PDA

View Full Version : มีข่าวดีมาแจ้งเพิ่มเติมครับ (เรื่อง ColorChecker Passport ครับ)



admin
17th July 2010, 04:22
ถึงแม้ทริปจะเต็มไปหลายวันแล้ว แต่ทีมงานก็ยังพยายามสรรหาสิ่งดีๆ เพิ่มเข้าไปในทริปอยู่ครับ วันนี้เลยมีข่าวดีมาแจ้งให้ทราบครับ

บริษัท http://www.gismography.com/Images/TopBar/top-c1-r2-over.jpg (http://www.gismography.com/) ได้สนับสนุนอุปกรณ์ ColorChecker Passport (http://www.gismography.com/ColorCheckerPassport/) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับการจัดการสีที่ถูกออกแบบโดยตรงเพื่อการถ่ายภาพ และน่าสนใจเป็นอย่างมากตัวหนึ่งในปัจจุบัน ให้กับ ThaiDphoto เพื่อใช้ในกิจกรรม Portrait Trip for Soranont ในครั้งนี้

งานนี้สมาชิกที่สนใจต้องการเก็บ detail ของภาพให้ได้ครบถ้วนและมีคุณภาพที่ดี ต้องอ่านครับ เนื่องจากถ้าจะใช้อุปกรณ์ตัวนี้ เราคงคุยถึงวิธีการเตรียมตัวใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้กันในกระทู้นี้ครับ เพราะตารางกิจกรรมแน่นจนคิดว่า ไม่น่าจะอธิบายการใช้อุปกรณ์ในช่วงกิจกรรมได้ทัน ^_^

ทำความรู้จักกับอุปกรณ์ตัวนี้กันครับ

อุปกรณ์ตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยงานด้านการถ่ายภาพโดยตรงครับ จากที่ผมทดลองใช้ดู อุปกรณ์ตัวนี้จะช่วยได้ใน 3 เรื่องหลักๆ ครับ คือ
ช่วยให้สีถูกต้อง ไม่เพี้ยน ไปตาม สภาวะแสง, Lens หรือความเสื่อมของ Sensor
ช่วยในเรื่อง Detail ครับ ภาพที่ได้จากการใช้ Profile ที่สร้างด้วยอุปกรณ์ตัวนี้จะให้ Detail ที่บางทีขาดหายไปได้ครบถ้วนกว่า โดยยิ่งถ้าเร่ง contrast ให้สูงขึ้นก็จะเห็นผลมากขึ้น ส่งผลให้การ Post Process สามารถทำได้ง่ายกว่า
ช่วยให้การปรับสีของภาพ ในการถ่ายรูปบุคคล และทิวทัศน์ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นเพียงการคลิ๊กครั้งเดียว

เรามาดูหน้าตาและผลงานของอุปกรณ์ตัวนี้กันครับ

อุปกรณ์ Color Checker Passport จะมีหน้าตาเหมือนที่เห็นนางแบบถือในรูปประกอบครับ ซึ่งรูปที่นำมาแสดงเป็นตัวอย่างนี้ ถ่ายมาเป็น RAW file จากนั้นนำมา Process ด้วย Adobe Lightroom โดยด้านซ้ายเป็นภาพที่ได้จาก Lightroom ตามปกติ โดยทั่วไปตัวโปรแกรมจะตั้งค่า Profile ที่ใช้เป็น Adobe Standard ให้เองอยู่แล้ว ส่วนภาพทางด้านขวาเป็นภาพที่ไม่มีการตบแต่งใดๆ เพิ่มเติม เพียงแต่บอกให้ Adobe Lightroom เปลี่ยนมาใช้ Profile ที่สร้างขึ้นจากตัว Color Checker Passport ครับ (เนื่องจากภาพนี้ไม่มีปัญหาของภาวะแสง สีสันอาจจะไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก แต่จะเห็นว่าภาพด้านขวาสีผิวสว่าง และสีสันเสื้อผ้าเข้มขึ้นกว่าภาพทางด้านซ้าย)


1697797657

การใช้อุปกรณ์ตัวนี้ ไม่ว่าเราจะถ่ายภาพด้วยกล้องตัวไหน หรือเลนส์อะไร เราจะได้ภาพที่มีสีออกมาใกล้เคียงกันครับ เพราะตัว Profile จะดึงสีของภาพให้กลับออกมาใกล้ความจริง (อันนี้เราพูดถึงโทนสีนะครับ ส่วนคุณภาพหรือความคมชัดอันนั้นก็ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้) หรืออีกกรณีหนึ่งที่น่าจะเจอกันบ่อยๆ เช่น เราไปถ่ายที่สวนสาธารณะแล้วผิวคนหรือภาพออกไปทางอมเขียว เพราะแสงสะท้อนจากพื้นหญ้าเข้าที่ตัวแบบ อุปกรณ์ตัวนี้ก็สามารถช่วยแก้ไขได้ครับ

แต่ยังมีเรื่องน่าสนุกอีกเรื่องครับ เราคงเห็นว่าแผ่นอุปกรณ์ Color Checker Passport นั้น มีอยู่สองส่วน แบ่งเป็นด้านบนและล่าง ตัวแผงสีด้านล่าง เป็นส่วนที่โปรแกรมจะใช้สร้าง Profile เพื่อช่วยแก้ไขค่าสี ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว คราวนี้เราจะมาดูในส่วนของแถบสีที่อยู่ด้านบนบ้างครับ เป็นส่วนที่เรียกว่า Creative Enhancement Target ซึ่งถูกออกแบบมาให้ช่วยการปรับสีภาพ Portrait หรือ Landscape สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เพียงคลิ๊ก Mouse เดียว

เมื่อดูไปที่ชาร์ตสีด้านบน เราจะเห็น แถบสีขาว-เทาไล่โทนอยู่ตรงกลาง 2 แถบ

แถบด้านบนมีเอาไว้ปรับสีภาพ Portrait ครับ โดยเราสามารถปรับภาพให้สีมีความอุ่นเพิ่มขึ้นเพียงใช้ White Balance Selector เข้าไปเลือกจุดที่ต้องการ ยิ่งไปทางขวาภาพจะยิ่งอุ่น

ในขณะเดียวกัน ถ้าเป็นภาพ Landscape เราจะใช้แถบแถวล่าง ซึ่งแถบของ Lanscape จะมีความแตกต่างจาก แถบของ Portrait คือ นอกจากจะทำให้อุณหภูมิของภาพอุ่นขึ้นได้แล้ว ยังทำให้อุณหภูมิของภาพเย็นลงได้ด้วย โดยจะมีจุด default เป็นสีที่อยู่กึ่งกลาง และหากต้องการภาพที่อุณหภูมิสีอุ่นขึ้นก็ให้คลิ๊กที่จุดทางด้านขวา ในกรณีกลับกัน หากต้องการภาพมีอุณหภูมิสีที่เย็นลงก็ให้คลิ๊กที่จุดทางด้านซ้ายครับ

อันนี้เป็นภาพเดียวกับด้านบน ที่ผมทำให้ผิวคนอุณหภูมิภาพอุ่นขึ้น เพียง 1 เม้าส์คลิ๊กครับ ^_^

1697797664

admin
17th July 2010, 04:23
ก่อนจะพูดถึง "วิธีใช้ และข้อควรทราบหากต้องการใช้ Color Checker Passport" ผมมีรูปให้ดูอีกรูปครับ

อันบนที่ดูไปแล้วเป็นภาพตัวอย่าง ที่ผมโหลดมาจาก ที่นี่ (http://www.xritephoto.com/Images/IM/xritephoto/ColorCheckerPassport_Promo/X-Rite_Passport_Sample_Images.zip) เพื่อใช้ทดสอบครับ เนื่องจากผมไม่มีภาพ Portrait ส่วนอันนี้เป็นภาพที่ผมทดสอบถ่ายเอง เอาแบบด่วนๆ นะครับ เลยใช้ของใกล้ตัว แล้วถ่ายภายใต้แสง Down light ที่อยู่บนเพดานตามบ้านเอา ดูผลลัพธ์แล้วผมค่อนข้างชอบครับ โดยเฉพาะซองที่สองจากซ้ายที่ภาพแรกออกแดงๆ ซึ่งถ้าใครมีลองหยิบมาดูจะเห็นว่ามันเป็นสีส้มอย่างในภาพทางขวา ไม่ใช่สีแดงอย่างในภาพด้านซ้าย

1697797674

ส่วนภาพนี้ ผมทดลองเอาภาพมาเร่ง Contrast ใน Lightroom ให้เป็น 100% เพื่อแกล้งภาพดูครับว่าอันไหนจะมีความเพี้ยนของสีอย่างไร แล้ว Crop เอาภาพ 1:1 (100%) มาดูกันครับ

1697797672

วิธีใช้ และข้อควรทราบหากต้องการใช้ Color Checker Passport

ข้อควรทราบก่อนใช้มี 2 ข้อ + 1 ข้อควรระวังครับครับ คือ

ภาพที่จะใช้กับเครื่องมือนี้ได้ ต้องถ่ายเป็น RAW File ครับ จะต้องมีโปรแกรมของ Adobe เช่น Adobe Lightroom หรือ Adobe Camera RAW ซึ่งมาฟรีกับ Adobe Photoshop ครับ เนื่องจากโปรแกรมที่มากับอุปกรณ์นี้จะ การสร้าง Profile จาก RAW ไฟล์ DNG ของ Adobe แต่หลังจากได้ Profile ที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำไปใช้กับโปรแกรมใดๆ ที่รองรับระบบ CMS ได้เลยครับ (จากที่เล่นดู ถ้าใช้ Lightroom จะค่อนข้างสะดวก และรวดเร็วครับ)

สำหรับข้อควรระวังคือ
ตัวสีของ ColorChecker Passport พิมพ์ด้วยระบบที่มีการควบคุมความถูกต้องสูง บนกระดาษด้านเพื่อป้องกันการสะท้อนแสง ทำให้ถ้าสัมผัสโดนจะเลอะได้ง่ายมาก หากเลอะแล้ว ColorChecker Passport อันนั้นจะเสียไปเลย การจับจำเป็นจะต้องระมัดระวัง เฉพาะที่กรอบพลาสติกเท่านั้น ห้ามมือโดนจุดที่เป็นสีโดยเด็ดขาด รวมถึงไม่ควรหงาย Chart ขึ้นขณะพูดคุย เพราะน้ำลายอาจจะกระเด็นโดนส่วนที่เป็นสีได้ครับ


ส่วนวิธีใช้นั้นง่ายมากครับ
ถ่ายภาพหนึ่งภาพ ให้มีตัว Color Checker Passport อยู่ในภาพ แบบที่เห็นในภาพประกอบ เพื่อบันทึกข้อมูลสภาวะแสงขณะนั้นๆ เอาไว้ (เป็น RAW File)
จากนั้นก็ถ่ายภาพตามปกติ (เป็น RAW File)

เพียงเท่านั้นครับ ทั้งทริป เราต้องการภาพที่มีตัว Color Checker Passport อยู่ในภาพเพียงภาพเดียวต่อหนึ่งสภาวะแสงเท่านั้นครับ ภาพอื่นๆ ที่เหลือไม่จำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในภาพ

ส่วนตอน Process ทำดังนี้ครับ สมมุติว่าเราใช้ Adobe Lightroom นะครับ

Import ภาพเข้า Library ของ Lightroom ตามปกติ
ไปยังภาพที่มี Color Checker Passport แล้วคลิ๊กขวาที่ภาพ
เลือก Export -> Color Checker Passport ตั้งชื่อ Profile รอ Lightroom สร้าง Profile ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15 วินาที - 1 นาที แล้วแต่สเปคเครื่อง เมื่อได้ Profile แล้ว ให้ออกจาก Lightroom แล้วเข้าโปรแกรมอีกครั้ง เพื่อให้ Lightroom รู้จักกับ Profile ที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ ดู Panel ทางด้านขวาของ Lightroom เลื่อนลงมาจนถึง "Camera Calibration" แล้วเปลี่ยน Profile จาก "Adobe Standard" ให้เป็น Profile ที่เราเพิ่งสร้างขึ้น เป็นอันเสร็จสิ้นขบวนการครับ ถ้าต้องการทำทีละหลายๆ ภาพ ก็แค่ Apply ตัว Profile เข้ากับภาพในทริปนี้ทั้งหมดในทีเดียวก็ได้เช่นกันครับ :)

ดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับ? จริงๆ มันก็ง่ายมากอย่างนั้นแหละครับ ง่ายนิดเดียว วิธีเปลี่ยน Profile ก็คลิ๊กเดียว ปรับสีผิวก็คลิ๊กเดียว เป็นอุปกรณ์ที่ลดเวลาการเรียนรู้ของการ Post Process ไปได้เยอะ ได้ภาพสีไม่เพี้ยนแม้มีประสบการณ์ไม่มาก และใช้เวลาในการทำ Post Process แป๊บเดียว

ตัวโปรแกรมเพื่อใช้กับ ColorChecker Passport และภาพตัวอย่าง สามารถโหลดได้จาก ลิงค์นี้ (http://www.xritephoto.com/custom_page.aspx?pageid=141) ครับ และที่ลิงค์นี้ยังมี Video ตัวอย่างให้ดูด้วยครับ นั่งดูไม่ถึง 6 นาทีก็ใช้เป็นแล้วครับ

อย่างไรก็ดี อุปกรณ์ตัวนี้เป็นเพียงตัวช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้ภาพดีๆ และแก้ปัญหาเรื่องสีของภาพ แต่การได้ภาพสวยๆ ยังต้องอาศัยองค์ประกอบอื่นๆ เข้าช่วยด้วยนะครับ ^_^

หากมีคำถามเพิ่มเติมโพสต์ถามไว้ได้ในกระทู้นี้เลยครับ :)

หมายเหตุ พรุ่งนี้คุณกริต จาก Gismography จะเดินทางไปที่ทริปกับเราด้วยครับ ถ้าสมาชิกท่านใดมีปัญหา Calibrate จอภาพ การพิมพ์แล้วสีเพี้ยนจนน่าเกลียด พกคำถามไปปรึกษาตัวจริงคนนี้ได้เลยครับ ^_^

DOFJerk
17th July 2010, 08:50
อยากลองตัว software สร้าง profile เหมือนกันฮะ..

admin
17th July 2010, 19:17
อยากลองตัว software สร้าง profile เหมือนกันฮะ..โหลด Software มาลองใช้ได้จากลิงค์ที่อยู่ด้านท้ายข้อความบนได้เลยครับ สำหรับภาพทดสอบอาจจะลองโหลดที่เค้ามีเป็นตัวอย่างไว้ก่อนก็ได้ครับ แล้วพรุ่งนี้ไปลองของจริงกันครับ ^_^

capture
17th July 2010, 20:31
ติดแค่โปรแกรม support แค่ DNG นี่แหละ..ไม่งั้น Perfect

admin
17th July 2010, 21:27
ติดแค่โปรแกรม support แค่ DNG นี่แหละ..ไม่งั้น Perfectตอนแรกผมก็เข้าใจเหมือนคุณ Capture ครับ ว่าไฟล์ที่เอามาทำงานด้วยต้องแปลงเป็น DNG ก่อน แต่พอลองใช้ปรากฏว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ

ตอนติดตั้งโปรแกรม ตัวโปรแกรมจะแบ่งออกเป็นสองส่วนครับ คือส่วนของโปรแกรม ColorChecker แบบเดี่ยวๆ กับ Plug-in ของ Adobe Lightroom

ดังนั้นถ้าเราใช้ Lightroom ก็จบเลยครับ ไม่มี Process ที่เกี่ยวกับ RAW Files ที่ต้องทำเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ไม่ต้องยุ่งกับ DNG (ตามขั้นตอนที่เขียนไว้ในข้อความ #2 เลยครับ ไม่มีการต้องแปลง RAW Files, ไม่ต้องทำอะไรมากกว่าที่เขียนไว้ครับ ^_^)

ซึ่งผมเลือกใช้วิธีที่เขียนไป เพราะง่ายและสะดวก

แต่หากไม่ใช้ Lightroom ในการสร้าง Profile ก็ต้องใช้โปรแกรมรุ่น Standalone ซึ่งต้องนำ RAW Files มา Convert เป็น DNG ก่อน (เฉพาะไฟล์ที่ถ่ายตัว ColorChecker Passport ไว้เพียงไฟล์เดียว) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสร้าง Profile หลังจากนั้นพอได้ Camera Profile แล้ว ก็นำมาใช้งานกับภาพอื่นๆ ตามปกติ เหมือนกับ Process เดิมทุกประการครับ

สรุป DNG ไฟล์จะใช้ในขั้นตอนสร้าง Profile เพียงอย่างเดียว และใช้เพียงไฟล์เดียว (ต่อหนึ่งสภาพแสง)ครับ ส่วนการใช้งาน Profile ก็จะเหมือนกับ Camera Profile อื่นๆ ครับ

ปล.. ผมคิดว่า เหตุผลที่เค้ารองรับการสร้าง Profile จาก DNG เพียงอย่างเดียว ก็เพื่อตัดปัญหาที่ต้องมาอัพเดทโปรแกรมตามกล้องรุ่นใหม่ๆ อย่างที่ Adobe Camera Raw (ACR) ต้องทำอยู่ และไหนๆ ACR ก็ต้องอัพเดทตามกล้องอยู่แล้ว ก็ใช้ ACR นี่แหละเป็นตัวด้านหน้า ไม่ว่า RAW Files จะมาเป็นรุ่นไหนอย่างไร ก็ให้ ACR นี่แหละเป็นตัวแปลง Native RAW ให้เป็นฟอร์แมตกลางอย่าง DNG ซะ ลดค่าใช้จ่ายในการติดตามการพัฒนาโปรแกรมไปได้เยอะ และสำหรับยูสเซอร์เองก็ดูไม่ใช่เรื่องยุ่งยากนัก เพราะภาพที่ต้องแปลงเป็น DNG ก็มีแค่ภาพเดียว ไม่ใช่ภาพทั้งเซ็ต - อันนี้คาดการณ์เอาเองนะครับ ^_^

DOFJerk
17th July 2010, 21:46
กำลังคิดอยู่ว่า สู้ตัว DNG Profile Editor ได้หรือเปล่า..
เพราะ DNG Profile editor ก็ใช้ colorchecker สร้าง profile ได้เหมือนกัน.. ผมใช้อยู่..

พอเห็นว่าเป็น plug-in ก็เลยไม่อยากลอง.. แต่บอกว่ามี stand-alone ด้วย.. งั้นเดี๋ยวขอลองแล้วกันนะครับ ดูว่า จะต่างจาก DNG profile editor หรือไม่..

admin
17th July 2010, 21:52
กำลังคิดอยู่ว่า สู้ตัว DNG Profile Editor ได้หรือเปล่า..
เพราะ DNG Profile editor ก็ใช้ colorchecker สร้าง profile ได้เหมือนกัน.. ผมใช้อยู่..

พอเห็นว่าเป็น plug-in ก็เลยไม่อยากลอง.. แต่บอกว่ามี stand-alone ด้วย.. งั้นเดี๋ยวขอลองแล้วกันนะครับ ดูว่า จะต่างจาก DNG profile editor หรือไม่..ดีครับ ผมจะได้ขอความรู้ด้วยคน ร้างราไปนาน ความรู้เก่าที่มีหมดอายุไปเรียบร้อยแล้ว ^_^

อย่างนี้มันจะให้ผลเหมือนกันหรือเปล่าครับ? จริงๆ เห็นว่า Software ที่มีกับ ColorChecker Passport สามารถใช้ Chart ColorChecker ตัวเดิมได้เหมือนกัน แต่ผมยังไม่ได้ลอง.. ว่าแล้วไปลองหน่อยดีกว่า ^_^

oberon
17th July 2010, 23:05
... น่าลองเล่นครับ สำหรับคนที่ถ่ายงานเยอะๆ น่าจะลดภาระ ลดเวลาไปได้เยอะเลยครับ :thumbup:

Palajin
17th July 2010, 23:34
ใช่ตัวเดียวกับที่เคยไปคุยที่บ้านไร่กาแฟ meeting คราวก่อนโน้นรึเปล่าครับ
คือจะมีไปให้ใช้ หรือมีไปขายแบบลดราคาพิเศษสุดๆครับ อิอิ

admin
17th July 2010, 23:39
ใช่ตัวเดียวกับที่เคยไปคุยที่บ้านไร่กาแฟ meeting คราวก่อนโน้นรึเปล่าครับ
คือจะมีไปให้ใช้ หรือมีไปขายแบบลดราคาพิเศษสุดๆครับ อิอิมีให้ไปใช้กันครับ ส่วนเรื่องราคาพิเศษต้องลองคุยกับคุณกริตแกดูครับ ^_^

admin
18th July 2010, 04:39
ได้ลองใช้ ColorChecker Chart กับ Software ของ ColorChecker Passport แล้ว ปรากฏว่าใช้ได้ครับ ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่า ว่า Profile ที่ได้ออกมาดูดีกว่า เทสแบบรีบๆ เพราะต้องเตรียมตัวเรื่องทริปวันพรุ่งนี้ ถ้ามีเวลาคงกลับมาลองเล่นดูอีกที ^_^

Tornus
18th July 2010, 08:57
งานถ่าย Outdoor ที่เปลี่ยนมุมไปเรื่อยๆ ก็คงช่วยได้ไม่มากใช่ไหมครับ เพราะต้องถ่ายภาพ Checker ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนมุมแสงหรือ Location เช่นจากหันหน้าให้แสง มาเป็นหันข้างหรือหันหลังให้แสงก็ต้องถ่ายใหม่แล้ว ใช่ไหมครับ
ผมไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า ขอบคุณครับ

DOFJerk
18th July 2010, 22:33
ทดสอบเทียบกับ DNG Profile Editor ที่สามารถใช้ ColorChecker Chart ทำ profile ได้เช่นเดียวกัน...

ซึ่ง profile สร้างจากภาพถ่าย ColorCheck Passport ในงาน นั่นแหละฮะ..

จอมมารพุงโต
18th July 2010, 23:53
แจ๋วไปเลย มันน่าจะใช้กับ JPG ได้ด้วยนะครับ ทำไมใช้ไม่ได้ล่ะ?

DOFJerk
19th July 2010, 08:52
งานถ่าย Outdoor ที่เปลี่ยนมุมไปเรื่อยๆ ก็คงช่วยได้ไม่มากใช่ไหมครับ เพราะต้องถ่ายภาพ Checker ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนมุมแสงหรือ Location เช่นจากหันหน้าให้แสง มาเป็นหันข้างหรือหันหลังให้แสงก็ต้องถ่ายใหม่แล้ว ใช่ไหมครับ
ผมไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า ขอบคุณครับ
ก็ไม่เชิงว่าต้องถ่ายใหม่นะ.. จริงๆ ทำ profile ไปแล้วก็ใช้ได้เรื่อยๆ.. นอกจากสภาพแสงเปลี่ยนไปแบบสุด หรือแบบ extreme จริงๆ ก็น่าจะต้องถ่ายทำ profile ใหม่ด้วย..

แต่ ColorChecker Passport ตัวนั้น มันเสริม patch เอาไว้เล่น WB นิดนึงด้วยครับ.. เพราะ patch ที่จิ้มทำ WB มันไม่ได้มีแต่สีขาว เหมือนพวก WB card หรือ Gray card.. มันอมสีนิดๆ ให้จิ้มออกอุ่น ออกเย็น เล็กน้อยได้ด้วย.. เผื่อว่าใครปรับ WB ยังไม่ค่อยเก่ง..

capture
20th July 2010, 02:54
ทศ..ช่วยดู garmut ของทั้ง 2 ตัวให้หน่อยได้ไหมครับ
ว่ามันใกล้เคียงกันป่ะ..กำลังแอบสงสัยว่า engine ข้างในมันจะตัวเดียวกันไหมน๊าาาา

DOFJerk
20th July 2010, 09:07
น่าจะเหมือนๆ กันนะครับ.. แต่สีต่างกันนิดหน่อย.. ผมเลือกเก็บไว้ทั้งคู่เลย..
แต่ผมไม่รู้ว่าเช็ค gamut ของ profile แบบนี้ ยังงัยนะฮะ..

capture
20th July 2010, 17:14
เอ.. camera profile ที่ได้มามันนามสกุลอะไรอ่ะ...ไม่ใช้นามสกุล .icc หลอกหรือ...
อ้าวงั้นก็......ทำไงต่อดีล่ะ...

DOFJerk
20th July 2010, 17:28
เอ.. camera profile ที่ได้มามันนามสกุลอะไรอ่ะ...ไม่ใช้นามสกุล .icc หลอกหรือ...
อ้าวงั้นก็......ทำไงต่อดีล่ะ... อ๋อ ไม่ใช่ครับ.. เป็น camera profile ของ Adobe Camera Raw กะ Lightroom น่ะครับ.. สกุล .dcp .. ใช้กับ software ตัวอื่นไม่ได้เลยครับ..

capture
21st July 2010, 15:45
เป็น camera profile ของ Adobe Camera Raw กะ Lightroom น่ะครับ.. สกุล .dcp .. ใช้กับ software ตัวอื่นไม่ได้เลยครับ.. โอ้..เทียบยังไงล่ะทีนี้

Electron
22nd July 2010, 08:33
อ๋อ ไม่ใช่ครับ.. เป็น camera profile ของ Adobe Camera Raw กะ Lightroom น่ะครับ.. สกุล .dcp .. ใช้กับ software ตัวอื่นไม่ได้เลยครับ..
หาวิธีแปลงด่วน อยากใช้กับ NX :P

pk c walker
22nd July 2010, 21:50
เชื่อว่าไฟล์Jpeg มันจัดการสีจากตัวกล้องมาบ้างแล้วการแก้ใขทำได้ยากกว่าไฟล์Rawที่เป็นไฟล์ดิบล้วนๆ

ผมเข้าใจถูกต้องเนาะ

nCode
5th September 2010, 02:05
เคยเข้าไปอ่านรีวิวตัวนี้ใน LL นานแล้ว เคยคิดจะซื้อทีนึงแต่คิดว่ารออีกหน่อยดีกว่า ใช้แต่ WhiBal ไปก่อน ไม่ทราบว่าในไทยมีใครใช้ใช้จริงๆ แล้วเป็นยังไงบ้างครับ ดูวีดีโอของ x-rite เห็นเขา match สีกล้อง Canon / Nikon ได้ง่าย แต่ไม่แน่ใจว่าการใช้จริงจะต่างแค่ไหน
http://www.xrite.com/custom_page.aspx?pageid=141&utm_source=xrite.com&utm_medium=homepage-banner&utm_campaign=joe-brady

เท่าที่อ่านๆ ดูในรีวิว ผมเข้าใจว่าโปรไฟล์ที่สร้างด้วย ColorChecker Passport นี้ อาจจะไม่ละเอียดเท่าโปรไฟล์ของกล้อง แต่ก็ถือว่าใช้งานได้ดีมากทีเดียว

ผมเดาว่าก็มันก็คงสะดวกมากนะ ทำ custom profile สำหรับทุกสภาพแสง ไม่ต้องมางม white balance ต่อ น่าจะเหมาะมากสำหรับถ่าย protrait ด้วย

ยังไงถ้ามีใครใช้มาสักพักแล้วมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม รบกวนขอทราบความคิดเห็นด้วยนะครับ ตอนแรกผมคิดว่าคงรอตัวถัดไปดีกว่าน่าจะปรับปรุงดีขึ้น แต่เห็นรีวิวหลายๆ ที่ชมเยอะมาก เลยกำลังพิจารณาว่าควรจะซื้อไปเลยหรือเปล่า

รีวิวอื่นๆ
http://www.luminous-landscape.com/reviews/accessories/colorchecker-psssport.shtml
http://www.luminous-landscape.com/reviews/accessories/colorchecker-psssport.shtml

รีวิวจากผู้ใช้บน Amazon
http://www.amazon.com/X-Rite-MSCCPP-ColorChecker-Passport/product-reviews/B002NU5UW8/ref=dp_top_cm_cr_acr_txt?ie=UTF8&showViewpoints=1

จอมมารพุงโต
21st December 2010, 18:06
ได้ซื้อมาสักพักแล้ว แต่เพิ่งได้ลองจริง ๆ จัง ๆ พบว่ามันใช้ง่ายมากครับ ตะก่อนผมใช้ expodisc ในการเซต custom wb

แต่บางที สภาพแสงผสม หลอด daylight 3 หลอด ผสมกับ warmwhite 4 หลอด ผสมกันทุกห้อง บางห้องมีหลอดนีออนหลอดผอม ผสมหลอดขั้วเขียว บางทีเซตยังไง ถ่ายยังไง ก็เพี้ยน ถือว่าเป็นแสงผสมแบบมหาโหดของบ้านผม expodisc ก็รับมือลำบากเอาเหมือนกัน บางจุดสีตรง แต่บางจุดไม่ได้ ก็ว่ากันไป

และเวลาพิมพ์ งาน "เดา" ก่อนพิมพ์ก็ทำเอาเสียกระดาษดี ๆ ไปหลายแผ่นอยู่

พอใช้ไอ้เจ้านี่ ทำเอาไม่อยากกลับไปถ่ายด้วย JPG + expodisc เหมือนเดิมเลย เพราะไฟล์มันทำงานได้เยอะกว่า และง่ายกว่าการใช้โปรแกรมแถมมากับกล้องพอสมควรครับ

ข้อเสียคือถ้าถ่ายมาเป็น NEF , CR2 หรือ RAW ของยี่ห้ออื่น ๆ ก็ต้องมานั่งแปลงเป็น DNG ก่อน แต่นั่นไม่เท่าไหร่ฮะ เพราะกล้องผมก็ถ่าย DNG ได้อยู่แล้ว :D จบง่าย

ความสนุกของมันที่เหนือกว่า color chart น่าจะเป็นว่ามันเล่น warm tone / cool tone อะไรได้ง่ายกว่ามั้งฮะ สีผิวก็ดูสุขภาพดีขึ้น เท่าที่มองจากจอผมนะ และแม้จะพิมพ์ออกมา จะเข้มกว่าที่เห็นในจอนิดนึง แต่แค่นี้กะ ๆ เอาได้ง่ายครับ อีกอย่างน่าจะเป็นมันเก็บง่ายพกสะดวกกว่า color chart แบบเดิมพอสมควรเลยนะ แบบเก่านี่จะจับถือ จะใช้ต้องระวังมาก ๆ ใช้เสร็จก็เก็บตู้กันชื้นไปเลย


แต่ยังไงซะ จะไปหวังว่าจะ 100% เหมือนบนจอ ผมก็ไม่ได้คิดถึงขนาดนั้น เอาเป็นว่า guess work ลดลงได้เยอะครับ :D

ฟันธงว่าคุ้มราคาแล้วกันครับ สั้น ๆ เซฟเวลา และกระดาษของผมได้เท่าราคาค่าตัวแล้ว


อยากจะทราบว่ามันมีอายุการใช้งานไม๊ครับ? เผื่อเจอมือสองสภาพดี ๆ จะซื้อเก็บไว้ ผมเกรงว่ามันจะมีการเฟด หรืออายุการใช้งานของมันอยู่ จะได้ไม่ซื้อมาเก็บ เสียหรือหายหรือพัง ค่อยไปซื้อใหม่ :D

จอมมารพุงโต
21st December 2010, 18:16
ถามเพิ่มว่า มันเอามาใช้กับฟิลม์ได้หรือเปล่าครับ ถ้าสแกนเป็น TIFF แล้ว convert>DNG ?????