PDA

View Full Version : ทำความเข้าใจระบบ AF ของ Canon



charles
29th September 2005, 13:31
อ้างอิงจากเอกสาร Canon Lens Work III, คำอธิบายในใบจดทะเบียนลิขสิทธิ์สหรัฐ, และหมายเหตุจาก Chuck Westfall เราสามารถสรุปย่อๆ ได้ดังนี้

ระบบออโต้โฟกัสนั้นถูกวางตำแหน่งไว้ที่พื้นด้านล่างของกระจก ตัวเซนเซอร์จะได้รับภาพจากกระจกแบบพิเศษ (Semi-silvered mirror เป็นกระจกที่จะทำการสะท้อนแสงส่วนหนึ่งออกไป ในขณะที่อนุญาตให้แสงอีกส่วนทะลุผ่านไปได้) ซึ่งแสงที่ได้ผ่านกระจกชั้นแรกมาแล้ว จะถูกสะท้อนลงไปยังเซนเซอร์โดยกระจกบานที่สอง ซึ่งถูกวางไว้หลังกระจกชั้นแรก ซึ่งภาพที่ตกกระทบลงบนเซนเซอร์ออโต้โฟกัสนั้น ควรจะเป็นภาพเดียวกันกับที่เซนเซอร์รับภาพพึงจะได้รับ (ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนในบางครั้ง)

เซนเซอร์ออโต้โฟกัสแต่ละตัวประกอบไปด้วยอาเรย์ซึ่งมีตัวรับแสงเรียงเป็นแถวสั้นๆ ทั้งหมดสองแถว โดยที่เซนเซอร์ออโต้โฟกัสจะใช้อาเรย์แถวเดียวในกรอบนอก และจะใช้สองอาเรย์ซึ่งวางทับกัน (แนวตั้งและแนวนอน) เป็นเซนเซอร์ตรงกลาง แต่ในกรณีที่เลนส์มีความไวแสง F/2.8 หรือสว่างกว่า อาเรย์แนวตั้งแถวที่สองในเซนเซอร์ตรงกลางจะถูกกระตุ้นให้ทำงาน

อาเรย์แต่ละแถวจะตอบสนองต่อรายละเอียดบนวัตถุที่พาดผ่านตัวอาเรย์ในแนวตั้งฉาก เพราะฉะนั้นอาเรย์ที่วางในแนวนอนจะตอบสนองต่อรายละเอียดในแนวตั้งเท่านั้น และในทางกลับกัน อาเรย์แนวตั้งจะตอบสนองต่อรายละเอียดในแนวนอน

แต่อาเรย์พวกนี้จะไม่ตอบสนองใดๆ ต่อเส้นที่ขนานกับตัวมันเอง เซนเซอร์ตัวตรงกลางซึ่งประกอบไปด้วยอาเรย์ทั้งสองแบบจะตอบสนองต่อรายละเอียดทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะวางไว้ในแนวไหน และเมื่ออาเรย์แนวตั้งแถวที่สองถูกกระตุ้นการทำงาน ข้อมูลที่ได้รับจากอาเรย์ทั้งหมดจะช่วยให้ความแม่นยำในการตรวจจับโฟกัสเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า

อาเรย์แต่ละแถวนั้นโดยปกติแล้วจะยาวกว่าเส้นระบุในจอวิวไฟน์เดอร์ถึงสามเท่า เพราะฉะนั้นตัวเซนเซอร์นั้นจริงๆ แล้วมองเห็นรายละเอียดที่อยู่นอกเหนือเส้นระบุในจอวิวไฟน์เดอร์ และอาจจะโฟกัสลงบนวัตถุที่อยู่นอกเหนือเส้นระบุได้ ในกรณีที่วัตถุเหล่านั้นมีความตั้งฉากกับอาเรย์สูงกว่าวัตถุในเส้นระบุ

เมื่อคุณทำการเปลี่ยนเลนส์ ไม่ว่ากล้องจะเปิดหรือปิดอยู่ก็ตาม ตัวกล้องจะตรวจสอบเลนส์ถึงคุณลักษณะต่างๆ รวมไปถึงขนาดรูรับแสงกว้างสุด ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการออโต้โฟกัส

เมื่อคุณกดชัตเตอร์ลงไปครึ่งหนึ่ง (หรือปุ่ม * ในกรณีที่คุณเปลี่ยนปุ่มควบคุมโฟกัส) ตัวเซนเซอร์ออโต้โฟกัสจะถูกกระตุ้นให้ ”ดู” ภาพที่ถูกส่งต่อมาจากเลนส์ในทางทิศทาง (แต่ละแถวของจุดรับแสงในแต่ละอาเรย์จะดูภาพจากทิศทางตรงข้ามกัน) และทำการระบุถึงค่าความแตกต่างในเฟสของแสงจากทิศทางแต่ละทาง ในการดูหนึ่งครั้ง มันจะคำนวณถึงระยะทางและทิศทางของเลนส์ที่จะต้องหมุนเพื่อหักล้างกับความแตกต่างในเฟสของแสง จากนั้นจึงสั่งให้เลนส์เคลื่อนตามที่ต้องการและหยุด ระบบจะไม่หมุนกลับไปมาเพื่อหาโฟกัสที่ดีที่สุด ไม่แม้กระทั่งจะดูภาพอีกครั้งหลังจากได้เคลื่อนเลนส์แล้ว

แต่ถ้าเกิดภาพเริ่มแรกนั้นไม่อยู่ในโฟกัสมากเสียจนตัวเซนเซอร์ไม่สามารถจับความแตกต่างของเฟสแสงได้ กล้องจะทำการหมุนเลนส์ไปมารอบหนึ่ง เพื่อค้นหาความแตกต่าง แต่ถ้าเกิดยังไม่สามารถค้นหาความแตกต่างนั้นได้อีก กล้องจะหยุดการหาโฟกัส

แม้ว่ากล้องจะไม่ได้ทำการดูภาพเป็นครั้งที่สองเพื่อเช็คว่าได้โฟกัสตามที่ต้องการ ตัวเลนส์นั้นเช็ครอบที่สองว่าตัวเองได้ทำการเคลื่อนไปยังจุดที่ถูกสั่งมาอย่างถูกต้อง การเช็ครอบที่สองของเลนส์นี้เพื่อแก้ไขความผิดพลาดอันอาจจะเกิดจากการลื่นไถลหรือแรงสะท้อนกลับภายในกลไกของเลนส์ และส่วนมากมักจะเกิดขึ้นกับการเคลื่อนเลนส์เป็นระยะทางยาวๆ และมักจะแก้ไขเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อกล้องได้ทำการระบุว่าเลนส์จะต้องเคลื่อนไปไกลเท่าไรและระยะทางไหนแล้ว กล้องจะยอมรับความผิดพลาดในการเคลื่อนเลนส์ไม่เกินระยะชัดลึกของเลนส์ (ในกรณีที่เลนส์ช้ากว่า F/2.8) และไม่เกิน 1/3 ของระยะชัดลึก ถ้าเลนส์สว่างเทียบเท่า F/2.8 หรือมากกว่า (จากตรงนี้จะเป็นการอธิบายเรื่อง DOF นิดนึง ขอข้ามนะครับ: ผู้แปล)

ผลจากการยอมรับให้มีข้อผิดพลาดเล็กน้อย ทำให้กล้องสามารถที่จะวางตำแหน่งโฟกัสตรงจุดไหนก็ได้ที่อยู่ภายในระยะที่ยอมรับได้ และไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในจุดโฟกัสเดิมเสมอไป

charles
29th September 2005, 13:33
อันนี้เป็นหน้าแรกนะครับ มีทั้งหมดสี่หน้า จะทยอยแปลไปเรื่อยๆ นะครับ

แหล่งที่มา http://www.fredmiranda.com/forum/topic/241524

ขอบคุณคุณ Jojosung ที่นำมาเผยแพร่นะครับ

การแปลไม่ได้เน้นว่าต้องแปลคำต่อคำ แต่เน้นให้ความหมายคงเดิม เพราะฉะนั้นจะมีทั้งเพิ่มและตัดบางประโยคนะครับ

การแปลครั้งนี้ ไม่มีการ proof-read นะครับ ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด หรือสำนวนใดไม่เสนาะหู ขอให้แจ้งได้ครับ จะทำการแก้ไข

charles
29th September 2005, 13:48
ขอเพิ่มเติมนิดนึง เพิ่งอ่านท้ายบทความ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ถ้าเอามาวางไว้ตรงนี้มากกว่า

เพิ่มเติม:

ถ้าเกิดกล้องทำการวางระนาบโฟกัสในระยะชัดลึกที่มี วัตถุที่ต้องการควรจะคมชัดบนภาพขนาด 6x9 นิ้ว และมองจากระยะ 10 นิ้ว ในกรณีที่ต้องการความแม่นยำสูง (โหมดความแม่นยำสูง) วัตถุที่ต้องการควรจะคมชัดเมื่อมองภาพขนาด 10x14 นิ้ว จากระยะ 10 นิ้ว (อ้างอิงเปรียบเทียบกับโหมดปกติที่ Canon ระบุไว้)

มาตรฐานนี้สำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจ ในกรณีที่คุณอยู่โหมดความแม่นยำสูง และทำการดูภาพจากจอมอนิเตอร์ที่ขนาด 100% กรุณาอย่าคาดหวังว่าวัตถุ ณ จุดโฟกัสที่ต้องการจะคมชัดอย่างแท้จริง เพราะระบบนั้นถูกออกแบบมาให้ได้ภาพที่คมชัด เมื่อทำการนำภาพไปพิมพ์ตามขนาด และมองจากระยะที่ระบุไว้ ถ้าเกิดมันให้ภาพที่คมชัดตามขนาดภาพและระยะการมองที่ระบุไว้ แสดงว่ามันยังทำงานได้ดีอยู่

ถ้าเกิดคุณต้องการความคมชัดขั้นสูงสุดสำหรับระยะการมองและขนาดภาพปกติ คุณต้องทำการโฟกัสด้วยมือคุณเอง อย่างไรก็ตาม ปัญหาในการโฟกัสส่วนมากเกิดขึ้นจากการที่ผู้ใช้ไม่เข้าใจว่าระบบออโต้โฟกัสเองก็ต้องการการเรียนรู้เทคนิคบางอย่าง บางเทคนิคก็คล้ายคลึงการการใช้กล้องเรนจ์ไฟน์เดอร์ที่มีระบบโฟกัสแบบภาพซ้อน

JEE
29th September 2005, 14:17
เเต้งกิ้วที่อุตส่ามานั่งเเปลให้ ได้ความรู้ใหม่ๆอีกเเล้ว ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวว่างๆ กลับมาอ่านใหม่

GoDZilLa
29th September 2005, 14:44
ใช้กล้องมาตั้งนานวันเอาแต่จับงัดแงะดู(ดูเฉยๆ^-^) เห็นไอ้กระจกที่ว่านี่ละอันเล็กๆ กับพื้นด้านล่างที่เป็นช่องแต่ไม่ได้สนใจเพิ่งรู้วิธีการทำงานนะครับ ขอบคุณ คุณcharlesมากๆครับ

หนก บางหลวง
29th September 2005, 15:08
http://www.dpreview.com/articles/CanonEOS5D/Images/specsview01-001.jpg

ชุดกระจกที่คุณCharlesว่า ก็คือ กระจกตัวเล็กที่ตั้งฉากกับกระจกตัวใหญ่อีกทีนั่นแหละครับ เขาเรียกกระจกชุดนี้ว่าเป็น submirror

และการที่AF sensorมีขนาดใหญ่กว่ากรอบเล็งในviewfinderก็เป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาความผิดพลาดในการเล็งโฟกัสครับ ดังที่คุณCharlesได้กล่าวไปแล้ว ( ผมเคยอธิบายไว้ว่านี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของปัญหาback focus ซึ่งเป็นเรื่องของuser ที่ต้องทำความเข้าใจกับอุปกรณ์ครับ )

jojosung
29th September 2005, 16:10
ขอบคุณครับ แปลได้ดีมากเลยครับ

เดียวไว้ห้อง main สังหน่อยก่อน แล้วค่อยย้ายไปอยู่ที่ Canon น่ารู้ กลัวว่าถ้าย้ายไปแล้วคนจะไม่เห็นกัน เป็นข้อมูลที่ดีมากๆ เลยครับ

ขอบคุณมากๆ

jojosung
29th September 2005, 16:13
มาตรฐานนี้สำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจ ในกรณีที่คุณอยู่โหมดความแม่นยำสูง และทำการดูภาพจากจอมอนิเตอร์ที่ขนาด 100% กรุณาอย่าคาดหวังว่าวัตถุ ณ จุดโฟกัสที่ต้องการจะคมชัดอย่างแท้จริง เพราะระบบนั้นถูกออกแบบมาให้ได้ภาพที่คมชัด เมื่อทำการนำภาพไปพิมพ์ตามขนาด และมองจากระยะที่ระบุไว้ ถ้าเกิดมันให้ภาพที่คมชัดตามขนาดภาพและระยะการมองที่ระบุไว้ แสดงว่ามันยังทำงานได้ดีอยู่

ถ้าเกิดคุณต้องการความคมชัดขั้นสูงสุดสำหรับระยะการมองและขนาดภาพปกติ คุณต้องทำการโฟกัสด้วยมือคุณเอง

ชอบตรงนี้นะครับ เหมาะสำหรับ Pixels Peeper :)
อย่างที่คุณหมอหนกบอกนะ user ไม่เข้าใจ และ มี unrealistic expecation นะครับ

Sandee
29th September 2005, 20:26
ขอบคุณครับ แล้วจะรอบทต่อไป :flower:

jojosung
29th September 2005, 22:09
Oh. forgot to mention.. just in case anyone don't know..

Chuck Westfall is Canon Technical Liason - so his statements can usually be taken as offical statement from Canon USA

charles
30th September 2005, 08:06
มาต่อครับ

ลิสต์ข้อมูลที่ไม่รู้จบเกี่ยวกับการโฟกัส

1. กรอบโฟกัสสี่เหลี่ยมตรงกลางจอวิวไฟน์เดอร์แสดงถึงการที่มีเซนเซอร์จับโฟกัสทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ดังนั้นมันจึงสามารถตรวจจับโฟกัสได้ทั้งรายละเอียดในแนวตั้งและแนวนอน กรอบสี่เหลี่ยมรอบนอกแสดงถึงเซนเซอร์จับโฟกัสที่วางในแนวนอน “หรือ” แนวตั้ง ตามลักษณะของเส้นระบุในจอวิวไฟน์เดอร์ และเซนเซอร์เหล่านั้นจะจับโฟกัสได้ดีเฉพาะรายละเอียดที่ตั้งฉากกับตัวมันเอง คุณสามารถทดลองได้ง่ายๆ ดังนี้: วางกรอบโฟกัสสี่เหลี่ยมแนวตั้งลงบนรายละเอียดแนวตั้ง เช่นขอบของกำแพงหรือขอบของประตู และทดลองโฟกัสดู กล้องจะไม่สามารถโฟกัสได้ แต่ถ้าเกิดเราวางกรอบโฟกัสสี่เหลี่ยมแนวนอนลงบนรายละเอียดแนวตั้ง กล้องจะจับโฟกัสได้ทันที นี่เป็นทริคอย่างนึง ถ้าเกิดคุณกำลังมีปัญหากับฉากหลังที่ดูเหมือนจะแย่งความสนใจของเซนเซอร์โฟกัสไปจากฉากหน้า คุณสามารถเลือกกระตุ้นการทำงานเฉพาะกรอบโฟกัสหนึ่งๆ แล้วทำการหมุนกล้องเพื่อที่เซนเซอร์จะขนานกับรายละเอียดที่ไม่ต้องการ หรือตั้งฉากกับรายละเอียดที่ต้องการ
2. ตัวเซนเซอร์จับโฟกัสนั้นมีความยาวกว่าเส้นระบุในจอวิวไฟน์เดอร์สามเท่า ผู้ใช้สามารถที่จะวางวัตถุที่ต้องการในเส้นระบุได้ แต่ถ้าเกิดมีรายละเอียดที่เด่นชัดกว่านอกเส้นระบุ แต่ยังอยู่ในเซนเซอร์โฟกัส กล้องจะโฟกัสลงบนรายละเอียดที่เด่นกว่า นี่เป็นสาเหตุของอาการ back/front focus โดยเฉพาะกับการทดสอบด้วยไม้บรรทัด ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากตัวกล้องแล้ว การที่กล้องโฟกัสลงบนวัตถุที่ยังอยู่ในช่วงความยาวของเซนเซอร์โฟกัสนั้นถือว่าไม่มีปัญหาใดๆ เพียงแต่ว่าบางครั้งเซนเซอร์มันก็ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าที่ช่างภาพต้องการเท่านั้นเอง
3. ระบบออโต้โฟกัสของกล้อง 20D จะทำงานกับเลนส์ F/5.6 หรือเร็วกว่าเท่านั้น (ตามข้อมูลที่เลนส์ส่งกลับมาให้กล้อง) สิ่งนี้หมายถึงขนาดรูรับแสงกว้างสุด มิใช่ขนาดรูรับแสงที่คุณจะใช้ในการถ่ายภาพ ถ้าคุณใช้เลนส์ที่ช้ากว่า F/5.6 คุณจะต้องหมุนมือเอาเอง (ยกเว้นว่าคุณจะหลอกให้เลนส์ส่งข้อมูลขนาดรูรับแสงผิดๆ แก่กล้อง)
4. ใน 20D กรอบโฟกัสตรงกลางมีเซนเซอร์พิเศษที่จะทำการเพิ่มความแม่นยำในการโฟกัสเป็นสามเท่า เทียบกับ 10D แต่เซนเซอร์พิเศษนี้จะทำงานเมื่อใช้กับเลนส์ขนาด F/2.8 หรือเร็วกว่าเท่านั้น ในกรณีที่ใช้เลนส์ซูม และขนาดรูรับแสงหดแคบลงกว่า F/2.8 ขณะทำการซูม เซนเซอร์พิเศษนี้จะหยุดทำงาน ส่วนเซนเซอร์โฟกัสรอบนอกนั้นไม่มีสิ่งใดพิเศษแต่อย่างใด
5. ระบบออโต้โฟกัสของกล้องต้องการรายละเอียดของวัตถุเพื่อทำการค้นหาความแตกต่างของเฟสแสง กล้องจะโฟกัสได้ยากกว่าถ้าเจอสถานการณ์ที่แสงน้อย หรือวัตถุไม่ค่อยมีรายละเอียดให้เห็นเด่นชัด อย่างไรก็ตาม ตรงข้ามกับความเห็นในอีกหัวข้อกระทู้ กล้องสามารถระบุความเปรียบต่างระหว่างสีแดงและสีเขียวที่มีความสว่างเท่ากัน เช่นเดียวกับดวงตา สิ่งนี้ระบุได้ว่าเซนเซอร์โฟกัสสามารถตรวจจับสีได้ แต่ถึงกล้องจะตรวจจับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ แต่ก็ไม่ได้ดีเท่าตาของมนุษย์ ถ้าเกิดเลนส์เริ่มต้นในสถานการณ์ที่หลุดโฟกัสมากๆ มันสามารถที่จะพลาดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่มนุษย์เห็นได้อย่างง่ายดาย ในกรณีนี้ คุณสามารถช่วยกล้องได้ด้วยการปรับโฟกัสให้ใกล้เคียงกับวัตถุมากขึ้น และให้กล้องทำการค้นหาจุดโฟกัสที่แน่นอนต่อไป
6. การควบคุมระบบออโต้โฟกัส
ปุ่มชัตเตอร์ โดยปกติแล้ว เมื่อคุณทำการกดชัตเตอร์ลงไปครึ่งนึง กล้องจะทำการโฟกัสด้วยเซนเซอร์ที่ถูกเลือกไว้ลงบนรายละเอียดที่เด่นชัดที่สุดภายในบริเวณของเซนเซอร์ แต่การที่กล้องจะหยุดการโฟกัสไว้แค่จุดนั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกใช้โหมดโฟกัสเป็นแบบใด

ปุ่ม AE/AF Lock ปุ่มที่มีเครื่องหมายดอกจันทน์ด้านหลังของกล้องใกล้ๆ กับนิ้วโป้งขวาของคุณ คุณสามารถปรับให้ปุ่มนี้เป็นปุ่มปรับระยะชัดได้โดยการเข้าไปเลือกในเมนู Custom Function เมื่อปุ่มนี้ถูกเซ็ทไว้ คุณจะโฟกัสได้โดยการวางกรอบโฟกัสที่เลือกไว้ลงบนวัตถุที่ต้องการ และทำการกดปุ่มดอกจันทน์นั้น กล้องจะทำการโฟกัสลงบนจุดนั้นและไม่เปลี่ยนโฟกัสจนกว่าคุณจะกดปุ่มซ้ำอีกที ในโหมด AI servo กล้องจะทำการค้นหาโฟกัสไปเรื่อยๆตราบเท่าที่คุณยังกดปุ่มอยู่

ลูกศรบังคับทิศทาง และปุ่มเลือกกรอบโฟกัส ปุ่มควบคุมเหล่านี้รวมไปถึงวงแหวนควบคุม ช่วยให้คุณเลือกได้ว่าต้องการให้กรอบโฟกัสไหนทำงาน พวกมันให้ทางเลือกคุณหลายทางในการที่จะได้ผลลัพธ์อย่างเดียวกัน เพราะฉะนั้นคุณก็สามารถเลือกทางที่คุณถนัด คุณสามารถเลือกจุดโฟกัสจุดใดจุดหนึ่ง หรือให้กล้องเป็นผู้เลือกให้ ถ้าคุณให้กล้องจัดการ กล้องมักจะโฟกัสลงบนวัตถุที่ใกล้สุด สิ่งนี้จะให้ผลดีก็ต่อเมื่อคุณกำลังไล่ตามวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ ซึ่งคุณไม่สามารถทำการโฟกัสได้ด้วยจุดโฟกัสเดียว ไม่เช่นนั้นแล้ว มันเป็นการดีกว่าที่จะเลือกจุดโฟกัสเอาเอง จุดโฟกัสตรงมุมทั้งสี่ถูกวางตำแหน่งไว้ใกล้เคียงกับกฎสามส่วน ดังนั้นมันจึงเป็นการสะดวกที่จะใช้จุดเหล่านั้น ในกรณีที่คุณอ้างอิงกฎสามส่วน
7. โหมดโฟกัส
One Shot: เมื่อคุณปรับกล้องให้เป็นโหมด One Shot คุณกำลังใช้เงื่อนไขที่ว่า วัตถุไม่ได้เคลื่อนไหว กล้องอยู่ในสถานะที่ให้ความสำคัญกับการโฟกัส ปุ่มชัตเตอร์จะถูกล็อคจนกว่ากล้องจะโฟกัสได้ถูกต้อง (อย่างน้อย ในความเข้าใจของกล้อง) โหมดนี้จะใช้ได้ดีถ้าเกิดวัตถุของคุณ และกล้องของคุณไม่ได้กำลังเคลื่อนไหว เพราะว่ากล้องจะไม่ทำการโฟกัสใหม่อีกครั้ง

AI servo: เมื่อคุณปรับกล้องให้อยู่ในโหมด AI servo คุณกำลังใช้เงื่อนไขที่ว่า วัตถุกำลังเคลื่อนที่อยู่อย่างแน่นอน กล้องอยู่ในสถานะที่ให้ความสำคัญกับการลั่นชัตเตอร์ เพราะฉะนั้น กล้องจะอยู่ในวงเวียนของการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทำนายการเคลื่อนที่ของวัตถุ และเคลื่อนเลนส์ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้นๆ คุณสามารถถ่ายภาพได้ แม้กล้องจะอยู่ในสถานะ Out of focus (อย่างไรก็ตาม กล้องจะไม่สามารถเปิดม่านชัตเตอร์ได้ ถ้าเลนส์ยังเคลื่อนที่อยู่) ถ้าคุณรู้ว่าวัตถุของคุณจะเคลื่อนที่ด้วยความคงที่ นี่เป็นโหมดที่ดีที่สุด แต่ถ้าวัตถุไม่ได้เคลื่อนที่ โอกาสที่กล้องจะโฟกัสพลาดจะเพิ่มขึ้น เพราะกล้องติดอยู่ในวังเวียนของการรวบรวมข้อมูล อย่างไรก็ตาม กล้องที่ถือด้วยมือมักจะเคลื่อนไหว และระบบจะทำการรวบรวมข้อมูลและแก้ไขการสั่นไหวนั้นๆ ระบบ AI servo จะใช้จุดโฟกัสที่คุณเลือก อย่างไรก็ดี ถ้าคุณได้ทำการกระตุ้นการทำงานของจุดโฟกัสไว้ทุกจุด คุณต้องใช้กรอบโฟกัสตรงกลางวางบนวัตถุที่ต้องการและกดชัตเตอร์ลงไปครึ่งหนึ่งประมาณครึ่งวินาทีเพื่อที่กล้องจะตอบสนองต่อวัตถุที่ถูกต้อง หลังจากนั้น ตราบใดที่คุณยังค้างปุ่มชัตเตอร์ไว้ ตัวกล้องจะสามารถรับมือการการเคลื่อนไหวของวัตถุได้อย่างชาญฉลาด แม้วัตถุจะเคลื่อนไปทั่ววิวไฟน์เดอร์ก็ตาม

AI focus: กล้องจะเริ่มต้นที่สถานะของโหมด One Shot และปุ่มชัตเตอร์จะถูกล็อคไว้จนกว่ากล้องจะโฟกัสเสร็จ อย่างไรก็ตาม ถ้ากล้องตรวจจับได้กว่าวัตถุมีการเคลื่อนไหว มันจะทำการปรับโหมดเป็น AI servo โดยอัตโนมัติ และพยายามที่จะโฟกัสลงบนวัตถุ ถ้าคุณกำลังโฟกัสลงบนวัตถุบางอย่างที่มักจะอยู่นิ่งๆ แต่สามารถเคลื่อนไหวในทันทีได้ โหมดนี้เป็นโหมดที่ดี จุดสำคัญอยู่ที่ว่า AI Focus จะไม่ทำการล็อคปุ่มชัตเตอร์ และมันจะตีความการ “ล็อคโฟกัสและจัดองค์ประกอบใหม่” เป็นการเคลื่อนไหวของวัตถุ และจะทำการโฟกัสใหม่

จบบริบูรณ์...

charles
30th September 2005, 08:08
เรื่องการที่เซนเซอร์แนวตั้งและแนวนอน จะตอบสนองต่อรายละเอียดแนวนอนและแนวตั้งเท่านั้น มีประโยชน์อีกอย่างในการตรวจสอบความแม่นยำของการมาร์คตำแหน่งจุดโฟกัสบนวิวไฟน์เดอร์ด้วยนะครับ

อันนี้ไม่เกี่ยวกับบทความครับ เสริมเฉยๆ หุหุ

Xshot
30th September 2005, 09:47
ขอบคุณมากครับ อ่านแล้วได้ความรู้ขึ้นอีกโขเลยยย

Mr-kai
30th September 2005, 20:50
ขอบคุณมากเลยนะครับ ที่นี้ก็เข้าใจดีขึ้น

oberon
30th September 2005, 21:28
Thnx a lot krub K.Charles .. Cool article :)

O.M.S.A.
4th November 2006, 10:13
ขอบคุณมากๆครับ เข้าใจเสียทีว่าทำไมโฟกัสไม่แม่น

PinkZombie!
4th November 2006, 18:00
ต่อเรื่อง AF ของหนอนหน่อยครับผม
สงสัยในกรณีที่ต่อ External Flash เข้าไป

คือกล้องจะเปลี่ยนจากการใช้การจับ contrast ไปเป็นการวัดระยะจาก sensor ในตัวแฟรชหรือครับผม

pyaipyu2004
3rd January 2008, 13:19
ขอบคุณความรู้ดีๆ ครับผม

lingdiff
5th January 2008, 21:42
ขอบคุณครับ กะลังทำความเข้าใจคับ หุหุ

fad
4th March 2008, 13:17
ว่าด้วยเรื่องของ Canon Canodate E ปี 1970 ช่วยแนะนำหน่อยครับ

http://board.lomothai.com/show.php?No=9269
http://board.lomothai.com/show.php?No=9269
http://board.lomothai.com/show.php?No=9269
http://board.lomothai.com/show.php?No=9269

ฝากตอบคำถามตามลิงค์ให้ด้วยนะครับ

ขอบคุณมากๆ

lamplas
28th April 2008, 11:21
แล้วโฟกัสแบบ cross type กับ ปกติ มันต่างกันยังไงอ่าครับ?

xmet18
14th November 2008, 19:19
ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้นี้....สุดยอดเลยครับ

photodesign
3rd March 2009, 10:12
เข้ามาหาความรู้คับ อิอิอิ :thumbup:

spoyz
31st July 2009, 10:01
ได้ความรู้มากมาย ขอบคุณครับผม

notty113
31st July 2009, 10:55
ขอบคุณมากมายสำหรับความรู้ที่ให้มาค้าบ


:good::good::thumbup::good::good:

VCANON
4th August 2009, 23:21
ขอบคุึณมากครับ สำหรับความรู้ดีๆเช่นนี้ แต่ผมมือใหม่ครับ ดวงตายังไม่เห็นธรรมเลย ถ้าท่านพื่ๆ ที่เข้าใจแล้ว จะกรุณาเขียนภาพประกอบ ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

danniel
8th August 2009, 12:51
ขอบคุณมากครับ

Raksa
25th February 2010, 19:26
ได้รับประโยชน์มาก ขอบคุณครับ

mr-eak
6th March 2010, 21:35
ขอบคุณมากครับ

FunTime
24th March 2010, 17:44
ขอบคุณครับสำหรับความรู้

tunatae
10th May 2010, 11:17
ขอบคุณมากๆสำหรับความรู้ครับ