PDA

View Full Version : ตามหาใบไม้แดงที่ญี่ปุ่น



มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 11:46
พอดีจังหวะจองตั๋วโปรหางแดงได้ เลยนัดกันกับภรรยาและญาติๆ รวมกันไปได้ 4 คนครับ

การไปญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของผมครับ ครั้งแรกเมื่อซัก 5-6 ปีที่แล้วครับ คราวนั้นใช้ Olympus C5050 เก็บภาพมา

แต่วันดีคืนดี ด้วยความซนของผมทำให้ HD ที่เก็บภาพชุดนั้นเจ๊งคามือรูปหายหมด ต้องขอ DVD ของเพื่อนที่ไปด้วยกันมาก๊อบใหม่

อย่างที่ทราบแผ่นเก็บไว้นานก็อ่านได้บ้างไม่ได้บ้าง รูปที่ได้กลับมาจึงเหลือนิดเดียว ไปครั้งนี้ถือเป็นการแก้มืออีกครั้ง

รูปที่นำมาลงอาจจะไม่สวยมากนัก ถือว่าแชร์ข้อมูลท่องเที่ยวก็แล้วกันนะครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 11:51
วันแรกลงเครื่องที่สนามบินคันไซ โอซากาแล้วเดินทางเข้าที่พักที่ K's House Kyoto เพื่อนำกระเป๋าไปเก็บ

ก่อนจะเดินทางไปโกเบไปเจอญาติที่มาเรียนอยู่ที่นั่นให้ช่วยพาเที่ยวครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 12:12
หลังจากเก็บของแล้ว ก็เริ่มออกเดินทาง จุดหมายแรกของเรายังไม่ใช่โกเบ แต่เป็นศาลเจ้า Fuchimi (http://www.japan-guide.com/e/e3915.html) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราเห็นในหนัง Memoirs of a Geisha นั่นเองครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 12:19
เสร็จจากศาลเจ้านี้ เราก็เดินทางไปโกเบ จุดมุ่งหมายในการไปโกเบ เพื่อให้ญาติที่มาเรียนช่วยหาร้านอาหารดีๆ ให้ทานซักมื้อเป็นบุญ
จริงๆก็เป็นบุญของทั้งคนพาไปและคนมากินเหมือนกัน เพราะอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยมากินเหมือนกัน 555

ร้านแรกที่ไปเป็นร้านเค้กครับชื่อร้าน Miu เค้กอร่อยใช่เล่น อันนี้คนพามาหาข้อมูลที่ญี่ปุ่นแล้วพามาครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 12:22
ทานกัน 5 คนครับ แบ่งกันคนละคำสองคำ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 12:30
หลังจากของหวานผ่านไป เราก็ไปต่อร้านของคาวที่จองไว้
อาหารเป็นคอร์ส หัวละ 4500 เยนครับ

ร้านเป็นร้านเล็กๆครับ ถ้าไม่มีคนพามาก็ไม่รู้แหงๆเลยครับ เสียอย่างเดียวสูบบุหรี่ในร้านได้เนี่ยแหละ

ภายในร้านค่อนข้างมืดเครับเลยอัด ISO กับเปิด F2 เกือบหมดเลย

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 12:33
จานถัดมาเป็นประมาณปลาต้มซีอิ๊วครับ กับกุ้งเทมปุระ กุ้งตัวใหญ่มาก อร่อยทุกอย่างเลยครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 12:35
ถัดมาเป็นเนื้อโกเบครับ เดี๋ยวมาไม่ถึง :good:

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 12:37
จบด้วยข้าวปั้น และไอศครีม จุกกันเลยทีเดียว

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 12:39
หลังจากนั้นก็ไปเดินย่อยอาหารที่อ่าวโกเบ ก่อนแยกย้ายกันกลับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 12:44
ขอไปทานข้าวแป๊บครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 13:33
วันที่สองเรานัดเจอกันที่สถานีเกียวโต เพื่อเดินทางขึ้นรถไฟไปยัง arashiyama (http://www.arashiyama-navi.info/en_course.html) ไปนั่งรถไฟสาย romantic ชมใบไม้แดง(แต่ยังไม่แดง T T) เดินดูป่าไผ่

ที่สถานีจะมีรูปปั้นทานูกิเรียงกันอยู่ครับ

ตัวรถบางส่วนจะเปิดโล่งให้ได้ชมวิว จากรูปจะเห็นว่าใบไม้ยังไม้แดงเท่าไหร่ แต่ถ้าแดงเต็มภูเขาก็อาจจะไม่ได้นั่งเพราะคนจะเยอะมาก

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 13:38
เราแวะลงสถานีกลางทางเพื่อเดินชมป่าไผ่

ก่อนถึงทางเข้าป่าไผ่มีศาลเจ้าอยู่ เป็นศาลเจ้าผม

จะมีคนมาขอพรเรื่องผม ประมาณว่า อย่าหัวล้าน อย่าผมร่วง ขอให้ได้เป็นช่างผม

อันนี้น้องที่มาเรียนที่นี่เป็นคนแปลให้ครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 14:25
ออกจากศาลเจ้าไปต่อกันที่ป่าไผ่

ทางเดินสองข้างทางล้อมไปด้วยต้นไผ่ขนาดใหญ่

ทางเดินยาวประมาณ 5-600 เมตรได้ครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 14:33
ออกจากป่าไผ่สามารถเดินไปขึ้นสถานีรถไฟถัดไปได้ แต่เราเลือกเดินเข้าวัด เทนริวจิ (http://www.japan-guide.com/e/e3913.html) ครับ

ใบไม้ที่นี่เริ่มมีสีแดงบ้างแล้ว :clap:

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 14:35
ออกจากวัดมาแวะหาอะไรกินก่อนเดินทางต่อ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 14:37
มื้อนี้ราเมงกับทงคัตสึครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 14:48
อิ่มกันแล้วก็นั่งรถไฟไปวัด นินนันจิ (http://www.japan-guide.com/e/e3929.html) กันต่อ

ตอนไปถึงมีทัวร์ เด็กอนุบาลเพิ่งออกมาด้วย

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 14:51
ภายในวัดมีใบไม้แดงบ้าง

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 14:57
เสร็จจากที่นี่ เราขึ้นรถเมล์ไปต่อที่ วัดKinkakuji (http://www.japan-guide.com/e/e3908.html)

คราวที่แล้วที่ผมมาวัดนี้ ฝนตก รถติด ฟ้าครึ้ม คนเยอะ

คราวนี้ก็ถือว่ามาซ่อมเลยละกัน

คนก็ยังเยอะอยู่ดีครับ แต่ฟ้าใสมาก

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 15:41
จากวัดทองนั่งรถเมล์ไปเดินเล่นแถว Gion (http://www.japan-guide.com/e/e3902.html)

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 15:54
วันที่สาม ไป วัดเงิน (http://www.japan-guide.com/e/e3907.html) กันก่อนเลย

เป็นวัดที่สร้างทีหลังวัดทอง แต่ตัววัดเป็นไม้ธรรมดานี่แหละครับ ไม่ได้มีสีทองเหมือนวัดทอง

ครั้งแรกที่มาเข้าใจว่าเงินมันคงดำ :knock:

มาที่นี่เจอเด็กมาทัศนศึกษาเยอะมาก และเจอทุกวันเลย เด็กเล็ก เด็กโตมาหมดเลยครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 15:57
ที่วัดเงินจะมีจัดสวนหินด้วย วันที่มาทันตอเค้ากำลังทำอยู่พอดีเลย

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 16:08
จากวัดเงินนั่งรถมา ตั้งใจจะไปวัด Nanzen-ji (http://www.japan-guide.com/e/e3905.html) แต่ไปเข้าผิดวัดไปเข้าวัด Zenrin-ji (http://www.eikando.or.jp/English/index_eng.htm) แทน

วัดนี้ใบไม้แดงสวยมาก โชคดีที่หลงเข้ามา :Smiles2:

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 16:12
พอจะออกเจอป้ายบอกทางถึงได้รู้ว่าผิดวัด ถ้าจะไปวัด Nanzen-ji (http://www.japan-guide.com/e/e3905.html) ต้องเดินต่อไปอีก

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 16:21
ก็เลยเดินต่อไปอีกนิดนึง ปรากฏว่าวัดเมื่อกี้ดีกว่ากันเยอะ ไม่แน่ใจว่าเข้าผิดวัดอีกหรือเปล่า

แต่เวลาไม่มีแล้วเพราะน้องที่พามาต้องกลับโกเบ ไม่มีเวลาเดินหาแล้ว

ตอนเดินหาไปเจอ สะพานส่งน้ำคล้ายๆของโรมัน เลยถ่ายรูปมาครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 16:27
หลังจากแยกกัน งานก็เข้าผมเต็มๆ ด้วยความรีบร้อนไม่ได้ดูว่าพื้นรองเท้าที่ผมเอามามันเสื่อมพื้นหลุดออกมา

พอดีเมื่อวานซื้อแถบตีนตุ๊กแกไว้ว่าจะเอามารัดของ เลยได้เอาออกมารัดไว้ก่อน

เพราะต้องเดินทางไป วัดน้ำใส (http://www.japan-guide.com/e/e3901.html) แล้วต่อรถไฟไป ทาคายามา (http://www.japan-guide.com/e/e5900.html) ตอนเย็นด้วย

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 16:34
หลังจากนั่งรถเมล์ เดินขึ้นเนินไปพร้อมกับรองเท้าที่พื้นจะหลุดอยู่รอมร่อ

ก็มาถึงวัดน้ำใส แต่คนเยอะมาก เวลาก็ไม่มี เลยได้แค่ชะโงกทัวร์ T T

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 16:40
เดินทางมาถึงทาคายามาตอนค่ำ ออกไปหาอะไรกิน เจอร้านราเมงแบบบ้านๆเลยเข้าไปทาน อร่อยดี แถมไม่แพงมากครับ

เสร็จจากราเมงไปหาซื้้อกาวมาติดรองเท้า โชคดีได้กาวดี ติดอยู่ได้จนจบทริป สรุปรองเท้าสองข้างหมดกาวไปสามหลอด

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 16:42
ราเมงอีกสองชาม

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 16:43
เดี๋ยวมาต่อค่ำๆครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 18:40
ตื่นเช้ามา ที่ทาคายามา เดินไปดูสะพานแดงและตลาดเช้า

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 18:44
ออกจากตลาดก็จะเจอสะพาน คนไทยเยอะเหมือนกันครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 18:51
เดินตลาดเช้าเสร็จก็ซื้อตั๋ว รถเมล์ไปดูบ้านที่จำลองมาจากหมู่บ้านมรดกโลก shirakawago (http://www.japan-guide.com/e/e5950.html)

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 18:57
ที่นี่ก็สวยมากอีกเหมือนกันครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 18:59
ที่จอดรถยังสวยเลย

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 19:03
ตอนเย็นนั่งรถไฟกลับไปนอนโตเกียว เพื่อเดินทางไปดูฟูจิพรุ่งนี้

ที่พักเราอยู่ใกล้ อาซากุสะ เลยแวะไปดูตอนกลางคืนหน่อยนึง

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 19:10
วันที่ห้า เดินทางไป kawaguchiko (http://www.japan-guide.com/e/e6906.html) เพื่อไปชมฟูจิ เป้าหมายคือ Chureito Pagoda (http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2009/07/E8043325/E8043325.html)

ตามรีวิวในพันทิป แต่เมื่อคืนดูพยากรณ์ อากาศบอกจะมีฝน แต่ก็ต้องไปแหละครับ วางแผนจองรถกันไว้แล้ว

ระหว่างเดินทางเจอทั้งฝนและหมอกเป็นระยะ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 19:13
สุดท้ายสิ่งที่คาดไว้ก็เกิด หมอกบังฟูจิมิด เห็นแต่ตีนเขา T T

นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว เพราะครั้งแรกไปฮาโกเน่ก็ไม่เห็น

ถ่ายรูปเทียบกับรีวิวกันเลยทีเดียว

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 19:18
ผิดหวังจากฟูจิ ก็เดินทางไปทานอุด้งต่อ เมืองนี้เท่าที่อ่านดังเรื่องอุด้งครับ ได้แผนที่มาจากสถานี

ก็เดินหาเลยครับ เดินหลงกันอยู่ซักพักก็เจอครับ เป็นร้านที่เอาบ้านมาทำครับ คนแถวนั้นก็มาทานกันเยอะอยู่

มีอุด้งเนื้อม้าด้วย แต่ไม่ได้กินครับ สั่งก็ไม่ถูก ก็เลยดูโต๊ะข้างๆแล้วสั่งเหมือนกัน

อร่อยเหมือนเดิมครับ :drool:

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 19:24
แล้วก็นั่งรถไฟกลับไป สถานี kawaguchiko เพื่อเดินไปชมทะเลสาบ แต่อากาศไม่ดีครับฝนตกตลอด

เลยกลับโตเกียวเร็วหน่อย

ที่สถานีมีรถไฟขบวนอะไรไม่ทราบครับ ชาวญี่ปุ่นมาถ่ายรูปกันเยอะมากครับ เลยถ่ายมาฝาก

ที่เห็นเป็นคันสีครีมนะครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 19:36
วันที่หก ออกจากโตเกียวเดินทางสู่ Nikko (http://www.japan-guide.com/e/e3800.html)

ไปดูมรดกโลก และใบไม้แดง

ระหว่างทางฟ้าเปิด เห็นฟูจิอยู่ไกลลิบๆ

ถ้าวันที่ไป kawaguchiko ฟ้าเป็นอย่างวันนี้คงสวยกว่าในรูปเยอะ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 19:40
มาถึงที่พัก เค้าแนะนำให้เดินทางไปดูใบไม้แดงก่อน แล้วค่อยกลับมาดูมรดกโลก

เราซื้อตั๋ว bus pass 2 วันเพื่อเดินทาง แต่ไม่รวมค่ากระเช้านะครับ

เราเดินทางไปขึ้นกระเช้า ไปดูทะเลสาบและน้ำตก kegon (http://www.japan-guide.com/e/e3812.html)

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 19:45
สุดทางกระเช้า ก็จะเป็นจุดชมวิวครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 19:47
ฟ้าใสๆ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 19:50
นั่งกระเช้ากลับต่อรถเมล์ไปทะเลสาบ ที่เรามองเห็นจากจุดชมวิว

เพื่อไปทานทงคัตสึที่ทางที่พักแนะนำมา รอคิวนานอยู่ ทั้งร้านมีที่นั่งแค่ 6 ที่

จานใหญ่และอร่อย จนอีกวันกลับมากินอีกรอบเป็นคิวแรกเลย

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 19:55
หลังจากนั้นก็เดินถ่ายรูปแถวทะเลสาบ ก่อนจะนั่งรถกลับไปข้างล่าง

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 20:00
มีการผิดแผนเล็กน้อย เนื่องจากข้างบนรถติดมาก ทำให้รถเมล์มาช้า

เราต่อคิวกันเป็นชั่วโมงถึงจะได้กลับลงไป โชคดีที่แดดหมดตอนได้ขึ้นรถพอดี ไม่งั้นจะหนาวมาก ลมแรงมากครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 20:06
เช้าอีกวันเลยวางแผนใหม่ ตื่นเช้าขึ้นแล้วขึ้นไปดูน้ำตกก่อนแล้วลงมาดูมรดกโลกช่วงบ่ายเผื่อรถติด

เสียดายที่น้ำตก ทะเลสาบที่อยู่เหนือสุดใบไม้เริ่มหล่นเนื่องจากฝนตก เลยสวยน้อยไปหน่อย

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 20:09
ขึ้นไปก็ยังเจอนักเรียนขึ้นมาทัศนศึกษาครับ ดีจริงๆ สมัยเด็กเราไม่มีอย่างนี้มั่ง

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 20:12
ไปถึงน้ำตก ryuzu (http://www.japan-guide.com/e/e3813.html) ใบไม้ก็เริ่มร่วงหมดแล้ว

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 20:14
เราตัดสินใจเดินข้างทางโดยไม่ขึ้นรถเมล์ ซึ่งโชคดีมากๆเพราะถ้านั่งรถคงไม่ได้เจออะไรแบบนี้

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 20:23
ต่อครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 20:28
นิกโกนี่เยอะหน่อยครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 20:30
อันนี้เป็นจุดสุดท้าย ก่อนที่เราจะขึ้นรถกลับไปยังทะเลสาบที่มาเมื่อวานครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 20:33
กลับมาที่ทะเลสาบ ก็จะเจอน้ำตก kegon ที่เรามองจากจุดชมวิวบนกระเช้านั่นแหละครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 20:36
หลังจากนั้นเราก็นั่งรถกลับไปชมมรดกโลกครับ คนเยอะมากครับ เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไหร่

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 20:50
รูปไม้แกะสลักรูปลิง กับแมวถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่ครับ รูปแมวนี่ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อเข้าไปดูกันเลยทีเดียว

เลยตกลงกันว่าผมเข้าไปคนเดียว แล้วถ่ายรูปออกมาให้ดูแล้วกัน :knock:

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 20:53
บางส่วนของมรดกโลกครับ

ทีเห็นนั่นคือกำลังซ่อมครับสร้างอาคารปิดเพื่อซ่อมเลย

แถมภายนอกเป็นรูปของเดิมอีกต่างหาก

แต่เข้าไปชมได้นะครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 21:03
สุดท้ายเป็นรูปสะพาน shinkyo (http://www.japan-guide.com/e/e3814.html) ครับ

หลังจากนั้นกลับไปโตเกียวอีกครั้ง เพื่อเดินทางกลับก่อนสองคนครับ

เหลือผมกับภรรยาเที่ยวต่ออีกสองวัน และขึ้นเครื่องกลับที่โอซากา

กลับโตเกียวเหลือเวลาแวะ akihabara (http://www.japan-guide.com/e/e3003.html) หน่อยนึง

ราคากล้องเท่าที่ดูไม่ได้ถูกกว่าเมืองไทยครับ

คงต้องรู้แหล่งถึงจะได้ถูกกว่าละมั้งครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 21:07
เช้าวันที่ 8 แวะเดินอาซากุสะหน่อยนึง แล้วเอากระเป๋าไปฝากที่สถานี Ueno

เดินซื้อของฝากก่อนกลับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 21:12
แวะกินข้าวหน้าปลาดิบข้างทาง

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 21:16
ทีนี้ก็เหลือเที่ยวกันสองคนแล้วครับ ไปต่อกันที่ ราเมงมิวเซียม (http://www.raumen.co.jp/ramen/index.html) ที่โยโกฮามาครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 21:20
ราเมงมิวเซียมเป็นที่รวมร้านดังด้านราเมง ทั้งหมดเก้าร้านครับ

ผมกินได้แค่ร้านเดียว จานมันใหญ่

จริงๆเค้าก็แนะนำให้สั่งจานเล็กครับ แต่อ่านไม่ออกไม่รู้จะสั่งยังไง

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 21:28
กลับจากราเมงเลยแวะขึ้นชิงช้าสวรรค์ซะหน่อย

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 21:30
เช้าวันที่ 9 เดินทางกลับโอซากาเพื่อขึ้นเครื่องกลับในวันรุ่งขึ้น


ได้เที่ยว ปราสาทโอซากา (http://www.japan-guide.com/e/e4000.html)


และซื้อของก่อนกลับที่ Minami(namba) (http://www.japan-guide.com/e/e4001.html) ที่มีป้ายกูลิโกะนั่นแหละครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 21:33
ซื้อชีสเค้กกลับมาครับ เห็นคนต่อคิวเยอะสงสัยจะอร่อย :P

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 21:40
การไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้ของผมก็จบลงเท่านี้แหละครับ เพราะอีกวันก็ขึ้นเครื่องกลับตั้งแต่เช้าเลย

ขอลงไว้ที่ thaiD ก่อนเลยละกันครับ

จริงๆว่าจะตั้งกระทู้ห้องท่องเที่ยวซักทีเหมือนกัน เพราะตอนนั้นผมถามข้อมูลท่องเที่ยว

คุณหลวงลายไทยmodห้องนี้ตอบผมละเอียดเลย แต่สุดท้ายผมไม่ได้ไปตามนั้น :redface: แหะแหะ

ขอลงอันนี้เป็นการตอบแทนก็แล้วกันครับ :bucha: ขอให้หายจากอาการบาดเจ็บเร็วๆด้วยครับ (หายแล้วมั้งครับ)


ขอบคุณที่รับชมครับ

มาจะกล่าวบทไป
4th November 2012, 21:45
มีอีกอันที่ลืมไป พอดีไปกินศูนย์อาหารที่สถานีรถไฟที่โตเกียว ไปเจอไอ้นี่เข้า

เวลาเราสั่งอาหารเค้าจะให้เราถือไปที่โต๊ะ พอทำอาหารเสร็จ เครื่องนี้ก็จะสั่นพร้อมทั้งมีไฟกระพริบ ให้เราไปรับอาหารได้ครับ

sankrub
7th November 2012, 11:56
เห็นอาหารแล้วน้ำลายไหล.....(Y)

area5
21st November 2012, 22:20
ดูเพลินเลยครับ

beaver428
1st December 2012, 17:44
เห็นแล้วอยากไปเยยย

nainoomxp
1st December 2012, 19:24
สวยมากครับ

9title
13th December 2012, 11:23
สวยมากครับ อาหารก็น่ากินมากๆ ^^