PDA

View Full Version : hasselblad system



sooppi
23rd December 2008, 23:22
สนใจ hasselblad system น่ะครับ อยากได้มาเล่นบ้าง แต่ไม่มีความรู้เลย ไม่ทราบว่ามีใครพอให้ความรู้ได้บ้าง หรือมีเวปไหนพอแนะนำได้บ้างครับ อยากได้รุ่นที่ใช้ฟิล์ม และเป็น manual น่ะครับ

ถ้าจะอธิบายเองตรงนี้ ช่วยกรุณาเริ่มจาก ศูนย์เลยนะครับ e.g. เป็นอย่างไร ความแตกต่างของแต่ละรุ่น เลนส์ ภาพ ฟิล์มฯลฯ

ขอบคุณครับ

wanlop
24th December 2008, 12:53
เป็นกล้องในฝันของผมตัวหนึ่งเลย และก็ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ ซื้อหนังสือมา 1 เล่ม เป็นคู่มือของยี่ห้อนี้ล้วนๆ เพื่อมาศึกษา ก็จะเล่าที่ตัวผมเองพอเข้าใจนะครับ

1. เป็นกล้องแบบ Modular ตัวกล้องเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ทำงานแบบ Single len reflex คือ มีกระจกสะท้อนภาพขึ้นด้านบนไปแสดงภาพบนวิวไฟน์เดอร์
2. ด้านหน้าเป็นเมาท์เลนส์ ใช้กับเลนส์ Zeiss เป็นส่วนใหญ่
3. ด้านหลังเป็นเมาท์ตลับฟิล์ม ใช้กับฟิล์มหลากหลายแบบขึ้นอยู่กับตลับแต่ละประเภท ได้แก่ 6x6ซม ใช้ฟิล์ม 120 (12 ภาพ) 220 (24 ภาพ) โพลาลอยด์ ฟิล์มหนัง 70 มม ไม่แน่ใจว่าใช้กับ 135 ได้ด้วยรึเปล่า หรือปัจจุบันต่อกับ Digital Back ก็ยังได้
4. ด้านบนเป็นช่องมอง มาตรฐานเป็นมองลงบนกระจกฝ้า มีเลนส์ขยายนิดหน่อย ภาพกลับด้านซ้ายขวา, ถอดเปลี่ยนเป็น Prism 45 องศา มีทั้งแบบวัดแสง, ไม่วัดแสง, ต่อกับช่องขยายกำลังสูงสำหรับภาพแม็คโคร ฯลฯ
5. ด้านขวาเป็นกลไกเลื่อนฟิล์ม ปกติเป็นปุ่มหมุนขนาดใหญ่ ถอดเปลี่ยนเป็นก้านหมุนแบบที่เห็นทั่วไปได้
6. ด้านล่างเป็นสกรูขาตั้ง ใหญ่กว่ากล้องปกติแต่หาอแดปเตอร์ได้ไม่ยาก
7. ด้านซ้ายเป็นรางเหล็กสำหรับอุปกรณ์บางประเภทเช่น Pro Shade, แฟลช

ทุกด้านถอดเปลี่ยนได้หมด กระจกฝ้าสำหรับโฟกัสที่ติดกล้องก็ถอดเปลี่ยนได้ในรุ่น 500 C/M, 501, 503 ฯลฯ

wanlop
24th December 2008, 13:00
สิ่งที่เป็นจุดแข็งของยี่ห้อนี้คือ
1. การออกแบบคงเดิมไม่เปลี่ยนในสาระสำคัญ พัฒนาอุปกรณ์ใหม่ๆเข้ามาทดแทนอยู่ตลอด
2. เลนส์ ผลิตโดย Carl Zeiss เป็นคนละตัว คนละเรื่อง คนละคุณภาพกับที่ใช้ใน Contax/Yashica ตัวเลนส์จะมีชัตเตอร์ในตัวโดย Syncro ปรับชัตเตอร์ ช่องรับแสง โฟกัส กันที่เลนส์อย่างเดียวเลย เพราะฉะนั้นเลนส์จึงค่อนข้างแพง ชัตเตอร์เป็นแบบกลีบ จึงไม่มีปัญหาเรื่องซิงค์กับแฟลช และไม่มีดิสทอร์ชั่นเมื่อใช้ชัตเตอร์ความเร็วสูงๆ
3. กล้องเป็นกลไกทั้งหมด ผลิตจากสวีเดน แข็งแรงมาก ทนทานต่ออากาศ ไม่ต้องการแบตเตอรี่ แต่ต้องการการใช้งานบ่อยๆ ไม่ใช้กลไกติดขัด

wanlop
24th December 2008, 13:00
กล้อง
รุ่นที่นิยมสำหรับมือสมัครเล่น มักจะเป็นกลไกในตระกูล 500 เพราะไม่แพงเกินไป เริ่มจาก
500C ตัวดังเดิมที่ปัจจุบันก็ยังนิยมใช้กันอยู่
500C/M (M=Modify) พัฒนาในบางจุด คือ โฟกัสซิ่งสกรีนเปลี่ยนได้เอง ไม่ต้องส่งโรงงาน ตัวหมุนฟิล์มเป็นก้านหมุน สะดวกขึ้น
501 ปรับแก้กระจกสะท้อนภาพ ไม่ให้ขอบภาพมืด เมื่อใช้เลนส์เทเลโฟโต้
503 ออกมาก่อน 501 อีก จำไม่ได้แล้วว่าต่างกับ 500C/M อย่างไร

เลนส์
80/2.8 CF เป็นเลนส์มาตรฐาน เหมือน 50 มม ในกล้อง SLR บางคนไม่ชอบแฮะ มันธรรมดาเกินไป
150/4 เลนส์ถ่ายภาพบุคคลที่มีทุกสตูดิโอ ภาพสวย (ความจริงสวยเหมือนกันทุกเลนส์นั่นแหละ) ระยะพอดีกับภาพบุคคล
250/4 คล้ายๆกับ 135 อันนี้ไม่นิยมแล้ว แพงด้วย ใหญ่ด้วย
50/4 เลนส์มุมกว้างพอประมาณ ราวๆ 30 มม ใน SLR

ตลับฟิล์ม
ส่วนใหญ่ใช้ A12 หมายถึง ฟิล์ม 120 ให้ภาพขนาด 6x6ซม ได้ 12 ภาพ ที่นอกเหนือจากนั้นก็ 220 ภาพ 6x6 24 ภาพ ส่วน Polariod back ใช้กับฟิล์มโพลารอยด์ สำหรับ Test ก่อนบันทึกด้วยฟิล์ม
ฟิล์มขนาด 120 ยังมีผลิตขายต่อเนื่องเหมือนฟิล์ม 135 นะครับ เป็น 2 ขนาดที่บริษัทฟิล์มยังคงการผลิตอยู่แน่นอน

wanlop
24th December 2008, 13:13
แนะนำหนังสือ Hasselblad Manual เล่มหนาๆปกแข็ง (ผมซื้อจาก Amazon.com หลายปีแล้ว)

sooppi
24th December 2008, 15:04
ขอบคุณมากครับ จะลองไปหาหนังสืออ่านเพิ่มดูครับ

umo
26th December 2008, 14:46
แนะนำครับ
ซื้อเลยครับ ซื้อมาลอง มันเหมือนการลงทุนอย่างนึง
ผมว่า ซื้อมา แล้วเราปล่อยต่อ ราคาก็ไม่ตกมากครับ

ตั้งแต่ผมซื้อมา รู้จักพี่ๆเพื่อนๆใหม่ขึ้นอีกเยอะครับ
ขอต้อนรับสู่โลกสี่เหลี่ยมครับ

ปล. ลองเล็งๆในห้องมือสองดู มีพี่คนนึงชอบปล่อย hass

wanlop
26th December 2008, 20:41
ถามคุณ umo เพิ่มเติมเลย (ฉวยโอกาสที่มาตอบ 555)
หลังจากล้างฟิล์มแล้ว ผมก็อยากเก็บไว้ในรูป ดิจิตอล ด้วย
จะหาสแกนเนอร์ซักตัว อยากได้คำแนะนำหน่อย เห็นคำตอบ
ใน Thaidphoto มักจะออกมาเป็น Epson V700 ถือว่าดีไหมครับ
หรือมีดีกว่านี้อีก และมันสแกนได้ขนาดประมาณเท่าไร โดยภาพมีคุณภาพรับได้

Hasselblad
20th January 2009, 21:07
ลองอ่านอันนี้ดูนะครับ ผมลอกเค้ามาอีกที

Hasselblad " The shot cut history "

ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้เกี่ยวกับ HASSELBLAD สุดยอดกล้อง Medium format ระดับโลก


ในฐานะที่ผมเป็นคนใช้ Hasselblad มานานมาก รู้สึกยินดีที่มีคนสนใจอยากรู้ และก็มีน้องๆ พี่ๆ หลายๆ คนอยากให้ผมช่วยแนะนำบ้าง ผมถือโอกาสดีๆ อันนี้แบ่งปันความรู้เล็กๆ น้อยๆ เอาแบบอย่างคร่าวๆ ละกันนะครับ

Hasselblad ก่อตั้งโดย Victor Hasselblad ชาวสวีเดนครับ Carl ziess ผู้ผลิตเลนส์ระดับโลก ให้กับ Hasselblad อยู่เยอรมันครับ Hasselbald คือกล้องสองสัญชาติ
HASSELBLAD พอจะแบ่งประเภทคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ

Series V [ 500 series ] ที่เรารู้จักกันมากที่สุด
Series 200
Series 900
Series 2000
ArcBody
FlexBody
Series H

Series V หมายถึงกล้องตะกูล 500 เป็นกล้องระบบกลไกล้วนๆ ครับ
เช่น 500C > 500CM >501C> 501CM
503CX > 503CXi > 503CW
500EL > 500ELM > 500ELX > 553ELX > 555ELD
(500EL series มีมอเตอร์ในตัวสำหรับเลื่อนฟิล์มอัตโนมัติ)

Series 200 หมายถึงกล้องตระกูล 200 เป็นกล้องระบบไฟฟ้าที่ทันสมัยและมีความแม่นยำในการทำงานสูงมาก
เช่น 205 TCC > 205 FCC
202 FA > 203 FA > 203 FE

Sereis 900 เป็นกล้องที่ออกแบบให้ถ่ายภาพในมุมกว้างเช่น Landscape หรือ Architecture Body ติดเลนส์มุมกว้างตายตัวถอดเปลี่ยนไม่ได้ คือ Biogon 38mm F4.5 T star ให้ความคมชัดสูงมากๆ
เช่น 903 SW > 903 SWC 905 SWC

Seires 2000 เป็นกล้องที่มี Shutter speed ที่ตัวกล้อง ใช้กับเลนส์ F series [ ไม่มีชัตเตอร์ที่ตัวเลนส์หมือนอย่างเลนส์ C CF series เฉพาะเรื่องเลนส์ต้องคุยกันอีกยาวเลยละครับ ถ้ามีคนอยากรู้ผมก็จะมาเล่าให้ฟังครับ]
เช่น 2000 FC > 2000 FCW

ArcBody เป็นกล้องที่ออกแบบให้ถ่ายภาพแนวสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะ ผลิตน้อยมากและผลิตช่วงสั้นๆ เพียง 3-4 เท่านั้นก็เลิกผลิต

ArcBody มีเลนส์ สามตัวคือ 35mm 45mm 75mm (เลนส์ทั้งสามตัว Rodenstock ผลิตให้ครับ ไม่ใช่ Carl Ziess แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสามของโลกที่ผลิตเลนส์ได้ดีมาก 3 ผู้ผลิตเลนส์ระดับโลก Zeiss Shneider และ Rodenstock)

FlexBody ออกแบบให้มีการทำงานคล้ายๆ กับกล้อง Large Format ในขนาดย่อส่วนเป็น Medium Format [คงนึกภาพออกนะครับกล้องที่มีเพียงกระดาษหรือผ้าพับๆ เรียกว่า Bellow ] ปรับ Shift tilt and swing ได้เหมือน Large format หรือ กล้อง4x5 แต่ไม่ได้มากนักครับ ใช้เลนส์ CF series ตั้งแต่ 40mm-60mm ในกรณีถ่าย Architech 80mm-250mm ในกรณีถ่าย product shot ครับ ไม่เหมาะกับการนำมาถ่ายภาพ Portrait อย่างยิ่ง เพราะโฟกัสยากและทำงานได้ช้า

Series H คือกล้องแบบใหม่ที่ Hasselblad ไม่เคยคิดที่จะผลิตแต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อเป็นทางเลือกในโลก Digital ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและก็แข่งขันกันอย่างจริงจังมาก ( ปัจจุบัน HASSELBLAD ที่ยังเหลืออยู่ในสายการผลิตคือ Hasselblad 503CW เพียงรุ่นเดียว [503CWD D ต่อท้ายขายพร้อม Digital Back ของ Hasselblad เอง )

Series H คือกล้อง Medium format 645 AF [Film size 6x4.5cm] Auto Focus ไม่ใช่ 6x6cm เหมือนที่เคยผลิต Fuji จากแดนอาทิตย์อุทัยคือที่ที่ Hasselblad ร่วมหัวจมท้ายด้วย Hasselblad H1 จึงถือกำเนิดขึ้น ตามมาด้วย H2 และ H3 ซึ่งตอนนี้ใช้ Digital back ล้วนๆ ไม่มีฟิล์มอีกแล้วสำหรับกล้องตระกูลนี้

[ หมายเหตุ : Series H ผลิตโดย Fuji Japan ใช้ Lens Fujinon EBC อันโด่งดังในโลกตะวันออก > Made in Japan 100% ]

ขอบคุณเจ้าของ Web มากครับ ที่เปิดโอกาสให้ผมได้มาเล่าเรื่องราวของ Hasselblad ให้กับบรรดาผู้ใฝ่หาความรู้ ได้รับรู้ข้อมูลเบื้องต้น

Hasselblad User

mann
20th January 2009, 23:17
ขอสรุปอีกนิดนึงนะครับ
กล้อง Hasselblad ตอนนี้มี 2 system คือ V System(มาจาก Victor) และ H System(อันนี้ไม่บอกคิดว่าหลายๆท่านก็คงรู้นะครับว่ามาจาก Hasselblad)

V System ตอนนี้เหลือสายการผลิตอยู่รุ่นเดียวคือ 503CW แต่ถ้าเป็น 503CWD คือชุดคิทที่ประกอบไปด้วย 503CW+CFV(CFV หมายถึง digital back รุ่นนึงของ Hasselblad ที่มีความละเอียด 16 Mpixels)

H System ตอนนี้มี 2 รุ่นคือ
H3DII ที่เป็นระบบ digital ล้วนๆมีความละเอียดตั้งแต่ 31, 39, 50 และที่กำลังจะออกมาใหม่ในปีนี้คือ 60 Mpixels
ส่วนที่บอกว่า H System ไม่สามารถใช้กับฟิล์มได้แล้วเป็นการเข้าใจผิดนะครับ เพราะ H System ยังคงผลิตออกมาอีก 1 รุ่นคือ H2F ซึ่งใช้ได้ทั้งฟิล์มและ digital ได้

ซึ่งสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hasselblad.com/products.aspx นะครับ
หรือถ้าอยากจะรู้จักตัวเป็นๆ ก็ลองเข้าไปดูได้ที่ Hasselblad Studio นะครับ
http://procamera.in.th/images/mapshriro.gif :thumbup:

JEE
21st January 2009, 00:49
ขอสรุปอีกนิดนึงนะครับ
กล้อง Hasselblad ตอนนี้มี 2 system คือ V System(มาจาก Victor) และ H System(อันนี้ไม่บอกคิดว่าหลายๆท่านก็คงรู้นะครับว่ามาจาก Hasselblad)

V System ตอนนี้เหลือสายการผลิตอยู่รุ่นเดียวคือ 503CW แต่ถ้าเป็น 503CWD คือชุดคิทที่ประกอบไปด้วย 503CW+CFV(CFV หมายถึง digital back รุ่นนึงของ Hasselblad ที่มีความละเอียด 16 Mpixels)

มาเพิ่มข้อมูลให้ครับว่าตอนนี้ 503CW ได้เลิกผลิตเเล้ว
ที่ยังเห็นวางขายอยู่ก็พวกที่ยังค้างสต๊อกอยุ่น่ะครับ
ขายไปเรื่อยๆ หมดเเล้วหมดกันสำหรับรุ่นนี้

ทางบริษัทเเม่ที่ถือหุ้นใหญ่โดยบริษัทจีนในฮ่องกง กับ Christian Poulsen - CEO
ได้ตกลงยกเลิกกล้องฟิล์มเป็นการถาวรสำหรับ Manual focus 503CW
เเต่ยังผลิต H2F ที่ใช้ได้ 2 ระบบอยู่ ขายเเทน 503CW

503CWD / CWDII ก็ออกมาเอาใจพวก 500 user เดิมที่ยังมีเลนส์ C / CF / CFE / CB อยู่เป็นกระตั๊ก
เเต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก เพราะพวกช่างภาพรุ่นเก่านั้นใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น
ก็ผลิตออกมางั้นเเหละ ให้มันครบไลน์

อีกทั้งหลายคนก็หวังไว้กับ full frame square sensor ที่ยังไม่มีวี่เเววจะออก

เพิ่มเติมอีกหน่อยว่า film back A24 / A16 / A12 ก็เลิกผลิตเเล้วเช่นกัน
lenses CFE Zeiss ก็เลิกผลิตเเล้วเช่นกัน เเละรวมถึง accessories อีกหลายอย่าง

Hasselblad ในยุค modern age นี่ได้เปลี่ยนทิศทางไปดิจิตอลเต็มตัวเเล้ว
ทั้ง system เลยก็ว่าได้ ซึ่งหากคนเล่นจริงจะรู้ว่า Hasselblad H มันคือกล้อง fuji ดีๆนี่เอง
ไม่เหลือเเล้วซึ่งหลิ่นอาย ความขลังของ Hasselblad อีกต่อไป

Hasselblad พยายามบอกผู้ใช้ว่า เลนส์ Fujinon ดีกว่า Zeiss มีการโชว์เทสให้ดูมากมาย
ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบ charactor ของเลนส์ fujinon เเละกล้อง Fuji medium format
ที่มีอายุนานพอเเละได้การยอมรับว่ามีคุณภาพดีพอที่จะเชื่อถือได้

neno-c
21st January 2009, 03:10
16.Hasselblad H3DII-31+60 ล้านพิกเซล วันนี้ได้มีโอกาศแวะไปชมงานแสดงสินค้ามาครับ
http://www.thaidphoto.com/forums/sho...d.php?t=103441 (http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=103441)
:chat:

hlonja
21st January 2009, 03:24
เป็นความรู้ที่มีประโยชน์มากครับ ขอบคุณครับ
มีปัญญาอ่านแต่ไม่มีปัญญาเล่นครับผม T_T

Hasselblad
22nd January 2009, 17:01
ขอบคุณมากๆ ครับ สำหรับการแชร์ความเห็น เห็นด้วยกับหลายๆ ความคิด ที่แต่ละท่านนำเสนอครับ

สำหรับ Hasselblad H1 and H2
แสดงว่า..
Hasselblad H1 และ H2 ยังคงใช้ร่วมกับ Film magazine ของ H series และ Digital back ของค่ายอิสระอย่าง PhaseOne Leaf Sinar ฯลฯ ได้ ตั้งแต่ 6 11 16 17 และ 22 ล้านพิคเซล ได้ไม่มีปัญหา

Hasselblad H3D หรือH3D II ใช้ได้กับ Digital back ของ Hasselblad อย่างเดียวตั้งแต่ 31 ล้านพิคเซลขึ้นไป Digital back ของค่ายอื่นๆ ใช้ไม่ได้แล้ว และใช้กับ magazine film ของ H รุ่นก่อนๆ ไม่ได้แล้วเช่นกัน

แต่ถ้าต้องการใช้ Film magazine ด้วยและใช้ Digital back รุ่นใหม่ๆ ของ Hasselblad H series ตั้งแต่ 31 ล้านพิคเซลขึ้นไปให้ใช้ Hasselblad H2F ( อันนี้ผมเพิ่งทราบจากข้อมูลข้างบน...ขอบคุณมากครับ )

ผมเข้าใจอย่างนี้ถูกต้องมั้ยครับ

เอ้
22nd January 2009, 17:55
film back A16 จะใส่ฟิล์ม 120 จะได้ภาพขนาด 6x4.5 จำนวน 16 ภาพ

ของหายากอีกอัน ตอนไม่มีอย่างอยากได้เลย แต่ขายมันไปแล้ว

โพลาลอยด์ มียี่ห้ออิสระทำใช้กันได้ แต่ผมมีของแท้ Hasselblad ซึ่งเปลี่ยนเป็นของอื่นไปแล้วเช่นกัน

neno-c
22nd January 2009, 18:29
รุ่นนี้เหรอปล่าวครับ น้าเอ้ รุ่นมีรูดูจำนวนภาพรุ่นนี้ผมมีหลายอันอยู่ครับ เก็บไว้ทันครับ :flower: เลขตรงทุกอันครับ

mann
22nd January 2009, 21:36
ขอบคุณมากๆ ครับ สำหรับการแชร์ความเห็น เห็นด้วยกับหลายๆ ความคิด ที่แต่ละท่านนำเสนอครับ

สำหรับ Hasselblad H1 and H2
แสดงว่า..
Hasselblad H1 และ H2 ยังคงใช้ร่วมกับ Film magazine ของ H series และ Digital back ของค่ายอิสระอย่าง PhaseOne Leaf Sinar ฯลฯ ได้ ตั้งแต่ 6 11 16 17 และ 22 ล้านพิคเซล ได้ไม่มีปัญหา

Hasselblad H3D หรือH3D II ใช้ได้กับ Digital back ของ Hasselblad อย่างเดียวตั้งแต่ 31 ล้านพิคเซลขึ้นไป Digital back ของค่ายอื่นๆ ใช้ไม่ได้แล้ว และใช้กับ magazine film ของ H รุ่นก่อนๆ ไม่ได้แล้วเช่นกัน

แต่ถ้าต้องการใช้ Film magazine ด้วยและใช้ Digital back รุ่นใหม่ๆ ของ Hasselblad H series ตั้งแต่ 31 ล้านพิคเซลขึ้นไปให้ใช้ Hasselblad H2F ( อันนี้ผมเพิ่งทราบจากข้อมูลข้างบน...ขอบคุณมากครับ )

ผมเข้าใจอย่างนี้ถูกต้องมั้ยครับ

เข้าใจถูกแล้วครับ แต่ไม่หมดทุกอย่างน่ะครับ

Hasselblad H1 และ H2 ยังคงใช้ร่วมกับ Film magazine ของ H series และ Digital back ของค่ายอิสระอย่าง PhaseOne Leaf Sinar ฯลฯ ได้ ตั้งแต่ 6 11 16 17 และ 22 ล้านพิคเซล ได้ไม่มีปัญหา
- อันนี้ถูกต้องครับ แต่ H1 กับ H2 ไม่มีผลิตออกมาแล้ว

Hasselblad H3D หรือH3D II ใช้ได้กับ Digital back ของ Hasselblad อย่างเดียวตั้งแต่ 31 ล้านพิคเซลขึ้นไป Digital back ของค่ายอื่นๆ ใช้ไม่ได้แล้ว และใช้กับ magazine film ของ H รุ่นก่อนๆ ไม่ได้แล้วเช่นกัน
- H3D มีรุ่น 22,31 และ 39 Mpixels เท่านั้นครับ และสามารถใช้กับ magazine film ของ H รุ่นก่อนๆได้ครับ
- แต่พอเปลี่ยนมาเป็น H3DII ก็มีตั้งแต่ 22,31,39,50 และ 60 กำลังจะมาประมาณกลางปีนี้ (แต่ตอนนี้รุ่น 22 Mpixels เลิกผลิตไปแล้ว)

แต่ถ้าต้องการใช้ Film magazine ด้วยและใช้ Digital back รุ่นใหม่ๆ ของ Hasselblad H series ตั้งแต่ 31 ล้านพิคเซลขึ้นไปให้ใช้ Hasselblad H2F
- ถ้าต้องการใช้ Film magazine ของ H series ตอนนี้ต้องเป็น H2F เท่านั้นอันนี้ถูกต้องนะครับ แต่ถ้าจะใช้กับ digital จะต้องเป็น digital back ของ Hasselblad ที่เป็นรุ่น CF-22 หรือ 39 เท่านั้น (เป็นคนละรุ่นกับที่ใช้ใน H3DII นะครับ)

ประมาณนี้นะครับ :Smiles2:

JEE
23rd January 2009, 01:41
การตัดสินใจยกเลิกการผลิตกล้อง film ยอดฮิตอย่าง Hasselblad 503CW
เเละรวมถึง Zeiss lenses / Film back / เเละ Accessories ต่อพ่วงทั้งหลายนั้น
เหมือนกับการฆ่าตัดตอนเเบบนิ่มๆ ค่อยๆเป็นค่อยไป
ซึ่งทำให้ผู้ใช้อึดอัดพอสมควรเพราะการลงทุนใน system ใหม่นั้นมากเอาเรื่องอยู่
เเถมเรื่องคอมพิวเตอร์อีก เลนส์อีก ทั้งระบบคงใช้เงินไม่ต่ำกว่า 1-5 ล้านบาท
เเล้วเเต่ขนาดเเละกำลังของช่างภาพอาชีพเเละสตูดิโอใหญ่ๆ

เเละรวมถึงเรื่องการผูกขาดการใช้ Digital Back ของ Hasselblad H3DII เองก็มีคู่เเข่งอย่าง
Leaf / Phase One อีก เหมือนการต่อสู้ของ Hasselblad ครั้งนี้จะไม่ง่ายซะเเล้ว
ทั้งในเรื่อง System เเละในเรื่อง Digital Backs ของคู่เเข่ง

เเละเหตุผลในเรื่องของ Hasselblad H3DII User ต้องการใช้ Digital Back ยี่ห้ออื่น

เเต่ Hasselblad ก็ยังมีจุดเเข็งมากๆในเรื่องของ System ที่ออกเเบบมาอย่างดี
เเทบไม่มีที่ติเเละในส่วนของ Software (Phocus) ที่ออกมายันกับ Capture One

Phase One เองเเม้มี Capture One อันโด่งดังเเต่ไม่มีกล้องเป็นของตนเองจึงได้ใช้
Mamiya เป็นบันไดต่อยอด บัดนี้จึงได้เห็นกล้อง Mamiya 645 AFDIII ในนามของ Phase One

JEE
23rd January 2009, 01:51
Hasselblad วันนี้เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลเกือบเต็มตัว
(ยังมีรุ่น H2F ที่ใช้ได้ทั้ง film เเละ digital ขายอยู่)

ได้ทำการตลาดอย่างหนัก...หนักมาก มีการไล่บี้กล้อง 35mm Hi-End Full Frame
อย่าง Canon 1DsIII เเละล่าสุด 5DII (เเปลกที่ไม่เอ่ยถึง Nikon เลย)
เพื่อเเย่งส่วนเเบ่งตลาด พยายามโน้มน้าวช่างภาพให้หันมาใช้ Hasselblad H3DII
อย่างออกหน้าออกตา จนถึงขั้นน่าเกลียดในเรื่องการเปรียบเทียบ
ความคมชัดระหว่าง Canon 1DsIII กับ Hasselblad H3DII 31

จากหนังสือรายครึ่งปี ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาได้มีบทความเปรียบเทียบ
ความคมชัดระหว่าง Canon 1DsIII กับ Hasselblad H3DII 31
เเบบที่เรียกว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ว่า Canon 1DsIII ภาพเบอลซะขนาด...
ถึงขั้นน่าเกลียดเกินไป...ขนาดของหนังสือ 12 X 15" ขยายเต็มหน้า
ผมดูเเล้วมันเเทบจะไม่เชื่อตาตัวเองว่า Hasselblad เทสออกมาเเบบนี้

ลำพัง 5D ผมถ่าย jpg อย่างเดียวขยายขนาดเท่ากันยังชัดกว่า Canon 1DsIII ในเทสนี้อีก
ผมเลยมองว่า Hasselblad เทสเข้าข้าง หรือพยายามขายตัวเองอย่างน่าเกลียด

ส่วนตัวผมเองนี่ก็ Hasselblad / Canon User ใช้ทั้ง 2 ค่าย
เพียงเเต่ไม่ค่อยชอบฝ่าย marketing ของ Hasselblad สักเท่าไหร่

ไม่เพียงเเต่เรื่องเเย่งตลาดจาก Canon 1DsIII
เเม้เเต่เลนส์คู่ยากในอดีตอย่าง Zeiss ก็ถูกเขี่ยทิ้งเเบบไม่มีเยื่อใย
อ่อ..ยังมีสิ ยังเอาใจด้วยการผลิต adapter ขึ้นมารองรับ Zeiss C/CF/CFB/CFE เพื่อใช้กับ body H

มีการเทส (อีกเเล้ว)ระหว่างเลนส์ Zeiss CFE กับ Hasselblad HC lenses (fujinon EBC)
เลนส์ Hasselblad HC หรือเเท้จริงเเล้วก็คือ fujinon EBC นั้นถูกออกเเบบใหม่ทั้งหมดโดย
คอมพิวเตอร์ซึ่งลบจุดด้อยของ Zeiss ทั้งหมด เเต่ผมก็ยังเชื่อว่าถึงอย่างไร HC lenses
ก็ยังเลียนเเบบการจัดวางชิ้นเลนส์จาก Zeiss อยู่ดี (เหมือนที่ Nikon เคยเลียนเเบบมาก่อน)
ความจริงอาจจะไม่ได้เลียนเเบบ เเต่เรียกว่าเอามาปรับปรุงมากกว่า
เพราะทาง Hasselblad ยังคงมีสิทธิ์เอา Zeiss มาพัฒนาต่อก็เป็นได้

จากบทความในหนังสือ Victor ได้เขียนว่า Lens HC ถึงเเม้จะให้ Fujinon ทำให้
เเต่การออกเเบบทุกอย่างอยู่ภายใต้ Hasselblad
เเต่โครงสร้างเเละการจัดวางชิ้นเลนส์นั้นช่างคล้ายกับ Zeiss มาก

คือดูเเล้วนี่เหมือนการปฎิวัติครั้งใหญ่ของ Hasselblad เลยทีเดียว
ที่ต้องการค่อย move users เก่าๆเเละกลุ่มใหม่ๆหันมาใช้ Hasselblad H3DII ให้หมด

คิดถึงตอนที่ Canon เปลี่ยน mount เป็น EF เมื่อยุค 80's เลย
ไอเดียคือ เปลี่ยนทั้ง system เลย

neno-c
23rd January 2009, 06:35
แต่ปัญหา Hasselblad มาช้าไปครับ บ้านเราช่างภาพคุ้นเคยกับและลงทุนไปกับ Leaf / Phase One แยะแล้วครับ การที่จะกลับมาซื้อ System Hasselblad ซึ่งต้องลงทุนใหม่หมดก็คิดหนักเหมือนกันครับ แล้วอุปกรณ์เก่าของ Hasselblad ซึ่งช่างภาพส่วนใหญ่ยังมีกันอยู่ในมือซึ่งยังสามารถนำมาใช้กับ Leaf / Phase One ได้อีกนานครับ กว่าชุดอุปกรณ์นี้จะพังหรือเลิกไปจริงๆน่าจะเกินอีก 5 ปีครับ Hasselblad จะรอไหวหรือปล่าวกว่าจะได้ขาย ระบบของตัวเองทั้งหมดจริงๆในตลาด ราคาในบ้านเราก็สูงมากทีเดียว กล้องตัวเลนส์ตัวแบค1อันก็ ล้านสามเข้าไปแล้ว ตัวแทนจำหน่ายน่าจะเหนื่อยพอสมควรครับ ...:chat:

จอมมารพุงโต
23rd January 2009, 07:07
ใช่ครับ กว่าจะปรับตัวกับโลกดิจิตอลได้ก็เสียฐานลูกค้าให้ลีฟไปเยอะเหมือนกันครับ

มามิย่าเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ย่อยเหมือนกันครับ