PDA

View Full Version : อนาคตของฟิล์มจะยังน่าเล่น (ณ เวลานี้) อยู่หรือไม่



babydigital
30th December 2008, 13:21
ถ่ายดิจิตอลมาสัก 3 ปี เริ่มเบื่อแล้วคับ อยากจะกลับไปที่ฟิล์มอีกครั้ง โดยมองๆ FM3A หรือไม่ก็ Contax lieca รุ่นเก่า ๆ อ่ะคับ ไม่ทราบว่ามันจะยังคุ้มอยู่หรือเปล่า เพราะคิดว่าร้านแล็ปใหม่ ๆ น่าจะไม่รับฟิล์มแล้ว (มั้ง) เพราะเครื่องที่อัดใหม่ๆ ไม่น่าจะผลิตสำหรับฟิล์มแล้ว ผมเข้าใจถูกหรือเปล่า

002
30th December 2008, 16:20
คิดไปเองครับ ร้านที่รับล้างฟิลม์มีอยู่ทั่วไปเลย ตอนนี้ผมก็เล่น contax ... ถ้ามีเลนส์ค่ายไหน ก็ซื้อของค่ายนั้นแล้วกันครับ น่าใช้เกือบทุกยี่ห้อที่ไม่ใช่แคนนอน (เฉพาะกล้องฟิลม์นะครับ)

คุณปาปา
30th December 2008, 17:49
ถ้าต้องการถ่ายฟิล์ม เพื่อมาอัดลงกระดาษโปสการ์ด ผมว่า ณ ตอนนี้ ไม่น่าเล่นอย่างแรง

แต่ถ้าถ่ายแล้วอัดขึ้นแผ่นใหญ่ๆ กระดาษดีๆหนาๆ หรือเป็นขาวดำ ผมว่า อนาคตยังอีกยาวนาน และโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะกว่าดิจิตอลจะให้ภาพที่กระทุ้งอารมณ์หนักๆได้อย่างฟิล์ม คงต้องรออีกหลายสิบปี

คือ ต้องดูใจ sigma ว่าจะยอมปล่อย foveon หรือเปล่า และผู้ผลิตจะยอมทิ้งเทคโนโลยีที่ตัวเองทำมาตั้งนาน เพื่ออ้าแขนรับ foveon หรือเปล่าด้วย

มันเหมือนกับฟังเพลงจากเครื่องเล่น DVD ที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ ผ่านเครื่องขยายคลาส D ออกลำโพง kevlar ชั้นเลิศ (ของเพื่อน ไม่ใช่ของผม)

มันชัดเจน สดใส กรุ๊งกริ๊ง เก็บรายละเอียดได้ทุกเม็ด ฟังแล้วตื่นตะลึงดี
ยิ่งฟังพลาง ดูภาพบนจอ LCD 42" พลาง มันชั่งได้อารมณ์

แต่แหม .. พอหยิบแผ่น Four Season ที่ท่าน Bernstein กำกับเอง ค่อยๆบรรจงวางหัว shure ลงไป (วางแรงๆ หัวพังขึ้นมา จะกระเป๋าฉีก) ให้เสียงผ่านเครื่องขยายหลอดอายสี่สิบปี ออกลำโพงอีเล็คโตรสแตติกอายุสามสิบห้าปี
อื้อ .. อื้อ ... อื้อ

เสียงน้อยส์ดังก่อกแก่ก ก่อกแก่ก แถมไม่ค่อยดังอีกตะหาก (แอมป์มันแค่ 10 วัตต์ class A ไม่ใช่ 300 วัตต์ class D)
แถมไม่มีภาพอีกตะหาก

แต่ทำมั้ย .. วนฟังแล้วฟังอีก เป็นร้อยๆรอบ ก็ยังฟังได้เรื่อยๆ :)

คุณปาปา
30th December 2008, 17:54
แผ่นเสียงดีๆ ตอนนี้ หายากยิ่งกว่าหาฟิล์มดีๆ
แพงแบบไม่ง้อคนซื้อ

หัวเข็มดีๆ นี่ เทียบน้ำหนักต่อน้ำหนักแล้ว แพงกว่าทองคำขาวหลายเท่า แถมหายากมาก บ.ที่ผลิตก็เล่นตัวชนิดแทบปูผ้าแดง กราบขอซื้อ

แต่ขายได้นะ
นอกจากขายได้เรื่อยๆ ยอดขายยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

ทั้งที่เศรษฐกิจอย่างนี้ และยอดขายเครื่องเล่นแผ่นดิจิตอล แอมป์ MOSFET 1000W ลำโพง 18" ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

คนที่เล่นกล้อง .. พัฒนาตัวเองเรื่อยๆ
เริ่มใหม่ อาจจะจาก compact หรือ dSLR like
พอมาซักวัน พบว่า กล้องระดับนั้น ตอบสนองความต้องการตัวเองไม่พอ
ก็ย้ายขึ้นกล้องใหญ่

และพอมาพบกล้องฟิล์ม เลนส์ฟิล์ม
ได้ลองดู ลองถ่าย

จะชะงักกึก สองจิตสองใจ อย่างที่คุณ baby เป็นกันทั้งนั้น

ของดี .. เพชรน้ำหนึ่ง
ต่อให้ตกลงไปในตม ก็ยังเป็นเพชรน้ำหนึุ่ง :)

spyrogira
30th December 2008, 18:20
ยอมแพ้กับ MM และ MC ครับ ..

.. .. ทุกอย่างแพงจับใจ .. แถมหูที่มีก็ไม่ได้เลี่ยมทองอีก .. อิ อิ ..

--------------------------------------------------------------------------

.. มาว่าเรื่องฟิล์มดีก่า .. .. จริงๆ ก็อยากเล่นอยู่ครับ ..
แต่ตอนนี้หา Lab ที่อัดแบบ Optical ให้ไม่มีเลย .. ที่มีก็เป็นแบบ
ใช้ Film scaner แล้วส่ง file ไปอัด ... ทำให้คุณภาพลดลงไปเยอะ
เพราะพวกเล่น scan ที่ความละเอียดแถวๆ 1 M Pixels เองอ่าครับ ..




ลป. ผมอยู่ ตจว ... มี Lab สีให้อัดภาพจาก Digital files ก็บุญแล้วคร้าบ .. อิ อิ .. ..

oh2004
30th December 2008, 19:36
ผมเล่นฟิล์มเป็นงานอดิเรก ของอดิเรกอีกทีหนึ่ง
จึงไม่สนใจว่ามันจะยังน่าเล่นหรือไม่ หรือจะเล่นต่อไปได้อีกกี่ปี
เพราะอุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องฟิล์มที่ซื้อตอนนี้ มันก็ไม่ใช่ของมีราคาแพงอะไรนักหนา
แลกกับความสุขแบบคลาสิคแล้ว ผมว่าคุ้มค่าครับ อยากเล่นก็เล่นเลย (แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการเล่นฟิล์มแบบแพงๆนะ อันนี้คิดในแง่ของผมนะครับ)

ปล. ความสุขของกล้องฟิล์มสำหรับผมแล้ว
อยู่ที่ภาพ 30%
อยู่ที่วิธีการถ่ายภาพ 70%
ขั้นตอนการปรับปรุงภาพ ไม่เกี่ยวกับผมเลย

ต่างกับความสุขจากดิจิตอล
อยู่ที่ภาพ 80%
อยู่ที่วิธีการถ่ายภาพ 20%
ส่วนการปรับปรุงภาพ ผมรวมไปใน 80% ของการได้ภาพเรียบร้อยแล้วขอรับ
:chat:

จอมมารพุงโต
30th December 2008, 20:16
ถ้าแค่แก้เบื่อก็ไม่ต้องซื้อแพงครับ หากล้องมือสองถูก ๆ ก็พอ

ฟิลม์ขาวดำชั้นดี ม้วนละ 200 บาท ค่าล้างประมาณ 80 บาท ล้างแล้วก็ไม่ได้อัด เอามาแสกนดูกันบนจอ หรือมาอัด 4x6 ผมว่าไม่คุ้มครับ

หากปีนึงถ่ายแค่ 10 ม้วน ผมว่ากล้องราคาหลายพันมันตอบแทนไม่คุ้มค่าตัวครับ

ปีล่าสุดผมถ่ายไป 400 กว่าม้วน น้อยกว่าปี 2007 เกือบครึ่ง เพราะมีลูกเลยไม่ค่อยมีเวลา ตีด้วยต้นทุนฟิลม์ขาวดำ 90% ก็ร่วมแสน ที่ทนใช้ฟิลม์อยู่ทุกวันนี้แม้ว่าจะเปลือง และแพงกว่าดิจิตอลหลายเท่า ก็เพราะอายุของมันที่ด้านทนดีเหลือใจ

ผมเพิ่งลงทุนกับระบบเก็บฟิลม์เต็มระบบไปอีกหลายหมื่น

ตู้กันชื้น
แฟ้ม
ซองฟิลม์
แปรงกันไฟฟ้าสถิตย์
ถุงมือจับฟิลม์แบบ archive grade


ระหว่างที่ล้างก็ต้องจัดการน้ำยาเคมีให้ดีด้วย ล้างด้วยตัวเอง ชะล้าง fixer ให้หมดด้วยตัวเอง ไม่ส่งร้านล้างแล้วยกเว้น ฟิลม์สี และสไลด์ E6 process มีเด็ก เดี๋ยวกินแล้วตาย

ผมเชื่อว่าฟิลม์เนี่ยมันอายุยืน เพราะทดลองมาแล้ว จากการทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ฟิลม์มาตลอดสิบกว่าปี เอากลับมาส่งแลป ก็ยังสามารถได้ภาพเหมือนเดิม แก้สีนิดหน่อย แต่ขาวดำนี่ไม่มีปัญหาเลย

มันโตมาพร้อมกับผมครับ

ถ้าถ่ายดิจิตอล ผมมักจะถ่ายเล่น ๆ ถ่ายเพื่อน ถ่ายคนเมา ถ่ายอะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่ครอบครัว

แต่เมื่อไหร่ที่ถ่ายลูกชาย ภรรยา พ่อแม่พี่น้อง พ่อตาแม่ยาย

ผมใช้ฟิลม์ 100% ครับ เค้าจะอยู่กับเราตลอดไป



หลาย ๆ คนอาจจะหาว่าบ้า โง่ โอเวอร์ แต่ขอบอกว่า อีก 20 ปี คุณอาจจะต้องหาวิธีเปิดภาพจาก DVD ที่เค้าอาจจะไม่ใช้กันแล้ว เหมือนกับ SD card 16 MB ที่บางทีไม่ได้​ "ทน" อย่างที่เคลมกันครับ

NahaMee
30th December 2008, 20:25
ส่วนตัวคิดว่า คงยังรับใช้ไปอีกนาน
เล่นกล้องฟิล์มเหมือนได้กลับไปปรับปรุงตัวใหม่
กว่าจะกดสักภาพ ถ้าไม่มีเครื่องวัดแสง เป็นอะไรที่สนุกมาก..
เพราะจะได้ไปลุ้นเอาตอนล้างฟิล์มออกมาว่า ..จะใช้ได้หรือเปล่า...
ภาพดี.. ก็หน้าบาน
ภาพเสีย..หน้าแห้งลงไปนิดหน่อย และก็ต้องกลับไปทบทวนกันใหม่...

สนุก แถมเร้าใจในการรอคอย..ครับ...

หนก บางหลวง
31st December 2008, 08:04
เสียดายที่ว่า ในปัจจุบันร้านสำหรับอัดรูปในปัจจุบันใช้ระบบการสแกนฟิล์มเป็นfile digitalก่อน แล้วจึงอัดภาพด้วยเครื่องยิงเลเซอร์

ผิดกับสมัยก่อนที่ใช้เครื่องอัดรูปที่ฉายแสงผ่านฟิล์ม แก้สีด้วยฟิลเตอร์สี งานสมัยก่อนให้ความรู้สึกแตกต่างจากงานสมัยนี้จริงๆ

ไม่รู้เหมือนกันว่า บริษัทผลิตฟิล์มจะเลิกผลิตฟิล์มดีๆในอีกกี่ปีข้างหน้า เพราะธุรกิจคือสิ่งที่มุ่งหวังกำไร และพิจารณาผลประกอบการเป็นguide line สำหรับการดำเนินงานในปีต่อๆไป

ทุกวันนี้ฟิล์มx'rayยังมีคนใช้น้อยลง คนหนีไปใช้ digital cartridgeกันมากขึ้น เพราะสะดวกกว่า ปรับแก้ดูcontrastและexposureเพื่อidentify tissue densityกันได้เดี๋ยวนั้น ผิดกับx'rayด้วยfilm ที่ถ้าถ่ายผิด ล้างผิด ก็คือ เริ่มใหม่

บริษัทฟิล์มหลายรายก็เลิกกันไปแล้ว ลุ้นๆกันหน่อยครับ

จอมมารพุงโต
31st December 2008, 10:44
อ่ะ

หนุก ๆ ขำ ๆ นะครับ

อย่างที่บอกคือผมเพิ่งลงทุนกับตู้เก็บฟิลม์และกล่องซองฟิลม์ archival grade ไปเป็นหมื่นเหมือนกัน ราคาค่าตัวพอ ๆ กับ D90 kit เลย จนบางทีผมพาลอดคิดไม่ได้ว่ากรูทำอะไรอยู่ฟระ????


แต่มันเป็นแบบนี้ครับ

ภาพบางภาพ ไม่มีฟิลม์เหลือแล้ว ผมหาทางเอาไปยิงฟิลม์เดี๋ยวนี้ไม่มีใครรับทำแล้ว เสียดาย คงต้องสแกนใหญ่สุดเท่าที่ต้องการเก็บไว้เป็น digital file TIFF ไว้ก่อนเผื่ออนาคตเทคโนโลยีจะดีกว่านี้

ภาพนี้เมื่อปี 1982 ครับสแกนจากกระดาษ

http://farm4.static.flickr.com/3219/3018169466_76502ee890_o.jpg


ส่วนอันนี้ปี 2008 ครับ

http://farm4.static.flickr.com/3001/3018169472_8c8d5920f6_o.jpg

จอมมารพุงโต
31st December 2008, 10:50
อันนี้สแกนจากฟิลม์อายุประมาณ 40 ปีครับ เพราะตอนนั้นพ่อผมประมาณ 20 เศษ ๆ

http://farm4.static.flickr.com/3197/3017285905_f8daababd4_o.jpg


อันนี้จากฟิลม์ม้วนเดียวกันครับ มีริ้วรอยเยอะหน่อย เพราะไม่ถนอมจริง ๆ เปิดดูผนึกติดกับพลาสติกซองฟิลม์เลย

http://farm4.static.flickr.com/3072/3017285901_a2ba2a1ed5_o.jpg


ไอ้เสื้อแดงนี่ผมเองแหละครับ สมัยยังผอม ๆ น่าจะประมาณปี 49 ที่ผ่านมานี่เอง

หน้าเหมือนพ่อผมเด๊ะเลย 5555

http://farm4.static.flickr.com/3048/3018183694_63f4b9b8a7_o.jpg
ฟิลม์นี่มันทนทานจริง ๆ นะครับ ผมรื้อออกมาจากใต้บันไดครับ ชื้น ๆ ร้อน ๆ นี่แหละครับ เห็นแล้วเหนื่อยเลย มีร่วม ๆ ร้อยม้วนได้ครับ ผมเลยซื้อซองฟิลม์ archival grade ที่ไม่มีส่วนผสมของ PVC ที่จะระเหยได้ครับ มันทำลายชั้นฟิลม์ได้ดีนักแล

พอคัดแยกประเภทฟิลม์เสร็จแล้วก็มาเรียงลำดับว่าอันไหนน่าเป็นทริปเดียวกัน แล้วขอสอบปากคำเจ้าของภาพว่าถ่ายตอนเมื่อไหร่

เสร็จแล้วก็เขียน label แปะหน้าซองว่าเมื่อไหร่ ที่ไหน

น่าตลกดีครับ หลาย ๆ ม้วน พ่อผมจำได้ด้วยซ้ำว่ามีรายละเอียดอะไรบ้าง กล้องอะไร เลนส์อะไร (แน่ละ มีแค่ชุดเดียวนี่หว่า)

พ่อผมมีกล้องผ่านมือแค่สามตัวเองครับ :Smiles2:

kodak จำรุ่นไม่ได้ ผมไม่เคยเห็น
nikon F มือสอง ผมก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน
nikon FA มือหนึ่ง อันนี้ผมขายไปกับมือ จำได้ 555

ตอนนี้ไม่ได้ถ่ายภาพแล้ว เสียดายผมขายกล้องพ่อกินไปแล้ว
:knock:

จอมมารพุงโต
31st December 2008, 10:55
อันนี้สแกนจากฟิลม์สีอายุ 26 ปีครับ

http://farm4.static.flickr.com/3158/3017285897_befed3a312_o.jpg


ส่วนอันนี้ถ่ายเมื่อประมาณ 4 เดือนก่อน

http://farm4.static.flickr.com/3149/2852808068_57658fab0e_o.jpg



อย่างที่บอกครับ เค้าจะโตไปกับเรา ฟิลม์มันโตมากับผม และผมก็จะพยายามเก็บให้นาน ๆ ครับ


file ดิจิตอลผมนี่ไปสวรรค์หมดแล้ว บางภาพโดนย่อเหลือติ๊ดเดียว บางทีผิดพลาดแค่นิดเดียว กดปุ่มบนกล้องพลาดจึ๋งนึง เหี้ยนครับ

แต่ฟิลม์นี่ถ้าไฟไม่ไหม้บ้านเรา มันยังอยู่จนกว่าไม่ใครก็ใครจะตายไปก่อนล่ะครับ



เป็นเหตุผลที่ "ทำให้ผมยังทน" ถ่ายฟิลม์อยู่ครับ :Smiles2::Smiles2::Smiles2::Smiles2:

จอมมารพุงโต
31st December 2008, 10:58
เดี๋ยวนี้แลปไม่รับอัดจากฟิลม์โดยตรงแล้วครับ สแกนป้าปเข้าหัวพิมพ์ออกมาเลย


บางร้านยื่นฟิลม์ให้ก็ไม่รับแล้ว


ถ้าคิดว่าจะอยู่กันยาว ๆ ผมว่าคุ้ม ดีครับ มาช่วยกันใช้ เผื่อจะมียี่ห้ออื่นมาให้ใช้บ้าง ทุกวันนี้ร้านประจำผมก็ร่อยหรอลงไปแล้วเช่นกัน ต้องอาศัยร่วมมือกันสั่งเข้ามาทีละร้อยกว่าม้วน มาแบ่งกันครับ


ผมว่ายังไงซะ ฟิลม์มันก็ให้ความรุ้สึกที่ดีกว่าสำหรับผมจริง ๆ มันดีกว่าสำหรับคนที่พร้อมจะจัดการมันน่ะครับ เก็บดี ๆ ได้ยาวนานครับ คุ้มค่าจริง ๆ


แถมครับ :D

อันนี้ฟิลม์ม้วนละ 55 บาท

ไม่แพงเลยเมื่อเห็นฟิลม์จริงๆ เพราะดูเนียนกว่าที่เห็นบนจอแยะ

http://farm4.static.flickr.com/3272/2852534184_4570893db1_o.jpg

ninjanin
31st December 2008, 13:30
มาดูคนที่ยังทนเล่นฟิล์มอยู่
ผมก็เล่นอยู่แต่ไม่ลงทุนอิอิ

mansissippi
3rd January 2009, 21:43
ขอบคุณครับ ..ได้ความรู้จากหลายๆท่านมากเลย

ตอนนี้ผมก็เพิ่งเริ่มกลับมาใช้ฟิล์มอีกครั้ง หลังจากง่วนอยู่กับดิจิมอนในช่วง ม.ปลาย
ตอนนี้ขึ้นมหา'ลัย แล้ว อยากกลับไปลุ้นกับภาพจากฟิล์มครับ
จะได้ไปหาหาจุดบกพร่อง ให้เจ็บแล้วจำไปเลย
เพราะไฟล์ดิจิตอลนี่ เสียแล้วลบ แล้วปรับกล้องใหม่ ถ่ายอีก ไม่ได้ครุ่นคิดให้ดีซะก่อน
หวังว่ามาเล่นฟิล์ม จะทำให้เราใจเย็นขึ้น คิดให้มากขึ้น ..จะได้ใช้สมองมั่ง

เอิ้กๆๆๆๆ

:chat: