PDA

View Full Version : เกี่ยวกับ HDTV ลองอ่านดูก่อนจะซื้อครับ



WCDMA
18th April 2007, 22:08
พอดีเขียนเกี่ยวกับเครื่องเล่นเกม ว่าจะเขียนสั้นๆดันเขียนซะยาว
:P
ลองอ่านดูครับ เผื่อจะมีประโยชน์บ้างสำหรับคนที่กำลังจะตัดสินใจซื้อทีวีใหม่

HDMI และ Blue ray ที่รอคอย คุณพร้อมรึเปล่า
พอดีอ่านเจอกระทู้หลายกระทู้สำหรับคนที่เล่นเกม และเชียร์ว่าให้ซื้อ PS3 XBox เพราะบอกว่าคุ้มกว่าเป็น HD แล้วก็มี HDMI Blue-ray ด้วย
ผมขอข้ามเรื่องความสนุกของเกม เมื่อนำมาเปรียบกับเครื่อง Wii ไปนะครับ เพราะเดี๋ยวจะหลงเป็นประเด็น เกมสนุกภาพต้องสวยไหมไปซะ
กลับมาที่หัวข้อ HDMI และ Blue ray ที่รอคอย คุณพร้อมรึเปล่า
ถ้ารอจะเล่นเกมระดับภาพ Full HD อย่างแรกที่ต้องตรวจสอบคือ
ทีวีที่บ้านคุณ
ถ้าคำตอบของคุณคือ ทีวีบ้านผมพร้อมแล้วเพิ่งซื้อมาหมาด มี HDMI พร้อม
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับว่า คุณไม่มีโอกาสได้ใช้ Full HD จาก Blue Ray เกมที่คุณหวังแล้วรอคอยแล้ว
นอกเสียจากเครื่องที่คุณเพิ่งถอยมาเป็นตัว Full HD 1920x1080P ที่ราคาเกือบสองแสนอยู่ในขณะนี้
สรุปง่ายๆตามนี้ครับ ถ้าเครื่องทีวีที่บ้านคุณมีความละเอียด
1920x1080P
รอ Blue-ray ไปเลยครับคุณได้ใช้เต็มพลังเครื่องแน่นอน
เพราะการที่จะได้ภาพความละเอียดขนาดนี้ ต้องใช้แผ่นความจุสูงอย่าง Blue-ray เท่านั้น
ผมว่าคนทำเกมคงเหนื่อยน่าดู
หรือเป็นเครื่องยอดฮิต ที่เริ่มราคาลอดมาไม่นานนี้ อย่าง
1024x768 --> Plasma 42"
1366x768 --> LCD TV 32"
เครื่องรุ่นนี้มักจะบอกว่า HDTV ready ซึ่งเขาก็ไม่ได้โกหกครับ เพราะ HDTV 1280x720P
เครื่องพร้อมจะรองรับการต่อ โดยการ Down scale สัญญาณลงมา หรือ Up scale ขึ้นไปเพื่อให้พอดีกับจอภาพ
แน่นอนไม่ว่าจะขึ้นหรือลง รายละเอียดของภาพลดลงนิดหน่อยครับ ขึ้นอยู่กับเครื่องทีวีเองว่าที engine ในการประมวลผลภาพดีแค่ไหน
หรือได้พลาสม่าทีวีถูกมาก เครื่องความละเอียด
852x480 --> Plasma 42"
แน่นอนต่อ HDMI ได้แต่ความละเอียดห่างจากตัว Full HD หลายเท่า
ต้องมา Down scale ภาพลงอีกเยอะ เผลอๆตัว HDMI version เองอาจจะต่ำเกินไปกว่าที่ต่อได้ก็ได้ครับ (ถ้าซื้อมานานมากแล้ว)
แล้วตกลงมี HDMI ดีกว่ารึเปล่า ผมขอเปรียบเทียบกับถ้าคุณต่อสาย compoenent แล้วกันนะครับ
ถ้าคุณมี 1920x1080P
แน่นนอน HDMI รอเล่นเกมภาพคมสุดๆได้เลยครับ
ถ้าคุณมี 1024x768 หรือ 1366x768
เครื่องจะต้องปรับการส่งสัญญาฯออกมาเหลือ 1080i หรือ 1080p แล้วแต่ทีวีครับ
ส่วนใหญ่เครื่องที่ขายกันตอนนี้เป็น 1080i ภาพจะลื่นนวลน้อยกว่า 1080p นิดนึง
เครื่องสองรุ่นนี้เราจะไม่ได้ลิ้มรส ความละเอียดอันสุดยอด จากแผ่นสุดแพงที่เขาพยายามทำมาครับ
เพราะทีวีความละเอียดไม่พอ แต่ก็จะได้ภาพที่ละเอียดกว่าปกติพอสมควร
ถึงตอนนี้ขอบอกว่า HDMI นั้นจะให้ภาพดีกว่า compoenent อีกนี๊ส นึงแบบที่ต้องตั้งใจสังเกตจริงๆ
เรียกว่าแทบไม่ต่าง ถ้าคุณนั่งอยู่ในระยะที่เหมาะสม เช่น 2.5 เมตรขึ้นไป (เพราะนั่งใก้ลกว่านั้นภาพจะดูแตกเป็นเม็ดๆ)
สรุป HDMI ดีกว่าแค่ลดความเกะกะของสายลดลงไปเท่านั้น
ถ้าคุณมี 852x480
ห้ามบ่นนะครับว่า Bule Ray ไม่เห็นชัดคมดีเด่นอะไร
เพราะว่าเครื่องความละเอียดยังห่างจาก Full HD มาก
852x480 = 408,960 pixels
1920x1080 = 2,073,600 pixels
เครื่องเล่นเกมที่คุณลงทุนมาแสนแพง จะไม่สามารถแสดงภาพที่เหนือชั้นให้เห็นเลย
เพราะเครื่องจะปรับความละเอียดภาพลดลง เกือบ 5 เท่าแล้วส่งไปที่ทีวี
ไม่ว่าจะใช้ HDMI แทน compoenent ก็ไม่ช่วยให้ได้ภาพที่ดีขึ้น
เพราะเครื่องน่าจะปรับลดมาที่ 720 ที่สาย compoenent ก็รองรับได้
เวลาเขาอวดศัพท์คุณเขาไม่บอกหรอกครับว่า เครื่องทีวีที่บ้านคุณอาจจะไม่รองรับคุณสมบัตินี้ อิอิ
ปล. สำหรับผู้ที่รอว่า สักวัน Blue Ray น่าจะก๊อปได้ ผมว่ารอบนี้ต้องรอกันไปอย่างน้อยปีนึงขึ้นไปครับ
มารอบนี้ทั้งตัวแผ่นเองมี High-bandwidth Digital Content Protection (HDCP) ยัดผูกติดเข้ามาด้วย
ซึ่งอย่างที่บอกว่าการที่จะได้ภาพคุณภาพเต็มที่ต้องผ่าน HDMI หรือ DVI เท่านั้น ตัวนี้จะทำการล็อคสองทาง
ถ้าพยายามไปทำอย่างอื่นที่ไม่รองรับ HDCP ก็เครื่องจะลดคุณภาพมาเหลือกระดับ DVD เท่านั้น (งานนี้ภาพก็ไม่ต่างจาก PS2) หละครับ
ไปเล่นจอความละเอียดสูงก็ไม่ช่วย ยิ่งจะช่วยให้ภาพแตกมากขึ้น งานนี้เขาคิดมาดีแล้วอิอิ
อีกอย่างตัวแผ่นเองความจุมากกว่า ดีวีดี ปกติเกือบห้าเท่า ไม่ต้องคิดครับว่าเขียนแผ่นนึงจะนานแค่ไหน
ตัวแผ่นเปล่าเองก็ราคาสูงจับใจ ขนาด DVD Double Layer ออกมานานราคายังสูง
ผมคิดว่าถ้าทำออกมาจริงๆ ตัวแผ่นผี ต้องเฉียดๆพัน หรือ อย่างต่ำๆก็ห้าร้อยอะ
ส่วนตัวผมคิดว่า Blue Ray กับ Full HD ออกมาไม่สัมพันธ์กัน
คนที่อัพเกรดจอที่บ้านเป็นพลาสม่าไปแล้ว มีเครื่องเล่นดีวีดี HDMI ไปแล้ว
เขาจะโยนทีวีตัวเก่าทิ้ง ซื้อทีวีใหม่ ซื้อเครื่อง Blue Disk ใหม่ มาเพื่อดูภาพความละเอียดสูง
ผมว่ายังใช้เวลาอีกนานทีเดียวครับ เพราะจริงๆในระดับ HD ตอนนี้ ที่ไม่ใช่ Full HD
คนทั่วไปก็ประทับใจแล้ว ซึ่งมันจะมีผลต่อการทำแผ่นก๊อปปี้ของหนัง Blue Ray
ถ้ามันไม่บูม คนคงไม่มีใครทำ แล้วยิ่งทำยาก ก็คงจะยิ่งแพง

Carbon
2nd May 2007, 20:23
ขอบคุณครับ

นั่งอ่านแล้วยังงๆ
เดี๋ยวตั้งสติแล้วอ่านใหม่อีกรอบครับ
เพราะความรู้เรื่องนี้น้อย

RUTch
9th August 2007, 16:52
อิอิ ตกลงว่า ถ้าจะซื้อ PS3 มาอีกตัวเพื่อเอา BR ก็ไม่คุ้มละซิ อิอิ พอดี Port TV ยังว่างเลยกำลังฟุ้งซ่านเลยยมาอ่านเสียหน่อย

RUTch
9th August 2007, 17:17
ไปเจอมาอันนี้ผมว่าอ่านง่าย เข้าใจง่ายดีครับ
http://www.siamtime.com/shop/hdtv.php
http://www.siamtime.com/shop/hdmi-means.php

ตั้งไข่
9th August 2007, 18:37
ไม่ได้เล่น Blu Ray แต่เล่น HD DVD ครับ ใช้กับ Front Projector ความละเอียด 720p เท่านั้นครับ เครื่อง HD ราคา 2 หมื่นกว่าบาท ผ่าน HDMI เปิดเทียบกับ เครื่อง DVD ราคา 60000 บาท เจาะ SDI ต่ิอเข้า scaler ทั้งสอง source ภาพคนละเรื่องครับ ยังไง HD ก็กินครับ ถึงแม้จะ downscale ลงมาจาก 1080i ก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่า upscale จาก 480i หรือ 576i ครับ
ผมว่า เห็นความแตกต่างชัดเจนครัีบ ผมหยุดซื้อพวกแผ่นโซน 1 โซน 2 เลย ซื้อแต่ HD ล้วน ยกเว้นพวก series ที่ไม่มี HD กับพวกหนังบางเรื่องที่มีแต่ bluray ครับ อีกหนึ่งความเห็นที่เคยลองครับ :chat:

RUTch
9th August 2007, 18:44
... เครื่อง HD ราคา 2 หมื่นกว่าบาท
ตอนนี้เมืองไทย มีรุ่นไหน ราคาเท่าไหร่บ้างครับ ...

ตั้งไข่
9th August 2007, 22:00
ตอนนี้เมืองไทย มีรุ่นไหน ราคาเท่าไหร่บ้างครับ ...
เมืองไทย ไม่มีครับพี่ (เท่าที่ผมรู้น่ะ :knock: ) ผมเอามาจาก อเมริกา ครับ รุ่นแรกเลย Toshiba a1 :Smiles2: ครับ ใช้เสร็จกะว่าจะเก็บเข้ากรุให้ลูกดูครับ :P

RUTch
10th August 2007, 00:17
เมืองไทย ไม่มีครับพี่ (เท่าที่ผมรู้น่ะ :knock: ) ผมเอามาจาก อเมริกา ครับ รุ่นแรกเลย Toshiba a1 :Smiles2: ครับ ใช้เสร็จกะว่าจะเก็บเข้ากรุให้ลูกดูครับ :Pก็นั่นนะซิ ผมก็ว่าผมหาแล้วไม่มี ทีหลังไม่ต้องมาพูดให้อยากนะ

ตั้งไข่
10th August 2007, 00:25
ก็นั่นนะซิ ผมก็ว่าผมหาแล้วไม่มี ทีหลังไม่ต้องมาพูดให้อยากนะ
โทษทีครับป๋า :bucha:
ถ้าอย่างนั้น ถ้าเป็นพวกเครื่องหิ้ว ต้องใช้หม้อแปลงไฟ ป๋าอยากเสี่ยงป่ะละ ลองไปโพสต์ไว้ใน htg2 สิครับ ผมว่าเดี๋ยวคงมีคนมาเสนอน่ะ :Smiles2:

RUTch
10th August 2007, 00:37
แซวเล่น ไม่ใช่แค่หม้อแปลงอะดิ เสียหาที่ซ่อมไม่ได้อีก เสี่ยงกับ Wii ตัวเดียวก็พอแล้ว

RUTch
10th August 2007, 15:17
วันนี้เอาวิธีเข้า Service Menu ของ TV ยี่ห้อต่างๆมาฝาก ไว้ตรวจสอบ ชม.การใช้งาน ...
http://www.dvdgameonline.com/forums/index.php?showtopic=40807&st=20

RUTch
13th August 2007, 02:47
วันนี้เอาแผ่นสุริโยทัยมาดูไม่ได้ดูนานแล้ว เพิ่งเห็นว่าพอซูมเข้ามาไม่ชัดเลย เลย เช็ค Transfer Rate ขนาด เป็น DTS แค่ 1.5 Mb เองอะ

เทียบกับ นเรศวร ซึ่งผมเซ็งที่ไม่มี DTS มีแค่ 5.1 Zoom มาพอรับได้ Transfer Rate ตั้ง 6-8 Mb

DOFJerk
13th August 2007, 11:09
ช่วยกันแปะ..


http://www.mrpalm.com/board/view_board.php?id=64813
การแสดงผลผ่านจอภาพแบบต่างๆ มีวิวัฒนาการน่าสนใจ มันก็คือการการใช้งานสื่อสารซึ่งกันและกัน บทบาทของ เทคโนโลยีจอภาพล้วงลึกเจาะไชเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น เริ่มจากที่บ้าน สถานที่ทำงาน ทั้งจอโทรทัศน์ มอนิเตอร์คอมพิวเตอร์และ ขนาดเล็กลงเป็นหน้าจอโทรศัพท์ อะไรๆก็เป็นจอภาพทั้งนั้น เพียงแต่ว่าจอภาพเหล่านั้นได้ออกแบบมาผิดแผกแตกต่างกันทั้งวัตถุประสงค์การนำมาใช้งาน เทคนิคเฉพาะตัว

ระบบจอชนิด CRT (Cathode Ray Tube) ที่ใช้เทคโนโลยีของหลอดภาพ CATHODE RAY TUBE (CRT) โดยองค์ประกอบหลักของหลอดภาพ ซึ่งใช้ส่วนปลายของหลอดภาพ จะมีตัวยิงจุดรวมแสงกวาดไปมาควบคุมและเบี่ยงเบนทิศทางการทำงาน ด้วย Yoke แล้ว ทำให้การสแกนเส้นภาพนั้นให้ผลกระทบ phosphor ซึ่งเคลือบอยู่ด้านในของจอภาพ เพื่อที่เราจะได้ภาพเคลื่อนไหวตามต้องการ จอCRT นับว่าเป็นจอภาพที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด เนื่องจากได้ความคมชัดและสีสันสวยงาม แต่ขนาด น้ำหนัก ความเทอะทะ ทำให้มันต้องค่อยๆลดบทบาทตัวเองลงไป และปล่อยให้จอแบนบาง หรือFLAT &SLIMเข้ามาแทนที่ อีกไม่ช้าไม่นานก็จะกลายเป็นความหลังในพิพิธภัณฑ์
ขนาดจอCRTปัจจุบันมีตั้งแต่21-36นิ้ว

จอผลึกเหลว LCD (Liquid Crystal Display) เป็นจอภาพที่ไม่มีหลอดภาพ หรือปืนอิเล็กตรอนสำหรับกวาดหน้าจอ
องค์ประกอบของจอภาพ เริ่มจากแหล่งกำเนิดแสง back light บนแผ่นโพลารอยด์ด้านหลังชั้นของ Twisted-Nematic (TN) LCDจะมีการหุ้มด้วยแผ่นแก้วหรือกระจกทั้ง 2 ด้าน ใช้แผ่นโพลารอยด์ด้านหน้าผนวกกับชั้นนอกสุดเป็นแผ่นกันการสะท้อนแสง

การทำงานจริงๆนั้นผลึกเหลวที่หยอดเอาไว้ระหว่างช่องกระจกจะถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ทำให้โมเลกุลของลิควิดคริสตัลในส่วนของจุดภาพ พิกเซล (pixel) นั้นหมุนเป็นมุม 90 องศา เพื่อให้เกิดได้ทั้งจุดสว่าง และจุดมืด หากเรากล่าวว่าเทคนิคของLCD คือการบิดตัวโมเลกุล แล้วเอาเงาของมันมาใช้งานก็ถือว่าถูกต้องอย่างที่สุด

ขนาดจอLCD มีตั้งแต่10นิ้วไปจนถึง60นิ้วนับว่ามีการใช้งานกว้างขวางมาก

จอแบบ GAS PLASMAจอภาพแบบพลาสม่าทีวี หรือชื่อแรกทางวิชาการที่เราเรียกขานคือ gas plasma เป็นจอที่มีการ ใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างสูงคล้ายCRT จึงไม่มีใครผลิตในจอขนาดเล็กแบบใช้แบตเตอรี่ จอพลาสม่าทีวีเหมาะสมกับการใช้ไฟ AC เป็นหลัก สำหรับเทคโนโลยีแบบ gas plasma นั้นเป็นการใช้แสงที่เกิดจากการแตกตัว ionized ของ neon gas (นีออน)เพื่อแสดงผลของภาพออกมาที่แผงหน้าจอ ภายในจอภาพแบบ gas plasma มีองค์ประกอบที่เต็มไปด้วย neon gas ใช้แผ่นกระจกเป็นตัวประกอบร่องฟอสฟอรัสภายใน มีการแสดงผลจะอยู่ระหว่างแผ่นแก้ว ตัวแผ่นแก้วด้านหน้าถูกเคลือบขั้วไฟฟ้าแบบโปร่งแสงในแนวตั้ง และแผ่นแก้วปิดด้านหลัง จะทำการเคลือบตามแนวนอน

สำหรับเทคนิคในการเจาะร่องๆใช้วางขั้วไฟฟ้าเราจะเรียกว่า ผังกริด (grjid pattern) จอพลาสม่าทีวีแต่เดิมออกแบบมาเพื่อทดแทนจอCRTขนาดใหญ่โดยตรง
ขนาดจอPLASMA มีตั้งแต่32นิ้วไปจนถึง60นิ้ว


จอภาพแบบโพรเจ็กชั่นทีวี จอภาพประเภทนี้เท่าที่เห็นอยู่จะมีสามรูปแบบ ใช้หลอดภาพส่องสว่างสะท้อนกระจกด้านหลังสู่ด้านหน้า มันจึงมีชื่อเรียกอีกแบบหนึ่งว่า Rear Projection การฉายแบบสะท้อนภาพนี้เองมันจึงจะไม่คมชัดเท่าพวกจอที่แสดงผลโดยตรงจากตัวจอเฉกเช่นกลุ่ม พลาสม่าทีวี แอลซีดี และซีอาร์ที ซึ่งเราจัดว่าเป็นพวกDirect view

จอภาพสะท้อนแสงสว่างจากหลังสู่ด้านหน้านี้ รูปแบบดั้งเดิมใช้หลอดซีอาร์ทีขยายภาพ ถัดมามีผู้นำเอาแผงLCDมาทำเป็นLCD Projection TV เรียกขานว่า LCD Projection TV และต่อมาก็ปรับเทคโนโลยีแยกแผลสะท้อนแสงเป็น3ชุด คือ 3LCD Projection TV แบบสุดท้ายที่นิยมกันคือDLP Projection TV ที่นำเอากระบวนการกงล้อแสงของDLPมาฉายผ่านจากด้านหลังจอมาสู่ด้านหน้า

Projection ชนิดที่ฉายด้านหลังชนิดที่ใช้หลอด CRT คงจะยังมีขายต่อไปอีกระยะหนึ่งก่อนที่LCD Projection จะมาทดแทน เนื่องมาจากแบบCRTมีข้อเสีย ในด้านของ ความสว่าง ,มีความจำเป็นต้องปรับ convergence เพื่อให้ได้ระดับแสงสี RGB หรือมุมมอง ที่น่าจะมีอายุจะยืนนานหน่อยเห็นจะเป็นประเภท3LCD Projection ส่วนแบบ LCOSท่าจะลำบากเหมือนกันเพราะราคาสูงเกินจับต้อง คือต้องไปว่ากันในกลุ่มไฮเอ็นด์โดยตรง

สุดท้ายผมจะกล่าวถึง คือเครื่องฉายโพรเจ็กเตอร์ ที่จะเป็นอีกระดับขั้นหนึ่งของคนที่ต้องการดูภาพยนตร์จอใหญ่ ที่เหมาะสมกับห้องที่มีการควบคุมปริมาณแสงได้ มีการแข่งขันกันสองรูปแบบคือDLP Projector และLCD Projector ที่แรกๆก็ดูเหมือว่า DLPจะมา กลืนกินตลาดโฮมเธียเตอร์ไปทั้งหมด หลังจากที่เครื่องฉายโพรเจ็กเตอร์ชนิดCRT ล้มหายตายจากไป ซึ่งเราก็จะไม่กล่าวถึงรายละเอียดกัน

คำถามที่มีมาประดังกันมากที่สุดก็คือ จอภาพแบนบางแบบLCD และPLASMA ใครดีกว่ากัน ผมฟังแล้วก็รู้สึกงงๆ เพราะที่จริงเป็นการเปรียบเทียบที่ประหลาดมาก เนื่องจากลักษณะโครงสร้างการออกแบบแต่ละเทคโนโลยีต่างกันมาก และหากจะว่ากันให้ยุติธรรมต้องบอกว่าทั้งสองประเภทนี้ มีจุดเด่น จุดด้อย แตกต่างกันไป

ไม่มีใครดีที่สุด ไม่มีใครแย่ที่สุด แต่จุดได้เปรียบเสียเปรียบ และความเหมาะสมมีหลายแฟกเตอร์ไล่เรียงกันสามวันสามคืนนั่นแหละ

โดยหลักการแล้ว ขนาดของจอLCD มีกว้างขวางหลายขนาด ทำให้ตลาดดูใหญ่กว่าพลาสม่าทีวีมากทีเดียว อันนี้นับรวมทั้งจอภาพมอนิเตอร์คอมพิวเตอร์ไปจนถึงจอภาพโฮมเธียเตอร์ แต่พลาสม่าทีวีเร็นจ์แคบ จับกลุ่มอยู่แต่เฉพาะตลาดดิสเพลย์และโฮมเธียเตอร์ ที่ต้องการขนาดจอมากกว่า42นิ้วขึ้นไปถึง60นิ้ว ไม่มีการลงมาผลิตในตลาด10-30นิ้วแต่อย่างใด

เรื่องของการแสดงสีในทางเทคนิคแล้วแอลซีดีทีวี จะให้สีเต็มอิ่มฉ่ำกว่าพลาสม่า แต่การให้รายละเอียดเฉดสียังเป็นรองพลาสม่าอยู่ สีดำนั้นหากเราวัดกันด้วยมาตรฐานเดิมของจอแบบ CRT ซึ่งเป็นราชาแห่งการแสดงผลสีดำ ให้ความดำมืดสนิทมากที่สุด ไม่ใช่ดำแบบสว่างเรือง หรือแบบดำเทา เปรียบแล้วสีดำของLCD PLASMA จะต้องพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีกเรื่อยๆ
มุมมองในการดูทั้งLCD และPLASMA ผมว่าก็กว้างมากพอกันนะถ้านับเอาจอยุคสมัยปัจจุบัน

เฉดสีดำของLCD เหมาะกับการฉายในที่สว่าง เพราะอาจจะเรืองแสงออกน้ำเงินม่วงผสมผสานออกมาได้หากอยู่ที่มืดสนิท ส่วนพลาสม่าให้สีดำได้ดีในที่สลัว ที่มืด แต่ก็จะต้องหาทางลดเรื่องการสะท้อนของกระจกหน้าจอควบคู่กันไปด้วย

จุดอ่อนที่สุดของพลาสม่าทีวีคือการ Burn-in หมายถึงการแสดงผลภาพนิ่งเป็นเวลานานเกินไป ก็อาจทำให้บาง pixel เสียไปได้ วิธีป้องกันใช้ การปรับ contrast ให้น้อยลงไป ( คือปกติพลาสม่ามีคอนทราสต์สูงมากอยู่แล้ว)อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการเล่นภาพนิ่งซ้ำเดิม เป็นเวลายาวนาน พลาสม่าทีวีรุ่นใหม่มิวิธีแก้ไข ด้วยการใช้สมองกลควบ คุมจอให้มีการขยับจุดที่นิ่งนานๆ ให้เลื่อนขึ้นลงไปมาได้เล็กน้อยโดยที่ตาคนเราจับสังเกตได้ยาก ถือเป็นการป้องกัน burn-in ที่ดี

และภาพจากพลาสม่าทีวีจะให้ฟีลลิ่งการชมคล้ายCRTมากกว่า อายุการใช้งานแต่เดิมนั้นสั้นกว่าLCD TV ปัจจุบันมีการพัฒนาใกล้เคียงกันแล้วคือ5-60,000ชั่วโมง

สำหรับจอแบบLCDTV ส่วนใหญ่อัตราไบร๊ท์เนส ทำได้สว่างมากกว่าจอแบบ Plasma และจะให้ภาพที่ดีคมชัดกว่า Plasma ในห้องที่มีแสงสว่างเป็นพิเศษ คือต้องให้ได้ความสว่างมากกว่าที่จะเป็นแสงสลัว จอLCD TVการปราศจากปัญหา burn-in อีกทั้งจอจะมีอายุการใช้งานมีอายุการใช้งาน ถึง 60,000 ชม.คงจะต้องยอมรับว่าคุณสมบัติบางด้านของ LCD ทำให้กลายเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามของ Plasma แต่ก็ไม่ได้หมายความLCD เหนือกว่าPLASMAทุกด้าน ต้องว่ากันเป็นเรื่องๆไป

PLASMA TV บทสรุป ที่อาจจะทำให้เราต้องไปขบคิดกันก็คือ จอพลาสม่าทีวีไม่มีการเรืองแสงแบบBack light มุมมองที่เรียบแฟล็ตเท่ากัน สีสันความสว่างไม่เปลี่ยนแปลงที่มุมมองแตกต่างกัน การเคลื่อนไหวสมูท มีความต่อเนื่องของภาพ ปราศจากดีเลย์ ให้สีได้เที่ยงตรง เฉดสีทำได้มากกว่า กระบวนการผลิตจะAccurateกว่าโอกาสเกิดJagged รอยหยักแบบเหลี่ยมน้อยกว่า สีดำจะสมจริงและการไล่โทนดำเทาดีกว่า อัตราContrast Ratioเหนือกว่า

ข้อเสียคือ หน้ากระจก ทำให้เกิดการสะท้อนเป็นเงาได้ ต้องเลือกจอพลาสม่าที่มีการโค้ทติ้งผิวหน้าจอกันสะท้อนที่ดี
ขนาดของจอมีอยู่ในเร็นจ์ที่แคบ32, 42, 50 และ 60นิ้วอัตราการกินพลังงานเฉลี่ยใกล้เคียงกับ LCDความเข้มของสีดำน้อยกว่าLCD
อัตราการสู้แสงสว่างน้อยกว่าLCD

LCD TVหน้าจอแห้งเรียบ ไม่มีการสะท้อนเงารบกวนสายตาขนาดของจอมีอยู่ในเร็นจ์ที่กว้าง10-60 นิ้ว อัตราการกินพลังงานเฉลี่ยเท่าเทียมกับ PlasmaTV อันนี้จะต้องเรียนเอาไว้เพื่อความเข้าใจนะครับว่า จอแอลซีดีแม้จะกินไฟต่ำ แต่ก็แสดงผลตลอดเวลาที่หน้าจอ พลาสม่าทีวี จะแสดงผลจากการปิดหรือเปิดแสงไปตามความสว่างมืดของภาพ ดังนั้นคิดเฉลี่ยแล้วก็จะสิ้นเปลืองพลังงานพอๆกัน จอLCD TVความเข้มของสีดำที่LCDเด่นกว่าPLASMA อัตราการสู้แสงสว่างดีกว่าPLASMAจึงตั้งไว้ดูที่สว่างๆได้โดยไม่มีปัญหารบกวนหน้าจอ อายุการใช้งานประมาณ 60,000ชั่วโมง

มีข้อเสียคือธรรมชาติในโครงสร้างของมัน มีการเรืองแสงแบบBack lightมุมมองที่เปลี่ยนไปตามตำแหน่งที่นั่งชม

สีสันความสว่างอาจเปลี่ยนแปลงได้ ภาพการเคลื่อนไหวมีโอกาสไม่สมูทสูงเนื่องจากอุณหภูมิ มีการดีเลย์ของภาพได้ ให้สีได้เที่ยงตรง มีโอกาสเกิดJagged รอยหยักแบบเหลี่ยมได้บ้าง อยู่ที่ตัวควบคุมหรือเอนจิ้น การไล่โทนดำเทาจะทำได้น้อยกว่าPlasmaอัตราContrast Ratioต่ำกว่าPlasma

ทุกอย่างในเทคโนโลยีพลาสม่าและ แอลซีดีทีวี จึงเป็นการได้เปรียบเสียเปรียบกันบนพื้นฐานเทคนิค ไม่ได้หมายความว่าใครจะดีกว่ากันแบบทิ้งขาด ให้เลือกจากความจำเป็นและความเหมาะสมในการใช้งานเป็นหลัก คืออัตราส่วนหรือขนาดจอภาพและคุณภาพ เปรียบเทียบราคาจำหน่าย

ผมไม่เห็นว่าจะเข้าท่าที่ตรงไหนถ้าเราจะเอาพลาสม่าทีวี เปรียบเทียบกับแอลซีดีทีวี ในห้องที่มีแสงแบบเดียวกัน เพราะเมื่อใดเปิดดูในห้องสว่างๆLCDก็ย่อมสวยสดกว่า และเปิดในห้องแสงสลัว จอพลาสม่าก็เหนือกว่า ด้วยโครงสร้างที่ต่างกันดังนี้ ผมจึงไม่คิดว่าเราจะนำมาเปรียบเทียบกันในสภาวะเดียวกันได้ อีกทั้งผู้ผลิตแต่ละรายมักจะมีวิธีการปรับจุดอ่อน เร่งจุดแข็งด้วยระบบเอนจิ้น หรือตัวสมองกลควบคุมจอภาพที่ดี ดังนั้นพื้นฐานทางเทคโนโลยีทั่วไป …บางทีก็เอามาใช้กับจอภาพเฉพาะรุ่นไม่ได้เหมือนกัน

ทางที่ดีที่สุดคือชอบแบบไหนก็เลือกตามความเหมาะสม และพยายามอย่างยิ่งที่ท่านจะต้องเรียนรู้วิธีการปรับจอให้เหมาะกับห้อง นั่นแหละเป็นดีที่สุดครับ

RUTch
14th August 2007, 14:20
มันกำลังมาแว้วววววววววววววว ... ใกล้ไทยเข้ามาแว้วววววววววววว ... กี่สตางค์กันละนั่น ...
http://www.pioneer.com.sg/blu-ray/index.html

ตั้งไข่
14th August 2007, 15:20
มันกำลังมาแว้วววววววววววววว ... ใกล้ไทยเข้ามาแว้วววววววววววว ... กี่สตางค์กันละนั่น ...
http://www.pioneer.com.sg/blu-ray/index.html
ไม่เคยดู bluray แต่คิดว่าตอนนี้คุณภาพน่าจะแจ่มแล้วละ ออกมาเป็นปีแล้วนิ ถ้าคุณภาพไม่ห่วยเหมือนตอนที่พึ่งออกละก้อ ผมว่า ป๋า อาจจะกลับไปทนดู DVD ธรรมดาไม่ได้อีกเลย :P

NaimNatNod
15th August 2007, 07:18
ตอนนี้กำลังเล็งๆตัวนี้ (http://www.costco.com/Browse/Product.aspx?Prodid=11229409&whse=BC&Ne=4000000&eCat=BC|79|2341|3316&N=4001382&Mo=28&pos=1&No=1&Nr=P_CatalogName:BC&cat=3316&Ns=P_Price|1||P_SignDesc1&lang=en-US&Sp=C&ec=BC-EC10605-Cat2341&topnav=)อยู่

เป็นของ Sharp สเปคตามนี้เลย

The AQUOS® LCC-5262U sets a new standard for large-screen flat-panel TVs. With Full HD Spec 1080p resolution, dramatically enhanced black level and an elegant new design, it produces a breathtaking picture quality that is second to none.



Features:

Screen Size: 52” (Diagonal Measurement 52-1/32")
Aspect Ratio 16:9
Resolution: 1920 x 1080
Contrast Ratio: 2000:1
Brightness: 450 cd/m2
Response Time: 4ms1
Lamp Life 60,000 hours2
Viewing Angle: 176º H x 176º V
Tuner: NTSC/ATSC/QAM
Table Stand Included
Limited Warranty 1 year parts and labor
Weight: 90.4lbs (w/ stand), 82.7lbs (w/ out stand)
Dimensions (w x h x d): 49 47/64" x 34 7/32" x 12 11/64" (w/ stand), 49 47/64" x 31 25/32" x 4 59/64" (w/ out stand)
Audio:

Speakers: 15 W + 15 W
Inputs/ Outputs:

HDMI™ Input x2
Component Input x2
S-Video Input x1
Composite Video Input (A/V) x3
Audio Inputs (L/R) x4

NaimNatNod
15th August 2007, 07:23
ส่วนตัว Blu-Ray player อาจจะเป็นตัวนี้ของ Sony (http://www.costco.com/Browse/Product.aspx?Prodid=11225997&search=blu-ray%20player&Mo=0&cm_re=1_en-_-Top_Left_Nav-_-Top_search&lang=en-US&Nr=P_CatalogName:BC&Sp=S&N=0&whse=BC&Dx=mode+matchallpartial&Ntk=Text_Search&Dr=P_CatalogName:BC&Ne=4000000&D=blu-ray%20player&Ntt=blu-ray%20player&No=0&Ntx=mode+matchallpartial&Nty=1&topnav=&s=1) หรืออาจจเป็น PS3 เอาไว้มาดูแผ่นเช่า Blu-Ray ของ Blockbuster (http://www.blockbuster.com/browse/brDvdPackage)

RUTch
15th August 2007, 23:04
ตอนนี้ผมพักรบกับ HD DVD และ BlueRay ไปก่อน ราคาทั้งเครื่องทั้งแผ่น แต่มาดูเจ้า 3 ตัวนี้ว่าจะเอาตัวไหนดี ?

http://www.mediagateusa.com/html/mg350.html
http://www.pixelmagicsystems.com/products/media_players/hd_mediabox.htm
http://www.myxscape.net/index.php?option=com_content&task=view&id=13&Itemid=9

ตั้งไข่
15th August 2007, 23:11
ตอนนี้ผมพักรบกับ HD DVD และ BlueRay ไปก่อน ราคาทั้งเครื่องทั้งแผ่น แต่มาดูเจ้า 3 ตัวนี้ว่าจะเอาตัวไหนดี ?

ถ้าป๋าไม่บ้ามากๆ ผมว่ารอเหอะครับ
ผมใช้ตัว HD Media อยู่ ก็ไม่ประทับใจเท่าไร เล่นๆแล้ว hang :knock: ดู HD DVD ดีกว่าอีก ภาพชัดกว่า เสียงแจ่มกว่า ไม่ hang ด้วย หรือเอาเงินไปทำ HTPC ดีกว่าครับ อย่างน้อยยังได้ประโยชน์จากการเป็น PC ได้บ้างง่ะ

แต่ถ้าป๋าอยากจะมาบ้ากับพวก High Definition นะก็ลองได้ครับ ราคามันไม่แพงมากเท่าไร :Smiles2: แต่ถ้าไม่ได้จะมาบ้านะ รอ เถอะครับ หรือเล่น พวก player ไปเลยดีกว่า :thumbup:

RUTch
20th August 2007, 10:21
ถ้าป๋าไม่บ้ามากๆ ผมว่ารอเหอะครับ
ผมใช้ตัว HD Media อยู่ ก็ไม่ประทับใจเท่าไร เล่นๆแล้ว hang :knock: ดู HD DVD ดีกว่าอีก ภาพชัดกว่า เสียงแจ่มกว่า ไม่ hang ด้วย หรือเอาเงินไปทำ HTPC ดีกว่าครับ อย่างน้อยยังได้ประโยชน์จากการเป็น PC ได้บ้างง่ะ

แต่ถ้าป๋าอยากจะมาบ้ากับพวก High Definition นะก็ลองได้ครับ ราคามันไม่แพงมากเท่าไร :Smiles2: แต่ถ้าไม่ได้จะมาบ้านะ รอ เถอะครับ หรือเล่น พวก player ไปเลยดีกว่า :thumbup:

อ้าว แต่เมื่อวันศุกร์ ลองไปหาซื้อสาย DVI->HDMI มาลองแระ ก็ OK แต่สงสัยทำไมสีมันกระชูดจังเลย ต้อง Cal จออีกพอสมควรเลย คงเอาเงินมาลง HT PC แน่ๆแล้วแหละ อิอิ

อันนนี้มาแปะข้อมูลไว้เล่นๆเห็นมีคนพูดถึง HDMI 1.3 กันเยอะ ...
http://hdtvmagazine.com/articles/2006/08/hdmi_part_8_-_c.php

RUTch
23rd September 2007, 09:04
วันี้เจอตารางเปรียบเทียบ HDMI เลยเอามาเก็บไว้ก่อน :Smiles2: