปิดฟังไปแล้วจะไม่ถูกไปนับอีกเมื่อมาเปิดซ้ำ (เปิดซ้ำได้ไม่จำกัด)

เรื่องที่จะเปิดฟังได้ก็สรุปว่าเป็นสมาชิกเท่านั้น (เป็นการจำกัดแบนด์วิธ์ไปในตัว)

ที่เหลือคือ categorie ของประเภทเพลงอ่านะีครับพี่ อยากจะได้ list ตรงนี้เหมือนกันจะได้แบ่งกรุ๊ปเลือกได้ตอนอัพโหลด

นี่เป็นเวปในคอนเซป music exchange ไม่ใช่เวป music public
เห็นควรไง แนะนำเพิ่มเติมด้วยครับ

NaimNatNod
20th July 2004, 13:39
เท่าทีีสรุปมาได้เบื้องต้น

สเปคไฟล์เพลง
-ไฟล์จำเป็นต้องเป็น wma (only) เนื่องจากไม่มีปัญหาเรื่องโปรแกรมลิขสิทธิ์ (windows ทุกเครื่องมีหมด)

เป็น mp3 ไม่ได้เรอะ ยังไงๆ มันก็ลิขสิทธิ์อยู่ดีแหละ อย่าไปคิดอะไรมากเลย

- wma เล็กกว่าในคุณภาพที่เท่ากันของ mp3

มีแต่ mp3 บิทเรท ระหว่าง 128 - 320

- ใช้โปรแกรม windows multimedia player version ไหนก็ได้ทำการ record จากแผ่าน cd ได้โดยตรง

อันนี้ก็แล้วแต่ เพราะว่ามีโปรแกรมดีๆ ให้ rip และ convert ได้เยอะแยะ

- สามารถกำหนด bitrate ได้เช่นกัน

ควรที่จะอัดเป็น variable bitrates

- ขนาดไฟล์ไม่เกิน 1MB ต่อเพลง

ไม่ควรจำกัดขนาดไฟล์ เพราะถ้าจำกัด format แล้ว ก็จะไม่ใหญ่เกินไปนัก

สำหรับเรื่องเปิดตามจำนวนเพลงที่สมาชิกอัพโหลดผมนำเสนอ 1:5 ไปน่ากำลังดี
- เพลงที่เปิดฟังไปแล้วจะไม่ถูกไปนับอีกเมื่อมาเปิดซ้ำ (เปิดซ้ำได้ไม่จำกัด)

เห็นดีด้วย

เรื่องที่จะเปิดฟังได้ก็สรุปว่าเป็นสมาชิกเท่านั้น (เป็นการจำกัดแบนด์วิธ์ไปในตัว)

จำเป็นมากๆ ที่ต้องเป็นสมาชิก เห็นด้วย

ที่เหลือคือ categorie ของประเภทเพลงอ่านะีครับพี่ อยากจะได้ list ตรงนี้เหมือนกันจะได้แบ่งกรุ๊ปเลือกได้ตอนอัพโหลด

เพลงไทย ก็แบ่งเป็น ลูกทุ่ง, สมัยใหม่ (ไม่รู้เรียกว่าอะไร), ฯลฯ
เพลงฝรั่ง ก็แบ่งเป็น Oldies, Country, Classical, Vocal, Easy Listening, Pop/Rock, etc.
เอาเพลงจีนด้วย

นี่เป็นเวปในคอนเซป music exchange ไม่ใช่เวป music public
เห็นควรไง แนะนำเพิ่มเติมด้วยครับ

แล้วจะมีเนื้อที่ให้ u/l ได้เท่าไรเอ่ย :dry:


แล้วมันมีอะไรบ้างเนี้ยครับพี่... เท่าที่ดูไม่รู้จักสักชิ้นเลยนะเนี้ย อิอิ (ห้องสวยมาก) แล้วกีต้าร เอามาเล่นในห้องแทนเครื่องเสียงใช่ไหมครับ (แล้วปิดเครื่องเสียง) ฟังเพลงอ่ะ

จากรูปแรกไล่ตั้งแต่ตัวบนเลยละกัน

Turntable - J.A. Michell Gyro SE ($1,995)
Tonearm - J.A. Michell Tecnoarm (heavily modified Rega RB250) ($995)
Cartridge - Clearaudio Vrrtuoso Wood (MM) ($800)

CD Player - Naim CDX2 ($5,100)

Pre Amplifier - Naim NAC 282 ($5,350)

Power Supply - Naim Hi-Cap 2 ($1,750)
Power Supply - Naim NAPSC (included with NAC 282)

Power Amplifier - Naim NAP 250 (80 watts/channel) ($4,400)

Speakers - Quad ESL 988 ($6,500)

อยากรู้เป็นเงินไทย เอา สี่สิบคูณ :blink:

นีออน
20th July 2004, 14:30
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำสเปคมาครับพี่

ก่อนอื่นผมกล่าวคอนเซปก่อนดีกว่า
เป็นเวปสมาชิก
- แนะนำเพลง
- แนะนำอัลบั้มที่น่าสนใจ
- แนะนำอัลบั้ม new release
- โหวต และ คอมเม้นท์
- รีวิวเพลงจาก สมาชิก
- บอร์ดสนทนา
- โปร์ไฟล์ส่วนตัว แนะนำชุดเครื่องเสียงของตนเอง พร้อมรูปประกอบ

หลักการโพสอัลบั้ม
ก่อนอื่นจะต้องสร้างอัลบั้มก่อน และ ใส่รูป cover อัลบั้มนั้น จึงอัพโหลดเพลงลงไปที่อัลบั้มนั้น และ สมาชิกท่านอื่นๆ ก็สามารถช่วยโพสเพลงในอัลบั้มนั้นๆได้ด้วย
เมื่อเปิดฟังเพลง หน้านั้นจะมีให้ reccoment และสามารถทำรีวิวอัลบั้มนั้นๆได้ไม่จำกัดจำนวนรีวิว

จุดประสงค์เพียงต้องการแนะนำเพลงให้กันฟัง พร้อมกับคำบรรยาย หรือ รีวิว ไม่อยากให้เน้นคุณภาพ เนื่องจากหากเน้นที่คุณภาพจะมีปัญหาตามมาคือ
เรื่อง traffic overload server
เรื่อง ลิทขสิทธิ์มีผลนะครับ เราไม่สามารถอ้างเหตุผลได้หากนำลงเผยแพร่แจกจ่าย หากมีคุณภาพที่ดี แต่คุณภาพที่ไม่ดียังอนุโลมครับผม

สำหรับ format mp3 ทางเวปไซต์จะโดนระบุอย่างชัดเจนว่าห้ามใช้ แต่ wma ไม่โดนระบุครับ จึงสมควรพิจารณาจุดนี้ที่เลือก wma

ตราบใดที่ windows ยังครองโลก wma มันก็ให้ใช้ฟรีได้อยู่ เรายังคงต้องจำใจเป็นแบบนั้นเช่นกัน

ที่จำกัดไว้ไม่เกิน 1MB เพราะจะอัพโหลดผ่าน browser ได้ง่ายขึ้นหากมากกว่านี้อาจจะไม่รอดได้ครับ อีกทั้งไปดึงแบนด์วิธ์ด้วย

สำหรับพื้นที่อัพโหลด ไม่ได้จำกัด hdd มัน 80GB ครับ
แต่เครื่องจะไปก่อนสิครับหากให้เล่นไฟล์มีคุณภาพสูง อีกทั้งเครื่องนี้ผมต้องออกเงินจ่ายเอง และไม่เรียกเก็บค่าสมาชิกด้วย ฟรีการใช้งานครับ จึงต้อง limit บางสเปคครับ

วัตถุประสงค์อย่างที่บอกคืออยากให้เป็นการแนะนำเพลงแล้วไปซื้อมาฟังครับ ไม่ใช่เอาเพลงไปฟังได้สมบรูณ์อ่านะ เราสนับสนุนให้ซื้อแผ่นจริงมาฟังเอง ไม่สนับสนุนละเมิดลิขสิทธิ์อ่ะครับ

NaimNatNod
20th July 2004, 15:29
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำสเปคมาครับพี่

ก่อนอื่นผมกล่าวคอนเซปก่อนดีกว่า
เป็นเวปสมาชิก
- แนะนำเพลง
- แนะนำอัลบั้มที่น่าสนใจ
- แนะนำอัลบั้ม new release
- โหวต และ คอมเม้นท์
- รีวิวเพลงจาก สมาชิก
- บอร์ดสนทนา
- โปร์ไฟล์ส่วนตัว แนะนำชุดเครื่องเสียงของตนเอง พร้อมรูปประกอบ



โอเค หลักการดี อนุมัติ ไปทำการบ้านมาส่งได้ อาทิตย์หน้าต้องเสร็จนะ :knock: :knock: :bunny: :bunny:

charles
20th July 2004, 17:03
MP3 ตอนนี้เค้าไล่เบี้ยเก็บค่าลิขสิทธิ์ครับ สังเกตุว่าเกมหรือโปรแกรมส่วนใหญ่จะหนีไปใช้ไฟล์ OGG ในการประกอบหมดเลย

WMA เนี่ย แค่ 64kbps ก็ได้คุณภาพระดับ Near-CD-quality แล้วนะครับ เราใช้ต่ำสุดที่ Windows Media Player rip ได้ก็คือ 48kbps จะได้คุณภาพประมาณวิทยุ FM ครับ แต่ว่าคงไม่เหมาะครับที่จะทำ Variable เพราะว่าจำเป็นต้องหาโปรแกรมมาเพิ่มอีก (ส่วนตัวผมไม่มีปัญหา เพราะโปรแกรมเต็มเครื่อง แต่คนอื่นคิดว่ามีแน่) หรือจะใช้ bitrate ต่ำกว่านี้ก็ต้องใช้โปรแกรมอื่นมาแปลงครับ (เคยแปลงระดับ 32kbps ไฟล์ 10 นาทีแค่ 2.5MB เอง)

แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการกำหนดขนาด 1MB ครับ เพราะว่าถ้าสมมติว่าเราแปลงไฟล์ที่ 48kbps จริง นั่นหมายความว่า เพลง 1 วินาทีจะใช้เนื้อที่ 6 กิโลไบต์ เพราะฉะนั้นถ้าเพลงยาว 4 นาที จะใช้เนื้อที่ทั้งหมด 1440 กิโลไบต์ครับ ถ้าจะบีบให้เหลือ 1MB ก็ต้องเลือกระหว่าง bitrate ที่น้อยกว่าเดิม หรือตัดเอาบางส่วน แต่จะอย่างไร ก็ต้องใช้โปรแกรมเสริมในการทำครับ ผมว่าน่าจะเพิ่มเป็น 1.5MB นะครับ

นีออน
20th July 2004, 17:06
เมื่อเสนอโปรเจคผ่าน...

ก็ขอเสนอชื่อเวปอย่างเป็นทางการ "audiowma.com"

"ตรงกลุ่มเป้าหมาย สื่อตรงประเด็น เกาะติดกับเทคโนโลยี่ที่ปฎิเสธไม่ได้"

ก็จึงได้ชื่อ Audio WMA ออกมาล่ะครับ...

ตอนนี้ in process ไปแล้ว...

ปัญหาที่ผมมองสำคัญคือ

1. ต้องหาโปรแกรมใช้งานง่าย
2. โปรแกรมไม่ผิดกฎหมาย มีแถมมากับเครื่องหรือ download free use
3. เล็กและคุณภาพพอยอมรับได้

เรื่อง rib ของ wma ผมไม่ชำนาญครับ ไงๆ ฝากเพื่อนๆวิเคราะห์หาสเปคกันอีกทีแล้วทำออกมาเป็น statndard แนะนำสมาชิกอีกที น่าจะดีกว่าเนอะคับ

เรื่อง size 1.5MB Ok

ความยาว 2.5 นาที มันได้ size เท่าไร?

ปล. การ upload file จะมี version java แต่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องลง java runtime จะทำให้สามารถ upload size ได้สูงถึง 5MB/File
หาก upload ผ่าน browser หากไม่ใช่เนท ADSL เกิน 1MB/File รอดยากครับ มันจะ timeout ไปก่อนครับ หากเป็น ADSL ก็ได้ถึง 2MB ได้สบายๆครับ
จึงมีการ upload ให้เลือกถึง 2 ช่องทาง

ปล2 ด้านผู้ใช้งานแค่มีโปรแกรม windows multimedia player ก็ใช้งานได้อย่างสบายๆ กับ feature ของมันที่มีมากให้เลือกพอสมควร + กับอนาคตของ Video WMA ด้วยแล้ว ผมยังไม่เห็นตัวอื่นๆไม่ออกว่าจะดีกว่าตรงไหน?

charles
20th July 2004, 17:33
2.5 นาที ถ้าเรา rip ที่ 48kbps ซึ่งเป็น setting ต่ำสุดที่ Windows Media Player สามารถ rip ลงมาได้ ก็จะได้ขนาด 900 กิโลไบต์ครับ

เรื่องสเปคของ WMA จะเอาแง่มุมไหนล่ะครับ ผมว่าถ้าเกิดไม่ต้องการให้คุณภาพสูงเกินไปเนี่ย 48kbps ถือว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว เพราะ
1. คุณภาพแค่ระดับ FM radio เท่านั้น
2. สามารถแปลงได้ โดยใช้ Windows Media Player เลย ง่าย สะดวก และฟรี

ถ้าเทียบหมัดกันแล้ว ระหว่าง WMA บิทเรทต่ำ กับ MP3 บิทเรทต่ำ ยังไง WMA ก็กินขาดครับ ถ้าจะแพ้ ก็แพ้พวก OGG หรือ ACC plus เพราะว่าที่บิทเรทต่ำ WMA มันจะตัดเสียงช่วงความถี่สูงเร็วเกินไป (แต่ก็ยังดีกว่า MP3) ในขณะที่ ACC plus สามารถเก็บรายละเอียดในโซนความถี่สูงได้มากกว่า

แต่ว่า ACC plus นั้น ค่อนข้างลำบากในการหา player และตัว encoder ครับ แม้ว่าจะบอกว่าแถมมากับ Nero 6 ก็ตาม แต่ผมยังหาไม่เจอเลย

ส่วน OGG ก็น่าสนใจครับ สามารถใช้ WinAMP เล่นได้เลย ส่วนเวลาแปลงก็ใช้โปรแกรมอย่าง CDex แปลงได้ แต่ถึงอย่างไร ความสะดวกก็ยังสู้ Windows Media Player ไม่ได้อยู่ดี

WMA แปลงง่าย ฟังง่าย ตามคอนเซ็ปต์ (ที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัว) ของไมโครซอฟท์ว่า "ทุกคนสามารถแปลงทุกอย่างให้อยู่ในรูป WMA ได้ แต่ไม่ควรแปลงจาก WMA เป็นฟอร์แมทอื่นได้"

อันนี้พูดให้ฟังเฉยๆ ครับ :D ยังไงก็ใช้ WMA ต่อไปดีแล้วครับ

นีออน
20th July 2004, 18:17
จากที่ผมวิเคราะห์มาหลายๆ format มันก็ต่างดีต่างด้อยด้วยกัน หากแต่วางโจทย์ไว้ว่าใช้งานงานทั้ง in และ out มันก็ wma ผ่านสเปคไปได้หลายอย่าง อีกทั้งบนเวปเบราเซอร์แล้วก็คงแทบไม่ต้องทำอะไรกันมาก เพราะ windows มันผูกขาดไปเสียแล้ว แต่เป้าหมายงานครั้งนี้ไม่ใช่เลือกคุณภาพเสียงนั้นเอง เราเลือกจากความสะดวกในการใช้งาน ความสะดวกของผู้ใช้งานในการจัดทำเพลงเข้าอัลบั้ม จึงเลี่ยงยากอ่านะกับ wma ตรงนี้ครับ

ประกอบกับต้องทำทุกอย่างให้วิ่งบนเวป และ เบราวเซอร์ จึงได้ผลออกมาแบบนี้แหละครับ

bitrate ที่ 48Kb น่าจะเหมาะสมที่สุด...
max size upto 5MB
แต่กำหนด record at 48Kb เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์หลักคือ Music Exchange เท่านั้น ไม่ต้องการให้เอาไปฟังแบบ HQ ขนาดนั้น

ตอนนี้ก็เริ่มลงมือแล้วครับ ชื่อเวปก็เป็น audiowma.com นั้นเอง...
(จำได้ง่ายดี)

D1
21st July 2004, 03:27
คูณ D1 ไม่เห็นมาคุยกันบ้างเลยเรื่องเครื่องเสียงง่ะ :dry:
ผมไม่ค่อยมีของเล่นเกี่ยวกับเครื่องเสียงซักเท่าไหร่ครับ จะมีก็แต่ชุด Home Theatre ที่บ้านชุดเดียว เป็น Receiver ของ Yamaha กะลำโพงของ Elac ที่เอามาเล่าซะหลายรอบจนเป็นแผ่นเสียงตกร่องแล้วครับ :silly:

ว่าแล้วก็ไปขุดภาพเก่าๆ ตอนขนชุดที่ว่าเข้าบ้านมาโพสต์หน่อยดีก่า ชุดที่มีก็หมดทั้งกองนั่นแหละครับ :silly:

D1
21st July 2004, 03:34
ผมว่านอกจากเครื่องเสียงแล้ว ห้องก็มีความสำคัญพอๆ กัน ตอนนั้นกะลังบ้าเห่อครับ นอกจากซื้อเครื่องเสียงแล้วก็ทำห้องด้วย ตอนแรกว่าจะทำห้องให้สะท้อนเสียงบ้างตามสูตร แต่สู้ราคาไม่ไหวครับ ห้องหนึ่งห้องใช้งบประมาณแพงกว่าซื้อบ้านที่อยู่เสียอีก ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นพ่นวัสดุเก็บเสียง แล้วบุด้วย Acoustic board แทน ตอนใช้งานถือว่าใช้งานได้ดีคุ้มกับที่จ่ายไปพอสมควรครับ (Y)

เอาภาพความวุ่นวายตอนทำมาฝากกันครับ :silly:

ตัวกันเสียงจะเป็วัสดุที่ทำมาจากกระดาษ Recycle แล้วนำไปเคลือบน้ำยาอะไรบางอย่าง นอกจากจะเก็บเสียงได้เงียบแล้ว ยังกันความร้อน และไม่ติดไฟอีกด้วย วัสดุกันเสียงตรงนี้บางทีบางท่านใช้ fiber ที่บุหลังคาแทน ซึ่งจะมีข้อดีคือใช้ได้เหมือนกันแต่ราคาถูกกว่า ข้อเสียก็คงเมื่อนานวันไปตัวแก้วจะเริ่มคืนรูป และหากมีการฉีกขาดเราอาจจะหายใจเอาเศษแก้วเหล่านั้นเข้าปอดได้ครับ ตัววัสดุที่ผมใช้จะแบ่งได้เป็นสองอย่างคือแบบพ่น และแบบแผ่น ซึ่งแบบแผ่นก็จะเอาไว้วางบนฝ้า หรือในบริเวณที่อาจจะต้องมีการเข้าไปแก้ไข ดูแล ส่วนแบบพ่นก็จะเอาไว้ในบริเวณที่ทำแล้วทิ้งไว้ได้เลย

เริ่มจากภาพแรก เป็นภาพการขึ้นโครงเพื่อให้ตัววัสดุมีที่เกาะ
ภาพต่อมาเป็นวัสดุที่ใช้ครับ ตามที่บอกเลย คือเป็นแบบแผ่น และแบบพ่น ซึ่งจะใส่ไว้ในถุง ภาพนี้เป็นภาพขณะที่พนักงานเริ่มติดตั้งแบบแผ่นลงเหนือฝ้า อันนี้เค้าเริ่มใช้ถุงดำแปะกันในบริเวณที่จะพ่นวัสดุ เพื่อไม่ให้เลอะเทอะบ้านครับ หลังติดเสร็จแล้วมันจะเป็นห้องๆ หนึ่ง อันนี้ผมมุดเข้าไปในบริเวณที่เค้าจะพ่นวัสดุเก็บเสียง

D1
21st July 2004, 03:47
ว่าแล้วเค้าก็จะใช้เครื่องพ่นๆ วัสดุเข้าที่โครงผนัง ตัววัสดุตอนพ่นจะผสมกับน้ำยาอะไรบ้างอย่าง ทำให้มีลักษณะเหมือนกับกระดาษหยุ่ยๆ เปียกๆ เกาะติดเต็มโครงไปหมด แต่ก็มีบางส่วนปลิวกระจาย ว่าแล้วก็ตัดภาพฉับมาที่เวลาพ่นเสร็จแล้ว ตอนพ่นนี่อยู่ไม่ได้เลยครับ ลอยกระจายเต็มห้องไปหมด ตอนพ่นเค้าจะพ่นจนเต็มพื้นที่ อาจจะมีพูนๆ ออกมาบ้าง จากนั้นเค้าก็ไล่ตัดให้พอดี แล้วก็ตามด้วยการติด Acoutic Board ครับ.. เสียดาย ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด (เพราะมันนานมาแล้ว) ทำให้ไม่ได้ถ่ายภาพจนเสร็จขั้นตอน

หลังจากนี้ซักปีได้ ผมก็ได้ทำการย้ายไปอยู่บ้านใหม่ โดยขนอุปกรณ์เครื่องเสียงชุดนี้ไปบ้านใหม่ด้วย แต่ที่บ้านใหม่ ไม่ได้ทำห้องเหมือนบ้านนี้ ปรากฏว่าเวลาฟังเพลง เสียงที่เคยลอยตัวออกจากกันตีกันมั่วไปหมด เลยทำให้เลิกฟังเพลงจากเครื่องเสียงชุดนี้ไปร่วมสองปี ตอนนี้ย้ายกลับมาที่บ้านหลังนี้ได้ปีกว่าๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ประกอบเครื่องเสียงชุดนี้ขึ้นมาเลยครับ เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน ได้ยินมาว่าอุปกรณ์พวกนี้ถ้าไม่ได้ใช้นานๆ พาลจะเสียเอา :rolleyes:

D1
21st July 2004, 04:06
ส่วนตัวชุด MD ของผมก็พอมีเล่นอยู่ตัวหนึ่งครับ (ก่อนหน้านี้ยืมเพื่อนเอา :p) ผมใช้รุ่น MZ-R909 เป็นรุ่นสุดท้ายก่อนที่จะเป็น NetMD ครับ แต่ตัว NetMD ผมเรียนตามตรงว่าผมไม่ค่อยให้ความสนใจซักเท่าไหร่ เพราะผมใช้อัดเสียงเฉพาะโหมด SP ในขณะที่อัดผ่าน USB ของ NetMD จะเป็น LP2/LP4 เท่านั้น (สามารถอัดเป็น SP ได้เหมือนกัน แต่คุณภาพจะเป็นระดับ LP2 ไม่ใช่ SP จริง) ดังนั้นถึงจะเป็นรุ่น NetMD ผมเองก็คงอัดเพลงแบบ real time เหมือนเดิมอยู่ดี :confused:

ตัวที่น่าสนใจ หรือจะเรียกว่าของเล่นก็ได้ ก็คงเป็นชิ้นที่อยู่ทางด้านขวามือครับ เป็นอุปกรณ์ที่ข้างหนึ่งจะเสียบเข้ากับเครื่องคอมพ์เป็น USB และอีกด้านหนึ่งจะมี Output ออกเป็น Fiber Optic เอาไว้เสียบเข้ากับตัว MD ไว้อัดเพลงครับ ตอนแรกคิดว่า Optical ก็คือ Optical สัญญาณ SPDIF ไม่ว่า sound รุ่นไหนก็น่าจะส่งสัญญาณออกมาเหมือนๆ กันเพราะเป็นเรื่องของข้อมูล ปรากฏว่าไม่เหมือนกันครับ ตอนนั้นผมมีเครื่องที่มี Output เป็น fiber อยู่สองตัว คืออันหนึ่งเป็น port built-in มากับ mother board กับอีกอันหนึ่งเป็นของ sound blaster ปรากฏว่าสองตัวนี้อัดเพลงลงใน MD ผ่าน Optic ให้คุณภาพเสียงไม่เท่ากัน ค้นหาไปมาก็พบว่าเจ้าตัวที่เห็นนี่เป็นอะไรที่ให้เสียงได้ดีสุดๆ ในการอัดลง MD ได้ตัวหนึ่ง ก็เลยสั่งมาจาก australia ครับ ซื้อมาก็ถือว่าได้ใช้คุ้มครับ เพราะไม่นานหลังจากนั้นผมก็ติด Net ผ่านดาวเทียม ได้ฟังเพลง Online อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน (เมื่อก่อนในเมืองไทยยังไม่มี channel ที่เป็นลักษณะเปิดเพลงเฉพาะยุค '70, '80 เลยอาศัยฟัง Online เอาบ่อยๆ) ก็เลยอาศัยเจ้าตัวนี้ส่งผ่าน Output ที่ได้รับมาจากต้นทาง จนเข้า MD เป็นลักษณะ pure digital ไปเลย :)

ส่วนอีกตัวที่น่าสนใจ แต่คิดว่าหลายๆ ท่านที่เล่นเครื่องเสียงคงรู้จักดีอยู่แล้วคือตัวหัวฟังของ BO ที่อยู่ทางด้านล่างครับ ถ้าใครพอมีงบประมาณพอจัดหาได้ ก็แนะนำครับ เป็นหูฟังที่ดีมากอันหนึ่ง ที่สามารถถ่ายทอดคุณภาพเสียงออกมาจากเครื่องเล่นได้ดีมากๆ ตัวหนึ่ง การออกแบบให้ยึดติดกับหูก็ดีมากๆ ครับ ใส่นอน ใส่ออกกำลังกาย ไม่มีหลุด ขนาดตอนเห่อๆ ผมใส่ฟังก่อนนอนจนหลับไป ตื่นขึ้นมายังไม่เจ็บหู แถมไม่หลุดอีกด้วย (เขียนอย่างกะกำลังโฆษณาหูฟังอยู่เลย :D)

เรื่องเกี่ยวกับเครื่องเสียงของผมก็คงมีของเล่นอยู่แค่นี้อ่ะครับ หลังๆ อาศัยฟังเพลงจากเจ้า Mini compo กะลำโพงของคอมพ์ซะเป็นส่วนใหญ่ครับ อาศัยฟังเพลง แทนฟังเครื่องเสียง อย่างที่คุณหลวงลายไทยว่าไว้อ่ะครับ :)

ปล.. คงไม่เชยนะครับที่กลับมาคุยเรื่องเครื่องเสียง เห็นตอนนี้คุยกันจนเลยไปถึงเรื่องเว็บแล้ว :)

D1
21st July 2004, 04:15
อ้อ.. ล่าสุด กะลังช่วยผู้ใหญ่ท่านหนึ่งทำโครงการ(ส่วนตัว) แปลงแผ่นเสียงเป็น Audio CD กะ MP3 อยู่ครับ ก็เลยพอได้เข้าไปสัมผัสกะเครื่องเล่นแผ่นเสียงบ้าง รู้สึกว่าคนเล่นนี่ต้องใจรักพอสมควรทีเดียว ต้องมานั่งล้างแผ่นให้สะอาด ไม่งั้นเล่นไปแล้วฝุ่นจะติดที่หัวเข็ม แถมหัวเข็มก็ต้องคอยทำความสะอาด (ใช้ตัวทำความสะอาดแบบที่เป็นยาง ไปแตะที่หัวเข็มให้ฝุ่นเกาะออกมาอ่ะครับ) ต้องดูแลกันเอาเรื่องทีเดียว แต่เรื่องคุณภาพเสียงนี่ต้องยอมรับว่าความเป็น Analog ให้ความรู้สึกของเสียงได้กว้างมากทีเดียวครับ จนทุกวันนี้ยังมีปัญหาเลยว่าเสียงที่อัดมาเวลา Playback แล้ว ถ้าไม่เทียบกับต้นฉบับก็โอเค แต่ถ้าเทียบกับการเปิดตรงจากแผ่นแล้ว ความกว้างของเสียงหายไปอย่างฟังได้ชัดเจนเลยครับ เห็นคุณ NaimNatNod เคยแปลงตรงนี้อยู่ไม่ทราบว่ามีปัญหานี้บ้างไหมครับ? อุปกรณ์ที่ใช้อยู่ตอนนี้เป็น Sound Audigy 24/96 แต่พอเอามาอัด Analog ปรากฏว่าทำได้สูงสุดแค่ 20bit อัดที่คุณภาพสูงสุดแล้วยังไงก็เก็บความกว้างของเสียงได้ไม่หมดครับ :rolleyes:

D1
21st July 2004, 04:59
จากรูปแรกไล่ตั้งแต่ตัวบนเลยละกัน

Turntable - J.A. Michell Gyro SE ($1,995)
Tonearm - J.A. Michell Tecnoarm (heavily modified Rega RB250) ($995)
Cartridge - Clearaudio Vrrtuoso Wood (MM) ($800)

CD Player - Naim CDX2 ($5,100)

Pre Amplifier - Naim NAC 282 ($5,350)

Power Supply - Naim Hi-Cap 2 ($1,750)
Power Supply - Naim NAPSC (included with NAC 282)

Power Amplifier - Naim NAP 250 (80 watts/channel) ($4,400)

Speakers - Quad ESL 988 ($6,500)

อยากรู้เป็นเงินไทย เอา สี่สิบคูณ :blink: :blink: :blink: เห็นราคาแล้วได้แต่กระพริบตาปริบๆ คุณ NaimNatNod ได้ฟังแล้วพอบรรยายได้อย่างไรบ้างครับเนี่ย :drool:

NaimNatNod
21st July 2004, 07:07
:blink: :blink: เห็นราคาแล้วได้แต่กระพริบตาปริบๆ คุณ NaimNatNod ได้ฟังแล้วพอบรรยายได้อย่างไรบ้างครับเนี่ย :drool:

ฟังแล้วลอยได้ครับ :D :bunny:


ล้อเล่นครับ จริงๆแล้ว ผมไปกับพี่นาย ยกเอาเครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวเก่าไปเทอร์นเอาตัวใหม่ออกมา ฟังชุดนี้แล้วเสียงดีมากครับ ลองฟังทั้งเพลง ลูกทุ่ง (country) classical และ blue grass เสียงออกมาฟังแล้วเป็นธรรมชาติดีมาก เสียงร้องของ Randy Travis อิ่มเอิบ ฟังแล้วได้อารมณ์ตามไปกับเสียงเพลง แต่.........

แต่... ผมกับพี่นายแอบมาคุยกัน แล้วมีความเห็นตรงกันว่า เครื่องที่บ้านเรา ถึงมันจะเก่ากว่า แต่ คิดว่าชอบเสียงที่บ้านมากกว่า ไม่อยากพูดว่าดีกว่า เพราะ ไม่แน่ใจว่าดีกว่าจริงหรือไม่ แต่เราคุ้นกับเสียงที่บ้านมากกว่า ถึงได้คิดเหมือนกัน

ถึงแม้นว่าเครื่องอีเลคโทรนิคจะเป็น Naim เหมือนกัน เครื่องเล่นแผ่นเสียงจะเป็นชุดเดียวกัน แต่ ลำโพงไม่เหมือนกัน เพราะ Quad เป็น Electrostatic speakers ซึ่งการทำงานของลำโพงประเภทนี้จะไม่มี woofer หรือ tweeter ส่วนลำโพงที่บ้านผม เป็นลำโพงสามทางธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา (เอ๊ะ ... พูดยังไง :bunny: ) ของ Spendor ก็เลยเปรียบเทียบตรงๆ ไม่ได้

ส่วนเรื่องอัดจากแผ่นเสียงมาลง PC ผมก็ใช้ Sound Blaster Xtigy รุ่นแรกแหละครับ ผมอัดที่ 16 bits เอง สุ้มเสียงออกมาผมว่าได้ถึง 90-95% ซะด้วยซ้ำไป แต่อัดเป็น wav นะครับ แต่ถ้า A/B เทียบกัน แน่นอน ของจริงย่อมดีกว่า มีมิติกว่า เนียนกว่า สนุกกว่า และหลายๆอย่างกว่า มีที่ให้ผมโหลดไปให้ฟังไม๊ จะได้แบ่งเอาไปฟังบ้าง

:bunny:

หลวงลายไทย
21st July 2004, 11:58
ให้เลิกฟังเพลงจากเครื่องเสียงชุดนี้ไปร่วมสองปี ตอนนี้ย้ายกลับมาที่บ้านหลังนี้ได้ปีกว่าๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ประกอบเครื่องเสียงชุดนี้ขึ้นมาเลยครับ เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน ได้ยินมาว่าอุปกรณ์พวกนี้ถ้าไม่ได้ใช้นานๆ พาลจะเสียเอา :rolleyes:

แน่นอนครับ โดยเฉพาะลำโพงส่วนกรวย ถ้าไม่ได้ขยับบ้างละก็มันจะเปื่อยจนกรอบขาดเป็นขุยๆเลย ผมมีลำโพงหลายคู่ ตอนแรกจะขายทิ้งก็เสียดาย เลยเก็บไว้ มีคนมาขอซื้อต่อก็ไม่ยอมปล่อย(ตาแก่หวงสมบัติ) และทุกอาทิตย์ (หรือรายเดือน เอาแน่ไม่ได้) จะต้องต่อแอมป์เปิดเพลงให้มันขยับได้บ้าง ต่อมาจำนวนมากเข้าเริ่มรู้สึกว่าเป็นภาระ เลยทะยอยขายทิ้งไป ราคาร่วงไปจากตอนที่มีคนมาขอซื้อหลายเงินอยู่ :cry: :cry: ตอนนั้นน่าจะตัดใจขายซะให้หมดเรื่อง ยังไงคุณ D1 คงต้องหาทางให้ลำโพงขยับบ้างนะครับ ส่วน Amp และ สายสัญญาณต่างๆมักจะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร นำมาเบิร์นใหม่สักระยะก็จะใช้ได้แล้ว

RUTch
21st July 2004, 12:17
ใครมี ลำโพง หรือแอมป์ไม่ได้ใช้ จะส่งมาออกกำลังกาย ที่บ้านผมบ้างก็ได้นะครับ ยินดีรับหมด

Plub
21st July 2004, 12:55
แต่... ผมกับพี่นายแอบมาคุยกัน แล้วมีความเห็นตรงกันว่า เครื่องที่บ้านเรา ถึงมันจะเก่ากว่า แต่ คิดว่าชอบเสียงที่บ้านมากกว่า ไม่อยากพูดว่าดีกว่า เพราะ ไม่แน่ใจว่าดีกว่าจริงหรือไม่ แต่เราคุ้นกับเสียงที่บ้านมากกว่า ถึงได้คิดเหมือนกัน อย่างนี้ก็เข้าทางคุณนายซิครับ ไม่ต้องเสียตังค์ นังรถกลับบ้านด้วยในใจกระหยิ่มยิ้มหย่องว่า "รอดมาได้" พร้อมกับกำกระเป๋าตังต์ :D



ถึงแม้นว่าเครื่องอีเลคโทรนิคจะเป็น Naim เหมือนกัน เครื่องเล่นแผ่นเสียงจะเป็นชุดเดียวกัน แต่ ลำโพงไม่เหมือนกัน เพราะ Quad เป็น Electrostatic speakers ซึ่งการทำงานของลำโพงประเภทนี้จะไม่มี woofer หรือ tweeter ส่วนลำโพงที่บ้านผม เป็นลำโพงสามทางธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา (เอ๊ะ ... พูดยังไง :bunny: ) ของ Spendor ก็เลยเปรียบเทียบตรงๆ ไม่ได้:bunny: เชื่อว่า Sound Stateของ Sponderคงเป็นรอง Electrostatic ของ Quadอย่างแน่นอน ยิ่งคุณ NaimNatNodเปิดดังมากเท่าไหร่ มวลอากาศจากท่อReflex ทั้งสองท่อที่อยู่ข้าง Tweeterคงจะรบกวนการกระจายเสียงของตัว Tweeterอย่างแน่นอน ดังนั้นควรหาซื้อ Quadมาฟังอีกสักคู่นึงนะครับ

NaimNatNod
21st July 2004, 13:05
อ้อ.. ล่าสุด กะลังช่วยผู้ใหญ่ท่านหนึ่งทำโครงการ(ส่วนตัว) แปลงแผ่นเสียงเป็น Audio CD กะ MP3 อยู่ครับ ก็เลยพอได้เข้าไปสัมผัสกะเครื่องเล่นแผ่นเสียงบ้าง รู้สึกว่าคนเล่นนี่ต้องใจรักพอสมควรทีเดียว ต้องมานั่งล้างแผ่นให้สะอาด ไม่งั้นเล่นไปแล้วฝุ่นจะติดที่หัวเข็ม แถมหัวเข็มก็ต้องคอยทำความสะอาด (ใช้ตัวทำความสะอาดแบบที่เป็นยาง ไปแตะที่หัวเข็มให้ฝุ่นเกาะออกมาอ่ะครับ) ต้องดูแลกันเอาเรื่องทีเดียว แต่เรื่องคุณภาพเสียงนี่ต้องยอมรับว่าความเป็น Analog ให้ความรู้สึกของเสียงได้กว้างมากทีเดียวครับ จนทุกวันนี้ยังมีปัญหาเลยว่าเสียงที่อัดมาเวลา Playback แล้ว ถ้าไม่เทียบกับต้นฉบับก็โอเค แต่ถ้าเทียบกับการเปิดตรงจากแผ่นแล้ว ความกว้างของเสียงหายไปอย่างฟังได้ชัดเจนเลยครับ เห็นคุณ NaimNatNod เคยแปลงตรงนี้อยู่ไม่ทราบว่ามีปัญหานี้บ้างไหมครับ? อุปกรณ์ที่ใช้อยู่ตอนนี้เป็น Sound Audigy 24/96 แต่พอเอามาอัด Analog ปรากฏว่าทำได้สูงสุดแค่ 20bit อัดที่คุณภาพสูงสุดแล้วยังไงก็เก็บความกว้างของเสียงได้ไม่หมดครับ :rolleyes:

ผมก็ค่อยๆทยอย convert จากแผ่นเสียงมาลง pc อยู่เรื่อยๆแหละครับ เพราะมีเพลงหลายๆเพลงมากๆที่หาไม่ได้จาก cd แต่พอเปลี่ยนเครื่องเล่นแผ่นเสียงใหม่ ก็กลับมาเห่ออีก เอาเพลงที่ชอบมาฟังอีกผ่านของเล่นตัวใหม่ :bunny:

คุณ D1 เล่าให้ฟังบ้างซิครับว่าโครงการแปลงแผ่นเสียงเป็น audio CD นั้นไปถึงไหนแล้ว เป็นไงบ้าง ใช้โปรแกรมอะไรครับ และเครื่องเล่นแผ่นเสียงของอะไรครับ สงสัยคอเดียวกับผม ชอบฟังเพลงให้มันยุ่งยากกว่าชาวบ้านเค้า :D

นีออน
21st July 2004, 18:51
พูดถึงเรื่องเครื่องเสียงถึงแม้ว่าจะเป็นชุดเดิมทั้งหมด แค่เรายกไปเล่นที่อื่นน้ำเสียงมันก็แตกต่างกันแล้ว จึงพูดยากครับเรื่องเสียงมันดีไม่ดีกว่ากันเท่าไร คุ้มกับราคาไหม

จากที่ใช้ spendor เหมือนกันก็พอเข้าใจว่า sound stage สู่ Electrostatic ไม่ได้แน่นอน อย่าว่าแต่ Electrostatic เลยครับ แค่ไปเทียบ Totem Model1 ยังไม่ได้เลยนะครับ

spendor มันออกไปแนวทางหวานคลาสสิคมากกว่าเรื่องของเวทีที่แผ่กว้างครับ ประกอบกับเป็นตู้ปิด เสียงมันกระชับกว่าในเรื่องของ mid bass และ mid bass นี่แหละที่เสียงน่าฟังกว่านะครับ พี่เค้าชอบแนวแบบนั้นเลยฟัง Electrostatic ก็ยังไม่กระชากหัวใจได้ เป็นผมๆก็คิดแบบนั้นนะ ไม่ได้วัดกันที่ราคา หากมันชอบก็ยากที่จะเอาอะไรไปวัดเหมือนกัน

สำหรับพี่รุจอ่ะ

ผมมีขาตั้งเหล็กหกเสา หนักข้างละสิบกว่าโล มายกเอาไปได้เลยครับ (คนเีดียวยกได้เอาไปฟรีเลย)

เป็นของกำนัลให้พี่นะจ๊ะ :banana:

soon
21st July 2004, 20:59
...............
ส่วนอีกตัวที่น่าสนใจ แต่คิดว่าหลายๆ ท่านที่เล่นเครื่องเสียงคงรู้จักดีอยู่แล้วคือตัวหัวฟังของ BO ที่อยู่ทางด้านล่างครับ ถ้าใครพอมีงบประมาณพอจัดหาได้ ก็แนะนำครับ เป็นหูฟังที่ดีมากอันหนึ่ง ที่สามารถถ่ายทอดคุณภาพเสียงออกมาจากเครื่องเล่นได้ดีมากๆ ตัวหนึ่ง การออกแบบให้ยึดติดกับหูก็ดีมากๆ ครับ ใส่นอน ใส่ออกกำลังกาย ไม่มีหลุด ขนาดตอนเห่อๆ ผมใส่ฟังก่อนนอนจนหลับไป ตื่นขึ้นมายังไม่เจ็บหู แถมไม่หลุดอีกด้วย (เขียนอย่างกะกำลังโฆษณาหูฟังอยู่เลย :D)......

ช่วยขยายความหน่อยคร้าบคุณ D1 :confused:
เจ้า BO นี้หมายถึงอะไรคร้าบ :knock: :banana:

NaimNatNod
21st July 2004, 23:03
ช่วยขยายความหน่อยคร้าบคุณ D1 :confused:
เจ้า BO นี้หมายถึงอะไรคร้าบ :knock: :banana:

มาตอบแทนคุณ D1

Bang & Olufsen เป็นชื่อยี่ห้อครับ :bunny:

นีออน
22nd July 2004, 03:11
อ่านของคุณ D1 แล้วก็ทำให้ทราบว่าเล่น MD ด้วยเหมือนกัน แต่ชุดของคุณ NaimNatNod นี่ไม่ไหวๆ อลังการเกินไปอ่านะ

ห้องที่ตบแต่งไว้สำหรับเล่นเครื่องเสียงที่บุวัสดุซับเสียงนี่ ยอมรับว่าทำให้เสียงดีเกินคาดครับ ค่าแต่งห้องราคาสูงเอาการ

เจ็บใจเรื่อง netmd อยู่ไม่หาย ทำไงก็ copy ไฟล์ไปเล่นเครื่องอื่นๆไม่ได้สักที

วันนี้ลองจะใช้โปรกแกรม multimedia player ทำไฟล์ wma ทำไมมันไม่อ่านแผ่น CD เพลงนะ???

charles
22nd July 2004, 04:05
วันนี้ลองจะใช้โปรกแกรม multimedia player ทำไฟล์ wma ทำไมมันไม่อ่านแผ่น CD เพลงนะ???

แหง่ว!?!?!? Media Player หรือเปล่าครับ? ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ แต่ถ้าเกิดอ่านได้แล้ว ผมแนะนำให้ลองต่อเน็ตทิ้งไว้สักครู่ก่อนจะสั่ง copy เพราะบางครั้งมันจะมีข้อมูลอัลบั้มอยู่ในเน็ต ซึ่งมันจะโหลดพวกชื่อเพลง ชื่ออัลบั้ม นักร้องมาให้เลย แล้วแถมจัดเข้า Category เรียบร้อยอีกต่างหาก

ถ้าไม่มีจะกรอกเองก็ได้ครับ

NaimNatNod
22nd July 2004, 22:55
หัวเข็มตัวละหมื่น.....................................................................เหรียญ :bunny:

เอาไว้ใช้กับ turntable ตัวนี้

สองหมื่นแปดพันสี่ร้อยเก้าสิบเก้า........................................................................เหรียญ :cry:

แต่สุดยอดของ turntable ต้องตัวนี้ครับ

Rockport System III Sirius

ตัวบน SME ต้องซื้อ tonearm ต่างหาก แต่ตัวนี้มาพร้อมกันเลย เป็น air bearing ทั้ง platter และ tonearm

ราคาก็แพงกว่านิดหน่อยเอง ซื้อบ้านได้หลังหนึ่ง :bunny: :bunny: :bunny:

Plub
22nd July 2004, 23:54
จากที่ใช้ spendor เหมือนกันก็พอเข้าใจว่า sound stage สู่ Electrostatic ไม่ได้แน่นอน อย่าว่าแต่ Electrostatic เลยครับ แค่ไปเทียบ Totem Model1 ยังไม่ได้เลยนะครับถ้าจำไม่ผิด(เพราะมันนานแล้วครับ) Totem 1ใช้ High pass filter 1st order ที่3KHZมั้งครับ ทำให้การกระจายเสียงของตัว Tweeterทอดยาวลงมาความถี่ค่อนข้างต่ำ ทำให้ได้เสียงที่กว้าง เพราะTweeterสามารถกระจายเสียงกว้างจากแนวแกนมากกว่า30องศาอยู่แล้วที่ความถี่ Resonance ในส่วนของวูฟเฟอร์ก็อาศัย Physicalตัวมันเอง roll off ประกอบกับการ Designedตู้ที่ลงตัว Totemตัวนี้จึงให้เสียงที่ราบรื่น โดยทุกคนต้องแปลกใจว่า ลำโพงตัวนี้มี่ Passive networkเพียง Capacitorตัวเดียว

ลำโพงประเภท Electrostaticนี่มันเวทีกว้าง เพราะด้วยตัวมันเองจริงๆ :D เพลงประเภทออเคสตร้านี่มันแสดงความยิ่งใหญ่จริงๆ แต่ผมว่ามันตกม้าตาย ดนตรีประเภทน้อยชิ้น รู้สึกว่ามันแผ่เท่ากันหมด หาโฟกัสของตำแหน่งเครื่องเล่นไม่ได้

ขอแจมด้วยหน่อยครับ รื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ หน่อยจำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว :)

นีออน
23rd July 2004, 15:56
การตอบของคุณ pub ตอบแบบรู้จริง... (Y)

ใช่แล้วครับ Totem เล่นจุดตัดของ Tweeter ตัวมันเองลาดชัน cut off ไปเอง แล้วให้ Woofer รับช่วงต่อที่ 3KHz

ในขณะที่ woofer ไม่มี coil มาตัดความถี่สูง ปล่อยให้มัน low pass ด้วยตัว woofer เอง น่าแปลกใจว่ามันทำไมออกมาดีเนอะ :dry:


แต่สุดยอดของ turntable ต้องตัวนี้ครับ

Rockport System III Sirius

ตัวบน SME ต้องซื้อ tonearm ต่างหาก แต่ตัวนี้มาพร้อมกันเลย เป็น air bearing ทั้ง platter และ tonearm

ราคาก็แพงกว่านิดหน่อยเอง ซื้อบ้านได้หลังหนึ่ง :bunny: :bunny: :bunny:


ตัวนี้เมืองไทยผมเห็นมีอยู่หนึ่งตัว ฟังมาแล้ว จับมาแล้ว ถามเค้าว่าเท่าไร?
เค้าว่า 1 ล้าน (อึ่งไปเลย พร้อมกับเอามือที่จับอยู่ออกเลยง่ะ)

NaimNatNod
23rd July 2004, 22:20
ตัวนี้เมืองไทยผมเห็นมีอยู่หนึ่งตัว ฟังมาแล้ว จับมาแล้ว ถามเค้าว่าเท่าไร?
เค้าว่า 1 ล้าน (อึ่งไปเลย พร้อมกับเอามือที่จับอยู่ออกเลยง่ะ)

โห.......1 ล้าน เนี่ย สงสัยซื้อมานานแล้ว :bunny:

เพราะว่าราคา ณ ปัจจุบันอยู่ที่ $70,000 - $73,000 ต่อชุด ไม่รวมหัวเข็ม :dry:

ชุดนี้ฟังแล้วสงสัยบินได้เลย ไม่ใช่แค่ลอยได้.......อิ....อิ :bunny: :bunny:

charles
25th July 2004, 01:17
คุยกันแต่ตัวใหญ่ๆ อีกแล้ว มาดูอันนี้มั่งดีกว่า :D

http://headroom.headphone.com/layout.php?topicID=13&subTopicID=64&productID=0020100000

อันนี้เห็นเค้าเคลมว่าดีจริง ชนิดว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้าทีเดียว ประมาณว่าเสียงดีสุดๆ

มีความเห็นว่าไงบ้างครับ เพราะผมก็ไม่เคยฟัง

"Not only that, but the ER4S are among the top five or so in term of absolute sound quality"

D1
25th July 2004, 01:42
คุณ D1 เล่าให้ฟังบ้างซิครับว่าโครงการแปลงแผ่นเสียงเป็น audio CD นั้นไปถึงไหนแล้ว เป็นไงบ้าง ใช้โปรแกรมอะไรครับ และเครื่องเล่นแผ่นเสียงของอะไรครับ สงสัยคอเดียวกับผม ชอบฟังเพลงให้มันยุ่งยากกว่าชาวบ้านเค้า :Dไปได้เป็นร้อยแผ่นแล้วครับ เรื่องคุณภาพเสียงก็เป็นไปตามที่ได้พิมพ์ไปแล้ว คือค่อนข้างดี ถ้าไม่ไปเทียบกับต้นฉบับ ล่าสุดเพิ่งได้ข้อมูลของ Sound Card ตัวใหม่มาครับ คือเจ้า Audigy นี่ภาพ A/D ของเค้าเป็นแค่ 20/48 เลยทำให้เสีย detail ไปพอสมควร แต่คาดว่ากะลังจะเปลี่ยนเป็น sound card อันใหม่ที่ภาค A/D เป็นแบบ 24/96 ซึ่งคาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้อีกในระดับหนึ่ง แต่เรื่องของเรื่องคือไอ้เจ้าร้อยหน่อยๆ แผ่นที่ converted ไปแล้วเนี่ยซิ จะเอาอย่างไร หมดไปเป็นเดือนๆ (ก่อน convert เจ้าของอุตสาห์นำแผ่นมาล้างใหม่ซะหมด เสียแรงไปเยอะครับ) เครื่องเล่นแผ่นเสียงยี่ห้ออะไร จำไม่ได้แล้วจริงๆ เผอิญผมไม่ได้เล่นเครื่องเสียงแบบจริงจัง พอเจอยี่ห้อแปลกๆ เลยจำไม่ได้อ่ะครับ ตอนต่อเครื่องเล่นแผ่นเสียง จะต่อผ่านอุปกรณ์ชื่อ phono stage ของ NAD ทีนึงก่อน (ไม่งั้นสัญญาณเข้า sound card จะค่อนข้างเบา ถึงเบามาก) แล้วค่อยเข้า sound card ครับ ส่วนตัวโปรแกรมตอนแรกว่าจะใช้ DART XP Pro เผอิญไปเจอ Review ในนิตยสาร CHIP เข้าพอดี เลยเปลี่ยนไปใช้โปรแกรม Magix Audio Cleaning Lab แทน โดยส่วนตัวคิดว่าคุ้มครับ โปรแกรมทำงานได้เกินราคา เสียตรงที่ต้องมีการ activated software ให้วุ่นวาย และจำกัดจำนวนครั้งเอาไว้ด้วย ถ้าต้องลง windows บ่อยๆ คงแย่ - โปรแกรมนี้สามารถช่วยแก้เรื่องเสียง crackles, clicks และ rumbling ได้ค่อนข้างดีครับ แต่ก่อนผมเคยใช้โปรแกรมพวก sound forge บ้าง coolwave บ้าง พบว่าการพยายามจัดการกับเสียงมักจะมี side effect ไปถึงคุณภาพเสียงพอสมควรทำให้ปกติจะไม่ใช้โปรแกรมพวกนี้อีกเลย แต่พอได้ใช้กับโปรแกรมตัวนี้ปรากฏว่าช่วยได้จริงๆ เทียบกับสิ่งที่ได้มา (ความสะอาดของเพลง) กับสิ่งที่เสียไป (ความกว้างของเสียง แต่เสียไปนิดหน่อย) แล้วผมว่าคุ้มครับ อยากแนะนำให้คุณ Naimnatnod ลองหามาเล่นดูครับ เว็บของเค้าคือ http://www.magix.com

ส่วนเพลงที่ converted แล้ว ผมมี save ตัวอย่างกลับมาทั้งในแบบที่ clean แล้ว และยังไม่ได้ clean(แต่ไม่รู้จะไปเก็บไว้ไหน - หาเจอแล้วจะเอามาฝากครับ) รวมถึงล่าสุดก็เพิ่งไปถ่ายภาพหน้าปกแผ่นเสียง ร่วม 4-500 แผ่น (ส่วนใหญ่เป็น '60, '70) มาเมื่อไม่นานนี้ กะลังจะหาทางเอาขึ้นเว็บอยู่เหมือนกันครับ เผื่อจะได้แลกเปลี่ยนกัน ได้ความคืบหน้าอย่างไรแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกทีครับ ;)

นีออน
25th July 2004, 04:10
ดีเลยครับคุณ D1 เดี๋ยว convert เสร็จอย่าลืม corvert format wma ไว้บ้างนะครับ และให้เจ้าของแผ่นมาใส่บรรยายเพลงที่เค้าชอบ แล้วชอบเพลงนั้นๆเพราะอะไร เนื้อหา เนื้อร้อง ทำนองเพลง จังหวะ อะไรต่ออะไรก็แล้วแต่

แต่ช่วงนี้ถึงสิ้นเดือนผมยังทำเวปไม่เสร็จแน่นอน เพราะโดนราชการเรียกตัวไปทำงานด่วนนิดหน่อย แว๊ปมาได้ก็นิดหน่อย (ก็อยากทำเวปให้เสร็จอ่านะ)

NaimNatNod
26th July 2004, 01:58
คุยกันแต่ตัวใหญ่ๆ อีกแล้ว มาดูอันนี้มั่งดีกว่า :D

http://headroom.headphone.com/layout.php?topicID=13&subTopicID=64&productID=0020100000

อันนี้เห็นเค้าเคลมว่าดีจริง ชนิดว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้าทีเดียว ประมาณว่าเสียงดีสุดๆ

มีความเห็นว่าไงบ้างครับ เพราะผมก็ไม่เคยฟัง

คุยกันตัวเล็กมั่ง เดี๋ยวหาว่า เพ้อเจ้อ :D :bunny: :kiss:

ตามเข้าไปดูใน link แล้ว ก็ต้องบอกตามสายตาว่าม้นก็น่าจะดีนะ ไม่เคยใช้เหมือนกัน ตอนนี้ใช้ของ Sony อยู่กับ iPod รุ่นที่ตรงหูฟังมันมีอะไรเล็กๆยื่นเข้าไปในหู เหมือนกับของที่คุณนีออนเคยบอก จำไม่ได้แล้วว่าเป็นรุ่นอะไร แต่ราคาที่ซื้อมาประมาณ $30-$40 ที่เมกานี่


ไปได้เป็นร้อยแผ่นแล้วครับ เรื่องคุณภาพเสียงก็เป็นไปตามที่ได้พิมพ์ไปแล้ว คือค่อนข้างดี ถ้าไม่ไปเทียบกับต้นฉบับ ล่าสุดเพิ่งได้ข้อมูลของ Sound Card ตัวใหม่มาครับ คือเจ้า Audigy นี่ภาพ A/D ของเค้าเป็นแค่ 20/48 เลยทำให้เสีย detail ไปพอสมควร แต่คาดว่ากะลังจะเปลี่ยนเป็น sound card อันใหม่ที่ภาค A/D เป็นแบบ 24/96 ซึ่งคาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้อีกในระดับหนึ่ง แต่เรื่องของเรื่องคือไอ้เจ้าร้อยหน่อยๆ แผ่นที่ converted ไปแล้วเนี่ยซิ จะเอาอย่างไร หมดไปเป็นเดือนๆ (ก่อน convert เจ้าของอุตสาห์นำแผ่นมาล้างใหม่ซะหมด เสียแรงไปเยอะครับ) เครื่องเล่นแผ่นเสียงยี่ห้ออะไร จำไม่ได้แล้วจริงๆ เผอิญผมไม่ได้เล่นเครื่องเสียงแบบจริงจัง พอเจอยี่ห้อแปลกๆ เลยจำไม่ได้อ่ะครับ ตอนต่อเครื่องเล่นแผ่นเสียง จะต่อผ่านอุปกรณ์ชื่อ phono stage ของ NAD ทีนึงก่อน (ไม่งั้นสัญญาณเข้า sound card จะค่อนข้างเบา ถึงเบามาก) แล้วค่อยเข้า sound card ครับ ส่วนตัวโปรแกรมตอนแรกว่าจะใช้ DART XP Pro เผอิญไปเจอ Review ในนิตยสาร CHIP เข้าพอดี เลยเปลี่ยนไปใช้โปรแกรม Magix Audio Cleaning Lab แทน โดยส่วนตัวคิดว่าคุ้มครับ โปรแกรมทำงานได้เกินราคา เสียตรงที่ต้องมีการ activated software ให้วุ่นวาย และจำกัดจำนวนครั้งเอาไว้ด้วย ถ้าต้องลง windows บ่อยๆ คงแย่ - โปรแกรมนี้สามารถช่วยแก้เรื่องเสียง crackles, clicks และ rumbling ได้ค่อนข้างดีครับ แต่ก่อนผมเคยใช้โปรแกรมพวก sound forge บ้าง coolwave บ้าง พบว่าการพยายามจัดการกับเสียงมักจะมี side effect ไปถึงคุณภาพเสียงพอสมควรทำให้ปกติจะไม่ใช้โปรแกรมพวกนี้อีกเลย แต่พอได้ใช้กับโปรแกรมตัวนี้ปรากฏว่าช่วยได้จริงๆ เทียบกับสิ่งที่ได้มา (ความสะอาดของเพลง) กับสิ่งที่เสียไป (ความกว้างของเสียง แต่เสียไปนิดหน่อย) แล้วผมว่าคุ้มครับ อยากแนะนำให้คุณ Naimnatnod ลองหามาเล่นดูครับ เว็บของเค้าคือ http://www.magix.com

ส่วนเพลงที่ converted แล้ว ผมมี save ตัวอย่างกลับมาทั้งในแบบที่ clean แล้ว และยังไม่ได้ clean(แต่ไม่รู้จะไปเก็บไว้ไหน - หาเจอแล้วจะเอามาฝากครับ) รวมถึงล่าสุดก็เพิ่งไปถ่ายภาพหน้าปกแผ่นเสียง ร่วม 4-500 แผ่น (ส่วนใหญ่เป็น '60, '70) มาเมื่อไม่นานนี้ กะลังจะหาทางเอาขึ้นเว็บอยู่เหมือนกันครับ เผื่อจะได้แลกเปลี่ยนกัน ได้ความคืบหน้าอย่างไรแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกทีครับ ;)

แสดงว่ายก TT (Turntable) มาต่อข้างๆคอมเลยเหรอครับ คือ TT --> Nad Phono Pre-Amplifier --> Sound Card (Computer)

หรือว่า ยกคอม มาตั้งข้างๆ ชุด stereo เหมือนของผม เพราะว่าการปรับ level และค่าต่างๆของ TT นั้นมันมีผลต่อเสียงอย่างมาก เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ไปเคลื่อนย้าย TT แต่จะเอา Laptop ไปต่อผ่าน Xtigy external sound card แล้วถึงต่อเข้ากับ stereo ผ่าน Tape Input ซึ่งจะได้เป็น 2 way ไปและกลับ

ส่วนเรื่องที่ว่า ถ้ามีอะไรที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็น sound card, TT, Cartridge, etc. หลังจากที่เราได้ converted ไปแล้ว สำหรับผมนั้น จะ converted ใหม่เฉพาะเพลงที่โปรดจริงๆ ไม่งั้นเสียเวลาตายเลยครับ :bunny:

ขอบคุณสำหรับโปรแกรมแนะนำ Magix Audio Cleaning Lab 2005 ซึ่งได้ลอง d/l มาเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่มีเวลาลองดูอย่างจริงๆจังๆ แต่ user interface สวยดีครับ ไม่รู้ว่าเวลาเราให้โปรแกรมมันลดเสียง ticks/pops แล้วมันจะลดคุณภาพลงไปด้วยหรือเปล่า ของผมยังใช้โปรแกรมโบราณอยู่เลยครับ Wavelab v3.0 ซึ่งตอนนี้ไปเป็น v6 แล้วมั้ง :bunny:

เป้าหมายของผมก็คือต้องการที่จะรักษาเสียงให้ได้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด แต่ต้องการโปรแกรมที่สามารถ fade in/fade out ต้นเพลงและปลายเพลงได้ และที่สำคัญ คือ Normalize function ที่จะทำให้ระดับความดังอยู่ในระดับเดียวกัน

:cool:

charles
26th July 2004, 03:49
คุยกันตัวเล็กมั่ง เดี๋ยวหาว่า เพ้อเจ้อ :D :bunny: :kiss:

ตามเข้าไปดูใน link แล้ว ก็ต้องบอกตามสายตาว่าม้นก็น่าจะดีนะ ไม่เคยใช้เหมือนกัน ตอนนี้ใช้ของ Sony อยู่กับ iPod รุ่นที่ตรงหูฟังมันมีอะไรเล็กๆยื่นเข้าไปในหู เหมือนกับของที่คุณนีออนเคยบอก จำไม่ได้แล้วว่าเป็นรุ่นอะไร แต่ราคาที่ซื้อมาประมาณ $30-$40 ที่เมกานี่

ผมไม่ค่อยได้ใช้หูฟังโซนี่เลยอ่ะครับ เคยใช้ NC11 ตัวนึง ตัวละ 4000 บาทมี noise cancelling ในตัว ตัวนั้นยอมรับครับว่าเสียงดีจริงๆ แต่ว่าใช้ไปไม่กี่เดือนก็เจ๊งอ่ะ

เมื่อวานค้นข้อมูลของ Grado SR60 ดู กะว่าจะซื้อตัวนี้ไปใช้หอพัก ไม่อยากได้แพงเกินไป กลัวหาย ราคาที่อเมริกาอยู่ราวๆ 60$ แต่พอเช็คที่ไทย บอกราคามาสี่พันกว่าบาท เหอๆๆๆ ข้าน้อยขอลา ขายเว่อร์ไป แถมร้านไกลบ้านอีก (อยากซื้อที่ไทย เอามา burn-in ก่อน แล้วก็ใช้ล่วงหน้าไปก่อน จะได้ปรับเซ็มติ้งต่างๆ ให้เรียบร้อย)

ตอนนี้หันเหไปดูของ panasonic จำชื่อรุ่นไม่ได้แล้ว แต่เป็นหูฟังแบบ monitor แต่ใจจริงอยากหาที่มันตัวเล็กกว่านี้ ไม่รู้จะหาได้หรือเปล่า

จะหันไปหา philips ก็ไม่เข้าที เพราะแนวเสียงมันไม่ใช่แบบผม philips เสียงกลางมันจะดีกว่า panasonic แต่ panasonic จะทำเบสกับแหลมสะใจกว่า

เลยยังตัดสินใจไม่ถูก ต้องดู (ฟัง) ไปเรื่อยๆ

จะไปเล่นพวก sennheiser (ตัวที่ดีๆ หน่อย) หรือ etymotic ก็กลัวจะโดนตีหัวแย่งหูฟังซะอีก :dry: (แค่เอา Creative Extigy ไปวางไว้ในหอ ก็กลัวจะโดนงัดห้องแล้ว ฮาๆ)

ส่วนตัวนี้ไว้จะหาโอกาสซื้อมาใช้ คนเขียนบอกว่าเป็นหูฟังที่ดีที่สุดในโลก (บางคนยกให้เป็นอุปกรณ์ sound reproduction ที่ดีที่สุดในโลก)

http://headroom.headphone.com/layout.php?topicID=3&subTopicID=26&productID=0020080650

นีออน
26th July 2004, 04:04
วันนี้ไม่รู้อารมณ์ไหน เดินไปเดินมา (ในห้าง) ไปเทริน sony T-610 ไปเล่น N-GATE QD อ่านะ...

เออ...ไอ้เราก็นึกว่ามันใช้กับ ram SD ได้ ที่ไหนได้มันใช้ MMC RAM เวนกำ อิอิ
เอามานั่งเล่นเกมส์ อ่ะ ฮ่าฮ่า...

มีบลูทรูสเฮดโฟนของ sony อยู่ก็เอามาใช้กันได้ เล่น mv ได้ mp3 ได้ และโปรแกรม java ได้ เข้าท่าดี (ที่จริงมันเป็นของเด็กๆเขาใช้กันอ่ะ) แต่เรากลับไปชอบได้ไงก็ไม่รู้อ่านะ

กำลังเล่นเกมส์เพลินๆ มีโทรศัพท์เข้ามา มันก็ไม่ได้ขัดจังหวะเล่นเกมส์เลย ใช้ได้เลย รู้สึก cpu เร็วดีกราฟฟิคสวยใช้ได้เลย เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง ที่ดันไปเอาของเด็กเล่นมาเล่นง่ะ

ก็ sync data เข้ากับ PC และ Pocket PC ได้เป็นอย่างดี นี่หากเขียน java application เป็นคงมันส์อีกมากเนอะ

D1
26th July 2004, 16:48
แสดงว่ายก TT (Turntable) มาต่อข้างๆคอมเลยเหรอครับ คือ TT --> Nad Phono Pre-Amplifier --> Sound Card (Computer)

หรือว่า ยกคอม มาตั้งข้างๆ ชุด stereo เหมือนของผม เพราะว่าการปรับ level และค่าต่างๆของ TT นั้นมันมีผลต่อเสียงอย่างมาก เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ไปเคลื่อนย้าย TT แต่จะเอา Laptop ไปต่อผ่าน Xtigy external sound card แล้วถึงต่อเข้ากับ stereo ผ่าน Tape Input ซึ่งจะได้เป็น 2 way ไปและกลับผู้ใหญ่ท่านนี้ไม่ได้เป็นนังเลงเครื่องเสียง ท่านเพียงแต่ชอบฟังเพลงและมีแผ่นเสียงเก่าๆ ที่ซื้อไว้ตั้งแต่สมัยอยู่ที่ USA แล้วนำกลับมาเมืองไทยด้วย และอยากจะเก็บเพลงเหล่านั้นเอาไว้ฟังอีก เรื่องเครื่องเสียงจึงไม่ค่อยได้พิธีพิถันเท่าใดนัก พอตั้งใจจะ convert ก็ตั้งโต๊ะใหม่ข้างๆ เครื่องคอมพ์แล้วนำ TT มาตั้งเอาไว้ครับ :)

ขอบคุณสำหรับโปรแกรมแนะนำ Magix Audio Cleaning Lab 2005 ซึ่งได้ลอง d/l มาเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่มีเวลาลองดูอย่างจริงๆจังๆ แต่ user interface สวยดีครับ ไม่รู้ว่าเวลาเราให้โปรแกรมมันลดเสียง ticks/pops แล้วมันจะลดคุณภาพลงไปด้วยหรือเปล่า ของผมยังใช้โปรแกรมโบราณอยู่เลยครับ Wavelab v3.0 ซึ่งตอนนี้ไปเป็น v6 แล้วมั้ง :bunny:

เป้าหมายของผมก็คือต้องการที่จะรักษาเสียงให้ได้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด แต่ต้องการโปรแกรมที่สามารถ fade in/fade out ต้นเพลงและปลายเพลงได้ และที่สำคัญ คือ Normalize function ที่จะทำให้ระดับความดังอยู่ในระดับเดียวกัน

:cool:เรื่องคุณภาพที่ลดลงไปผมว่าก็มีบ้างครับ ตามประสาการนำไฟล์มาผ่านการ Process แต่ผมว่าตัวนี้มีผลน้อยมากถ้าเทียบกับโปรแกรมอื่นที่เคยใช้มาหลายตัว ส่วนการ normalize ผมเคยใช้แล้วพบว่ามัน effect กับคุณภาพเสียงค่อนข้างชัดเจน ตอนหลังผมเลยเลิกครับ เอามารวมๆ กันเพลงนั้นเพลงนี้จะดังบ้างเบาบ้างเล็กน้อยก็โอเคครับ ;)

RUTch
26th July 2004, 18:46
วันก่อนที่แถวบ้านแม่ยายผม หรือแถวบ้านคุณ Frank แต่ก่อนนี้ เห็นเอาแผ่นเสียงเก่ามาขาย เป็นเพลงดีๆทั้งนั้นเลย สภาพมีตั้งแต่ดี(เหมือนไม่เคยเปิดเลย) จนถึงแบบร่องรูด ไม่รู้เอามาจากไหนเป็น เข่งๆเลย คนรุมแย่งซื้อกันพันลวัน ครับ เป็นเพื่อนน้องเมียผม ซื้อได้มา (บอกว่าเอาไปวางโชว์) 5 แผ่น

charles
26th July 2004, 21:22
เออ...ไอ้เราก็นึกว่ามันใช้กับ ram SD ได้ ที่ไหนได้มันใช้ MMC RAM เวนกำ อิอิ
เอามานั่งเล่นเกมส์ อ่ะ ฮ่าฮ่า...

มือถือหลายเครื่องใช้ MMC เลยครับ

น้องผมซื้อ SX1 มา ตอนแรกนึกว่าใช้ SD card ไปซื้อ SD 256MB ของ Kodak มาเสียบ ปรากฎว่าใช้ไม่ได้ ลองซื้อ Sandisk 128MB มาเสียบก็ใช้ไม่ได้อีก นึกว่ามือถือมีปัญหาซะแล้ว

ตอนหลังเพิ่งถึงบางอ้อว่าใช้ MMC ตอนนี้เลยยังมี SD เหลืออยู่สองตัวเลยเนี่ย ใครสนใจจะซื้อ ติดต่อมาได้นะครับ เพราะบ้านผมกล้องใช้ CF ทั้งบ้าน :dry: :knock:

นีออน
27th July 2004, 06:38
ที่ลองหันมาใช้ N-Gage QD ดูบ้างก็ไม่อะไรหรอกครับ เบื่อตอนขึ้นรถไฟฟ้าแล้วมานั่งมองตากัน สู่นั่งเล่นเกมส์ดีกว่าไม่ต้องมองอะไรไปเรื่อยอ่านะ

เท่าที่ใช้งานดูก็ happy ดี เสียอย่างเดียว มันใหญ่ไปหน่อย เพราะเคยชินกับตัวเล็กๆพกในกางเกงได้ง่าย แต่เวลานั่งรอใครนานๆก็แก้เซ็งไปได้เยอะเลยทีเดียว ก็คงเป็นของเล่นที่พกติดตัวไปทุกครั้งได้เพราะโทรศัพท์ไงๆก็ต้องเอาไป

หากไปเที่ยวก็พก md หากไปทำงานก็พก ppc สรุปแล้ววันๆหนึ่งต้องมานั่งชาร์ทถ่านกันเป็นแถวเลย

ลองนึกเล่นๆ
ถ่าน flash 8 ก้อน
ถ่าน D60 2 ก้อน
ถ่าน X-Drive
ถ่าน MD
ถ่าน N-Gage
ถ่านหูฟังบลูทรูส
ถ่าน Pocket PC

หือ...เบื่อตรงเนี้ย

NaimNatNod
27th July 2004, 06:58
ที่ลองหันมาใช้ N-Gage QD ดูบ้างก็ไม่อะไรหรอกครับ เบื่อตอนขึ้นรถไฟฟ้าแล้วมานั่งมองตากัน สู่นั่งเล่นเกมส์ดีกว่าไม่ต้องมองอะไรไปเรื่อยอ่านะ

เท่าที่ใช้งานดูก็ happy ดี เสียอย่างเดียว มันใหญ่ไปหน่อย เพราะเคยชินกับตัวเล็กๆพกในกางเกงได้ง่าย แต่เวลานั่งรอใครนานๆก็แก้เซ็งไปได้เยอะเลยทีเดียว ก็คงเป็นของเล่นที่พกติดตัวไปทุกครั้งได้เพราะโทรศัพท์ไงๆก็ต้องเอาไป

หากไปเที่ยวก็พก md หากไปทำงานก็พก ppc สรุปแล้ววันๆหนึ่งต้องมานั่งชาร์ทถ่านกันเป็นแถวเลย

ลองนึกเล่นๆ
ถ่าน flash 8 ก้อน
ถ่าน D60 2 ก้อน
ถ่าน X-Drive
ถ่าน MD
ถ่าน N-Gage
ถ่านหูฟังบลูทรูส
ถ่าน Pocket PC

หือ...เบื่อตรงเนี้ย

5555 ....... นี่แหละ โทษของการที่ทำตัวให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา :bunny: :banana: :knock: :nospam: :cry:

ตานีออนครับ

Turntable ขายไปแล้วยังครับ :D :p :D :p

มีเวลาฟังมั่งเปล่า :knock: :banana:

นีออน
27th July 2004, 13:21
ยังครับพี่... ยังไม่มีเวลาฟังมันเลย... ช่วงนี้ มั่วแต่ on the way ตลอด...
เรื่องเวปผมต้องต้นเดือนถึงมีเวลา (ต้องกราบอภัยงามๆ)

แวะเข้าเวปจากร้านเนทอ่ะ :dry:

NaimNatNod
28th July 2004, 14:25
วันนี้เอาแผ่นเพราะๆของ Kenny Rogers มาแนะนำกัน เป็นแผ่นรวมฮิตของ นักร้องลูกทุ่งคนนี้

แผ่นนี้เป็นแผ่น Original Master Recording จาก mobile fidelity sound lab ซึ่งเสียงออกมาดีมาก (Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

Album - Kenny Rogers' Greatest Hits

แผ่นนี้เพลงเพราะทั้งแผ่นครับ แต่เพลงที่เด่นที่สุดของแผ่นนี้ผมยกให้ Coward Of The County ครับ :bunny: :bunny:

นีออน
4th August 2004, 08:55
วันนี้ต้องไปเดินดูแผ่นที่พี่แนะนำแผ่นนี้สักหน่อยครับ ไม่แน่ใจว่าจะได้หรือเปล่านะ คิดว่าจะหาเป็น CD น่าจะง่ายกว่าต้องลองหาดู อิอิ

NaimNatNod
4th August 2004, 12:01
เอ้า....มีใครเล่นเทอร์นเทเบิ้ลอยู่บ้าง ใครอยากจะได้หัวเข็มดีๆถูกๆทางนี้บ้าง เดือนสิบเอ็ด คนสวยทางนี้จะกลับไปเมืองไทยอีกแล้ว ฝากซื้อได้นะ สำหรับคนที่เล่น Thorens น่ะ .. คิ.คิ.....:knock: :knock: :banana: :bunny:

charles
4th August 2004, 13:17
สงสัยกระทู้นี้จะเป็นกระทู้ที่ยาวที่สุดใน ThaiDphoto แหงๆ เลย

เอาให้ยาวกว่านี้ดีไหมครับ เผื่อได้ลงกินเนสบุ๊ค :D

NaimNatNod
4th August 2004, 13:58
ตกลงคุณ Charles ได้หูฟังมาแล้วยัง ผมว่าของ Bose ก็เสียงดีนะ (Y)

charles
4th August 2004, 14:12
ตกลงคุณ Charles ได้หูฟังมาแล้วยัง ผมว่าของ Bose ก็เสียงดีนะ (Y)

แง๊วๆๆๆ

ช่วงนี้ไม่ได้ไปไหนเลยครับ นอนไม่สบายอยู่กับบ้าน กะจะไปงาน ICT Expo วันนี้ ก็คงไม่ได้ไปแล้วล่ะ

วัยรุ่นเซ็ง :dry:

soon
4th August 2004, 19:23
ป่วยเขาห้ามกินกล้วยนะคร้าบ
กินยาขมสักถ้วยก็หายคร้าบ
หายวันหายคืนนะคร้าบคุณ Charles

charles
4th August 2004, 23:24
ป่วยเขาห้ามกินกล้วยนะคร้าบ
กินยาขมสักถ้วยก็หายคร้าบ
หายวันหายคืนนะคร้าบคุณ Charles

ขอบคุณครับ ตอนนี้ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว :)

ไว้วันอาทิตย์อาจจะไปเดินเล่นงาน ICT Expo กับเพื่อนครับ :)

NaimNatNod
7th August 2004, 15:49
วันนี้ไปหาคู่มาให้น้อง iPod เป็นสาวเจ้านามว่า น้อง Bose Triport รูปทรงอ้อนแอ้น บอบบาง น่าทนุถนอม ถ้าเทียบกับสาวคนอื่นๆในแบบเดียวกัน :p




ร้าน Apple ที่นี่ใช้หูฟังรุ่นนี้เป็นตัวทดลองให้คนที่สนใจ iPod ฟัง สุ้มเสียงใช้ได้ดีเลยทีเดียวครับ (Y) เป็นหูฟังที่ใส่แล้วจะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง และจะไปอยู่ในโลกส่วนตัวที่มีเสียงดนตรีอันไพเราะจริงๆ เพราะว่าเป็นหูฟังแบบปิด เสียงไม่ออกไปรบกวนคนข้างๆ และเสียงจากภายนอกก็จะไม่มารบกวนด้วย

ลองฟังกับ iPaq ด้วยเหมือนกันครับ เสียงก็ดีครับ แต่พอฟังสลับกันไปมากับ iPod ฟังแล้วมีความเห็นว่า iPod จะให้เสียงที่เป็นธรรมชาติมากกว่า iPaq เสียงจะแข็งกว่าในช่วงเสียงกลาง แต่ถ้าไม่ฟังสลับกันไปมา ก็ดีเลยทีเดียวครับ :dry: ;)

soon
7th August 2004, 19:53
เจ้า Bose Triport หนักกี่เหรียญละคร้าบ
แบบนี้มาใช้เมืองไทยคงเหงื่อออกเต็มสองรูหูแน่ๆ เลยคร้าบ
ก็บ้านเราอากาศสุด hot มากกว่าสุด cold นี่จ้า

NaimNatNod
8th August 2004, 23:29
เจ้า Bose Triport หนักกี่เหรียญละคร้าบ
แบบนี้มาใช้เมืองไทยคงเหงื่อออกเต็มสองรูหูแน่ๆ เลยคร้าบ
ก็บ้านเราอากาศสุด hot มากกว่าสุด cold นี่จ้า

ครับ คงไม่เหมาะสำหรับใส่เดินตามถนนบ้านเรา แต่จะเหมาะมากสำหรับคนที่ทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือในออฟฟิสแล้วไม่จำเป็นที่ต้องคุยกับใคร (Y) (Y) (Y)

ข้อมูลลองดูที่นี่นะครับ Bose Triport Headphone (http://www.bose.com/controller;jsessionid=BWEfKmrmszdBWXakmbt1bV8STYEViqRQOjWg53VJ4Au3g68lxRmV!271419586!1422115813?event=VIEW_PRODUCT_PAGE_EVENT&product=triport_headphones_index&pageName=/home_entertainment/headphones_headsets/index.jsp)

charles
9th August 2004, 21:11
มาอัพเดตเรื่อง software นิดนึง

ตอนนี้ MusicMatch ได้ออก Jukebox 9 มาแล้ว หลังจากที่ทดลองฟังดู พบกว่าเหนือกว่า Windows Media Player 10 Beta Build 10.34 (แต่เรื่องจัดการกับพวกเสียงไม่พึงประสงค์ WMP ยังเหนือกว่า)

แต่ Microsoft ก็ออก WMP 10 Beta Build 10.36 มาเหมือนกัน ซึ่งได้รับการปรับปรุงทั้งทางด้าน VDO/Audio ไปอีกขั้น แต่ผมยังไม่ได้โหลด

เชื่อว่างานนี้มีเฮอีกรอบแน่ๆ

soon
9th August 2004, 21:23
ตามลิงค์ไปดูแล้ว อีตาที่ฟังนี่ขนหัวตั้งชี้เด่เลยแหละ ของมันแรง หุ หุ
เมืองไทยคง +อีก $50 ฮิ ๆ
บ้านเราใครใช้อยู่บอกกันบ้างซิคร้าบ

นีออน
10th August 2004, 02:56
เอ้า....มีใครเล่นเทอร์นเทเบิ้ลอยู่บ้าง ใครอยากจะได้หัวเข็มดีๆถูกๆทางนี้บ้าง เดือนสิบเอ็ด คนสวยทางนี้จะกลับไปเมืองไทยอีกแล้ว ฝากซื้อได้นะ สำหรับคนที่เล่น Thorens น่ะ .. คิ.คิ.....:knock: :knock: :banana: :bunny:

รุ่นไหนครับพี่ที่จะแนะนำพร้อมราคาอ่ะ :drool:


สงสัยกระทู้นี้จะเป็นกระทู้ที่ยาวที่สุดใน ThaiDphoto แหงๆ เลย

เอาให้ยาวกว่านี้ดีไหมครับ เผื่อได้ลงกินเนสบุ๊ค :D


มาช่วยเติมความมันส์...คับ (busy ไปหน่อยไม่ได้แวะมาเย้ย) :mad:

NaimNatNod
10th August 2004, 12:19
รุ่นไหนครับพี่ที่จะแนะนำพร้อมราคาอ่ะ :drool:

แนะนำไม่ถูกหรอกครับ เพราะผมไม่ทราบว่า ณ ปัจจุบันใช้ชุดไหนอยู่ แล้วภาค photo เป็น MM หรือ MC แล้วเสียงที่ได้อยู่ตอนนี้ คิดว่าพอใจในระดับหนึ่งแล้วยัง หรือคิดว่ายังมีส่วนไหนที่คิดว่าน่าจะดีกว่า อันนี้พูดถึงย่านเสียงสูง กลาง ทุ้ม และ ในแง่ของความเป็นตัวตนของน้ำเสียงที่ได้

ตอนนี้ชุด turntable ของผมก็ได้เปลี่ยนเป็นตัวใหม่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนที่แล้ว เอาตัวเก่าไป trade in เป็นตัวใหม่มา เป็นของ J.A. Michell รุ่น Gyro SE ตอนนี้ก็เริ่มเข้าร้านขายแผ่นเสียงบ้างแล้ว :bunny: :bunny:

อยากจะให้ไปเสาะหาแผ่นนี้มาฟัง LP หรือ CD ก็ได้ แผ่นนี้เป็นอัลบั้มชุดสุดท้ายก่อนที่เธอจะจากโลกนี้ไปเมื่อปี 1982 แต่ถ้าได้ฟังแล้วจะรู้ว่าแผ่นที่อัดเสียงดีๆ เสียงมันเป็นยังไง ถึงแม้นจะกว่ายี่สิบปีแล้วก็เถอะ (Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

soon
11th August 2004, 19:56
................อยากจะให้ไปเสาะหาแผ่นนี้มาฟัง LP หรือ CD ก็ได้ แผ่นนี้เป็นอัลบั้มชุดสุดท้ายก่อนที่เธอจะจากโลกนี้ไปเมื่อปี 1982 แต่ถ้าได้ฟังแล้วจะรู้ว่าแผ่นที่อัดเสียงดีๆ เสียงมันเป็นยังไง ถึงแม้นจะกว่ายี่สิบปีแล้วก็เถอะ (Y) (Y) (Y) (Y) (Y)


ทำไมสาวเจ้า 30 yrs Radka Toneff กำลังดังสุด???
ต้องมาฆ่าตัวตาย ละคร้าบ :confused: คุณ NaimNatNod

นีออน
12th August 2004, 02:43
ทำไมสาวเจ้า 30 yrs Radka Toneff กำลังดังสุด???
ต้องมาฆ่าตัวตาย ละคร้าบ :confused: คุณ NaimNatNod

อาจจะเพราะว่า... เพื่อให้ดังเป็นครั้งสุดท้าย และ ไม่มีวันดับไปจนวันตายมั้งครับพี่ soon

อาจจะเพราะว่าชื่อเสียงดังถึงขีดสุด แล้วทนไม่ได้หากเรตติ้งจะทนไม่ได้ การลาจากไปของเธอเท่ากับว่า ไม่มีโอกาสได้เห็นเรตติ้งตนเองลง

X Drive's ตัวที่สองผมพังไปอีกแล้ว โอ้พระเจ้า...ช่วยลูกด้วย อีกแล้วคางานเลย

พี่ NaimNatNod ผมติดค้างเวป audiowma ต่ออีกนิดนะครับ ตอนนี้ผม busy สุดๆ

ปล. ไม่ได้เปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียงเลยเกือบเดือนแล้วเพราะไม่มีเวลาจู่จี๋กับมันเลย

แฟนเพลง "Janis Ian" ไม่ควรพลาด ชุด "Billie Bones"

การบันทึกยังไม่ดีเท่าชุดก่อนๆ แต่เก๋าด้วยเสียงของหลอน ตามสไตล์เสียงแหบๆแห้ง แต่หวานครับ

ไพเราะดี... (Y)

NaimNatNod
12th August 2004, 06:44
ทำไมสาวเจ้า 30 yrs Radka Toneff กำลังดังสุด???
ต้องมาฆ่าตัวตาย ละคร้าบ :confused: คุณ NaimNatNod

บ้างก็ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย บ้างก็ว่าเป็นอุบัติเหตุ :confused:

แต่ที่แน่ๆ แผ่นนี้เสียงของเธอดีเหลือเกิน แล้วร้องคลอกับการเดี่ยวเปียโนของ Steve Dobrogosz แล้วให้อารมณ์ที่ดีมากๆ (Y) (Y) (Y) (Y) (Y)

soon
12th August 2004, 19:07
a lonely woman
เสียงของเธอทำให้คนฟังเป็นสุขได้ ฉันใด
เสียงของเธอทำให้ตัวตนเป็นสุขได้ ฉันนั้น
น่าจะเป็น accident ตาม logic

วัวมีเขา มีสี่ขา แลกินหญ้า ข้าชอบแดด
ควายมีเขา มีสีขา แลกินหญ้า ข้าชอบ........????????

นีออน
16th August 2004, 08:00
ยังหาแผ่นนี้ไม่เจอเลย

NaimNatNod
16th August 2004, 13:56
ไม่ว่าเครื่องเสียงจะดีแค่ไหน หรือ จะแพงแค่ไหน ก็ไม่มีวันให้เสียงได้ดีเท่าเสียงจาก Live Music

วันนี้ไปฟังดนตรีแนว Bluegrass มาครับ :bunny: :bunny:

soon
17th August 2004, 19:34
ไม่ว่าเครื่องเสียงจะดีแค่ไหน หรือ จะแพงแค่ไหน ก็ไม่มีวันให้เสียงได้ดีเท่าเสียงจาก Live Music

วันนี้ไปฟังดนตรีแนว Bluegrass มาครับ :bunny: :bunny:

คนร้องไม่ใช้ไมค์แล้วคนฟังจะได้ยินหรือคร้าบ :confused:
คุณ NaimNatNod นี่หูดีจังคร้าบ :D :D :D

charles
17th August 2004, 23:47
ต้องให้มาร้องหน้าเราเลย เครื่องดนตรีก็สดๆ ตรงนั้น ถึงจะสมจริงที่สุด :D ไมค์อะไรไม่ต้องใ้ช้ :D :D

อ้าว! ขึ้นหน้าที่ 25 พอดี

NaimNatNod
18th August 2004, 01:50
ต้องให้มาร้องหน้าเราเลย เครื่องดนตรีก็สดๆ ตรงนั้น ถึงจะสมจริงที่สุด :D ไมค์อะไรไม่ต้องใ้ช้ :D :D

ถูกต้องครับ เล่นกันสดๆ ซิงๆ เลย มีคนดูประมาณ สิบกว่าคน ใกล้ชิดดารามากๆ ร้องประสานเสียนกันเยิ่ยมมาก สนุกกันด้วย เวลานั่งตรงกลาง ฟังแล้ว เป็นสามมิติจริงๆ มีทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง

เอาไว้ถูกล็อตโต้รางวันที่หนึ่งเมื่อไหร่ จะจ้างมาร้องให้ฟังที่บ้าน แทน ฟังเครื่องเสียง....อิ...อิ.... :bunny: :bunny: :banana: :bunny: :bunny:

วันนี้เอาของดี ราคาถูกมาแนะนำกัน

หัวเข็ม MC ของ Denon รุ่น DL-103 เป็นหัวเข็มรุ่นดาวค้างฟ้า เพราะผลิตอย่างต่อเนื่องมากว่าสี่สิบปีแล้ว น้ำเสียงเยี่ยมครับ ทำให้หัวเข็มรุ่นใหญ่หลายๆรุ่น ต้องหันมามองแบบ ค้อน แล้ว ค้อนอีก :p :bunny: :bunny:

แนะนำครับถ้าใครเล่น turntable และมี pre-preamp ที่รองรับหัวเข็ม MC (Y) (Y) (Y)

charles
18th August 2004, 12:24
เอาไว้ถูกล็อตโต้รางวันที่หนึ่งเมื่อไหร่ จะจ้างมาร้องให้ฟังที่บ้าน แทน ฟังเครื่องเสียง....อิ...อิ.... :bunny: :bunny: :banana: :bunny: :bunny:

อย่าลืมแบ่งผมด้วยนะครับ :silly:

NaimNatNod
22nd August 2004, 11:56
มีใครเล่นกีต้าร์บ้างครับ ไม่ได้เล่นมาหลายปีแล้ว วันก่อนไปดู Bluegrass มาก็เลยเอาออกมาปัดฝุ่นเล่นบ้าง เสียงก็ยังแจ๋วเหมือนเดิม (Y) :bunny:

ตัวนี้เป็นของ Ovation Model 1111-4 รุ่นที่ทำใน U.S.A. ทำในปี ค.ศ. 1978 ราคาขายตอนนั้น $395 ไม่รวม hardcase มีคนเอามาขายให้ผมตอนปี 1980 ในราคา $150 ราคานี้รวม hardcase ด้วย เพราะเพื่อนผมคนนี้มีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน (เอาไปจ่ายค่าบอลล์) :banana: :D :bunny:

นีออน
23rd August 2004, 07:14
Bluegrass น่าสนใจนะครับ ตอนนี้ก็หัดฟังแนว Blue อยู่เหมือนกันครับ รู้สึกชอบว่า แนว Jazz ล้วนๆนะพี่ แนว Blue Jazz นี่เข้าท่าดี

วันนี้ไปซื้อแผ่น CD Midnight Jazz Lounge ร้องโดย Janet Seidel
เพลงแรก Spanish Hariem (เพลงนี้ Audiophile ใครไม่รู้จักเลิกคุยกันได้เลย) เอามาเล่นใหม่ในแนว Jazz ... ไพเราะมากๆ โดยเฉพาะ dum bass ดึงและเดินได้มันส์และลึก เบสเดินออกมาเป็นตัวๆ (สงสัยจะคลอดออกมาเป็นตัวได้) เปิดตั้งแต่เย็นจนถึงตอนนี้นี้ (เช้าแล้ว) วนไปวนมา ไพเราะดีอ่านะ โดยเฉพาะ Spanish อ่ะพี่
พอลุกจากเก้าอี้...ก็เต้นตามไปด้วย (เต้นคนเดียวอ่ะ บ้าดีเนอะ ฮ่าฮ่า) แล้วก็มานั่งทำงานต่อ... ทำไปเรื่อยๆจนเช้าคาตา (อีกแล้ว)

นานๆทีได้ฟังเพลงแล้วเท้าขยับไปกับจังหวะได้อย่างลืมตัว (แสดงว่าเพลงเร้าใจดี)

พูดถึงกีต้าร ผมเล่นเป็นอยู่เพลงเดียวอ่ะ "แฟนฉัน" เป็นเพลงครูเลยมีอยู่แค่ 4 คอร์ดเอง เล่นก็ง่าย สมัยยังอยู่มัธยมต้นก็เล่นได้ไม่กี่เพลง ส่วนใหญ่จะเป็นของวงชาตรีซ่ะส่วนใหญ่ครับ
กับอีกเพลงนะ "ไปหาดใหญ่"

อึ่ม...มาพูดความหลังกันอีกแล้ว

เออ...นึกถึงเพลง "วันวานยังหวานอยู่" เลยอ่ะ ฮ่าฮ่า
สมัยนั้นซื้อแต่ตลับเทป (ยังเรียนอยู่ไม่มีปัญญาซื้อแผ่น) ก็ซื้อหมดที่ดังๆ ของ สาว สาว สาว ก็แทบทุกชุด แต่ชาตรีนี่ทุกชุดเลย แล้วที่ชอบเสียงอีกคนคือ เรนโบว์, รอเยลสไปร์, เฟอร์เอฟเวอร์ อึ่มก็จำได้หลายวงนะ ฟรีเบริดส์ ส่วนธงชัย ผมไม่ค่อยชอบเท่าไร (หล่อไป อิอิ) แต่เสียงผู้ชายที่ผมว่าเสียงดีมากๆคือ สุชาติ ชวางกุล นะ มณีนุช ก็สุดยอด (พวกนี้แก่กันหมดแล้ว)

แต่เพลงของ นกแล.... นี่สิน่าเสียดายไอ้หนุ่มดอยเต่า อ่านะ ดังจิงๆ

ทำไมเงียบจัง!

soon
31st August 2004, 19:32
ไงก็ฟังเพลง The sound of silence ไปก่อนละกันคร้าบ

ตัวนี้ใช้มาสิบกว่าปีแล้ว ซื้อมาตอนนั้นสองพันสอง

TECHNICAL DATA
--------------------------------------------
Model :QUART PHONE 30
Driver principle : dynamic
Acoustic principle : semi-open
Frequency response : 10 - 22000 Hz
Impedance : 2x120 Ohm
Sound pressure level : 94 dB
Continuous power rating : 0.1 Watt
Distortion : less than 0.5%
Design principle : circumaural
Weight without cable : 240 g
Length of cable : 3 m
Plug : Jack 6,3 mm
Color : black

NaimNatNod
3rd September 2004, 00:12
ไงก็ฟังเพลง The sound of silence ไปก่อนละกันคร้าบ




วันนี้มีเวปแนะนำครับสำหรับคนเล่นกีต้าร์ มีเพลงเพราะๆและคอร์ดง่ายๆ ให้ได้มาเล่นกัน ถ้าใครมีเวปในลักษณะนี้แต่เป็นของเพลงไทย ช่วยแนะนำด้วยครับ

ไปดูที่นี้ (http://www.pegusisfreeware.com/musicdb/) เลยครับ :bunny: :bunny: (Y) (Y)

DFOTO
3rd September 2004, 00:44
http://webindex.sanook.com/entertainment/music/lyrics/

http://student.nu.ac.th/musica/link.htm

:) ;)

เอ้
3rd September 2004, 01:27
ดีเลย กำลังอยากได้อยู่พอดีครับ

charles
3rd September 2004, 16:29
มาอัพเดต

Windows Media Player 10 Beta ออกแล้วนะครับ ให้เสียงดีกว่าตัว Beta เอาเรื่องเหมือนกัน แต่เวลาลงแล้ว ต้องไปปรับเพิ่ม Treble สักหน่อย :D

นีออน
4th September 2004, 01:00
"ขอคำแนะนำด้วยครับ"

คือว่าเครื่องเล่น DVD ผมโดนน้าสาวยึดไปใช้งานหลายเดือนแล้ว ดูท่าจะไม่มีวี่แววกลับมาหาผมแน่นอน อิอิ ก้อเลยคิดจะซื้อเครื่องเล่น DVD ใหม่อ่ะครับ

พอดีเดินไปเห็นเครื่องเล่น Sony Playstation 2
เห็น logo "DTS" ผมก็เลยสอบถามทางร้านว่าสามารถดูแผ่น DVD หนังได้หรือเปล่า ทางร้านก็บอกว่าได้หมดครับ และเห็นช่องเสียบ output fiber ด้วยซึ่งก็ใช้ส่งเข้าพวก AMP DTS ได้ตามปกติ แถมมี option พวก component และ svideo ก็เลยสนใจเป็นอย่างมาก (ราคาแปลงระบบแล้ว 11,500 แถมจอยและแผ่นเกม 10 แผ่น)

ก็อยากถามว่ามีใครนำมาใช้งานดู DVD อย่างจริงจังหรือเปล่า เพราะจะซื้อเครื่องเล่น DVD มาใช้งานใหม่อ่ะครับ ราคามันก็ไม่ได้แพงกว่าเครื่องเล่น DVD โดยตรง แถมเล่นเกมได้อีก ก็เลยชักสนใจครับ

ช่วยแนะนำหน่อยครับ

เมื่อสามสี่วันก่อน ก็เดินไปซื้อแผ่น CD เพลงตามปกติ พอดีร้าน CAP มีแผ่นเสียงนำเข้ามาขายบ้างแล้ว เห็นของ Norah Jones ชุด come away with me ราคา 500 บาท ก็เลยซื้อมายังไม่ได้แก่ะฟอย์ออกมาเปิดฟังเลย เป็นแผ่นเสียงแผ่นแรกเลยทีซื้อแบบแผ่นใหม่ นอกนั้นเป็นแผ่นมือสองทั้งหมด อิอิ

เครื่องเล่นแผ่นเสียงไม่ได้เปิดมาสองเดือนได้แล้ว (ฝุ่นเริ่มเกาะแล้ว) ว่าจะว่าจะปัดฝุ่นมาเปิดเล่นสักหน่อย ยังไม่มีเวลามาทำมันเลย มันไม่เหมือนแผ่น CD ไม่ต้องมาพิถีพิถันอะไรกันตอนใช้งาน ที่จริงชุดนี้ก็มีเป็น CD นานแล้วแหละ พอเห็นเป็นแผ่นเสียงเลยซื้อมาเก็บไว้ก่อนเลย ชุดนี้ก็ไพเราะทั้งชุดอยู่แล้ว

เดี๋ยวนี้แผ่นเสียงเริ่มมีของใหม่มาวางขายกันบ้างแล้วในราคาที่ไม่แพงไปกว่าแผ่น CD ดีๆเลยอ่ะครับ สงสัยความนิยมเริ่มากขึ้นอย่างจริงจังมั้งครับ ทางร้าน CAP เลยนำเข้ามาขายบ้างแล้ว

NaimNatNod
4th September 2004, 14:55
ถ้าเอามาไว้ดูเล่นไม่ซีเรียส คือเปิดไว้เป็นเพื่อนในขณะที่เราทำอย่างอื่น ก็ไม่น่าเกลียดอะไร แต่ ถ้าเอามาดูหนังเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ไม่แนะนำครับ ควรที่จะหาเครื่องที่เป็น Progressive Scan จะให้ภาพที่ดีกว่าอย่างมาก คือช่วงกว้างระหว่างสีขาวกับสีดำมันกว้างกว่าเยอะครับ

แต่ถ้าเอามาเล่นเกมส์นะเหมาะที่สุดครับ ตอนนี้เพิ่งได้ PS2 ฝากชาวบ้างเขาหิ้วมาจากเมืองไทยมาให้ เป็นเครื่องที่แปลงแล้วคือเล่นเกมส์ก๊อปปี้ได้โดยที่ไม่ต้องมีแผ่นล่อ ตอนนี้มีเกมส์ก๊อปเยอะมาก เพราะว่าที่ BlockBuster ที่นี่มีบริการให้เช่าแผ่นเกมส์ไม่จำกัดจำนวนต่อเดือนเพียงแค่ $19.95 ก็เลยไปเช่ามาอย่างน้อยวันละเกมส์ บางวันก็เช้าเย็น เสร็จแล้วก็มาก๊อปที่บ้าน :bunny: :bunny:

ผมได้มาในราคาแค่ 8,600 เอง แถมจอยของแท้ด้วยแต่ไม่มีแผ่นให้ (Y) (Y)


"ขอคำแนะนำด้วยครับ"

คือว่าเครื่องเล่น DVD ผมโดนน้าสาวยึดไปใช้งานหลายเดือนแล้ว ดูท่าจะไม่มีวี่แววกลับมาหาผมแน่นอน อิอิ ก้อเลยคิดจะซื้อเครื่องเล่น DVD ใหม่อ่ะครับ

พอดีเดินไปเห็นเครื่องเล่น Sony Playstation 2
เห็น logo "DTS" ผมก็เลยสอบถามทางร้านว่าสามารถดูแผ่น DVD หนังได้หรือเปล่า ทางร้านก็บอกว่าได้หมดครับ และเห็นช่องเสียบ output fiber ด้วยซึ่งก็ใช้ส่งเข้าพวก AMP DTS ได้ตามปกติ แถมมี option พวก component และ svideo ก็เลยสนใจเป็นอย่างมาก (ราคาแปลงระบบแล้ว 11,500 แถมจอยและแผ่นเกม 10 แผ่น)

ก็อยากถามว่ามีใครนำมาใช้งานดู DVD อย่างจริงจังหรือเปล่า เพราะจะซื้อเครื่องเล่น DVD มาใช้งานใหม่อ่ะครับ ราคามันก็ไม่ได้แพงกว่าเครื่องเล่น DVD โดยตรง แถมเล่นเกมได้อีก ก็เลยชักสนใจครับ

ช่วยแนะนำหน่อยครับ

ราคาไม่แพงนี่ ที่นี่ก็พอๆกับเมืองไทยเลย ชุดที่สองของ Norah Jones ก็มีออกมาให้เห็นแล้ว แต่ตอนนี้กำลังเล็งๆ แผ่นชุดของ Pink Floyd อยู่ เป็น 4 แผ่น ราคาเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน :bunny:




เมื่อสามสี่วันก่อน ก็เดินไปซื้อแผ่น CD เพลงตามปกติ พอดีร้าน CAP มีแผ่นเสียงนำเข้ามาขายบ้างแล้ว เห็นของ Norah Jones ชุด come away with me ราคา 500 บาท ก็เลยซื้อมายังไม่ได้แก่ะฟอย์ออกมาเปิดฟังเลย เป็นแผ่นเสียงแผ่นแรกเลยทีซื้อแบบแผ่นใหม่ นอกนั้นเป็นแผ่นมือสองทั้งหมด อิอิ

เครื่องเล่นแผ่นเสียงไม่ได้เปิดมาสองเดือนได้แล้ว (ฝุ่นเริ่มเกาะแล้ว) ว่าจะว่าจะปัดฝุ่นมาเปิดเล่นสักหน่อย ยังไม่มีเวลามาทำมันเลย มันไม่เหมือนแผ่น CD ไม่ต้องมาพิถีพิถันอะไรกันตอนใช้งาน ที่จริงชุดนี้ก็มีเป็น CD นานแล้วแหละ พอเห็นเป็นแผ่นเสียงเลยซื้อมาเก็บไว้ก่อนเลย ชุดนี้ก็ไพเราะทั้งชุดอยู่แล้ว

เดี๋ยวนี้แผ่นเสียงเริ่มมีของใหม่มาวางขายกันบ้างแล้วในราคาที่ไม่แพงไปกว่าแผ่น CD ดีๆเลยอ่ะครับ สงสัยความนิยมเริ่มากขึ้นอย่างจริงจังมั้งครับ ทางร้าน CAP เลยนำเข้ามาขายบ้างแล้ว

นีออน
5th September 2004, 01:12
login แล้วนั่งเขียนยาวไปหน่อย พอกด submit แล้วมันถาม login ใหม่อีก เป็นบ่อยมาก


ถ้าเอามาไว้ดูเล่นไม่ซีเรียส คือเปิดไว้เป็นเพื่อนในขณะที่เราทำอย่างอื่น ก็ไม่น่าเกลียดอะไร แต่ ถ้าเอามาดูหนังเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ไม่แนะนำครับ ควรที่จะหาเครื่องที่เป็น Progressive Scan จะให้ภาพที่ดีกว่าอย่างมาก คือช่วงกว้างระหว่างสีขาวกับสีดำมันกว้างกว่าเยอะครับ

แต่ถ้าเอามาเล่นเกมส์นะเหมาะที่สุดครับ ตอนนี้เพิ่งได้ PS2 ฝากชาวบ้างเขาหิ้วมาจากเมืองไทยมาให้ เป็นเครื่องที่แปลงแล้วคือเล่นเกมส์ก๊อปปี้ได้โดยที่ไม่ต้องมีแผ่นล่อ ตอนนี้มีเกมส์ก๊อปเยอะมาก เพราะว่าที่ BlockBuster ที่นี่มีบริการให้เช่าแผ่นเกมส์ไม่จำกัดจำนวนต่อเดือนเพียงแค่ $19.95 ก็เลยไปเช่ามาอย่างน้อยวันละเกมส์ บางวันก็เช้าเย็น เสร็จแล้วก็มาก๊อปที่บ้าน :bunny: :bunny:

ผมได้มาในราคาแค่ 8,600 เอง แถมจอยของแท้ด้วยแต่ไม่มีแผ่นให้ (Y) (Y)

ราคา 8,600 จะเป็นรุ่นตัวสีดำนะครับ ราคา 9,600 จะเป็นรุ่นเครื่องสีขาวหินอ่อน และ Feature Progressive Scan นะครับพี่ สำหรับเรื่องแปลงก็แปลงกันทุกเครื่องแล้วเดียวนี้

เท่าที่มองๆและหารายละเอียด PS/2 ก็คิดว่าคงจะซื้อไม่กี่วันนี้แน่นอน แต่เอารุ่นตัวเครื่องสีขาวเพราะมี Progressive Scan เพิ่มเข้ามาอย่างที่ต้องการอ่ะครับ หากพี่ได้ตัวเครื่องสีดำ อันนั้นราคาจะถูกสุดในรุ่นของมัน เหมาะเอาไปเล่นเกมส์โดยเฉพาะครับ (ร้านเกมส์จะนิยมใช้รุ่นนี้ครับ) หากใช้ในบ้านจะเป็นรุ่นตัวเครื่องสีขาวซึ่งแพงกว่าอีกประมาน 1 พันบาท และสีทองจะราคาสามหมื่นเลยทีเดียวครับ

D1
13th September 2004, 23:46
พี่ NaimNatNod ครับ ว่างๆ ลองแวะไป ที่ลิงค์นี้ (http://www.thaistock.org/gallery/) ดูครับ เผื่อเจอแผ่นอะไรน่าสนใจ :)

NaimNatNod
15th September 2004, 00:12
พี่ NaimNatNod ครับ ว่างๆ ลองแวะไป ที่ลิงค์นี้ (http://www.thaistock.org/gallery/) ดูครับ เผื่อเจอแผ่นอะไรน่าสนใจ :)

เข้าไปดูแล้วครับ แผ่นรุ่น 50's - 60's เพียบเลย แต่ไม่ค่อยเข้าใจ concept ของเวปนี้น่ะครับ ไม่ทราบว่าต้องการสื่ออะไร มีเพียงแต่ภาพของปกแผ่นเสียงโชว์?

จริงๆแล้ว ผมก็รอตานีออนทำเวปขึ้นมาอยู่เนี่ย จะได้ช่วยกันแนะนำแผ่นและเพลงไปด้วย

แต่สงสัย ต้องรอให้ลูกชายผมโตก่อนละมังครับ :bunny: :banana: :knock: :D

อิ..อิ...ว่าจะไม่ทวงแล้วนา... :bunny: :bunny:

soon
15th September 2004, 16:46
จริงๆแล้ว ผมก็รอตานีออนทำเวปขึ้นมาอยู่เนี่ย จะได้ช่วยกันแนะนำแผ่นและเพลงไปด้วย

แต่สงสัย ต้องรอให้ลูกชายผมโตก่อนละมังครับ :bunny: :banana: :knock: :D

อิ..อิ...ว่าจะไม่ทวงแล้วนา... :bunny: :bunny:

กลัวแต่ว่าจะรอไปจนแต่งลูกชายคนเล็กน่ะซีคร้าบ :D
ฮิ ๆ มาช่วยโหมด้วยคนคร้าบ :knock:

นีออน
18th September 2004, 03:03
อุ๊ยยยสสส์....โดนพี่ๆแซวอ่ะ

ผมคลิกเข้าไปดูมาล่ะที่คุณ D1 แนะนำเวปนั้น ขอตอบสั้นๆพอที่จะคิดเอาเองตามประสาคนทำเวปคนหนึ่งดังนี้นะครับ

1. คนทำเวปอยากมีเวปเก็บภาพแผ่นเสียง
2. เขียนเวปเองแบบ HTML (Static) ก็เหนื่อยไป เลยใช้โปรแกรมอัลบั้มที่แจกใช้งานฟรีเอามาทำเวป
3. ก็มีข้อดีคือไม่เหนื่อยดีครับ ข้อเสียคงเห็นชัดหน่อยกับคนเข้าไปดู เพราะดูได้ยาก และ ไม่มี contens อะไรแนะนำ
4. ไม่มี Reccommend อะไรจากคนฟัง อันนี้สิสำคัญ

มาต่อกันด้วยเรื่องเวปที่จะทำ อึ่มมมมส์ (เมื่อไรจะได้ทำนะเนี้ย) ก้อคงไม่ต้องรอให้ลูกบวชล่ะมั้ง อิอิ
ผมไม่ได้แวะเข้ามาเวปไทยดีเลย หากแวะผมจะโพสกระทู้นี้แน่นอน คนนี้แวะมาทักทายสักหน่อย ก็ทราบว่ายังร้องเพลง(รอ)กันอยู่ ก็ยังไม่ได้เลิกทำนะครับ พอดีมั่วทำเกี่ยวกับเรื่อง Windows Mobile ของเครื่อง XDA ที่พึ่งซื้อมาทำโปรเจค ก้อผ่านไปล่ะ หลังเสาร์-อาทิตย์นี้ (กลับจากไปเที่ยวต่างจังหวัด) ก็จะเริ่มคิดโปรแกรมเวปที่มุ่งหมายว่าจะทำอ่านะ (โดเมนก็จดไปแล้วเสียเงินไปแล้วไม่ทำได้ไง อิอิ) แถมได้ feature ไว้สำหรับพวกเครื่อง Pocket PC ไว้ให้เข้าด้วยอ่านะ ก้อพอดีเห็นอันไหนมันมีประโยชน์ก็กระโดดไปทำก่อนแค่นั้นอ่านะ คิดโปรแกรมได้คิดทีเดียวรวดเลย

ตอนนี้ผมลองศึกษา size webpage ของพวก Windows Multimedia บน Size ของ Pocket PC ผมว่ามันน่าสนใจมากครับ เพราะมันเล็ก (คือแสดงผลเล็กมาก) แต่ดูบนเครื่องเหล่านั้นกำลังดี และที่สำคัญ เปิดได้เร็วมากอ่านะ เลยเล็งเป้าหมายไปที่ Windows Multimedia Player บน Pocket PC ด้วย (ตอนนี้ที่ติดมากับเครื่องมัน Version 9) ก็มอง format บนนี้แล้วคิดว่าคิดไม่ผิดอ่านะ เพราะชื่อเวป audiowma.com มันก็ตรงตัวดี...

ที่เหลือก็ศึกษาอีกนิดเดียวครับ เพื่อให้เปิดได้โดยตรง ทั้งเวปเพจ และ บน WMM อ่านะ ทั้งแพลตฟอร์ม PC และ Pocket

ใครมี Pocket PC เปิดเนทได้บน Pocket IE ลองเปิด url ทดลองของผมดูก้อได้ครับ
http://mobile.brandphoto.com
ซึ่งเอา data ของเวป brandphoto.com มาแสดงบน Pocket Size ให้เหมาะสมกับขนาด และ ค่าใช้จ่ายของ GPRS ที่คิดค่าใช้จ่ายตามข้อมูลที่ดึง (ประมาน 10-12ส.ต. ต่อ 1KB) ก็แพงเอาการอยู่ครับ จึงย่อข้อมูลลงมาครับ
อันนี้ทดลองบางอย่าง ของจริงมันจะใช้งานกันที่ audiowma.com อ่านะ

นานๆมาทีก็อัพเดทลมหายใจให้ฟังแก้เหงาอ่าะ :nospam: