PDA

View Full Version : กล้องรุ่นใหม่ กับ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป



JEE
19th March 2009, 02:44
ได้อ่านบทความจากฝรั่งคนนึง ดันจำชื่อไม่ได้ว่าจากที่ไหน
เเต่พอจำเนื้อหาได้ เลยเอามาเเปลเล่าสู่กันฟังเเบบปนๆความเห็นส่วนตัวด้วยก็เเล้วกัน

กล้องรุ่นใหม่ๆกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
เกี่ยวกับการออกกล้องรุ่นใหม่ๆที่ออกเร็วเกินไป


+ ในยุคสมัยกล้องฟิล์มนั้น การออกกล้องรุ่นใหม่ๆนั้นกินเวลานาน
บางรุ่นอาจถึง 10 ปีเลยทีเดียว เอาว่าอายุเท่าๆกับการออกรถรุ่นใหม่ๆนั่นเอง
คือเฉลี่ย 4-6 ปี อย่างเช่น Nikon F3 > F4 > F5

+ กลุ่มผู้ใช้จะยินดีเเละยอมรับ feature ที่ผู้ผลิตใส่มาให้
เเละจะไม่เรื่องมากหรือ demand สูงเกี่ยวกับสเปคกล้อง
กลับกัน จะให้ความสำคัญในเรื่อง film & filter เเทน

+ ผู้ใช้กล้องจะให้ความสำคัญในเรื่องฟิล์มเเละเลนส์เป็นอันดับหนึ่ง
หลังจากที่ตัดสินใจซื้อบอดี้เเล้ว

+ ช่างภาพมักมีบอดี้ 2-3 โดยเฉลี่ย รุ่นเดียวกันเเละรุ่นรอง
อย่างเช่น F4 2บอดี้ F90 สำรอง อะไรประมาณนั้น

+ เลนส์จะมีเป็นกระตั๊ก ฟิล์มจะซื้อเเช่ตู้เย็นไว้เลย

+ ตามหนังสือ จะคุยกันเรื่องเทคนิค เลนส์เเละฟิล์มเทส
เพราะสมัยนั้นยังไม่มีคอมใช้กว้างขวางเเละยังไม่มีเว็บบอร์ด (forum)



.

JEE
19th March 2009, 02:45
กลับมายุคปัจจุบัน

+ กล้องดิจิตอลออกมาถี่มาก ประมาณทุกๆ 6 เดือนจะต้องมีกล้องออกใหม่ไม่ว่า
ยี่ห้อใดหรือรุ่นใดออกมาเเน่นอน

+ การพัฒนา sensor เร็วมาก เร็วกว่าการพัฒนาเลนส์เพื่อรองรับ
ดังนั้นการออกกล้องรุ่นใหม่เพื่อเพิ่ม feature ใหม่ๆเข้าไปเพื่อสร้างมูลค่าทางการตลาด
ทั้งๆที่ feature หลายๆตัวนั้นเป็นเพียง fancy feature หรือเหมือนของเล่นที่ไม่มีความจำเป็นจริงๆ
เเต่ถูกยัดเยียดให้ โฆษณาเเละปลูกฝังให้เชื่อว่า feature เหล่านั้นมีประโยชน์ คุณต้องการมัน
ยกตัวอย่างเช่น video / trim / picture style / face detection / 45 focus point . . .
เเน่นอนว่าถึงตอนนี้หลายคนจะเเย้งเเล้วว่า มันเป็น feature ที่จำเป็น
คุณก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกกลืนเข้าไปในกระเเสเทคโนโลยี่ที่หลอกตัวเองว่ามันจำเป็น
มีดีกว่าไม่มี สารพัดเหตุผลที่เอามากลบเกลื่อนเข้าข้างตัวเองเพียงเพราะ
ได้เสียเงินไปกับกล้องรุ่นใหม่ๆที่มีอยายุสั้นเพียง 18-24 เดือนเท่านั้น

+ ซึ่งเหล่านี้ต่างจากสมัยก่อนที่คุณตัดสินใจซื้อ Nikon F4 ตัวเดียว
คุณจะคิดว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุด คือกล้องที่คุณจะใช้ไปตลอด ไม่ว่าจะ 10 หรือ 20 ปี
จนกว่ามันจะพังคามือ

+ หรือเเม้เเต่ยุค early digital ที่คนตัดสินใจซื้อ Nikon D1 หรือ Canon 1D
ช่างภาพเหล่านั้นก็ยังใช้หลักความคิดเดิมที่คิดว่ากล้องในรุ่นท้อปพวกนั้นซื้อมาทีเดียว
จะสามารถใช้งานได้นานเป็น 10 ปีเหมือน Nikon F4 เเต่เเล้ว....

+ การอัพเกรดกล้องในปัจจุบันไม่ต่างอะไรกับการเลือกซื้อฟิล์มเเบบใหม่มาใช้
เพราะกล้องรุ่นใหม่มาพร้อม sensor ที่ใหม่ image processor ที่ใหม่กว่า
ใหม่ทุกครั้งที่ออก ไม่มีที่สิ้นสุด . . . เเล้วมันจะสิ้นสุดที่ตรงไหน

+ ราคากล้อง hi-end ปัจจุบัน ราคาสูงกว่ากล้องฟิล์ม hi-end ในอดีตถึง 2-5 เท่า
เเต่นั่นก็คือการทดเเทนค่าฟิล์มนั่นเอง

+ Canon EOS 1V = $1,700 Canon EOS 1DsIII = $8,000
ตัวเเรกใช้งานได้เป็นสิบปี+ ส่วนตัวหลังอายุ 3 ปี
เเน่นอนว่า 1DsIII ยังใช้งานได้อีกเป็นสิบปี เเต่อะไรล่ะที่เป็นข้อสรุปว่าไม่จำเป็นต้องอัพเกรด

+ ณ วันนี้ ผู้คนยังคงสับสนเเละไม่เเน่ใจในการตัดสินใจใช้กล้อง
จะยึดติดเเบบเดิมหรือจะตามกระเเสที่เปลี่ยนไป

JEE
19th March 2009, 02:50
ผมคนนึงที่ยังคาบเกี่ยวอยู่ตรงกลางระหว่าง ฟิล์มกับดิจิตอล
เหมือนอยู่ในยุค รอยต่อ

ไม่อยากตามกระเเสอัพเกรดกล้องทุก 2 ปีอย่างบ้าคลั่ง
จ่ายเป็นเเสนๆ เพื่อได้ใช้กล้องรุ่นใหม่ล่าสุด

เเต่สนุกที่ได้เห็นเทคโนโลยี่ใหม่ๆทุกๆ 6 เดือน

ปัจจุบันผมมีกล้องฟิล์มมากกว่ากล้องดิจิตอล
เเละทุกวันต้องจับกล้องฟิล์ม

Palajin
19th March 2009, 03:14
เป็นกระทู้เตือนสติที่ดีเลยครับพี่จี แค่กล้องออกรุ่นใหม่ มีอะไรเพิ่มขึ้นหน่อย มันดูเหมือนจะจำเป็นคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อ upgrade อุปกรณ์ไปซะหมด
อย่างน้อยๆกระทู้นี้ก็น่าจะทำให้คนที่เข้ามาอ่านได้ฉุกคิด และใช้กล้องตัวเองอย่างคุ้มค่า upgrade เมื่อจำเป็นนะครับ

เกิบขาด
19th March 2009, 03:16
ผมก็ยังมีกล้องฟิล์มเก็บไว้ใช้เหมือนกันครับ
เอาไว้เวลาอยากถ่ายขาวดำ และสไลด์

photonet
19th March 2009, 03:33
กำไรกล้องใหม่ๆ ดีกว่า ยุคเก่ามากมายมั้งครับ ผู้ผลิตรู้ว่าความพึงพอใจของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด ขายกล้องราคา 29,000บาท ได้สัก 200,000 ตัว ก็เป็นเงินมูลค่ามหาศาลแล้ว ยิ่งพวก 1D/D3 โอ้ ได้สัก 50,000 ตัว/รุ่นก็ ขนาดไหนแล้วเนี่ย:drool:
--------------------------------------
ถ้าคนซื้อไม่สนับสนุน กับการซื้อของที่ออกมาใหม่ๆ เดี๋ยวผู้ผลิตขายออกได้น้อย-น้อยมากๆ สักพักก็จะทำให้การเปลี่ยนรุ่นเป็นไปอย่างช้าๆ แต่ออกมาแต่ละตัวนี่คงดีกว่าเก่ามากๆ น่าจะออก4 ปีครั้ง กำลังดีเลย ....แต่คงเป็นไปไม่ได้:dry:

JEE
19th March 2009, 03:46
จุดอ่อนมันอยู่ที่ fancy feature นี่เหละ มันเหมือนขนมหวานที่เอามาล่อ
ประเภทจอใหญ่ 3 นิ้ว สีสวย ถ่ายวีดีโอได้ สารพัดของเล่น

เเละจุดอ่อนอีกอย่างอยู่ที่กลุ่มใช้กล้องในระดับ entry level
เหตุผลเพราะราคาบอดี้ที่ถูก ทำให้สามารถเปลี่ยนบ่อยๆได้
เลยเปลี่ยนทุกๆ 18 เดือน

ส่วนพวกทำงานมีเงินหน่อยก็หนักหน่อย
เปลี่ยนทีก็เหยียบเเสน ก็พวก D700 / 5DII
รุ่นกลางๆ 5 หมื่นนี่โดนเเน่ๆ D300 / 50D

JEE
19th March 2009, 03:55
ผมเลยขอถอยก่อนดีกว่าสำหรับดิจิตอล หันกลับไปใช้กล้องฟิล์ม
นี่เพิ่งได้ Canon 1N ของเก่ามาอีกตัวจ่ายไป 6 พันกว่า
โหลดฟิล์มขาวดำ Agfa ถ่าย Manual
มันได้อารมณ์ความรู้สึกเเบบที่ดิจิตอลให้ไม่ได้จริงๆ

หากผมไม่ใช้โอกาสตรงนี้ ตอนนี้ เวลานี้เก็บเกี่ยว
ในอนาคตอาจไม่มีโอกาสใช้กล้องฟิล์มเเล้วก็ได้
หากถึงวันที่เลิกผลิตเคมีล้างภาพ
เเต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราก็ยังมีประสบการณ์เเละ
ความรู้สึกดีๆให้กับกล้องฟิล์ม

หลายคนเกิดมาในยุคดิจิตอลที่ไม่เคยจับกล้องฟิล์ม
อาจจะไม่รู้ว่าผมพูดถึงอะไรเเละไม่เข้าใจ
ในความเเตกต่าง

photonet
19th March 2009, 04:10
ผมก็ยังชอบภาพของกล้องฟิล์มอยู่ครับ ดิจิตอลถึงแม้ภาพจะสวย น๊อยจะน้อย ฟังก์ชั่นดีแค่ไหน แต่อารมณ์ความรู้สึก เทียบไม่ได้เยกับกล้องใช้ฟิล์ม เวลาถ่ายแต่ละทีต้องมั่นใจ แน่ใจแล้วถึงกด อีกทั้งยังได้ลุ้นกับภาพที่ล้าง อัดออกมา ซึ่งความรู้สึกแบบนี้หาไม่ได้เลยจากกล้องดิจิตอล ว่าแล้วเดี๋ยว พรุ่งนี้ไปซื้อฟิล์มมาถ่ายกับมิตอลต้าเก่าดีกว่า ไม่ได้ใช้มา 5 ปีแล้ว:huh:

Maxwell
19th March 2009, 04:25
เห็นด้วย กับ พี่ JEE ครับ
สภาพแวดล้อม เปลี่ยนแปลง พฤติกรรม(ผู้บริโภค)
เมื่อก่อน สัก 2-3ปี่ ที่แล้ว (กลางปี 2549) ไปถ่ายงาน เห็นอัตราส่วน SLR ดิจิตอลกับ Films ประมาณ 50:50 แต่ ระยะหลังนี้ ..........
พอถ่ายเสร็จ "ไหนขอดูรูปหน่อยคะ "
ผมรู้สึกได้ว่า กล้องรุ่นใหม่ๆที่เป็น DSLR ผู้ผลิต ให้ความสำคัญกับเทคนิค มากกว่า อารมณ์ ในการใช้ ไม่เหมือนกล้อง SLR ทุกครั้งที่ ใช้ มันความรู้สึก ได้มากกว่า เสียงลั่นshutter เสียงเลื่อนfilms จังหวะเปลี่ยน films เลือกFilms ที่จะโหลดลงกล้อง ฯลฯ
technology ทำให้เรา สบายขึ้น
แต่ บางครั้ง โลก ก็ หมุนเร็ว ในมุมที่ เรา ไม่อยาก วิ่ง ตาม
อีกหนึ่งความเห็น ครับ

JEE
19th March 2009, 05:00
ผมกำลังคิดว่าพวกเราๆกำลังถูกกระเเสเทคโนโลยี่พัดพาไป (อย่างเเรง)
ในความเร็วที่เร็วเกินไป เเต่หลายคนก็สนุกที่จะให้มันพัดตัวเราไปตามกระเเส

เทคโนโลยี่ด้าน sensor ถูกพัฒนาไปเร็วกว่าการผลิต lenses เพื่อมารองรับ
ตอนนี้หลายค่ายได้หันไปอัพเกรดเลนส์ในค่ายตัวเองเเล้ว
อย่างเช่น Leica 8bit, Canon new coating SWC, Nikkor Nano-G
Mamiya Digital, เเละอีกหลายตัวใน large format

กล้อง leica ที่มีความทนทานสูงมากเเต่กลับบ้าจี้ให้ส่งศูนย์เพื่อ adjust...something
หากทำกล้องตกใส่พื้นพรมในระยะความสูงเพียง 6 นิ้ว...มันบอบบางอย่างนั้นเชียวหรือ

เเต่กับ Canon 1n, Nikon F4,F90 เขวี้ยงลงพื้นดินก้อนกรวดยังใช้งานได้ดีอยู่เลย

ความเชื่อมั่นในสินค้าดิจิตอลมันหายไปหมดเเล้ว
จะยินดีกับผู้ใช้ D700 / 5DII ดีหรือไม่ว่ากล้องท่าน ณ เวลาปัจจุบัน
มีอายุเหลือเพียงไม่ถึง 20 เดือนเเล้ว

ความยากมันอยู่ที่ตรงไหน
มันอยู่ตรงที่ว่าหากเราตัดสินใจซื้อกล้องในระดับ full frame ตัวหนึ่ง
เราจะใช้งานมันกี่ปี จนกว่ารุ่นใหม่จะออก หรือจนกว่ามันจะพัง
จะอดกลั้นต่อเทคโนโลยี่ใหม่ๆไหวหรือไม่

Fancy feature หลายๆตัวกำลังถูกยัดลงไปในกล้องรุ่นใหม่ๆ
เเละอาจจะถูกถอดออกวันใดวันหนึ่งเมื่อถึงอิ่มตัวเเละพิสูจน์เเล้วว่า
มันไรสาระเสียจริงๆ อย่างเช่น video / 21MP / 45 focus point / 10 fps
นอกเสียจากว่ามันจะเป็นกล้องรุ่นพิเศษ คือออกเเบบมาเพื่อการใช้งานที่เเตกต่างเช่น (กีฬา)

..................................................
ข้อความข้างบนถอดความ/เเปล มาอีกที

BirD_DuMDuM
19th March 2009, 05:01
สวัสดีครับพี่จี...

ผมเองก็เป็น 1 ในรอยต่อของยุคเช่นกันครับ เริ่มมาจากกล้องฟิลม์ EOS300 แต่ถ่ายได้ไม่ถึง 100 ม้วนก็เปลี่ยนมาเป็นดิจิแล้วครับ
สมัยก่อน กว่าจะถ่ายอะไรได้รูปนึง คิดแล้วคิดอีก ว่าตูจะถ่ายอะไรดีวะ เพราะค่าล้างค่อนข้างแพง (สำหรับนักศึกษาอย่างผม)
ยิ่งพวก slide เนี่ย คิดหนักมากๆ เพราะผมวัดแสงไม่ค่อยเก่งด้วย ฮ่าๆๆๆ...
เดี๋ยวนี้ทุกครั้ง เวลาอยากทำขาวดำ ก็ยังนึกถึงแต่ฟิลม์ตลอด ไม่รู้ซิ ผมว่า ดิจิตอลให้คอนทราสต์ของรูปขาวดำไม่ได้อ่ะ อาจจะแค่รู้สึกไปเองก็ได้มั้ง...

เดี๋ยวนี้ คุยกันวันๆ มีแต่เรื่องกล้องตัวใหม่ ฟังค์ชั่นใหม่ๆ กล้องไม่ตอบสนองบ้าง ฯลฯ โดยที่เรื่องราวความรู้ในการถ่ายภาพ กลับน้อยลงไปทุกๆที...
เอาแค่ว่า เรื่องใช้กล้องยังไง ไม่รู้มีกี่คนที่อ่านคู่มือด้วยซ้ำครับ แล้วพวกฟังค์ชั่นต่างๆเช่น bracketing ที่เป็นฟังค์ชั่นค่อนข้างมาตราฐาน ไม่รู้มีกี่คนทีใช้เป็น...

ณ ตอนนี้ เรายังมีความสุขกับฟิลม์ได้ เราก็เก็บไว้เถอะครับพี่จี เพราะไม่แน่ว่า ในอนาคต วันใดวันนึง digital อาจจะครองฟิลม์ทั้งหมดก็ได้ครับ...
เราเอง ก็คงต้องหมุนไปกับกาลเวลา แต่เราจะทวนไปได้เท่าไหร่ มันก็อยู่ที่เราๆแล้วล่ะครับ

Carbon
19th March 2009, 08:04
ต้องรู้ตัวเองและรู้จักประมาณตนครับ จะได้ไม่ไหลไปกับกระแสดิจิตอล เช่นซื้อกล้อง
ดิจิตอลมาตัวนึงแต่ยังคงใช้ไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะพังและซ่อมไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน
ตัวใหม่รุ่นใหม่เรื่อยๆทุกครั้งที่มีรุ่นใหม่ออกมา แต่สามารถติดตามทคโนโลยี่ สนุกกับการ
ติดตามได้

หันมาใช้ข้อดีของดิจิตอลในเรื่องความสะดวกสบาย และสนุกกับมัน ส่วนฟิล์มคงเป็น
อดีตที่ตายไปเพราะปัจจุบันแทบจะหาร้านที่รับทำฟิล์มดีๆไม่ได้แล้ว ที่มีก็ราคาแพงเมื่อ
เทียบกับดิจิตอล

จอมมารพุงโต
19th March 2009, 08:22
flood information

ผู้ขายพยายามบอกว่า ไอ้ของใหม่ fancy features นี่ มัน "ดีกว่า" "ยอดเยี่ยม"

โดยผู้พาข้อมูลมาท่วมเราก็รู้จักกันดี พวกเวป review นี่แหละครับ

แต่ก็ยอมนะ หนุกดี ตราบใดที่ยังสนใจเล่น สนใจถ่ายภาพอยู่ก็จะอ่านผ่าน ๆ ดูครับ

เพิ่งซื้อ DSLR ราคาต่ำกว่า 20000 มา และก็คิดว่า ไม่ต้องซื้อแพงก็ได้ 55

pao319
19th March 2009, 08:29
เหมือนโทรศัพท์มือถือครับ เปลี่ยนนิดหน่อยคนซื้อก็เปลี่ยนตามทั้งที่บางคนก็แค่โทรออก+รับสาย อย่างอื่นๆแทบไม่ได้ทำ

Ace-pilot
19th March 2009, 08:40
fancy features นี้แหละน่ากลัวนัก
เดี่ยวนี้เห็นคนหันมาเล่น DSLR กันเยอะโดยมองแค่ว่าในงบที่มีตัวไหนสเปคสูงสุด
หลายๆคนยึดติดว่า ภาพสวยๆได้มาจากกล้องดีๆ หรือไม่ก็เลนส์ดีๆ ขอเพียง2อย่างนี้ดียังไงก็ถ่ายสวยไปแล้ว

monotrendy
19th March 2009, 09:12
ให้ข้อคิดที่ดีมากเลยครับ ขอบคุณมากครับ

siwakorn
19th March 2009, 09:49
มันจำทำได้ไหมนะ ถ้า แต่ละค่ายยอมปล่อยกล้องรุ่นใหม่ที่จะออกมามีระยะห่างจากรุ่นเก่าสัก 2-3 ปี กล้องรุ่น หนึ่งๆ จะได้มีคนใช้เยอะๆ

jpenguin
19th March 2009, 10:09
มองในแง่นึงก็แปลว่า กล้อง เริ่มเข้าถึงผู้ใช้อย่างกว้างขวางทั่วถึงขึ้นกว่าเดิมไงครับ

มีคนที่ซื้อกล้องตามแฟชั่น ตามเทคโนโลยี จริงๆ พวกเราควรจะยินดีและดีใจที่มีผู้บริโภคกลุ่มนี้อยู่นะครับ เพราะสำหรับทางผู้ผลิต จะรอแต่มือโปรและคนถ่ายรูปจริงๆจังๆ มาซื้อกล้อง เงินเขาก็คงไม่พอกินแล้วก็เจ๊งไปแล้วล่ะครับ แล้วเราก็คงไม่มีกล้องดีๆ ใช้กันอย่างทุกวันนี้

Akewizard
19th March 2009, 10:31
แนวโน้มของกระแสการบริโภคกล้อง ผมก็เห็นด้วยกับหลายๆคน แต่ในมุมมองอีกด้านหนึ่ง......

ผมคิดว่าคนสมัยนี้ "ฉาบฉวย " ทำอะไรเอาง่ายไปหมด เอาง่ายไว้ก่อน ไม่ค่อยเห็นค่าในการพยายามใช้ความตั้งใจและฝีมือซักเท่าไหร่

คิดซะว่า มีเงินซะอย่าง......ซื้อสิ่งที่ดีที่สุดมาใช้ ยังไงมันก็ทำให้ได้สิ่งที่สวยที่สุด

แล้วฝีมือกับจินตนาการล่ะ หายไปไหน....??

ผมคนนึงล่ะ ที่ไม่เคยมีความเชื่อว่า กล้องดีกว่า ถ่ายรูปสวยกว่า หรือคน 2 คนมีฝีมือเท่ากัน แต่อุปกรณ์ต่างกัน จะถ่ายรูปสวยไม่เท่ากัน อย่างน้อยๆกล้องมันก็เป็นแค่วัตถุชิ้นหนึ่ง มันไม่มีทางมาจินตนาการแทนเราได้ว่า อะไรสวย อะไรไม่สวย เป็นไปไม่ได้ที่มันจะส่งผลทำให้คน 2 คน ถ่ายรูปสวยไม่เท่ากันได้ (อีกทั้งคนทุกคน ไม่มีทางจะมีฝีมือเท่ากันได้)

สำหรับบางคนนะ ขอแค่มีชัตเตอร์กับเซนเซอร์รับภาพก็ถ่ายรูปได้แล้ว........

bank215
19th March 2009, 10:55
ผมซื้อกล้องเพราะจะไว้ถ่ายรูปเล่นกับแฟนครับ..!!!

ฟังแล้วไร้สาระจังเนาะ แต่แค่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ถ่ายรูปในที่ต่างๆ แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้วครับ

กระแสสังคม ผมไม่เคยสนใจ แต่ก็จะยอมโดนพัดไป เพราะไม่รู้จะไปขืนมันให้ได้อ่ะไรขึ้นมา
- ถ้าคนเรามัวแต่ยึดติดว่า สิ่งเก่าที่มีอยู่ดีกว่าสิ่งใหม่ๆที่เพิ่งพบเจอ แล้วชาติไหนจะก้าวหน้ากันล่ะ จริงมั้ย ???

ไม่ว่ากล้องที่ใช้จะยี่ห้ออ่ะไร? สนใจทำไม? นำมาเปรียบเทียบกันเพื่ออะไร?
- ถ้าคุณตอบตัวเองได้ว่า อยากทำอะไรแล้วมีความสุข ทำเถอะครับ ซื้อมาขายไป ซื้อมาเก็บไว้เป็นของสะสม ซื้อมาแล้วเอาไปโอ้อวด ประกวดศักดิ์ดา ไม่มีผิดแม้แต่น้อย เพราะมันคือความสุขของคุณครับ

ยิ่งพิมพ์ยิ่งงงตัวเองวุ้ย ไปดีกว่า อิอิอิ

supernait
19th March 2009, 11:12
เรื่องของการผลิตเป็นการค้า ก็ต้องเข้าใจคนผลิต
ที่โจทย์คือผลิตเพื่อ ....เอาเงินจากเรา
เวลานี้เขาไม่สนเรื่อง อารมณ์ ละ

เรื่องของฟิล์ม กะ ดิจิตอล

คนเล่นฟิล์มหรือเคยถ่าย หรือคาบเกี่ยว ก็นับว่าโชคดีที่เห็นความต่าง เห็นข้อดี และไม่ดีของฟิล์ม

แต่กับคนที่เกิดไม่ทัน ก็ไม่แปลก ก็มันเกิดไม่ทันนี่ เลือกเวลา ออกจากท้องแม่ไม่ได้
มองรอบตัว ก็ไม่มีฟิล์มแล้ว แล้วจะให้ไปหากล้อง กะฟิล์มที่ไหน
สุ่มสี่สุ่มห้า เดินเข้าร้านไปโดน ฟันหัวแบะ

คนเคยฟิล์มก็ต้องเข้าใจ คนรุ่นหลังด้วยนิ พ่อกะแม่ทำการบ้านช้าไป
เขาเกิดมาในยุค คอมพ์ / มือถือ / การ์ด

เขาก็จะไม่เข้าใจว่าฟิล์มมันจะดีกว่า ดิจิ ยังไง นึกๆ มีแต่ข้อเสีย กะการสิ้นเปลือง

แต่ถ้าคนรุ่นก่อนกลับมาช่วยคนรุ่นใหม่ๆ ให้ความรู้ต่าง กะฟิล์ม การถ่ายรูปของรุ่นใหม่ๆ ก็ไปเร็วเชียว ( ถ้าเด็กมันเปิดใจด้วย)

เคยให้กล้อง fm2 น้องข้างๆ บ้านไปยืมใช้
เอาไปเรียนphoto คู่กะดิจิ ตอนปี 1

( ได้ยินมาว่าบางแห่งในประเทศ ที่สอน photo เทอมแรกนี่ยังบังคับให้ไปหากล้องfilm
กะ ถ่ายขาวดำ และอัดเองอยู่ ก็ว่าดีนะ)

ด้วยการทดลองที่ให้ผลทันตาของ ดิจิตอล
บวกกับความปราณีต และสติที่ฟิล์มมีให้

6 เดือนกลับมา เอารูปมาอวด

โอ้ ... ฝีมือไปเร็วกว่ายุคเราแฮะ ในเวลาที่เท่าๆกัน

เด็กบอกว่า เอาดิจิ ไว้ลองเทคนิค วัดค่าต่างๆ พอเอาจริง ก็เอาฟิล์มกด
ประมาณ ว่าใช้ดิจิ แทน โพรารอยด์

ว่ากันไป มันคงเรียกได้ว่าเป็นยุคละ เป็นส่วนของประวัติศาสตร์ ที่ให้คนได้พูดถึงในอนาคต

เหมือน แผ่นเสียงนะ ผมก็เกิดมาตอนปลายๆ แล้ว เห็นพ่อ ยังฟังอยู่
พอโตพอที่สนใจเสียงเพลงก็เป็นเทป กะ cd แล้ว
พอโตพอจะเสียตังค์ชุดใหญ่ เอ..จะเล่นแผ่นเสียงหรือ cd วะ
จะหลอดหรือโซลิด

จะไปหา แผ่นเสียงที่ไหนหว่า รอบตัวหายากละ
เพลงแบบเก่าๆ นั่น บางทีก็ไม่อิน แฮะ ก็เกิดไม่ทัน
เซียนๆ ชอบว่า ไปฟังหลอด+แผ่นเสียงแล้วจะลืม cd

เออ ก็อยากนะ แต่จะไปฟังที่ไหนฟะ ต้องขวนขวายทีเดียว
ไม่มี know how เลย

พอฟังแล้วเออ มันก็ดีแฮะ ฟังแล้วนึกถึงตอนเด็กๆ เรียกอารมณ์
และความทรงจำช่วงนั้นกลับมา ไม่ได้อินกะเพลงเลย
แต่ได้อย่างอื่นมาแทน

เข้าใจละทำไมคนแก่ๆ ชอบพูดเรื่องเก่าๆ มันเป็นงี้เอง
มัน...ดึง...บางอย่างกลับมา...ไม่รู้ตัว


บางอย่าง ที่ทำให้เราหวนกลับไปนึกถึง ทั้งสิ่งของ และระบบ ต่างๆ ในวันที่ผ่านมา

บางที ...มันก็มีความทรงจำ ณ ช่วงเวลานั้นๆ ที่ทำให้เรานึกถึงหรือโหยหาโดยไม่รู้ตัว...

charles
19th March 2009, 11:13
เรื่องนี้ก็คล้ายๆ กับคอมพิวเตอร์ล่ะครับ

ในสมัยก่อน เครื่องคอมไม่ได้มีซีพียูแรงๆ, แรมเยอะๆ, HDD ลูกใหญ่ๆ อย่างในปัจจุบัน แค่การใช้งานธรรมดาๆ ของ User ทั่วๆ ไป ก็สามารถทำให้คอมต้องทำงานแบบหืดขึ้นคอได้แล้ว พร้อมกับการที่ซอร์ฟแวร์พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง จนมีความจำเป็นต้องอัพเกรดคอมเรื่อยๆ

ผลคือ เราต้องเปลี่ยนคอมด้วยความจำเป็น เพราะสมัยนั้นทุกอย่างยังถือว่าไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไร ซอร์ฟแวร์ใหม่ๆ ออกมาก็มีฟีเจอร์ที่จำเป็น หรือคุ้มค่าที่จะอัพเกรดคอมใหม่

ไม่เหมือนในปัจจุบันนี้ ที่การพัฒนาด้านฮาร์ดแวร์ได้ก้าวล้ำนำซอร์ฟแวร์ (โดยทั่วไป) มากอยู่ เครื่องระดับ netbook สามารถตอบสนองความต้องการของ user ทั่วๆ ไป (ที่ไม่ได้บ้าพาว หรือกะจะโชว์พาว) ได้แล้ว ถ้าคุณไม่ได้รัน app ที่กินทรัพยากรเครื่องมากๆ เช่น เกม ผมคิดว่าประสิทธิภาพของเครื่องคอมในปัจจุบันนั้น "เกินพอ" ครับ บอกตรงๆ ว่าตอนนี้ใช้ C2D 2.16GHz ยังไม่รู้เลยว่าจะใช้มันทำอะไรดี นอกจากใช้เวลาแต่งภาพ TIFF ขนาด 24MP เท่านั้นเอง (ตอนใช้ Centrino ยังว่ามันเร็วแล้วเลย)

ของทุกๆ อย่างมันจะมีจุดๆ หนึ่งที่เรียกได้ว่าเริ่มอิ่มตัว ถ้าเป็นสมัยก่อน ลองเอาคอมสเปครุ่นสองปีก่อนมาเทียบกับสเปคปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าการใช้งานทั่วๆ ไปแตกต่างกันมาก แต่ในสมัยนี้ เอาตัวสองปีก่อน มาเทียบกับปัจจุบัน ถือว่าได้ใช้งานได้ดีพอกัน ผมใช้ MBP เทียบกับ Mac Pro ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันแรงต่างกันแค่ไหน (ยกเว้น HDD ที่แพ้กันกระจุย แต่ก็เข้าใจว่า HDD laptop 5400rpm จะไปแรงเท่าของ Desktop ได้ไง)

กล้องดิจิตอลก็เช่นกัน สมัยก่อนกล้องความละเอียดแค่ 2-4MP, ออโต้โฟกัสอย่างช้า, DR ก็แคบ, noise ก็สูง พอตัวใหม่ออกมาเรื่อยๆ ทุกอย่างก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มันก็มีน้ำหนักพอที่จะเปลี่ยนกล้องใหม่

แต่ในปัจจุบัน สถานการณ์ได้เปลี่ยนไป แค่กล้องระดับ entry-level ก็มีความละเอียด "เกินพอ" กับความต้องการของผู้ใช้ทั่วๆ ไปแล้ว ประสิทธิภาพโดยรวมของกล้องก็นับได้ว่า "เหลือกินเหลือใช้" สำหรับการถ่ายภาพทุกชนิด แน่นอน อาจจะมีคนบอกว่า กล้องรุ่นต่อไป noise จะเนียนกว่า, โฟกัสจะไวกว่า, จะถ่ายวิดีโอได้ ฯลฯ แต่ถามว่าในการใช้งานจริง เราจำเป็นต้องใช้ขนาดนั้นไหม? ไม่เลยครับ มีสักกี่คนที่จะใช้ ISO เป็นหมื่นๆ จะมีสักกี่คนที่ต้องการไฟล์ 20MP เพื่อไปพิมพ์ขนาด 20x30" จะมีสักกี่คนที่ต้องเอาระบบโฟกัสที่ไวชนิด track นกบินได้

สิ่งเหล่านี้มันทำให้ความน่าสนใจของกล้องใหม่ๆ ลดลงไปเรื่อยๆ เพราะคนจำนวนมากขึ้นๆ จะเริ่มรู้สึกว่า ความพึงพอใจที่ได้คืนมาจากการซื้อกล้องใหม่มันลดลงๆ สำหรับพวกเขา

คงจะเหลือแต่พวกบ้ากล้องน่ะแหละ ที่ยังวิ่งตามเขาไปโดยไม่ได้ดูว่าตัวเองต้องใช้จริงๆ หรือไม่ :chat:

tumeyes
19th March 2009, 11:41
ผมซื้อกล้องฟิล์มตัวแรกคือ FM2n ราคา 8800 บาท เปรียบเทียบกับสมัยนี้ถูกมากๆ
ผมซื้อกล้องดิจิตอลตัวแรก 350d ราคา 23000 บาท แพงมากๆเมื่อเทียบกับกล้องฟิล์ม
ถ้าฟิล์มขาวดำยังไม่หมดโลกผมก็จะใช้ต่อไปครับ

dipdc
19th March 2009, 13:02
เด๋วนี้เหมือนสังคมทุนนิยมไปแล้วววว

JEE
19th March 2009, 13:12
มีการเเยกเหตุผลการอัพเกรดกล้องในลักษณะนี้

1) กลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ที่ไม่ได้มีรายได้จากการถ่ายภาพ
- อันนี้น่าจะเป็นกล้องระดับล่างเเละกลาง อย่างเช่น
Nikon D40/D90
Canon 1000D/450D
ในระดับนี้การอัพเกรดจะบ่อยเเละทำกำไรมากที่สุด
เพราะราคาถูกเเละบอดี้ไม่เเข็งเเรง วัสดุเปราะบาง
เเละกลุ่มผู้ใช้ enjoy เป็นอย่างมากกับ feature ที่ให้มา


2) กลุ่มผู้ใช้ที่หารายได้จากการถ่ายภาพเป็นงานเสริม
กลุ่มนี้อาจจะเลือกใช้รุ่นกลางที่ราคาไม่เเพงนักอย่างเช่น
Nikon D300/D700 Canon 50D/5D
กลุ่มนี้ก็มีเเนวโน้มสูงที่จะเปลี่ยนกล้องทุกครั้งที่มีรุ่นใหม่ออกมา
ปัจจัยผันเเปรโดยตรงคือเรื่องเงิน หากเงินพอ อัพเเน่นอน

3) กลุ่มผู้ใช้อาชีพ คือมีอาชีพหลักในการถ่ายภาพ
กลุ่มนี้อาจอัพหรือไม่อัพก็ได้ เเล้วเเต่เหตุผลของเเต่ละคน
เเละเหตุผลในเรื่องประเภทของงานที่รับจ้างมาด้วย
ปล.ในที่นี้เงินไม่ใช่อุปสรรค
Nikon D300/D700 /D3/D3X
Canon 5D/5DII/1DIII/1DsIII

สาเหตุที่ไม่อัพเกรดของช่างภาพอาชีพ
+ กล้องปัจจุบันหรืออาจจะตกรุ่นไปเเล้ว ยังให้คุณภาพที่ดีพอ
ยังได้รับการยอมรับจากลูกค้าว่าคุณภาพยังดีอยู่
+ มองเห็นว่าการใช้กล้องอย่างน้อยๆ3-5 ปี เป็นความคิดที่ถูก
เป็นการบริหารเงินที่ถูกต้อง ในเเง่หนึ่ง

สาเหตุที่ต้องอัพเกรด ของช่างภาพอาชีพ
+ ในหน้าที่การการบีบให้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทันสมัยรุ่นล่าสุดเสมอ
เพราะต้องการทันสมัยในเทคโนโลยี่
+ เกี่ยวกับเรื่องการขาย การใช้ feature ใหม่ๆเเละ model กล้องเป็นจุดชักจูง
เป็นจุดขายอย่างหนึ่ง
+ พัง เเละใช้จนเลยจุดคุ้มทุนเเล้ว (ดูภาพประกอบ)
+ เป็นอะไรที่จะต้องตามไปจนวันตาย
+ SHOW OFF


------------------------------------------------

ขอยืมรูปจากช่างภาพคนนึงที่ขาย 5D ทิ้งเพราะใช้มาเลยจุดคุ้มทุนเเล้ว

Ber8
19th March 2009, 14:01
กล้องใหม่ๆออกมาบ่อยมาก เดี๋ยวนี้ DSLR จึงมีคนใช้เยอะมากๆ

LIVE 4 LIVE
19th March 2009, 15:27
ตอนเด็กๆก็เคยใช้ Compact Film มาก่อนอิอิ...

ผมถ่ายรูปเป็นก็เพราะ Digital ไม่งั้นงบบาน

ผมเรื่มถ่ายรูปเป็น รู้จักข้อดีข้อเสียของฟิลม์

ผมก็มาติดอยู่ข้อเดี่ยว ไม่มีกล้อง,เลนส์,ฟิลม์ ที่เป็นHalf-Frame อะครับ

ติดใจ X2 ของโอลี่มากมาย แต่Filmสำหรับ Half-frameก็เลิกทำไปแล้ว:dry:
Pen ก็มีแต่อยู่ในกำมือนักสะสม :dry:

ระบบฟิลม์ 35mm ความสะดวกพกสะดวกใช้น้อยไปนิดอะครับ

Minstrel
19th March 2009, 15:38
ยังใช้ตัวเก่า และตั้งใจว่าจะใช้จนพังคามือ แต่อยากเห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ครับ

กระแสเทคโนพัดผมไม่ได้หรอกเพราะกระแสเงินผมมันอ่อน และกล้องก็ไม่ได้ทำเงินให้ผมมากนัก เป็นแค่งานอดิเรก

daae1234
19th March 2009, 18:01
เป็นบทความที่ดีมากๆครับ

snapy2000
19th March 2009, 18:52
ส่วนนึงต้องยอมรับว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป
ยกตัวอย่างง่ายๆ จากแต่ก่อนถ่ายเสร็จก็ต้องรอเอารูปไปล้าง ถึงจะได้ชมกัน

แต่ปัจจุบันสามารถชมกันได้ทันทีหลังจากลั้นชัตเตอร์ไป บางคนดูจอบนกล้องมากกว่าดูในคอมเสียอีก

เมื่อพฤติกรรมเปลี่ยน บริษัทกล้องก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ และแน่นอนที่สุด ถ้าตอบสนองได้มาก รายได้ก็มากเป็นเงาตามตัว

Oak144
19th March 2009, 21:24
สรุปแล้วเป็นเพราะ Marketing ล้วนๆเลยนะเนี่ย

Matryph
20th March 2009, 00:27
ในความคิดของผมคับบบ... ผมในฐานะที่เรียกได้ว่า เริ่มถ่ายภาพในยุคดิจิตอล (ถึงแม้เคยใช้ฟิล์มกับ F65 มาประมาณสองปี แต่ก็งูๆปลาๆ)

ผมจะฝึกฝนกับดิจิตอลจนชำนาญในทุกๆเทคนิค แล้วผมจะถอยกล้องฟิล์มmanualเช่น FM2n + fixเลนส์ซัก 2-3 ตัวมาถ่าย เพื่อ"เพาะบ่มอารมณ์ศิลป์" และสร้างสรรค์ผลงานแบบ master piece อาจจะดูเหมือนถอยหลังเข้าคลอง แต่มันทำให้ผมรู้สึกว่า ผมไม่ลืมตัว ว่าอะไรคือจุดกำเนิดของการถ่ายภาพ และผมเชื่อว่าพี่ๆรุ่นเก๋าหลายๆคน ถึงแม้ปัจจุบันจะใช้ดิจิตอลทำมาหากิน แต่เชื่อเหอะคับ ว่าต้องมีเวลาที่ถวิลหาฟิล์ม เพื่อเติมเต็มชีวิตการถ่ายภาพเป็นแน่คับบบ...

สีเพี้ยน
20th March 2009, 03:19
ที่มาที่ไปก็ไม่พ้นคำว่า "กิเลส"
จงพอใจในสิ่งที่มีก็พอแล้ว
จะฟิล์ม หรือ digital ถ้ามันให้ความสุขกับเราได้ ก็ใช้มันไปเถอะ เราไม่ลำบาก คนใกล้ชิดไม่ลำบาก ก็ใช้มันไปเถอะ
จะเปลี่ยนกล้องทุกรุ่นที่ออกใหม่ ก็ตามใจ ถ้าเงินพอ
มันเป็นการซื้อความสุข เป็นการให้อาหารกับกิเลส

ผมถ่ายรูปไม่เก่ง น้อยครั้งมากที่จะพอใจกับภาพที่ตนเองถ่าย มันยังไม่ได้ภาพที่ถูกใจจริงๆ แต่ผมก็ถ่าย เพราะผมชอบถ่ายภาพ

เอาเวลาที่จะมาวิตกกังวล กับเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ ไปทำอย่างอื่นที่เรารู้สึกมีความสุขดีกว่าไหมครับ

โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เกิดขึ้น ดำรงอยู่ และแตกดับไป มันเป็นเช่นนี้เอง

มีความสุขกับการถ่ายภาพดีกว่า อย่าไปกังวลมากกันเลยครับ

up1275
20th March 2009, 10:16
บทความเตือนสติแล้วเป็นกระทู้ในจิตใจเลยครับ

Kitp
20th March 2009, 10:45
ผมว่าเหมือนอาหารครับ กล้องดิจิตัลคงเป็นประมาณเดินเข้าร้านอาหาร จะเอารสชาติบรรยากาศยังไงก็ได้ แล้วแต่กำลังทรัพย์,รสนิยม โดยที่คุณไม่ต้องทำกับข้าวเป็นก็ได้ เราก็ทำเพียงแค่หาร้านอร่อยถูกใจ เบื่อก็เปลี่ยนเจ้าใหม่ได้เรื่อยๆ ส่วนกล้องฟิลม์ ก็คงเป็นประมาณอาหารในบ้าน จ่ายตลาดกันเอง ปรุงเอง เลือกเองได้ทุกอย่าง อยากกินอะไรรสชาติแบบไหน รสนิยมยังไงก็ได้ แต่ก็มีเสน่ห์อยู่ในตัวเอง แต่คุณต้องทำกับข้าวเป็นหรือมีคนทำให้ตามคุณสั่ง เขียนยังงี้ไม่รู้คุณภรรยามาอ่านเจอเข้า จะทำยังไงกับดิจิทั้งหลายแหล่หละเนี่ย

JEE
26th March 2009, 01:41
- ไม่ทันไร Canon 500D / T1i ก็ออกมาทำให้ผู้คนคึกคักกันอีกครั้ง
เดี๋ยวนี้กล้องเริ่มออกเร็วขึ้นทุกทีๆ สูตร 18 เดือนอาจจะใช้ไม่ได้เเล้ว
ตอนนี้กลายเป็นเเค่ 12 เดือนเท่านั้น

- Olympus ก็เพิ่งออก E30, E620 เเล้วเดี๋ยวคงมี E450 ตามออกมาอีก

- หลายคนรู้สึกใจคอไม่ดีที่เพิ่งซื้อกล้องไม่กี่เดือน รุ่นใหม่ก็ออกอีก
บทเรียนตรงนี้บอกได้ว่า

-- ข้อดีของการซื้อกล้องที่เพิ่งเริ่มวางตลาดในราคาเปิดที่สูง
เเต่จะเเลกมาด้วยโอกาสในการใช้

-- เเต่หากรอราคาลงก็อาจจะรู้สึกไม่ดีเเละเสียใจอย่างเเรง
เพราะนั่นคือมีโอกาสใช้อีกเพียงไม่กี่เดือน รุ่นใหม่ก็จะออกมาอีก

outback
26th March 2009, 13:02
3 คำถาม ก่อนซื้อรุ่นใหม่

1 จำเป็น ต่อการใช้งานจริงไหม หรือแค่อยากได้ (โดยมากจะไม่ค่อยจำเป็น กล้องเดิมก็ใช้ไม่คุ้มอยู่แล้ว)

2 ถ้าไม่ซื้อ เสียหายในเรื่องอะไรบ้าง (โดยมากจะเสียอารมณ์ หงุดหงิดเพราะความอยากได้ กับเสียเวลา ไปนั่งดูสเปคกับดูรูปของ body ที่เราอยากได้)

3 ใช้เงินในเรื่องอื่น ดีกว่าหรือเปล่า (โดยมากมีเรื่องอื่นที่อีกเยอะที่ใช้เงินได้อย่างคุ้มค่ากว่า)

ปล. โดยเฉลี่ย ถ้าไม่ให้เจ็บตัว (และเจ็บใจ.....อันนี้แค้นกว่าเจ็บตัว) มากนัก ให้เปลี่ยน Body อย่าเร็วกว่า 5 ปี และซื้อรุ่นที่ก่อนรุ่นล่าสุด 1 รุ่น (ราคาจะลงมามากแล้ว) หรือซื้อมือสอง ยิ่งคุ้มสุดๆ.......ไม่เจ็บตัว และก็ไม่เจ็บใจด้วย เพราะได้ทำการตัดใจจากรุ่นล่าสุดตั้งแต่ก่อนซื้อแล้ว

สุดท้าย ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ให้ผบทบ.ตัดสินแทน อันนี้ชัวร์ดี แต่โดยมาจะ.........แห้วววววววว อิอิ

faloverung
28th March 2009, 01:07
ผมว่า คนก็ไม่ได้ตามซื้อกันขนาดนั้นหรอก คนหลาย ๆ คนที่ืำทำงานผมก็ซื้อมาิแล้วก็ใช้นาน นะ ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย ๆ ไปเที่ยวก็ถ่ายไปเรื่อย 350D ใช้มานาน ไม่เห็นวี่แวว ว่าแกจะเปลี่ยน ที่ออกเร็วเพราะตอนนี้แข่งกันสูง ส่วน film ผมยังใส่เข้ากล้องไม่เป็นเลย หันมาถ่ายรูปก็เพราะ DSLR ตอนแกซื้อก็มี 400D ออกมาแล้ว แกก็เิอา 350d เพราะถูกดีแ ค่นั้น

เนื่องจากผมถ่ายรูปเพื่อให้หายเครียด เลยไม่ต้องสนใจคำว่า มีออาชีพ upgrade กล้อง ถ้าเงินเหลือ ก็เท่านั้น

คำว่า มืออาชีพคือทำมาหากินด้วยการถ่ายรูป ไม่ได้อนุมานว่า จะุึถ่ายรูปได้สวย

birdhz
28th March 2009, 10:03
ขอออก ความเห็น มุมตรงข้ามหน่้อยนะครับ
ผมกลับมองว่า video ของ 5D mkII นั้น คุ้มที่จะจ่ายนะครับ
ความละเอียดระดับนี้ โดยถ่ายผ่านเลนส์ L นั้น ในงานวิดีโอที่ให้ out put
ขนาดนี้ กล้องวิดีโอ แท้ๆ canon XL1 ที่ออกมาตอนแรก (จำได้ว่าแพงกว่า5D 2 +L)
ยังให้ไม่ได้เลยครับ ตรงนี้ ผมว่าไม่ใช่ fancy ฟีเจอร์ แต่ตรงนี้เป็น วิวัฒนาการที่ดีของ
DSLR มากกว่า ซึ่งถ้าคนไม่ได้ใช้ประโยชน์ ก็จะสัมผัสไม่ได้ว่ามันจำเป็นขนาดไหน
ในวงการ หนังสั้นหรืองานวิดีโอที่ เซทถ่ายทั่วไป เริ่มให้ความสนใจกับ เทคโนโลยีนี้อย่างมาก ขึ้นแล้วเพราะประหยัดและให้ผลคุณภาพดี
นอกนั้นเห็นด้วยกับคุณ Jee ทุกประเด็นครับ ขอบคุณครับ

ไดโกโร๊ะ
28th March 2009, 12:26
ชอบ คุยแบบนี้ดีจริง :)

JEE
28th March 2009, 12:29
- จะเอา 5DII ไปเทียบกับ XL1 ในเรื่อง VDO มันก็อาจไม่ถูกคู่
เพราะ XL1 ออกมาไม่รู้กี่ปีเเล้ว นานมาก

- 5DII VDO ได้เปรียบในเรื่องชัดลึก ซึ่งผลพวงมาจากจากเลนส์ไฮสปีด
เเต่เสียเปรียบในเรื่อง Autofocus เเละ Audio

- 5DII VDO เหมาะอย่างเดียวคือการถ่ายหนังที่ต้องการโชว์ background เบลอๆ
เเละไม่ต้อง convert หรือ edit อะไรให้มากมาย เเค่หาเพลงประกอบใส่ก็จบ
เหมาะกับการทำหนังเเบบไม่มีเสียงพูดมากกว่า ประมาณเเนว MV
หรือเป็น short movie ไม่กี่นาที มีเพลงประกอบดูสบายๆ

- ในอนาคตจะมีกล้องรุ่นใหม่ๆตามออกมาที่มี HD VDO
ที่เห็นๆตอนนี้ก็ 500D ที่หากจะซื้อเอามาถ่าย HD VDO อย่างเดียว
ก็น่าจะคุ้มกว่าเพราะค่าตัวถูกกว่า 6 หมื่น

- เเล้วไหนจะมีรุ่นใหม่ๆอย่าง Nikon D400, Olympus M4/3 ตามออกมาอีก
อนาคต HD VDO จากกล้อง DSLR นี่ท่าจะยังอยู่อีกสักพักใหญ่ๆ

Mr.balloon
28th March 2009, 23:13
ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่มีความสุขกับการถ่ายภาพ
อันที่จริงก็กล้ำกลึ่งระหว่างถ่ายอาชีพและไม่อาชีพ

ทุกวันนี้ มี Olympus E-300 ไว้เล่นกับมือหมุน
และ Nikon D1x ที่ยังตอบสนองการทำงานได้เยี่ยมยอดอยู่
อีกอย่างลูกค้าส่วนใหญ่ของผมก็รับได้กับไฟล์ D1x
เผลอๆ ก็เอา E-300 ติด 50mm. Fix มือหมุนไว้ Snap shot ไปคู่กัน

สำหรับงานผมส่วนใหญ่ก็เน้น JPG ไม่ RAW
ต้องปรับแต่งให้ Final ที่กล้องเลย เพราะไม่มีเวลามาแต่งภาพ
ผมมักฝึกฝนการควบคุมกล้อง WB / EV แบบไม่ต้องละสายตาจาก VF อยู่บ่อยๆ
สำหรับผมความรู้สึกดีๆ ที่มีอยู่กับเจ้า 2 ตัวนี้ก็ยังคงอยู่ตลอดไป

เคยล้่มลุก...คลุกคลานกับเลนซ์มาก็มาก ซื้อๆ ขายๆ ไปก็เยอะ
บทสรุป... ณ ตอนนี้ ตั้งใจไว้ทันทีว่า "ซื้อเมื่อต้องใช้เท่านั้น"

Non-Digiphobia
29th March 2009, 08:07
ผมแปลกใจอย่างนึงนะครับ ทำไมกล้องมันไม่เหมือนเครื่องเล่นแผ่นเสียงนะ ตอนนี้ ตลาดคนเล่นเครื่องเสียง hi-end กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มหนึ่งยังให้ความสำคัญกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงอยู่ (ยังครั่ง analog กันอยู่) ผู้ผลิตเครื่องเล่นแผ่นเสียงหรือ Turntable ก็ยังแข่งผลิตกันอยู่ในระดับหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ software ที่จะมีให้เล่น (ตัวแผ่นเสียง) ก็แทบจะเลิกผลิตกันหมดแล้ว แต่กล้องไม่เห็นมีแนวโน้มไปทางนั้นเลย ไม่เห็นมีการพัฒนากล้อง film กันต่อเลยน่ะ

ผมเอา 2 เรื่องนี้มาเทียบกันก็เพราะผมว่ามันมีลักษณะคล้ายกันอยู่ตรงที่ว่า ทั้งการเล่นกล้องหรือถ่ายภาพกับการเล่นเครื่องเสียงนี่มันเป็นศาสตร์ที่เป็นทั้ง Art (ศิลปศาสตร์) และ Science (วิทยาศาสตร์) ผสมกันอยู่ในตัวน่ะครับ ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ล้วน ๆ และก็ไม่ใช่ศิลปศาสตร์ล้วน ๆ แต่

ekapongp
29th March 2009, 13:38
บางทีเหตุผลของคนกลุ่มหนึ่ง ก็ไม่สามารถเอาไปใช้ได้กับทุกคนนะครับ ไม่มีสิ่งใดที่ถูกต้องครบร้อยเปอร์เซ็นหรอก ก็เหมือนกับที่คนแก่ดุเด็กๆเวลาเค้าซนนั่นล่ะ ย้อนกลับไปดูหน่อยสิว่าตอนเด็ก ท่านๆคนไหนที่ไม่ซนบ้างล่ะ มันก็น่าจะมีบ้างล่ะครับเด็กแบบนั้น .. ซึ่งคนอื่นเค้าก็จะมองว่า ..ไม่ค่อยจะปกติ .. แต่เคยย้อนกลับไปคิดดูบ้างไหม? ไม่มีใครหรอกที่คิดว่าตัวเอง ไม่ปกติ เค้าก็มีเหตุผลของเค้า เค้ามีลักษณะนิสัยเฉพาะของเค้า .. อย่าพยายามเอาเหตุผลของตนเอง มาตัดสินคนอื่น ..

เหตุผลของตนเอง ใช้ตัดสินได้แต่เฉพาะตัวเอง .. เท่านั้นครับ

พอดีผมเกิดมาในยุคก่อนดิจิตอล นิดหน่อย นั่นก็เป็นแค่ยุคที่เกิด ตอนนี้ผมอยู่กับดิจิตอลเต็มตัว ใช้คอมพิวเตอร์ ใช้เครื่องมือดิจิตอล ใช้ประโยชน์และได้ประโยชน์จากมัน ผมไม่มีโอกาสได้จับ กล้องฟิล์ม SLR ผมเลยไม่มีความรู้สึกใดๆกับมันเลย .... เป็นความผิดของผมเหรอ....

พูดถึงกล้องอีกหน่อย ฟังก์ชั่นแฟนซีหวือหวาที่บางคนเรียก ผมใช้มันถ่ายวีดีโอลูกเอาไว้มานั่งดูกันเวลาวันหยุด ความสุขอันนี้เป็นผมถูกล้างสมองงั้นสิ ...

เหตุผลของบางคน ใช้กับผมไม่ได้ครับ..

NamKanon
29th March 2009, 18:16
ทุกวันนี้การแข่งขันทางการตลาดมันรุนแรงมากแต่ละบริษัทจะต้องมีทีมวิจัยทางด้านผลิตภัณท์และวิเคราะห์ตลาดที่ใหญ่มากๆและใช้ทุนวิจัยที่สุงมากด้วยแทบอยู่นิ่งไม่ได้เลยจะต้องรักษาความเป็นผู้นำตลอดเวลาทั้งสองด้าน(ผลิตภัณฑ์และการตลาด) เราเองไม่จำเป็นจะต้องตามให้ทันเทคโนโลยีแต่เพียงให้รู้ทันก็พอเราไม่สามารถต้านทานหรือปฏิเสธมันได้แต่เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันได้ชีวิตก็มีสุข ครั้งหนึ่งถ้าใครได้ติดตามข่าวเกี่ยวบริษัทที่ผลิตฟิล์มชื่อดังทั้งฝั่งญี่ปุ่นและฝั่งอเมริกาทั้งหลายไม่ได้ใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นเร็วมาก การบริโภคฟีล์มในการถ่ายภาพทั่วโลกน้อยลงมากบริษัทเหล่านั้นจำเป็นต้องหยุดสายพานการผลิตฟีล์มลงยังผลให้ต้องปลดคนงานออกเป็นแสนตำแหน่ง ในโลกบริโภคนิยมปัจจุบันมันมาเร็วและแรงมาก ผมเองก็เคยใช้กล้องฟีล์มทั้ง CanonและOlympusและก็ยังมีเก็บไว้อยู่แต่wไม่เคยคิดว่าจะเอากลับมาใช้อีกเพียงแต่เก็บไว้ในตู้โชว์เท่านั้น:x::o:

kokky
30th March 2009, 04:43
อยากให้กล้องอายุยืนๆ เหมือนตะก่อนจังเลยครับ เด่วนี้ตายกันง่ายจริงๆ

Take2
30th March 2009, 10:41
ผมว่าด้วยปัจจัยทางการตลาด............ที่พยายามยัดเยียดกล้องรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด..เช่น 18 เดือนต้องออกรุ่นใหม่...........คล้ายๆกับ วัฎจักร โทรศัพย์มือถือเลย

deathberry01
1st April 2009, 22:31
เมื่อมันเป็นดิจิตอล มันก็ย่อมสินมั่นคงล่ะครับ (มาเร็ว-เคลมเร็ว(มั้ง)-ซ่อมเร็ว(มั้ง)และไปเร็ว)

แต่ในงานของผมนี่ lifeview กะ จอเป้ง ๆ ได้ใช้นะครับ ต่อเข้าคอมกดได้ภาพลง คอมทันที มันสะดวกกว่าใช้ viewfinder ถ่ายแมลงและ cell จากกล้องจุลทรรศน์มาก ๆ เลยนะ ส่วนวิดีโอผมว่ามันเกินเหตุน่ะครับ (แต่อาจมีคนที่ซื้อเพราะเจ้านี่นะ)

แต่ต้องไม่ลืมว่ามันตกรุ่นเร็ว คำตอบมันก็เดิม ๆ ล่ะครับ ถ้าจะซื้ออะไรลองถามตัวเองก่อนว่าเราสามารถใช้งานมันได้คุ้มค่ากับราคาที่เราต้องจ่ายหรือไม่ ใช้เหตุผลให้มากที่สุดก่อนซื้อ

ปล. ยกเว้นท่านจะรวยมั่ก ๆ

ZssZ
1st April 2009, 23:26
สำหรับผมซึ่งเกิดในยุดค่อนข้างใหม่ เคยใช้กล้องฟิล์มคอมแพคสมัยเด็กๆ
(SLRก็มีแต่ถ่ายไม่เป็นใช้ไม่เป็น สมัยนั้นยังไม่รู้จักรูรับแสงเลยด้วยซ้ำ)
ถ่ายแต่คอมแพค ล้างฟิล์มออกมาทีนึงรูปเบลอมั่งฟิล์มเสียมั่ง
เสียดายรูปที่ไปเที่ยวกันทั้งครอบครัว
พอโตขึ้นมาได้เห็นคนที่ใช้กล้องSLRถ่ายรูปแล้วรู้สึกว่าอยากถ่ายรูปได้สวยๆแบบนั้นมั่ง มีงบหมื่นกว่า
เลยลองดูcannon Eos300 จำได้ว่าตอนนั้น300Dกำลังออกมาพอดี ราคาต่างกันลิบเกินเอื้อมสำหรับเด็กนักเรียนอย่างผม
แต่ด้วยความที่ไม่เคยถ่ายรูปด้วยกล้องSLR ไม่ได้เรียนถ่ายรูปมาด้วยแค่อยากถ่ายสนุกๆ กลัวว่าถ่ายฟิล์มมาแล้วจะเสียหมด เลยไม่กล้าเลือกกล้องฟิล์ม
เลยหันมามองกล้องดิจิตอลรุ่นเล็กแบบfuji s5000
ใช้ได้พักนึงรู้สึกว่าถ่ายสนุกถ่ายง่ายดีมาก รักการถ่ายรูปมากขึ้นทันที
ถ่ายเสร็จก็เอามาดูในคอม ถ่ายเล่นไปเรื่อยทุกซอกมุมในบ้าน หาความรู้เพิ่มเติมได้เรียนรู้และพัฒนาขึ้นมาจากกล้องตัวนี้แหละ
จนมันพังไปแล้วก็ไม่ได้ซื้อกล้องใหม่อีกเลย แต่ยังติดใจคิดว่าวันนึงต้องทำงานมีเงินแล้วจะกลับมาถ่ายรูปอีกครั้งให้ได้

ZssZ
2nd April 2009, 00:23
เห็นด้วยกับเรื่องที่ระบบทุนนิยมที่ผู้ผลิตพยายามฝังความคิดให้ผู้บริโภคคิดว่า
ของใหม่ดีกว่าของเก่าอยู่ตลอด ซึ่งทั้งที่จริงมันอาจจะเกินความจำเป็นอย่างที่ว่ากันก็ได้
แต่เรื่องที่กล้องออกมาใหม่ๆตลอด อายุของกล้องสั้นลงจาก10ปีเหลือ18เดือน
ไม่น่าจะเป็นข้อเสียได้เลย ผมมองอีกมุมนึงว่ามันเป็นข้อดี เพราะถ้าคิดว่ากล้องดิจิตอลรออีกสิบปีถึงจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมา คนที่ถ่ายรูปก็ต้องใช้กล้องแบบเดิมๆไปอีกสิบปีพอออกใหม่ทีนึงก็เหมือนเปลี่ยนแปลงไปทุกอย่าง ก้าวไปอีกมิติใหม่ของการถ่ายรูป แถมราคาแพงลิบ แล้วถ้าคนที่อยากเริ่มหรือหัดถ่ายรูปก้าวแรกอย่างผม ถ้าจะซื้อของใหม่ก็ไม่มีเงินพอ ถ้าจะซื้อของเก่ามือสอง มันก็เก่าเกือบ10ปีไปแล้วใครจะอยากใช้
แต่ที่เป็นอยู่แบบทุกวันนี้ ถ้าผมจะหัดถ่ายรูป งบเกือบสองหมื่นผมซื้อ400Dได้สบาย หรือรอไม่กี่เดือนก็ซื้อD60ได้ ราคาลงไปตั้งเยอะ เทคโนโลยีก็ไม่เก่ามาก(เทียบกับตอนผมหัด ด้วยงบใกล้กันแต่ได้แค่s5000) ตอนนี้ก้าวต่อมาเริ่มทำงานมีเงินเดือนผมก็เพิ่งซื้อD80มา (ถึงกล้องจะออกมานาน แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนอยากได้อยู่เยอะแยะ)
ถ้าคิดว่าตัวเองต้องใช้D80ต่อไปอีกสิบปี(นึกภาพไม่ออกเลย)คงแปลกๆอยู่ ถึงมันจะยังไม่พังผมก็คงซื้อตัวใหม่ก่อนอยู่แล้วล่ะ
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า พอมีD90sออกมาหรือรุ่นหลังจากนั้นแปปนึง ผมต้องทิ้งD80ไปหาของใหม่ให้ได้(ยกเว้นว่ามันจะคุ้มค่าที่จะเปลี่ยนจริงๆ ซึ่งคงอีก2ปีเป็นอย่างน้อย)
การที่กล้องออกใหม่เร็วขึ้นอยากให้มองว่ามันเป็นเรื่องของการพัฒนาโดยรวมมากกว่าครับ มันทำให้คนที่มีจินตนาการด้านการถ่ายรูปมีโอกาสเข้าหาวงการการถ่ายรูปได้ง่ายขึ้น และกล้องดิจิตอลก็เป็นอุปกรณ์นึงที่ทำให้ฝีมือพัฒนาได้เร็วขึ้น
ถึงจะมองอีกมุม ว่ามันก็เป็นดาบสองคมที่ทำให้คนถ่ายรูปขาดความละเอียดแม่นยำด้วยความคิดที่ว่า "ถ่ายไม่ดีเดี๋ยวก็ลบถ่ายใหม่ได้" ซึ่งบางทีผมก็เป็น
แต่มองในแง่อื่นๆแล้วผมว่ามันก็ยังเป็นข้อดีอยู่ครับ
ส่วนเรื่องกล้องฟิล์มให้ความรู้สึกได้มากกว่าอันนี้ไม่ขอแสดงความเห็นละกันครับ ความรู้สึกส่วนตัวของแต่ละคนเทียบเป็นข้อดีข้อเสียมันวัดลำบาก
.
อ่านกระทู้นี้แล้วตอนแรกก็มองที่พฤติกรรมผู้บริโภคแล้วรู้สึกว่าน่าคิดเหมือนกันครับ
แต่มองกลับไปตอนเราเริ่ม แล้วก็เกิดคำถามว่า
ถ้ากล้องออกใหม่ทุก8-10ปีเหมือนเดิม แล้วผมจะเริ่มจากกล้องตัวไหนดี
หรือถ้าทุกวันนี้ยังไม่มีกล้องดิจิตอล(หรือมีแต่ยังแพงเพราะมันออกมาแค่รุ่นแรก รุ่นสองรอไปอีกสิบปี)
ถ้าไม่เริ่มด้วยกล้องดิจิตอล(fuji s5000) ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่กล้าจับกล้องSLR แล้วเมื่อไหร่ที่ผมจะได้เริ่มถ่ายรูปนะ
.
ดีครับที่ออกมาเตือนสติบางคนที่กำลังตามกระแสสังคม ให้เค้าคิดได้:thumbup:
อย่าไปโทษการตลาดเพราะการตลาดมาบังคับให้เราซื้อไม่ได้หรอกครับ ยังไงมันก็เป็นเงินของเราอยู่ในมือเราเอง ต้องโทษที่เราควบคุมความอยากไม่ได้เองมากกว่า
หากเรารู้จักพอและเตือนสติตัวเองได้ มันก็ไม่ทำให้เราหรือใครเดือดร้อน
การที่โลกหมุนเร็วจนเราตามไม่ทันมันแปลว่าโลกกำลังพัฒนา(ทางด้านวัตถุ)
มองดูโลกมันหมุนไปแล้วคิดซะว่าวันนึงมันจะทำให้เราอยู่อย่างสุขสบายขึ้นดีกว่าครับ

kabkabkab
2nd April 2009, 00:25
เวลาเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน การตลาดเปลี่ยน
ปัจจุบันกล้องราคาถูกลงมาก เมื่อคิดเทียบค่าเิงินและรายได้ผู้บริโภค
กล้องที่เคยเป็นตลาด Niche ก็กลายเป็นตลาด Mass
จะชอบ หรือไม่ชอบ ก็ต้องยอมรับ และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันครับ

Saika
2nd April 2009, 12:14
ผมมองว่าแท้จริงแล้วไม่ต่างกันเท่าไหร่เลยครับ เนื่องจากยุคสมัยเก่านั้นกล้องฟีล์มใช้ฟีล์มเป็นตัวรับภาพ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าจะต้องทนไม้ทนมือเพราะเราสามารถเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวรับภาพได้ตลอดเวลา บอดีกล้องจึงไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับส่วนนี้มากนัก แต่ก็ต้องแลกมากับค่าใช้จ่ายที่สูงในเรื่องของฟีล์ม พอมายุคหลัง ตัวการสำคัญที่ส่งผลให้กล้องราคาสูงก็ยังเป็นส่วนรับภาพอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็น ชิพประมวลผล หรือ เซนเซอร์รับภาพ ก็คือระบบที่จะทำให้ภาพปรากฏตรงที่เราต้องการ ผมมองว่าเหมือนเป็นการจ่ายที่เดียวล่วงหน้านะครับ แต่เอกลักษณ์ของกล้องทั้งสองชนิดก็มี สามารถดูออกมาบนภาพถ่ายได้ว่าภาพไหนถ่ายด้วยกล้องฟิล์ม ภาพไหนถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล เพราะกระบวนการทางเคมีกับกระบวนการทางดิจิตอล ยากครับจะทำให้เหมือนกัน ราคาค่าใช้จ่ายนั้นผมมองว่าพอๆ กันแต่ความสะดวกไม่เท่า ความสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะของมันเองครับ

ส่วนเรื่องการเปลี่ยนกล้องบ่อยเป็นเรื่องของบุคคลครับ ใครคิดได้ยังไงมันว่ายากครับ เหมือนเราทานข้าว ถามว่าเราทานมื้อเดียวเหมือนพระมันเพียงพอแก่การดำรงชีวิตหรือไม่ มันก็พอจริงๆครับ แต่ถามว่าทำไมเรายังต้องทาน สองมื้อ สามมื้อ และอาหารก็ไม่ซ้ำหรือแปลกไปเรื่อยๆ นับประสาอะไรกับกล้องครับ ใครพอใจ ไม่พอใจ มีความต้องการมากน้อย เค้าเหล่านั้นก็จะดิ้นรนเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองไปเรื่อยๆ จนกว่าจะอิ่มนั้นแหละครับ แล้วถ้ามันมาเกินไปละ เค้าเหล่านั้นก็จะเดือดร้อนไปเองครับ เงินไม่พอกิน ทะเลาะกับภรรยา บราๆๆๆๆๆ เป็นผลมาจากการตัดสินใจอะไรสักอย่างทั้งนั้นครับ ที่เราทำได้คือเตือนตัวเราเองให้ดี สอนตัวเองให้ดี และก็เตือนผู้อื่นครับ ส่วนเค้าจะเดินยังไงก็ต้องให้เค้าเลือกเองครับ

จริงๆผมชอบภาพจากกล้องฟีล์มครับ มันดูเนียนๆกว่ากล้องดิจิตอลผมครับ แต่ผมคงรอให้รายได้ดีกว่านี้ก่อนแล้วค่อยใช้อะครับ

teddie
5th April 2009, 17:33
อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย กระแสหลักๆในการทำให้คนมีพฤติกรรมแบบนี้ส่วนหนึ่งมาจากการอวดอุปกรณ์ครับ กล้องข้าเจ๋งของเอ็งห่วย ยี่ห้อที่ตัวเองใช้นี้ดีกว่าอีกยี่ห้อ เวลาถือกล้องรุ่นท็อปมันเท่ห์มาก ส่วนใหญ่เวลาเดินสวนกันถ้ากล้องไม่เจ๋งต้องเอาแอบๆ ส่วนพวกที่มีรุ่นท็อปๆมักจะชายตามองดูพวกที่ใช้ของรุ่นรองลงมาด้วยหางตาแบบเหยียดหยาม ผมเห็นออกบ่อย เคยเจอกับตัวเองด้วย!! ถ้าเป็นกล้องรุ่นเดียวกันก็มาวัดกันที่เลนส์ใครเลนส์เจ๋งกว่า ชนะ
(น่าเกลียดจริงๆ ใครที่ทำตัวแบบนี้อยู่เลิกเถอะครับ)
ไม่เหมือนช่างภาพชาวต่างชาติ ตัวใครตัวมัน อยู่ที่ว่าภาพของใครดีกว่าแค่นั้น
ที่ญี่ปุ่นนี่ตัวดีเลย ผลิตกล้องใหม่ๆออกมา แต่ประชาชนของเค้า80%ยังใช้กล้องฟิล์มกันอยู่เลย เพราะภาพจะดีหรือไม่ดีมันอยู่ที่คนถ่ายไงครับ ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ใหม่ๆเทพๆเลย

driver8
6th April 2009, 03:35
พอกล้องเริ่มตกรุ่น อะหลั่ยก็เริ่มหายาก ค่าซ่อมก็จะแพงขึ้น
บางคนก็เลยต้องรีบเปลี่ยน ขายมันก่อนจะไม่ได้ราคา
สำหรับผม ไม่ต้องการตามกระแสมากนัก เพราะงบน้อย ทุกวันนี้ยังใช้กล้องรุ่นเก่า ปรับความละเอียดไว้แค่ปานกลางเพราะคิดว่าความละเอียดยิ่งสูงยิ่งเปลืองharddisk คัดอัดแค่รูปที่ชอบเอามาดู ที่เหลือเก็บไว้ในคอม...

deathberry01
6th April 2009, 19:20
ตอนนี้เพิ่ม External HDD มาสองตัวแล้ว ผมว่าถ้าใช้ทั่วไปถึงรับงานธรรมดา 8 ล้านนี่เอาอยู่แล้ว มันเหมือนจะลงทุนไปครั้งเดียวจบ แต่พอความละเอียดมากขึ้น มันก็จะพ่วงคอมที่ต้องแรงขึ้น Harddisk มากขึ้น ค่าไฟในการทำไฟล์ เป็นต้น

dipdc
6th April 2009, 20:10
อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย กระแสหลักๆในการทำให้คนมีพฤติกรรมแบบนี้ส่วนหนึ่งมาจากการอวดอุปกรณ์ครับ กล้องข้าเจ๋งของเอ็งห่วย ยี่ห้อที่ตัวเองใช้นี้ดีกว่าอีกยี่ห้อ เวลาถือกล้องรุ่นท็อปมันเท่ห์มาก ส่วนใหญ่เวลาเดินสวนกันถ้ากล้องไม่เจ๋งต้องเอาแอบๆ ส่วนพวกที่มีรุ่นท็อปๆมักจะชายตามองดูพวกที่ใช้ของรุ่นรองลงมาด้วยหางตาแบบเหยียดหยาม ผมเห็นออกบ่อย เคยเจอกับตัวเองด้วย!! ถ้าเป็นกล้องรุ่นเดียวกันก็มาวัดกันที่เลนส์ใครเลนส์เจ๋งกว่า ชนะ
(น่าเกลียดจริงๆ ใครที่ทำตัวแบบนี้อยู่เลิกเถอะครับ)
ไม่เหมือนช่างภาพชาวต่างชาติ ตัวใครตัวมัน อยู่ที่ว่าภาพของใครดีกว่าแค่นั้น
ที่ญี่ปุ่นนี่ตัวดีเลย ผลิตกล้องใหม่ๆออกมา แต่ประชาชนของเค้า80%ยังใช้กล้องฟิล์มกันอยู่เลย เพราะภาพจะดีหรือไม่ดีมันอยู่ที่คนถ่ายไงครับ ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ใหม่ๆเทพๆเลย

ข้อนี้จริงมากครับ ผมเคยเห็นเพื่อนเล่าให้ฟังบ่อยๆอยู่
และผมก็เคยเจอกับตัวเ่ช่นกัน
พวกมีอุปกรณ์ดี มักมองอุปกรณ์รุ่นรองแบบดูถูก หรือบางคนคุยโอ้อวดกันไป
ไม่เข้าใจ ว่ารักการถ่ายภาพ หรือรักการอวดอุปกรณ์กันแน่:x:

Nuclear
7th April 2009, 01:13
เป็นประเด็นที่ดีทีเดียวครับ ไม่ทราบว่ามีแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ทุกคนบนโลกได้คิดบ้างไหม ผมว่าดีทีเดียวครับ

สิ่งที่ผมอยากเสนอประเด็นความเปลี่ยนแปลงของกล้อง 2 ยุคนี้ คืออะไรคือสิ่งที่บริษัทกล้องจะสามารถพัฒนาได้ ใน 2 ยุคดังกล่าว
1. อะไรที่ทำให้ F5 ดีกว่า F4, F4 ดีกว่า F3 หรือ รุ่น top ในแต่ละช่วง ของกล้อง film ต่างๆ
ความทนทาน และความน่าเชื่อถือของสินค้าในยุคนั้น น่าจะเป็นเพียงหลักสำคัญอันเดียวสำหรับรุ่น top ในยุค film ส่วน film ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากล้อง กลับเป็นหน้าที่ของอีกฝ่ายแยกออกไป
2. ยุค digital ส่วนของ film กลับเข้ามาเป็นความรับผิดชอบของ บริษัทกล้องด้วย นั้นก็คือ เทคโนโลยีของ ชุดรับภาพในกล้อง กลับเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนา กล้อง ซึ่งส่วนนี้พัฒนาเร็วมาก ไม่สามารถคงสภาพความเป็นสุดยอดได้อย่างถาวร เหมือนที่บริษัทพวกนี้ทำเฉพาะกล้อง ที่ทำให้ทน เป็น หลักก็พอ (นอกจากนี้ยังมีเรื่องของระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย)

ผมว่าถ้าเป็นทางออก (จินตนาการเล่นๆ) ก็คือน่าจะมีคนคิดกล้องรุ่น top ที่มี module ของชุดรับภาพที่สามารถ upgrade ได้เรื่องๆ แล้วบริษัทกล่องก็พัฒนา module ของตัวเองเรื่องๆ หรืออาจมี third parties ต่างๆ ทำ module มาใ ช้กับกล่องนั้นได้ด้วย กล่องรุ่น top อันนั้นก็สามารถยืนพื้นเป็นกล่องที่ใช้ไปอีก หลายปีได้ (แต่ก็คงไม่เป็น 10 ปีเหมือนกล่อง film)

Nuclear
7th April 2009, 01:14
กล้องรุ่นกลางใหม่ๆ ดีกว่ากล้องรุ่น top เก่าๆ เพราะ สิ่งทีบอกว่าดีกว่าคือคุณภาพของภาพที่ออกมา ไม่ใช่ความทนทานและน่าเชื่อถือของกล้อง เพราะรุ่นกลางๆ ก็ไม่ใช่ เชื่อถือไม่ได้

nes20
7th April 2009, 12:20
ผมเป็นคนนึงที่พอมีโอกาสซื้อกล้องก็ยุก ดิจิตอลแล้ว....
และ SLR ธรรมดาก็ไม่มีความรู้เลย....อาศัยดิจิตอลนี่แหละ..ถ่ายแล้วดูใช้ไม่ได้ก็ลบ
ถ้าใช้กล้องฟิล์มคงหมดตังเรื่องล้างรูปไปหลาย....
แต่ว่าใจอยากถ่ายฟิล์มมากกว่า...เพราะว่าในความรู้สึกมันน่าจะได้ฟิลแบบนักถ่ายภาพมากกว่า
แต่ก็เกิดมายุกนี้แล้วก็ได้ความสะดวกไปอีกแบบครับ...

อ่านมาแลวก็กลับมามองตัวเอง....ตอนนี้ก็เลยรักเจ้า 350 ขึ้นมาอีก
ความคิดอยากเปลี่ยน..คงรอจนกว่ามันจะไม่สามารถถ่ายได้ค่อยเปลี่ยนดีกว่า

JEE
7th April 2009, 12:33
ผมว่าถ้าเป็นทางออก (จินตนาการเล่นๆ) ก็คือน่าจะมีคนคิดกล้องรุ่น top ที่มี module ของชุดรับภาพที่สามารถ upgrade ได้เรื่องๆ แล้วบริษัทกล่องก็พัฒนา module ของตัวเองเรื่องๆ หรืออาจมี third parties ต่างๆ ทำ module มาใ ช้กับกล่องนั้นได้ด้วย กล่องรุ่น top อันนั้นก็สามารถยืนพื้นเป็นกล่องที่ใช้ไปอีก หลายปีได้ (แต่ก็คงไม่เป็น 10 ปีเหมือนกล่อง film)

- เคยมี Leica R8 film/digital โดยเปลี่ยนฝาหลัง เเต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

- สำหรับ digital full frame 35mm format อีกหน่อยน่าจะมีนะ เเค่ส่งศูนย์เปลี่ยน sensor ใหม่ เปลี่ยน board ใหม่
เหมือนเป็นการอัพเกรด โดยยังใช้บอดี้เดิม ผมว่าทาง Canon น่าจะทำได้เร็วกกว่าเพื่อน เเละโดยเฉพาะเรื่องปุ่ม
layout ที่ออกมาเเต่ละรุ่นมักไม่ค่อยเปลี่ยนซึ่งเป็นจุดดี เหมือน 1N/1V ที่หน้าตาตำเเหน่งปุ่มเเทบจะเหมือนกัน
ทำให้การอัพเกรดเเค่ไส้ในทำได้ง่ายขึ้น เเต่ที่ยังไม่ทำหรือทำไม่ได้อาจเป็นเพราะปัญหาเรื่องเเผงวงจรอย่างอื่นด้วย

- ส่วนปัจจุบันไอเดียนี้มีเเล้วเเต่เป็นกล้อง medium format ที่เปลี่ยน digital backs เอาเเทน



กล้องรุ่นกลางใหม่ๆ ดีกว่ากล้องรุ่น top เก่าๆ เพราะ สิ่งทีบอกว่าดีกว่าคือคุณภาพของภาพที่ออกมา ไม่ใช่ความทนทานและน่าเชื่อถือของกล้อง เพราะรุ่นกลางๆ ก็ไม่ใช่ เชื่อถือไม่ได้
- เห็นด้วยครับ เเล้วยิ่งอายุของกล้องสั้นเเค่นี้ทำให้ผมไม่อยากซื้อกล้องรุ่น Top อีกต่อไปเพราะรู้ว่าซื้อมา
ก็ใช้ไม่ทันคุ้มรุ่นใหม่ก็ออกอีกเเล้ว
- ซื้อรุ่นกลางถูกๆใช้ดีกว่า ไม่เจ็บตัวมาก ใช้คุ้มกว่า ถึงจุดคุ้มทุนเร็วกว่า

tera
8th April 2009, 02:38
กระทู้นี้และหลายๆความเห็น อ่านสนุกดีครับ

ทำให้มองเห็นช่วงเปลี่ยนจาก film เป็น digital ได้ดี อย่างมีสติ

ผมว่าอะไรที่มาเข้าร่วมในวง digital , micro processor แล้วก็ต้องมีการออกใหม่เรื่อยๆตามเทคโนโลยีเหมือนคอมพิวเตอร์

ฝรั่งที่พูดถึงคนนั้นคงหวนคิดถึงความหลังขึ้นมา

ถ้าย้อนเวลาไปเจอช่างภาพในอดีต ยุคที่เปลี่ยนจากการใช้แผ่นรับภาพเปียกๆมาเป็นแบบแห้ง และเริ่มใช้ film รุ่นแรก อาจพูดถึงรุ่นปู่ของตัวเองต้องเอามือวาดรูปเอง ตามรอยแผ่นสารเคมีที่รับแสง จากกล้องขนาดยักษ์ เพื่อบันทึกภาพ

แต่รุ่นตัวเองมี film แล้ว สบายขึ้นเยอะ (ทั้งที่กล้อง film อันแรกก็ fixed focus, fixed shutter speed ถ่ายรูปเสร็จต้องส่งทั้งกล้องกลับไปให้บริษัทล้างรูปให้ )

พอรุ่นลูกมีกล้องฟิล์ม 35 mm ออกมา Leica มีเลนส์ fix 50 mm มี contax , canon.. รุ่นต่อๆมายังเปลี่ยนเลนส์ได้ ปรับ shutter speed, aperture ต่างๆได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ยังมีไฟแฟลชต่างๆเข้ามาอีก

ถ้าช่างภาพในอดีตคนนั้น ได้พูดถึงพฤติกรรมผู้บริโภคกล้องในเวลานั้นบ้าง คงมีความเปลี่ยนแปลงให้เขียนได้สนุกไม่น้อยเหมือนกัน แต่อาจไม่รวดเร็วหยุมหยิมเหมือนในยุคดิจิตอล



ใครถูกกระแสทุนนิยมชักนำหรือโดน function ขนมหวานต่างๆมาล่อหรือเปล่า ผมว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลครับ

บางคนอาจถูกกระแสเทคโนโลยีพัดพาไป เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์
บางคนก็ไม่ได้ถูกพัดพา แต่เลือกหยิบเอาเทคโนโลยีอะไรที่พัดผ่านมา เอามาใช้เกิดประโยชน์ เกิดความสุขกับตัวเองได้เท่านั้นเอง


ผู้ผลิตก็ต้อง supply มาตาม demand ที่วิจัยมาแล้ว ว่าทำออกมาแล้วจะดี เป็นที่ถูกใจกลุ่มเป้าหมาย ทำให้แข่งขันได้ดีขึ้น ก็หมายถึงความสำเร็จขององค์กรผู้ผลิต

จะลองออกเทคโนโลยีอะไรที่ดูไม่มีประโยชน์ก็คงส่วนน้อย คงจะมีกลุ่มเป้าหมายสักกลุ่มที่สนใจพวก fancy feature ที่ว่านี้


ส่วนเรื่องอวดอุปกรณ์ว่าใครเจ๋ง ใครกล้องใหญ่กล้องเล็ก ใครมองหยามใครเพราะอุปกรณ์แพงกว่า
เป็นเรื่องของคน IQ ต่ำ , ไม่ได้มีจิตใจรักการถ่ายภาพ, ไม่ก็มีปมด้อยบางอย่างทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง...อย่าไปสนใจ

krobmuk
8th April 2009, 12:33
ผมอ่ะต้องให้มันพังคามือเลยและ มะงั้นก็คงไม่เปลี่ยนหรอก
เพราะว่าเดียวนี้กล้องออกใหม่แทบทุกวัน (หลายๆยี่ห้อ)
จะตามก็ตามไม่ทันหรอก เหมือนมือถือนั้นแหละแย่งกันออกเลย

ชาวหนอน
8th April 2009, 17:30
ผมถ่ายภาพมา 18 ปีแล้ว กล้องที่ใช้ยุคแรกๆ พวก eos 5 d ฟังคุย jee พูดแล้วเห็นภาพในอดีตเลยก็ว่าได้ สมันนั้นผมกับเพื่อนที่ชอบถ่ายภาพ ชอบคุยกันเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพมากที่สุด อุปกรณ์ไม่ต้องพูดถึง อุปกรณ์ที่ผมใช้นานที่สุดคือ eos 3 นานนับ 10 ปีที่เดียว และแล้วโลกดิจิมอลก็ทำผมสับสนในชีวิตไประยะหนี้ เหมือนโดยพายุเทคโนโลยี่โหมเข้าใส่ เริ่มจาก เอ 60 จี 5 350 ดี ไม่พอใจสักตัว จนมาถึง 30 ดี เริ่มมองกลับไปข้างหลังทำไม ๆๆ เราเปลี่ยนกล้องเร็วเหลือเกิน และราคากล้องแพงเกินความจำเป็นหรือเปล่า พอคิดได้สติก็กลับมา นับแต่วันนั้นถึงวันนี้ 30 ดี ยังอยู่และจะอยู่ตลอดไป จนกว่าจะใช้ไม่ได้ ไม่ใช้ไม่อยู่เพราะทนใช้ไม่ได้ เดียวนี้ผมซื้อ จี 10 มาอีกตัวเพราะว่ามันไม่ใหญ่เกินกว่าคนทางบ้านจะรังเกลียดมัน เหมือนที่เธอรังเกลียด 30 ดี ฮิๆ เพราะเธอบอกว่าทำไม ไอ้กล้องดีๆ จะต้องตัวโตๆ ด้วย ( ไร้เหตุผล ) เถียงไม่ออก ก็เลยอยากจะบอกต้องนี้ว่ากล้องอะไรก็ตามถ้าเราเข้าใจ และใช้มันให้เหมาะกับตัวเองแล้ว ใช้ไปเถอะครับ อย่าไปตามกระแสพายุเทคโนโลยีเลย พอเพียงครับเหมาะที่สุดสำหรับยุคนี้

Ace-pilot
9th April 2009, 09:50
เดี่ยวนี้อะไรก็โทษว่ากล้องห่วยเลนส์ไม่ดี
ถ่ายไม่คม ไม่ชัดก็ว่าเลนส์ห่วย ต้องเปลี่ยน ทั้งๆที่ถ่ายหลุดโฟกัส ภาพสั่น

oh2004
23rd May 2009, 10:12
สรุปได้ว่า กล้องรุ่นใหม่ กับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เป็นสิ่งที่มีเหตุมีผลของมันเอง ฝรั่งเจ้าของบทความไม่ได้ให้เหตุผลไว้ เพราะมันคงยาวมาก และผ่านการสั่งสมจากประสบการณ์"ส่วนตัว"มานาน จึงเพียงแค่เอาข้อเท็จจริงมานำเสนอสั้นๆ + ความคิดเห็นส่วนตัวนิดหน่อย

พวกเราต่างหาก ที่ช่วยกันอภิปรายจนเห็นถึงเหตุและผลครบถ้วน ทุกด้าน ทุกระดับ ทุกอาชีพ จนผมไม่ต้องเสนอเหตุผลอะไรเพิ่มเติมแล้ว

แม้จะเลือกเดินทางสายกลางแล้วก็ตาม แต่ทางสายกลางสำหรับแต่ละคน(ในโลกของปุถุชนนะครับ) มันก็ยังเป็นคนละทางกันอยู่ดีครับ

artyeg
24th May 2009, 00:41
ถ้ามีกล้องที่เปลี่ยนโมดูลเซนเซอร์รับภาพ+ชุดปรับISOที่เป็นมาตรฐานเดียวกันได้คงจะดีไม่น้อยนะครับ เหมือนเราเปลี่ยนฟิล์ม แต่ใช้ได้นานกว่าฟีล์ม ทีนี้ผู้ใช้ก็จะได้ไปเน้นเรื่องเลนส์กับฟิลเตอร์อย่างเดียว แฮะๆๆๆ....

vinosuke
24th May 2009, 19:51
5d ผมยังไม่มีใช้เลย พังสะงั้น

cassinova
30th May 2009, 12:57
ใช้ครับทำให้คิดอะไรได้อีกเยอะ แต่ก่อนผมเห็นพี่ผม บรรจงถ่าย ล้างเอง อะไรเอง กว่าจะได้แต่ละภาพ สุดท้ายแล้ว filmยังไงมันก็classic ก่อน ซึ่งกล้อง digitalให้ไม่ได้ เหมือนกับเพลง sound ดิบๆ กับ sound สังเคราะห์ ให้เหมือนดิบๆ ยังไง ก็สู่sound ดิบๆ แบบ analog ไม่ได้อยู่ดี นี้คือข้อแตกต่าง:clap:

http://doglookplane.multiply.com (http://doglookplane.multiply.com/)
http://www.doglookplane.com (http://www.doglookplane.com/)

sugarbeat
12th June 2009, 12:32
เพิ่งสมัครสมาชิกเว็บวันนี้เจอกระทู้แล้วรู้สึกว่า
คนถ่ายภาพแบ่งออกเป็น 3 ฝั่ง
1. คิดแบบแอนตี้เทคโนโลยีนิด
2. คนที่ไหลตามเทคโนโลยี
3. คนที่พยายามชั่งน้ำหนัก

โดยส่วนตัวแล้ว เลือกชื้อกล้องตามกำลังตามปัญญา
และก็มองว่า กล้องรุ่นใหม่ที่ออกมา ที่มีฟีเจอร์สำเร็จรูปเพิ่มเติมมา
ไม่ท้าทายความสามารถในการถ่ายของคนถ่ายเลย
อาจจะเป็นเพราะว่าความตั้งใจในการถ่ายเป้าหมายของคนต่างกัน
คนที่ทำเป็นอาชีพอาจจะแข่งขันกันสูงในด้านคุณภาพงาน
เลยจำเป็นต้องอัพเกรดอุปกรณ์และแอคเซสเซอรี่ของตนให้ทันกับยุคสมัย
แต่สำหรับตัวเราเอง เป็นพวกถ่ายภาพเพราะนึกอยากจะถ่ายและนึกอยากพัฒนาฝีมือตัวเอง
ใช้กล้อง DSLR ในโหมด Auto หรือใช้พวก Function | Feather ที่เขาทำไว้ให้ ภาพออกมาสวยดีแจ่มแค่ไหน ก็ไม่ใช่ฝีมือเรา
ส่วนเรื่องของ ความละเอียด pixel ที่ต่างกันที่พยายามแข่งกันทำออกมา มีประโยชน์แค่ตอนขยายภาพขนาดเท่าฝาบ้าน ถ้าอัดภาพขนาดโพสคาร์ดทั่วไป ความละเอียดของภาพก็ไม่ต่างกัน
แล้วแบบนี้เราจะวิ่งไปเปลี่ยนไปอั๊พเกรดตัวบอดี้กันทำไมนักหนา แต่ถ้านึกอยากเปลี่ยนเลนส์ เพราะระยะซูม หรือความเบลอ อะไรต่อมิอะไรมันต่างกันนี่พอทำเนา แต่ต้องวิ่งเปลี่ยนกล้องเพราะว่ามันชัดกว่า ดีกว่าด้านเทคโนลี (ที่ไม่ได้ช่วยให้ฝีมือถ่ายภาพดี) มันก็เท่ากับเด็กวัยรุ่นแข่งกันใช้สินค้าตามค่านิยมยังไงยังงั้นแหละค่ะ


สรุปแล้ว ใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ใช้ให้คุ้มกับความสามารถของมันเสียก่อน ก่อนที่จะเสียเงินเพราะคิดว่า "รุ่นใหม่ความสามารถดีกว่า" แต่ทั้งที่จริงแล้วที่ไร้ความสามารถ คือ คนถ่ายเอง

ป.ล. ว่าไปงั้นแหละค่ะ แค่จะปรับโฟกัส ปรับแสงยังทำไม่เป็นเลย ถ้าถูกหวยแจกพ็อตก็ว่าจะไปซื้อรุ่นราคาหลายแสนมาลองเหมือนกัน เผื่อจะได้ภาพเทพๆ แบบที่เขาเรียก โฮ๊ะๆๆๆๆๆ (เฉลี่ยการซื้อหวยรัดตะบานของอิฉัน 10000 วันต่อ 1 ฉบับ)

zerosource
14th June 2009, 08:56
เรื่องการผลิตและพัฒนาที่รวดเร็วก็น่ายินดีคับ
แต่เรื่องการเปลี่ยนแปลงที่ของเก่าๆจะหมดไปนั้นน่าเป็นห่วงยิ่ง

sabaimage
13th August 2009, 15:18
คุยกันเป็นบ้าเป็นหลัง
ขอขุดกระทู้นี้มาซักหน่อย
ขำพี่จีว่ะครับฮ่าฮ่า :P

มือเก่าย่อมแก่
13th August 2009, 23:32
พอถึงจุดหนึ่งก็จะชะลอตัวช้าลงเอง เหมือนกับคอมพิวเตอร์ที่ความเร็วCPUมากพอเหลือใช้ก็ไม่มีใครยอมซื้อเครื่องรุ่นใหม่บ่อยๆ
ตอนนี้มีความเห็นจากผู้ใช้กล้องหนาหูขึ้นเรียกร้องให้ผู้ผลิตค่ายต่างๆคิดถึงกล้องที่ผู้ใช้เลือกซื้อโมดูลsensor CCD หรือ CMOSมาเปลี่ยนเองได้ตามต้องการ
ไม่แน่ว่าอีก2-3ปีอาจมีกล้องที่สั่งประกอบตามต้องการก็ได้

z***z***z
14th August 2009, 00:49
มันรู้สึกได้ แต่อธิบายยาก
เหมือน เพลงดีีๆ ที่ฟังจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง
กับอีกเพลงเดียวกัน ที่พ่นออกมาจากเครื่องเล่น ซีดี
รู้สึกได้ จริงๆ

ว่าแล้วก็เปิดท้ายรถ คว้าเพลงเพราะๆได้ สี่ ห้า แผ่น
เดินทางต่อไป

MADA
16th August 2009, 21:11
สำหรับคนที่มีกล้องอยู่แล้ว เวลามีกล้องออกมาใหม่ๆก็คิดว่า เขาไม่ได้พัฒนากล้องมาเพื่อเรา เขาพัฒนากล้องให้กับคนที่ยังไม่มีกล้อง จ่ายเงินเท่าเดิมแต่ได้ของดีขึ้น เพื่อชดเชยโอกาศการเรียนรู้ที่ช้ากว่า คนที่มีกล้องอยู่แล้ว

sabaimage
17th August 2009, 18:07
ถ้าพี่จีไม่เข้ามา update กระทู้นี้
จะตามเลยเชียว อิอิ

aekiji
28th October 2009, 20:16
ผมถึงซื้อกล้องแค่ตัวละ20000กว่าบาทเองไงครับ เพราะคิดว่า กล้องเหียกๆก็ถ่ายออกมาให้สวยได้ อยู่ที่จินตนาการและโอกาสของเราเอง

oh2004
29th October 2009, 05:28
ผมถึงซื้อกล้องแค่ตัวละ20000กว่าบาทเองไงครับ เพราะคิดว่า กล้องเหียกๆก็ถ่ายออกมาให้สวยได้ อยู่ที่จินตนาการและโอกาสของเราเอง
สองหมื่นกว่านี่ ไม่เหียกแล้วครับ :Smiles2:

Unregistered
7th November 2011, 19:11
ที่อ่านในกระทู้ เรื่องกล้องรุ่นใหม่ กับกล้องฟิล์มเนี่ย ผมก็มีความคิดต่างเล็กน้อย ที่อยากจะเสนอ หลังจากที่อ่านมามาก คนที่เกิดมาทัน ยุคฟิล์ม ก็เข้าใจ อารมณ์ฟิล์ม ส่วนผม เคยจับกล้องฟิล์ม สมัยเด็กๆ โตมา ก็เริ่มหันเข้าหา ดิจิตอล ถ้ามองในมุมของ โทรศัพท์ ที่มีการหมุนไปตามกระแสโลก คือการพัฒนาให้ใหม่มากขึ้น ทำอะไรได้มากขึ้น ทั้งที่ลืมไปเลยว่า นั่นคือ โทรศัพท์ที่ใช้แค่ติดต่อสื่อสาร แล้วโทรศัพท์รุ่นเก่าๆ ล่ะ?
กล้องถ่ายรูปก็เช่นกัน ผมมีคำถามในใจว่า ถ้าผมยังรักในอารมณ์ฟิล์ม ปัจจุบัน ผู้ผลิต มีกล้องฟิล์มอย่างว่าหรือไม่ มีฟิล์ม กับฟิลเตอร์เกรดดีๆ ออกมาให้ใช้หรือไม่ มันหาซื้อได้ง่ายหรือไม่ เพียงแค่นั้นแหละ ทุกคนก็คงได้คำตอบในใจ แต่คนที่แย้งก็อาจจะบอกว่า ถ้าตั้งใจหา ก็จะได้อย่างที่เราต้้องการ ถูกต้องครับ ได้แน่ ถ้าหา แต่ความยากง่ายในการหาของเหล่านั้นล่ะ กับการที่ว่า เพียงแค่ถ่ายรูป
คุณถ่ายรูป คุณจะนึกถึงอะไร กล้องตัวโตๆ ถ่ายได้คมๆ สีหวานๆ เลนส์ขั้นเทพ หิ้วไปไหน ใครก็มอง หรือต้องการแค่ ความสุขเล็กๆ จากการถ่ายรูป ความทรงจำในวินาทีนั้น ที่น่าเก็บไว้ โดยไม่สนใจว่า สิ่งที่ถือ คืออะไร แต่ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ภาพ อย่างที่ใจเราต้องการ คำถามสุดท้าย ตามมาว่า "แล้วกล้องที่คุณถือกัน มันมีความหมายกับคุณแค่ไหน?" ถ้าสิ่งที่คุณได้รับจากมันคือ ความสุข ความทรงจำ ความพึงพอใจ ถ้าคุณได้ในสิ่งเหล่านี้ คุณยังจะข้องใจ กับกล้องที่คุณถืออยู่หรือไม่...นี่แหละ พอเพียง

tatui
8th November 2011, 11:00
กล้องดิจิตอลตอนนี้มันกลายเป็นสินค้าไอทีไปแล้ว
เหมือนคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เปลี่ยนรุ่นเป็นว่าเล่น
ผมถึงลงทุนกับเลนส์มากกว่าบอดี้
ส่วนกล้องฟิล์ม ผมยังเก็บFM กับ FM2 ไว้ครับ
ว่าง ๆ ก็เอามากดบริหารชัตเตอร์
ส่วนถ่ายภาพนั้น ตั้งแต่หาร้านล้างสไลด์ดี ๆ ไม่ได้ ก็เลิกถ่ายครับ
ปล.ยังคิดถึงสีที่ได้จากฟูจิเวลเวียอยู่ตลอด
ซึ่งผมว่าดิจิตอลแม้จะทำไงก็ไม่เหมือน