PDA

View Full Version : [มาแนะนำ] Hasselblad : เสน่ห์ของเลนส์ Synchro Compur C type



Hasselblad
18th March 2009, 22:40
Hasselblad : เสน่ห์ของเลนส์ Synchro Compur C types

Hasselblad ยังคงเป็น Medium format กล้องที่มีตำนานเล่าขานกันไม่รู้จบสิ้น เป็นเพราะมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพของเลนส์ที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ทุกนวตกรรมของ Hasselblad มีที่มาที่น่าสนใจ และทุกสิ่งที่ Hasselblad และ Carl Zeiss ร่วมกันประดิษฐ์ขึ้นหรือพัฒนาขึ้น ล้วนเพื่อพวกเรา..ที่เรียกตัวเองว่า นักถ่ายภาพ หรือผู้หลงไหลในมนต์เสน่ห์ของ Square Format ทั้งสิน ผู้ใช้ได้ประโยชน์จากนวตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นโดยตรง นี่เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของ Hasselblad ที่เราๆ ท่านๆ อาจจะรู้หรือลืมนึกไป หรืออาจจะเพิ่งรู้ตอนนี้ก็ได้

Hasselblad กับเลนส์ที่ควรรู้จัก

Hasselblad ผลิตเลนส์หลายรุ่นมาก เท่าที่มี พอแบ่งได้ 2 Series คือ

1 Lens for Hasselblad 200 Series ใช้รหัสของเลนส์ว่า F, FE
2 Lens for Hasselblad 500 Series ใช้รหัสของเลนส์ว่า C, CF
CF-C [ ในรุ่น 501C ] CFi และรุ่นล่าสุด CFE

( CFE lens มี contact ไฟฟ้าที่ตัวเลนส์เพื่อให้เลนส์ CFE series ทั้งหมด สามารถใช้ร่วมกับกล้อง 200 Series ซึ่งเป็นกล้องตระกูลไฟฟ้า ให้เลนส์รุ่นใหม่ๆ ทำงานร่วมกันได้กับกล้องเต็มระบบ Hasselblad จำเป็นต้องเลิกสายการผลิตเลนส์ Series FE เนื่องจาก Hasselblad หันไปพัฒนากล้อง H Sereis อย่าง H1 H2 H3D ร่วมกับ Fuji ซึ่งเป็นกล้อง Auto Focus Format 645 อย่างจริงจังแทน )

ขออนุญาตเล่าซ้ำนิดนึงนะครับ สำหรับท่านที่รู้แล้วก็ถือว่าเป็นการทบทวนละกันครับ
Carl Zeiss ผู้ผลิตเลนส์รายใหญ่ระดับต้นๆ ของโลก ออกแบบเลนส์ให้กับ Hasselblad เป็นแบบ Leaf shutter และอยู่ที่ตัวเลนส์ ไม่ได้เป็นแบบ Focal Plane shutter ที่อยู่ที่ตัวกล้องอย่าง SLR หรือ DSLR

Leaf shutter ที่ตัวเลนส์ มีเสน่ห์และข้อดีหลายอย่าง เช่น
- มี Image circle ที่มีขนาดใหญ่ นั่นหมายถึงความคมชัดของภาพที่ได้จากเลนส์สูงขึ้นกว่าแบบเดิมมาก
- ตัวเลนส์มีขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไปนัก
- เลนส์ให้ความสว่างกว้างสุด F 2.8 ( หรือ F1.4 เมื่อเทียบกับในformat SLR ) ซึ่งถือว่าสว่างมากเพียงพอสำหรับ Medium format
- Leaf shutter สามารถ Sync Flash ได้สูงสุดถึง 1/500 วินาที Carl Zeiss Prontor สามารถทำได้ตั้งแต่ห้า่สิบกว่าปีที่แล้ว ซึ่งยังไม่มีกล้อง Focal plane shutter ตัวใดสามารถทำได้สูงสุดขนาดนี้มาก่อนเลยจนถึงในปัจจุบัน

เสน่ห์ของเลนส์ C types

Hasselblad C lens type รุ่นแรกๆ เป็นสีเงิน หรือ บรอนซ์ มีหลายทางยาวโฟกัสให้เลือกใช้งานเช่น.. 50mm 60mm 80mm 120mm 150mm และ 250mm

ต่อมาพัฒนาสู่รุ่น Black C type ตัวเลนส์เป็นสีดำ มีหลายทางยาวโฟกัสให้เลือกใช้ เพิ่มมากขึ้นเช่น 40mm 50mm 60mm 80mm 100mm 120mm 150mm 250mm 350mm และ 500mm

Hasselblad โด่งดังมาก จาก C type T* Series ( ที สตาร์ ) ในรุ่นกระบอกเลนส์สีดำเนื่องจากเลนส์มีความคมชัดสูงและถ่ายทอดสีสันได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนใครที่ชื่นชม การถ่ายภาพ Black and White T* lens ถือว่าเป็นตำนานที่กล่าวขานจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว ในแง่ของความคมชัด ที่ไม่จัดจ้านจนเกินไปนัก และการไล่โทนสีที่เหมาะสมกับงาน Zone Systems ของ Ansel Adams ไม่เหมือนอย่างเลนส์ CF CFi CFE รุ่นใหม่ๆ ที่คมชัดจัดจ้านกว่า แต่ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเลนส์ในแต่ละยุค ซึ่งต่างชื่นชอบกันตามอัทธยาศรัย

เพราะ “ Hasselblad Fits to Anyone “

Hasselblad “ เหมาะกับคนทุกๆ คน “ ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ที่หลงไหลในมนต์เสน่ห์ของ ภาพจากเจลาตินฟิล์มสี่เหลี่ยมจัตุรัส และอีกหลายๆ เหตุผล ที่ไม่่ทราบเหมือนกันว่า Hasselblad เข้าไปนั่งอยู่่ในหัวใจเราตั้งแต่เมื่อไหร่…รู้ตัวอีกที Hasselblad ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและความทรงจำที่งดงามไปแล้ว…


เสน่ห์ของเลนส์ C ที่ไม่มีแล้วในเลนส์รุ่นใหม่ๆ อย่าง CF CF-C CFi และ CFE

เลนส์ของ Hasselblad ที่ผลิตออกมารุ่นหลังๆ Functions ของเลนส์บางอย่างถูกตัดออกไป ด้วยเหตุผลหลายอย่าง อาจจะเป็นเหตุผลทางด้านการตลาดของการผลิตชิ้นส่วน หรือความนิยมในการใช้งานในฟังชั่นนั้นๆ เริ่มลดลง จึงจำเป็นต้องเพิ่มฟังชั่นอื่นๆ ที่จำเป็นกว่า เข้ามาแทน

V X M Functions ที่หายไป ?

อะไรบ้างที่มีในเลนส์ C Series แล้ว ไม่มีในเลนส์ CF Series รุ่นใหม่ๆ

Flash Synchronization

X marked ยังคงอยู่ในเลนส์รุ่นใหม่ๆ เพื่อ Syncronize กับ Studio flash พัฒนารูปลักษณ์ใหม่ ให้ทันสมัยขึ้นและยังคง Sync ได้ทุกสปีดทั้งแต่ B ถึง 1/500 วินาทีเหมือนเดิม แต่ไม่มีเครื่องหมาย X ให้เห็นอีก

M Marked เสน่ห์อีกอันนึงของเลนส์ C ที่ไม่มีอีกแล้วในเลนส์รุ่นหลัง เมืื่อเลื่อนตำแหน่งของมาร์คมาที่ M หมายถึงการทำงานร่วมกับ Studio flash
Shutter speed ที่เลนส์จะถูกหน่วงเวลาจนกว่าแฟลชที่แวบในแต่ละครั้ง จะทำงานจนสุด flash duration/กำลังหรือความแรงของแฟลช ที่แฟลชจะจ่ายได้

ฟังชั่นนี้ถูกตัดออกไป เพราะ studio flash systems รุ่นใหม่ๆ มี Flash duration ที่เร็วกว่าและสูงกว่า ความจำเป็นของ M จึงหมดหน้าที่

V marked ถ้าพูดถึง Selft- timer ทุกคนต้องร้องอ๋อ..ใครจะเคยรู้บ้างว่า Hasselblad มีระบบตั้งถ่ายภาพตัวเองได้..

Hasselblad มี Self-timer ที่ตัวเลนส์มากว่าห้าสิบปีแล้ว..เสน่ห์ที่ Victor Hasselblad ใส่ใจให้คนถ่ายภาพได้มีรูปตัวเอง…เวลาอยู่คนเดียวกับฝูงแมวน้ำหรือนกเพนกวิน ที่ขั้วโลกเหนือ หรืออยู่กับฝูงอูฐกลางทะเลทราย..ในอาหรับ

หลายๆ คนอาจจะเพิ่งรู้ และคงจะได้ลองใช้ประโยชน์ของเจ้า V นี่ซะที หากใครที่ไม่มีเลนส์ C ใช้ ก็ไม่ต้องน้อยใจนะครับ เพียงแต่ตั้งกล้องไว้แล้วก็ไหว้วานคนที่เดินผ่านไปผ่านมากดชัตเตอร์ให้..ก็คงพอได้ .. อาจจะดูแปลกๆ หน่อย แต่ก็ดีกว่าไม่มีรูปตัวเองเลย..

V >> self-timer ทำงานอย่างไร..? ลองดูภาพประกอบตอนท้ายๆ นะครับ และลองทำตามดู..ไม่ยากอย่างที่คิด

1 ใช้นิ้วมือซ้ายดันปุ่มสีเงินขึี้นด้านบน ไปทางด้านหน้าเลนส์ กดค้างไว้ก่อน อย่าเพิ่งปล่อยนิ้ว ใช้นิ้วชี้มือขวา ดันปุ่มสีเงิน ให้เลื่อนจากเครื่องหมาย X ไปที่ V เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จไปหนึ่งขั้นตอน ( ถ้าปุ่มไม่เสีย..มันจะเลื่อนง่ายมาก ถ้าดันเท่าไหร่ก็ไม่ขยับ ก็อย่าฝืนนะครับ เพราะอาจจะไม่ได้ใช้มาเป็นแรมปี ปุ่มอาจจะค้างได้ แต่ส่วนมากจะขยับหรือเลื่อนง่ายได้ครับ )

2 ขั้นตอนต่อมา ที่ปุ่มกดชัตเตอร์ ปกติจะมีกระเดื่องอันเล็กๆ อยู่ที่ตำแหน่ง O ให้เลื่อนกระเดื่องอันนี้มาที่ ตำแหน่งมา T ( ดูภาพประกอบ )
เมื่อโฟกัสภาพ จัดองค์ประกอบเสร็จสรรพ วัดแสง ตั้ง shutter speed และ F-stop เรียบร้อยแล้วท่านเจ้าของกล้องมีเวลา 8-10 วินาที เท่านั้นที่จะต้องเดินหรือว่ิงไปยังตำแหน่งที่เล็งไว้ให้ทัน..หลัง 10 วินาทีไปแล้วการบันทึกภาพตัวเองเป็นอันสิ้นสุด

3 ที่กระเดื่องเล็กๆ ข้างปุ่มลั้นชัตเตอร์ ให้เลื่อนปุ่มนี้จากตำแหน่ง T กลับไปยังตำแหน่งเดิมคือ O บานพับที่หลังบอดี้กล้อง จะเลื่อนกลับไปยังตำแหน่งปกติ ตำแหน่ง V ที่เลื่อนไว้ก่อนหน้านี้จะกลับไปยังตำแหน่ง X ดังเดิม อันนี้เป็นปกติ ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ แสดงว่าปุ่มอาจจะค้าง อาจจะต้องใช้มือช่วยดันกลับไปที่ X แต่่ส่วนใหญ่จะดีดกลับไปที่ตำแน่ง X เองเป็นอัตโนมัติ

จากนั้นก็ขึ้นฟิล์มถ่ายภาพต่อไปได้ตามอัทธยาศรัย..

หวังว่า ทุกๆ ท่านที่เป็นแฟนพันธ์แท้ หรือแฟนพันธ์ทางของ Hasselblad คงได้รับความรู้กันพอสมควรนะครับ..ต่อไปจะได้มีรูปตัวเองหรือกับครอบครัว จากกล้อง Hasselblad กะเค้ามั่ง..ไม่ใช่ถ่ายอยู่ฝ่ายเดียว มีแต่รูปจากกล้อง Digi พอแก้ขัด..

ขอให้มีความสุขกับการถ่ายภาพครับ ขอบคุณ Victor Hasselblad ผู้ล่วงลับ ที่อุทิศทั้งชีวิตให้กับกล้องที่ดีที่สุดในโลก เพื่อให้พวกเราได้ใช้ถ่ายภาพกัน.. แบ่งปันความสุขกัน..ไม่มีเสื้อสีๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง..
ขอขอบคุณ ThaiD อีกครั้งที่เอื้อเฟื้อเนื้อที่ให้พวกเราได้แบ่งปันความรู้และร่วมแบ่งปันความสุขกัน..

ขอบคุณครับ

……Hasselblad…..

จอมมารพุงโต
18th March 2009, 23:05
GREAT!


แหล่ม อิ่มหรอย~ มีอีกขออีกนะครับ

neno-c
18th March 2009, 23:05
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ.........:flower:

aekez
19th March 2009, 00:02
ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่เลนส์ นี่แหละคือ Medium Format
แล้วมันก็คงที่ตลอดเวลา ไม่เห็นต้องมีพิกเซลเยอะๆ ไม่เห็นต้องมีเทคโนโลยีรับภาพใหม่ๆ

JEE
19th March 2009, 00:38
ผมหลงเสน่ห์ 6X6 format Hasselblad - Zeiss มานานมากเหมือนกัน
ขออนุญาตินอกเรื่อง/เพิ่มเติม

อยากให้เพิ่มเติมเรื่องทางยาวโฟกัสหน่อยครับว่า
ทางยาวโฟกัสของกล้อง medium format เทียบได้กับเท่าไหร่ของ 135 format
อย่างเช่น

Medium Format / 135 type format

250mm = 200 (long-telephoto)
150mm = 135 (telephoto)
120mm = 100mm (macro 1:1)
100mm = 85mm (short telephoto)

80mm = 50mm (normal-standard)

60mm = 35mm (normal wide)
50mm = 28mm (wide)
40mm = 24mm (ultra wide)

38mm = 20mm (super wide)


*38mm only SWC model

(ปล.) เเก้ให้ด้วยนะครับหากผมจำผิด

เลนส์ของ Hasselblad ในยุคหลังๆนี่มันมีรุ่นประหยัดออกมาด้วย
คือ CB จะอยู่ในช่วงประมาณเดียวกับ CFE/CFi (หลังปี 2000)

นัยว่าไม่มี feature บางตัว เเต่ดูภายนอกเหมือนกันหมด

ผมให้ความสังเกตุในเรื่องโครงสร้างวัสดุของ Zeiss-Hasselblad ในเเต่ละยุค
โดยเฉพาะวัสดุวงเเหวนโฟกัสจะเเตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

C - เหล็กทั้งดุ้น (เรียว/บาง โฟกัสลำบาก- เเต่ความคงทนสุงสุด)
CF - เรซิ่นหล่อเเข็ง (ใหญ่/หนืด ถนัดมือ- เเต่จะลื่นหากอยู่ในสภาพที่เย็นหรือร้อนเกินไป)
CFE/CFi/CB - ยาง (หนึบที่สุด- เเต่ความคงทนของยาง อายุสั้นที่สุดเช่นกัน)

H-series - Fuji Made (เเฟชั่น-ยางบาง หนึบ จับถนัดที่สุด)

Mr.balloon
19th March 2009, 08:00
กระทู้ดี มีประโยชน์ แบบนี้ (Y)

ขออนุญาตท่านเจ้าของกระทู้ นำขึ้นปักหมุดครับ
เพื่อเป็นวิทยาทานแกู่้ผู้ที่อยากศึกษา ระบบของ Hasselblad :clap:

Hasselblad
19th March 2009, 08:18
กระทู้ดี มีประโยชน์ แบบนี้ (Y)

ขออนุญาตท่านเจ้าของกระทู้ นำขึ้นปักหมุดครับ
เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้ที่อยากศึกษา ระบบของ Hasselblad :clap:

ขอบคุณสำหรับคำชมและคำแนะนำครับ..แต่ผมปักหมุดไม่เป็นครับ แหะๆ ใครรู้ช่วยทีครับ..

Mr.balloon
19th March 2009, 08:29
แต่ผมปักหมุดไม่เป็นครับ แหะๆ ใครรู้ช่วยทีครับ

เฉพาะ MOD (ผู้ดูแลบอร์ด) ครับ ถึงจะทำได้
สมาชิกทั่วไปทำไม่ได้
เผอิญว่า...ผมเป็น MOD ดูแลบอร์ดห้องมือหมุนครับ :flower:
มีหน้าที่ดูแลกระทู้ที่มีประโยชน์ และไม่มีประโยชน์

มีประโยชน์ ผมนำขึ้นปักหมุด เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้อยากศึกษาหาความรู้
อย่างกระูทู้นี้ครับ ผมคิดว่าคุณ Hasselblad คงใช้เวลามากแน่ๆ ในการ
กลั่นกรองความรู้่ที่มีพิมพ์ลง ให้สมาชิกได้ศึกษา (Y)

ส่วนที่...ไม่มีประโยชน์-ถามซ้ำ-ไร้สาระ ผมลบทิ้งครับ (N)

boaleng
19th March 2009, 11:00
ข้อมูลที่เป็นไทย อ่านง่ายๆ อย่างนี้

หายากครับ ขอบคุณมากๆ ครับ

moohunt21
20th March 2009, 06:28
ขอบคุณครับสำหรับความรู้ดีดี
เพิ่งได้ 500cm+50+100 มาเลยครับยังใช้ไม่ค่อยเป็นเลยครับ
กำลังหาอ่านวิธีใช้เลยครับ
ตอนนี้อยากทรายเรื่องการดูแลรักษา และ ทำความสะอาดด้วยครับ
ที่อังกฤษไม่อยากส่งช่างน่ะครับ ท่าทางราคาจะแรง
ไม่ทราบรบกวนพี่ได้ไหมครับ

Hasselblad
20th March 2009, 13:38
ขอบคุณครับสำหรับความรู้ดีดี
เพิ่งได้ 500cm+50+100 มาเลยครับยังใช้ไม่ค่อยเป็นเลยครับ
กำลังหาอ่านวิธีใช้เลยครับ
ตอนนี้อยากทรายเรื่องการดูแลรักษา และ ทำความสะอาดด้วยครับ
ที่อังกฤษไม่อยากส่งช่างน่ะครับ ท่าทางราคาจะแรง
ไม่ทราบรบกวนพี่ได้ไหมครับ

สวัสดีครับ..ดีใจครับที่ข้อมูลเหล่านี้ยังพอเป็นประโยชน์บ้าง...เรื่องการใช้งานให้ถูกวิธีและการดูแลรักษา คงต้องตั้งกระทู้ใหม่น่าจะดี..เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่..แต่รอเวลาแป๊บนึงนะครับ
เรื่องเรื่องซ่อมบำรุงก็ PM หาพี่ได้ตลอดเวลาครับ มีช่างที่ซ่อม Hasselblad ตั้งแต่สมัย Foto systems ยังเป็นผู้แทนจำหน่ายอยู่..คอยให้บริการพวกพี่เป็นอย่างดี รวดเร็วและราคาก็ไม่แพงครับ..ขอให้มีความสุขกับการถ่ายภาพครับ..

udkเอ้าชน
3rd October 2010, 17:24
ขุดกระทู้ขึ้นมาอ่าน
กระทู้ดีๆแบบนี้ ขอบคุณครับ

supachai_p
3rd October 2010, 22:02
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ครับ รับ Thank ไปด้วยนะครับ