PDA

View Full Version : +•+ [ ราตรียังเยาว์...ทุกคืนทุกคืน...ที่เวียงจันทน์ - วังเวียง - หลวงพระบาง ] +•+



กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:13
สวัสดีเจ้าค่ะ~
แอบหายไปนานเลย ช่วงปีใหม่ได้ไปเที่ยวมา เลยเอาภาพมาฝากกันค่ะ


ได้มีโอกาสไปเที่ยวซ้ำที่เดิมมาอีกแล้ว คุณพจน์เพื่อนเลิฟถามมาตั้งกะกลางปีว่าปีใหม่นี้จะไปไหนดี พอดีเจ้านายใจดี ให้
หยุดซะตั้ง 7 วัน ประกอบกับตาตุ้ยที่หลวงพระบางโทรมาส่งความคิดถึงถี่ๆ อิอิ (คงจำตาตุ้ย ชายหนุ่มชาวหลวงพระบางใน
กระทู้เก่าเราได้นะคะ มิตรภาพที่เบ่งบานมาจากการพบกันเมื่อปีที่แล้ว) ก็เลยตกลงกันว่าไปหลวงพระบางซ้ำที่เดิมละกัน
แต่เพิ่มเวียงจันทน์ และวังเวียงเข้าไปด้วยค่ะเพราะยังไม่เคยไปมาก่อน


เรา 3 คน ประกอบด้วยข้าพเจ้า คุณพจน์ และคุณไก่ จะเดินทางกันไปที่เวียงจันทน์ก่อนด้วยเครื่องบิน 2 ใบพัดจากลาว
แอร์ไลน์ เที่ยวบินสุวรรณภูมิ – เวียงจันทน์ ในวันที่ 2 มกราคม 2551 พักที่เวียงจันทน์ 1 คืน แล้วเดินทางด้วยรถบัส วีไอพี.
ไปยังวังเวียง เพื่อค้างที่วังเวียง 2 คืนค่ะ


ต่อจากนั้นจะนั่งรถบัส วีไอพี. จากวังเวียงไปยังหลวงพระบางอีกทีหนึ่ง ค้างที่หลวงพระบาง 2 คืน แล้วบินกลับด้วยเครื่อง
2 ใบพัดจากลาวแอร์ไลน์ เช่นเดิม เที่ยวบินหลวงพระบาง – สุวรรณภูมิ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 7 มกราคม 2551



และเรื่องราวทั้งหมดนี้ คือการเดินทางและท่องเที่ยวเปรี้ยวปริ๊ด 5 คืน 6 วันในทริปนี้จ้า.....



:P


• ภาพ : ทาดหลวง / ประตูไซ / พระราชวังเดิมหลวงพระบาง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:14
2 มกราคม 2551


เมื่อเรามาถึงนครหลวงเวียงจันทน์ ลงเครื่องได้ก็จับแท็กซี่จากสนามบินไปหาที่พักกันเลยค่ะ เราไม่ได้จองหรือทำอะไรมา
ก่อนทั้งสิ้น ไปหาเอาเอง หลังจากเลือกสักที่สองที่แล้ว ก็มาตกลงกันได้ที่ “โรงแรมไซสมบูน” บนถนนขุนบอรม ค่ะ ด้วย
เหตุผล 2 ประการที่เลือกที่นี่เพราะมีห้องแบบ 5 เตียงใหญ่อลังการ แต่คิดราคานอน 3 เตียง และรีเซฟชั่นที่ยืนต้อนรับหน้า
เคาเตอร์หล่อ !!! กร๊ากกกกก


เก็บข้าวเก็บของ พร้อมทั้งโอแปะแป๊ะกันแล้วว่าใครจะนอนเตียงไหน เพราะทั้งสามนางก็มีฮวงจุ้ยส่วนตัวกันดี๊ดีค่ะ คนนี้
ไม่นอนตรงประตู คนนั้นไม่นอนตรงข้ามกระจก คนนั้นอยากนอนใต้หน้าต่าง คนนั้นอยากได้เตียงที่มีโต๊ะเครื่องแป้งปลาย
เตียง ดึกๆ จะได้ลุกมาทาครีมกันย่นได้ง่ายๆ คนนี้นอนกรน ต้องนอนไกลชาวบ้านหน่อย ดังนี้เป็นต้น แบ่งกันไปคนละ
เตียง เหลืออีก 2 เตียงเอาไว้วางแผ่ตากผ้าเช็ดตัวกับกางเกงใน คริคริ



:P


• ภาพ : ประตูทางเข้าทาดหลวง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:15
เสร็จสรรพแล้ว ก็ออกไปหาอะไรทานกันค่ะ ถามไถ่ได้ความว่าควรจะไปกินหมูกระทะแบบบุฟเฟ่ต์กันก่อนดีกว่า ท้องไส้จะ
ได้ค่อยๆ ปรับไป จะไปกินอาหารพื้นเมืองเลยเดี๋ยวจะผิดสำแดงเอา เราก็เลยไปกินหมูกระทะบุฟเฟต์กันที่ “ร้านบึงขะยอง”
บนถนนสีเมือง ค่ะ ร้านไฮโซ๊ไฮโซ มีแต่ชาวเวียงจันทน์ล้นร้าน ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย


ที่ร้านนี้ 3 นางก็ได้ออกฤทธิ์เดชให้ประจักษ์ ด้วยการกินมูมมาม และตักอาหารบุฟเฟ่ต์มาเพลินไปหน่อย จนเหลือค้างตาม
กระทะและจานต่างๆ พอเช็คบิล เลยโดนปรับค่าอาหารเหลือไปซะ 20000 กีบ เป็นเงินไทย 80 บาท ฮ่าๆๆๆ สบายใจ



:P


• ภาพ : รอบในของทางเดินทาดหลวง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:16
กินเสร็จ หารือกันว่าควรจะไปท่องราตรีประเดิมเอาฤกษ์เอาชัยหน่อยดีกว่า เราก็จับรถ 3 ล้อไปกันที่ “ผับ สอระดิด” แถว
ดงปาลาน กันค่ะ ละเลียด “เบยลาว” (เบียร์ลาว) ไปพร้อมๆ กับเหล่ๆ วัยรุ่นที่มาเที่ยวในนั้นไป พอเพลินๆ เจริญใจ จนสัก
เกือบๆ 5 ทุ่มเห็นว่าราตรียังเยาว์ เราก็เปลี่ยนไปผับอีกที่นึงค่ะ ผับนี้อยู่ในโรงแรมใหญ่โตไฮโซโบว์ใหญ่จริงๆ ชื่อ
“ดอนจัน พาเลด” ผับอยู่บนระเบียงชั้น 3 อากาศหนาว 15 องศา เก๊เก๋เจ้าค่ะ ฝรั่งเต็มเลย เต้นกันลึ่มๆ จนถึงเที่ยงคืนจึง
กลับที่พักนอนกันค่ะ เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นเราจะซิตี้ทัวร์กันล่ะ


ก่อนนอนไปนั่งคุยกับรีเซฟชั่นสุดหล่อข้างล่าง พร้อมทั้งถามเรื่องที่จะเดินทางไปวังเวียง สุดหล่อบอกว่ามีรถ “วีไอพี.” นั่ง
ไปสบายมาก จะจองเลยไหม คนละ 250.-บาท เรารีบตกลงเลยค่ะ รถจะออกบ่าย 2 นะ



:P


• ภาพ : ทางเดินที่เป็นระเบียงคดรอบทาดหลวง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:18
3 มกราคม 2551


ตื่นเช้ามา เรา 3 คนลงมาหาอะไรรับทานกันที่แถวหน้าโรงแรมค่ะ ตึกแถวข้างๆ โรงแรมมีร้านขายอยู่หลายร้าน เราเลือก
ร้านที่ใหญ่สุดและคนนั่งกินเยอะสุดไว้ก่อน เป็นร้านขายเฝอค่ะ คนละชามก็จุกแล้ว เสร็จแล้วออกไปหาเรียกเหมารถ 3
ล้อให้พาไปเที่ยวใน 3-4 ที่ในเวียงจันทน์นี้กันล่ะ


ที่แรกที่เราไปแวะกันคือ “ทาดหลวง” ค่ะ พระธาตุหลวงแห่งนครหลวงเวียงจันทน์นี้ อยู่คู่บ้านคู่เมืองลาวมากว่า 400 ปี
แล้ว สูง 45 เมตร สวยอลังการไปเลยนะคะ



:P


• ภาพ : องค์ทาดหลวง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:18
แล้วไปต่อกันที่ “วัดสีสะเกด” ค่ะ เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดวัดหนึ่งในนครหลวงเวียงจันทน์ในปัจจุบัน สร้างขึ้นตามแบบของ
สถาปัตยกรรมไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ในสมัยเจ้าอนุวงศ์ของลาวค่ะ



:P


• ภาพ : ประตูทางเข้าวัดสีสะเกด

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:20
พอออกมาจากวัด ก็ข้ามไปฝั่งตรงข้ามคือ “หอพระแก้ว” ค่ะ ที่นี่เคยเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว พระแก้วมรกต
เคยอยู่ที่นี่มาก่อน ปัจจุบันไม่ใช่วัดแล้ว เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวัตถุโบราณต่างๆ ไปแล้วค่ะ แต่ก็ยังมีคนไปกราบไหว้อยู่


เราก็ไปกราบ เขาห้ามจุดธูปในนั้น เราก็จุดเทียนพร้อมดอกไม้บูชา นั่งกราบปะล๊กๆๆ นักท่องเที่ยวฝรั่งเศสมาเป็นกลุ่มใหญ่
เพื่อมาดูวัตถุโบราณก็งงๆ นะ ว่านังนี่มานั่งกราบเกะกะอะไรตรงนี้ อิอิ ที่นี่ เราชอบพระพุทธรูปสำริดที่อยู่รอบๆ ระเบียง
มากเลยค่ะ สวยเริ่ดมาก



:P


• ภาพ : หอพระแก้ว

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:21
แล้วมาปิดท้ายกันที่ “ประตูไซ” Victory Monument ค่ะ อนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวที่เสียสละในสงคราม
ก่อนหน้าการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ลาว จนชนะเหนือศัตรูค่ะ ประตูสวยเริ่ดนี้ตั้งตระหง่านอลังการบนถนนล้านช้าง เหมือนถนน
ราชดำเนินของไทยเลย ประตูนี้ดูผาดๆ เหมือนประตูชัยที่กรุงปารีส ฝรั่งเศสเลยไหมคะ


เสียดายไม่ได้มาเย็นๆ เขาว่าที่นี่ยังกะเซ็นเตอร์พ๊อยส์ของเมืองบางกอกเราเชียว วัยรุ่นมารวมตัวกันดี๊ดี แถมเปิดน้ำพุเต้น
ระบำด้วย น่าชมจังค่ะ


..................


แค่นี้ก็ครบสถานที่สำคัญในนครหลวงเวียงจันทน์กันล่ะ กลับห้องพักไปเก็บของ และโทรลงไปขอตาสุดหล่อนั่นว่าขอเช็ค
เอ๊าท์บ่าย 1 โมงแทนที่จะเป็นเที่ยง แล้วเราก็งีบกันสักตื่น เพื่อรอเวลารถมารับไปขึ้นรถวีไอพี. เพื่อจะไปวังเวียงกันต่อล่ะ



:P


• ภาพ : ประตูไซ

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:22
ตอนที่รถ 3 ล้อมารับ ก็ตื่นเต้นกันดีที่จะได้ไปอีกเมืองนึงแล้ว แต่พอรถ 3 ล้อพาไปถึงท่ารถวีไอพี. โอวส์แม่จ้าว.... 555+
สาวสวยสามนางถึงกับเข่าอ่อนแทบทรุดลงไปกองที่พื้นกันเลยทีเดียวค่ะ คิกๆๆๆ เพราะวีไอพี. ที่ว่าน่ะ กลายเป็นรถตู้ออก
จะเก่าๆ ที่มีที่นั่ง 6 แถวๆ ละ 4 ที่นั่ง แคบมาก แถมฝรั่งตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น เบียดกันไปตลอดทางเลยเจ้าค่ะ


ถามเขาแล้ว เขาว่านี่ล่ะ รถนี่ล่ะที่นี่เรียก วีไอพี. เอิ๊กๆๆๆ



:P


• ภาพ : วัตถุโบราณที่ตั้งแสดงที่หอพระแก้ว

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:23
รถออกจากนครหลวงเวียงจันทน์ ไปตามถนนสายสำคัญ คือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 13 เป็นระยะทางทั้งหมด 156
กิโลเมตรพอให้เมื่อยขบเล็กๆ โดยรถแวะจอดเข้าห้องน้ำและนั่งพักกินน้ำกันที่เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งค่ะ แล้วเดินทางต่อ
ตกเย็นก็มาถึงเมืองวังเวียงแล้ว



:P


• ภาพ : ประตูไซ / รถตู้วีไอพี. ที่ไปวังเวียง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:24
พอรถเข้าท่าจอดรถ ทีแรกเราจะให้ 3 ล้อไปส่งที่เฮือนพักแห่งหนึ่งซึ่งสวยดี แต่ปรากฎว่าเต็ม เราเลยไปพักที่ “เฮือนพู
บาน” ของคุณป้าคำกิ่ง ในราคานอนห้องเดียว 3 คน 2 เตียงคู่กับ 1 เตียงเดี่ยว ในราคา 500.-บาทค่ะ ได้ห้องแล้ว ก็เลย
จองรถที่จะไปหลวงพระบางกับป้าคำกิ่งเลย ถามได้ความว่ามีรถบัสวีไอพี. (อีกล่ะ -*- ) นั่งสบาย เราเลยจองไปค่ะ
โดยจะเดินทางมะรืนนี้


เก็บของเสร็จก็มืดพอดี ยังไม่ได้เห็นวิวอะไร เลยพากันออกไปเดินหาของกินและชมเมืองเล่นๆ กัน ก็ไปได้ร้านอาหารร้าน
หนึ่งซึ่งดูหรูหราไฮโซดี ชื่อ “ร้านไซโย” ลองสั่งส้มตำมาทาน เขาดันใส่ปลาร้ามาด้วย คุณพจน์และคุณไก่ ซึ่งชาติก่อน
คงเป็นนางในวังมาก่อนจะขอบาย ไม่กินปลาร้า แต่พอเราชิมแล้วอร่อยยยมากกกกก บอกให้คุณเพื่อนเลิฟลองชิมดูสักคำ
พอเพื่อนเลิฟชิมไปคนละคำ ก็กลายเป็นว่าส้มตำปลาร้าจานนั้นเกลี้ยงขอด แม้แต่น้ำก็ไม่เหลือค้างในจาน จนต้องสั่งเบิ้ล
จานสอง กร๊ากกกกกกก นางในวังจกปลาร้า คิกๆๆๆๆ



:P


• ภาพ : สะพานไม้หน้าเฮือนพักพูบาน - วังเวียง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:26
ขากลับ ว่าจะหาแวะเที่ยวผับตามประสานางนกฮูกตาโต แต่ไม่ได้ถามใครไว้ เลยว่าจะค่อยไปคืนพรุ่งนี้ละกัน อีกอย่าง
หนึ่งคือวันนี้นั่งรถแคบๆ มา เมื่อยมาก เลยไปนั่งเล่นร้านอินเตอร์เนตกันคนละชั่วโมง เขาคิดนาทีละ 300 กีบ ก็ประมาณ
บาทกว่าๆ งึมๆๆ นั่งเช็ค Hi5 ว่ากิ๊กคนไหนส่งความคิดถึงมาบ้าง คิกๆๆ เสร็จแล้วแวะซื้อโรตีไส้ช๊อคโกแลตและไส้กล้วย
ราดนมเยอะๆ ของเจ๊ตุ๋ย (ในวังเวียงมีร้ายขายโรตีเยอะมากๆๆ แต่ดูแล้วเจ้าเจ๊ตุ๋ยนี่น่าสงสารสุดล่ะ) เอากลับมากินที่เฮือน
นอน แล้วเข้านอนตอนเกือบๆ เที่ยงคืน สบาย


..............


4 มกราคม 2551


7 โมงเช้าตื่นขึ้นมา ออกมาชะโงกหน้าดูที่ระเบียงของร้านอาหารที่เฮือนพักนี้ โอวส์.....แม่จ้าว มันจะสวยอะไรไหนปาน
ขนาดน้านนน กี๊ซๆๆๆ



:P


• ภาพ : ภูเขาหินปูน และลำน้ำซอง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:27
วังเวียงสมัยก่อนเป็นแค่ทางผ่านก่อนจะไปยังหลวงพระบาง แต่ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของที่นี่ มีแม่น้ำซองไหลผ่าน พร้อม
กับมีฉากหลังเป็นภูเขาหินปูนสลับซับซ้อนขนานไปกับสายน้ำพร้อมหมอกจางๆ “กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว” ก็เลยเป็นที่รู้จัก
ของนักแบกเป้ทั้งโลกเช่นนี้แลฯ และดูจะเป็นบ้านพี่-เมืองน้องกับ “ปาย” ที่แม่ฮ่องสอนของไทยซะด้วย เหอๆ


หลังจากกินหารเช้าที่ห้องอาหารของเฮือนพักนี้แล้ว ทีแรกคุยกับคุณพจน์คุณไก่ว่าควรจะทำตัวแบบนักท่องเที่ยวที่นี่บ้าง
ด้วยการไปหาเช่าจักรยาน แล้วขี่ทำเก๋ๆ ไปเที่ยวตามถ้ำ ตามเขาต่างๆ ที่มีชื่อเสียงในวังเวียงนี้ ทีแรกเพื่อนเลิฟก็คล้อย
ตามด้วย เกือบๆ จะเลือกสีจักรยานอยู่แล้ว (เราจองสีชมพู) แต่พอคนให้เช่ารถ บอกระยะทางพร้อมทั้งสภาพภูมิศาสตร์
ของถนนมา เพื่อเลิฟสองหน่อเลยหันมาค้อนตาคว่ำคนละ 2 วงใส่เรา ข้อหาเป็นต้นความคิดที่จะอุตริขี่จักรยานเที่ยว
ฮ่าๆๆๆ



:P


• ภาพ : เพิงนั่งเล่นริมน้ำซอง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:28
อันที่จริงไม่ใช่ขี่ไม่ได้หรอกนะคะ ฝรั่งเขาก็ขี่กัน แต่สาวงามอย่างเรา คงจะได้เข็นจักรยานแทนขี่กันตั้งแต่ขึ้นเนินแรกหน้า
เรือนพักแล้ว เหอๆ ลืมนึกไป นึกว่าทางมันเรียบเหมือนขี่จักรยานในสวนรถไฟ จตุจักร กรุงเทพฯ อิอิ


ในที่สุดเราก็ตกลงที่จะเช่าเหมารถ 3 ล้อไปเที่ยวกันทั้งวัน สถานที่ๆ ไปก็ที่ๆ เขานิยมไปกันเช่น ถ้ำจัง ถ้ำน้ำ ถ้ำช้าง ซึ่ง
ที่วังเวียงนี่ เขาจะมีชื่อเสียงในเรื่องของการปีนเขา พายเรือคายัค นั่งห่วงยางแล้วล่องมาตามแม่น้ำซอง ที่เรียกกันว่า
“กงเป๋ง” ประมาณเอาตรูดแช่น้ำแล้วลอยไปๆ อิอิ หรือการโดดจากหอสูงแล้วทิ้งตัวจากเถาวัลย์ลงน้ำในท่าผาดโผนต่างๆ
ซึ่งถ้าจะพูดตรงๆ เราไม่ใช่คนเที่ยวแนวนี้ ไม่ใช่ผู้นิยมในเรื่องผาดโผนหรือเอ็กสตรีมใดๆ (แต่ก็นิยมหนุ่มๆ ที่เล่นเสก็ต
บอร์ดนะค๊า ฮ่าๆๆ) เราก็เลยไม่ค่อยได้ร่วมสนุกกับสิ่งเหล่านี้ในวังเวียงเท่าไหร่น่ะค่ะ



:P


• ภาพ : บริเวณถ้ำช้าง ล่องห่วงยางและพายเรือ

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:30
เที่ยวจนครบแล้ว ตกบ่ายเราก็กลับมาในเมือง แล้วตรงเข้าไปร้านนวดเท้าที่เล็งๆ ไว้ตั้งแต่เมื่อเช้า เข้าไปนอนนวดกัน
เพลินๆ คนละชั่วโมงค่ะ คุยกับหมอนวดหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนวดให้เรา เขาบอกว่าพี่สาวเขาเปิดร้านทำผมในเมืองนี้ เชิญ
มาใช้บริการสระผมได้นะ อ่ะฮ้า ดีเลย คืนนี้จะได้ทำสวยย่ำราตรีอีกแล้ว


นวดเสร็จ ไปสระผมกันที่ร้านที่ว่า เสร็จแล้วไปทานข้าวร้านไซโย ร้านเดิมเมื่อวาน โดยมีส้มตำปลาร้าเป็นนางเอกอีกตาม
เคย สั่งอาหารยังไม่ทันของมา เด็กเสริฟหน้ามลคนที่รับออเด้อร์โต๊ะเรา ก็เดินมาบอกว่า “พี่ๆ ผมกลับก่อนนะครับ” อ้าว
...แล้วของที่เจ๊สั่งล่ะจ๊ะ น้องเขาส่ายหัวแล้วชี้ไปที่เพื่อนเด็กเสริฟอีกคน เป็นทำนองว่าให้คนนั้นดูแลต่อไง... เวง



:P


• ภาพ : ต้นไม้สูง เอาไว้โหนตัวลงกระโดดน้ำซอง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:31
ทานอิ่มพร้อมทั้งนั่งเม้าท์จนได้ที่แล้ว เราก็ตกลงจะไปท่องราตรีกันที่ “เธคเดอะมูน” ที่อยู่ตรงข้ามลานรันเวย์สนามบินร้าง
ในเมืองวังเวียงกันค่ะ เดินพอหอบจากร้านอาหารไปถึงเดอะมูน เข้าไปข้างในก็เป็นเธคฯ แบบมืดๆ ทั่วไป เหมือนตาม
ต่างจังหวัดไกลๆ บ้านเรา แต่ไม่มีเด็กเสริฟเลยสักคน ทั้งเธคฯ เหมือนจะมีพนักงานแค่ 2 คน คือดีเจ. ที่เปิดเพลง กับคนที่
เฝ้าบาร์เหล้า ตายล่ะหว่า ทำไงดี ต้องเดินไปซื้อเบียร์เองซะล่ะมั๊ง


หันไปหันมา ต๊กกะใจ !!! เจออีตาเด็กเสริฟในร้านอาหารมะกี้ ที่ออกมาจากร้านก่อนเวลาน่ะ แต่งหล่อยืนยิ้มแผล่อยู่ในนี้
เอง น้องเขามาเที่ยวน่ะ มิน่า พอหมดเวลาออกเวรจากทำงานล่ะรีบมาเชียวนะ พอเจอกันก็กิ๊วก๊าวใส่กัน แล้วน้องเขาก็ทำ
ตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี โดยการอาสาไปซื้อเครื่องดื่มให้อันประกอบไปด้วยเบียร์ลาว 2 แก้ว (ขวด) โค้กอีก 2 กระป๋อง เรา
เพลิดเพลินอยู่ในนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง เพลงที่เขาเปิดก็มีทั้งเพลงไทยเพลงลาว แถมเปิดคาราบาวอีกด้วยตอนท้ายๆ


และแถมก่อนปิดด้วยเพลงแนวช่าช่าช่า กับท่าเต้นเป็นแถวเป็นแนวพร้อมๆ กันอันแสนจะน่ารักที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวลาว
ผลพวงจากอารยธรรมฝรั่งเศสที่ทิ้งไว้ให้ เขาเรียกท่าเต้นนี้กันว่า “บัดสลบ” อิอิ



:P


• ภาพ : ความเงียบสงบของลำนำซอง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:32
เที่ยงคืนแป๊ง เธคฯ ปิด เราสามคนก็เดินกรึ่มข้ามรันเวย์สนามบินร้างกลับห้องพักกัน แอบกอดอกและห่อตัวด้วยความหนาว
เล็กน้อย อากาศหนาว 14 องศาแน่ะ บนถนนไม่มีไฟสักดวง แหงนหน้ามองไปบนฟ้า ฟ้าใสหน๋อง ดวงดาวเต็มท้องฟ้า
เลยค่ะ เห็นชัดเจนเป็นรูปกลุ่มดาวต่างๆ ที่เรียนมาตอนเด็กๆ เลยอ่ะ เสียงเพื่อนเลิฟใครคนหนึ่งฮัมเพลง “คืนข้ามปี” ของ
ดา เอนโดรฟินมาเบาๆ ในความมืดของทางเดินที่เราเดิน ดื่มด่ำในอารมณ์ดีจริงๆ


ถึงห้องพัก รีบเก็บของไว้เลย เพราะพรุ่งนี้เราจะเดินทางไปหลวงพระบางกันแต่เช้าแล้ว จะได้ไม่เสียเวลา ราตรีสวัสดิ์เมือง
วังเวียงคืนนี้กันเท่านี้ก่อนค่ะ



:P


• ภาพ : ลำน้ำซองยามเย็น

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:33
5 มกราคม 2551


ตอนเช้ารถมารับตามเวลา ไปที่ท่ารถ ก็คือรันเวย์สนามบินร้างที่เมื่อคืนเราเดินผ่านไปเดอะมูนนี่เอง ไปถึงท่ารถก็แทบจะ
หงายเงิบลงไปกองกะพื้นอีกรอบหนึ่งกับรถ วีไอพี. คิกๆๆๆๆ โห... รถโบราณมั่ก แต่เขาว่านี่ล่ะ วีไอพี.แย๊ว ^^!


เลือกที่นั่งให้ถูกโฉลกแล้ว รถก็ออกเดินทางไปตามถนนสาย 13 อีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้นะคะคุณขา ตลอดความยาว 232
กิโลเมตรที่จะไปหลวงพระบาง เป็นเส้นทางที่แคบและวกวนแสนสาหัส และวิ่งไปบนเขาซับซ้อนทั้งสิ้น ขวาก็คือผนังของ
ภูเขา ซ้ายก็คือโตรกเหวชันลงไปที่ตีนเขาเลย ว๊าววว เป็นเส้นทางที่สวยมหัศจรรย์เส้นทางหนึ่งจริงๆ


ตลอดทางอันซับซ้อนบนภูเขานี้ เราเห็นแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือตามถนนบนเขานี้ โดยเฉพาะทางโค้งๆ มักจะมีหมู่บ้าน
ชาวเขาปลูกบ้านอยู่ชิดถนนนี่เลย ประมาณว่าชายคาบ้านเสียดสีกับหลังคารถบัสเลยล่ะ ส่วนหลังบ้าน ก็เป็นเหวตัดชันลง
ไปข้างล่างของภูเขาเลยทีเดียว นับว่าเป็นการปลูกบ้านที่แปลกประหลาดและเสี่ยงดวงเป็นอันมาก เพราะถ้าเป็นเมืองไทย
เจอคนขับรถเมาเม็ดเข้าไป หลุดโค้งมีหวังรวบตึงทั้งรถทั้งบ้าน พากันดิ่งลงเหวไปกองย่นอยู่ตีนดอยโน่นแหล่ะค่ะ อิอิ
แต่ของเขาก็ไม่เป็นเช่นนั้น ของบ้านเราเจริญก็จริง แต่เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมน่ะไม่เจริญเท่าลาวเขาหรอก เอิ๊กๆๆ



:P


• ภาพ : รถสีเหลืองคือรถเมล์ประจำทาง / ด้านในรถบัสที่เรานั่ง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:34
ตลอดเวลา 9 ชั่วโมงบนรถบัสแคบๆ นี้ ก็ไม่มีอะไรทำมากไปกว่าการเหม่อมองชมวิวไปรอบๆ รถค่ะ จะมองไปทางไหนก็
เห็นแต่ทิวเขาสูงๆ ต่ำๆ อันสลับซับซ้อนไปสุดลูกหูลูกตาทั้งสิ้น


ก่อนจะมาเที่ยวครั้งนี้ เคยคิดอยู่เสมอว่าตัวเองแน่แล้ว ข้านี่แน่ ข้านี่เจ๋ง เป็นเก๋าโจ๋โก๋พันธุ์สวย เดินกร่างคับซอยแถว
บ้าน เดินไล่เตะกระป๋องโค้กให้ไปโดนหัวหมาร้องเอ๋งวิ่งหางจุกตูดเล่นสบายใจ ไม่มีใครจะใหญ่เกินไปกว่า


แต่พอมาอยู่บนรถนี่ มองย้อนไปข้างหลังรถ เห็นถนนที่เราวิ่งผ่านมาตามทิวเขานี่ เป็นเส้นเล็กจิ๋วนิดเดียว มองแทบไม่
เห็น เส้นขาวๆ ของถนนจางหายไปกับทิวเขาที่ซ้อนกันและสีเข้มๆ ของท้องฟ้าที่กว้างยิ่งกว่ากว้าง มันแสนจะข่มความ
มั่นใจในตัวเองให้มลายหายวับไปสิ้น จะยิ่งใหญ่ยงยศมาจากไหน เห็นภาพเส้นถนนที่ผ่านบนภูเขานี้แล้วเราก็เป็นแค่จุด
กระจิ๊ดริดในโลกนี้ เป็นเพียงแค่ผงธุลีที่ปลิวอยู่ในสายลมเม็ดเดียวเท่านั้นเอง จะไปอะไรนักหนากับชีวิตเนอะ



:P


• ภาพ : ประตูและป้ายรถบัสที่เรานั่งไปหลวงพระบาง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:35
มีแอบขำเรื่องแวะฉี่กลางทางเล็กน้อย ปกติรถจะจอดแวะที่เมืองกาสีเพื่อให้เข้าห้องน้ำกัน แต่คราวนี้มีแวะเพิ่มกลางทาง
อีก 2 ครั้งที่ริมถนนเปลี่ยวๆ บนเขาเลย ไม่มีห้องน้ำใดๆ ผู้โดยสารต้องวิ่งไปยิงกระต่ายและเด็ดดอกไม้ริมทางเอง อิอิ


คุณไก่เพื่อนเลิฟ หลังจากแอบไปนั่งทำธุระในพุ่มไม้มาแล้ว ก็มาทำหน้าเบี้ยวบ่นกระปอดกะแปดว่า “โดนหญ้าตำ...” เราก็
หัวเราะกันงอหาย พร้อมกับบอกว่าโถ...คุณนาย ไม่เคยออกเสด็จเร็ดทุ่ง ก็ยังงี๊แหล่ะ ก่อนทำธุระก็ไม่รู้จักเอาเท้ากระทืบ
ดิน 3 ทีข่มป่าก่อน จริงๆ ก็กระทืบให้หญ้ามันราบแบนลงไปก่อนน่ะ เวลานั่งพรวดลงไปมันจะได้ไม่ตำ......... กร๊ากกกกก


..................


อย่างไรก็ตาม 9 ชั่วโมงอันแสนทรมานบนรถ ก็พาเรามาถึงหลวงพระบางแล้วววววว... ตาตุ้ยยืนยิ้มแผล่อยู่ร้านค้าข้างๆ
ท่ารถพร้อมขวดเบียร์ลาวเปล่าๆ อีก 4-5 ขวด ตาตุ้ย นี่คือคนขับรถรับจ้างชาวหลวงพระบาง เมื่อปีที่แล้วเราไปมีมิตรภาพ
อันดีทิ้งไว้ และติดต่อหากันประจำในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา หน้าเป็นสีระเรื่อเพราะโดนเบียร์บ่ม ทักทายหอมซ้ายหอมขวาแล้ว
ตาตุ้ยก็ขับ 3 ล้อพาเราไปหาเฮือนพักในเมืองหลวงพระบางทันที หาอยู่ 2-3 ที่ ก็ได้ห้องที่สามารถนอนได้ 3 คนในราคา
คืนละ 500.- บาทค่ะ ชื่อ “เฮือนพักพาโชก” ซอยติดกับร้านโจมา ก่อนถึงแยกการไปสะนีค่ะ



:P


• ภาพ : หอพระบาง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:36
มาหลวงพระบางครั้งนี้ ตาตุ้ยได้บอกเราก่อนล่วงหน้าแล้ว ว่ามาคราวนี้จะแนะนำให้รู้จักกับหนุ่มหลวงพระบางคนหนึ่ง หล่อ
และเทคแคร์เก่งมั่ก ชื่อคุณพิทัก พวกเราก็บอกว่าได้เลย แต่ก่อนอื่นไปหาปลาปิ้งกินกันก่อนที่ซอยอาหารใกล้ๆ ตลาด
กลางคืนบนถนนสีสะหว่างวง ตาตุ้ยพาเราไป พร้อมกับโทรตามพิทักให้ออกมารู้จักกับเรา พอได้เจอกัน โอวส์.... ปลา
เปลอกินมันไม่ลงแระ อยากกินอย่างอื่นแทน ฮ่าๆๆ หล่อมากค่ะคุณพิทัก แถมมีมาดเท่ที่เราแอบเรียกพิทักทั้งต่อหน้า
และลับหลังว่า “เจย์ โชว” อิอิ


ทานเสร็จ นั่งปรึกษากันว่าจะไปท่องราตรีที่ไหนดี พิทักเสนอว่าควรจะไป “ร้านเวียงคำ” กัน เป็นร้านที่นับว่า “ฮิป” มากใน
หมู่วัยรุ่นชาวหลวงพระบาง สภาพของร้าน ถ้าเป็นเมืองไทยก็หน้าตาประมาณสวนอาหารชานเมืองที่สร้างบนบ่อน้ำกว้างๆ
อ่ะค่ะ แต่ที่นี่มีแต่วัยรุ่นมาทั่งกินเบียร์กัน เห็นแต่ละโต๊ะสั่งเบียร์กันเป็นลังๆ เลย เขาว่าวัยรุ่นน่ะ มานั่งที่ร้านนี่ก่อนตั้งแต่ 5
โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่ม แล้วค่อยย้ายไปต่อกันที่ “เธคดาวฟ้าบันเทิง”



:P


• ภาพ : คุณพิทัก หนุ่มหลวงพระบางสุดหล่อ

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:37
เราไปนั่งเล่นก็เพลินดีค่ะ มองคนมาเที่ยวเพลิ๊นเพลิน เห็นผมทรงเกาหลีของผู้บ่าว จอนยาวปิดแก้ม ด้านหน้ายาวปาดเป๋
ปิดหน้าผาก ด้านบนยุ่งๆ กับกางเกงที่แสนจะแนว ทั้งหลุดตูดและขาเล็กลีบ พร้อมทั้งผมของผู้สาวชาวหลวงพระบาง
ที่มีแถบเส้นวาวๆ ของเส้นสายรุ้งเงินและทองมาแซมอยู่บนเส้นผมผู้สาว และสวมใส่กางเกงยีนส์ตามสมัยที่มาแทนผ้าถุง
ซิ่นแสนสวยแล้ว นับว่าแมกกาซีนและรันเวย์แฟชั่น ได้มาโพสต์ท่าทิ้งร่องรอยไว้ที่หลวงพระบาง เมืองแห่งมรดกทาง
วัฒนธรรมของโลกแล้วนี่ แต่จะเป็นรอยเด่น หรือรอยด่าง ใครจะตอบได้นะ...


มาหลวงพระบางคราวนี้ ห่างจากครั้งแรกของเรา 1 ปีพอดี ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงใน 1 ปีนี่หลายอย่างด้วยกันค่ะ
เดี๋ยวนี้ตลาดม้งหรือตลาดกลางคืน ที่แม่ค้าเอาของมานั่งขายตอนค่ำๆ บนถนนสีหว่างวงไม่มีอีกแล้วค่ะ ตลาดนี้ได้ถูกย้าย
เข้าไปอยู่ในซอยข้างๆ พิพิธภัณฑ์ไปแล้ว เราว่ามันไม่เก๋เท่าวางบนถนนใหญ่เหมือนเดิมเนอะ เสน่ห์มันหายไปน่ะ


แถมใกล้ๆ กันนั้น กำลังมีตลาดที่คล้ายๆ ศูนย์การค้าพลาซ่า ในแบบสมัยใหม่เจี๊ยบ กำลังเปิดตัวเร็วๆ นี้ เฮือนพักใหม่ๆ ใน
รูปแบบล้ำยุค ได้เกิดขึ้นใหม่มากเหลือเกิน ตรงซอยใกล้ๆ ร้านกาแฟปะซานิยม ทางเข้าตลาดเช้า มีเฮือนพักหรูหรา กรุ
กระจกบานยาวเฟื้อยเพดานจรดพื้น มันไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมแถวนั้นเลยแม้แต่น้อยอ่ะ แล้วมันจะยังเป็นหลวงพระบาง
เมืองมรดกโลกอยู่หรือไม่หนอ



:P


• ภาพ : ทาดหมากโม วัดวิชุน

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:38
นั่งอยู่ที่ร้านเวียงคำจนถึง 4 ทุ่มกว่า พวกเราก็ย้ายกันไปที่ “ดาวฟ้าบันเทิง” เธคฯ ที่อยู่ออกชานเมืองไปหน่อย ไปจิบเบียร์
ลาว พร้อมกับแด๊นซ์กับตาพิทักและตุ้ยจนเที่ยงคืนกว่าก็ปิด และตามประสาคนกลางคืน The night is still young ราตรีนี้
ยังเยาว์ เราก็พากันไปต่อที่โรงโบวลิ่งแห่งเดียวของหลวงพระบาง ซึ่งอยู่ห่างไกลออกนอกเมืองออกไป แต่น่าเสียดายที่
โรงโบวลิ่งนี้มีแค่ 6 แลน และเต็มหมดแล้ว


เจย์ โชว และตาตุ้ย จึงพาพวกเราไปนั่งกินเฝอเป็ด และซาลาเปาที่อร๊อยอร่อยที่ร้านแห่งหนึ่ง จำชื่อไม่ได้ คนเยอะเหมือนกัน
นัยว่าเป็นร้านขวัญใจคนนอนดึกของชาวหลวงพระบางโดยแท้ ทานเสร็จมาส่งเราที่เฮือนพัก แล้วนัดกันพรุ่งนี้ตอน 8 โมงเช้า
ไม่ได้นัดไปตักบาตรข้าวเหนียว เพราะเรากับคุณพจน์เคยตักไปแล้ว จะได้นอนเยอะหน่อย ส่วนคุณไก่ที่พึ่งมาครั้งแรก จะให้
ตักบาตรมะรืนนี้ก่อนกลับน่ะ



:P


• ภาพ : พระพุทธรูปบนผนังในหอพระนอน วัดเชียงทอง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:39
6 มกราคม 2551


มื้อเช้าของวันนี้ เราไปกินกันที่ร้านกาแฟปะซานิยมค่ะ ไปเปิดหนังสือลงชื่อที่ระลึก ยังเห็นชื่อเราเมื่อปีที่แล้วอยู่เลย ก็เลย
เขียนต่อจากนั้นลงไปอีกว่ามาซ้ำแล้วนะค๊า อิอิ


เสร็จแล้วเราก็พาคุณนายไก่ไปเที่ยวชมหอพิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบาง (พระราชวังเดิม) ไปกราบ “พระบาง” ด้วย คราว
นี้โชคดี มีผู้ใหญ่มาจากเวียดนาม นั่งเบ๊นซ์เปิดหวอมากันเป็นคณะเลย มาเที่ยวชมที่นี่เหมือนกัน เจ้าหน้าที่เลยเยอะหน่อย
เราเลยได้ไกด์ที่พูดไทยชัดมาก มาบรรยายห้องแต่ละห้องให้ฟังอย่างน่าสนใจค่ะ


ทานเสร็จก็พาคุณไก่ไปไหว้พระที่วัดวิชุน - พระธาตุหมากโม และไปดูเครื่องเงินที่ซอยซิลเวอร์สมิธ แล้วไปทานอาหาร
กลางวันที่ร้านของเจย์ โชว พิทักสุดหล่อนี่ (นอกจากหล่อแล้ว ตานี่ยังรวยอีกแน่ะ) แล้วตุ้ยก็พาไปนั่งกินน้ำปั่นที่ริมโขงค่ะ



:P


• ภาพ : พิพิธภัณฑ์ (พระราชวังเดิม)

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:41
ที่ร้านน้ำปั่นนี่เอง ทำให้เราเห็นความเป็นจริง ร้านนี้ตั้งอยู่ริมโขง ซึ่งก็มีร้านอื่นๆ เรียงรายแถวนั้นเต็มไปหมด แดดยาม
บ่ายลอดลงมาบางๆ มองลงไปเห็นน้ำโขงไหลเอื่อยๆ ลมหนาวพัดมาแผ่วๆ นักท่องเที่ยวฝรั่งเดินผ่านไปมาบางตา หนุ่ม
สาวชาวหลวงพระบางที่นั่งกินน้ำปั่นคุยกันเบาๆ จุ๊กจิ๊ก โต๊ะหนึ่งมีหนุ่มลาวหล่อเฟี๊ยวหนวดเคราเขียวครึ้ม นั่งดูดน้ำสตอบอรี่
ปั่นสีชมพูหวานแหว๋วที่เย็นจัดจนข้างแก้วขึ้นเป็นเกล็ด คุยเบาๆ อย่างออกรสกับเพื่อนในโต๊ะ มีโต๊ะหนึ่งเป็นผู้สาวทั้งโต๊ะ
ในชุดนักศึกษา ตาพิทักบอกว่าหนึ่งในนั้นเป็นนักร้องวัยรุ่นดังมากของหลวงพระบาง นั่งคุยกันจุ๋งจิ๋งหงุ๋งหงิ๋ง



:P


• ภาพ : แม่ค้าเจ้าของร้านกาแฟปะซานิยมอันลือลั่น

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:42
เราก็เลยถึงบางอ้อเลยว่า จะสัมผัสให้ได้กับความเป็นหลวงพระบางต้องแบบนี้ คืออ้อยสร้อย ละเมียดละมุน เอื่อยไหล
ไปตามลมแผ่วและสายน้ำโขงระลอกพริ้ว อย่าไปรีบ อยู่หลวงพระบางห้ามรีบ อย่ามาทำเป็นทัวร์ลูกเป็ด หรือพวก
ชะโงกทัวร์ หย่อนลงตรงโน้นตรงนี้ 10 นาทีแล้วต้อนขึ้นรถไปที่อื่นต่อ ทำแบบนี้ไม่ได้ในหลวงพระบาง ไม่ได้อารมณ์
เวลาที่หลวงพระบางนี่มีไว้ทำลาย อิอิ


นั่งเรื่อยเปื่อยเจื้อยแจ้วกันจนหนำใจแล้ว เราก็พาคุณไก่ไป “วัดเชียงทอง” สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งล้านช้างกันค่ะ พา
คุณไก่ไปร้องอื้อหือ อ่าฮ่า อู้หู้อยู่กับสิ่งสำคัญของวัดนี้แล้ว ก็พาคุณนายเขาไปขึ้น “พูสี” ไม่งั๊นไม่ได้ขึ้นพูสี ก็เหมือนมา
ไม่ถึงหลวงพระบาง ฮ่าๆๆ เดินขึ้นไปจนหอบแฮ่ก แล้วก็ไม่ได้ไปยืนดูดวงตาเว็น (ตะวัน) กับเขาหรอก เพราะคนเยอะ
เราก็เลยไปนั่งเล่นเม้าท์เรื่อยเปื่อยที่ม้าหินบนนั้น จนดวงตาเว็นลาลับหุบเขาไปแล้ว จึงค่อยเดินลงมาค่ะ


พระธาตุจอมพูสีนี้ เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมใจกลางเมือง และเป็นมิ่งขวัญของชาวหลวงพระบางมานานหนักหนาแล้วค่ะ



:P


• ภาพ : วัดเชียงทอง สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งล้านช้าง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:43
พอลงมาถึงข้างล่าง ตรงทางเข้าซอยตลาดกลางคืน วิญญาณนักช๊อปก็เข้าสิงทันที เราซื้อของกันที่ตลาดกลางคืนจน
สะใจแล้ว ตาตุ้ยและเจย์ โชว ก็พาไปกินหมูกะทะที่ “มาลีลาวฟู๊ด” เพราะเมื่อคราวที่แล้วมากินก็ติดใจน่ะ เลยขอมาซ้ำอีก


ทานเสร็จมานั่งปรึกษากันอีกว่าคืนนี้จะไปเที่ยวไหนดี จนคุณพจน์แซวว่านี่ตกลงจะมาเที่ยวเมืองมรดกโลก หรือมาเที่ยว
กลางคืนนี่ ถ้ามาเที่ยวกลางคืน ทำไมไม่ขี่เสือหมอบ แบกเป้ แล้วไปกางเต้นท์นอนที่แถวปากซอยทองหล่อล่ะ ค่ำลง
จะได้แต่งตัวออกเที่ยวแถวๆ นั้นได้ทุกคืน สะดวกกว่าถ่อมาถึงหลวงพระบางอีกนะ 555+


อ่ะ ไม่ไปก็ไม่ไป งั๊นไปกินขนมหวาน จำพวกน้ำกะทิน้ำแข็งใสชื่อดังของที่นี่กัน พอไปถึงร้านก็ของหมดซะแล้ว งั๊นคืนนี้ก็
แยกย้ายกันขึ้นเรือนนอนเลยเน้อ



:P


• ภาพ : ลายประดับแบบไร้มายา หอพระม่าน วัดเชียงทอง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:44
7 มกราคม 2551


วันนี้เราต้องรีบตื่นมาตั้งกะตี 5 เพื่ออาบน้ำเก็บของกลับบ้าน ตุ้ยมารับตอน 6 โมงกว่าเพื่อพาเข้าไปในตลาดสดโพสี ไปหา
ซื้อข้าวเหนียวมาใส่บาตรกัน แต่พอมานั่งรอพระ จะ 06.30 น. แล้วพระยังไม่มาสักที เราเลยต้องรีบออกรถเพื่อไป
สนามบินหลวงพระบางให้ทัน 7 โมงให้ได้ แต่พอออกรถไปได้ 2 สี่แยกก็ต้องเบรคตูดโก่งเลยค่ะ เพราะพระตั้งขบวนมา
พอดี ตาตุ้ยรีบจอดรถ เรารีบลงไปนั่งดักหน้าพระ พร้อมทั้งได้ใส่บาตรสมใจ ฮี่ฮี่


แล้วก็ถึงเวลาลาจาก แต่การจากครั้งนี้ดูไม่เศร้าเหมือนครั้งแรกในปีที่แล้ว เพราะเหมือนมีความรู้สึกว่าถ้ายังมีคำว่า
“มิตรภาพ” ระหว่างกันอยู่ ก็ไม่มีที่ใดไกลเกินไปเลย สักวันก็ต้องมาพบกันอีก



:P


• ภาพ : ป้ายคนข้ามถนนในแบบหลวงพระบาง

กำปงพิราเทวี
13th January 2008, 19:45
กอดคอโอบไหล่ จุ๊บซ้ายจุ๊บขวาตาตุ้ย พร้อมกับฝากลาตาเจย์ โชว สุดหล่อที่เที่ยวกับเรามาตลอด 2 วันนี้ แล้วเราทั้ง 3 คน
ก็ขึ้นเครื่องของการบินลาว เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยความปลอดภัย สวัสดิภาพ และกลับมาพร้อมกับความทรงจำที่ดีงาม


.................


ถึงแม้ว่ากระทู้นี้ จะเน้นไปในเรื่องการกินการเที่ยวราตรีมากไปสักหน่อย ก็เพราะเราแค่อยากเล่าเรื่องนี้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง
จริงๆ แล้ว "...ถึงจะรักสนุกอย่างไร ก็ยังฝักใฝ่ใจรักดี ไม่ทำตัวให้เป็นราคี แค่ชอบดนตรีเท่านั้นเอง..." คิกๆๆๆ


ป่าวหรอกจ้า อันที่จริงก็มีความประทับใจในเรื่องต่างๆ อีกมากแหล่ะ แต่ไม่ได้เล่า ปล่อยให้ความทรงจำอีกหลายๆ อย่าง
มันลอยอบอวลอยู่หลังภาพถ่ายในกระทู้นี้ทุกภาพก็แล้วกันนะคะ



จะคิดถึง จนกว่าเราจะพบกันใหม่


ส ะ บ า ย ดี เ จ้ า ~



:P


• ภาพ : ตุ๊กตาที่ระลึก ปู่เยอ-ย่าเยอ และกระเป๋าผ้าปักชาวเขา

9george
13th January 2008, 20:37
สุดยอด :: สุดยอด :: สุดยอด :: สุดยอด ::

จากใจเลยครับเจ๊..(จุ๊บๆ) ยังไม่ได้อ่านทั้งหมดแต่พอจะเดาเนื่อเรื่องถึงหนุ่มๆต่างแดนได้(555+)

ดูแค่ภาพ แล้วนึกในใจ โชคดีที่โพสก่อน(ฟิ้ววววส์)

ภาพสวย(มากๆๆๆๆๆ)เหมือนเดิมนะเจ๊. สมแล้วที่เค้าตั้งให้เป็นเจ้าพ่อเอ๊ยเจ้าแม่10-20อิอิ....

(ตกลงไปกับเฮียพจน์ อาร์ซีเอ แล้วก็เจ๊ไก่ ช่อง3เหรอ)

สุดยอด :: สุดยอด :: สุดยอด :: สุดยอด ::

สุดยอด ::

..คิดถุงจ้า:flower:

Witti
14th January 2008, 10:45
เยี่ยมมากครับ บทบรรยายที่สนุกสนานชวนติดตาม ภาพที่คมชัดสวยสดงดงาม ทำให้ +•+ [ ราตรียังเยาว์...ทุกคืนทุกคืน...ที่เวียงจันทน์ - วังเวียง - หลวงพระบาง ] +•+ เป็นกระทู้ที่ออกรสชาติอย่างยิ่ง :thumbup: :flower:

TheAlchemist
14th January 2008, 13:23
ภาพงามมั่กๆ มุมมองดีสุดๆ เลย ข้อมูลก็ดี สรุปว่าเป็นกระทู้ที่อ่านแล้วชอบมาก ขอบคุณมากนะครับ :clap:

krisd
14th January 2008, 16:59
ภาพงามมากๆ ครับ .. ชอบหมดเลย แต่ 12 ชอบมากที่สุดครับ :thumbup: :thumbup: :thumbup:

sell_EOS400D
14th January 2008, 20:38
เคลิ้ม............................

อาชุง
14th January 2008, 21:25
ดูงานของซาเด็ดป้ามาหลายเพลาแล้ว
แต่ยังไม่เคยทัก งามแหร่ม แจ่ม แจ๋ว
ตลอดจริงๆ คุณพิทัก นั่น หล่อจริง 555

Electron
14th January 2008, 22:09
สุดยอด สุดสวย สุดมันส์ ทุกครั้งที่ได้ชม :thumbup: :clap:

สงสัยต้องจัดไปซ้ำอีกรอบซะแล้ว :Smiles2:

meta
14th January 2008, 22:20
ดูแล้วก็อิจฉาคับ
อยากไปม่างงงงงงงง

ktc
14th January 2008, 22:27
หายไปนานเลยครับ นางฟ้าแห่งเลนส์ไวด์ คิดถึงรูปไวด์ๆๆของคุณกำปงมากเลยครับ

หลวงลายไทย
15th January 2008, 00:08
มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านกระทู้คุณกำปงฯครับ
ในขณะเดียวกัน ก็เหมือนมีครูอีกท่านหนึ่งที่ถ่ายทอดวิธีใช้เลนส์ไวด์ให้กับตัวผมเองครับ
....

เราก็เลยถึงบางอ้อเลยว่า จะสัมผัสให้ได้กับความเป็นหลวงพระบางต้องแบบนี้ คืออ้อยสร้อย ละเมียดละมุน เอื่อยไหล
ไปตามลมแผ่วและสายน้ำโขงระลอกพริ้ว อย่าไปรีบ อยู่หลวงพระบางห้ามรีบ อย่ามาทำเป็นทัวร์ลูกเป็ด หรือพวก
ชะโงกทัวร์ หย่อนลงตรงโน้นตรงนี้ 10 นาทีแล้วต้อนขึ้นรถไปที่อื่นต่อ ทำแบบนี้ไม่ได้ในหลวงพระบาง ไม่ได้อารมณ์
เวลาที่หลวงพระบางนี่มีไว้ทำลาย อิอิ


แล้วก็ไม่ได้ไปยืนดูดวงตาเว็น (ตะวัน) กับเขาหรอก เพราะคนเยอะ
เราก็เลยไปนั่งเล่นเม้าท์เรื่อยเปื่อยที่ม้าหินบนนั้น จนดวงตาเว็นลาลับหุบเขาไปแล้ว จึงค่อยเดินลงมาค่ะ

ตามที่คุณกำปงฯ ว่าไว้เลยครับ มาหลวงพระบางต้องช้าๆละเมียดละมุนไปกับบรรยากาศครับ ผมไปกับชะโงกทัวร์ เค้าก็เร่งๆนะครับเลยไม่ค่อยได้มุมถ่ายภาพอะไรเท่าไหร่ครับ เร่งให้ครบprogram ไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เอาปริมาณเข้าว่านะครับ เอาไว้คราวหน้าผมไปเองดีกว่าครับ

สงสัยว่าเราจะเดินสวนกันแน่ๆครับ เพราะผมไปขึ้นพูสีก็เจอแต่หัวคนเช่นกันครับ ไม่เห็นพระอาทิตย์ตกดินเลยครับ บนพูสีไม่มีที่จะยืน เดินขึ้นไปเหนื่อยแฮกๆเลยครับ เสียดายเหมือนกันครับ

ขอบคุณสำหรับภาพสวยชั้นครู และคำบรรยายที่ได้อรรถรสทุกครั้งครับ

Starck
15th January 2008, 00:41
จัดเลยครับ ThaiD Go Inter 555

sell_EOS400D
15th January 2008, 07:13
มาละเลียดหลวงพระบางยามเช้าอีกรอบ.....

ตั้งไข่
15th January 2008, 08:51
แจ่มมากๆเลยครับ ทั้งภาพและเรื่องราว :clap:

DonJuan
15th January 2008, 15:56
สุดยอดเลยครับ :flower:

khunmanop
17th January 2008, 16:24
แซบมาก ท่านป้า
สีแสบทรวงจริงๆ
ช้อบ ชอบ
ขอขอบคุณที่มีสิ่งดีๆ มาแบ่งปันกันชม

โลมาน้อย
26th January 2008, 07:48
ชอบเข้ามาอ่านกระทู้ของคุณกำปงจังเลยค่ะ อ่านแล้วขำ มันส์ๆ ดีจัง :Smiles2:
เขียนหนังสือขายได้สบายเลยนะค่ะ เนี่ย :banana:
รูปสวยมากๆ ตามแบบฉบับคุณกำปงค่ะ :thumbup: :thumbup: :thumbup:
รอติดตามทริปต่อๆ ไปอยู่นะค่ะ :sunglass:

กำปงพิราเทวี
29th January 2008, 03:06
ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกท่านมากๆ เลยนะคะ ที่แวะเวียนมาทักทายกัน :bucha: :bucha: :bucha:


น่ารักที่สุด :banana: ขอบคุณมากค่ะ



:P

...............

oberon
30th January 2008, 00:10
... ขออนุญาติขุดกระทู้ีนี้สักหน่อยเพราะอยากจะชมจริงๆ ... ประทับใจมากครับ ... เนื้อหา เื่รื่องราว ... และเสน่ห์ของไวด์ที่ถ่ายทอดออกมาได้น่าสนใจเหมือนเคย ... ขอบคุณที่พาเที่ยวนะครับ :)

ten
4th February 2008, 18:12
เขียนพ๊อกเก็ตบุคได้ 1 เล่มเลยนะครับ....ขอบคุณที่แนะนำ ต้องหาโอกาสไปเยือนบ้างแล้ว

เจง
4th February 2008, 19:49
... ขออนุญาติขุดกระทู้ีนี้สักหน่อยเพราะอยากจะชมจริงๆ ... ประทับใจมากครับ ... เนื้อหา เื่รื่องราว ... และเสน่ห์ของไวด์ที่ถ่ายทอดออกมาได้น่าสนใจเหมือนเคย ... ขอบคุณที่พาเที่ยวนะครับ :)

ไปกันบ้างไหม อ้ายอ๊อป

หลวงลายไทย
5th February 2008, 07:31
ไปกันบ้างไหม อ้ายอ๊อป
ไปเมื่อไหร่บอกด้วยนะครับ
อยากไปแก้มือ คราวที่แล้วไปกับชะโงกทัวร์ ไม่ได้ถ่ายรูปอย่างที่ใจหวัง
ถ้าไปด้วยกันกับเพื่อนๆที่เข้าใจเรื่องการถ่ายภาพ น่าจะสนุกกว่ากันมากครับ

ไปเมื่อไหร่ ขอไปด้วยนะครับ
หยุดงานกี่วันก็ยอมครับ
ที่นี่คือสวรรค์ ของคนชอบถ่ายไลฟ์และสถาปัตยกรรม ครับ

kobori
18th February 2008, 18:06
ภาพสวย เรื่องราวสนุก ครับ
มีมาอีกนะครับ:flower: :clap:

sho_gun
25th February 2008, 16:10
สวยมาก ๆ ครับ อยากไปเหมือนกัน

KpiX
4th November 2008, 07:58
ขอบคุณคุณออฟที่นำสิ่งดี ๆ กลับมาให้อ่านกันอีก
(ไม่รู้ว่าพลาดกระทู้ดี ๆ แบบนี้ได้ไง :knock:)

และที่สำคัญที่สุดต้องขอบคุณคุณกำปงที่นำทั้งภาพสวย ๆ บทความดี ๆ มาแบ่งปันกันครับ :good::bucha:


ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือฟ้าลิขิต(ver ซะ) กำลัง plan ที่จะไปเหมือนคุณกำปงเลย
สงสัยต้องไปซ้ำรอยเท้าที่คุณกำปงได้ฝากไว้ซะแล้ว :Smiles2:


...ใครจะไปยกมือขึ้น ??? ... :kiss:

Starck
4th November 2008, 09:03
ขอบคุณคุณออฟที่นำสิ่งดี ๆ กลับมาให้อ่านกันอีก
(ไม่รู้ว่าพลาดกระทู้ดี ๆ แบบนี้ได้ไง :knock:)

และที่สำคัญที่สุดต้องขอบคุณคุณกำปงที่นำทั้งภาพสวย ๆ บทความดี ๆ มาแบ่งปันกันครับ :good::bucha:


ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือฟ้าลิขิต(ver ซะ) กำลัง plan ที่จะไปเหมือนคุณกำปงเลย
สงสัยต้องไปซ้ำรอยเท้าที่คุณกำปงได้ฝากไว้ซะแล้ว :Smiles2:


...ใครจะไปยกมือขึ้น ??? ... :kiss:

เคยอ่านอยู่นานมากแล้วนะเนี่ย เกือบลืม อยากไปเหมือนกัน แต่อยากเริ่มต้นที่ลาวใต้ก่อน K. K หาเรื่องไปมั๊ย อิอิ :flower:

snguan
5th November 2008, 22:20
... ขออนุญาติขุดกระทู้ีนี้สักหน่อยเพราะอยากจะชมจริงๆ ... ประทับใจมากครับ ... เนื้อหา เรื่องราว ... และเสน่ห์ของไวด์ที่ถ่ายทอดออกมาได้น่าสนใจเหมือนเคย ... ขอบคุณที่พาเที่ยวนะครับ :)

อ็อบขุดกระทู้วังเวียงสนุกๆ ขึ้นมานี้สงสัยอยากไปบ้างหรือเปล่า ต้นเดือน ม.ค.หน้า ผมเตรียมจะไปวังเวียงนะ มีหลายคนจากศูนย์คอมไปด้วย:bunny:

buffalo_act
5th November 2008, 22:28
โหววว
นี่ทริปในฝันผมเลย
แต่ ไม่มีใครไปด้วยเลยซักคนน
ฮือออ
เศร้าใจ

ภาพดูยิ่งใหญ่อลังการจังเลยครับ

kanyupon
6th November 2008, 20:03
รูปสวยจังเลยครับ น่าไปเที่ยวจังเลยอะ..

มีโครงการอยูุ่่นะครับ เเต่ไม่รู้เมื่อไหร่อะครับ

kanyupon
6th November 2008, 20:04
รูปสวยจังเลยครับ น่าไปเที่ยวจังเลยอะ..

มีโครงการอยูุ่่นะครับ เเต่ไม่รู้เมื่อไหร่อะครับ

oberon
6th November 2008, 22:45
อ็อบขุดกระทู้วังเวียงสนุกๆ ขึ้นมานี้สงสัยอยากไปบ้างหรือเปล่า ต้นเดือน ม.ค.หน้า ผมเตรียมจะไปวังเวียงนะ มีหลายคนจากศูนย์คอมไปด้วย:bunny:... น่าสนใจมากเลยครับ ถ้าว่าง ผมอาจจะติดสอยห้อยตามไปด้วย ... ช่วงนี้งานยุ่งมากๆ ไว้ว่างๆ ผมจะแวะไปเยี่ยมนะครับ :)

softopera
7th November 2008, 09:43
สวยมากมายครับท่าน :thumbup:

Coffee Hill
8th November 2008, 14:23
^_^ ยอดไปเลยครับ ขอบคุณที่นำมาให้ชมนะครับ ชอบจับใจ ภาพงามแต้ๆๆๆๆๆ

ultrajet
8th November 2008, 16:48
ภาพสวยมากๆครับ

NE2008
10th November 2008, 11:02
สวยมากครับ เห็นแล้วอยากไปเที่ยวบ้าง:thumbup:

Yon Sang
10th November 2008, 15:25
เจ๋งและแจ่มมากมายครับ

naruk
10th November 2008, 23:03
แจ่มที่สุดเลยครับผม

kon_isan
11th November 2008, 08:38
กระทู้จะครบปีแล้ว แต่ผมพึ่งจะได้มีโอกาสอ่าน
ขอบอกว่าผลงานเจ้าป้ากำเปิงพิราเทวีสุดยอดมาตลอดทุกทริป
และเหมือนอย่างพี่หลวงลายไทยบอกไว้ มุมมองจากเลนส์ Wide และการนำเสนอผลงานของเจ้าป้าเป็นวิทยาทานให้กับน้องๆ รุ่นหลังได้ศึกษาและเอาเป็นแบบอย่าง

ขอคาราวะ 1 จอกครับ

graycat
23rd November 2008, 21:23
สวยครับ อยากไปมากๆๆ

tokyo123
8th January 2009, 16:42
หวังว่าคงไม่สายที่จะเรียนรู้และติดตาม

ผลงานเป็นเลิศจิงๆค่ะ

changnoi1922
14th January 2009, 17:25
สวยมากๆเลยครับ

อยากไปบ้างจัง

ดูทุกอย่างน่าเที่ยว ราคาถูก รูปน้อยไปหน่อยครับ

Ultra-j
15th January 2009, 19:06
สวยๆ

พี่ๆ ถ้าไปเมื่อไหร กริ๊งกร๊างๆๆๆ เลยนะพี่
ไปๆๆๆๆๆๆๆๆ

kanakit
8th February 2009, 13:47
ตามมาเที่ยวค่ะ ถ่ายรูปมาสวยมากเลยค่ะ :Smiles2:

lamok555
21st July 2009, 10:31
เยี่ยมยอด ทั้งรูปและเรื่อง :clap:

siritep
21st July 2009, 11:07
สวยงามมากครับ

มนตร์
21st July 2009, 18:19
:flower: โอ้ๆ ๆ ๆ งามแต้ งามว่า งามนัด น้อเจ้าป้าน่อ งานเขียนสือนี่ก็ออกรสชาดไม่แพ้งานถ่ายทำเลยเน่อ ขอคารวะงามๆ ครับ :bucha::bucha::bucha::bucha::bucha:

เอ้า ....หมดจอกครับ... :wecheers: ง๊ามหลาย งามๆๆ

หลวงลายไทย
12th July 2010, 09:24
กระทู้5 ดาว ภาพสวยบรรยายเยี่ยม
กระทู้มีคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป เข้าหลักเกณฑ์ของห้องGalleryท่องเที่ยวทุกประการ

ดังนั้นผมขอย้ายกระทู้นี้มาประดับไว้ที่ห้องGallery นะครับ

Palajin
12th July 2010, 09:46
กระทู้ขุดขึ้นมาเหรอครับเนี่ย
สวยงามทั้งภาพและคำบรรยายเลยครับ
ขอบคุณที่ขุดขึ้นมาให้เห็นครับ

กำปงพิราเทวี
13th July 2010, 18:45
กระทู้5 ดาว ภาพสวยบรรยายเยี่ยม
กระทู้มีคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป เข้าหลักเกณฑ์ของห้องGalleryท่องเที่ยวทุกประการ

ดังนั้นผมขอย้ายกระทู้นี้มาประดับไว้ที่ห้องGallery นะครับ


ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ดีใจจัง กระทู้นี้รักมากด้วยค่ะ เพราะชอบหลวงพระบางมาก อิอิ


ขอบคุณอีกครั้งนะคะ :bucha:

กำปงพิราเทวี
13th July 2010, 18:47
และขอบคุณทุกท่านมากๆนะคะ ที่แวะเวียนมาดูภาพ เรื่องราว และทักทายกัน

ขอบคุณค่ะ ^^

Starck
15th July 2010, 09:18
แวะมาดูอีกครั้ง ก่อนจะไปลาว เล่าได้รายละเอียดมากเลยครับ อ่านแล้วเหมือนเข้าไปอยู่ใน เวียงจัันทร์ วังเวียง หลวงพระบาง เลย ขอบคุณครับ

pakonking
17th July 2010, 22:47
คิดเถิงเวียงจันเลยครับ

มีโอกาสต้องไปหลวงพระบางต่อ

เด็กใหม่รักสนุก
25th November 2010, 16:34
กำปง สุดยอด
กำปง สุดยอด
กำปง สุดยอด

anan
26th January 2012, 09:54
ชอบคำ"กำปงพิราเทวี" มาก

ภาพของกำปงพิราเทววีสวยมาก

เคยติดตามในหมื่นทิปมาและหยุดเมื่อถูกบ...ในนั้น

การทำฝันให้จริงในชีวิตเป็นความสุขแท้

กำปงพิราเทวีเป็นหนึ่งในนั้น

แม้นวันเวลาจะผันผ่านมามากปี

ก็น่าจดจำ ติดตาม

และก็ติดตามจนถึงวันนี้