PDA

View Full Version : D100 และ SB80DX ถ่ายระบบ 3D Multi-Sensor แล้วภาพอันเดอร์



kant2000
19th August 2002, 10:04
ผมตั้งกระทู้เรื่องปัญหา D100 กับ SB 80DX ใว้ที่เวปพี่2หาวเลขคำถาม 00368 รู้สึกว่ามันจะตกไปหน้า2แล้วครับ ผมถ่ายกลางแจ้งหรือในห้องก็จะอันเดอร์หมดเลย รบกวนพี่D1 ช่วยแนะนำด้วยครับ

AnPanMan
19th August 2002, 15:11
ทำ Link มาให้

http://www.2how.com/webboard/show.php?Category=main&No=368

ผมก็ใช้ 80DX กะ D100 เท่าที่เคยลอง (1 ครั้งหลังซื้อ)
กับ AF-S 24-85 ตอนนั้นไม่มืดนะครับ

ยังไม่มีโอกาสได้ใช้มันอีกเลย คืนนี้เดี๋ยวกลับบ้านจะลองอีกที

AnPanMan
19th August 2002, 22:36
กลับถึงบ้านก็ลองถ่ายดูเลยครับ
หาอะไรถ่ายไม่ได้ ก็รอบๆห้องนี่แหละ

ดูจาก histogram มืดนิดหน่อย

AnPanMan
19th August 2002, 22:37
อีกรูป

AnPanMan
19th August 2002, 22:38
อีกรูป อันนี้มืดมากหน่อย

AnPanMan
19th August 2002, 22:40
รูปอะไรขาวๆหน่อย

AnPanMan
19th August 2002, 22:41
ดูเหมือนรูปที่มีวัตถุแวววาวสะท้อนแสง มันจะมืดหน่อยเพื่อไม่ให้ส่วนนั้นขาวโลด รูปถังถุงเท้านั่น คงเป็นเพราะฉากหลังอยู่ไกลออกไปเลยมืด ตัวถังอาจจะสว่างพอดี

ส่วนรูปที่ไม่สะท้อนมาก ก็สว่างเสมอทั้งรูปครับ

ถ่ายที่ D-TTL ทุกรูป, ISO200, AFS24-85 กะ 50/1.4 ครับ

D1
23rd August 2002, 01:12
ได้ไปดูภาพที่ส่งขึ้นมาแล้วครับ.. จะบอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติครับ

ถ้าสังเกตุ โหมด Flash 3D-TTL จะมีคำว่า "Balanced Fill Flash" ติดตามหลังมาด้วย ทั้งนี้การทำงานต่างกันครับ เพราะ D-TTL ธรรมดาจะ Fill flash จนกล้องคิดว่าได้แสงเพียงพอก็คือจบ ผลลัพธ์ก็คือ Object จะได้รับแสงพอดี แต่ Background จะเป็นอย่างไรกล้องไม่สนใจ ในขณะที่ "Balance Fill Flash" คือการนำความสว่าง Background มาเป็นตัวคำนวณ ด้วยเพื่อให้ Forground และ Background มีความสว่างเท่ากันครับ

ในการถ่ายภาพทั่วไปในบางภาวะ เช่นการถ่ายภาพในกลางแจ้ง หากไม่ใช้แฟลชแล้ว และมี background สว่างมาก จะทำให้ภาพมีการไล่โทนสีที่กว้างมาก คือตั้งแต่ความสว่างของ Background ไปจนถึงส่วนที่มืดมากเช่นเงาใต้จมูกของตัวแบบ ซึ่งการควบคุมคุณภาพสีของภาพที่มีขอบเขตของแสงกว้างๆ แบบนี้ให้ได้คุณภาพดีเป็นเรื่องยากครับ ดังนั้น การ Fill flash จะช่วยแก้ปัญหานี้ และระบบ Balanced Fill Flash จะฉลาดโดยการ Fill flash ภาพ forground มีแสงพอดีกะ background ทำให้ภาพมีความสว่างใกล้เคียงกันทั้งภาพ

ในบางภาวะ เช่นการถ่ายภาพบุคคลในหมอก ที่มีแสงน้อย หากใช้ D-TTL อย่างเดียวภาพที่ได้ออกมาตัวคนจะสว่าง แต่ background จะมืด ดูเหมือนเราถ่ายภาพคนตอนกลางคืน ซึ่งถ้าเราใช้ 3D-TTL Balance Fill Flash แล้วจะแก้ปัญหานี้ได้ เป็นต้นครับ

ย้อนกลับไปดูภาพที่คุณ Kant2000 ได้อัพโหลดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง จะเห็นได้ว่าภาพที่ได้ 3D-TTL Balance Fill flash ตัว Object กับ Background จะมีความสว่างเท่ากัน ในขณะที่ D-TTL จะทำให้แบบสว่างพอดี โดยไม่สนใจ Background ข้างหลัง ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า กล้องทำงานเป็นปกติดีครับ

อ้อ.. ยังไงรบกวนคุณ Kant2000 ช่วยอัพโหลดภาพประกอบ พร้อมคำบรรยายของการตั้งการทำงานและมุมของแฟลช เข้ามาที่กระทู้นี้ด้วยเลยก็จะขอบคุณมากครับ เผื่อมีเพื่อนๆ คนไหนเข้ามาอ่าน จะได้มีภาพประกอบไว้ดูโดย ไม่ต้องกระโดดไปกระโดดมา หลายที่ครับ :)

อ้อ.. (อีกที) ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อหัวข้อใหม่ ให้สื่อความหมายของเนื้อหาด้วยนะครับ

Nut
23rd August 2002, 12:13
ถ้าต้องการ balance ความสว่างของ subject และฉากหลังก็ลองใช้แฟลชแบบ slow sync ดูสิครับ กดปุ่มโหมดแฟลช (รูปสายฟ้า) แล้วปรับไปเป็น SLOW กล้องก็จะใช้ชัตเตอร์สปีดที่ช้าลงเพื่อให้ฉากหลังได้แสงพอดีๆ ส่วน subject ก็ได้แสงจากแฟลชไป

สำหรับแฟลชของ Nikon นั้น (สำหรับกล้องฟิล์ม สำหรับดิจิตอลคิดว่าน่าจะเหมือนกัน) ถ้าเอาไปถ่ายในที่แสงมากพอสมควร (เช่น กลางแจ้ง) มันจะทำงานในลักษณะ balance แสง ambient และแสงแฟลช หรือจะเรียกว่าแฟลชทำงานเป็นแค่ fill-in ก็ได้ แต่ถ้าในสภาพแสงน้อย (เช่นถ่ายในบ้าน) มันจะทำงานแบบให้แสงแฟลชเป็นแสงหลักกับ subject ในบางกรณีชัตเตอร์สปีดอาจจะเร็วเกินไปที่จะทำให้ฉากหลังได้แสงพอดีๆ ผลก็คือบางภาพฉากหลังจะดูมืดกว่าที่ควร ถ้าอยากให้ฉากหลังได้แสงพอดีๆก็ต้องใช้แฟลชแบบ slow sync ตามที่ผมบอกไปข้างบนนั้นครับ

;)

kant2000
24th August 2002, 21:16
ถ้าเป็นอย่างที่พี่d1ว่าเวลาผมจะใช้ แฟลช 3D TTL ก็ต้องชดเชยแสงทุกคร้งเลยหรือครับ เพราะถ้าไม่ชดเชยแสง ทุกๆสภาพแสง และทุกสถานที่มันก็จะอันเดอร์หมด แม้ใช้ SLOWตามที่พี่ nutว่า ก็อันเดอร์ แต่ถ้าเอามาแก้ไขใน capture3 ถึงจะสมบูรณ์ครับ ถ้าแก้ไขแล้วภาพจะออกมานุ่มกว่า TTL ธรรมดาครับ แต่TTLธรรมดาไม่ต้องชดเชยแสง(ในกรณีที่ถ่ายทุกๆสถานการเดียวกัน)ถ้าเป็นอย่างนี้ ระบบแฟลช 3D TTL ก็ไม่สมบูรณ์นี่ครับ

Nut
24th August 2002, 22:44
ถ้า 3D TTL ของคุณหมายถึง 3D Multi-Sensored Balanced Fill Flash แล้วล่ะก็ มันไม่ compatible โดยสมบูรณ์กับกล้อง D-SLR นะครับ เพราะปกติ 3D Multi-Sensored Balanced Fill Flash จะวัดแสงที่สะท้อนจากแผ่นฟิล์ม ทีนี้สำหรับกล้อง D-SLR แทนที่จะเป็นฟิล์มมันก็เป็น CCD แทน ซึ่งการสะท้อนของแสงจะต่างจากฟิล์ม ดังนั้นถ้าใช้ระบบ 3D Multi-Sensored Balanced Fill Flash (ที่คิดมาสำหรับฟิล์ม) มันก็จะให้ผลที่ต่างกันไป Nikon ก็เลยคิดระบบแฟลช D-TTL ขึ้นมาสำหรับกล้อง D-SLR โดยเฉพาะครับ

ลองใช้ D-TTL ร่วมกับ slow sync หรือยังครับ

kant2000
24th August 2002, 22:48
ขอบคุณมากครับ แล้วพรุ่งนี้ผมจะลองใหม่ครับ

D1
25th August 2002, 00:40
ยืนยันเรื่องความสมบูรณ์ของการทำงาน 3D-TTL ของคุณ Nut ด้วยคนครับ ว่ามันจะทำงานบน D-SLR ได้ไม่สมบูรณ์เท่ากับกล้องฟิลม์ครับ ซึ่งอันนี้คงต้องทำใจครับ :(

ส่วนตัวผมเองส่วนใหญ่ผมจะใช้ D-TTL ครับ.. มีเฉพาะเป็นบางกรณีที่ผมจะใช้ 3D-TTL อย่างที่ได้ยกตัวอย่างไปแล้วข้างต้น

kant2000
25th August 2002, 08:58
มีคนแนะนำว่าลองเปลี่ยนไปใช้เลนส์ของนิคอนดู อาจจะไม่เป็นปัญหาและบอกว่าน่าจะลองเลนส์ตัว 24-85 f3.5-4.5GดูโดยเอาSIGMA24-70/2.8ที่ผมใช้อยูไปแลก 24-85 Gของใหม่ประกันร้านโดยต้องเพิ่มเงินอีก2000-3000บาท (ภายใน2-3วันนี้)พี่ๆช่วยแนะนำ2ตัวนี้ด้วยครับว่าสมควรเปลี่ยนหรือเปล่า และช่วยเปรียบเทียบเมื่อมาใช้กับ D100ของผมด้วยครับ(ผมเป็นคนชอบลังเลเวลาเข้าร้านขายกล้องทางร้านแนะนำอะไรก็จะเกิดกิเลสอยากเปลี่ยนโน่นอยากเปลี่ยนนี่(นิสัยไม่ดีเลย)แต่ก็ไม่รูว่าจะจริงใจแค่ใหนเพราะร้านทั่วไปก็อยากขายของ เลยก่อนจะซื้อหรือเปลี่ยนอะไรแล้ว ผมมักจะขอความเห็นจากเวบตลอด เวบนี้เป็นประโยชน์มากเลยครับ

Nut
25th August 2002, 09:45
ตามความคิดผมแล้ว เลนส์ที่คุณใช้อยู่ไม่น่าจะเป็นปัญหาหรอกครับ เปลี่ยนไปก็ขาดทุนเปล่าๆ สู้เก็บเงินไปใช้อย่างอื่นดีกว่า

ถ้ากลัวว่าเลนส์จะเป็นปัญหาก็ลองหายืมเลนส์อื่นมาทดสอบดูก่อนน่าจะดีกว่าซื้อเลนส์ใหม่มาเลยนะครับ

D1
25th August 2002, 12:15
เห็นด้วยกับคุณ Nut อีกทีครับ.. คือถ้าจะใช้ D-TTL หรือ 3D-TTL สิ่งที่จะต้องมีคือเลนส์ที่เป็น Type-D และเลนส์ที่คุณ Kant2000 ใช้อยู่ก็เป็น Type-D อยู่แล้ว การเปลี่ยนเลนส์จึงไม่ทำให้ระบบแฟลชตรงนี้ทำงานดีขึ้น

เลนส์ AFS 24-85 เป็นเลนส์ที่ให้ความรู้สึกในการใช้งานดีมากตัวหนึ่ง แต่ถ้าใช้ 24-70/2.8 อยู่แล้ว เปลี่ยนไป 24-85/3.5-4.5 ผมว่าจะอีดอัดขึ้นนะ เพราะในหลายๆ สถานะการณ์ F2.8 จะช่วยได้เยอะ

kant2000
25th August 2002, 13:13
ขอบคุณพี่ๆครับ คิดไปคิดมาผมก็ว่าเอาเงินส่วนที่ต้องเพิื่่มไปซื้อ18-35ของนิคอนดีกว่า เพราะว่าเอาไปให้ร้านดูแล้วsigmaราคาหายไป5,500บาท(ซื้อมา15,500 1เดือนเอง)ถ้าจะเอาAF-S24-85ต้องเพิ่ม8000ส้วน24-85AFDเพิ่ม10,000

D1
26th August 2002, 06:29
มาเพิ่มเติมรายละเอียดตามหัวข้อกระทู้ครับ

ในต่างประเทศก็มีการพูดถึงอาการอันเดอร์ตัวนี้เหมือนกัน เค้าแนะนำทริปเอาไว้ ในกรณีที่เราถ่ายภาพด้วยการวัดแสงแบบ Center weight ครับ ว่าให้ลองตั้งชดเชยแสงที่กล้อง +0.7 กะที่แฟลช +0.3 หรือ +0.7 ก็ได้ จะได้ภาพออกมากำลังดี แต่ย้ำครับว่าใช้กับการวัดแสงแบบ Center weight เท่านั้น ถ้าใช้กับโหมดอื่นอย่าง spot นี่ได้จะภาพ Over มาแทนครับ :)

AnPanMan
26th August 2002, 17:56
เคยอ่านในเว็บบอร์ดของ Kakaku.com ว่าเลนส์ Sigma บางรุ่นใช้กับ D100 แล้ว
จะ Under เหมือนกัน จำไม่ได้ว่ารุ่นไหน ตอนนั้น D100 ออกมาใหม่ๆ มีคนคุยเรื่อง
เลนส์ค่อนข้างเยอะบน kakaku.com

ผมลองถ่ายกับ 80DX หลายๆโหมดแล้ว ทั้ง D-TTL 3D Multi-Sensor และ D-TTL ธรรมดา (โดยเลือกจากปุ่ม Mode บนแฟลช)
ส่วนมากภาพจะใกล้เคียงกันมาก
พยายามทำยังไงก็ไม่มืดเท่ารูปแรกของคุณ kant2000 ครับ

Unregistered
16th August 2005, 18:36
เหมือนกันเลยครับ ตอนนี้ผมก็เจอปัญหานี้เหมือนกันนะครับยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร แต่ผมใช้ ของ nik หมดนะ ก็เลยต้องใช้ mode AA ดีกว่านะ

Plub
16th August 2005, 19:04
เหมือนกันเลยครับ ตอนนี้ผมก็เจอปัญหานี้เหมือนกันนะครับยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร แต่ผมใช้ ของ nik หมดนะ ก็เลยต้องใช้ mode AA ดีกว่านะปัญหามันเป็นอย่างไรครับ? หมายถึงอันเดอร์เหรอครับ? :blink:

Unregistered
17th August 2005, 01:34
ครับ under เกือบจะทุกรูปเลยนะครับผลก็ยังงๆ เหมือนกันนะว่าเพราะอะไรนะครับ เพราะลองที่ 20-35 F2.8 นะครับ

Plub
17th August 2005, 13:00
ที่ว่าอันเดอร์ใช้โหมดไหนอยู่ครับแล้วชดเชยแฟลชถูกต้องหรือเปล่า ถ้าใช้โหมด D-TTL หรือ MBFF มัลติบาลานส์ฟิลแฟลชมันจะฟิลแสงแฟลชให้พอดีกับแบคกราวด์ หรือแสงที่อยู่ในเฟรมนะครับ แล้วต้องเลือกการวัดแสงเป็นแบบ Matrixด้วย ในกรณีนี้หากแบคกราวด์แสงน้อย หรือมืด แฟลชก็จะมืดตามไปด้วย เพราะมันจะพยายามบาลานส์แสงให้เท่ากับแบคกราวด์ โหมดนี้จึงเหมาะที่จะใช้กับเวลากลางวัน เพื่อฟิลแสงแฟลชให้พอดีกับแสงธรรมชาติ ส่วนการจะเติมแสงแฟลชมากหรือน้อยก็ชดเชยเอาครับ หากนำแฟลชโหมดนี้ไปใช้ในงานกลางคืน ก็จะพบว่าแสงแฟลชจะมืดตามแสงแบคกราวด์ หรือมืดตามแสงของ Subjectที่อยู่ในเฟรม เช่นหากถ่ายSubjectใส่เสื้อดำ เต็มเฟรมแฟลชก็จะปล่อยแสงออกมาน้อย หาก Subjectใส่เสื้อสีขาว เต็มเฟรมแฟลชก็จะปล่อยแสงออกมามาก ซึ่งจะต่างกันหรือกลับกันโดยสิ้นเชิงกับแฟลชระบบ TTLปกติ

ส่วนโหมด TTLก็ทำงานเหมือนแฟลช TTLทั่วไปชดเชยตามหลักการปกติ และวัดการสะท้อนแสงเฉพาะบริเวณกลางเฟรมเท่านั้น ซึ่งก็จะกลับกันกับระบบ MBFFข้างบน โหมดนี้ก็เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางคืน เพราะแสงแฟลชจะปล่อยออกไปมากจนเพียงพอที่จะสะท้อนกลับมา เช่นหากถ่ายSubjectใส่เสื้อดำ แฟลชก็จะปล่อยแสงออกมามาก หาก Subjectใส่เสื้อสีขาว แฟลชก็จะปล่อยแสงออกมาน้อย

ส่วนใหญ่ผมมักจะใช้โหมด D-TTLตลอด ถึงแม้ว่าจะถ่ายในเวลากลางคืน เพราะโหมดนี้มันจะเอา Distanceมาคำนวณร่วม ทำให้แฟลชทำงานได้แม่นยำ ส่วนการชดเชยนั้น ก็จะชดเชยตามหลักการทำงานของมันคือ ถ้าในเฟรมมืด ก็จะชดเชยกำลังแฟลชเป็นเพิ่ม ในเฟรมสว่างก็ชดเชยกำลังแฟลชลด ส่วนโหมด AAบางครั้งก็ต้องจำเป็นใช้เหมือนกัน เพราะเคยประสบกับปัญหา RFรีโมทสั่งไฟแฟลชสตูฯไม่ยอมทำงาน เพราะสายต่อมีปัญหา จึงต้องมาใช้โหมด AAแล้วเปิดการทำงาน Slaveที่ตัวไฟแฟลชสตูฯ เพราะถ้าใช้โหมด D-TTL, TTLมันจะมี Pre-Flash ทำให้แฟลชสตูฯ ทำงานก่อน อีกอย่างโหมด AAนี้ก็เหมาะที่จะใช้เวลาเบล้าซ์แฟลชกับเพดาน เพราะเมื่อไหร่ที่เรายกหัวแฟลชขึ้น การส่งค่า Distanceก็จะยกเลิก ทำให้กล้องไม่สามารถควบคุมแฟลชได้ดี จึงควรจะใช้ Sensorที่ตัวแฟลชเองเป็นตัวควบคุมในโหมด AAดีกว่า...