PDA

View Full Version : [สอบถามปัญหา] รบกวนคนที่ใช้ lightroom ด้วยครับ



จอมมารพุงโต
12th March 2009, 23:31
ตอนนี้กำลังหัดใช้ครับ

มีปัญหาแรกมาสอบถามคือ

1. เวลาผมถ่ายมาเสร็จแล้ว ผมจะจัดการ file RAW ก่อนเพื่อนโดยการไรท์ใส่แผ่น DVD ก่อนครับ แล้ว copy ลง HDD เพื่อทดสอบดูว่าไรท์แผ่นผ่านเรียบร้อยดีหรือเปล่า

2. พอ file RAW ลงมาใน HDD แล้ว เวลา import เสร็จ ผมจะจัดการปรับแต่งไฟล์ให้เรียบร้อยทุกอย่างจนจบ ทำการ convert ไฟล์ RAW ที่ถ่ายมาโดยแยกเป็นไฟล์ xxx_original_2008_xxx.JPG และไฟล์ xxx_resize_2008_xxx.JPG ที่เป็นไฟล์ convert ที่ resize for preview เสร็จแล้วก็เตรียมไรท์ใส่แผ่น DVD เหมือนกันครับ

3. พอ convert เสร็จแล้วไรท์แผ่น แล้วทดสอบเปิดแผ่นดู เรียบร้อยก็จะจัดการลบไฟล์ RAW ทิ้งไปให้หมดเลยทั้งใน HDD และ CF Card




ปัญหาเกิดตรงนี้ครับ

ผมจะถ่ายด้วย file RAW + JPEG ที่ตั้งเป็น B&W ตลอดเวลา และไฟล์ภาพที่ออกมาก็น่าพอใจครับ จะไรท์แยกออกมายังไงดีครับ จะจัดการแบบไหนดีไม่ให้สับสน?

เพราะทุกวันนี้แผ่นเยอะแยะเต็มไปหมดครับ แผ่นนึง RAW แผ่นนึง convert แผ่นนึง B&W ที่ออกมาจากกล้องครับ

จอมมารพุงโต
12th March 2009, 23:36
ปัญหาที่สองคือ

ผมงงกับการจัดการ library ภาพของ lightroom ค่อนข้างมากครับ จะ import ยังไงไม่ให้สับสนว่าภาพนี้ได้ import มาก่อนแล้ว เพราะถ้าใช้ rename กับภาพใหม่จากกล้องเดิม โปรแกรมจะฟ้องว่าภาพที่จะใส่จะ rename ทับของเก่าครับ



ผมใช้กล้องหลายยี่ห้อ leica , ricoh , pentax , canon (เลิกใช้แล้ว) , nikon (เลิกใช้แล้ว) ที่เหลือเป็นฟิลม์ ซึ่งไม่แยกยี่ห้อ แต่จะแยกเป็นประเภทคือฟิลม์สี ฟิลม์ขาวดำแทน


การ import ผมจะเลือก import to invididual folder คือตั้งชื่อยี่ห้อขึ้นมาเลย และใส่ไฟล์จากกล้องนั้นๆ ลงไป


การ rename file เวลา import ก็จะตั้งชื่อตามนี้ครับ สมมติว่าใช้ pentax ก็จะใช้

PENTAX_RAW_2009_0001.DNG

พอเวลาจะ export ก็จะตั้งตามนี้ครับ

PENTAX_ORIGINAL_2009_0001.JPG
PENTAX_RESIZE_2009_0001.JPG

ประมาณนี้ครับ

ทีนี้พอเราใส่ไฟล์ใหม่ ๆ เข้ามามันจะฟ้องว่ามีภาพนี้แล้วครับ

พอจะมี option อะไรที่บ่งบอกได้บ้างว่าเราจะใส่ภาพเติมเข้าไปให้กับ album นี้ ๆ ครับ โดยที่ไฟล์ไม่ซ้ำของเดิม

จอมมารพุงโต
12th March 2009, 23:37
ปัญหาที่สามคือ

เวลา export to JPG เพื่อใช้ preview ผมจะจัดการ resize ภาพยังไงไม่ให้เกิน 200KB ครับ

อย่างใน photoshop เราทำทีละภาพได้ เกิน 200 ก็ลดอัตราบีบอัดให้ลงมา

แต่ทีนี้ระหว่าง export ภาพจำนวนมาก ๆ บางทีเราไม่สามารถทำได้ทุกภาพหรอกครับ บางภาพจะได้ไฟล์ประมาณ 350kb หรือมากกว่าครับ

ผม resize ที่ขนาดความกว้าง 900 pxl ครับ

จอมมารพุงโต
12th March 2009, 23:39
ปัญหาที่สี่คือ

การ sharpen ของ lightroom พอจะมีสูตรที่สวยงามกว่านี้มั้ยครับ?

พอดีดูบนจอแล้วก็โอเคนะครับ แต่พอส่งอัดแล้วรู้สึกหนักมือไปนิดนึงครับ

ผมใช้กระดาษรวม ๆ กันทั้งมันทั้งด้าน เวลาส่งอัดจะสั่งแยกแผ่นกันเลย แผ่นนี้อัดกระดาษด้าน แผ่นนี้อัดกระดาษมัน แผ่นนี้อัด 8x10 แผ่นนี้อัด 5x7

ประมาณนี้ครับ


สมัยก่อนทำบน file TIFF ที่สแกนมา เลือกเฉพาะภาพที่ชอบ ๆ ได้

ทีนี้ยุคนี้เค้าถ่ายกันเยอะแยะเหลือเกิน :P


พอมันเป็นงานปริมาณมาก ๆ นี่ก็เอาเรื่องเหมือนกันนะครับ

จอมมารพุงโต
12th March 2009, 23:44
ปัญหาถัดมาคือ

เวลาเราใส่ memory card ไปแล้ว capture one จะเด้งออกมาเตือนให้เรา import ภาพตลอดเลยครับ

จะแก้ยังไงให้ lightroom เด้งรับหน้าเสื่อแทนครับ

ไม่เป็นปัญหาต่อการใช้งาน แต่รำคาญครับ

จอมมารพุงโต
12th March 2009, 23:45
อีกข้อนะครับ อย่าเพิ่งเปลี่ยนช่อง :D


งงกับ catalog ของมันครับ เวลาเราเปลี่ยน มันจะต้อง restart เพื่ออะไรครับ?

Suthikon
13th March 2009, 00:09
ผมว่าลองไปหาหนังสือมาอ่านดีกว่า เล่มนี้ก็ได้ครับ อธิบายได้ละเอียดดี http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=117114

pao319
13th March 2009, 00:12
55555 วันนี้ถามเยอะเหมือนเด็กวัยเตาะแตะเลยครับ ผมผ่านนะครับ แวะมาให้กำลังใจเฉยๆครับ ลงห้องแสงไว้ยังใช้ไม่เป็นเหมือนกันครับ

DOFJerk
13th March 2009, 11:30
ปัญหา export อาจจะลองหา plugin ดูครับ.. อาจจะมีตัวที่มันกำหนดโน่นนี่ได้มากขึ้น..
เพราะ Lightroom ใส่ได้แต่ Export plugin..

boy_31777
13th March 2009, 14:32
มารอฟังด้วยคน

Suthikon
13th March 2009, 14:58
ปัญหาถัดมาคือ

เวลาเราใส่ memory card ไปแล้ว capture one จะเด้งออกมาเตือนให้เรา import ภาพตลอดเลยครับ

จะแก้ยังไงให้ lightroom เด้งรับหน้าเสื่อแทนครับ

ไม่เป็นปัญหาต่อการใช้งาน แต่รำคาญครับ
ไปที่ edit แล้วเลือกตรง import ติกตรง show import dialog when a memory card is detect

ตาสว่าง
13th March 2009, 15:43
แนะนำให้ซื้อหนังสือ Lightroom 2 by Kelby นะครับ มีแปลเป็นไทยแล้ว แล้วจะรักโปรแกรมนี้อีกมาก

จอมมารพุงโต
13th March 2009, 16:15
:Smiles2:
แนะนำให้ซื้อหนังสือ Lightroom 2 by Kelby นะครับ มีแปลเป็นไทยแล้ว แล้วจะรักโปรแกรมนี้อีกมาก

ของตาคนนี้ผมอ่านไม่รู้เรื่องครับ สารภาพ ไม่รู้ว่าคนแปลแปลยังไงให้คนไทยอ่านไม่รู้เรืองครับ :P

เคยอ่านภาคภาษาอังกฤษก็ประมาณกัน อารมณ์ขันสูง


ไว้จะสั่งเล่มอื่นมาอ่านดูครับ อันนี้ปัญหาเฉพาะหน้าน่ะครับ เพราะได้ได้ลองอาทิตย์เศษเองครับ

wanlop
14th March 2009, 03:40
อ่านแล้วเหนื่อยแทน....
ตอบ ปัญหาที่สี่ ก่อนเลย

ถ้าคุณจอมมารฯ ใช้ Export ของ LR ให้สังเกตในหัวข้อ Output Sharpening มีตัวเลือกสำหรับ Output Sharpen เป็น Screen, Matte, Grossy paper และเลือกระดับได้เป็น low, standard, high อันนี้ต้องลองเองแล้วครับ ว่า ต้องการขนาดไหนจึงจะพอดี ซึ่งเป็นการปรับระดับสุดท้ายที่ไม่เกี่ยวกับ Sharpen ในโหมด Develop ของโปรแกรม

Sharpening ในโหมด Develop ของ LR มีลักษณะคล้าย USM ของ PS คือ มีตัวเลือก Amount, Radius, ส่วนค่า Detail และ Masking ใช้แทน Threshold

Sharpening จะได้ผลดีเฉพาะกับ RAW file แต่กับ JPEG มักจะมีสิ่งรบกวนตามมาด้วย

wanlop
14th March 2009, 03:46
ต่อไป ปัญหาที่สอง

คงเป็นเพราะวิธีตั้งชื่อไฟล์ เพราะมันซ้ำเดิม (หรือเปล่า) ต้องเลี่ยงไปใช้ชื่อไฟล์ในฟอร์แมทที่ไม่ซ้ำกัน อาจจะเป็น ปี-เดือน-วัน-index น่าจะแก้ปัญหานี้ได้

ในกรณีที่มีภาพอยู่แล้ว ในขั้นตอน Import ลองคลิกตัวเลือก Don't re-import suspected duplicates ออกไป LR น่าจะยอมให้ import เข้ามาใหม่ได้ และจะตั้งชื่อไฟล์แบบมี "-1" ต่อท้าย

อันนี้ไม่แน่ใจว่าจะตรงกับปัญหาหรือไม่ ลองดูครับ

wanlop
14th March 2009, 04:06
และต่อไปนี้เป็นปัญหาที่ผมว่า ตอบยากที่สุด คือข้อแรก

workflow ของคุณจอมมารฯ ไม่ค่อยเหมือนกับที่ผู้ผลิต LR คาดไว้ ก็เลยมีความยุ่งยากเพิ่มขึ้น และผมสังเกตว่ามีการเก็บข้อมูลใน DVD เยอะแผ่นมากๆ หลาย Version ด้วย ถ้ามีมากขึ้นถึงจำนวนหนึ่ง จะพบเรื่องความซ้ำซ้อนของข้อมูล และต้องเป็นภาระให้คัดแยกอีก

ข้อ 1. การสำรอง RAW ไว้ใน DVD เป็นอันดับแรก ถูกต้องครับ เป็นการรับประกันว่า RAW ของเราสมบูรณ์ และสามารถเก็บเป็น Reference ได้ สามารถนำมาใช้ได้ภายหลัง

แต่ข้อ 2. และ ข้อ 3. ผมไม่ค่อยเห็นด้วย ทำไมต้องแยก Original, Convert และยังลบไฟล์ในคอมพิวเตอร์ออกเพื่อเปลี่ยนเป็น DVD 2 แผ่น คือ ขนาดภาพจริง และ ขนาดภาพเล็กลง นั่นหมายถึง คุณจอมมารฯ จะมีภาพเดียวกัน 3 ชุด (เมื่อรวมกับข้อ 1. RAW)

ความเห็นของผมคือ เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ทำงานผ่าน Library ของ LR เมื่อต้องการอัดภาพก็ค่อย Export ออกไปตามที่ต้องการ เมื่อต้องการปรับแต่งเพิ่มเติมก็ยังสามารถทำได้

โดยปกติ LR จะ Backup library อยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์ (ตั้งได้) ซึ่งเก็บอยู่ใน Lightroom>Backups>YYMMDD โดยสำรองเฉพาะข้อมูลการปรับแต่งภาพ ไม่ได้สำรองตัว RAW file ถ้าต้องการความปลอดภัยสูง ก็สามารถเก็บลงใน DVD เฉพาะค่า backups เหล่านี้ได้ (เพราะคุณจอมมารฯ เก็บ RAW ไฟล์ไว้ใน DVD ก่อนหน้านี้แล้ว)

ในความเห็นของผม แผ่น DVD เสี่ยงต่อการสูญหายของข้อมูล มากกว่า HDD ครับ และอยากให้มีระบบสำรองข้อมูลด้วย HDD เพื่อป้องกันการเผลอลบข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ

จอมมารพุงโต
14th March 2009, 11:17
และต่อไปนี้เป็นปัญหาที่ผมว่า ตอบยากที่สุด คือข้อแรก

workflow ของคุณจอมมารฯ ไม่ค่อยเหมือนกับที่ผู้ผลิต LR คาดไว้ ก็เลยมีความยุ่งยากเพิ่มขึ้น และผมสังเกตว่ามีการเก็บข้อมูลใน DVD เยอะแผ่นมากๆ หลาย Version ด้วย ถ้ามีมากขึ้นถึงจำนวนหนึ่ง จะพบเรื่องความซ้ำซ้อนของข้อมูล และต้องเป็นภาระให้คัดแยกอีก

ข้อ 1. การสำรอง RAW ไว้ใน DVD เป็นอันดับแรก ถูกต้องครับ เป็นการรับประกันว่า RAW ของเราสมบูรณ์ และสามารถเก็บเป็น Reference ได้ สามารถนำมาใช้ได้ภายหลัง

แต่ข้อ 2. และ ข้อ 3. ผมไม่ค่อยเห็นด้วย ทำไมต้องแยก Original, Convert และยังลบไฟล์ในคอมพิวเตอร์ออกเพื่อเปลี่ยนเป็น DVD 2 แผ่น คือ ขนาดภาพจริง และ ขนาดภาพเล็กลง นั่นหมายถึง คุณจอมมารฯ จะมีภาพเดียวกัน 3 ชุด (เมื่อรวมกับข้อ 1. RAW)

ความเห็นของผมคือ เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ทำงานผ่าน Library ของ LR เมื่อต้องการอัดภาพก็ค่อย Export ออกไปตามที่ต้องการ เมื่อต้องการปรับแต่งเพิ่มเติมก็ยังสามารถทำได้

โดยปกติ LR จะ Backup library อยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์ (ตั้งได้) ซึ่งเก็บอยู่ใน Lightroom>Backups>YYMMDD โดยสำรองเฉพาะข้อมูลการปรับแต่งภาพ ไม่ได้สำรองตัว RAW file ถ้าต้องการความปลอดภัยสูง ก็สามารถเก็บลงใน DVD เฉพาะค่า backups เหล่านี้ได้ (เพราะคุณจอมมารฯ เก็บ RAW ไฟล์ไว้ใน DVD ก่อนหน้านี้แล้ว)

ในความเห็นของผม แผ่น DVD เสี่ยงต่อการสูญหายของข้อมูล มากกว่า HDD ครับ และอยากให้มีระบบสำรองข้อมูลด้วย HDD เพื่อป้องกันการเผลอลบข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ


ใช่ครับ ข้อแรกทำเพื่อให้มั่นใจว่าไฟล์ไม่หาย ผมไรท์แผ่นแรกเสร็จ จะเก็บไว้ในกล่องแฟ้มแขวนเลยครับ ติดป้าย และแทบจะไม่จับอีกเลย

แผ่นที่สองจะใส่กระเป๋าไว้ เผื่อใช้งานจะเรียกใช้จากแผ่นนี้ครับ


ข้อสองเนี่ยต้องอธิบายนิดนึงครับ เพราะว่าผมใช้ raw + Jpg b&w มาตลอดครับ และ engine ของกล้องก็ให้ภาพขาวดำดี ๆ หลายภาพหลุดออกมาใช้งานได้เลย เผลอ ๆ ทำ convert จาก lightroom แทบตายก็ได้พอกัน (ซะงั้น)

แต่บางภาพจะดีกว่าถ้าเป็นสี ทีนี้พอมาทำงานบน digital แล้ว จะเริ่มมีปัญหาแล้วครับ ไม่เหมือนฟิลม์ขาวดำ ที่ยังไงก็ขาวดำ ไม่มีทางทำให้เป็นสีได้

พอเราเลือกได้ บางทีบางภาพก็อยากได้สี แต่ก็ไม่อยากมาแปลงใหม่ และบางทีก็หลง ๆ ลืม ๆ แล้วครับ กลับมาบ้านกะจะทำ แต่ก็ลืม กระนั้นเลย ก็ให้มันมีทั้งสองเวอร์ชั่นไปเลย นึกได้ก็ดึงจากแผ่นลง usb drive เอาไปอัดได้ทันที ชิว ๆ

ทีนี้ผมก็จะเกิดปัญหาคือ มีไฟล์ jpg จากกล้อง (ขาวดำ) กับไฟล์ jpg จาก lightroom (สี) และเพื่อ preview ดูบนคอมผมก็จะต้องไรท์ folder ไฟล์ที่ resize มาแล้ว ลงไปในแผ่นด้วยครับ

สรุปก็คือ พอเสร็จ session ผมจะมี DVD หลุดมาสามแผ่นคือ

1. DVD Raw files แผ่นมาสเตอร์ เก็บไว้ที่อื่น และแทบจะไม่เอามาใช้ จนกว่าแผ่นที่สอง

2. DVD raw files แผ่นสอง จะพัง ซึ่งก็ยาก เพราะส่วนใหญ่ ผมก็จะเอาไฟล์จากแผ่นที่สามคือ

3. DVD convert ไฟล์ ในแผ่นจะมี jpg จากกล้อง 1 folder , jpg ที่ lightroom แปลงมา และก็ jpg ที่ resize มาแล้วครับ

พอเสร็จแล้ว ก็จะจัดการลบไฟล์ใน HDD ให้เหลือแต่ preview files และ format SD card เลยครับ

ส่วนการเก็บไว้ใน HDD นี่ผมยังไม่กล้าเท่าไหร่ครับ เคยหายมาแล้วเป็นหมื่น ๆ ภาพ ไม่เอาดีกว่าครับ ผมคิดว่า hard copy อย่าง DVD ที่ไรท์ดี ๆ หน่อย ทำ index หน้าปก และเก็บไว้ในที่ที่เหมาะสม (ย้ำว่าที่ที่เหมาะสม)

เชื่อใจได้มากกว่า HDD ราคาแพง ๆ มากโขครับ อีกเรื่องคือพอมีที่เก็บไฟล์มาก ๆ แล้ว บางทีเราจะเริ่มสับสนแล้ว ว่าเอ....ตกลงมันอยู่ไหนวะเนี่ย? (เป็นกันมั้ยครับ หรือผมเป็นคนเดียวไม่ทราบ)

เคยมี HDD สามสี่ลูกใช้สลับที่ทำงานที่บ้าน ไป ๆ มา ๆ เลิกใช้หมดครับ ยกมันทั้ง notebook มาใช้เลย มีสองเครื่องไม่สับสน

Sanaz..
14th March 2009, 15:30
ตอนนี้กำลังหัดใช้ครับ

มีปัญหาแรกมาสอบถามคือ

1. เวลาผมถ่ายมาเสร็จแล้ว ผมจะจัดการ file RAW ก่อนเพื่อนโดยการไรท์ใส่แผ่น DVD ก่อนครับ แล้ว copy ลง HDD เพื่อทดสอบดูว่าไรท์แผ่นผ่านเรียบร้อยดีหรือเปล่า

2. พอ file RAW ลงมาใน HDD แล้ว เวลา import เสร็จ ผมจะจัดการปรับแต่งไฟล์ให้เรียบร้อยทุกอย่างจนจบ ทำการ convert ไฟล์ RAW ที่ถ่ายมาโดยแยกเป็นไฟล์ xxx_original_2008_xxx.JPG และไฟล์ xxx_resize_2008_xxx.JPG ที่เป็นไฟล์ convert ที่ resize for preview เสร็จแล้วก็เตรียมไรท์ใส่แผ่น DVD เหมือนกันครับ

3. พอ convert เสร็จแล้วไรท์แผ่น แล้วทดสอบเปิดแผ่นดู เรียบร้อยก็จะจัดการลบไฟล์ RAW ทิ้งไปให้หมดเลยทั้งใน HDD และ CF Card




ปัญหาเกิดตรงนี้ครับ

ผมจะถ่ายด้วย file RAW + JPEG ที่ตั้งเป็น B&W ตลอดเวลา และไฟล์ภาพที่ออกมาก็น่าพอใจครับ จะไรท์แยกออกมายังไงดีครับ จะจัดการแบบไหนดีไม่ให้สับสน?

เพราะทุกวันนี้แผ่นเยอะแยะเต็มไปหมดครับ แผ่นนึง RAW แผ่นนึง convert แผ่นนึง B&W ที่ออกมาจากกล้องครับ

โอ้หลายข้อเลยครับน้า ขอตอบบางข้อนะครับ

เริ่มแรก เก็บ original เป็น DVD ไว้ก่อน 1ชุด เหมือนน้าครับ
ผมจะตั้งชื่อเป็น YYMMDDชื่อ[org] เช่น 090311GraduationOil[org] ในนี้จะแยกโฟล์เดอร์ตามชื่อกล้องครับ

จากนั้นก็ Import ภาพ
ผมใช้กล้อง 2 ตัว ประสพปัญหาเรื่องการ import คล้ายๆกัน ตอนนี้ผมทำแบบนี้ครับ
1.ผมสร้างโฟล์เดอร์ชื่อ picture เพื่อเก็บภาพทั้งหมด
2.ภายใน picture จะมีโฟล์เดอร์ย่อยเป็นปี เช่น 2008,2009
3.ภายในปีผมจะตั้งโฟล์เดอร์ย่อย ตามทริปที่ผมไปถ่ายเรียง YY_MM_DD[ชื่อทริป]
4.ในโฟล์เดอร์ย่อยแต่ละทริปนี้ผมจะเอาไฟล์จาก S5pro และ S3proมารวมกัน โดยก่อน import ผมจะใช้ ACDSee เปลี่ยนชื่อก่อน โดย S5pro จะใช้ชื่อ S5pro*** ส่วน S3Pro ก็ S3pro*** ที่ตั้งแบบนี้มีเหตผลนะครับ

การปรับภาพ
ถ้าหากเราอยากปรับที่ละกล้อง ก็จะกดเรียงรูปตาม filename ในข้อ 4 แต่หากเราอยากปรับตามช่วงเวลาที่ถ่าย(กล้อง 2 ตัวต้องตั้งเวลาให้ตรงกัน) ก็เรียงตาม Capturetime

การใช้งาน
ผมจะเรียงตาม Capturetimeก่อน(การเรียงตาม Capturetime เพื่อให้ภาพจากทุกกล้องเรียงกันเป็นลำดับครับ) แล้วค่อย export โดยเวลา export จะทำ 2 ครั้ง

ครั้งแรก
- ไฟล์ขนาดเต็ม ตั้งชื่อใหม่เป็น YYMMDDชื่อทริปXXX
ตรงนี้ตรงYYMMDDโปรแกรมจะตั้งให้เราได้เลยโดยดูจากวันที่เราถ่ายครับ
ส่วนชื่อทริปเราตั้งเอง
XXX เป็นลำดับรูปครับ หากรูปเยอะก็เลือกให้เป็น4หลักได้ และโปรแกรมจะเรียงให้
- ไม่ปรับ Sharpening
- ไม่ลบต้นฉบับ
- write เก็บเป็น DVD ตั้งชื่อโฟลเตอร์นี้เป็น YYMMDDชื่อ เช่น
090311GraduationOil

ครั้งที่สอง
- ไฟล์ขนาดย่อ ตั้งชื่อใหม่เป็น YYMMDDชื่อทริป_resizeXXX
ตรงนี้ตรงYYMMDDโปรแกรมจะตั้งให้เราได้เลยโดยดูจากวันที่เราถ่ายครับ
ส่วนชื่อทริปเราตั้งเอง
XXX เป็นลำดับรูปครับ หากรูปเยอะก็เลือกให้เป็น4หลักได้ และโปรแกรมจะเรียงให้
- ปรับ longedge เป็น 900 quility 85(ไม่ค่อยคมเท่าไหร่ แต่ก็พอดูได้ ได้ไฟล์ประมาณ 2xx Kb)
- Sharpening for screen
- ไม่ลบต้นฉบับ
- write เก็บเป็น CD ตั้งชื่อโฟลเตอร์นี้เป็น YYMMDDชื่อ_resize เช่น
090311GraduationOil_resize

เสร็จแล้วผมจะเก็บเฉพาะภาพสวยๆไว้ใน lightroom ที่เหลือก็จะลบออกครับ
ตอนสุดท้ายผมจะมี 3 แผ่น
1. 090311GraduationOil[org] <-ต้นฉบับ
2. 090311GraduationOil <-ไฟล์เต็มปรับแล้ว
2. 090311GraduationOil_resize <-ไปไฟล์ย่อ ปรับแล้ว

monotrendy
18th March 2009, 11:35
อ่านๆปัญหาของคุณจอมมารพุงโตดูแล้วก็ งง นิดๆนะครับ ขอแนะนำเท่าที่พอจะเข้าใจนะครับ
ตามปกติแล้ว Workflow ในการทำงานควรจะเรียบง่ายที่สุดครับ จริงๆแล้วผมไม่ค่อยชอบการแบ็กอัพไฟล์ลงแผ่นดีวีดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากเวลาจะค้นหาไฟล์ทีค่อนข้างใช้เวลามากครับ ถ้าท่านจอมมารฯไม่มั่นใจกับการเก็บภาพไว้ใน HDD แนะนำให้ใช้ HDD2 ตัวต่อ RAID 1 หรือถ้ามีงบพออาจจะซื้อ HDD เพิ่มมาทำ RAID 1+0 ก็ได้ครับ ยิ่งเดี๋ยวนี้ฮาร์ดิสราคาถูกลงมากด้วย การต่อ RAID จะช่วยให้ไฟล์งานของเรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ลดความซับซ้อนในการค้นหาภาพ (Backup) ไฟล์ลงได้เยอะเลยครับ ไม่ต้องไรท์สองสามแผ่นให้เปลืองด้วยครับ

และเมื่อไฟล์ทั้งหมดยังคงอยู่ใน HDD (ที่มีความปลอดภัยที่ดีที่สุดในขณะนี้แล้ว) การจัดการไฟล์ของท่านจอมมารฯก็จะไม่ซับซ้อนอีกต่อไปแล้วครับ เรื่องถ่ายมาเป็นไฟล์ RAW+jpg B&W ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปครับ LR มีเครื่องมือในการคัดกรองภาพที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับท่านจะใช้มันอย่างไร เช่นถ้าเป็นผม
เมื่ออิมพอร์ตภาพเข้ามาแล้ว ผมก็จะใช้ Library Filter ในการกรองแยกภาพระหว่าง RAW และ JPG ครับ จากนั้นเก็บแยกลงคอลเล็คชั่นโลดครับ (มีสองคอลเล็คชั่นคือ เก็บRAW 1คอลเล็คชั่น และเก็บ JPG อีก1 คอลเล็คชั่น โดยทั้งหมดอยู่ใน Collection Set เดียวกันที่ชื่อ......ตามแต่จะตั้งเพื่อให้เข้าใจว่า มาจากการ์ดตัวเดียวกัน)
ยกตัวอย่างนะครับ
เช่น ไปถ่ายภาพที่ทะเลมา โดยถ่ายมาเป็นไฟล์ RAW+JPG
Workflow ควรจะเป็นดังนี้ครับ
1.อิมพอร์ตภาพลง LR ครับ ทำการแบ็กอัพภาพลง HDD ที่ใช้สำรองข้อมูลในขั้นตอนการอิมพอร์ตนั้นเลย อย่าลืมกำหนดคีย์เวิร์ด หรือค่าต่างๆเช่น เปลี่ยนชื่อภาพ เอาไว้ในขั้นตอนการอิมพอร์ตเลยก็ได้ครับ เพื่อความรวดเร็ว

2.เมื่ออิมพอร์ตเสร็จแล้ว จะมีภาพจากการ์ดที่ถ่ายที่ทะเล ปรากฏอยู่ใน Library ปะปนกันไปหมด ที่ต้องทำก็คือแยกระหว่าง JPG กับ RAW ครับ เพื่อให้มองเห็นภาพง่ายขึ้น การแยกก็ทำได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปะแถบสี ซ้อนภาพ(Stack)หรือเก็บเข้าคอลเล็คชั่น แต่ผมแนะนำให้เก็บเข้าคอลเล็คชั่นไว้ครับ

3.เมื่อสร้างคอลเล็คชั่นเก็บภาพได้แล้ว เราก็จะมีสองคอลเล็คชั่น (สำหรับภาพทะเลครั้งนี้) โดยอาจจะตั้งชื่อว่า SeaDDMMYY-RAW กับ SeaDDMMYY-B&W ก็ได้ครับ ซึ่งคราวนี้ก็ง่ายแล้ว อยากปรับแต่งภาพในเวอร์ชั่นใด หรือจัดการยังไงก็ไม่มีปัญหาแล้ว

4.เรื่องการ Convert ไฟล์ออกมา ผมไม่ค่อยทำครับ ผมจะคอนเวิทร์ RAW เป็น JPG หรือ JPG เป็น JPG ก็ต่อเมื่อจะนำไฟล์นั้นๆออกไปใช้ครับ (เช่นนำไปอัดหรืออัพโหลดขึ้นเวบ) เพราะเมื่อเก็บภาพลง HDD แล้ว การพรีวิวดูไฟล์ต่างๆก็จะรวดเร็วขึ้นแล้วครับ

คำแนะนำผมก็มีเท่านี้แหละครับ เขียนยาวไปหน่อยต้องขอโทษด้วยนะครับ

จอมมารพุงโต
18th March 2009, 12:01
หนังสือ lightroom 2 ของ provision ใช้งานได้ดี อ่านเข้าใจง่ายครับ

ของ scott นี่ก็เนื้อหาเยอะครับ แต่อ่านแล้วไม่เข้าใจ อารมณ์ขันคงเยอะไป ผมไม่เก็ท :D


ตอนนี้เริ่มจัดการ workflow ได้แล้วครับ ทำการ export เพื่อส่ง lab ไปแล้ว คุณภาพน่าพอใจขึ้นแยะ ขอบคุณทุกท่านครับ

monotrendy
18th March 2009, 12:01
ตอบปัญหาข้อที่สองต่อครับ:spineyes:

LR สามารถเปลี่ยนชื่อไฟล์ในขั้นตอนการอิมพอร์ตได้เลยครับ แนะนำให้ทำ เพื่อเป็นการจัดการภาพอย่างเป็นระบบ รายละเอียดเชิงเทคนิคคงอธิบายไม่ได้หมด แต่แนะนำให้หาหนังสือมาอ่านทำความเข้าใจกับความสามารถของ LR ก่อนครับ

เช่น โดยปกติแล้ว ไฟล์จากกล้องมันจะมาเป็นโค้ดเนมใช่มั้ยครับ เช่น IMG_XXX หรือ DSC_XXX ตอนอิมพอร์ตเข้ามา บนไดอะล็อก import ของ LR มันจะมีออปชั่นให้เรา Rename ไฟล์ได้เลยทันที และมีหลายรูปแบบด้วย เช่นเราอาจจะเปลี่ยนชื่อไฟล์ใหม่ไปเลยก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้โค้ดเนมจากกล้อง เช่น seascape_DDMMYY_Master1 (หรือแบบอื่นๆก็ได้) จากนั้น ตอนจะเอ็กซ์พอร์ตไฟล์ LR ก็ยังอนุญาตให้เราเปลี่ยนชื่อไฟล์ที่จะ Export ได้อีกเช่นกัน (วิธีเดียวกับตอนอิมพอร์ต) ก็อาจจะเปลี่ยนเป็น seascape_DDMMYY_Convert1 แบบนี้แล้ว โอกาสที่ชื่อไฟล์จะซ้ำกันก็ไม่มีแล้วครับ


ส่วนที่ถามมาว่าเมื่อเปลี่ยนแคตตาล็อกที่ใช้ทำงานแล้วทำไมโปรแกรมต้องรีสตาร์ท ก็เพราะว่า เมื่อเรารันแคตตาล็อกใหม่ โปรแกรมต้องรีเซ็ตค่าต่างๆของโปรแกรมทั้งหมด รวมทั้งฐานข้อมูลภาพด้วย ซึ่งค่าต่างๆเหล่านี้ มีตั้งแต่การปรับแต่งหน้าตาของโปรแกรม ไปจนถึงการปรับแต่งภาพที่มีในแคตตาล็อกทั้งหมด ดังนั้นมันจึงต้องรีสตาร์ทใหม่ครับ :Smiles2:

monotrendy
18th March 2009, 12:04
หนังสือ lightroom 2 ของ provision ใช้งานได้ดี อ่านเข้าใจง่ายครับ

ของ scott นี่ก็เนื้อหาเยอะครับ แต่อ่านแล้วไม่เข้าใจ อารมณ์ขันคงเยอะไป ผมไม่เก็ท :D


ตอนนี้เริ่มจัดการ workflow ได้แล้วครับ ทำการ export เพื่อส่ง lab ไปแล้ว คุณภาพน่าพอใจขึ้นแยะ ขอบคุณทุกท่านครับ

ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ :good: แฮะๆ มีกำลังใจขึ้นตั้งเยอะ

คุณปาปา
19th March 2009, 23:31
ฟังแล้วเป็นงงมากๆๆๆ :)

workflow ของผมคือ

1. มี external HDD ไว้เก็บสำรองไฟล์ raw
เวลาจะใช้ ค่อยเสียบปลั้กไฟ และสาย SATA

2. ในเครื่อง จะแบ่ง partition คือ

C: สำหรับเก็บไฟล์ระบบ
D: สำหรับ temp file
E: สำหรับ JPG และ RAW

คุณปาปา
19th March 2009, 23:36
E: จะมี 2 folders หลัก คือ

E:\MyLifeInRaw
E:\MyLife

ทั้ง 2 folders นี้ จะมี subfolder ที่เกือบเหมือนกันคือ (เอา E:\MyLife เป็นตัวอย่าง)

\MyLife
\MyLife\YYYYMM
\MyLife\YYYYMMDD-Events_1
\MyLife\YYYYMMDD-Events_2
\MyLife\YYYYMMDD-Events_3
\MyLife\YYYYMMDD-Events_4
....

สำหรับ MyLife ผมจบแค่ 3 ระดับนี้ เท่านั้น
แต่ MyLifeInRaw ผมเพิ่ม ..\[Camera_Model] เข้าไปด้วย

คุณปาปา
19th March 2009, 23:43
MyLife กับ MyLifeInRaw ต่างกันคือ

InRaw นั้น ไว้เก็บ raw file ที่มาจากกล้อง และยังไม่ได้ process

ถ้า process เสร็จแล้ว ผม move ไฟล์ทั้งหมด ไปที่ backup .. ทำไม่บ่อย อาทิตย์ละหนก็พอ :)

การโพรเซส ผมใช้ ACDSee ครับ :P
มีสองอย่าง คือ BACTCH EXIF เพื่อใส่ tag ที่จำเป็นเข้าไปในการทำ catalogue

และอีกอย่าง ก็แค่แปลงจาก raw -> jpg เท่านั้นเอง โดยตัว jpg มีขนาดประมาณ 2400x1600 และมี EXIF ครับ

jpg นั้น เก็บไว้ที่ \MyLife ให้ตรงกับปี-เดือน-วัน

และมี suffix "S" (small) ติดท้ายชื่อไฟล์ (ใช้ ACDSee ทำ batch rename)

อย่างเช่นไฟล์ raw ชื่อ CRW_0128.CR2 ก็จะเป็น jpg ที่ชื่อ CRW_0128S.jpg

คุณปาปา
19th March 2009, 23:53
จะเห็นว่า file ต้นฉบับ จะมาจาก กล้อง model ไหนก็ตาม .. พอเป็น JPG ไปลงที่เดียวกันหมด คือ ภาพที่เกิดในแต่ละวันนั้นๆ เท่านั้นเอง

ขนาดมันไม่เกิน 0.5 MB .. เปิดดูได้อารมณ์พอสมควร และเร็วมาก

แต่ถ้าภาพไหน ที่ชอบและถูกใจเป็นพิเศษ
ผมจะสร้าง folder ย่อย ที่บอก camera model ให้ตรงกับ MyLifeInRaw ก่อน copy raw มาลง และจัดการให้ถูกใจ ก่อนเก็บใน subfolder นั้นๆ ในชื่อไฟล์ที่มี suffix 01, 02, 03 ฯลฯ ต่อท้าย

จุดสำคัญคือ DVD เป็น media ที่เชื่อถือไม่ได้แม้แต่ขณะจิตเดียว

ส่วน External HDD นั้น ถ้าใช้ด้วยความระมัดระวัง ไม่เดินถือไปถือมา, ไฟที่จ่ายให้ต้องผ่าน UPS, เวลาใช้ค่อยเสียบไฟและ USB, ใช้เสร็จ remove hardware ก่อนถอดสาย

อยู่มาเป็นปีๆ โดยไม่มีปัญหาใดๆ (จนตอนนี้ เกือบเต็ม 500 GB อีกแล้ว :P)

อ้อ การทำ catalog ภาพเล็กใน HDD เครื่องนั้น ใช้ picassa ดีที่สุดครับ (ACDSee ก็ใช้ได้ แต่ผมไม่ค่อยชอบ) เพราะให้เราสามารถค้นหาภาพ และจัดระบบภาพ ได้หลายมิติ

ikok
20th March 2009, 00:21
เรื่องเก็บไฟล์ ผมเพิ่งคิดทางออกให้ตัวเองได้ (แต่ออกตัวไว้ก่อนว่ายังไม่ได้ลงมือซื้อนะครับ)

- เก็บไฟล์ลง HDD ที่เป็น mirror (คือ HDD 2 ลูก backup ซึ่งกันและกัน เช่น http://www.wdc.com/en/products/products.asp?driveid=466 ) ลดความเสี่ยง HDD เจ๊งไปได้เยอะครับ ... HDD เจ๊งตัวนึง ก็ยังเหลืออีกตัว
- Write ใส่ DVD ไว้อีกแผ่น กันเหนียว

ส่วนเรื่องจัดการไฟล์ยังไม่มีข้อมูลจะแชร์ครับ เพราะยังหาวิธีถูกใจไม่ได้สักที ^^