PDA

View Full Version : ทําไมคนส่วนใหญ่ ถึงให้Olympusเป็นเสียงที่น้อยกว่า? : (



olympuz
7th April 2008, 11:07
คือตัวผมเองก็ชอบกล้อง Olympus ครับ เพราะว่าเป็นกล้องที่ดีและสมกับราคา แต่... ทำไมคนส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้กล้องยี่ห้อเช่นจำพวก Canon หรือ Nikon มากกว่าเหรอครับ? 10คนจะเห็นใช้ Olympusสัก2คน แล้วอ่ะไรที่ทำให้กล้อง Olympusมีเอกลักต่างจากล้องยี่ห้ออื่นเหรอครับ ใครมีประสบการณ์ ช่วยๆกันออกความคิดเห็นเหน่อยน่ะครับ ------> มือใหม่มากๆครับ

~WaSaBi~
7th April 2008, 11:36
ดีแล้วครับ ไม่โหลดี เหมือนนานๆทีจะเห็น BMW วิ่งสักคันท่ามกลาง Benz หรือโตโยต้า ถ้าคุณเคยขับ BMW จะรู้ทันทีว่าทำไมคนถึงเลือกขับ BMW

p_rod
7th April 2008, 11:38
ถ้าถามว่าทำไมคนส่วนใหญ่ใช้ canon&nikon อันนี้ผมว่าเป็นความชอบส่วนบุคคลอ่ะครับ ยังไงๆทุกยี่ห้อมันมีข้อดีและข้อเสียอยู่แล้วครับ มันอยู่ที่ผู้ใช้ว่าจะชอบข้อดีและยอมรับข้อเสียของยี่ห้อนั้นๆได้มากแค่ไหน ถ้าคุณจะซื้อกล้องก็คงต้องไปลองเล่นที่ร้านก่อนอ่ะครับ เพราะตัวผมเองตอนแรกก็ตั้งใจจะซื้อ nikon แต่พอไปลองๆเล่นๆจับๆถือๆดู ดันกลับบ้านพร้อมกับ olympus ซะงั้นครับ :Smiles2: :Smiles2: :Smiles2:


ส่วนเรื่องเอกลักษณ์ของ olympus ตามความรู้สึกของผม(ซึ่งเป็นมือใหม่เหมือนกัน) ผมชอบสีของภาพจากกล้อง olympus อ่ะครับ สีสวยดีถูกใจครับ แต่ noise อาจจะเยอะกว่ายี่ห้ออื่น ซึ่งผมไม่คิดมากเพราะคงไม่ได้เอารูปไปอัดภาพขนาดใหญ่อยู่แล้ว ส่วนเรื่องข้อดีและข้อเสียอื่นๆผมว่าคุณลองไปเล่นที่ร้านเลยครับ หาร้านที่คนขายคุยถูกคอหน่อยก็จะดีครับ เราจะได้ถามและลองเล่นแบบสบายใจครับ:thumbup: :thumbup: :thumbup:

จอมมารพุงโต
7th April 2008, 11:55
กล้องตัวเล็กดีนะ เลนส์ก็ดี แต่ถ้าเอาแบบเกรดโปรเลนส์จะแพงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ มาก

แต่ผมว่าคุณภาพสูงคุ้มราคานะครับ

wixin
7th April 2008, 12:26
ผมใช้ Olympus เพราะว่าพนักงานขายเขาเชียร์ canon กับ nikkon เว่อร์เกินครับ
เจ๊แกเล่นหยิบแต่ canon กับ nikkon มาให้ลองเล่นอ่ะ สงสัยจะได้ค่าคอมเยอะกว่า oly
ผมก็เลยสวนกระแสเอา Olympus ซะเลย พอเอามาใช้เข้าจริงๆก็ถูกซะตากันดีนะ อิอิ

PHOTO_LIFE
7th April 2008, 13:55
ผมว่าคนส่วนใหญ่ที่มีกล้องอยู่ในมือ จะซื้อกล้องตามกระแส ตามแรงโฆษณา ไม่รู้จะซื้อยี่ห้อไหน ก็เอาแมง...นิคอน แคนนอน นี่แหละวะ...

แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่ม ซึ่งผมคิดว่าเป็นคนส่วนน้อย..จะเจาะจงใช้แต่ละยี่ห้อ ตามแต่จุดประสงค์ของตนเอง..เช่น ชอบไฟล์ภาพของยี่ห้อนั้นๆ ชอบบอดี้ยี่ห้อนี้ ชอบการคอนโทรลกล้องอีกยี่ห้อซึ่งถนัดกว่า....หรือเลือกให้เหมาะกับงานเป็นงานๆไป

สรุปก็คือ ผมว่าส่วนใหญ่ซื้อตามกระแส เพราะไม่รู้จะซื้อยี่ห้ออะไร (ก็เพิ่งจะเคยซื้อเป็นกล้องตัวแรกนี่หว่า) ก็ซื้อที่เค้าซื้อๆ ที่เค้าโฆษณากันนี่แหละ..ดีไม่ดียังไง ก็เห็นมีคนซื้อใช้กันตั้งเยอะ

เหมือนคนส่วนใหญ่จะซื้อรถต้อง อีซูสุ หรือ โตโย(หมายถึงรถกระบะนะครับ)
เฮ้ย..ฟอร์ดอย่าไปซื้อ กินน้ำมัน มิตซู โอ้ย...อะไหล่แพง..อะไรเทือกเนี้ย..หารู้ไม่ ตอนนี้ลองไปขับเทียบกันสิครับ คุณจะรู้ว่ารถที่ดี ขับสนุก ประหยัด ไม่ใช่โตโยหรืออีซูสุ อีกแล้ว...(ซึ่งสองยี่ห้อดังกล่าว สำหรับผม ผมเก็บมันไว้เป็นตัวเลือกสุดท้าย)แต่ถ้าจะซื้อเพื่อจะเตรียมขาย กลัวราคาตก ก็จงใช้ยี่ห้อตลาดต่อไปเถอะครับ..

นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้นนะครับ

mansound
7th April 2008, 14:47
พึ่งซื้อ อี510มา หลังจากที่ขาย 40ดีไป ชอบเพราะมีกันสั่นในตัวกล้องแล้วก้อเลือกเพราะใช้เลนส์แมนนวลรุ่นเก่าๆได้หลากหลายกว่าคุณภาพเลนส์เก่าบางตัว แอลก้อแอลเถอะ:good: :good:

KASAME
7th April 2008, 15:21
ที่แรกก้าวเข้ามาสู้โลก DSLR เป็นครั้งแรก เมื่อสองสามเดือนที่แล้ว ก็มาคบกับกล้องค่ายที่ไม่ใช่ Olympus และกล้องค่ายที่ผมใช้ก่อน Olympus เป็นยี่ห้อกล้องที่ผมเคยใช้ ตั้งแต่ตอนที่เล่นกล้องฟิล์มอยู่ แต่ตอนนี้ ทยอยขายอุปกรณ์กล้องยี่ห้อนั้นไปเกือบหมดแล้วครับ มีเหลือไว้ดูต่างหน้านิดๆหน่อยๆ เพราะยังไงก็ยังชอบอยู่ ส่วน ณ ปัจจุบันนี้ก็มาเข้าค่าย Olympus เพราะชอบที่เป็นกล้องที่ ไม่มีบอดี้และเลนส์ให้เลือกมากมาย จบเรื่องอุปกรณ์ได้งายดี เช่นเมื่อออก E-3 มาแล้วก็คงจะไม่ตามมาด้วย E-3S E-3SX หรือ E3 โน่นนี่อะไรไม่รู้จบ
ถ้าจะออกบอดี้ใหม่ก็ให้มันกระโดดรุ่นกันไปไกลๆเลย จบก่อนครับขี้เกียจพิมพ์แล้ว ตอนนี้กำลังติดต่อซื้อเลนส์ Oly. อยู่อีกตัวนึงถ้าได้ ก็คงจะจบเรื่องของเลนส์ๆได้แล้วครับ (เห็นเค้าว่ามีเลนส์แบบนี้ตัวเดียวในโลก ผมเองก็ไม่รู้ว่าจริงไม่จริงนะครับ ฟังเค้าว่ามาอีกที)

จอมมารพุงโต
7th April 2008, 15:38
พึ่งซื้อ อี510มา หลังจากที่ขาย 40ดีไป ชอบเพราะมีกันสั่นในตัวกล้องแล้วก้อเลือกเพราะใช้เลนส์แมนนวลรุ่นเก่าๆได้หลากหลายกว่าคุณภาพเลนส์เก่าบางตัว แอลก้อแอลเถอะ:good: :good:


อืม ผมชอบความเห็นนี้มาก ๆ ครับ เยี่ยมเลย เห็นตามนี้จริง ๆ


ไว้กล้อง DSLR ตัวต่อไปคงไม่พ้น olympus จริง ๆ คับ

JEE
7th April 2008, 16:42
เออ..คนข้างบนเหมือนผมเลยเเฮะ ผมขาย 40D เเล้วมาซื้อ E420 เอิ๊ก สนุก

ผมว่าคนที่ใช้ Olympus น้อยเพราะว่า brand มันดังสู้ Canon, Nikon ไมได้ เเต่ว่าไปก็มีชนกลุ่มน้อยอีกหลายก๊กนะเช่น Pentax, Sumsung, Sony, Minolta ก๊กเหล่านั้นยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่

โอลี่มันมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร เปรียบได้กับรถ Saab คือมันเเปลกๆเเต่ก็ดูน่าสนใจดี อะไหล่ ค่าซ่อม อุปกรณ์เเพง เเต่ตอนซื้อตัวบอดี้มันไม่เเพง
คนที่ชอบส่วนใหญ่เห็นเขาว่ากันว่าก็ชอบในเรื่อง โทนสีของภาพที่เหมือนจริง
เเต่ที่ผมใช้ผมไม่สนใจเรื่องสีหรอก เพราะผมถ่ายเเต่ขาวดำ เเต่ใช้เพราะบังเอิญเป็นคนชอบลองของเเปลก...
4/3 system กับอัตราส่วน 2:3 กับความเล็กกรัดทัดรัดของ E420 นี่ ของมันน่าใช้จริงๆ

anuthin
7th April 2008, 17:27
เคยดูไว้นะครับ e410 350d d40x ทำแรกไม่สนใจหรอกครับโอลี่ เก็บข้อมูล350มาเยอะครับวิธีใช้การตั้งค่า เข้าไปห้องหนอนที่พันทิพย์ โฟกัสเร็วอย่างนั้นอย่างนี้ เลนส์มีให้เล่นเยอะ น๊อยส์น้อยกว่ายี่ห้ออื่น ส่วนนิกส์ตอนนั้นก็แพง พอไปซื้อ 350ดีไม่มีซะงั้น ก็เลยมาเก็บข้อมูลใหม่เล็งมาที่โอลี่ ก็ได้พบกับคำตอบ น๊อยเยอะ เลนส์แพง ไม่มีให้เลือกเยอะ แต่มีดีที่สีสวย พอได้ข้อมูลก็วิ่งเข้าร้านเลยครับ กะว่าไม่เอาแล้ว จะไปเอา400ดี พอไปลอง โห..งานประกอบเหมือนรถกระป๋อง เหมือนของเล่น พอไปจับ คุณ410 อะไรมันจะประกอบได้เนี๊ยบเกินราคาได้อย่างนี้วะ ก็เลยตกลงที่ คุณ410 เหมือนฟ้าดลใจ ได้ไปเจอประสบการณ์ที่ไม่ค่อยมีใครมาเปิดเผยเกี่ยวกับหนอน โฟกัสเร็วแต่หลุดบ่อย อาการแบ็คโฟกัส กระจกหลุดมั่ง อ้าว..อย่างนี้ก็เจ้งน่ะสิเกือบไปแล้วเรา ความประทับใจไม่ได้รีเพลได้เหมือนเครื่งเล่นซีดีนะ จะได้ถ่ายหลุดแล้วรีกลับมาถ่ายใหม่ กับโอลี่มีเสียอยู่ที่น๊อยเยอะแต่ว่าสามารถแก้ได้ที่น๊อยฟิลเตอร์ โฟกัสช้าแต่ชัว แต่ถ้าถ่ายออกมาโฟกัสหลุดล่ะเอาอะไรมาแก้ล่ะเนี่ย ข้อดีของหนอนมีเยอะครับแต่ผมรับไม่ได้กับข้อเสียมัน ข้อเสียของโอลี่มีเยอะครับแต่เป็นข้อเสียที่มีความดีอยู่ในตัวครับ ไม่รู้ผมไปได้ข้อมูลที่ไม่ดีของหนอนมาถูกหรือป่าวแต่เห็นมีหลายคนนะครับที่บอกว่ามีปัญหากับเรื่องนี้ และที่โอลี่มีคนใช้น้อยก็ไม่ได้เป็นที่ตัวโปรดักส์ไม่ดีครับ แต่เป็นที่การตลาดสู้เขาไม่ได้แค่นั้นเองครับ

KKKx2
7th April 2008, 17:53
สีสรรและการสัมผัสครับตอนแรกก็ดู 400D กะ E510 พอไปจับจิงๆแล้วชอบ โอลี่มากกว่าแถมชอบสีสรรของโอลี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็เลยตัดสินใจได้ไม่ยาก แต่เพื่อนบางคนมาเห็นบอกว่าหน้าจอทำไมโบราณจัง(เราก็อ้าวมันก็คล้ายๆ ยี่ห้ออื่นนี่นา)แต่ก็ยิ้มกลับไปบอกว่าก็ไม่เห็นจะเสียหายนี่เรารับได้ เพื่อนอีกคนบอกทำไมไม่เลือกนิคอนของหาง่ายกว่าเยอะ เราก็ว่าโอลี่ก็หาได้นะไม่เห็นยากเลยที่จำป็นอ่ะ ไม่ได้จะถ่ายเป็นอาชีพสักหน่อยจะต้องมีอุปกรณ์อะไรมากมาย แค่เก็บตังซื้อเลนส์กะฟิลเตอร์ก็โอเคแล้ว อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบนะครับนี่ความคิดเห็นส่วนตัวคับ เลือกกล้องเอาที่ใช้แล้วถูกใจเราดีกว่า ถ่ายภาพให้สนุกนะครับ

desperado2006
7th April 2008, 19:45
เป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในขนาดของ CCD ที่โอลิมปัสใช้อยู่ว่า โอลิมปัสคิดอย่างไร และคาดหวังในอนาคต วงการ DSLR จะเป็นยังไง จะพากันพัฒนาเพื่อกลับไปสู่ระบบ fullframe กันหมดหรือไม่ แล้วโอลิมปัสจะทำอย่างไร โดยเฉพาะผู้ใช้จะจัดการกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ในวันนี้ว่าจะรองรับระบบ fullframe ได้อย่างไรหรือไม่ หรือว่าต้องโล๊ะทิ้งแล้วไปเริ่มต้นใหม่ ถ้าโอลิมปัสมีคำตอบให้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นคิดว่า ผู้ใช้อันน้อยนิดก็คงจะยืนอยู่เคียงข้างโอลิมปัสตลอดไป เพราะเราจะได้ใช้ของคุณภาพแต่ราคาแสนธรรมดา เมื่อเทียบกับยี่ห้อดังๆ

doogdeeg_ja
7th April 2008, 21:31
คนใช้กล้องตัวแรก(เหมือนผม)คงคำนึงถึงราคาก่อน สาระภาพเลยชื้อมาทีแรกเหมือนมีปมด้อยครับไม่เหมือนชาวบ้านเข้า แต่ตอนนี้ภูมิใจสุดๆที่ชื้อมามันมีมากกว่าที่เห็น ประทับใจครับและเจ้าปมด้อยก็กลายเป็นปมเด่นขึ้นมา
(สำหรับผู้ที่จะซื้อควรไปลองทั้งหมด Canon, Nikon Pentax, Sumsung, Sony, Minolta แต่เรื่องฟันธงผมว่าต้องใช้เวลาในการลองใช้พอสมควร )อย่าเชื่ออะไรง่ายๆเพื่อนทานเหล้าผมผมบ้างคนคุยเก่งแต่เอาเข้าจริงๆก็จำเข้ามาพูด

คุณปาปา
7th April 2008, 22:03
สำหรับผม ชอบเล่นมือหมุนเป็นที่สุด

อะไรก็แทน oly ไม่ได้
เพราะเล่นสนุกมาก

และเวลาเปลี่ยนเลนส์ ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องฝุ่นเกาะ CCD มากมายเหมือนยี่ห้ออื่น :-)

hottoclick
7th April 2008, 23:42
ที่แรกผมจะไปเอา D40x แต่พอดีของที่สาขานั้นไม่มี พนักงานก็จะไปเอาอีกสาขานึงมาให้.. พอดีเหลือบไปเห็น E-510 โอ้ววว มันดูบึกบึนดี ก็เลยให้พนักงานขายหยิบมาลอง และในขณะเดียวกันนั้น ค่ายยอดนิยมอีก 2 ค่ายถ้าจะให้ถ่ายผ่าน LCD ได้นั้นราคามันก็จุกพอสมควรเพราะมันเป็นกล้องตัวแรกในชีวิตของผม ความรู้เรื่องกล้องของผมบอกได้เลยว่าไม่รู้อะไรเลยแม้แต่เรื่องเดียว..

แต่สิ่งหนี่งที่ผมประทับใจก็คือสีที่ได้จาก Oly มันตรงกับความต้องการของผมมากที่สุด ฟังก์ชั่นและลูกเล่นจาก Oly ถ้าเทียบในราคาที่พอฟัดพอเหวี่ยงถือว่าคุ้มกว่า และหลังจากที่ได้มา.. กรรมซะแล้ว ทำไมเลนส์มันแพงอย่างนี้เนี่ย แต่แล้วจุดเปลี่ยนของผมก็มาถึง "มือหมุน.. ซึ่งมาพร้อมๆกับคุณภาพเป็นที่ประทับใจ ในราคาที่จับต้องได้" ผมก็มาคิดดูแล้วว่าผมไม่ได้มีอาชีพทางด้านนี้ ที่ซื้อมาเพราะอยากถ่ายรูป ก็คงไม่ต้องซื้อเลนส์พี่แพงหูฉี่จนเกินความจำเป็น

ถึงแม้ว่าเลนส์มือหมุนที่ผมซื้อมาจะเป็นมือที่เท่าไหร่ก็ตาม เพียงแต่ขอให้มันตรงกับความต้องการของผม คือละลายหลังได้ใจ ไม่ฝ้า ไม่รา ไม่มีรอยที่ตัวเลนส์ แต่จะมีก็ขนแมวบ้าง ที่ตัวของเลนส์จะเก่าและถลอกไปบ้าง ข้อนี้ผมรับได้ เพราะซื้อมาก็ไม่ได้กะจะไปปล่อยต่อให้ใคร จึงทำให้ผมรู้สึกว่า เลนส์แบบนี้มีให้ผมเล่นเยอะบนงบที่เหมาะสมกับคนงบน้อยอย่างผม และยิ่งเข้ามาเจอบทความดีๆหลายบทความ มันทำให้ผมมั่นใจในความเป็น E System ถึงแม้ว่าความต้องการของตลาดจะมีเปลี่ยนแปลง แต่จากความเข้าใจของผมนั้น เสน่ห์ของ Olympus มันอยู่ที่ความมีเอกลักษณ์ในตัวเองครับ.. :chat:

get
8th April 2008, 11:58
olympus ไม่สัมผัส ไม่มีทางรู้

ก่อนจะซื้อกล้องเพื่อนๆผมที่เล่นกล้องอยู่แล้วมีแต่คนเชียร์ หนอน กับ นิค ดียังงั้นดียังงี้ไอ้ผมไม่รู้เรื่องก็ลังเลสุดๆเลยต้องศึกษาทุกอย่างเองใหม่หมดไม่ฟังคำพูดใครทั้งสิ้น ถึงกับลงทะเบียนวิชาถ่ายภาพเพื่อไปหาความรู้สิ่งที่ผมได้รู้คือ oly ทำทุกอย่างให้ใช้ได้จริง ไม่ทำเพื่ออ้างหน้า คนที่เลือก oly มักจะค้บพบด้วยตัวเองว่าทำไมถึงเลือก ทุกยี่ห้อมีดีของตัวเอง แต่ความดีของ oly ชนะใจผมเสมอ

Mr.balloon
8th April 2008, 12:14
เคยมีใครคนหนึ่งถามผมว่า..... ทำไมถึงใช้ Olympus E-1?
ผมเลยย้อนถามกลับไปว่า.... ทำไมถึงไม่เลือก Olympus E-1
มึนกันไปอยู่พักหนึ่ง...เกือบมีการ วางมวยกัน....
แต่ในท้ายที่สุด ผมก็ตอบเขาไปว่า ....

E-1 เป็นกล้องที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นตำนาน
อาจเป็นเพราะบางคนที่ได้มีโอกาสได้ใช้กล้องยี่ห้อนี้
หลงรักในสีสันที่สดใส ตามสไตร์กล้องฟิล์มสไลด์....

ภาพที่ E-1 ให้นั้นบอกได้เลยว่ามีหลากหลาย Style เหลือเกิน
การปรับตั้ง Situation ที่กล้องทำให้ผมรู้ว่า มันคือการ Set-up to Pro looking!!!

อยากจะบอกว่า กล้อง Olympus เป็นกล้องที่เกิดขึ้นมาเป็นตำนานโดยแท้
หลายต่อหลายยี่ห้อในท้องตลาด Olympus อาจจะสู้ไม่ได้ในเรื่องของการโฆษณา
แต่ Spot โฆษณาโอลิมปัสที่ทำออกมาแต่ละครั้ง มันทำให้รู้ซึ้งถึงคำว่า "ตำนาน" จริงๆ

ในเวปยูทูป ผมได้เห็นโฆษณา E-1 จนมาถึง E-3
ได้ดูทีไร ก็ยิ่งรัก ยิ่งชอบ เพราะสื่อให้เห็นถึง กล้องที่ทนได้ในทุกสภาพภูมิอากาศ
ยิ่งเพลงประกอบนั้น ถ้าฟังดีๆ จังหวะจะโคน สื่อได้ถึงพลังของระบบอย่างแท้จริง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า โอลิมปัส คิดได้อย่างไร กับการทำกล้อง Low profile on Hi-performance

แค่เอา E-1 + ZD14-54 ไปถ่ายเวลาเขาเล่นสงกรานต์ สาดน้ำใส่กล้องก็เฉยๆ
ได้ภาพในมุมที่สาวกค่ายอื่นมองตาปริบๆ

เหตุผลที่ผมใช้ E-1 คงเป็นด้วยประการฉะนี้.....
กล้องที่เกิดเมื่อ 4 ปีที่แล้ว .... แต่ยังให้คุณภาพได้ยอดเยี่ยมจนถึง ณ ตอนนี้

Hard to find which the thing was born to be the legend คงเป็นคำที่เหมาะสมกับ Olympus E-1

อยากบอกไว้ให้สาวก olympus รู้ว่า
"เราอาจไม่ใช่ผู้นำในระบบ Dslr แต่พวกเรา คือ
ผู้ที่นำตำนานมาสรรสร้าง...ในโลกยุคดิจิตอลที่ไร้พรมแดนเช่นนี้
ยิ่งสามารถนำมาเล่นกับเลนซ์มือหมุนได้หลากหลายค่าย
และโฟกัสได้ตั้งแต่ Min. ยัน Infinity แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว"

ผมเริ่มตั้งแต่ E-300 อาจเป็นคนเดียวในโลก ที่ใช้กล้องแค่ 1 ปี แล้วพังสนิท
จนมาใช้ E-1 ณ ตอนนี้บอกได้เลยว่า มันเป็นกล้องที่ตอบสนองการใช้งานให้ผม
ได้อย่างเยี่ยมยอด ในทุกสภาวะการณ์....จริงๆ

นี่แหละเป็นเหตุผลที่ผมเลือก "E-system" :kiss:

watkrab
8th April 2008, 13:02
ผมเองใช้ กล้องโอลี่มาเป็นตัวที่สามแล้ว เริ่มจาก sp500uz แล้วก็มา E300 แล้วปัจจุบับใช้ E410 ทุกๆ อย่างถูกใจเรื่อยมาครับ ไม่มีปัญหากวนใจ แต่ไม่่ยืนยันว่ากล้องตัวที่สี่ จะยังเป็นโอลี่อยู่อีกต่อไป หากว่าพฤติกรรมของตัวแทนจำหน่ายในไทย ยังแต่จะเอาดีทางขายอย่างเดียว ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเดิมๆ ให้บริการหลังขาย ได้เข้าเป้าอย่างที่คุยโว ไว้ตอนเปิดตัว E3 ว่าจะให้อยู่ในระดับ A- (รองลงมาจากญี่ปุ่น)

เพราะว่า E410 ที่ใช้อยู่มีปัญหานิดหน่อย เพราะตัวผมเองเป็นต้นเหตุ จึงได้ติดต่อขอซ่อมโดยจ่ายค่าอะไหล่+ค่าแรง ทั้งหมดเอง (กล้องมีประกัน) พร้อมส่งรูปถ่ายอะไหล่ที่เสียไปให้ดู

ครั้งที่แรก (พย.50) บอกว่าสั่งอะไหล่ให้แล้ว และให้รอสั่งอะไหล่ 1 เดือน
ครั้งที่ 2 (ธ.ค.50) แจ้งให้ส่งกล้องเข้าไปเปลี่ยนอะไหล่ กลายเป็นว่าสั่งมาผิดต้องรออีก 1 เดือน ขอให้ส่งกล้องคืนก่อน เพราะยังใช้งานได้ ก็ส่งให้ผิดนัดอีก(อ้างโน่น อ้างนี่) พลาดไปหลายวันกว่าจะได้กล้องคืน แล้วยังแถมฝุ่นในช่องมองมาเพียบ

ปัจจุบัน (เม.ย.51) สอบถามไป 2 ครั้ง ยังไม่ได้รับคำตอบว่าอะไหล่จะมาถึง และให้ส่งกล้องเข้าไปซ่อม รวมระยะเวลา 4 เดือนเศษ


เอกสารการติดต่อยังมีครบ หากผู้บริหารของ JJ คิดว่าเป็นการกลั่นแกล้ง หรือว่าปั้นเรื่องขึ้นมา สามารถติดต่อได้เป็นการส่วนตัว แต่จะไม่ส่งไปให้ตามรายละเอียดในเวปของ JJ ด้วยเพราะคิดว่าไม่มีประโยชน ์เสียเวลาเปล่าๆ แต่หากไม่คิดจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านบริการหลังการขาย ด้วยเหตุผลใดก็ตามที กล้องตัวที่ 4 ของผม คงไม่ใช่โอลี่แน่ๆ

desperado2006
8th April 2008, 21:33
jebsen เชียงใหม่ไม่มีปัญหาเรื่องการบริการ รวดเร็วทันใจ ใช้เวลาซ่อมแค่ วันเดียว พร้อมส่งกลับถึงมือลูกค้าในอีกวันผ่านตัวแทนจำหน่าย

Omer
8th April 2008, 22:10
ผมว่าคุณ balloon เข้าใจอะไรผิดแล้วหล่ะครับ ความจริง e1 ไม่ได้ถูกออกแบบโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ Oly แต่ถูกออกแบบอย่างแยบยลโดยจอมขมังเวทย์ชาวเขมร ผู้เชี่ยวชาญสาขาเสน่ย์ยาแฝดโดยเฉพาะ สังเกตุได้จากตัว Body หล่อขึ้นรูปจากโลหะธาตุมงคลเจ็ดประการ ใช้น้ำมันตานีเป็นตัวหล่อลื้นการทำงานของกลไก ลง ณ.หน้าทองไว้ที่ปุ่มกดชัตเตอร์ และที่สำคัญ ได้ลงสาริกาลิ้นทองไว้ที่ม่านชัตเตอร์ทุกตัวเพื่อให้มีเสียงที่หวานน่าฟัง ดังนั้น เวลาใครได้จับสัมผัสมัน จะเกิดอาการ "หลงจนโงหัวไม่ขึ้น" อันเป็นอาการที่เราๆท่านๆเป็นกันอยู่ขณะนี้

ไม่มีอะไรมากครับ มีดีอย่างเดียว... ที่เสน่ย์ยาแฝดนี่แหล่ะ :Smiles2: :Smiles2: :Smiles2:

มีข้อสังเกตุหน่อยนึงนะครับว่า ในจำนวนกล้องรุ่นราวคราวเดียวกันกับ Oly e1 จะเห็นออกมาโฉบฉายให้เห็นตามงานต่างๆนั้น มีน้อยมากเมื่อเทียบกับ e1 ที่ยังมีใช้งาน(ได้)อยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น EOS10D Nikon D100 หรือแม้แต่ Nikon D70 ที่ออกมาหลังจาก Oly e1 ตั้งเกือบปี ยังหาทำยายากเลย ยังไม่ต้องพูดถึงราคาขายต่อนะครับ ที่แม้ Oly e1 ราคาขายต่อจะตกลงมากก็ตาม แต่ยังงัยก็ยังอยู่ราคาแถวๆ 1 หมื่น แถมยังมีคนต้องการซื้อด้วย ในขณะที่ เจ้าตัวรุ่นราวคราวเดียวกันจากค่ายอื่น ขายถูกยังงัย ก็หาคนซื้อยาก ถ้าอยากปล่อยจริงๆ ก็ต้องลงมาต่ำเกือบครึ่งหมื่นนั่นแหล่ะครับ หรือไม่ก็ขายแถมไปกับเลนส์ถึงจะมีคนสนใจ

ส่วนเรื่องจะเลิก 4/3 ไปทำระบบ Fullframe 35mm เหมือนค่ายอื่นที่ทำๆกันนั้น จากที่คบหาสมาคมกับ Oly มานาน บอกได้เต็มปากครับว่า ยากกกกสสส์ อย่างน้อยระบบนี้ต้องอยู่ไปอีกเป็น 10 ปีครับ ดูง่ายๆ om4Ti ไม่ทำรายได้ให้ Oly เป็น 10ปี ระบบ OM ทั้งระบบ ไม่ทำรายได้ให้ Oly เป็น 10 ปี Oly ถึงประกาศยุติการผลิต แต่ยังประกาศว่า จะยังผลิตอะไหล่ให้กับระบบ OM หลังจากวันที่ประกาศยุติการผลิตไปอีก 10 ปี นี่แหล่ะครับ ผมถึงวางใจ และคิดว่าผมจะฝากชีวิตไว้กับค่ายนี้ได้อย่างแน่นอน

ส่วนเรื่อง Noise ของ Oly โดยเฉพาะ e1 อันนี้ได้ทำให้เกิดเรื่องแปลกในวงการถ่ายภาพมาแล้วครับ คือ "จะเอา e1 ตัวอื่นไม่เอา Noise มันไม่สวย" ซึ่งตรงนี้ ถ้าใครมี Oly e1 กับ Oly ตัวใหม่ๆ ลองมาเทียบกันสิครับ จะเห็นว่า Noise ของรุ่นใหม่ๆ มันไม่ค่อยมีพลัง มันเป็นดำๆด่างๆยังงัยไม่รู้ สู่ Noise e1 ไม่ได้ มันหนักแน่น มันมีพลัง เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ของตนเอง เรื่องนี้ ต้องลองกับตัวหล่ะครับ ถึงจะรู้ ไสยศาสตร์มีจริง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่....

Mr.balloon
8th April 2008, 22:31
:flower: คุณ Omer ตอบได้โดนใจผมจริงๆ ครับ

สงสัยผมโดน "เสน่ห์ยาแฝด" เข้าเต็มๆ แต่ก็นะ...ยินดีโดนครับ
กล้องมันยังใช้งานได้ดีจริงๆ ครับ

อันที่จริงมันเหมาะกับอาชีพที่ผมทำมากกว่า เลยหลงรักมันครับ
อาชีพที่ประมาณต้องลุยๆ ไม่กลัวแดดกลัวฝน ไม่มีเวลาแต่งภาพ
เพราะต้องรีบส่งภาพทาง internet หลังจากการถ่ายทันที
ประมาณว่าต้องรู้ใจเจ้า E-1 และควบคุมให้อยู่มือให้ได้:crazy:

เรื่อง Noise อันนี้ "ใช่เลย" ...:drool:

อีกอย่าง ความเห็นส่วนตัวผมนะ
ผมว่าราคา กับคุณภาพ ความรู้สึกในการจับ "คุ้มค่าคุ้มราคามากๆ"
ถ้าเป็นสมัยเมื่อตอนออกใหม่ๆ ก็ไม่มีเงินพอที่จะซื้อเพราะราคามันสูงจริงๆ ครับ (Y)

zome
8th April 2008, 22:47
555+ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ชอบคำนี้จัง :D
บางวันผมยังนึกขำตัวเองทั้งที่ไม่ได้นึกอยากออกไปถ่ายรูป แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบน้องหนึ่งขึ้นมาลูบๆคลำๆ โฮ่ๆ...กล้องอะไรวะออกแบบได้สวยจริงๆแม้น้องอีสามจะใหม่สดใสใฉไลแค่ใหน ก็ไม่อาจทำให้ประทับใจ.. เฮ้อ..ทำยังไงได้ก็ผมหลงส่วนโค้งส่วนเว้าน้องหนึ่งเข้าไปแล้ว อย่างนี้เรียกว่าโดนของได้เปล่า.... :D

clazzie
8th April 2008, 23:27
no marketting no olympus.

JEE
9th April 2008, 02:44
ส่วนเรื่องจะเลิก 4/3 ไปทำระบบ Fullframe 35mm เหมือนค่ายอื่นที่ทำๆกันนั้น จากที่คบหาสมาคมกับ Oly มานาน บอกได้เต็มปากครับว่า ยากกกกสสส์ อย่างน้อยระบบนี้ต้องอยู่ไปอีกเป็น 10 ปีครับ ดูง่ายๆ om4Ti ไม่ทำรายได้ให้ Oly เป็น 10ปี ระบบ OM ทั้งระบบ ไม่ทำรายได้ให้ Oly เป็น 10 ปี Oly ถึงประกาศยุติการผลิต แต่ยังประกาศว่า จะยังผลิตอะไหล่ให้กับระบบ OM หลังจากวันที่ประกาศยุติการผลิตไปอีก 10 ปี นี่แหล่ะครับ ผมถึงวางใจ และคิดว่าผมจะฝากชีวิตไว้กับค่ายนี้ได้อย่างแน่นอน....
ระยะเวลา 10 ปีที่บริษัทตั้งไว้นั้นก็คงเหมือนสินค้าประเภทอื่น ซึ่งกำหนดระยะเวลาออกมาให้พิสูจน์ว่าไปรอดหรือไม่รอด เเต่หากคิดในอีกมุมหนึ่ง ตอนนี้เทคโนโลยี่สามารถผลิต sensor ขนาดใหญ่ได้ไม่ยากเเล้วเเละนับวันราคาก็ยิ่งถูกๆลง มีหรือที่โอลี่จะไม่หันมามองตรงนี้ อุดมคติเเละเอกลักษณ์สามารถปรับเปลี่ยนได้เสมอ ความเห็นส่วนตัวผมเชื่อว่าอย่างไรเสียโอลี่ก็คงต้องกลับไปใช้ sensor เเบบปกติไม่ช้าไม่นานหากยังต้องการอยู่รอดในตลาดซึ่งอาจจะใช้เวลานาน 10 ปีในการพิสูจน์ก็ได้หลังจากที่ 4/3 ออกมาเมื่อปี 2002 นั่นก็เหลืออีกไม่กี่ปีเเล้วนับจากนี้ (นี่เป็นความเชื่อส่วนตัวครับ)

Omer
9th April 2008, 13:43
คงจะเริ่มนับ 10 ปีที่ 2002 ไม่ได้หรอกครับ เพราะจะเริ่มนับก็ต่อเมื่อมันไม่ Active ซึ่งปัจจุบัน การครองตำแหน่งอันดับ 3 ของกล้อง DSLR คงจะนับว่ามันไม่ Active ไม่ได้ ส่วนที่ว่า Fullframe 35mm จะดีกว่าก็เป็นความเชื่อครับ ยังไม่ได้พิสูจน์ให้เด็ดขาดไป เพราะถ้ามันดีกว่าจริงๆ ทั้ง Nikon และ Canon คงต้องปิดสายการพัฒนากล้อง DSLR แบบ APS ต่างๆแล้ว แต่นี่ก็ไม่ แสดงว่ายังไม่เป็นที่พิสูจน์ว่าดีกว่าในทุกด้านจริงๆ

ถ้าจะนับตั้งแต่การเริ่มต้นระบบ OM มีอายุก็ปาเข้าไป 30 กว่าปี ถ้า Oly พยายามกับ 4/3 เท่าๆกับ OM ก็คงราวๆ 2032 โน่นแหล่ะครับถึงจะเลิก แถมขณะนี้ กล้องอย่าง Pentax และ Sony ซึ่งมีโครงการจะทำกล้อง Fullframe 35mm กับเขาบ้างก็ยังแย่งส่วนแบ่งการตลาด Oly ที่ใช้ระบบ 4/3 ไม่ได้เลย เรื่องจะต้องยุบสายการผลิตแล้วหันมาใช้ Fullframe 35mm เหมือนชาวบ้านคงยังอีกไกลครับ รอให้ Oly เป็นอันดับ 5 ตามหลัง Pentax กับ Sony ก่อนเถอะครับ ค่อยมาพูดกันเรื่องนี้ ตอนนี้ ผมยังไม่เห็นประเด็นที่ Oly จำเป็นต้องทำอย่างนั้น ทั้งๆที่ ระบบ 4/3 มีดีหลายอย่างเมื่อเทียบกับ Fullframe 35mm ถึงแม้คุณภาพของภาพอาจจะน้อยกว่าบ้าง แต่ก็เพียงพอสำหรับงานบางงาน ซึ่งต้องการข้อดีที่ 4/3 เหนือกว่า Fullframe 35mm มาใช้งานครับ

จอมมารพุงโต
9th April 2008, 14:39
อยากโดนเสน่ห์ยาแฝดมั่งจัง

slamdunk
9th April 2008, 14:52
ตอนแรกผมกะจะเอา Pentex 100DSuper ครับ เดินหาอยู่หลายวันไม่มีขาย ที่สนใจมากก็เพราะโทนสีถูกใจ แถมใช้ถ่าน AA 4 ก้อนพร้อมกับ SD ด้วยซึ่งอุปกรณ์หาได้ทั่วไป แต่ด้วยเหตุที่หายากนี่แหละ ทำให้ไม่เอาเพราะเกรงว่าถ้ากล้องมีปัญหาแล้วจะซ่อมอย่างไร แล้วศูนย์ก็เห็นเค้าว่ากันว่าไม่ดี สุดท้ายก็ไม่เอา เลยมาลองมองที่ Olympus E410 ดู ซึ่งดูจากโทนสีแล้วก็ชอบจากที่เขา Post ในเวปมาโชว์กัน ก็ลองไปหา หาอยู่เกือบสองอาทิตย์หาซื้อไม่ได้ คือมีแต่ป้ายถ้าจะเอาต้องสั่งพร้อมวางมัดจำ (ซึ่งผมไม่ชอบ ถ้าวางมัดจำแล้ววันที่เรามารับของ เกิดของสภาพไม่ถูกใจเราแล้วจะทำอย่างไร เสียเวลาและจะซื้อทั้งทีมีเงิน แบบลองแล้วถูกใจจ่ายเงินเอากลับบ้านเลยดีกว่า) ซึ่งวันนั้นก็มีงานที่ central ปิ่นเกล้า ปรากฏว่า Olympus มาเปิดบูธพอดีเลยตกลงจะซื้อ แต่ด้วยเหตุที่ว่าบูธเป็นพนักงานของ Olympus แต่อยู่ในส่วนของ Powerbuy ซึ่งพนักงานบอกผมว่า 19900 แต่ Powerbuy ขาย 23000 ซึ่งไม่ Sync กัน ของอยู่ในมือแล้ว แต่ซื้อไม่ได้กลับสร้างความเซ็งมากเพราะร้านอื่นเขาขายราคา 19900 ทุกร้าน เลยคิดว่าจะไม่เอาแล้ว ไปเอา Cannon ดีกว่า ของดีแต่หาซื้อไม่ได้ไม่เอาดีกว่า มี Pentex ก็มีแต่ตัวโชว์ตัวเดียว สุดท้ายไป BigCamera ซึ่งตอนแรกก็เข้าไปเห็นแต่ป้ายไม่ตัวกล้อง แต่งวดนี้ไปเจอกับ sale olympus เอง ซึ่งเขาบอกว่ามีของใหม่ไม่ต้องจอง แต่ไปเอาสาขาอื่นได้ก็คือ Bigcamera ที่ Lotus ปิ่นเกล้า ผมก็เลย Ok
sale บอกว่า ตอนแรกที่ผมเข้าร้านไปนะเป็น sale ของ cannon ดังนั้นตัวเขาจะเข้าไปไม่ได้ มิน่าล่ะมันเชียร์ให้ใช้แต่ Cannon ที่ผมเล่ามาซะยาวนี่เพื่ออยากบอกว่า เพราะมันหาซื้อยาก คนถึงไปใช้พวก Cannon กับ Nikon มากกว่า ผมเองก็เกือบแล้ว

MOOPA
9th April 2008, 15:30
จะบอกว่า หายากก็คงไม่เชิงหรอกมั้งครับ ผมไปเดินแถวฟอร์จูน ก็เห็นมีวางอยู่หลายร้าน แต่ถ้าบอกว่ามีร้านขายน้อยกว่า แคนนอน นิคคอน ก็ถูกครับ ผมคิดว่าที่คนใช้โอลี่ น้อย เป็นเพราะคนส่วนใหญ่ติดยี่ห้อกันมากกว่า แบบว่า คนเค้าใช้กันเยอะน่าจะดี ไม่รุ้ซื้อไร ก็ นิค หนอน ไว้ก่อน

เพื่อนผมไปจับ E510 บอกว่าหนักกว่า d40X กลัวหนักไป เอ๋..เราก็ไปเช็คข้อมูลดู E510 เบากว่านี่หว่า ไปๆมาๆ บอกอยากได้ 400D เอ่อ 400D มันหนักกว่าสองตัวที่ว่ามาอีกนะ อะไรของมัน มันก็ถามว่า 400D กับ E510 ต่างกันไงบ้าง ก็เลยบอกว่า E510 กันสั่นในตัว มีไลน์วิว มีระบบกำจัดฝุ่นที่ใช้งานได้จริง อธิบายซะยืดยาว ให้ข้อมูลไปก็เยอะ สุดท้าย มันก็ตัดสินใจ เอา 400D บอกว่าปลอดภัยดี คนใช้เยอะ ก็เลยสรุปได้ว่า คนใช้โอลี่ ต้องเป็นคนกล้า แหกคอกครับ อย่างที่เคยมีคนบอกว่า กล้องของโอลี่เป็นกล้องที่เลือกผู้ใช้เอง ครับ

Poy-Sian
9th April 2008, 16:27
แต่หากไม่คิดจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านบริการหลังการขาย ด้วยเหตุผลใดก็ตามที กล้องตัวที่ 4 ของผม คงไม่ใช่โอลี่แน่ๆ

เอิ้ก ๆ ผมใช้มาแค่สองตัว เคยเอา E-1 ไปเข้าศูนย์สมัยยังเป็นโฟโต้ฯ
ตอนนั้นผมก็คิดเหมือนกันว่ากล้องตัวถัดไปของผม คงไม่ใช่โอลี่แน่ ๆ หากศูนย์ยังเป็นโฟโต้ฯ
ตอนนี้ JJ มาดูแลแทน ผมยังไม่เคยใช้บริการของเขาเลย ไม่รู้ว่าดีกว่าศูนย์เดิมไหม
กล้อง E-3 เป็นอะไรที่น่าสนใจมากสำหรับผม เพราะการออกแบบระบบเลนส์ของโอลี่นั้นเอง ที่ผมทิ้ง 4/3 ไม่ลง
แต่ก็ไม่อยากผิดหวังกับการบริการซ้ำรอยเดิม เพราะของอิเลคทรอนิกส์พวกนี้มันมีปัญหาเมื่อใดก็ได้
อาจจะเอา E-510 มาเล่นแทน เวลามีปัญหาจะได้เครียดน้อยหน่อย

ถ้าศูนย์บริการในไทย มีบริการหลังการขายที่ดี ใกล้เคียงค่ายดัง ๆ
ผมบอกเลยว่า อย่างไร ผมก็ไม่ทิ้งโอลิมปัสแน่ ระบบ 4/3 มันจะอยู่หรือไป อย่างน้อยมันก็เป็นตำนานอีกบทหนึ่ง

ViT
9th April 2008, 21:22
3ปีก่อน ผมซื้อ E1 มาให้เป็นเพื่อนกับ OM4Ti พอปีกว่าๆผมก็ไปซื้อ 330 มาให้ช่วยงานบ้าน E1 พอปลายปีที่ผ่านมา ผมก็ไปเอา E3 มาเป็นเพื่อนเล่น2ตัวแรกอีก โอลิมปัสมันต้องเล่นของแน่ๆ ติดหนึบมาแต่ฟิล์มเลย

watkrab
11th April 2008, 11:24
ถ้าศูนย์บริการในไทย มีบริการหลังการขายที่ดี ใกล้เคียงค่ายดัง ๆ
ผมบอกเลยว่า อย่างไร ผมก็ไม่ทิ้งโอลิมปัสแน่ ระบบ 4/3 มันจะอยู่หรือไป อย่างน้อยมันก็เป็นตำนานอีกบทหนึ่ง

ผมไม่ได้ว่ากล้อง OLYMPUS ไม่ดีนะครับในความคิดเห็นที่บอกไปแล้วนั้น แต่ไม่ชอบใจในด้านการบริการหลังการขายของตัวแทนจำหน่าย ก็คือ j&j นั่นแหละ ที่เน้นแต่ยอดขายอย่างเดียว จ้างพนักงานมาแบบไม่คัดเลือกมากกว่า หรือไม่ก็ค่าแรงต่ำๆ ไม่ประสาอะไรบางคนเอารูปสวยไว้ก่อน อย่างเช่นว่า ตอนที่แจ้งให้ส่งกล้องไปซ่อม เช็คทางไปรษณีย์กล้องถึง 0 แล้ว 3 วัน จึงมีพนักงานโทรมาถามว่า "ส่งกล้องมาให้ทำอะไรบ้างคะ" ต้องบอกไปว่า "ได้ติดต่อแผนกซ่อมแล้วชื่อ.......ต้องการแบบนี้......" ที่สำคัญก่อนหน้านั้น ส่งรูปไปให้ดูว่าอะไรเสีย ก็บอกว่าอะไหล่กล้องรุ่นนี้ไม่มี ต้องรอสั่ง 1 เดือน พอได้รับแจ้งส่งไปซ่อมจริงๆ กลายเป็นว่าสั่งอะไหล่มาให้ผิด ต้องรอสั่งใหม่อีก 1 เดือน แบบนี้หรือครับช่างประจำ 0 ระดับตัวแทนจำหน่าย แล้วรวมเวลาถึงตอนนี้เกือบ 5 เดือนไปแล้ว เป็นคุณจะใจเย็นแบบผม ที่ไม่โทรเข้าไปด่าเช้าด่าเย็น หรือว่า ด่าทุกวันจนกว่าจะได้ซ่อมกล้อง หรือไม่อยากจะรู้เหมือนกัน


เอกสารการติดต่อ และชื่อพนักงาน + ช่างซ่อม ผมมีให้ตรวจสอบได้หาก J & J ติดต่อขอมา

watkrab
11th April 2008, 11:32
เรียน คุณวิท (คห.31)

ไม่ทราบว่าเป็นท่านเดียวกับท่านที่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับกล้อง หรือแฟลช อะไรเนี่ยเมื่อปลายปีที่แล้วมา แล้วได้ติดต่อคุณอะไรไม่ทราบที่อยู่ 0 แล้วได้สั่งให้คุณสมยศ ผู้จัดการแผนกซ่อม จัดหาของแทนให้คุณใช้ไปพลางก่อนจนกว่าจะซ่อมเสร็จ

หากใช่ผมใครจะขอรบกวนขอเบอร์ของคุณสมยศ หรือใครก็ได้ที่สั่งงานใน 0 ได้ ผมไม่อยากใช้บริการตามเบอร์ หรือว่าอีเมล์ที่แจ้งไว้ในเวป เพราะคงไม่ได้ผลหากว่าจะติดต่อให้ได้ผลรวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่ หากมีขอด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

KASAME
11th April 2008, 13:19
เข้ามาสมทบอีกเสียงครับ อยากให้ Oly. (J&J) เป็นศูนย์บริการหลังการขายที่ดีจริงๆ ไม่อยากให้เป็นเหมือนพวกขายประกัน ขายแล้วๆกัน ตอนขายพูดอย่าง ตอนเคลมพูดอยาง

Omer
11th April 2008, 17:04
ทาง JJ ทราบแล้วเปลี่ยนครับ... ผมไม่เคยเอากล้องไปซ่อมที่ JJ เลยยังไม่มีประสพการณ์พวกนี้ แต่ถ้านับเวลาการเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่ผู้เดียวในประเทศไทย (ไม่รวมตอนที่จำหน่ายคู่ไปกับ Fotosystem) ก็คงจะ 2 ปีแล้ว ถึงแม้จะไม่มากเหมือนค่ายอื่น แต่ก็คงจะถือว่าหมดช่วงฮันนีมูนแล้วนะครับ

เรื่องบริการหลังการขาย จะทำให้ดีเป็นเรื่องยาก ผมเข้าใจ เพราะเหตุนี้บริษัทแม่ของ Canon เค้าถึงได้มาเปิดบริษัทในไทยเลย เพราะเค้าจะได้ทำบริการนี้ให้ดีที่สุด ทั้งที่บริษัทตัวแทนของ Canon ก่อนหน้านั้นก็ถือว่ามีบริการตรงส่วนนี้ไม่ได้แย่มากมายนัก มันเลยมีข้อแตกต่างให้เปรียบเทียบสูง ทางนิคประเทศไทย ที่เป็นคู่แข่งโดยตรงก็เลยต้องพัฒนาตรงส่วนนี้กันใหญ่ เพื่อลดความแตกต่าง ถึงแม้จะไม่ดีเท่า Canon แต่ก็ดีกว่าเก่าเยอะ ส่วน Oly ถ้า JJ ไม่สามารถแก้ปัญหาตรงส่วนนี้ได้ ผมว่าไม่นานก็คงซ้ำรอยเดิมของ Fotosystem แน่ๆ

ฝากด้วยนะครับ ผมมั่นใจใน Oly มั่นใจในระบบ 4/3 มั่นใจในการตลาดของ JJ ช่วยทำให้ผมมั่นใจอีกเรื่องนึงเถอะนะครับ ถ้าทำได้ ผมว่า Oly ในการดูแลของ JJ จะอยู่คู่คนไทยไปอีกนานแน่ๆครับ

เอ้
11th April 2008, 17:30
ของมันดี สีก็ตรง เคยเทียบกับกล้องอีกตัว E1 กินขาด

แต่บริการตามหลังนี่สิ ที่จะบอกว่าจะไปได้ถึงใหน

ViT
11th April 2008, 18:25
คุณwatkrab
ผมใช้วิธีบุกคุยกับMD ของJJ ในการวันเปิดตัว E3 โดยตรง เลยได้กรณีพิเศษตรงนี้มา
ส่วนกรณีจะติดต่อคุณสมยศ ผมก็ใช้เบอร์ปกติของเขา แล้วขอสายคุณสมยศครับ
อ้อ.... ตอนแรกผมติดต่อใครไม่ได้เหมือนกัน ผมเลยอีเมล์ไปสำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่นเลย เล่าปัญหาให้เขาฟัง 2วันต่อมาJJ โทรมาหาผมเองเลย

Poy-Sian
11th April 2008, 20:19
เรียนคุณ watkrab

ใจเย็นๆ ผมยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยเน้อ.... แค่อ้างอิงถึงที่คุณบอกว่า "แต่หากไม่คิดจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านบริการหลังการขาย ด้วยเหตุผลใดก็ตามที กล้องตัวที่ 4 ของผม คงไม่ใช่โอลี่แน่ๆ"

ผมแค่อ่านแล้วนึกถึงตอนผมเคยเอากล้องไปซ่อมกับศูนย์โฟโต้ฯ น่ะ มันความรู้สึกเดียวกันเลย ได้แต่ภาวนาให้โอลิมปัสเปลี่ยนศูนย์ใหม่ ไม่งั้นผมไม่ซื้อโอลิมปัสอีกแล้ว

ตอนนี้ศูนย์ก็เปลี่ยนแล้ว (ภาวนาเป็นผลสำเร็จ? 555)
ผมสนใจ E-3 นะ แต่ผมก็ไม่อยากจะเสียความรู้สึกซ้ำรอยเดิมเท่านั้นเอง และยังไม่เคยใช้บริการศูนย์ JJ ด้วย ไม่มีส่วนได้เสียอะไรกับใครเน้อ... อยากได้กล้องใหม่ก็อยากหาข้อมูลเรื่องศูนย์บริการด้วย ใครจะอยากหนีเสือไปปะจระเข้ เรื่องการบริการผมให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ๆ เช่นกัน แต่ถ้าศูนย์บริการปรับปรุงแล้ว ผมก็ไม่ลังเลที่จะซื้อ E-3 หรอกครับ เลนส์กับแฟลชเก่าผมยังรออยู่ (ถ้าไม่มีของเก่าเห็นทีจะไม่พ้น ย้ายไป Canon EOS 5D... เอ๊ะยังไง 555)

แล้วที่ผมบอกว่า "ถ้าศูนย์บริการในไทย มีบริการหลังการขายที่ดี ใกล้เคียงค่ายดัง ๆ
ผมบอกเลยว่า อย่างไร ผมก็ไม่ทิ้งโอลิมปัสแน่ ระบบ 4/3 มันจะอยู่หรือไป อย่างน้อยมันก็เป็นตำนานอีกบทหนึ่ง"

เพราะบางท่านกล่าวถึง full frame กับระบบ 4/3 ว่าอนาคตมันจะไปในทิศทางใด ตรงจุดนี้ผมไม่ค่อยสนใจ หากกล้องที่ผมใช้จะกลายเป็นของแปลก แต่เป็นตำนาน ขอเพียงถ้ากล้องพังแล้วมีศูนย์บริการซ่อมให้ก็พอ แล้วต้องดูแลมันดี ๆ ด้วย

ยังไงก็ขออภัยด้วยหากทำคุณให้เข้าใจผิด ยังไงก็ขอเอาใจช่วยให้กล้องคุณซ่อมเสร็จเร็ว ๆ ครับ

watkrab
11th April 2008, 20:57
เรียน คุณวิทครับ

ขอบคุณที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเดิม ที่ผมได้จดจำข้อมูลเก่าของคุณมา แล้วมาประสบกับตัวเอง แต่ผมคงไม่เข้าถึงแบบคุณวิท ไม่ใช่ไม่กล้าหรอกนะครับ คนบ้านนอกจนๆ คนนี้เคยบุกถึงผู้บริหารของ สนง.ใหญ่ของบริษัทขายตรงแถวรัชดามาแล้ว เพราะผมถือว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง เรียกร้องความเป็นธรรม และกล้องก็ไม่ได้เสียหายจนใช้การไม่ได้เสียเลยทีเดียว แต่ว่ามันเสียความรู้สึกดีดีที่มีต่อกล้องยี่ห้อนี้มาตลอด นอกจากใช้เองแล้วยังเชียร์คนรอบข้างให้ใช้ตามอีกด้วย และกรณีแบบนี้หากเกิดขึ้นกับใคร จะรู้สึกอย่างไรกันบ้างไหม

เรียนคุณ Poy-Sian

ขอบคุณครับ ที่มาขยายความให้เข้าใจครับ ยอมรับว่าผมเป็นคนใจร้อน แต่ก็มีเหตุผล แต่บางครั้งผมก็ใจเย็น เย็นมากๆ อย่างกรณีนี้ผมติดต่อขอซ่อมเป็นเป็นเวลาเกือบ 5 เดือน ติดต่อทางอีเมล์ 2 ครั้ง เมื่อพ้นเดือนที่ 3 เงียบกริบ ไม่มีคำคอบจากแผนกซ่อมกลับออกมาแต่อย่างใด คงจะคิดว่าแค่กล้องกระจอก+คนกระจอกรายเดียว ชื่อเสียงบริษัทไม่เสียหาย แต่ไม่หวนไปคิดดูว่าที่ผ่านบริษัทนี้มาสร้างสมชื่อเสียงในประเทศไทยนานเท่าใด ชื่อเสียงทางลบอย่านึกว่าของบริํษัทใหม่นี้ไม่เคยมี เคยรับจ้างซ่อมอะไรมาบ้าง ก่อนที่จะเติบใหญ่ขึ้นมาถึงปัจจุบัน และก็อย่างที่บอกครับเร็วๆ นี้จะซื้อ DSLR อีกตัว รัก OLy เท่าไหร่ก็เกียจศูนย์ซ่อมเท่านั้น น่าจะมีการย้ายค่ายเกิดขึ้น แต่ไม่ฮวบฮาบเหมือนคนอื่นๆ ของเดิมก็คงอยู่ และคอยทวงถามอยู่เรื่อยๆ ทางหน้าเวปหลายๆ เวป จะดูว่าเมื่อไหร่จะได้รับคำตอบ จะต้องใช้เวลานานเท่าใด หรือจะต้องรอให้กล้องพังเสียก่อน หรือไม่ก็เปลี่ยนผู้แทนจำหน่ายเป็นประการสุดท้าย

watkrab
11th April 2008, 21:07
ได้แนวคิดมาใหม่ ไม่แน่อาจจะหอบข้อมูลการติดต่อขอซ่อม ไปแฉตอนงานเปิดตัวกล้องใหม่ E420 ที่จะมีในเร็ววันนี้ก็ได้ เตรียมตัวไว้นะ JJ

Poy-Sian
11th April 2008, 23:46
เข้าใจความรู้สึกครับ การซื้อสินค้าหลาย ๆ อย่างไม่ใช่แต่เพียงกล้อง บริการหลังการขายไม่ดีเท่าที่ควรครับ ไม่ว่าราคาสินค้าจะหลักพันหรือหลักแสน ผมว่าลูกค้าก็ควรได้รับการบริการที่ดีเหมือนกัน บางอย่างผมก็ทำได้แค่ เลิกซื้อเลิกใช้ยี่ห้อนั้น ๆ ไป

แต่กับอุปกรณ์ถ่ายภาพ กล้อง เลนส์ แฟลช หลายอย่างมันต้องใช้ควบคู่กัน การจะเลิกใช้มันก็อาจจะต้องขายทั้งหมด อย่างเจ็บตัวเจ็บใจครับ กล้องก็พังซ่อมไม่ได้ เลนส์ กับแฟลช จะเก็บไว้ดูเล่นมันก็ยังไง ๆ อยู่

หากศูนย์บริการดูแลดี ๆ ลูกค้าเก่าก็เชื่อมั่น ลูกค้าใหม่ก็เพิ่มขึ้น ในระยะยาวมันน่าจะดีสำหรับทุกฝ่าย ผมก็ไม่ทราบว่ามันจะมีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ เอาเป็นว่าผมรอฟังกรณีของคุณ watkrub ดีกว่าครับ ช่วยกลับมาให้ข้อมูลเพื่อน ๆ เป็นระยะนะครับ หากไม่คืบหน้าคงจะมีคนย้ายค่ายเพิ่มอีกคน ส่วนคนที่ยังไม่ซื้อก็อาจจะไม่กล้าซื้อ

เรื่องไปแฉที่งานเปิดตัว ถ้าทำจริง ๆ ผมว่างานนี้สนุกแน่ครับ อยากเห็นโอลิมปัสเข้ามาดูแลเองจริง ๆ สักที เพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าได้มากโข :)

Poy-Sian
12th April 2008, 00:09
http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=17427

ไม่อยากรื้อฟื้นอดีต แต่ไม่อยากให้ JJ เดินซ้ำรอยเดิมโฟโต้ฯ จริง ๆ ครับ
ได้อ่านคำตอบของ อ. เล็ก (รบกวนพาดพิงนิดนึงครับ) ผมว่าคงมีไม่กี่บริษัทที่เสนอทางเลือกดี ๆ ให้ลูกค้าแบบนี้
สมัยนั้นมีคนที่เสียความรู้สึก กับการบริการซ่อม C-5050 และ C-750 ไม่น้อยเลย

C-5050 ผมขายให้เพื่อนไปนานแล้ว มันก็ยังใช้ได้ดีจนถึงทุกวันนี้ แปลกใจกะมันจริง ๆ

Omer
12th April 2008, 12:47
จากที่อ่านมาแล้ว ปัญหาอยู่ที่การจัดการนะครับ ผู้ใช้จะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าเค้าคาดการชีวิตได้ หรือจะรู้สึกก็พอรับได้ แต่ที่มีปัญหาเพราะเหมือนถูกลอยแพ ไม่รู้มันเป็นอะไร ไม่รู้เมื่อไหร่ซ่อมเสร็จ แต่เมื่อให้สัญญาแล้วก็ต้องให้เสร็จตามนั้น แค่นั้นผมก็ว่าลูกค้ารับได้แล้วนะ ไม่ต้องถึงเปลี่ยนเป็นของใหม่ให้หรอก (ยกเว้นกรณีน่าเกลียดจริงๆ)

เรื่องของเรื่องคือ QA กับ Service agreements อันนี้ต้องมีครับ

- ของเข้ามาเมื่อไหร่ ต้องตรวจหาอาการเสีย ประเมินราคา/เวลาซ่อมเสร็จ ภายในเวลาเท่าไหร่ แจ้งให้ลูกค้าทราบเมื่อไหร่ อันนี้ต้องมีเป็นระบบ และลูกค้าต้องทราบกำหนดเวลาเหล่านี้ด้วย ซึ่งจริงๆก็ไม่ควรเกิน 30 นาที (มาตราฐานอยู่ที่ 10-15 นาทีนะ) ถ้ามันซับซ้อนก็แจ้งว่า คาดว่าตรงนั้นตรงนี้เสีย แต่จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง แล้วจะแจ้งให้ทราบเมื่อไหร่ ไม่ใช่ไม่บอกอะไรเลย ปล่อยลูกค้ากลับบ้านแล้วบอกว่า ขอเช็คก่อนแล้วค่อยโทรมาถาม เมื่อไหร่ก็ไม่บอก อันนี้ใช้ไม่ได้

- การตรวจเช็คอย่างละเอียด จะเสร็จเมื่อไหร่ มีอะไรยืนยันว่าจุดที่คาดว่าจะเสียเป็นที่ตรงนั้นจริงๆ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนอะไหล่ผิดตัว วิธีขั้นตอนหลักการ ต้องเขียนเป็นกฎระเบียบอย่างชัดเจนครับ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับประสพการณ์ของช่าง ใครได้ช่างเก่งก็ดีไป ใครได้ช่างมือใหม่ก็ซวยไป เพราะลูกค้าไม่รู้หรอกครับว่าช่างคนไหนเก่ง คนไหนไม่เก่ง แต่ถ้าออกมาไม่ดี คนที่เสียไม่ไช่ช่าง แต่เป็น JJ เอง อันนี้เรื่อง QA ครับและอีกอย่าง ในเมื่อมาถึงมือช่างแล้ว ก็ต้องตรวจเช็คการทำงานทุกอย่างของกล้อง ไม่ใช่ตรวจเช็คแค่ส่วนที่เค้าแจ้งว่าเสีย เหมือนเราเอารถเข้าศูนย์ เค้าก็ตรวจเช็คทุกอย่างให้เรา นอกเหนือจากส่วนที่เราบอกว่าชำรุดเสียหาย แล้วแจ้งลูกค้าให้ทราบไป จะซ่อมไม่ซ่อมก็ขึ้นอยู่กับเค้าอีกที

- อะไหล่ส่วนไหนควร Stock ส่วนไหนควรสั่งเข้า ถ้าจะสั่งเข้าทำยังไงให้เวลารอคอยของลูกค้าสั้นที่สุด ถ้าเป็นบริการขนาด A- จริงๆ อะไหล่ที่เสียแล้วทำให้กล้องทำงานได้ไม่ครบ Function ของมัน ควรจะมีอยู่ใน Stock ทั้งหมด ไม่ควรต้องรอให้สั่งเข้ามาเป็นกรณีไป อย่างมากก็ควรมี Stock ไว้ 1 ชี้น อาจจะว่าอย่างนี้ก็เงินจมแย่สิ ลองคิดดูใหม่นะครับ การ Stock อะไหล่ 1 ชิ้น ไม่ต่างไปจากการมีกล้องสำรอง 1 ตัว การมีกล้องสำรองใน Stock รุ่นละ 1 ตัวเงินจมไม่ต่างจากสำรองกล้องไว้ขาย 1 ตัวอยู่แล้ว วิธีนี้ก็คือ เหมือนรักษากล้องสำรองให้ทำงานได้เสมอ 1 ตัว เมื่อมีกล้องตัวใหม่เข้ามา ก็เอาอะไหล่จากกล้องสำรองนั้นมาเปลี่ยนให้ แล้วสั่งอะไหล่ใหม่เข้ามาทำให้กล้องสำรองนั้นใช้งานได้เหมือนเดิม เพราะยังงัยก็คงไม่มีกล้องตัวเดียว เสียที่อะไหล่จุดเดียว ต้องใช้อะไหล่นั้น 2 ชุดมาเปลี่ยนหรอก ยกเว้น อะไหล่ตัวอื่นทำให้ตัวนั้นเสีย พอเปลี่ยนตัวใหม่ ก็เลยทำให้ตัวนั้นเสียอีกที อันนี้แสดงว่าช่างชุ่ย ต้องแก้ที่ข้อ 2 ครับ ตรวจให้แน่ว่าเสียที่จุดนั้นจริงๆค่อยเปลี่ยน

ส่วนถ้าขณะรอสั่งอะไหล่เก่าอยู่แล้วมีตัวใหม่เข้ามา เสียที่จุดเดียวกัน ก็คงต้องให้ตัวใหม่รอแหล่ะครับ แต่ยังงัยเค้าก็จะไม่ต้องรอนานนัก เพราะอะไหล่สั่งไปแล้วก่อนเค้าจะมาซ่อมซะอีก คราวนี้ก็ต้องมาดูครับว่า ถ้าอะไหล่ไม่มีใน Stock ใครผิด Stock สั่งไปริยัง ถ้ายัง ทำไมไม่สั่ง ถ้าสั่ง ทำไมยังไม่ได้ ถ้าทาง Oly สั่งไปแล้วใช้เวลากว่าอะไหล่จะมานานนัก ก็สอบถามไปทางผู้ใหญ่ของเขาเลย เอาเข้าที่ประชุมไปเลย ว่าเรื่ืองแค่นี้ทำไมถึงมีปัญหา แล้ว Oly จะแก้ปัญหานี้อย่างไร บอกไปเลยทำอย่างนี้ลูกค้าเราเสีย เราลงทุนโฆษณาตั้งมากมาย ขายของไปได้ตั้งเยอะ แต่เวลาเสีย คุณกลับไม่ Support เราเต็มที่ อย่างนี้ทาง Oly จะแก้ไขอย่างไร เมื่อไหร่จะแก้เสร็จ พูดไปตรงๆเลยครับ ยิ่งตอนเค้าถามถึงยอดขายของเรายิ่งดีเลย ให้ผู้ใหญ่เค้ารู้บ้างว่า ผมว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่นะ ถ้า Support อะไหล่เราไม่ดี ตลาดเราก็เดินไม่ได้ อย่ามามัวเกรงใจเค้าครับ มันพิสูจน์แล้วว่าไม่ Work สุดท้ายคนซวยคือเรา ส่วนตัวไหนเสียบ่อยก็สำรองไว้ซัก 2-3 ชุด แต่คงไม่ถึง 5 ชุดมั่งครับ ลูกค้าก็ไม่ต้องรอนาน

ความจริง การสั่งอะไหล่ ถึงแม้เราสั่ง 1 ชิ้นทาง Oly ก็ควรจะส่ง และส่งวันต่อวันด้วย ผมสั่งของ Ebay 1 ชิ้นไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ใช้เวลาส่งไม่เกิน 2 สัปดาห์ Oly ก็ควรจะส่งให้เราได้ไม่เกินเวลานี้ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้Oly มีตัวแทนทั้งหมดกี่ประเทศ แต่ถึงแม้จะมีซัก 150 ประเทศ การส่งของ 150 ชิ้นต่อวันไม่ถือว่ามากมายอะไรเลยนะครับ ถ้าเค้ามีปัญหาเรื่องนี้ ถามเค้าไปเลยว่า ต้องให้เราส่งพนักงานเราช่วยส่งของมั้ย ดูสิเค้าจะตอบยังงัย นอกเสียจากว่า ทาง Oly จะไม่มีอะไหล่นั้นอยู่ใน Stock อันนี้คงต้องโวยกันหนักว่าทำไมส่งสินค้ามาให้เราขายแต่ไม่มี Stock อะไหล่ไว้ โวยไปเลยครับ บางครั้งพ่อแม่ก็จะสนใจลูกที่มีปัญหามากกว่าลูกที่สงบเสงี่ยมเรียบร้อย ยิ่งพวกนี้นะ ถ้าบอกเค้าว่า I need Professional. นะรับรองเค้าของขึ้นแน่ๆ เพราะเหมือนตบหน้าเค้าอย่างแรง แล้วลองดู ปัญหาพวกนี้จะดีขึ้น

สุดท้าย การตรวจเช็คหลังซ่อมเสร็จก็สำคัญนะครับ ลูกค้าก็หวังว่า ซ่อมเสร็จแล้วใช้งานได้เลย คงไม่ต้องกลับไปให้ซ่อมอีก ไม่ใช่ซ่อมเสร็จ ให้ลูกค้าไปทดลองใช้ก่อน ถ้ามีปัญหาก็เอากลับมาให้ซ่อมอีก อันนี้ใช้ไม่ได้ ลูกค้าก็จะบอกว่า I need Professional. เหมือนกัน งานออกจากเราไปต้องเรียบร้อย ใช้งานได้ดี ถ้าจะมีอะไรเสีย ก็คือสิ่งที่เราแจ้งลูกค้าไปแล้ว แล้วเค้าบอกว่าเอาไว้ก่อนเท่านั้น

ผมว่าแค่บริการระดับนี้ ลูกค้าก็รับได้แล้วครับ ไม่ต้องถึงกลับเปลี่ยนตัวใหม่ให้ หรือมีกล้องสำรองให้ใช้ จนต้องมาปวดหัวเรื่องการตรวจเช็คสภาพก่อนรับและหลังคืนกล้องสำรอง เอาไอ้กล้องสำรองนั้นมาเป็นอะไหล่แทนดีกว่าครับ Happy กว่ากันเยอะนะ ผมเข้าใจครับว่า งาน Service เป็นเรื่องยาก แต่เค้าก็มีวิธีแก้ไขปัญหาแบบนี้มาแล้ว ลองนำมาใช้งานบ้าง ทุกอย่างจะดีขึ้นครับ

ที่ผมเขียนแนะนำไว้ตรงนี้ เพราะผมเชื่อว่า ทางผู้บริหารของ JJ แวะเวียนเข้ามาอ่านกระทู้ในนี้อยู่เรื่อยๆแหล่ะครับ บางทีเราอาจเคย Post โต้ตอบกับเค้าบ้างแล้วก็ได้ เพียงแต่เค้าไม่บอกเท่านั้นเอง ว่าเป็นใคร ก็ฝากไว้พิจารณาด้วยนะครับ ก็หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ผมหวังว่า JJ จะรักษาผลปะโยชน์ของลูกค้าอย่างเรา มากกว่าผลประโยชน์ของบริษัท Olympus แน่ๆครับ... ขอบคุณครับ

watkrab
15th April 2008, 20:29
ไม่ได้เข้ามาหลายวันครับ วันหยุดมันเยอะ ร้อนนักพักผ่อนเสียบ้าง

เรื่องนัดหมายกับ 0 นี่ทำใจได้เลยครับ ตอนที่ได้รับแจ้งให้ส่งกล้องเข้ามาเปลี่ยนอะไหล่ กล้องส่งทาง EMS ตรวจสอบแล้วมีผู้รับแล้ว หลังจากนั้นอีก 3 วัน จึงได้รับโทรศัพท์โทรกลับไปถามหาเจ้าของกล้อง แล้วถามว่า ส่งกล้องมาทำอะไร
ทั้งๆ ที่ 0 แจ้งเองให้ส่งกล้องเข้าไป ต่อจากนั้นเ็ย็นของวันที่ 2 ถัดมาจึงได้รู้ว่า 0 สั่งอะไหล่มาให้ผิด ต้องรอสั่งใหม่อีก 1 เดือน จึงขอกล้องกลับไปใช้ก่อน โดยบอกว่าขอให้ส่งกลับคืนด่วนนะครับจำเป็นต้องใช้ ได้รับคำตอบว่าส่งคืนให้ได้ แต่ 0 มีเจ้าหน้าที่ส่งโดยเฉพาะ จะมารับของตอนเย็นของทุกวัน ปรากฏว่ากล้องต้องนอนรออีก 1 วัน จึงมีคนนำไปส่งไปรษณีย์ แต่.......ยังช้าไม่พอครับ 0 ตั้งอยู่ ซ.สุขุมวิท 63 (เอกมัย) เจ้าหน้าที่เอากล้องไปส่ง เขตปทุมธานี ทำให้ต้องรอเมล์ไปอีก 1 คืนกว่าจะออกไปยังศูนย์นครสวรรค์ กล้องถึงไปรษณีย์บ้านผมวันอาทิตย์ วันจันทร์หยุดชดเชยอีก กว่าจะได้กล้องคืนก็เลยกำหนดที่จะต้องใช้ไปแล้ว นี่และครับขั้นตอนการบริหารงานของ 0 ที่ยอดเยี่ยม

ผู้บริหาร JJ หากเพิ่งจะรู้ว่าการส่งสินค้าของท่านไปยังลูกค้า ล่าช้าเพราะขั้นตอน และวิธีการของผู้รับจ้างจัดส่งสินค้า หรือพนักงานของท่านเอง แบบนี้แล้วละก็ ปรับเปลี่ยนได้แล้วครับ

ชื่อเสียงของท่านสร้างมาโดยต้องใช้เวลา และทุนมากมาย คงไม่อยากทำลายมันด้วยการทำงานโดยไม่มีความรับผิดชอบของพนักงาน หรือผู้ร่วมงานของท่าน ด้วยเรื่องง่ายๆ และโดนทำลายแบบปากต่อปากหรอกนะครับ

ตอนแรกคิดว่าจะรอ E420 เป็นกล้องตัวที่ 4 แต่เปลี่ยนใจแล้วครับ ตอนนี้หันไปเล่นตัวอื่น ของค่ายอื่นแล้วครับ

zome
15th April 2008, 20:49
โชคร้ายจัง....ยังไงย้ายค่ายแล้วผ่านมาอย่าลืมเอาภาพสวยๆมาฝากกันด้วยนะครับ :D

Poy-Sian
16th April 2008, 00:24
ขอบคุณที่กลับมาแจ้งข่าวนะครับ เห็นทีผมคงจะตัดสินใจไม่ยาก
หลงรักสาวสวยถูกใจนิสัยดี เจอว่าที่พ่อตาขี้เมาเอาแต่ใจ แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

หลวงลายไทย
16th April 2008, 09:13
http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=17427

ไม่อยากรื้อฟื้นอดีต แต่ไม่อยากให้ JJ เดินซ้ำรอยเดิมโฟโต้ฯ จริง ๆ ครับ
ได้อ่านคำตอบของ อ. เล็ก (รบกวนพาดพิงนิดนึงครับ) ผมว่าคงมีไม่กี่บริษัทที่เสนอทางเลือกดี ๆ ให้ลูกค้าแบบนี้
สมัยนั้นมีคนที่เสียความรู้สึก กับการบริการซ่อม C-5050 และ C-750 ไม่น้อยเลย

C-5050 ผมขายให้เพื่อนไปนานแล้ว มันก็ยังใช้ได้ดีจนถึงทุกวันนี้ แปลกใจกะมันจริง ๆ
เข้ามายืนยันตามLink ครับ
ผมไม่คิดจะคบกันกล้องค่ายนี้อีกแล้วครับ แม้ว่าจะเปลี่ยนตัวแทนไปแล้วก็ตามครับ
เจ้า 5060 ผมเสียไปนานนับปีแล้วครับ เสียเมื่อใช้งานไปได้แค่ 6เดือนครับ ยังมีประกัน แต่ก็ไม่ส่งซ่อมครับ
พอกันทีไม่อยากให้เสียอารมณ์มากไปกว่านี้ครับ(ตอนนั้นตัวแทนยังเป็น FSอยู่ครับ)
กล้องDSLR ของโอลี่นี่ บอดี้แข็งแรง
กล้องโอลี่ เป็นกล้องที่ถ่ายทอดสี ถูกใจผมเป็นอย่างยิ่ง
สีไม่สดจนปรี๊ดแต่ดูดี สีออกเคร่งขึม มีรสนิยมเลยครับ:thumbup:
เป็นกล้องที่ถ่ายฟ้า ได้สวยมากครับ:thumbup:
แต่จากประสบการณ์ที่แย่ของผม คงไม่เอาค่ายนี้อีกแล้วครับ(N)
ตอนนี้เป็นJJ แล้ว เสียงFeedback ก็อ่านๆดู พอจะเดาได้ครับ
แต่ผมขอเล่นกล้องที่มีความชัดเจนดีกว่าครับ
อย่างตอนนี้ มีกล้องคอมแพ็คของโอลี่ ที่Zoomได้ 18X
คนใกล้ตัวผมสนใจมาก เพราะzoomได้เยอะแก่งยาวๆจะช่วยได้มาก
เวลาไปเที่ยวถ่ายคายัคหรือปีนผา คงZoom ถึงตัวผมแน่ๆ
แถม XDการ์ดที่ผมมีอยู่เยอะมาก(ที่เคยใช้กับกล้อง 750และ5060) จะได้เอามาใช้ ดีกว่าเก็บไว้เฉยๆ(ที่จริงไม่ใช่แต่XDนะครับ ทั้งconvertor หรืออุปกรณ์พ่วงต่อก็เยอะครับ อุดหนุนกันมาตลอด....เฮ้อ)
แต่คำตอบผมที่ให้กับเธอสั้นๆครับ "ไม่ซื้อ"
ยอมซื้อการ์ดใหม่ แต่ไม่ยอมเสียอารมณ์อีกครับ
กล้องนะถูกใจครับ แต่ไม่ใช้ครับ
กล้องที่ดีกับกล้องที่เราซื้อ อาจจะไม่ใช่กล้องตัวเดียวกันครับ
รอความชัดเจนเรื่องบริการ ถ้าเสียงตอบรับออกมาดี ผมอาจจะกลับไปใช้โอลี่อีกครับ
แต่ตอนนี้ ผมขอใช้กล้องโหลเพื่อนเยอะก่อนนะครับ

underdog
16th April 2008, 14:06
ระบบกันฝุ่นของโอลี่--- ผมเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ

NikonLy
16th April 2008, 14:31
คงตอบไม่ตรงประเด็นเท่าไหร่ครับ แต่จากประสปการณ์ที่เคยใช้ E-20, E-1, E-300, E-510 ก่อนจะย้ายค่าย ต้องยอมรับครับว่า E-1 ทำออกมาได้ดีีมากๆและผมยังติดใจถึงทุกวันนี้แม้จะย้ายค่ายไปแล้ว
ทั้งเสน่ห์ในการจับถือ ทั้งความคงทน ทั้งไฟล์ภาพที่ได้

ส่วนกับตัวอื่นๆผมเฉยๆครับ ปัญหาหลักของ oly ผมว่าไม่ได้อยู่ Noise ครับ ผมเองไม่ซีเรียสอะไรกับ Noise เท่าไหร่ แต่ที่หนักใจเลยคือ AWB ซึ่งนอกจาก E-1 แล้วทุกตัวที่ผมใช้จะติดเหลืองติดแดงจนต้องมาตามแก้กันให้เสียความรู้สึก

ตัวสุดท้ายที่ใช้เป็น E-1 + 14-54 ชุดนี้ดีจริงๆครับ คุ้มค่าคุ้มราคา และจริงๆผมไม่เคยคิดย้ายค่ายเลยครับ แต่เพราะระบบ 4/3 ดีเกินไปทำให้สามารถใช้มือหมุนได้เยอะอย่างไม่มีข้อจำกัด และผมดันไปเก็บมือหมุนเมาท์ Nikon ซะเยอะ ถึงวันที่มี D70s ผ่านเข้ามาให้ลองใช้ เลยย้ายอออกอย่างงๆเหมือนกัน

ทุกวันนี้ยังเล็งๆ E-1 อยู่ครับ หากมีตัวสวยๆหลุดมาราคาสมน้ำสมเนื้ออาจ ผมได้กลับไป Olympus อีกครั้ง

PHOTO_LIFE
16th April 2008, 14:31
โชคดี ตั้งแต่ใช้มาไม่เคยมีประสพการณ์แย่ๆ ใช้มาหลายค่าย วนไปวนมา สุดท้ายมาตายรังที่โอลี่ แต่กล้องทุกตัวที่เคยใช้มาไม่เคยเสียซักที..ได้แต่ฟังๆเค้ามาว่าค่ายนั้นเป็นอย่างนั้น ค่ายนี้เป็นอย่างนี้....

แต่ถ้ากล้องผมเสียจริงๆ(E1) ก็คงไม่ซีเรียสเท่าไหร่ เพราะราคากล้องหมื่นกว่า แต่ประสิทธิภาพเหลือล้น ใช้แล้วทิ้งหรือไว้ตั้งโชว์ก็ไม่เสียใจครับ

แต่ถ้าซื้อมาราคาแพง ก็น่าเห็นใจครับ ที่มาเจอบริการแย่ๆแบบนี้ แต่ผมมั่นใจว่าค่ายนี้ไม่ใช่ค่ายที่บริการแย่ที่สุดแน่ๆ

watkrab
16th April 2008, 20:22
โชคดี ตั้งแต่ใช้มาไม่เคยมีประสพการณ์แย่ๆ ใช้มาหลายค่าย วนไปวนมา สุดท้ายมาตายรังที่โอลี่ แต่กล้องทุกตัวที่เคยใช้มาไม่เคยเสียซักที..ได้แต่ฟังๆเค้ามาว่าค่ายนั้นเป็นอย่างนั้น ค่ายนี้เป็นอย่างนี้....

แต่ถ้ากล้องผมเสียจริงๆ(E1) ก็คงไม่ซีเรียสเท่าไหร่ เพราะราคากล้องหมื่นกว่า แต่ประสิทธิภาพเหลือล้น ใช้แล้วทิ้งหรือไว้ตั้งโชว์ก็ไม่เสียใจครับ

แต่ถ้าซื้อมาราคาแพง ก็น่าเห็นใจครับ ที่มาเจอบริการแย่ๆแบบนี้ แต่ผมมั่นใจว่าค่ายนี้ไม่ใช่ค่ายที่บริการแย่ที่สุดแน่ๆ


ขอให้โชคดีตลอดไปครับ
ผมก็ไม่ซีเรียสเท่าไหร่หรอกครับ เพราะผมซื้อมาก็ราคาหมื่นกว่าๆ เหมือนกัน

แต่เคยยี่ห้ออื่น เปลี่ยน CCD ให้ฟรี ในระยะเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์

เสียดายความรู้สึกดีดี ที่มีให้กับกล้องโอลี่ ที่ใช้มาเป็นคอมแพ็ค 1 และ DSLR อีก 2 เพิ่งโชคร้ายมาเจอ 0 สุดห่วย บริการแย่ๆแบบนี้ ทำให้เสียความรู้สึกไม่น้อย ท่านอื่นก็มีที่เจอปัญหาคล้ายๆ กัน แต่เขารอกันสูงสุดแค่ 2 เดือนครึ่ง (เท่าที่ได้อ่านกระทู้ห้องโอลี่ ในเวปอื่น) แต่ของผมเข้าเดือนที่ 5 เป็นตัวท่านใดบ้างที่จะนอนใจเย็น ไม่พูดไม่จา ไม่ทุกข์ร้อน คงเพราะว่ามีเงินหาซื้อตัวใหม่มาเล่นแทนต่อไป แต่ผมไม่มีขนาดนั้น ทุกวันนี้ก็อาศัยหลวงเลี้ยงไปวันๆ จนกว่าจะตาย เลยต้องคุยต้องบอกกันบ้าง (ลืมบอกคุณไปว่า ผมคนที่ซื้อ FL20 ไปจากคุณ แต่ไม่ทันได้ใช้ก็ได้ FL36 มาอีกตัว เลยปล่อย FL20 ไปทางโคราช )

JEE
17th April 2008, 00:39
สรุป...ทำไมคนถึงใช้โอลี่น้อย ก็เพราะว่าศูนย์บริการ หรือบริการหลังการขายไม่ดีนั่นเอง หวังว่าคงเฉพาะที่ไทย เพราะต่างประเทศไม่น่ามีปัญหานี้ ถึงเเม้ยอดขายจะไม่ดีทางญี่ปุ่นก็คงไม่มีทางได้รับรู้ปัญหานี้เเน่ว่าจริงๆเกิดจากอะไร นอกเสียจากว่าจะทำเป็นจดหมายทางการเเละลงชื่อผู้ใช้ที่เคยมีปัญหาส่งไปที่ญี่ปุ่นเลย ซึ่งอาจจะไม่ได้ผลหรอกเพราะเป็นเเค่ตัวเเทนจำหน่าย ทางญี่ปุ่นคงไม่เข้ายุ่งย่ามในจุดนี้

ว่าเเต่กล้องดี เเต่ทำไมเห็นเสียกันบ่อยจัง (หรือว่าเฉพาะกล้องคอมเเพคที่เสียบ่อย) หากไม่เสียก็คงไม่ต้องเข้าศูนย์บริการ

zome
17th April 2008, 00:44
ยังไงก็เอาใจช่วยคุณลุง watkrab ให้ปัญหาได้รับการแก้ไขได้ด้วยดีครับ...:redface:

Omer
17th April 2008, 07:20
ความจริง Oly ไม่เสียบ่อยนะ แต่ถ้าเสียขึ้นมาหล่ะก็... Jackpot เลยครับ :spineyes: ก็ไม่รู้เพราะไอ้ที่เสียกันน้อย แถมยังมีคนใช้น้อย เลยทำให้การดูแลเรื่องบริการหลังการขายไม่ค่อยน่าประทับใจหรือปล่าวครับ แต่ถ้ามาคิดดูอีกที ในเมื่อมีเสียมาน้อย งานก็ต้องมีน้อย การจะจัดการให้ได้ดี ก็ไม่น่าจะยากมากนัก ก็อยากให้ทางผู้บริหาร JJ เร่งทำด้านนี้ก่อนเลยครับ ก่อนที่จะมีผู้ใช้มากขึ้น เพราะงานก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ถ้าขนาดไม่มากอย่างนี้ยังมีปัญหา ไม่รู้ถ้ามากจะเป็นอย่างไร

ถ้าคิดแบบทหาร Sale ก็เหมือนทหารแนวหน้า คอยยึดพื้นที่ใหม่ๆต่อไป งาน Service ก็เหมือนหน่วยรักษาที่มั่น ที่ดูแลพื้นที่ๆยึดเป็นของเราได้แล้ว งาน Sale จึงมีปริมาณงานเท่าเดิม แต่ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสุดท้ายต้องไปแย่งพื้นที่ของคนอื่น ส่วนงาน Service ความยากง่ายคงที่ แต่ปริมาณงานจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้า Service เราไม่ดี ก็ย่อมเป็นจุดให้ Sale ของค่ายอื่นมายึดพื้นที่เราคืนได้ ดังนั้น Sale ของเราก็ต้องทำงานหนักขึ้น ไหนจะต้องยึดพื้นที่ใหม่ๆ ไหนจะต้องกลับมายึดคืนพื้นที่เก่าที่เสียไปเพราะหน่วยรักษาที่มั่นไม่ดี แถมพื้นที่เก่าพวกนี้ยึดคืนยากซะด้วยสิ เพราะเค้ารู้อะไรหมดแล้ว ทางที่ดี ทำให้หน่วยรักษาที่มั่นแข็งแกร่งดีกว่าครับ Sale จะได้มุ่งมั่นแต่ขยายพื้นที่ใหม่ๆต่อไป

Cavalier
17th April 2008, 09:32
เบอร์ แฟ็ก และ อีเมลล์ ของ Jebsen & Jessen ครับ

http://www.marketing-thai.jjsea.com/rhapsody_display.asp?id=40C42761-C98B-4860-811C-C787C8789FC3

ผมไม่แน่ใจว่าถ้าแจ้งปัญหาให้กับทางMDทราบแล้ว เขาจะปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นกว่านี้หรือเปล่า

อยากจะให้ปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่านี้

watkrab
17th April 2008, 10:28
เบอร์ แฟ็ก และ อีเมลล์ ของ Jebsen & Jessen ครับ

http://www.marketing-thai.jjsea.com/rhapsody_display.asp?id=40C42761-C98B-4860-811C-C787C8789FC3

ผมไม่แน่ใจว่าถ้าแจ้งปัญหาให้กับทางMDทราบแล้ว เขาจะปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นกว่านี้หรือเปล่า

อยากจะให้ปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่านี้


ขอบคุณในปรารถนาดีของคุณ Cavalier และกำลังใจจากคุณZOME มากครับ


การติดต่อทั้งหมดของผม ผ่านทาง แผนก SERVICES

คุณติยาภรณ์ ตันตยานุสรณ์

โทร 02-7878-111

อีเมล : tiyaporn_t@jjsea.com

และตรวจซ่อมโดย ช่างสมเกียรติ
ยังขาดแต่คุณบุษบา ธรรมเชื้อ (เท่านั้นที่ยังไม่ได้ติดต่อ)


แบบนี้แล้วยังไม่ถูกทาง คงต้องคุยกับ คุณสมยส ผจก.ฝ่ายซ่อม หรือไม่ก็ คุณจรัสพงษ์ ที่บอกว่าจะบริการหลังการขายให้อยู่ในระดับ A- ( บริการในญี่ปุ่น = A+ ) กระมังครับทุกๆ ท่าน



(N)

watkrab
17th April 2008, 17:22
กลับมาแจ้งความคืบหน้าเรื่องซ่อมกล้อง E410 ครับ

วันนี้ เวลา 15.35 น. ผมหมดความอดทนที่จะรอให้ทาง JJ ติดต่อกลับมาเองไม่ไหว เลยส่งอีเมลไปหาคุณบุษบา ธรรมเชื้อ พร้อมทั้ง Forward all email เดิมที่เคยติดต่อกับคุณติยาภรณ์ ตันตยานุสรณ์ ไปให้ด้วย พร้อมกับลิงค์กระทู้นี้ส่งไปให้ดูด้วยครับ

(ก่อนหน้านี้ก็เคยขอเบอร์ผู้จัดการฝ่ายซ่อม จากบุคคลที่สนิทสนมกับ MD JJ แต่ได้รับคำตอบสั้นๆ ว่า รู้จักแต่ MD ไม่รู้จักฝ่ายซ่อม ประทับใจมากเลยครับกับท่านที่เชิญชวน MD มาร่วมจัดทริปเปิดตัว E3 และทริปอื่นของโอลี่ได้ แต่ติดต่อฝ่ายซ่อมให้ไม่ได้ ผมเลยไม่สอบถามอะไรอีก โพสทำนองนี้อีก 2-3 กระทู้ในบอร์ดห้องนั้น ก็เงียบเหมือนเป่าแท่งหิน)

ปรากฎว่าได้ผลอย่างรวดเร็วทันใจ ตอบอีเมลมาเมื่อเวลา 16.00 น. ข้อความตามนี้ครับ

ขอบคุณที่ติดต่อมาเกี่ยวกับปัญหาด้านล่างนี้ ซึ่งบุษบา ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ และได้จัดส่งเมล์ของคุณไปให้ทางคุณวิรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายบริการ เพื่อตรวจสอบปัญหากับทางทีมงานว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมถึงเกิดปัญหาล่าช้า ซึ่งทางคุณวิรัตน์ จะทำการติดต่อกับทางคุณ w.watana เพื่อแจ้งความคืบหน้าให้ทราบโดยด่วนค่ะ และถ้าหากคุณ w.watana มีข้อซักถามเพิ่มเติม รบกวนติดต่อคุณวิรัตน์โดยตรงได้ที่ โทร 0 2787 8180 หรือ Email: wirut_u@jjsea.com

ขอบคุณค่ะและขออภัยอีกครั้ง มา ณ ที่นี้
บุษบา ธรรมเชื้อ


ซึ่งก่อนหน้าที่จะเข้ามาดูอีเมล เวลา 16.28 คุณวิรัช ผจก.ฝ่ายบริการ ได้โทรไปแจ้งให้ส่งกล้องเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนอะไหล่ได้เลย เพราะว่าอะไหล่มาถึงศูนย์ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนนี้ และยอมรับว่าทางศูนย์สั่งอะไหล่มาผิดหลายชิ้น แต่ตอนนี้มีหมดทุกชิ้นแล้ว (ครั้งสุดท้ายส่งกล้องคืนผมต้นเดือนธันวาคม 50 อะไหล่มาถึงต้นเดือนเมษายน 51 รวมเวลา 5 เดือน หากนับช่วงแรกที่รอสั่งอีก 1 เดือน เป็น 6 เดือน)

จึงขอให้คุณวิรัช ช่วยตอบมาให้เป็นอีเมล์ พร้อมแจ้งค่าอะไหล่+ค่าแรง+ค่าภาษี อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เพราะเกรงว่าทำไปทำมาค่าอะไหล่จะเกินจริงน่ะครับ เลยเอามาแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของ JJ ได้ออกมายอมรับผิดเรียบร้อยแล้ว แล้วจะนำความคืบหน้ามาแจ้งอีกครั้งครับ

ขอบคุณทุกๆ ท่านที่เข้ามาเป็นกำลังใจให้ครับ และหากว่ากล้องของท่านมีปัญหา ติดต่อโดยตรงกับคุณวิรัตน์ ได้ที่ โทร 0 2787 8180 หรือ Email: wirut_u@jjsea.com
(wirut_u@jjsea.com)

Omer
18th April 2008, 00:20
ขอให้จบอย่าง Happy ending นะครับกรณีของคุณ watkrab นี่

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็ขอฝาก JJ ว่า อย่างจบแล้วจบเลยนะครับ อยากให้หาสาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดนี้ขึ้นมาด้วย ไม่ใช่เพื่อจะนำคนผิดมาลงโทษหรอกนะครับ เพราะมันไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่อยากให้เป็นกรณีศึกษา และหาทางแก้ไขและป้องกัน เพื่อที่ว่าในอนาคตจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกงัยครับ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของ JJ สืบไป และเพื่อความอุ่นใจของพวกผมครับ จะได้อยู่ด้วยกันไปอีกนานๆนะครับ

ผมยังเชื่อใจและมั่นใจใน JJ อยู่ และก็อยากให้คนอื่นๆเชื่อและมั่นใจใน JJ เหมือนผมด้วย แต่ผมคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากจะฝาก JJ ให้ทำแทนผมเท่านั้นแหล่ะครับ

PHOTO_LIFE
18th April 2008, 08:14
มาเอาใจช่วยลุงwat ครับ ขอให้จบลงด้วยดีครับ

jack_manunited
18th April 2008, 09:39
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็ขอฝาก JJ ว่า อย่างจบแล้วจบเลยนะครับ อยากให้หาสาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดนี้ขึ้นมาด้วย ไม่ใช่เพื่อจะนำคนผิดมาลงโทษหรอกนะครับ เพราะมันไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่อยากให้เป็นกรณีศึกษา และหาทางแก้ไขและป้องกัน เพื่อที่ว่าในอนาคตจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกงัยครับ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของ JJ สืบไป และเพื่อความอุ่นใจของพวกผมครับ จะได้อยู่ด้วยกันไปอีกนานๆนะครับ



เห็นด้วย ครับคุณ Omer เป็น กรณีศึกษาเลย นะครับ JJ สินค้าดีแต่เจอบริการหลังการขายแย่ ก็เจ้งมาเยอะแล้ว ซึ่งผู้ที่ติดต่อกับลูกค้าจะเป็นพนักงานระดับปฏิบัติการ บางครั้งพวกระดับบริหารไม่ได้ลงมาดูแล หรือไม่รู้การกระทำของระดับปฏิบัติการ อันนี้ผมว่าเป็น ความรับผิดชอบของผู้บริหารเลยนะครับ คุณอย่า คิดว่ามันแค่ 1 คนที่มีปัญหา ลองคิดดู ถ้าคุณ Watkrap เขาไม่ใช้สินค้า oly แล้ว ถ้าเพื่อนๆ เขามาขอคำแนะนำเรื่องจะซื้อกล้องใหม่ เขาก็จะไม่แนะนำ oly ซึ่งอันนี้มันจะเป็น ลูกโซ่ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คนที่แย่ก็คือ JJ และ olympus เองนะครับ ไม่อยากให้สินค้าดีๆ ต้องหายไปจากตลาด เพราะบริการหลังการขาย (เท่าที่ได้ข้อมูลอ่านใน web เพราะผมไม่เคยใช้บริการหลังการขาย และไม่อยากใช้ด้วย ฮา…) ผมเป็นมือสมัครเล่นชอบถ่ายรูปเพราะใจรัก ก่อนหน้านี้ ผมเคยคิดเปลี่ยนค่าย ตอนนั้นเล็ง 40D ถือตังค์ ไปแถวสะพานตากสิน ครับ สุดท้ายกลับมาพร้อม zuiko 50-200 ตอนนี้จะไป E-3 เลยต้องคิดหนักเลย

ยังไง ก็ เอาใจช่วย คุณ Watkrap ให้จบลงด้วยดี ครับ

toy ki
18th April 2008, 11:06
ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้ oly ครับ ทีแรกเพื่อนบอกซื้อมาได้ไง แต่พอได้ไปถ่ายภาพด้วยกันกับเพื่อนที่ใช้ ยี่ห้อ ที่คนชอบใช้กันสองยี่ห้อ พอเอาภาพมาดูกัน ผมว่าไม่ได้อายเขาเลยนะครับ พวกมือใหม่ ห่วงแต่เรื่อง ยี่ห้อ ถ่ายออกมาไม่สวย ก็โทษกล้อง กับอุปกรณ์ แต่ไม่ได้หันมามองตัวเอง ว่าเข้าใจหลักการถ่ายภาพหรือเปล่า กล้องแต่ละยี่ห้อก็มีเอกลักษ์ของมัน พยายามงัดความสามารถของมันออกมาให้ได้มากที่สุดเป็นดีครับ แต่เรื่อง oly ผมกล้าฟันธงว่าคิดไม่ผิดครับที่ใช้

Cavalier
18th April 2008, 15:27
ยินดีกับคุณ watkrab ด้วยนะครับ ^ ^
ไม่แน่ว่าคุณ watkrab อาจจะทำให้ทางJJคิดจะปรับปรุงตัวเองก็เป็นได้
ผมได้แต่หวังอย่างนั้น
เพราะเนื่องจากตอนนี้ผมกำลังวางแผนจะซื้อกล้องSLRตัวแรกในชีวิต
และกล้องตัวแรกของผมก็อยากจะให้เป็น OLYMPUS
เหตุนี้ก็เพราะตามสไตล์อะไรๆหลายๆอย่างของผมนั้นคงจะเข้ากับOLYได้ดี
(จากที่ศึกษาก่อนซื้อกล้องหลายๆตัว)

หวังว่าJJคงจะทำให้ผมอุ่นใจได้ในอนาคต ก็ได้แต่หวัง...

ถ้าเปรียบให้"กล้องOLYMPUSเป็นงานที่ดี ก็อยากจะให้๋๋JJเป็นบ้านที่อบอุ่น"
พร้อมจะพึ่งพาได้ยามที่มีปัญหาในการงาน

โป๊ยเซียน
19th April 2008, 14:43
จากกรณีของคุณ watkrab รอซ่อมเป็นเวลาครึ่งปี จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
ผมก็คงไม่ซื้อโอลี่อีกแล้วครับ คิดเหมือนคุณหลวงลายไทย (ฝันร้ายจากโฟโต้ฯ) :redface:

ค่ายอื่นก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป

โครงสร้างแข็งแรงทนทาน แต่อุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์เอาแน่นอนอะไรไม่ได้
ระบบกันฝุ่น และ pixel mapping เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากวุ่นวายกับศูนย์บริการบ่อย ๆ
กล้องผมไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่นเข้า CCD ส่วนเวลาเจอ bad ก็สั่ง pixel mapping เอาเอง ง่ายดี
แต่ถ้ามันเสียหายหนักก็ต้องเข้าศูนย์อยู่ดี แล้วมันก็จะเหมือนหนังเรื่องเก่าที่ฉายซ้ำ :dry:

ถ้าซื้อของใหม่ตอนนี้ ผมจะให้ความสำคัญเรื่องการบริการเป็นอันดับแรกบ้าง :kiss:

VJ-ALPINA
19th April 2008, 19:47
ดีแล้วครับ ไม่โหลดี เหมือนนานๆทีจะเห็น BMW วิ่งสักคันท่ามกลาง Benz หรือโตโยต้า ถ้าคุณเคยขับ BMW จะรู้ทันทีว่าทำไมคนถึงเลือกขับ BMW



เห็นด้วยเป้นอย่างยิ่ง อิอิอิอิ เลือดผมมันเป็นสีฟ้าขาว(BMW) ปนน้ำเงิน (olympus)

top41
20th April 2008, 00:04
ผมเล่น มินอลต้าครับ
เสียงเล็กก่าอีก (หรือเปล่าหว่า)
แต่ไงไม่ย้ายค่ายแน่ (เพราะงบบ่มี) :good:

PHOTO_LIFE
20th April 2008, 09:18
ผมเล่น มินอลต้าครับ
เสียงเล็กก่าอีก (หรือเปล่าหว่า)
แต่ไงไม่ย้ายค่ายแน่ (เพราะงบบ่มี) :good:

เป็นอีกค่ายหนึ่งที่ผมอยากจะกิ๊กด้วย...ชอบสีสันและสกินโทนแบบD7Dมากๆครับ แปลกเหมือนกันทำมันชอบเป็นคนส่วนน้อยก็ไม่รู้

dill
20th April 2008, 13:28
สมัยก่อน oly ขึ้นชื่อเรื่อง noise แต่เดี๋ยวนี้ก็ดีขึ้นแล้วนะครับ ผมว่าคงเป็นตรงจุดนี้แหละ

jack350d
20th April 2008, 14:33
ผมชอบ โทนสีของ olympus ครับ และ กำลังหาเงินไปซื้อ E510 + 12-60mm 1:2.8-4 SWD
ผมชอบทั้ง canon และ olympus เพราะ มีข้อดีที่ถูกใจผมมากๆ ทั้ง 2 ยี่ห้อ และผมก็รับได้ กับข้อเสียของทั้ง 2 ยี่ห้อ เช่นกัน

ใช้แล้วรู้สึก มั่นใจ สบายใจ ภูมิใจ ไม่เดือดร้อนใคร ชอบยี่ห้ออะไร ก็ใช้แบบที่เราชอบเถอะครับ

top41
21st April 2008, 07:32
เป็นอีกค่ายหนึ่งที่ผมอยากจะกิ๊กด้วย...ชอบสีสันและสกินโทนแบบD7Dมากๆครับ แปลกเหมือนกันทำมันชอบเป็นคนส่วนน้อยก็ไม่รู้

ลองไป photohobby.net สิครับ
ไม่ส่วนน้อยแน่นอน อิอิ

จริงๆผมว่าเป็นเพราะบริษัทมันไม่ดังนักในปัจจุบัน เนื่องจากมานกลายเป็นโวนี่แล้ว

ซึ่งคนหลายคนก้ยังคึดว่า Sony เป็นหน้าใหม่จึงวางใจ Canon Nikon มากกว่ามั้งครับ

เดียวอีกไม่นาน Sony ก็บุกล่ะ

Cavalier.
21st April 2008, 10:38
http://www.4-3system.com/modules/news/article.php?storyid=131

E-520 กำลังจะออกมา อิ อิ (รึป่าว)

:good:

Sweet Oil
21st April 2008, 16:18
ไปเจออีกความเห็นมาค่ะ แทบจะเป็นลม ^__^' ขอบอกไว้ก่อนว่าไม่ค่อยสร้างสรรเท่าไหร่นะคะ :dry:

http://www.thaidphoto.com/forums/showpost.php?p=633802&postcount=53

Carbon
21st April 2008, 17:59
อ่านเรื่องราวมาทั้งหมด

จากที่ตั้งใจจะซื้อ E420 ตอนที่มีขายในเมืองไทย เพราะชอบอะไรหลายๆอย่าง
แต่ตอนนี้ ขอชลอดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆก่อนครับ .... การ support ของฝ่าย
service ของ JJ ทำให้ผมรู้สึกไม่น่าไว้วางใจ

Omer
21st April 2008, 19:04
ไปเจออีกความเห็นมาค่ะ แทบจะเป็นลม ^__^' ขอบอกไว้ก่อนว่าไม่ค่อยสร้างสรรเท่าไหร่นะคะ :dry:

http://www.thaidphoto.com/forums/showpost.php?p=633802&postcount=53
สำหรับคนนี้ ไม่แปลกหรอกครับ ปล่อยๆเค้าไปเหอะ ขนาด Login ยังต้องถอดมาเลย แค่นี้ก็เห็นแล้วว่า ที่เขียนมา กล้ารับผิดชอบแค่ไหน ในเมื่อเป็นคนไม่กล้ารับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ ก็ไม่ต่างอะไรกับหมาเห่าใบตองแห้งแหล่ะครับ สนใจไปก็เสียเวลาเปล่า ไร้สาระ...

โป๊ยเซียน
21st April 2008, 20:34
เรื่องแบบนี้มีทุกวงการครับ ตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ ไปจนถึงการเมือง ก็ไม่รู้ว่าจะต้องการสร้างความแตกแยกไปทำไมเหมือนกัน

Brand royalty มันไม่ได้ช่วยให้เราได้กล้องใช้ฟรี ไม่ว่าจะค่ายไหน ๆ ยังไงเราก็จ่ายเงินซื้อเองอยู่ดี
หรือบางทีกล้องที่ดีที่สุด ก็อาจไม่ใช่กล้องที่เหมาะกับเราก็ได้

ความเห็นของคนเป็นร้อยเป็นพัน สิ่งไหนไม่เกิดประโยชน์กับเรา ก็ผ่านไปไม่ต้องเก็บมาคิดก็ได้ครับ

:redface:

VJ-ALPINA
22nd April 2008, 00:28
ประโยคที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้อาจจะดูรุนแรง แต่มันอาจจะทำให้เห็นภาพอะไรบางอย่าง ถ้าคิดว่าไม่เหมาะสมก็ ลบได้เลยนะครับ

" ถ้าวันนึงใครคนใดคนนึง ไปถูกใจโสเภณีขึ้นมาซักคน แล้วหลงรัก รักมากแทบจะถวายชีวิตให้ "

ประเด็นคือ โสเภณีคนนั้น เค้ามาเป็นโสเภณีเพื่ออะไร โสเภณีเป็นคนเลวทุกคนรึป่าวในสายตาคุณ โสเภณีบางคน อาจจะไม่ได้เลวแบบที่คุณคิด แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้

กล้องที่คุณเห็นว่าดีน่ะ ยี่ห้อใดๆ มันมีจุดด้อยทั้งนั้นแล่ะ มันไม่ใช่สาวบริสุทธิ์หรอก
กล้องที่คุณเห็นว่าห่วยแตกสำหรับคุณ มันก็เหมือนกับ คุณมองโสเภณีว่าเลวโดยที่คุณไม่รู้จักเค้าอย่างแท้จริง

กล้องดีในสายตาเรา ไม่ได้หมายความว่าเราจะชอบ
กล้องที่เราไม่ชอบ ไม่ได้หมายความว่า กล้องตัวนั้นไม่ดี

ผมไม่ได้ปกป้องใครทั้งนั้น และผมก็ไม่ได้โจมตีใคร ใครที่รู้จักผม ทั้งในจอคอมและนอกจอคอม จะรู้ว่า ผลงานผมหลายๆชุดที่ผ่านมา ผมใช้กล้อง Canon แต่วันที่ผมมีปัญญาจะซื้อกล้องของตัวเอง ผมเลือก Olympus ผมไม่เคยติ ว่า Canon ไม่ดี แต่ไม่เคยชมว่าแคนอนเจ๋งที่สุด และผมไม่เคยเอ่ยปากเลยว่า Olympus เป็นกล้องดี แต่ก็ไม่เคยติว่า Olympus มีอะไรไม่ดี ทุกคนมีข้อดีข้อเสีย

คนที่เขียนข้อความ ในความคิดเห็นนั้น อาจจะนิสัยดีมากแต่ปากหมา บางคนอาจจะนิสัยเลวทรามต่ำช้า แต่พูดดี มีถมไป เปิดตามองคนอื่นเค้ามั่ง มองให้กว้างๆ แล้วจะเข้าใจอะไรอีกเยอะ

JEE
22nd April 2008, 01:56
คนที่เขียนข้อความ ในความคิดเห็นนั้น อาจจะนิสัยดีมากแต่ปากหมา บางคนอาจจะนิสัยเลวทรามต่ำช้า แต่พูดดี มีถมไป เปิดตามองคนอื่นเค้ามั่ง มองให้กว้างๆ แล้วจะเข้าใจอะไรอีกเยอะ
ของเเบบนี้บางทีมันก็อยู่ผิดที่ผิดเวลาล่ะครับ เคยเห็นมั๊ยครับ ปากหมายังได้เป็นนายก..บางครั้งสิ่งที่เราๆท่านๆมองไม่เห็น เเต่มีคนบางคนที่มองเห็น เพียงเเค่มองคนละมุม บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้ จริงๆเเล้วเราอาจไม่รู้ก็ได้

supernait
23rd April 2008, 00:43
ปากหมายังได้เป็นนายก..
:clap: :clap: :clap: :clap:

บอยคนเดิม
23rd April 2008, 00:47
เป็นคำถามที่ดีมากครับ ไม่ทราบว่าหลายๆท่านที่ใช้กันอยู่พอทราบหรือเปล่า ขอย้อนประวัติอันน่าเศร้าของOly DSLR แบบสั้นๆนะครับ

1. ปลายยุค90 ชาวบ้าน[ไม่รวมOly]เริ่มคิดดัดแปลงกล้องDSLRเพื่อตลาดมวลชนโดยใช้พื้นฐานจากกล้องfilm 35mmและ APS

2. Olyไม่ตาม แถมบอกว่าคนอื่นมั่วไม่มียุทธวิธีที่พร้อมสำหรับอนาคตdigital ไม่มีมาตรฐานเดียวกัน เพราะจับแปลงมั่วซั่วทั้งกล้อง film35mmและAPS ใช้ขนาดเซ็นเซอร์และแก้วเลนส์มากเกินความจำเป็นสำหรับdigital SLR

3. ต้นยุค2000 OlyจับมือกับKodak หึกเหิมประกาศว่าจะออกมาตรฐานใหม่ให้กับวงการDSLRด้วยเซ็นเซอร์ขนาดเล็ก4/3นิ้วที่เหมาะสมกว่าสำหรับยุคdigitalและจะช่วยในการออกแบบเลนส์สำหรับdigitalให้ดีขึ้นเบาขึ้นไม่กินแสง มาตรฐานที่ค่ายอื่นต้องตาม

4. สามปีต่อมาก็ยังไม่มีค่ายไหนบ้าจี้ตาม ชาวบ้านออกกล้องDSLR เซ็นเซอร์APS[ใช้กับเลนส์เก่าได้]มาเพียบ Olyก็เพิ่งจะเปิดตัว E-1 พร้อมกับเซ็นเซอร์ตัวจิ๋วที่โม้มานาน3ปีและเลนส์แพงๆอีก5-6ตัว

5. อีกสามปีผ่านมามีPanasonicมาเป็นคู่ค้าทางการเมืองเพื่อความอยู่รอด แต่ก็ยังใช้เซ็นเซอร์ไซ้ส์เดิม เล็กกว่า Canon เกือบ 40% และ Nikon กว่า50% เลนส์ก็ยังไม่หลากหลายและแพงอยู่ สาวกต้องข้ามค่ายบ้างใช้manual focusรุ่นเก่าบ้าง

6. วันนี้ ผู้บริโภคไม่บ้าจี้ตามOly เพราะรู้ว่าเซ็นเซอร์ที่ใหญ่ต้องให้ภาพที่ดีกว่า noiseและdynamic rangeที่ดีกว่า สังเกตง่ายๆที่ห้องซื้อขาย หลายท่านขายCanon EOS 40Dทิ้งไปเอา5Dซึ่งเป็นกล้องที่ช้ากว่า โบราณกว่า แถมเสี่ยงกระจกหลุด

แล้วจะเป็นเสียงส่วนใหญ่ได้ยังไงละครับ มีเหตุผลอื่นๆอีกที่ผมเคยตอบในห้องcanonแล้วครับ มีคนเอามาโพสในห้องนี้ด้วยครับ ผิดเพี้ยนประการณ์ใดอยากให้ท่านที่คิดว่ารู้จริงช่วยชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ


คือตัวผมเองก็ชอบกล้อง Olympus ครับ เพราะว่าเป็นกล้องที่ดีและสมกับราคา แต่... ทำไมคนส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้กล้องยี่ห้อเช่นจำพวก Canon หรือ Nikon มากกว่าเหรอครับ? 10คนจะเห็นใช้ Olympusสัก2คน แล้วอ่ะไรที่ทำให้กล้อง Olympusมีเอกลักต่างจากล้องยี่ห้ออื่นเหรอครับ ใครมีประสบการณ์ ช่วยๆกันออกความคิดเห็นเหน่อยน่ะครับ ------> มือใหม่มากๆครับ

watkrab
23rd April 2008, 08:19
กล้องก็ออกจะห่วยตามที่ใครๆว่าก้น แต่ E510 + E3 ทำไมไปติด The 5 Best SLR Cameras แถมว่า E510 เป็น 1 เดียวเท่านั้น ทีเหลือเป็นกล้องระดับโปรหมด กล้องยี่ห้อดังๆ หายไปไหนกันหมดไม่เข้าใจ

http://tech.msn.com/products/slideshowspecials.aspx?cp-documentid=6748435

watkrab
23rd April 2008, 08:24
ผู้เชี่ยวชาญเื่องกล้อง จะรู้ไหมน๊าว่ากล้องโอลี่ในภาพนี้
ผลิตมาเพื่ออะไร ให้หน่วยงานไหนใช้ ค่ายดังๆ ไปไหนกันหมด

zome
23rd April 2008, 09:01
อาว....เหรอคุณ บอย ใช้ Oly มาตั้งนานผมพึ่งรู้... อ้อยังไงคุณ บอยลองหาข้อมูลอัพเดทเกี่ยวกับ Olyอีกทีนะครับ อาจมีอะไรเข้าใจผิดกันอยู่ หรือเริ่มต้นจากหัวข้อกระทู้แนะนำจากห้อง Oly ได้ครับ หากจะเปลี่ยนใจมาเป็นย้ายมาเป็นแฟนคลับในห้องนี้ก็ขอต้อนรับเพื่อนๆในห้องนี้น่ารักทุกคนครับ :D

Omer
24th April 2008, 19:51
ผมว่าคุณ บอยคนเดิมก็รู้อะไรอยู่บ้างแหล่ะ เพียงแต่เลือกที่จะมองมุมเดิม เลือกที่จะแสดงจุดยืนเดิมๆ ทั้งๆที่ก็รู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ผมเลยไม่อยากจะมาอธิบายในเรื่องที่คุณก็รู้อยู่แล้ว แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้เพราะจุดยืนเดิมๆมันบังคับให้ต้องทำอย่างนั้น

ก็พยายามเข้าเถอะครับ พยายามหาอะไรมากล่าวมาอ้างเหตุผลที่คุณยังยึดถืออยู่ตรงนั้น มันจะแสดงให้เห็นเองว่า คุณก็รู้อยู่แล้ว แต่แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจซะอย่างนั้น กลัวว่าคนอื่นจะมาว่าได้ว่า ไม่มีจุดยืน ถึงแม้จะเข้าใจว่า มุมมองที่ตนเองว่ามามันยังไม่ค่อยเข้าท่า แต่ก็อ้างไป ทำไปเถอะครับ คนอ่านเค้าอ่านไปก็จะรู้เองว่า คุณคิดอะไร อย่างไรอยู่ และสุดท้ายมันจะมาหักล้างจุดยืนที่คุณพยายามแสดงออกมาเองแหล่ะครับ

ความคิดของคุณบอยฯที่ผมรู้สึกแปลกๆก็คือความคิดที่ว่า "ทุกอย่างในโลกนี้ต้องเหมือนกัน เราต้องทำตามคนอื่นหรือไม่ก็ให้คนอื่นทำตามเรา" ในความเป็นจริงมันเป็นอย่างนั้นด้วยหรือ ผมรู้สึกว่าความคิดที่คุณบอยฯแสดงออกมา เหมือนคุณยังไม่เข้าใจโลกใบนี้ซักเท่าไหร่ เหมือนคนที่คิดว่าทุกอย่างเป็นตรรกะ ทั้งๆที่ยังไม่สามารถรู้ตัวแปรทั้งหมด ก็คาดเดาไปเป็นตุเป็นตะเอาซะแล้ว อันนี้นะ ถ้าพูดง่ายๆก็คือ "ยังเด็กเกินไป" ต้องรอให้ผ่านร้อนผ่านหนาวให้มากกว่านี้หน่อย ก็จะเข้าใจโลกใบนี้มากขึ้น

มันไม่มีการแพ้ชนะกันอย่างขาดลอยเหมือนในเกมส์ Simulation อย่างที่ใครๆเล่นหรอกครับ มันไม่มีทางใดถูกหรือผิดโดยสมบูรณ์หรอกครับ ไม่มีใครบอกได้ว่า มันแพ้หรือชนะ จนกว่าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะออกมายอมรับแล้วเท่านั้น ถ้าเรื่องแค่นี้คุณยังไม่เข้าใจ ผมว่าคุณ ยังเด็กเกินไป

chidezee
24th April 2008, 20:47
ขอบคุณพี่บอยคนเดิมครับ ที่ให้ความรู้เพิ่มเติมจากที่ผมทราบมา

แต่กล้องตัวต่อไปก็ยังเป็น Oly ครับ ฮิๆๆๆ (ตกลงว่าผมโง่ หรือเปล่าหว่า):knock:

ta_eka
24th April 2008, 21:28
ผมไม่รู้ว่าประวัติความเป็นมาของกบน้อยมาก่อน ต้องขอขอบคุณคุณบอยที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ผมรู้แต่เพียงว่ากล้องดิจิตอลตัวแรกในชีวิตผมก้คือ C5050 มือสองสภาพดี ตามมาด้วย C8080 สภาพเยียม ตบหน้าตัวเองอย่างแรงในความโง่ของตัวเองที่รักหัวปักหัวปำกับเจ้ากบน้อยด้วย E330 และคงต้องใส่เขาให้ตัวเองแน่ๆเมื่อใจมันเรียกหาแต่ E3 ขอบคุณกบน้อยที่ทำให้เราแตกต่างจากคนอื่นๆ .....รักนะกบน้อย

VJ-ALPINA
24th April 2008, 21:31
ถ้าคนที่เค้าไม่ติดตามจริงๆจังๆ คงไม่รู้ลึกรู้ละเอียดขนาดนี้มั้งครับ

แล้ว คุณบอย... คิดอะไรอยู่ครับ รู้ลึกดี ขอบคุณสำหรับข้อมูลทั้งโอลี่ และ ข้อมูลทางด้านความคิดคุณบอยนะครับ

บอยคนเดิม
24th April 2008, 23:37
ยังรอผู้ที่คิดว่ารู้จริงมาช่วยชี้แนะอยู่นะครับ ขอบคุณครับ

ในมุมมองส่วนตัวของผมเอง Olympusมีดีทุกอย่างเหนือค่ายอี่นๆ ถ้าอ่านอยู่ในห้องนี้คงไม่ต้องอธิบายกันแล้ว หลับตาจับดูก็รู้ DNAของOlyมีอยู่ในกล้องและเลนส์ที่ผลิตทุกตัวแต่ในอดีต

แต่เมื่อวันที่กล้องfull frame ของCanon Nikon และ Sony ราคา50,000บาท คุณว่าE-4 หรือ E-5 ยังจะใช้ เซ็นเซอร์ขนาด4/3"อยู่หรือเปล่าครับ? คุณว่าOlympusจะสามารถบีบคั้นความสามารถของเซ็นเซอร์ขนาด4/3"ให้เทียบเท่าหรีอใกล้เคียงกับเซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าถึง250%ไหมครับ? ถึงทำได้จริงผู้บริโภคตาดำๆจะเชื่อไหมครับ? จะมีงบการตลาดไปต่อกรกับเขาไหมครับเมื่อกระแสของfull frameมาจากผู้นำตลาด

สักวันอันไม่ไกลนัก คุณว่าOlympusจะยอมรับในการตัดสินใจที่มองการสั้นและประเมินความเร็วของการเติบโตของเทคโนโลยีต่ำเกินไปหรือไม่ครับ?

เหตุผลทั้งหลายในอดีตที่ว่า4/3ได้เปรียบหรือดีกว่าใครยังจะฟังขึ้นไหมครับ? หรือจะฟังเหมีอนเป็นข้ออ้างหรือpropagandaมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อตัวแปรของราคาและเทคโนโลยีการผลิตเปลี่ยนไป

ผมอาจจะมองตี้นๆแคบๆ แต่ผมว่าผู้บริหารOlympus Imagingคงเริ่มนับวันจุดจบของระบบ4/3แล้ว น่าเสียดายที่เลนส์ Zuiko Digital 4/3 ด้วยการออกแบบชิ้นเลนส์ที่เล็ก คงใช้กับเซ็นเซอร์ตัวใหม่ไม่ได้ โชคดีสำหรับคนไทยที่ชอบmanual focus คงเอาไปใช้ต่อได้

Olyตัวต่อไปของผมคงไม่ใช่เซ็นเซอร์4/3"ของPanasonicแน่นอนครับ

ยังรอผู้ที่คิดว่ารู้จริงมาช่วยชี้แนะอยู่นะครับ ขอบคุณครับ


ถ้าคนที่เค้าไม่ติดตามจริงๆจังๆ คงไม่รู้ลึกรู้ละเอียดขนาดนี้มั้งครับ

แล้ว คุณบอย... คิดอะไรอยู่ครับ รู้ลึกดี ขอบคุณสำหรับข้อมูลทั้งโอลี่ และ ข้อมูลทางด้านความคิดคุณบอยนะครับ

VJ-ALPINA
25th April 2008, 00:11
ตอบขนาดนี้นี่แล่ะ เค้าเรียกรู้จริง แหม่ อ่านได้ขาดมากๆ รู้ถึงขนาดอ่านใจผู้ผลิตออกด้วย นี่แล่ะครับ เจ๋งจริง ถ้าภาษายอดฮิตตอนนี้เค้าต้องเรียกว่า " เทพ "

supernait
25th April 2008, 00:30
ต่างก็มีเหตุผลกันและกัน ดีครับ
จะมีประโยชน์ ถ้ารับมาฟัง และ วิเคราะห์กันต่อ
แต่แค่ว่า อย่าไป หาเหตุ มา BLOCK HEAD ให้ตัวเองก็พอ

ของทุกอย่างที่สร้างมาบนโลกนี้ ผมว่าไม่มีอะไรดีที่สุดตลอดไปนะ
ีมีแค่ ดีที่สุด ที่ช่วงเวลา หนึ่งนั้นๆ เอง

เคยอ่านเจอ เขาว่า นักแสดง ที่ได้ oscar ในอดีตมาหลายตัว
จะตกงาน ถ้าเรื่องล่าสุดที่เล่น แสดงไม่ได้เรื่อง

เขาวัดกันที่งาน สุดท้ายนะ
ผลงานในอดีต เอามาอ้างอิงได้ แต่ถ้าผลงานล่าสุดไม่ได้รับการยอมรับ
ผลงานในอดีตก็ช่วยไม่ได้

แต่เรื่องต่อไป ( ถ้ามีโอกาสทำต่อ ) ก็ทำให้ดี แก้ชื่อได้

OM2
25th April 2008, 10:28
ทำไมมีแต่คนพูดถึงฟูลเฟรมที่เท่ากับฟิล์ม 35 มม.ล่ะครับ คิดว่ามันดีที่สุดแล้วเหรอ ตอนที่เป็นฟิล์ม มันก็ยังมีฟิล์มที่มีขนาดใหญ่กว่า 35 มม. อีกตั้งหลายฟอร์แมท ซึ่งถ้า 35 มม. ดีที่สุดจริง แล้วทำไมฟอร์แมทอื่นยังอยู่ได้ และในงานที่ต้องการคุณภาพกันจริงๆก็ไม่ใช้ 35 มม.ซะด้วย
ในลักษณะเดียวกัน ที่มีแต่ผู้กล่าวถึง 4/3 ว่าจะไปไม่รอดเพราะ เซ็นเซอร์ กล้องจะพัฒนาไปเท่ากับขนาดฟิล์ม 35 มม. กันหมด (ฟูลเฟรมของใครๆอีกหลายคน) มันก็อาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่... เมื่อเทคโนโลยี่ในการผลิตเซ็นเซอร์พัฒนาไปสูงกว่านี้ รู้ได้อย่างไรว่าเซ็นเซอร์จะไม่ใหญ่กว่าขนาด 35 มม. ถึงตอนนั้นระบบ 35มม. ก็อาจจะตกอยู่ในสภาวะเดียวกันกับ 4/3 ก็ได้
อย่างที่กล่าวกันแหละครับ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้

JEE
25th April 2008, 12:17
เคยพูดไว้เเล้ว ในเรื่องของฟลูเฟรมทุก Format ลองอ่านเต็มๆได้ที่กระทู้ "ทำไมถึงต้องฟลูเฟรม"
http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=82148

สรุปเร็วๆว่า 135 format หรือที่เรามักเรียกกันว่า 35mm นั้นคือ standard ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในโลก ราคาถูกเเละมีความคล่องตัวสูง 3 เหตุผลใหญ่ๆที่ "ทำไมถึงต้อง FullFrame" เเต่ ณ เวลานี้คงต้องเจอาเฉพาะกลุ่ม DSLR อย่างเดียว เพราะ
ทุกวันนี้ได้เปลี่ยนไปเเล้วคือตลาดใหญ่สุดคือ compact digital APS sensor ไม่ใช่ ฟลูเฟรม

zome
25th April 2008, 15:10
ผมมองอีกมุม อย่าเข้าใจผิดว่าคนใช้ DSLR จะเป็นคนที่ใช้กล้องอย่างจริงจังเสมอไป ทั้งระบบ FullFrame ก็ไม่ได้เหนือไปกว่า 4/3 อย่างชัดเจน ต่อให้ DSLR FullFrame ทำได้ถูกลงแค่ใหน ของ OLYMPUS 4/3 ยังสามารถทำราคาได้ถูกกว่า จะเห็นได้จากกล้องรุ่นหลังๆของ OLYMPUS ราคาถูกกว่า compact บางรุ่นอีก อย่างที่คุณ JEE บอก " ตลาดใหญ่สุดคือ compact digital APS sensor ไม่ใช่ ฟลูเฟรม " อย่างนี้ DSLR ของ OLYMPUS ขายตลาดนี้พอสู้ค่ายอื่นใหวมั๊ยตรงนี้ล่ะที่ผมเห็นว่าเป็นตลาด DSLR 4/3 ไม่เห็นต้องขึ้นไปแข่งกับ มาตฐาน 35mm ซึ่งเขาพัฒนามาก่อนตลาดนี้เสียเปรียบเห็นๆ ที่ค่ายใหญ่ๆพยายามทำให้เป็น FullFrame หาข้ออ้างขายของไปอย่างนั้นล่ะจริงๆเพราะต้องการให้ใช้กับเทคโนโลยี่เดิมๆของ 35mm.ของตัวเองมากกว่า ไม่ต้องลงทุนใหม่ เพราะถ้าเปลียนระบบเทคโนโลยี่เดิมๆต้องโละทิ้งหมดไม่คุ้ม มีหวังลูกค้าเก่าที่ซื้อเลนส์ไปด่ากันเละ และผมก็ไม่เชื่อหรอกว่าค่ายยักษ์ใหญ่จะทิ้งตลาดตรงนี้หนีไป FullFrame กันหมด เพราะเท่ากับว่ายกเงินให้ OLYMPUS เห็นๆ
จริงๆเรื่องนี้ควรที่จะถามค่ายยักษ์ใหญ่มากกว่าว่าทำมัยไม่ทำ 4:3 ทั้งที่ คุณภาพใกล้เคียงกัน แถมยังถูกกว่า ใช้ทรัพยากรโลกน้อยลง ประหยัดพลังงาน ช่วยโลกร้อนได้นะ (กำลังเห่อกัน) 555+ :P

บอยคนเดิม
25th April 2008, 17:53
เห็นด้วยครับ แต่นั่นคือสัจธรรมของโลกเทคโนโลยี เพราะคงแทบจะไม่มีผลิตภัณฑ์อะไรในโลกนี้ที่จะอยู่ได้โดยไม่มีการพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆหรอกครับ ยิ่งโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ไอที

fullframe sensor คงไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดในอนาคตแน่นอนครับ และก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดในวันนี้ด้วยซ้ำ แต่เทคโนโลยีทุกวันนี้ถูกปูทางโดยการตัดสินใจทางธุรกิจเพื่อการเจริญเติบโต กำไรและรวมถึงข้อจำกัดของพฤติกรรมของผู้
บริโภคในตลาดปัจจุบัน แทนที่จะมุ่งพัฒนาสิ่งที่ดีที่สุดที่เทคโนโลยีสามารถผลิตได้

ทุกวันนี้Canonมีเลนส์ในline upปัจจุบันที่สามารถใช้กับกล้องfullframeได้อยู่กว่า50 SKUsไม่รวม EF-S สำหรับcropped sensor และค่ายอิสระอีก Nikonก็ไม่น้อยหน้า ถึงฝ่ายวิจัยของ2บริษัทนี้สามารถคิดค้นsensorที่ใหญ่กว่าและดีกว่าในอนาคตอันใกล้ก็ตาม คุณคิดว่าผู้บริหารจะอยากรีบควักกระเป๋าลงทุนพัฒนาและปรับlineการผลิตของเลนส์ปัจจุบันเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่เพื่อคุณภาพของภาพที่ดีที่สุดสำหรับคุณผู้บริโภคตาดำๆหรือเปล่าครับ?
หรือทางบริษัทจะอยากกอบโกยยอดขายและกำไรกับmountมาตรฐานปัจจุบันที่แพร่หลายให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ก่อนครับ?

เห็นด้วยกับคุณJEEว่าใกล้ถึงเวลาที่Olyจะต้องโดดขึ้นรถทัวร์สายfull frameแล้วครับ หรือถ้าไม่ยอมตามก็คงต้องหาทางพัฒนาอะไรที่เหนือกว่าแบบหลุดโลกไปเลยเร็วๆนี้ถ้าจะแข่งขันในsegmentเดียวกันต่อไป แต่คงไม่ต้องไปหวังเป็นมาตรฐานใหม่เหมือนที่เคยฝันแล้ว เท่าที่ดูจากยอดขายปัจจุบันคงท่าจะยากที่จะทำอะไรที่เหนือกว่าออกมาแล้วในเรื่องของIQ เพราะจะเอางบวิจัยจากไหนมาสู้กับผู้นำตลาด อย่างไรก็ตาม ผมเองคงเป็นเสียงส่วนน้อยในห้องนี้ที่คิดว่าระบบอัจฉริยะ4/3ของOlyคงจะกลายเป็นของดีหายากเร็วๆนี้ครับ


ทำไมมีแต่คนพูดถึงฟูลเฟรมที่เท่ากับฟิล์ม 35 มม.ล่ะครับ คิดว่ามันดีที่สุดแล้วเหรอ ตอนที่เป็นฟิล์ม มันก็ยังมีฟิล์มที่มีขนาดใหญ่กว่า 35 มม. อีกตั้งหลายฟอร์แมท ซึ่งถ้า 35 มม. ดีที่สุดจริง แล้วทำไมฟอร์แมทอื่นยังอยู่ได้ และในงานที่ต้องการคุณภาพกันจริงๆก็ไม่ใช้ 35 มม.ซะด้วย
ในลักษณะเดียวกัน ที่มีแต่ผู้กล่าวถึง 4/3 ว่าจะไปไม่รอดเพราะ เซ็นเซอร์ กล้องจะพัฒนาไปเท่ากับขนาดฟิล์ม 35 มม. กันหมด (ฟูลเฟรมของใครๆอีกหลายคน) มันก็อาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่... เมื่อเทคโนโลยี่ในการผลิตเซ็นเซอร์พัฒนาไปสูงกว่านี้ รู้ได้อย่างไรว่าเซ็นเซอร์จะไม่ใหญ่กว่าขนาด 35 มม. ถึงตอนนั้นระบบ 35มม. ก็อาจจะตกอยู่ในสภาวะเดียวกันกับ 4/3 ก็ได้
อย่างที่กล่าวกันแหละครับ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้

บอยคนเดิม
25th April 2008, 18:43
ก็เป็นไปได้นะครับ แต่ยักษ์ใหญ่คงไม่ปล่อยให้ตลาดAPS frameหลุดมือไปจนกว่าจะสามารถออกfullframe sensorที่ราคาออกมาประชันกับsensorเล็กของคู่แข่งให้ผู้บริโภคคิดหนักหรอกมั้งครับ ประมาณว่า จ่ายเพิ่มอีก15-20%แต่ได้คุณภาพของภาพที่ดีที่สุดที่เทคโนโลยีให้ได้ในวันนั้น


อย่างที่คุณ JEE บอก " ตลาดใหญ่สุดคือ compact digital APS sensor ไม่ใช่ ฟลูเฟรม " อย่างนี้ DSLR ของ OLYMPUS ขายตลาดนี้พอสู้ค่ายอื่นใหวมั๊ยตรงนี้ล่ะที่ผมเห็นว่าเป็นตลาด DSLR 4/3 ไม่เห็นต้องขึ้นไปแข่งกับ มาตฐาน 35mm .......................และผมก็ไม่เชื่อหรอกว่าค่ายยักษ์ใหญ่จะทิ้งตลาดตรงนี้หนีไป FullFrame กันหมด เพราะเท่ากับว่ายกเงินให้ OLYMPUS เห็นๆ.....................

desperado2006
25th April 2008, 19:55
ผมไม่ได้ซื้อโอลิมปัส เพราะไม่ชอบแคนนอน แต่ซื้อเพราะมีเงินจะซื้อ และอยากใช้มัน ไม่ได้นึกดีใจ ไม่นึกเสียใจอะไร ในเชียงใหม่คนใช้โอลิมปัส มีแทบนับหัวได้ แต่ไม่ยี่หระ น้อยๆสิยิ่งดี ไม่เหมือนใคร...และก็ไม่ได้คิดว่าใครใช้แคนนอน นิคคอน หรือโอลิมปัสแล้วจะเป็นโปรชั้นยอด โลกใบนี้ สังคมนี้ ไม่มีใครเก่งกว่าใคร ที่คุณสามารถไปยืนแถวหน้าได้เพราะคุณมีโอกาสเป็นสิ่งแรก เพราะคุณรู้จักสร้างโอกาส และมานะพยายามเสียมากกว่า...มีกล้องอยู่ในมือ..เพียงรู้จักใช้มันให้คุ้มค่าเงินก็ดีถมถืดแล้ว ไม่ต้องอวดอ้างสรรพคุณว่าของใครแน่กว่าของใคร เพราะความชอบมันแตกต่างกัน จะทะเลาะกันเพราะความต่างจนจะกลายเป็นโรคจิตก็ใช่ที่นะทั่นนะ

zome
25th April 2008, 20:56
555+ อีกนิดครับ หากตอนนั้น Olympus บ้าจี้พัฒนาระบบกล้อง DSLR ตามค่ายใหญ่ นี่ล่ะขุดหลุมฝังศพตัวเองอย่างแท้จริงเนื่องจากไม่มีเทคโนโลยี่หรือการตลาดที่สามารถ
เอาชนะเจ้าตลาดได้ ดู Pantax Minonta เป็นตัวอย่าง ไม่ว่าจะอยู่มานานแค่ใหนก็กลายเป็นเตี้ยอุ้มค่อม หาก Olympus จะเลียนแบบทำกล้องดิจิตอล แบบ FullFrame ถามตรงๆว่าเก่งกว่าค่ายอื่นตรงใหน...ไม่มีเลยแค่คิดก็จบแล้ว.....:crazy:
.........................

เพราะไม่มีฐานด้าน Af SLR ไม่มีอะไรต้องเสียจะยอมจำนนหรือไปตายข้างหน้า จึงได้เกิด 4:3 นี่ล่ะดิจิตอลอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น CCD หรือ เลนส์ เป็นฟอร์เมตใหม่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แม้จะโดนกัดจิกจากพวกหัวอนุรักษ์นิยม เฮ้ย...ไม่ได้ พยายามเอาไปเทียบกับระบบ 35 อยู่นั่น การที่คุยแต่เรื่องตูใหญ่ๆ ่นกกระจอกกินน้ำหรือเปล่าไม่พูดถึง มันหมดสมัยเอารถอเมริกัน V8 สูบ มาวิ่งบนถนนแล้ว ....
มาวันนี้แม้จะเริ่มเมื่อไม่กี่ปีระบบ 4:3 ได้พิสูจน์แล้วว่ามันมีดี ถึงโดนล้อเรื่องขนาดก็ยังมีที่ยืนเป็นอันดับสามและยัง
มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแสดงว่า OLYMPUS มาถูกทางแล้ว ตราบใดที่ ระบบ FullFrame ไม่มีเทคโนโลยี่เหนือกว่า 4:3 อย่างชัดเจนไม่มีทางเลยที่ 4:3 จะหายไป ถึงจะเล็ก เทคโนโลยี่ CCD ของ 4/3 สามารถพัฒนาแข่งกันได้ แต่หากเป็นเรื่อง ราคา กายภาพขนาด เลนส์ บอกเลยว่ายากที่ FullFrame จะคงทั้งคุณภาพและขนาดแข่งกับ 4/3 (แม้โอลี่ไม่ชำนาญเรื่องกล้องแต่เรื่องเลนส์ไม่เคยเป็นรองใคร)...หุๆ...หากพันธมิตร 4:3 ลงมาลุยทำตลาดกัน ถึงตรงนี้ชักเป็นห่วง FullFrame ระบบ 35 แล้วสิ :P

watkrab
25th April 2008, 21:11
สงสัยไม่ประสบความสำเร็จในการใช้กล้องโอลี่ เลยผูกใจเจ็บ เพราะข้อมูลก็กรอกเองว่าใช้โอลี่มาเหมือนกัน แถมมี 14-54 ซะด้วย.....:P


ขอเสียมารยาทหน่อยเถอะพ่อคุณพ่อทูนหัว................ขอเอามาให้แฟนๆ ดูหน่อย

Mr.balloon
25th April 2008, 21:24
กระทู้เริ่มยาว แว๊ะมาอ่านอีกรอบ :clap:
ร่วมออกความเห็นอีกสักหน่อย

สมัยนี้ทำอะไรๆ มักมีการสำรวจตลาดก่อนทั้งนั้น แม้แต่ห้างยักษ์ใหญ่
ยังต้องมาสำรวจตลาดในพี้นที่นั้นๆ ว่า สมควรเปิดสาขาหรือไม่

แฉกเช่น ตลาด DSLR ในปัจจุบัน บทสรุปความคล่องตัว+ราคา
ก็ยังคงต้องยกให้ compact digital APS sensor มันใช้งานง่าย
และพกพาไปไหนต่อไหนได้สบาย โดยไม่ต้องแบกอุปกรณ์เสริมไปมากนัก
ผมไม่เถียงที่ Compact Digital ในระดับพิกเซลเท่ากับ DSLR
เทียบกับคุณภาพไฟล์แล้วสู้ DSLR ไม่ได้ก็นั่นแหละครับ
เพราะตัวรับภาพมันเล็กกว่า

เรื่องเทคโนโลยีทฤษฎี ผมไม่ค่อยจะมีความรู้มากมายนัก
ผมจะเน้นไปที่การใช้งาน+ความคุ้มค่าเม็ดเงินที่เสียไปกับคุณภาพไฟล์ที่เหมาะสม
แต่ ณ ตอนนี้ (ย้ำนะครับ ว่า ณ ตอนนี้) งานที่ผมทำอยู่
E-1 with Grip + 14-54 + FL50 ก็ยังเป็นกล้องที่ตอบสนองการใช้งานได้ดีอยู่
จะมีกล้องสักกี่ยี่ห้อครับ ที่ผลิตในช่วงปีใกล้ๆ กับ E-1 และยังตอบสนองการใช้งานได้ดี จนถึง ณ ตอนนี้ ยกตัวอย่างเช่น
Nikon D1x/ D100 / Canon 10D ผมแทบจะไม่เห็นมีใครพูดถึง

เรื่องของเรื่องในอนาคต คงเห็น Harddisk และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล
มันใหญ่โตมโหฬาร ขึ้นเรื่อยๆ เพราะสงคราม Pixel ในตลาดยังเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

:bucha: จงเชื่อมั่นในอุปกรณ์ที่คุณมี เรียนรู้ที่จะควบคุม และพลังที่ซ่อนเร้นจะเผยให้เห็น:kiss:

supernait
25th April 2008, 21:58
ไอ้เรื่อง ขนาดนี้ ผมยังเชื่อว่า
Bigger is still better. อยู่

( วันนี้ พึ่งได้ catalog ของ hass มา รู้สึกว่า พี่แกจะเน้นทีเดียว ... ก็มันขายนี่นะ)

แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น
ไอ้เรื่อง format อะไรในอนาคต นี่ จะ FF หรือ 4/3
ไม่มีใครรู้หรอกครับ ปีหน้าอาจจะมีอะไรโผล่มาให้งง กันอีก
แต่ไม่ว่าจะมีอะไรมา เราก็ซื้ออยู่ดี
แล้วเงินก็ถูกส่งกลับญี่ปุ่น

ใครจะรู้ ทุกวันและการตลาดที่แข่งกันอยู่นี่ NIkon Canon Oly หรือ
จะ brand อะไร อาจมีบริษัทแม่ ที่ใหญ่กว่า คุมอยู่อีกทีก็ได้
คลุมทุกตลาด เพื่อกันการแข่งขันที่มาจาก ต.ต
เพราะไม่ว่าจะสร้างละคร ว่า แต่ละค่าย แข่งกันบ้าเลือด
แต่สุดท้าย ถ้ามองรวมๆ เงินก็ไปญี่ปุ่น อยู่ดี
(ช่วงนี้ ดูหนังเยอะไปหน่อย เลยเพ้อเจ้อไปเรื่อย ... อันนี้ คิดไปแบบเพ้อเจ้ออย่าถือสา )




จะ FF หรือ 4/3
ผมว่ามันมีดีมีเสียของมัน
ผมว่า มันทำให้เรามีทางเลือก FF ก็แพงหน่อย แต่ก็แลกกับภาพที่ได้
4/3 ก็ถูกหน่อยทำให้ได้กล้องคุ้มค่าคุ้มราคา แต่ก็แลกกับ คุณภาพ ของภาพบ้าง

ผมว่าเหมือนรถนะ มีหลายยี่ห้อ หลายประเภท
จะไปบอกว่า เก๋งดีกว่า กะบะ
มันก็ไม่ถูกทั้งหมด

จะบอกว่า toyota หรือ honda อันไหนดีกว่ากัน
ก็เถียงกันแก่ตาย

ผมว่ากล้องดีสุด คือกล้องที่ตอบโจทย์และความต้องการคนซื้อคนใช้ครับ
ไม่ใช่คนที่ไม่ได้ใช้ หรือคนอื่น ที่บ้า brand เกินไป

ชอบอะไรก็ใช้ไป ขณะเดียวกันก็ให้เกียรติ กับการตัดสินใจ
ของผู้อื่นที่ใช้ไม่เหมือนเรา
แล้วเอาเวลาที่ มีค่า มาถกกันเรื่อง ภาพ ...

ถ้าจะดีที่มี trip ถ่ายรูป แล้วคนที่มา trip นั้น ไม่ให้ความสำคัญ กับ
ยี่ห้อที่แต่ละคนใช้กันเลย บรรยากาศในนั้น ก็จะไม่มีกำแพงที่มองไม่เห็น
มากั้นเราออกจากกัน

เราก็จะคุยกันว่า

... พี่ พี่... นางแบบ นี่ มัน น่า...จริงๆ
พี่... ให้ผมก่อน...เต๊อะ

วันนี้ เมียให้ผมรีบกลับ...
ต้องทำเวลา...

ไม่ก็ เอาโทรศัพท์ ฝากเพื่อนร่วมก๊วนไว้ แล้วบอกว่า
พี่ ถ้า เมียผมโทรมา ฝากบอก ว่า ผมปีนไป ถ่ายรูป บนยอดนํ้าตกนะ...
ว่าจะไปอาบนํ้าซะหน่อย....:knock:

watkrab
25th April 2008, 22:10
ผมว่ากล้องดีสุด คือกล้องที่ตอบโจทย์และความต้องการคนซื้อคนใช้ครับ
ไม่ใช่คนที่ไม่ได้ใช้ หรือคนอื่น ที่บ้า brand เกินไป

ชอบอะไรก็ใช้ไป ขณะเดียวกันก็ให้เกียรติ กับการตัดสินใจ
ของผู้อื่นที่ใช้ไม่เหมือนเรา
แล้วเอาเวลาที่ มีค่า มาถกกันเรื่อง ภาพ ...

ถ้าจะดีที่มี trip ถ่ายรูป แล้วคนที่มา trip นั้น ไม่ให้ความสำคัญ กับ
ยี่ห้อที่แต่ละคนใช้กันเลย บรรยากาศในนั้น ก็จะไม่มีกำแพงที่มองไม่เห็น
มากั้นเราออกจากกัน




นั่นดิ พวกผมอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ไม่ว่าใครจะใช้ของค่ายไหน มีทุกค่าย
ใช้ค่ายนี้แล้วไปซื้อของอีกค่ายมาสมทบก็มีออกเยอะไป ลองเข้าไปดูแ้ล้วจะรู้ว่าอบอุ่นแค่ไหน ที่เวปพันทิฟดอทคอม (ห้องคนรักมือหมุน)

http://mfclub.pantipmember.com/



(Y) :clap:

zome
25th April 2008, 22:21
หุๆ...คุณ watkrab โปรโหมด Web ซะงั้น :P

mansound
25th April 2008, 22:41
ผมจะเน้นไปที่การใช้งาน+ความคุ้มค่าเม็ดเงินที่เสียไปกับคุณภาพไฟล์ที่เหมาะสม
เห็นด้วยกับประโยคนี้อย่างมากเลยครับ หลังจากที่ขายกล้องสี่สิบดี (ไม่มาก)กับเลนส์แคน...ไปซื้อโอลี่ มีเงินเหลืออีกเกือบสามหมื่น หุหุ คุ้มครับ

Cavalier.
26th April 2008, 00:53
เมื่อครั้งสามก๊ก โจโฉเคยดูถูกจิวยี่ว่าเป็นแค่เด็กอมมือ
แต่สุดท้ายก็โดนจิวยี่ทำอุบายสำเร็จตั้งหลาย

โจโฉเคยดูถูกว่าขงเบ้งเป็นแค่คนบ้านนอก
แต่ก็พ่ายแพ้อุบายคงเบ้งหลายครั้ง
จนทำให้เล่าปี่ตั้งตัวได้

(เกี่ยวไหมครับ 5 5 +)

ปล.จะเกี่ยวมิเกี่ยวแหล่้ก็แล้วแต่จะเห็นสมควรครับ

แต่ก็มิได้นำพา (บ้าหนังจีนยังไม่พอติดละครอีก)

zome
26th April 2008, 02:46
รอดูรูปสวยๆอยู่ครับคุณ JEE

..................................................

สำหรับผมไม่เชื่อว่า OLYMPUS จะทำ FullFrame ในระบบ 35 หรือระบบ APS 1.6/1.5 เพราะมันผิดไปจากแนวทางการออกแบบของ OLYMPUS ถ้าจะทำ ทำตั่งแต่เแรกแล้วง่ายกว่าด้วย แต่ OLYMPUS ไม่คิดว่านั่นเป็นระบบที่ดีที่สุดหมือนอย่างค่ายอื่นจึงได้ออกแบบระบบ 4:3 ออกแบบมาใหม่ทั้งระบบไม่ว่า CCD และ เลนส์ ตรงนี้สำคัญมันต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน อีกทั้งมันไม่ใช่ FullFrame ในระบบ 35 ตั้งแต่แรกแล้ว จะทำ FullFrame ในระบบ 35 ทำไมเมือมันเป็น FullFrame ในระบบของมัน (ไม่ได้บอกนะว่า FullFrame 4:3 ดีกว่า FullFrame 35 )

ขอยกหัวข้อกระทู้ของคุณไข่เจียวประกอบครับ



คำถาม เกี่ยวกับเรื่องของระบบ 4/3 นี่ ได้ยินว่าได้มีคนพูดถึงเยอะมากที่เดียว มีส่วนไหนที่พอจะเล่าให้เราฟังได้บ้างครับ


Asakura:ในส่วนของเซนเซอร์รับภาพ (Image sensor)นั้น เทคโนโลยี นั้นรุดหน้าไปค่อนข้างเร็วทีเดียว

ที่ผมตั้งใจไว้คือ ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิจัยเพื่อที่จะหาขนาดที่เหมาะสมของ CCD ที่สามารถจะให้ภาพที่ได้คุณภาพสูงกว่าฟิลม์ 35 มม. ที่เป็นไปได้และทำได้ง่ายก็ เพียงแค่เราเพิ่มจำนวนเซนเซอร์รับภาพเข้าไป โดยแค่ใช้วิธีการเพิ่มขนาดของ CCD ให้ใหญ่ขึ้นไปอีก แต่นั้นก็จะส่งผลให้ตัวกล้องและ เลนส์นั้นจำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย คำถามที่ตามมาและจะพบอยู่บ่อยๆ ในการออกแบบ CCD ก็คือ เรื่องของประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และหากถ้าเราทำอย่างที่ผมกล่าวไปนี้ สุดท้ายแล้ว กล้องที่ได้ออกมาก็จะไม่ใช่ระบบที่ใช้งานได้ง่าย เรื่องของการออกแบบนี้มันเป็นคำถามที่ต้องตอบว่าจุดไหน คือ จุดที่สมดุลที่สุด
ซึ่งถ้าลองคิดตามจุดมุ่งหมายที่ว่า เราต้องการที่จะพัฒนากล้องที่มีคุณภาพสูงระดับที่เหนือกว่ากล้องฟิลม์ 35 มม. สามารถใช้งานง่ายและตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม ผลสุดท้ายแล้ว ระบบที่เรานำเสนอมาก็คือ CCD ในขนาด 4/3 นี่เองหละครับ

Kawai: การออกแบบของระบบใหม่นี้ ตำแหน่งของเมาท์ และระยะจากท้ายเลนส์ไปถึงระนาบของจุดโฟคัส นั้นสำคัญอย่างยิ่งที่เดียวครับ เพราะเราต้องการที่จะให้แน่ใจได้ว่า เลนส์ และกล้อง จะทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบและให้ประสิทธิภาพสูงสุดที่จะเป็นไปได้

ในการออกแบบกล้องสำหรับมืออาชีพที่เราเริ่มต้นจากศูนย์ องค์ประกอบหลักที่เราให้ความสำคัญก็คือ ช่องมองภาพ (View Finder) ที่จะสามารถให้รายละเอียดของภาพได้สมจริง เราจึงออกแบบให้ E-1 มีช่องiมองภาพเป็นระบบออปติกค์ที่มองผ่านเลนส์ (TTL: Through The Lens) ไม่ใช่ระบบอิเลคทรอนิคส์(EVF: Electronic View Finder)

ในส่วนของเซนเซอร์รับภาพ หลังจากที่ได้ผ่านการศึกษา
และค้นคว้าอย่างถี่ถ้วนแล้ว เราสรุปได้ว่า อัตราส่วนของขนาด CCD นั้นต้องเป็น 4/3 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสามารถให้รายละเอียดได้สูงมากกว่า กล้องฟิลม์

Yogoyama: ขนาดพื้นที่รับแสงบนเซนเซอร์รับภาพในระบบ 4/3 นั้น จะมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 4 เมื่อเทียบกับขนาดของฟิลม์ในกล้อง 35มม. และนั่นหมายถึง เราสามารถที่จะลดขนาดของเลนส์ลงได้ประมาณ ครึ่งนึง เมื่อเทียบกับกล้อง 35 มม

Mori: ด้วยเหตุผลที่ว่า ตำแหน่งที่เราออกแบบ CCD ไว้ มันเหมือนกับ เซนเซอร์แต่ละตัวที่ถูกวางไว้ที่ก้นของบ่อน้ำที่ลึกมากๆ ในลักษณะนี้เอง CCD ที่สามารถจะรองรับแสงที่ผ่านจากเลนส์นั้นสามารถตกกระทบได้ในมุมที่ตั้งฉาก ถ้าหากแสงที่ตกกระทบไม่ตั้งฉากกับตัวเซนเซอร์ที่รับภาพ มันจะส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนกันระหว่าง ที่ตกกระทบที่บริเวณกลางเซนเซอร์ และส่วนที่ตกกระทบที่ขอบทั้ง4 ด้านของเซนเซอร์

Quote:
คำถาม แสดงว่าขนาดเมาท์ของเลนส์จึงถูกกำหนดออกมาด้วยเงื่อนไข ที่ว่านี้ ซึ่งเป็นรากฐานของระบบ 4/3 โอลิมปัส เป็นผู้ที่นำเสนอมาตรฐาน นี้ใช้ไหมครับ?


Kawai ใช้แล้วครับ ด้วยเหตุแรกก็คือ เพื่อที่จะเป็นการยืนยันว่าระบบนี้ เลนส์และตัวกล้องจะสามารถทำงานร่วมกันได้ แม้จะมาจากต่างค่าย

และเหตุผลที่สองก็ เพื่อที่จะกำหนดมาตรฐานของ ขนาดภาพในระบบดิจิตอล (เหมือนดังเช่น 35 มม เป็นมาตรฐานอ้างอิง ในกล้องฟิลม์)

ทั้งสองสิ่งนี้เป็น ส่วนประกอบหลักในการจัดตั้งมาตรฐาน ระบบ 4/3 หละครับ

Asakura: ถ้าหากผู้ผลิตต่างๆค่าย ยังคงยึดติดกับระบบเดิม โดยใช้ มาตรฐานปิดที่แต่ละค่ายมีอยู่ ก็จะเป็นตัวจำกัดตัวเลือกของผู้ใช้โดยรวม ยกตัวอย่างเช่น ระบบ ของ เครื่องคอมพ์พิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์ ที่แต่ละผู้ผลิตต่างใช้ USB มาตรฐานเดียวกันในการเชื่อมต่อ

เราเชื่อว่าในยุคของกล้องดิจิตอลก็เช่นเดียวกันที่ต้องการความยืดหยุ่นของระบบที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ มันฟังดูเหมือนจะเกินความเป็นจริงไป(ในปัจจุบัน) แต่ เราก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นแค่ฝันในจุดนี้ เพื่อประโยคสูงสุดของผู้ใช้ ครับ

ในตอนนี้ ทางโกดัก และ ฟูจิฟิลม์ได้ตอบรับมาแล้วว่าจะนำระบบ4/3เข้ามาสู่ยุคดิจิตอลและพร้อมที่จะผลักดันให้เป็นมาตรฐานโดยรวม แต่เราไม่สามารถให้ความเห็นได้ เกี่ยวกับการตอบรับ หรือ คำยืนยันจากค่ายอื่น

เรานำเสนอ และ เชื่อว่าระบบ 4/3 จะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้โดยตรง และเป็นผลดีกับทุกๆฝ่ายโดยรวมอีกด้วย



Yokoyama: อันนี้แน่นอนอยู่แล้วครับ เมื่อขนาดของ Image Circle ได้ถูกกำหนดตามที่ได้ออกแบบไว้สำหรับ มาตรฐานของระบบ 4/3 แล้ว เราก็ได้เริ่มเดินเครื่องที่จะพัฒนาเลนส์หลายๆรุ่น ที่จะให้ภาพถ่ายระดับคุณภาพที่ไร้ที่ติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเลนส์ในช่วงที่เป็นระยะไกล นั้นจะเป็นกลุ่มที่ได้เปรียบจากระบบ 4/3 มากที่สุด เนื่องจาก Image Circle นั้นเล็ก เราจึงสามารถที่จะออกแบบเลนส์ให้มีขนาดที่เล็กลงได้อย่างมากเลยทีเดียว หละครับ
เลนส์ Zuiko Digital นั้นเป็นเลนส์ความละเอียดสูง ที่ออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาโดยโอลิมปัสเองทั้งหมด


Asakura : ถึงแม้ว่า ตัว E-1 เองจะใช้ CCD ที่มีความละเอียดเพียง 5 ล้านพิกเซล แต่ผมยืนยันได้ว่า ในอนาคต เราจะสามารถผลิต CCD รุ่นต่อไปให้มีจำนวนพิกเซลที่มากกว่านี้ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน

และเราก็ได้ออกแบบเลนส์ขึ้นมาจากแนวคิดที่ว่านี้
ทำให้มั่นใจได้ว่าเลนส์ที่ถูกออกแบบขึ้นมาในวันนี้
ด้วยระบบที่มีความละเอียดและมีความเที่ยงตรงสูง

จะยังคงสามารถใช้งานไปได้อีกใน 5ปี 10ปี หรือแม้กระทั่งในอีก 30 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอนครับ (ใช้กันให้คุ้มไปเลยว่างั้น)

........จาก http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=24060&page=2

..........................................................................

จากบทความนี้จะเห็นแนวคิดของ OLYMPUS ผมถึงบอกว่าคงจะยากที่จะเปลี่ยนไปทำ FullFrame ในระบบ 35 ตามค่ายอื่นเพราะดูเหมือน OLYMPUS จะเชื่อมั่นในแนวคิดนี้มาก :Smiles2:

monoly
26th April 2008, 11:42
"ส่วนตัว Olympus E-3ปัจจุบันเลยต้องหันไปเล่น Feature สารพัดเเทนที่ ของเล่นทั้งนั้นทั้งจอหมุนได้ กันน้ำ เขย่าฝุ่น ลองคิดเล่นๆว่าหาก Olympus E-3 เเต่เป็นเซนเซอร์ฟลูเฟรม อะไรจะเกิดขึ้น ผมคนนึงเเหละที่จะโดดลงไปซื้อมาใช้เป็นกลุ่มเเรกๆ"
สิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นของเล่น ตอนนี้กำลังเป็นสิ่งที่DSLRรุ่นใหม่ต้องมี เช่น ระบบเขย่าฝุ่น Live View บางอย่างก็เป็นฟีเจอร์ที่กล้องรุ่นใหญ่ต้องมี เช่น บอดี้กันน้ำ ดังนั้นผมไม่คิดว่าฟีเจอร์เหล่านี้เป็นของเล่น แต่ผมว่าเป็นฟีเจอร์ที่ค่ายอื่นๆเลือกที่จะต้องทำตามโอลิมปัส ลองคิดดูว่าหากแคนนอนกับนิคอนยังไม่มีเลนส์IS หรือVR ทั้ง2ค่ายจะทำ IS in bodyหรือไม่ แต่เนื่องจากทั้ง2ค่ายมีเลนส์กันสั่นอยู่แล้ว จึงไม่กล้าที่จะทำไม่งั้นเลนส์กันสั่นก็คงขายได้น้อยลง บางคนอาจจะบอกว่าเลนส์ที่มีกันสั่นสามารถลดการสั่นไหวได้ดีกว่าในตัวกล้อง แต่อนาคตกันสั่นในตัวกล้องก็อาจพัฒนาเท่าเทียมกันได้ และหากมองในแง่ความคุ้มค่า กันสั่นในตัวกล้องสามารถทำให้เลนส์ทุกตัวเป็นเสมือนเลนส์ISได้(โดยเฉพาะfirm wareใหม่ของE510ที่สามารถทำให้เลนส์manualเก่าๆใช้ประโยชน์จากIS in body ได้)
ส่วนตัวผมคิดว่า Olympus คงไม่เลือกที่จะลงไปเล่นตลาด Sensor ขนาด 35มม. เพราะตลาดส่วนใหญ่ของDSLR คือSensor ขนาดเล็กกว่า35มม. ซึ่งตราบใดที่ราคาของกล้องDSLR แบบSensor 35มม. ยังคงสูงอยู่แบบปัจจุบัน(60,000 up) คนส่วนใหญ่ก็คงใช้DSLR ระดับราคา2-3หมื่นบาทอยู่ดี

supernait
26th April 2008, 13:07
คุณ JEE
เอา รูป 420 มาโชว์ไวๆ เน้อ

ว่าจะไปเอามาใส่กระเป๋ากางเกงสักตัว
เมื่อไหร่จะมาไม่รู้

:Smiles2:

boy เหมือนกัน
26th April 2008, 17:31
แม้ว่ามันจะไม่บูมอย่างที่คิดเอาไว้ แต่ผมว่าระบบ 4:3 ไม่ตายหรอก เพราะถ้า Full Frame จะถูกลง 4:3 ก็น่าจะยิ่งถูกกว่า ตลาดกล้องในอนาคตมันก็จะเป็นเหมือนที่มันเป็นแบบนี้แหละ

ถ้า Oly จะไป Full Frame ก็น่าจะเป็นการเพิ่มสายการผลิตมากกว่า (ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเป็นไปได้ยาก เพราะ Oly เหมือนเป็นพวกมีศักดิ์ศรี มีอุดมการณ์ เปลี่ยนตามชาวบ้านนี่เสียชื่อ Olympus หมด) เคยคิดเหมือนกันว่า ถ้า E3 เป็น Full Frame คงมีแต่คนจะแห่มาซื้อ เพราะมี feature ดีๆ หลายอย่างที่ค่ายอื่นไม่มี (ตรงนี้ส่งสัยจัง ใครตอบได้ ช่วยหน่อยตอบหน่อย เช่น เรื่อง spash proof & dust proof หรือเรื่อง สีสดๆ ของภาพ Canon กับ Nikon ทำไม่ได้ หรือ ไม่อยากทำ หรือศักดิ์ศรีค้ำคออีกเหมือนกัน)

สุดท้าย ถ้า Oly ยังถือตามอุดมการณ์เดิมของตัวเอง ก็ยังคงต้องเป็นอันดับ 3 ต่อไป หรืออาจจะโดนแซงโดย Sony ด้วยซ้ำ (ซึ่งตรงนี่ Oly อาจจะไม่แคร์ก็ได้ว่าจะอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะดูจากแนวทางและอุดมการณืแล้ว เหมือนจะเป็นอย่างงั้น)

ปล. ส่วนตัวใช้ Olympus E500 อยู่ ตอนที่ซื้อ ซื้อเพราะมันถูกสุดในบรรดา DSLR ทั้งหลาย แต่ตอนนี้ถ้ามี 5 หมื่น ก็จะซื้อ E3 ถ้ามี 10 หมื่น ก็จะยังซื้อ E3 อยู่ดี เป็นไรไม่รู้ยี่ห้อนี้ ถอนตัวไม่ขึ้นเลย แต่ไม่ใช่ไม่ชอบ Canon กับ Nikon นะ ไม่เคยมีอคติกับกล้องยี้ห้ออื่นเลย ถ้ารวยคงซื้อมันหมดทุกยี่ห้อแหละ

จริงๆ แล้วชอบอ่านนะกระทู้แบบนี้ ไม่อยากให้จบด้วยซ้ำ เถียงกันไปเรื่อยๆ ถ้าใจเปิดกว้างนะ ได้ความรู้เพียบ

Cavalier.
26th April 2008, 18:05
เห็นด้วยครับ เข้ามาอ่านแล้วได้ความรู้เพียบเลย
ผมแอบเข้ามาอ่านบ่อยๆ อิ อิ

Nii
26th April 2008, 21:51
อีกสัก 3 ปีข้างหน้า อาจจะเห็นกล้องฟลูเฟรม
ระดับ 2 หมื่นบาทก็ได้นะ
ดูไฟล์จาก D3 ถ่ายที่ iso 6400 ยังเนียนเลยอะ Oly เทียบไม่ติดฝุ่นเลย

จริงๆ กล้องถ่ายรูปน่าจะเน้นที่คุณภาพของไฟล์ ลูกเล่นเป็นเพียงน้ำจิ้มเท่านั้น

potterpat
27th April 2008, 00:12
ผมว่าอนาคตของ4:3จะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไฟล์ ถ้าolympusยังไม่สามารถพัฒนาSensorที่ดีขึ้นมาต้องตาต้องใจผู้บริโภคได้(เด่นๆก็เรื่องnoise ผมคิดว่าผู้บริโภคตลาดdslrระดับเริ่มต้นค่อนข้างสนใจในเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ แต่ส่วนตัวผมไม่ค่อยแคร์) อนาคตของ4:3ก็คงไม่ยาว

แต่ผมว่าถึงเวลานั้นolympusน่าจะแก้ปัญหาในส่วนนั้นได้ ไม่แน่ครับพวกวิศวกรโอลี่เค้าอาจจะแอบพัฒนาอะไรบางอย่างลับๆอยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้

ติดตามกระทู้นี้มาตลอด ชอบมากครับ

JEE
27th April 2008, 01:12
จริงๆ กล้องถ่ายรูปน่าจะเน้นที่คุณภาพของไฟล์ ลูกเล่นเป็นเพียงน้ำจิ้มเท่านั้น
นั่นสิครับ เเต่ทุกวันนี้ผู้ผลิตก็พัฒนาคุณภาพของไฟล์อยู่เเล้ว สังเกตุได้จากทุกครั้งที่มีการออกกล้องรุ่นใหม่ๆ

ส่วนเรื่องลูกเล่นอื่นๆเช่น IS ในตัวบอดี้ E-3, E510, E330 ระบบขจัดฝุ่น จอเปลี่ยนสีได้ เช่น Canon 450D เเละอีกเยอะเเยะมากมายผมเเทบไม่ได้สนใจเเละไม่เคยใช้มันเลย สนใจที่สุดก็ตรงไฟล์ภาพนี่เเหละ

zome
27th April 2008, 05:12
คุยกันด้วยเหตุผลแบบนี้ดีครับถือว่าแลกเปลี่ยนความรู้กัน ไม่ว่าใช้กล้องอะไรเพื่อนกันทั้งนั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหตุผลส่วนตัว แต่ละคนก็คิดไม่เหมือนกัน ส่วนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ต้องพิจารณากันอีกทีนึง เป็นเอาว่าอ่านเล่นกันเพลินอย่าคิดมาก :Smiles2:

...................................................................

ใจจริงอยากจะฟันธงไปเลยว่า OLYMPUS ไม่มีทางที่จะย้อนไปทำ ระบบดิจิตอลฟอร์แมตโบราณอย่าง FullFrame ในระบบ 35

เป็นความสิ้นเปลืองไม่เหมาะกับยุคสมัย หากกลับไปทำเท่ากับถอดหลังลงคลองลงทุนใหม่หมดมันไม่ใช่แค่ทำ CCD ให้ใหญ่ขึ้นแต่มันต้องทำเลนส์ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับทั้งระบบ( Olyไม่มีเลนส์ AF ระบบนี้ ):Smiles2:


อีกสัก 3 ปีข้างหน้า อาจจะเห็นกล้องฟลูเฟรม
ระดับ 2 หมื่นบาทก็ได้นะ
ดูไฟล์จาก D3 ถ่ายที่ iso 6400 ยังเนียนเลยอะ Oly เทียบไม่ติดฝุ่นเลย

จริงๆ กล้องถ่ายรูปน่าจะเน้นที่คุณภาพของไฟล์ ลูกเล่นเป็นเพียงน้ำจิ้มเท่านั้น

แล้ว D3 ราคามันเท่าใหร่ล่ะพ่อคุณณณ....กล้องราคาแสนกว่าถ่ายได้ยังกับกล้องสองหมื่นใครจะไปซื้อ
555+ กลายเป็นว่ามาแก้ตัวแทน OLYMPUS ประหนึ่งว่าเป็นพนักงาน OLYMPUS ที่จริงผมน่ะไม่เคยเกี่ยงยี่ห้อขอให้ถ่ายรูปได้ชอบหมดโดยเฉพาะกล้องฟรี :P แต่เข้ามาตอบใน OLYMPUS ขอเข้าข้างแฟน OLYMPUS หน่อย ทั้งที่จริงทั้งกล้องและเลนส์ที่สะสมล้วนเป็น Nik ทั้งนั้น (มี E1 อยู่ตัว เลนส์ Kit AF ยังเป็น Sigma เลย ) หากตอนนั้นพนักงานขายกล้องไม่ขี้เกียจหยิบ D70 มาให้ดูคงไม่ได้ซื้อมาหรอก OLYMPUS น่ะ :Smiles2:

ขอแสดงความคิดเห็นหน่อย...
หากไม่มีอะไรที่โดดเด่นอย่างชัดเจน ไม่มีทางที่ ฟอร์แมตโบราณอย่าง FullFrame ในระบบ 35 จะทำกล้องได้ถูกกว่า ระบบ 4/3" ทำใมหาอ่านเอาเอง :Smiles2: จะทำสงครามราคากับ ระบบ 4/3คิดผิดแต่แรก หากมาแนว โม้เรื่องคุณภาพน่ะพอได้..:Smiles2:
ผมเห็นด้วยเรื่องจุดรบกวนเยอะกว่าคู่แข่ง แต่นั่นล่ะถ้าถามแฟน OLYMPUS เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆเห็นเป็นกระทู้ทะเลาะกันมาหลายรอบแล้ว....:Smiles2:

.......................................................


นั่นสิครับ เเต่ทุกวันนี้ผู้ผลิตก็พัฒนาคุณภาพของไฟล์อยู่เเล้ว สังเกตุได้จากทุกครั้งที่มีการออกกล้องรุ่นใหม่ๆ

ส่วนเรื่องลูกเล่นอื่นๆเช่น IS ในตัวบอดี้ E-3, E510, E330 ระบบขจัดฝุ่น จอเปลี่ยนสีได้ เช่น Canon 450D เเละอีกเยอะเเยะมากมายผมเเทบไม่ได้สนใจเเละไม่เคยใช้มันเลย สนใจที่สุดก็ตรงไฟล์ภาพนี่เเหละ

ขอย้อนกระทู้คุณไข่เจียวอีกที (ขออนุญาตอ้างอิงบ่อยๆส่วนตัวผมพิจารณาและเข้าใจเองว่า
บทความที่ได้อ่านจากกระทู้นี้เชื่อถือได้จริงไม่จริงกรุณาพิจารณา)


ที่ผมตั้งใจไว้คือ ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิจัยเพื่อที่จะหาขนาดที่เหมาะสมของ CCD ที่สามารถจะให้ภาพที่ได้คุณภาพสูงกว่าฟิลม์ 35 มม. ที่เป็นไปได้และทำได้ง่ายก็ เพียงแค่เราเพิ่มจำนวนเซนเซอร์รับภาพเข้าไป โดยแค่ใช้วิธีการเพิ่มขนาดของ CCD ให้ใหญ่ขึ้นไปอีก แต่นั้นก็จะส่งผลให้ตัวกล้องและ เลนส์นั้นจำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย คำถามที่ตามมาและจะพบอยู่บ่อยๆ ในการออกแบบ CCD ก็คือ เรื่องของประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และหากถ้าเราทำอย่างที่ผมกล่าวไปนี้ สุดท้ายแล้ว กล้องที่ได้ออกมาก็จะไม่ใช่ระบบที่ใช้งานได้ง่าย เรื่องของการออกแบบนี้มันเป็นคำถามที่ต้องตอบว่าจุดไหน คือ จุดที่สมดุลที่สุด
ซึ่งถ้าลองคิดตามจุดมุ่งหมายที่ว่า เราต้องการที่จะพัฒนากล้องที่มีคุณภาพสูงระดับที่เหนือกว่ากล้องฟิลม์ 35 มม. สามารถใช้งานง่ายและตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม ผลสุดท้ายแล้ว ระบบที่เรานำเสนอมาก็คือ CCD ในขนาด 4/3 นี่เองหละครับ
..........................................................

ในความเข้าใจผมต่อแนวคิดนี้ว่าทาง OLYMPUS ต้องการกล้องที่ใช้งานง่ายคุ่มค่าทั้งระบบมากกว่าเน้นที่ CCD อย่างเดียวจึงได้เกิด ลูกเล่นอย่างที่ว่า (เป็นมาตฐานของDSLR ยุคนี้ไปแล้ว)

หากถามผมว่าจำเป็นมั๊ย......อืม......เหมือนว่าจะไม่ได้ใช้ แต่ทุกครั้งที่ยกกล้องขึ้นเปิดสวิชถ่ายความจริงมันทำงาน
โดยที่ผมไม่รู้ตัวแล้วล่ะ ตั่งแต่ กันฝุ่น กันละอองน้ำ ฯลฯ เพียงแต่มันเป็นความเคยชินที่ผมไม่รู้ตัวเท่านั้น :Smiles2: :Smiles2:

JEE
27th April 2008, 06:08
ขอพูดเรื่องการใช้พลังงานที่คุณ zome อ้างอิงมาจากคุณไข่เจียวอีกต่อ ในระบบ 4/3 นั้น เห็นด้วยในเเง่ของการพัฒนาระบบใหม่ทั้งระบบที่สามารถควบคุมเเละมีผลรวมดีพอสำหรับอัดขยายใหญ่ เเน่นอนว่าเซนเซอร์ยิ่งมีขนาดใหญ่ การใช้พลังงานก็ยิ่งมากตาม การใช้พลังงานในตัวเซนเซอร์ที่เล็กกว่าจึงได้เปรียบในจุดนี้ เห็นได้จาก medium format digital backs หลายยี่ห้อที่ต้องมีพัดลมหรือระบบระบายความร้อน นี่คือจุดที่สำคัญเเละโอลี่ก็ได้เปรียบตรงจุดนี้เต็มๆ

จริงๆผมก็ไม่เคยอ่านบทความเปรียบเทียบในเรื่องการใช้พลังงานจาก Olympus E-1, E-3 ที่เปรียบเทียบกับกล้องค่ายอื่นเช่น Nikon D2X, D2H, Canon 1DII,III ทั้งโดยตรงจากการใช้เเบตเตอรี่ที่โดยรวมเเล้วเเบตเตอรี่ก้อนนึงโอลี่ใช้งานได้นานกว่าหรือเปล่าในจำนวนภาพเท่าๆกัน การบริหารพลังงานโดยรวมในตัวกล้องโอลี่ทำได้ดีกว่ายี่ห้ออื่นหรือเปล่า

zome
27th April 2008, 09:47
คุณ JEE เป็นคนที่เข้าใจข้อจำกัดเรื่องนี้ รู้จักใช้อุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้งานนั้นๆ นับถือๆ ....:bucha:

(บางคนก็แปลกพยายามดันทุรังเอารถกระบะไปวิ่งแข่งกับรถเก๋งแล้วโทษโน่นโทษนี่)
...................................


จริงๆผมก็ไม่เคยอ่านบทความเปรียบเทียบในเรื่องการใช้พลังงานจาก Olympus E-1, E-3 ที่เปรียบเทียบกับกล้องค่ายอื่นเช่น Nikon D2X, D2H, Canon 1DII,III ทั้งโดยตรงจากการใช้เเบตเตอรี่ที่โดยรวมเเล้วเเบตเตอรี่ก้อนนึงโอลี่ใช้งานได้นานกว่าหรือเปล่าในจำนวนภาพเท่าๆกัน การบริหารพลังงานโดยรวมในตัวกล้องโอลี่ทำได้ดีกว่ายี่ห้ออื่นหรือเปล่า
ขอโทษครับที่เข้าใจผิีดผมไม่ชัดเจนเอง ความหมายที่ผมพูดถึงเรื่องพลังงานนอกจากการใช้พลังงานของกล้องแล้วยังพูดถึง การใช้ทรัพยากรโลก การใช้พลังงานทรัพยากรในการผลิต (โห้......555+โอเวอร์คิดไปโน่น :D)

หุๆ.....อย่าว่าผมนะดูหมือนตัวเองตอบเป็นศรีธนนชัย :P แต่การใช้พลังงานของกล้องนี่ไม่ทราบจริงๆต้องรอให้เพื่อนที่แน่นข้อมูลเข้ามาตอบอีกที

Mr.balloon
27th April 2008, 10:00
ใจจริงอยากจะฟันธงไปเลยว่า OLYMPUS ไม่มีทางที่จะย้อนไปทำ ระบบดิจิตอลฟอร์แมตโบราณอย่าง FullFrame ในระบบ 35

เป็นความสิ้นเปลืองไม่เหมาะกับยุคสมัย หากกลับไปทำเท่ากับถอดหลังลงคลองลงทุนใหม่หมดมันไม่ใช่แค่ทำ CCD ให้ใหญ่ขึ้นแต่มันต้องทำเลนส์ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับทั้งระบบ( Olyไม่มีเลนส์ AF ระบบนี้ ):Smiles2:


แล้ว D3 ราคามันเท่าใหร่ล่ะพ่อคุณณณ....กล้องราคาแสนกว่าถ่ายได้ยังกับกล้องสองหมื่นใครจะไปซื้อ :Smiles2: :Smiles2:

เห็นด้วยอย่างแรง ครับคุณ Zome (Y) :kiss: :flower:

desperado2006
27th April 2008, 10:41
อ่านแล้วได้อะไรเยอะ ขอบคุณที่ถกเถียงกันให้หางอึ่งฟังนะครับ ส่วนตัวผมมีความคิดแค่เพียงว่าค่ายกล้องก็เหมือนค่ายรถนะครับ แต่ไม่ใช่เกี่ยวกับยี่ห้อของมัน แต่มันเกี่ยวกับสมรรถนะและประเภทการใช้งาน คุณไม่มีวันสร้างรถคันโตๆเหมือนสิบล้อให้วิ่งเร็วกว่ารถคันเล็กๆอย่าง F1 ได้ ถ้าคุณเลือกอย่างนึงคุณก็ไม่ได้อีกอย่างนึง ทางใครก็ทางมัน โดยไม่สามารถบอกได้ว่าอะไรจะดีกว่าอะไร เพราะเทคโนโลยีในอนาคตต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างสร้าง ต่างคนต่างพัฒนา ในฐานะผู้บริโภคคงไม่อาจไปนั่งรออยู่ปลายยอดและรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร เมื่อวันนั้นมาถึงอาจไม่มี Fullframe ไม่มี Fourthird แต่อาจมีอย่างอื่นมาแทนที่ เพราะดีกว่า เหนือกว่าใดๆทั้งหมด...แต่ทุกวันนี้คุณเพียงคิดว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เพราะยี่ห้อนั้น ยี่ห้อนี้มีในสิ่งที่ยี่ห้ออื่นไม่ทำ ผมเชื่อโดยสามัญว่ากล้องที่มีสมรรถนะสูงๆ โอลี่ก็ทำได้ และเคยประสบความสำเร็จมาแล้วในอดีต ยี่ห้อไหนๆก็ทำได้ แต่เมื่อมองถึงการตลาดปริมาณผู้ใช้งานและทิศทางที่จะทำให้ โอลี่อยู่ได้ เป็นทักษิณก็ต้องถอย...ถามว่าเมืองไทยจะซื้อสักกี่ตัว ...1DIII ทุกวันนี้ใช้งานกันกี่ตัว เป็นแค่กิเลสของคนใช้ยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้มากกว่า ที่ชูคอบอกว่ารุ่น Top ของยี่ห้อที่ฉันใช้ โอวสุดยอดในปฐพี แต่ฉันใช้ รุ่น economy อยู่ cannon Nikon กล้าที่จะเลิกผลิตกล้องรุ่นเล็กๆ แล้วไปทำ Fullframe ที่คุยว่าสุดยอดเพียงอย่างเดียวได้มั้ย....

watkrab
27th April 2008, 12:15
ค่ายใหญ่ๆ กล้าที่จะเลิกผลิตกล้องรุ่นเล็กๆ แล้วไปทำ Fullframe ที่คุยว่าสุดยอดเพียงอย่างเดียวได้มั้ย....

(ขอแก้ไขเล็กน้อยครับ) ชอบมากเลยครับที่เสนอความเห็นนี้มา ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับ Fullframe / Fourthird รู้แต่ว่ามีออกมาก็ใช้เท่านั้น แพงไปก็ไม่ซื้อ แล้วที่เป็น DSLR ไม่ได้ซื้อมือ 1 สักตัว ซื้อประเภทที่เจ้าของใช้ไปได้ 1-2 เดือน แล้วประกาศขาย เอามาถ่ายเล่นไม่ได้เอาไปทำมาหากิน แล้วไม่มีทรัพย์สมบัติมากมาย ต้องกินต้องใช้ ต้องส่งลูกเรียน ถ้าซื้อ Fullframe หรือรุ่น TOP แล้วเงินทองไหลมาเทมาก็จะซื้อ

สำหรับท่านอื่นหากซื้อด้วยเงินตัวเอง ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ใช้ ไม่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน พอใจรุ่นไหน ยี่ห้อไหน ก็ื้ซื้อไปเถอะ อย่าได้กะเกณฑ์ว่าคนอื่นๆ จะต้องชอบแบบเดียวกัน แบบนี้ดี แบบนี้ไม่ดี

VJ-ALPINA
29th April 2008, 07:23
ถ้าบอกกันตามตรงเลยคือ ก่อนหน้าที่ผมจะซื้อกล้อง ผมไม่เคยที่จะใส่ใจในเรื่องอุปกรณ์ซักเท่าไหร่ ไม่เคยลงลึก แต่ก่อนหน้าผมจะเลือกซื้อกล้อง ผมเล่นกล้องมานาน ผมถ่ายภาพมาจากหลากหลายกล้อง กล้องเพื่อนมั่ง กล้องอ๊อฟฟิศมั่ง
ซึ่งประเด็นหลักที่ผมทำแบบนั้น เพราะผมอยากที่จะเป็นคนที่ ถ่ายรูปได้ทุกกล้องโดยที่เวลาถ่ายภาพออกมาแล้ว .... ไม่มีข้ออ้างว่า " ภาพไม่สวยเพราะผมไม่ถนัดกล้องนี้ ภาพสวยเพราะผมถนัดกล้องนี้ผมใช้กล้องนี้ประจำอยู่ " หลักสำคัญของการถ่ายภาพคืออะไร หลักสำคัญของการเป็นนักถ่ายภาพคืออะไรครับ รวมถึงการเป็นโปรในการถ่ายภาพ หรือไปจนถึงในการเป็นศิลปินในการถ่ายภาพด้วย ไม่ใช่ การหาหนทางการหามุมมอง การถ่ายเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองหรอกหรือ อาจจะเป็นเพราะ ผมอยากเก่งเรื่องถ่ายภาพ อยากเก่งเรื่องการใช้เทคนิคการเล่นแสงสี อยากที่จะตอบคำถามคื่นๆได้ว่า ถ่ายยังไงให้ภาพออกมาเป็นอย่างงี้ ผมไม่อยากตอบคำถามคนอื่นๆว่า ใช้กล้องอะไรภาพถึงออกมาเป็นแบบนี้ .... เพราะถ้าเป็นอย่างงั้น แล้วคนที่ใช้กล้องไม่เหมือนผมล่ะ ........ แต่ถกกันเรื่องอุปกรณ์ให้ถ่ายภาพสวยก็ดี ได้ความรู้ดี

เอ้า!!! ต่อๆๆๆ ถกกันต่อ อยากรู้อีกๆๆๆ


อีกนิดนึงนะครับ ผมอยากให้มองกล้องทั้งตัวเป็นแค่เลนส์ชิ้นนึง เพราะเซ็นเซอร์รับภาพจริงๆมันอยู่ที่ตา ชิปประมวลผลมันอยู่ในสมอง .... ไม่ว่าจะเป็นเลนส์อะไร ตากับสมอง มันก็ยังเป็นอันเดิม อันเดียวกันอยู่

ตาสว่าง
29th April 2008, 08:08
สิ่งหนึ่งที่ผิดความคาดหมายของผมตอนที่ Olympus จะออกระบบ 4/3 คือ ผมอยากให้มันมีขนาดเล็กกะทัดรัด แบบที่ตระกูล OM ถูกยกให้เป็น Leica M ในรูป SLR ไหนๆ เซนเซอร์ก็เล็กแล้ว ทำเลนส์ บอดี้ให้เล็กไปเลย แต่ปรากฏว่าบอดี้ก็ไม่เล็ก เลนส์ก็เล็กไม่มาก บางตัวก็ใหญ่กว่าชาวบ้านอีก

เสียดาย Concept กล้อง OM จังเลยนะผมว่า สีสันนะถูกใจ Noise มากไม่ว่า แต่ขอขนาดกะทัดรัดกว่านี้ได้ไหม ไหนๆ จะฉีกแนวแล้ว เอาสุดๆ ไปเลย

และพอเห็นบอดี้ E3 แล้ว โฮ ผมรัก E1 ขึ้นมาเลย ทำไมความสวยงาม กะทัดรัด มันลดลงได้ไง

chingsci19
30th April 2008, 09:18
ขอแสดงความเห็นนิดนึงนะครับ ปัจจุบันกล้องแทบทุกยี่ห้อ ccd ออกจากโรงงานเดียวกัน(ใช่มั้ย หรือผมเข้าใจผิด)ก็คือโซนี่ ดังนั้นทุกยี่ห้อก็จะมาแข่งขันกันในเรื่องของ image processor และระบบสัพเพเหระมากมาย ส่วนคุณภาพของภาพนะครับ สุดท้ายของสุดท้าย ผมว่ามันก็เข้าใกล้กะฟิลม์อ่ะ เหนือกว่านี่ขอลังเลนิดนึงกับการเก็บข้อมูลแบบ pixel mapping กะฟิลม์ที่เก็บเป็นรูปจริง แต่สุดท้ายอัดมาตาคนเราก็คงไม่ได้เห็นข้อแตกต่างมากมายนักล่ะนะ

จริงๆแล้วการพัฒนาเทคโนโลยีมันไปเรื่อยๆหรืออาจกั้กอยู่ก็ได้ ใครจะรู้จริงมั้ยครับ ฟูลเฟรมอาจคิดได้มาตั้งนานแต่ยังเก็บไว้ไม่ขายเพราะว่า ของเก่าก็ยังขายกันได้ ค่อยๆเพิ่มนั่นนิดนี่หน่อย แล้วพอตัน ค่อยเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ออกมาก็ยังขายได้ แต่ที่แน่ๆว่าการลดขนาดวงจร ตัวอย่างในปัจจุบันคือ cpu นะครับ เดี๋ยวนี้วงจร และชิพต่างๆมีขนาดเล็กลงมากๆ cpu ประหยัดพลังงานมากขึ้น ต่อไปใครจะรู้ว่าอาจเกิด ccd ขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพมากมายก็ได้ หรืออาจเกิด sensor ชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพที่ดี หรือแม้กระทั้งอาจมีการเอา cpu เฉพาะทางของกล้องมาใส่ แล้วพัฒนาระบบ os ที่มีความสามารถสูงๆมากก่าปัจจุบัน(menu ต่างๆในกล้องผมถือว่าเป็น os นะครับ เพียงแค่มันไม่มีโลโก้ของไมโครซอฟท์ เพราะว่ามันคือ assembly ไม่ก็ linux นี่ล่ะ)ยัดลงไปในกล้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพก็ได้

มันอาจเป็นความคิดแปลกๆ งี่เง่า ยอมรับครับ แต่ว่าเทคโนโลยีไปทางไหน มีคำถามนึงว่า เราได้ใช้มันหรือไม่ ถ้าถ่ายภาพเล่นๆ ใช้กล้องเป็นอสน ก็รู้สึกว่า สิ้นเปลืองมากๆ แต่ถ้าซื้อความสุขก็เอาเถอะครับ เทคโนโลยีบางทีมันก็ภาพลวงตาล่ะน้อ เหมือนเอา AMD และ Intel มาเถียงกัน สุดท้ายแล้ว 0.25 วินาทีที่แตกต่าง เรารู้สึกว่าเสียเวลาบ้างมั้ย

sunday99
30th April 2008, 09:31
digital ยังมีเส้นทางอีกไกลครับ ... ถ้าเป็นแบบยุคที่กล้องฟิล์มอิ่มตัวไม่มีอะไรแปลกใหม่ เวลานั้นผมคงจะซื้อกล้องโปรแน่ๆ

ViT
30th April 2008, 11:05
ขอมาแจมด้วยคนครับ ผมฝันว่ากล้องในอนาคตอันใกล้น่าจะ

1. เปลี่ยน CCD Cmos Lmos กันได้เอง อยากได้ความละเอียดขนาดไหน
ก็จ่ายเพิ่มกันเอาเอง
2. LiveView แยกออกจากกล้องมาได้ แล้วมี Blue Tooth ส่งสัญญาณให้
หรือใช้ LCD TV รับภาพได้
3. CCD Cmos Lmos ปรับมุมได้เป็นแบบ Tilt & Shift
4. Tamron ทำเลนส์แบบ Adaptall III ให้เลนส์เปลี่ยนเม้าท์ ใช้กับกล้อง
ยี่ห้อต่างๆ ได้

Minstrel
30th April 2008, 11:57
ผมว่าโอลี่คงอยู่ที่ x2 ไม่ไปไหน
ค่ายอื่นก็ x1.5 หรือ x1.6 และ x1 คู่กัน

Omer
4th May 2008, 22:09
ผมว่ากล้องในอนาคต ต้องมีขาเดินได้ จัดองค์ประกอบเองได้ เวลาเราจะถ่ายก้บอกให้กล้องถ่ายภาพเราหน่อย เอาให้สวยๆนะ แล้วมันก็ถ่ายให้ เหมือนตากล้องประจำตัว ผมว่าดีนะ

ถ้าลองคิดเล่นๆว่า ถ้า Oly จะไปทำ Fullframe 35mm อะไรจะหายไปจาก Oly บ้าง อย่างแรกคือระบบกำจัดฝุ่น ที่อาศัยการออกแบบของห้องกระจกสะท้อนภาพที่กระจกมีขนาดเล็กและยาวทำให้ Dust Filter อยู่ห่างจาก Image sensor มากกว่ากล้องที่ยึด 35mm ทั้งแบบ Crop แล้วไม่ Crop ซึ่งจำเป็นต้องรักษาระยะระหว่าง Mount กับ Image sensor ให้เท่ากับกล้องฟิล์ม เลยทำให้ Dust Filter อยู่ติดกับ Image Sensor เลยทีเดียวพอกำจัดฝุ่นไม่หมดก็จะไปเกิดเป็นเงามืดอยู่บน Image sensor แต่กับ 4/3 แทบไม่มีผลกับภาพ เพราะแสงจะเบลอออกไปทำให้มองไม่เห็น

chingsci19
8th May 2008, 09:11
ถ้ามี CTO(Custom to order) DSLR ท่าจาเท่นะฮะ อิ้ๆๆๆ แต่ทุนของคนทำบานตะไทแหงๆ
ไงๆส่วนตัวชอบระบบกันฝุ่นกันน้ำนะฮะ อิ้ๆๆ ทำไมน่ะเหรอ คุนลองเดินๆอยู่แล้วฝนตกแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แล้วกระเป๋ากล้องกันฝนก็อยู่ในห้องดิ่
กันฝุ่น ผมว่ามันก็ดีนะอย่างน้อยเราก็ไม่ต้องกังวลว่าฝุ่นเข้า แล้วต้องนั่งรถปุเลงๆเข้าศูนย์ เอามาลองใช้ระบบเก็บกวาดฝุ่นก่อนไม่ได้ค่อยปุเลงๆเข้าศูนย์ สะดวกก่านิ้ส

~WaSaBi~
9th May 2008, 04:14
เทคโนโลยี มีแต่ จะเล็กลง และกระทัดรัด และประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ไม่งั้น เทคโนโลยีนาโนจะเกิดมั้ย CPU คอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่กว่า CCD ฟูลเฟรมซะอีก ยังทำได้เลย ที่จะมี วงจรนับสิบล้านตัวอยู่ข้างใน

มันทำได้แล้วตอนนี้ไม่ใช่ทำไม่ได้

เพียงแต่ ทำได้แล้วมันจะดีมั้ย ภาพที่ได้มันจะคมจรดขอบไม๊
โอลิมปัส ออกแบบให้แสงเดินทางเป็นเส้นตรง จึงคมทั้งภาพ
ไม่ใช่คมเฉพาะตรงกลาง

ยังไงก็แล้วแต่ ผมเห็นมาตรฐานต่างๆที่โอลิมปัสริเริ่มมา กลายเป็นมาตรฐานหลายๆอย่างของกล้องdslr ในปัจจุบันทุกค่ายเลย

และยังไม่หยุดพัฒนาด้วยนะ

ไม่ใช่ รถยนต์ที่ดีแต่ ทำเครื่องแรงอย่างเดียวโดยไม่สนใจที่จะทำเบาะนุ่มๆ พวงมาลัยที่ให้สัมผัสที่ดี ให้ความสะดวกสบายกับคนขับ หรือแม้แต่รูปทรง

ผมอยากได้กล้องที่สมบูรณ์แบบ และเหมาะสม มากกว่าจะได้กล้องที่ สุดยอดในโลก แต่ราคา เท่ารถคันนึง เพื่อมาถ่าย หมาแมว ดอกไม้ ถ่ายแฟน

ผมว่าโอลิมปัสเข้าใจจุดนั้น

เค้ารู้ว่า ตากล้องต้องการอะไร มากกว่าที่จะรู้ว่า ทำไงถึงจะได้ส่วนแบ่งการตลาดกล้องจากตากล้องหรือช่างภาพให้มากที่สุด

MOOPA
14th May 2008, 16:24
ส่วนตัวแล้วชอบแนวคิดของ โอลิมปัสมาก กล้าที่จะแหวกแนว คิดริเริ่มอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอๆ แต่ติดอยู่ตรงที่เมื่อเริ่มระบบใหม่ ก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด ทำให้มีเลนส์ในระบบ 4/3 ให้เลือกใช้น้อยไปหน่อย และไม่มีค่อยมีเลนส์ถูกๆ สำหรับให้มือใหม่ไว้ลองเล่นซักเท่าไหร่ ถ้าเทียบราคากับค่ายอื่น(แต่ขอบอกว่าถ้าเทียบ คุณภาพ/ราคา โอลีกินขาด) ถ้ามีเลนส์เกรดสแตนดาร์ด ถูกๆดี มาให้เลือกเยอะๆ ผมว่าคนย้ายค่ายมาอีก จม..อิๆ

chingsci19
15th May 2008, 09:13
จริงๆแล้วถ้าเทียบช่วงและราคา ส่วนตัวนะฮะ พอๆกันทุกยี่ห้อ เพียงแค่การตลาดของไทยมันไม่ค่อยดีที่บางครั้งของศูนย์บางร้านเอาไปขายแบบราคาแพงมากๆนะฮะ ไม่เหมือนกับยี่ห้ออื่นที่ค่อนข้างคุมราคาเอาไว้ได้ แต่ตอนนี้เงินแข็งของค่อนข้างราคาปรับลงมาบ้างหน่า ว่าแต่นี่มัีนของหิ้วนี่หว่า เอิ้กๆๆ

Adequacy
9th June 2008, 09:52
เข้ามาดูเขาคุยอะไรกัน ^^
กำลังตัดสินใจ จะ ย้ายค่ายจากNมาOครับ

ViT
9th June 2008, 11:54
สิ่งที่ผมห่วงที่สุดในการใช้โอลิมปัส คือศูนย์บริการซ่อมนี่แหละ
ทุกวันนี้ยังห่วงว่า ถ้าเจ้าE3 FL50R เป็นไรไป ศูนย์จะซ่อมให้ได้หรือป่าว
และใช้เวลานานแค่ไหน เพราะผมบ้าใช้โอลิมปัสกับงาน ซึ่งในระบบการดูแลตรงนี้ไม่มีเหมือนแคนอน เมื่อก่อนใช้แคนอนส่งซ่อมเช้า ขอเร่งด่วน บ่ายก็ซ่อมให้เสร็จแล้ว แต่แฟลชFL50 ของผมที่เคยส่งซ่อม 8 เดือนนี่สิ ทำให้หวั่นใจ

Arugi
26th June 2008, 08:16
ถ้าจะมีเหตุผลกลใดที่ทำให้ผมไม่เลือกค่ายโอลิมปัสในตอนนี้ก็เพราะปัญหาเรื่องศูนย์บริการนี่ล่ะครับ

ไว้ทำได้ดีซักครึ่งของ canon ก่อนแล้วกันผมค่อยกลับมาใช้โอลิมปัสอีกครั้ง ตอนนี้พูดตรงๆว่าไม่อยากเสี่ยงเลย ไอ้เราล่ะก็ชอบโอลิมปัสมาตั้งกะก่อนยุคดิจิตอลล่ะ(สมัยมิวตัวแรกอะ) แต่พอมายุคดิจิตอล มันมีปัญหาที่คาดไม่ถึงมาได้ตลอด ถึงกล้องจะดีแค่ไหนก็เถอะ (สมัยcanon 1DII เคยมีปัญหาเรื่องแบตล๊อตแรก canon เรียกคืนทั้งล๊อต)(สมัย 1DsIII ก็มีปัญหาเรื่องการโฟกัสเรียกคืนไปซ่อมทั้งล๊อต) ผมยกตัวอย่างให้ดูเฉยๆ...


ใจตัวเองอยากใช้ E3 +12-60 ใจจะขาด แต่ที่ได้ข้อมูลมานี่ ซ่อม3เดือน7เดือนทั้งนั้นเลย อ้อ มีแฟลชของน้า ViT 8เดือนอีก -*- ไว้ผมได้ยิน user พูดถึงศุนย์JJ ในด้านดีเยอะๆ(โดนไม่มีด้านเสีย)ก่อนนะครับ เจอกันแน่โอลี่(อาจจะยุค E3II E4 E5 ก็ได้ -*- ถ้าไม่เจ๊งไปก่อนนะ)

ta_eka
26th June 2008, 08:36
เลือกในสิ่งที่ชอบ และรักในสิ่งที่เป็น ยอมรับในส่วนเสีย และรีดพลังในส่วนดีที่มีอยู่เถอะครับ เราจะได้มีความสุขกับการเก็บเรื่องราวไว้ในภาพถ่าย

Thanunchai13
27th June 2008, 11:07
ได้มาอ่านทำให้รู้อะไรเมขึ้นเยอะเลยครับ

Ake_ChE
28th June 2008, 23:35
ไม่ได้กลับมาห้อง Oly นานแล้ว ว่างๆ เลยแวะมาดู ไม่นึกว่าจะยังมีกระทู้ประเภทนี้อยู่ เหมือนเป็นกระทู้ให้ชาว Oly ได้ระบายความอัดอั้นและน้อยเนื้อต่ำใจยังไงไม่รู้ ส่วนผมก็ได้แต่เศร้าใจกับ Oly ชาตินี้คงไม่ได้กลับมาใช้ Oly อีกแล้ว เพราะระบบ 4/3 และเซ็นเซอร์ขนาดกระจ้อยร่อย, Noise บาน, White Balance สุดโง่, No Service Mind เพราะ JJ เน้นขายอย่างเดียว โชคดีที่หลุดจากมนต์ดำมาได้ซะที โอ้ อนิจจา

daybreak
29th June 2008, 01:26
ลองตอบมั่ง

จริงๆ ทุกคนก็รู้กันอยู่นะครับ สินค้าที่มีคนใช้น้อยมันบ่งบอกถึงความสะดวกสบายที่น้อยลงของสินค้าเอง
อย่างโอลี่ก็
เลนส์ก็ไม่ค่อยมีบ้างล่ะ
0 บริการ บางทีก็ดี บางทีมีลุ้นตัวโก่ง กล้องพังทีลมแทบจับ ไม่รู้จะถูกดองไว้สักกี่วันกี่เดือน
คนรอบข้างไม่ค่อยใช้ อยากยืมเลนส์บ้างก็หาเลนส์ยืมยากอยู่
อะไรอย่างนี้ แล้วใครจะไปเลือกล่ะครับ ทำอะไรก็ไม่สะดวก แถมลำบากใจอีก

นอกจากนี้ ระบบของ โอลี่มันไม่เหมือนใครน่ะครับ 4/3 ซึ่งทำให้สัดส่วนภาพที่ถ่ายนอกจากไม่เหมือนใคร ไปอัดรูปก็เสียวรูปถูกครอป(ต้องบอกร้านก่อน) และการที่ 4/3 ทำให้สามารถออกแบบ Sensor รับภาพที่เล็กลงนั้น ได้ส่งผลให้ Noise บานตะไทตามไปด้วย แม้ความเล็กของมันจะช่วยให้สามารถออกแบบกล้องได้เล็กลงก็เถอะ
ถ้าเป็นแบบนี้ สู้ไปเอากล้องที่มันใช้ระบบมาตรฐานที่คนส่วนใหญ่ใช้ ซึ่งให้ภาพที่เกิด Noise ได้น้อยกว่าไม่ดีกว่าเหรอ

ก็ราวๆ นี้ กระมังครับ

แต่ผมไม่สนครับ ราคามันถูกดี เลนส์น้อยดี(ไม่ต้องเลือกมาก แป้บเดียวจบครบกระบวนการซื้อ)
จริงๆ ตอนได้มันมาแล้ว ก็โดนคนมองแปลกๆ แหละครับ แรกๆ ก็ลำบากใจว่าตัวเองเน้นราคาถูกเข้าว่ามากไปรึเปล่า
แต่หลังๆ ผมสนุกกับการถ่ายภาพไปแล้วครับ พยายามหามุมใหม่ๆ ออกไปเปิดโลกเยอะๆ จะได้ถ่ายรูปเก่งๆ(แม้ครึ่งปีแล้วจะยังเตาแตะอยู่ก็เถอะ)

อีกอย่าง ผมมันพวกแหวก
มือถือใช้ I-mobile ตั้งแต่มันมาใหม่ๆ ที่คนรุมด่ามันเยอะๆ น่ะครับ จนบัดนี้ ก็ยังอุดหนุนมัน ช่วงนี้บริการดีขึ้นมาก
เครื่องเสียง Home Theater ที่บ้าน ก็ใช้ของ Local Brand ทั้งหมด ทั้งๆ ที่เพิ่มตังค์อีกหน่อยก็ไปสอย Yamaha ได้แล้ว อะไรอย่างนี้

ก็แล้วแต่ครับ นานาจิตตัง

ViT
30th June 2008, 11:17
เรื่องนอยส์บาน กับ ไวท์บาลานซ์โง่ นี่
ถ้าเป็นกับ E3 ผมขอเถียงว่าไม่จริง เพราะเท่าที่ลองใช้มาหลายๆ แบรนด์แล้วในโจทย์เดียวกัน สถานที่เดียวกัน ถ้านับว่าโง่ ก็โง่เหมือนกันหมด ถ้านับว่าฉลาด ก็ฉลาดเหมือนกันหมด ยุคนี้ไม่ค่อยต่างกันแล้ว อยู่ที่ใครจะใครจะมีอะไรพิเศษกว่า ผมชอบที่โอลิมปัสที่ตั้งคัสตอมไวท์บาลานซ์ที่ใช้ได้จริงทีเดียว แค่มีกระดาษขาวแผ่นเดียวก้อเสร็จผม
เหตุผลที่ผมยังงมโข่งอยู่ในแวดวงโอลิมปัสนี่หลักๆ ก็คงเป็นเรื่อง กันฝุ่นนี่แหละ
ไม่ต้องมานั่งดูแลเรื่องนี้มาก และภาพที่ได้จากE3+ด้วยเลนส์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะ 12-60 กับ 50-200 SWD นั้นให้ภาพที่ใสเคลียร์ ชัด สีที่สดใสจริงๆ ไม่ต้องมานั่งดึงสีกันอีกด้วยซ้ำ
สรุป ผลิตภัณฑ์ดี แต่ ตัวแทนต้องพิจารณากันใหม่

PHOTO_LIFE
1st July 2008, 06:57
ไม่ได้กลับมาห้อง Oly นานแล้ว ว่างๆ เลยแวะมาดู ไม่นึกว่าจะยังมีกระทู้ประเภทนี้อยู่ เหมือนเป็นกระทู้ให้ชาว Oly ได้ระบายความอัดอั้นและน้อยเนื้อต่ำใจยังไงไม่รู้ ส่วนผมก็ได้แต่เศร้าใจกับ Oly ชาตินี้คงไม่ได้กลับมาใช้ Oly อีกแล้ว เพราะระบบ 4/3 และเซ็นเซอร์ขนาดกระจ้อยร่อย, Noise บาน, White Balance สุดโง่, No Service Mind เพราะ JJ เน้นขายอย่างเดียว โชคดีที่หลุดจากมนต์ดำมาได้ซะที โอ้ อนิจจา

ไม่รู้ว่าโชคดี หรือโชคร้าย ที่คิดได้แบบนี้

ถ้าภายในใจยังมีเรื่องราวอย่างนี้อยู่ละก็ อยู่ที่ไหนก็ไม่เป็นสุขหรอกครับ

จงเลือกเอาแต่ส่วนดีเถอะครับ อย่ามองหาแต่ส่วนไม่ดีของกันและกัน

มันไม่จบ

chingsci19
2nd July 2008, 09:09
นานาจิตตังนะพี่น้อง กล้องเป็นแค่อุปกรณ์ ชอบข้อดีของสิ่งไหนก็ใช้สิ่งนั้นล่ะครับ

กล้องก็เหมือนแฟน ใช่ก็คบกันต่อไป ไม่ใช่ก็เลิกลา เป็นเรื่องธรรมด้าธรรมดา เพียงแค่ว่า ข้อดีข้อเสียของเขาเรารับได้มั้ย เป็นคนน่ารัก สวยมาก แต่ไม่เอาใจใส่ หรือจะเป็นคนสูงส่งไฮโซ มีความอดทนสูง หรือจะเป็นคนบอบบาง เรียบง่าย เอาใจเก่ง มันสุดแท้แต่รสนิยมครับ

ถ้าเกิดมีเว็ปบอร์ดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แล้วเรามาเถียงกันเรื่อง มาม่า ยำยำ หรือไวไว อร่อยกว่ากัน มันก็เป็นปัญหาโลกแตกล่ะครับ(จิงป่ะ) เพราะสุดท้าย output ของมันก็คือ อึ ที่ได้หลังจากตอนเรากินอิ่มแล้ว

ฉันใดฉันนั้น กล้องดิจิตอลมั้นก็เป็นอุปกรณ์ที่เราใช้นะครับ บางคนใช้อุปกรณ์มหาศาล เลนส์เทพ มีคนถือรีเฟล็ก แต่ก็มิได้นำพา เห็นมาหลายต่อหลายคนแล้วพูดได้คำเดียวว่า จะใช้ของให้มันเปลืองกะตังไปทำไมเนี่ย เห็นตากล้องมืออาชีพหลายๆคน เขายังใช้อุปกรณ์ติ้สเดียว กล้องก็เก่าๆ แต่รูปสวยๆก็มีเยอะ สุดท้ายนะ อุปกรณ์มันแค่ช่วยให้สะดวกขึ้นเฉยๆนะครับ

สำหรับตัวผม ตอนนี้ยังใช้แค่เลนส์คิท และมือหมุนเอาไว้ถ่ายเล่นๆบางส่วน เอาไว้ถ่ายรับปริญญาน้องๆ และเพื่อนๆที่เขาต้องการเพราะว่าไม่อยากให้เสียตังกัน(เน้นถ่ายฟรี)เพราะว่าคุณเอาตังหลายพันนั้นไปทำสาระอย่างอื่นเถอะ ส่วนตัวผมก็กินความสุขจากรูปที่ถ่ายพวกเขาแค่นั้นมันก็สุขใจทั้งคนถ่าย และผู้ถูกถ่ายแล้วล่ะครับ

อะไรๆจะเล็กลงแน่นอนเป็นไปตามเทคโนโลยีครับ ไม่งั้นปัจจุบันคุณจะได้เป็น CPU 4 Core หรือ โน้ตบุ้คขนาดเล็ก ใช้งานในปัจจุบันรึเปล่า เทคโนโลยีไม่มีหยุดยั้งหรอกครับ นิคก็ดี หนอนก็ดี แป้นก็ดี จับมาหมดแล้ว
แต่ว่าสำหรับผม ผมชอบสีสันของกล้องมากกว่าแบรนด์ noise มีมากมั้ย ไม่ได้ถ่ายกลางคืนไม่ได้เดือดร้อน wb เพี้ยนมั้ย e-300 ถ้าไม่ยึดติดกับหน้าจอ LCD ที่เพี้ยนๆของเขา ที่มี preset ให้มาก็โอเคนะ ออกโทน warm ด้วยชอบๆ โฟกัสช้าหน่อย แต่ก็ไม่นาน การเข้าถึงการปรับแต่งต่างๆถือว่าโอเค shortcut ถูกใจ และมีกันฝุ่น เคยเดินกลางฝนปรอยๆแล้วถ่ายก็ไม่งอแง อีกอย่าง มันราคาถูกสุดในช่วงนั้นก็เลยตัดสินใจซื้อ เพราะตอนแรกก็อยากได้นิคหรือหนอน แต่รู้สึกว่า มันสิ้นเปลืองเกินไปถ่ายรูปออกมาได้เหมือนกันอ่ะ

หนอนโฟกัสไว แต่มันไม่มีฟิลลิ่งอ้ะ บอกไม่ถูก คือไม่ชอบความรู้สึกตอนสัมผัส และสมัยนั้น แพงมากมาย ไม่ได้ถูกเหมือนสมัยนี้ จอ LCD ทำได้ดี การเข้าถึงการปรับแต่งต่างๆทำได้ดีอยู่แล้ว อุปกรณ์มามากมายมหาศาล แต่ทำไมออกมาหลายเกรดจัง เดี๋ยวก็ออกๆ เลือกไม่ถูก ภาพที่ได้ถือว่าออกโทนธรรมชาติ ซึ่งไม่ชอบโทนสี ชอบแรงๆเพราะเล่นกล้องรัสเซียมาก่อน(สีเขาแรงจิงๆนะ ยิ่งโลโม่ก็แรงงง)

นิค หนักแน่น แต่หนักมาก จับจาไม่อยู่ รูปสีสันถือว่าเข้าตา ความคมชัดดี โฟกัสไว แต่... มัน D80 ถ้ามามอง D40X แล้วนี่มัน... เลนส์แพงอ่า มีน้องใช้อยู่ แต่โดยรวมวัสดุถือว่าดีมาก ระบบวัดแสงก็ดี โฟกัสจุดเยอะจนไม่ได้นับ การเข้าถึงเมนูทำได้ดี shortcut มันเยอะอ่ะ ตาลาย แต่คงเหมาะกับโปรล่ะนะ

แป้น ลองของเพื่อนมา ดีที่ใช้เลนส์เก่าได้ประหยัดดี wb มักติดโทนเหลือง อันนี้เจ้าตัวเอารูปมาโชว์ วัสดุถือว่าดี ฟีลลิ่งการจับก็โอเค แต่ shortcut มันน้อยไปนิดนึง ส่วน noise ยังไม่ได้ลอง กัวทำกล้องมันเจ๊งอ่า

สุดท้ายก็มาถ่ายรูปให้สนุกดีก่า

chingsci19
2nd July 2008, 09:09
นานาจิตตังนะพี่น้อง กล้องเป็นแค่อุปกรณ์ ชอบข้อดีของสิ่งไหนก็ใช้สิ่งนั้นล่ะครับ

กล้องก็เหมือนแฟน ใช่ก็คบกันต่อไป ไม่ใช่ก็เลิกลา เป็นเรื่องธรรมด้าธรรมดา เพียงแค่ว่า ข้อดีข้อเสียของเขาเรารับได้มั้ย เป็นคนน่ารัก สวยมาก แต่ไม่เอาใจใส่ หรือจะเป็นคนสูงส่งไฮโซ มีความอดทนสูง หรือจะเป็นคนบอบบาง เรียบง่าย เอาใจเก่ง มันสุดแท้แต่รสนิยมครับ

ถ้าเกิดมีเว็ปบอร์ดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แล้วเรามาเถียงกันเรื่อง มาม่า ยำยำ หรือไวไว อร่อยกว่ากัน มันก็เป็นปัญหาโลกแตกล่ะครับ(จิงป่ะ) เพราะสุดท้าย output ของมันก็คือ อึ ที่ได้หลังจากตอนเรากินอิ่มแล้ว

ฉันใดฉันนั้น กล้องดิจิตอลมั้นก็เป็นอุปกรณ์ที่เราใช้นะครับ บางคนใช้อุปกรณ์มหาศาล เลนส์เทพ มีคนถือรีเฟล็ก แต่ก็มิได้นำพา เห็นมาหลายต่อหลายคนแล้วพูดได้คำเดียวว่า จะใช้ของให้มันเปลืองกะตังไปทำไมเนี่ย เห็นตากล้องมืออาชีพหลายๆคน เขายังใช้อุปกรณ์ติ้สเดียว กล้องก็เก่าๆ แต่รูปสวยๆก็มีเยอะ สุดท้ายนะ อุปกรณ์มันแค่ช่วยให้สะดวกขึ้นเฉยๆนะครับ

สำหรับตัวผม ตอนนี้ยังใช้แค่เลนส์คิท และมือหมุนเอาไว้ถ่ายเล่นๆบางส่วน เอาไว้ถ่ายรับปริญญาน้องๆ และเพื่อนๆที่เขาต้องการเพราะว่าไม่อยากให้เสียตังกัน(เน้นถ่ายฟรี)เพราะว่าคุณเอาตังหลายพันนั้นไปทำสาระอย่างอื่นเถอะ ส่วนตัวผมก็กินความสุขจากรูปที่ถ่ายพวกเขาแค่นั้นมันก็สุขใจทั้งคนถ่าย และผู้ถูกถ่ายแล้วล่ะครับ

อะไรๆจะเล็กลงแน่นอนเป็นไปตามเทคโนโลยีครับ ไม่งั้นปัจจุบันคุณจะได้เป็น CPU 4 Core หรือ โน้ตบุ้คขนาดเล็ก ใช้งานในปัจจุบันรึเปล่า เทคโนโลยีไม่มีหยุดยั้งหรอกครับ นิคก็ดี หนอนก็ดี แป้นก็ดี จับมาหมดแล้ว
แต่ว่าสำหรับผม ผมชอบสีสันของกล้องมากกว่าแบรนด์ noise มีมากมั้ย ไม่ได้ถ่ายกลางคืนไม่ได้เดือดร้อน wb เพี้ยนมั้ย e-300 ถ้าไม่ยึดติดกับหน้าจอ LCD ที่เพี้ยนๆของเขา ที่มี preset ให้มาก็โอเคนะ ออกโทน warm ด้วยชอบๆ โฟกัสช้าหน่อย แต่ก็ไม่นาน การเข้าถึงการปรับแต่งต่างๆถือว่าโอเค shortcut ถูกใจ และมีกันฝุ่น เคยเดินกลางฝนปรอยๆแล้วถ่ายก็ไม่งอแง อีกอย่าง มันราคาถูกสุดในช่วงนั้นก็เลยตัดสินใจซื้อ เพราะตอนแรกก็อยากได้นิคหรือหนอน แต่รู้สึกว่า มันสิ้นเปลืองเกินไปถ่ายรูปออกมาได้เหมือนกันอ่ะ

หนอนโฟกัสไว แต่มันไม่มีฟิลลิ่งอ้ะ บอกไม่ถูก คือไม่ชอบความรู้สึกตอนสัมผัส และสมัยนั้น แพงมากมาย ไม่ได้ถูกเหมือนสมัยนี้ จอ LCD ทำได้ดี การเข้าถึงการปรับแต่งต่างๆทำได้ดีอยู่แล้ว อุปกรณ์มามากมายมหาศาล แต่ทำไมออกมาหลายเกรดจัง เดี๋ยวก็ออกๆ เลือกไม่ถูก ภาพที่ได้ถือว่าออกโทนธรรมชาติ ซึ่งไม่ชอบโทนสี ชอบแรงๆเพราะเล่นกล้องรัสเซียมาก่อน(สีเขาแรงจิงๆนะ ยิ่งโลโม่ก็แรงงง)

นิค หนักแน่น แต่หนักมาก จับจาไม่อยู่ รูปสีสันถือว่าเข้าตา ความคมชัดดี โฟกัสไว แต่... มัน D80 ถ้ามามอง D40X แล้วนี่มัน... เลนส์แพงอ่า มีน้องใช้อยู่ แต่โดยรวมวัสดุถือว่าดีมาก ระบบวัดแสงก็ดี โฟกัสจุดเยอะจนไม่ได้นับ การเข้าถึงเมนูทำได้ดี shortcut มันเยอะอ่ะ ตาลาย แต่คงเหมาะกับโปรล่ะนะ

แป้น ลองของเพื่อนมา ดีที่ใช้เลนส์เก่าได้ประหยัดดี wb มักติดโทนเหลือง อันนี้เจ้าตัวเอารูปมาโชว์ วัสดุถือว่าดี ฟีลลิ่งการจับก็โอเค แต่ shortcut มันน้อยไปนิดนึง ส่วน noise ยังไม่ได้ลอง กัวทำกล้องมันเจ๊งอ่า

สุดท้ายก็มาถ่ายรูปให้สนุกดีก่า

artyeg
3rd July 2008, 01:40
อ่านแล้วสนุก ต่างมุมมองมาชนกัน คนอ่านได้ความรู้เต็มๆ เคยจับ E3 แล้วชอบนะครับ หนักแน่นดีมาก ส่วน noise ผมลองเล่นดูผมว่าถ้าไม่เกิน 800 นี่ก็สูสีกับตัวระดับเดียวกันของค่ายอื่นนะครับ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นแล้วว่า oly ได้ทำลายกำแพงขีดจำกัดเรื่อง noise กับเซ็นเซอร์ขนาดเล็กอย่าง 4/3 ได้บ้างแล้ว ซึ่งตัวต่อไปของ oly ผมว่า noise คงไม่ใช่ปัญหาแล้วหล่ะ ส่วนเรื่อง AWB ผมใช้ D80 (nikon) กับ 40D (canon) ก็ยังไม่ค่อยแม่นเท่าไรเลยครับ เอาเป็นว่า ออโต้จะให้ดีสู้เราปรับแมนนวลเองตามแสงที่ตาเราเห็นได้ไง ปรับเองสะบายใจกว่า

พ่อน้องตอง
3rd July 2008, 09:50
เคยแวะเวียนมาตั้งแต่ยังไม่ได้ซื้อกล้อง...ตอนนี้ซื้อแล้ว กลับมาดู โอ้โห...กระทู้นี้ยังไม่ปิดอีก ตอนนี้สมัครแล้วขอออกเสียงบ้างละกัน เอาเป็นว่า จากที่เจ้าของกระทู้ตั้ง...ผมว่าที่เป็นเสียงที่น้อยกว่า เพราะว่าคนใช้น้อยกว่าอ่ะครับ อิๆๆ แต่ผมว่ากระแสมันกำลังเริ่มดีนะ แต่ถ้าคนเคยใช้oly น่าจะชอบ Charactor ของมัน ทุกยี่ห้อ มันมีทั้งข้อดี-ข้อเสียกันหมดและครับ แล้วแต่ว่าเราจะถูกใจกับข้อดีอันไหน และรับได้กับข้อเสียที่มีได้มากที่สุด 555 ตอนนี้ผมก็เลยมาลงตัวที่ E3 เท่าที่ใช้ก็ Ok ครับ Firmware ใหม่ WB ผมว่าดีเลย(สำหรับผมนะ) ตอนนี้ไม่อยากเปลี่ยนกล้องไปเป็นตัวอื่นและ...แต่อยากได้เลนส์เพิ่มอ่ะ ทำไงดีไม่มีตังค์

badboyz
17th November 2008, 12:03
ต่างจิตต่างใจอย่าไปบังคับใครให้ใช้เหมือนตัวเลยทุกคนมีสิทธิ์เลือกไม่มีถูกไม่มีผิดครับ
อ่านแล้วได้มุมมองที่แตกต่างเยอะดีครับ

Fast
2nd December 2008, 17:27
ฟังๆอ่านๆดูเรื่องทีพูดถึงกันมากก็เป็นเรื่องน๊อยที่ ISO สูงเลยสงสัยขึ้นมาว่าปกติเราถ่ายรูปกันนี่ ISO อยุ่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับโดยเฉลี่ย

35mm
13th November 2009, 10:31
เหตุผลที่ใช้ เล็ก พกพาสะดวก ถ่ายภาพบางที คนที่โดนถ่ายยังไม่รู้ตัวเลยครับ มันเล็ก จริงๆ ผมใช้ E420 + Lens 25Mm F2.8 เพนเค้ก ถึงสีสันยังไม่เข้าตาแต่ผมก็ยังคงใช้งานต่อไปครับ เพราะเป็นกล้องที่แอบถ่ายดีกล้องหนึ่ง ก็มันเล็กนี้น้า 55 แต่เรื่องปวดหัวก็คงเป็นพวก เลนส์และอุปกรณ์เสริมนี้แหละครับที่หายากสักหน่อย แต่ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะหามัน... ถึงเราจะไม่เหมือนคนอื่นแต่เราก็คบกันได้ รู้จักที่จะเรียนรู้และรับฟังคนอื่นแต่รู้จักประมาณตน มีแค่นี้ใช้ให้มันคุ้มๆ หน่อย olympus ยังสอนให้อะไรอีกหลายๆ อย่างให้ผม จากที่โดนคนอืนบอกว่าเล่นไปทำไมค่ายนี้ แบบว่าโบราณไม่ทันสมัย เอ๋ มันพูดได้ไงเนี้ย เพระผมเห็นหลายๆ ร้านในห้างดังจะเชียร์ หนอน ซะเป็นส่วนใหญ่ Nikon ก็ตามมา ก็ว่าอะไรผมจะเล่นอะครับ ผมก็ไม่ได้ใช้ olympus เพียงอย่างเดียวแต่ก็ใช้ Canon 40D ไปด้วย สลับกันไป ดีไม่จับใส่ผิดเลนส์กัน - - * รีบจัด 55

สำหรับผมแล้วเพิ่งจะชอบการถ่ายภาพอย่างจริงๆ จังก็ตอนนี้แหละครับหลังจากเลิกเล่นไปแล้ว 2 ครั้ง นานมาละ นี้ครั้งที่ 3 ละ เหอๆ ว่าจะมารู้ตัวก็เป็นยุคดิจิตอลซะเลย

สุดท้ายทุกอย่างไม่ได้วัดที่กล้องแต่ดูที่ภาพถ่ายออกมาสื่อถึงอะไร กล้องมือถือนี้แหละครับถ่ายดีก็สวยนะครับ เอ๋ กล้อง ปอก แป๊ก ก็ทำได้ดีนะครับ แอบก็ดี อิอิ