PDA

View Full Version : เทรกกิ้งเนปาล Chulu Far East & Tilico Lake ฉบับสมบูรณ์



ykumsri
2nd December 2008, 06:43
หลังจากที่ผมได้ไปเทรกกิ้งแถบ Everest เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ผมและเพื่อนยังคงตั้งใจที่จะไปเทรกกิ้งแถบ Annnapurna อีกด้านหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงของการเทรกกิ้งในเนปาล หลังจากการหาข้อมูลเส้นทางต่างๆของ
โซน Annapurna แล้ว ผมได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่จะต้องสวยงาม มีการผจญภัย บุกเบิกเส้นทางเล็กน้อย และมีน้อยคนที่เคยไป นั่นคือ เส้นทาง
Chulu Far East And Tilicho Lake trekking

ykumsri
2nd December 2008, 06:50
Chulu Far East And Tilicho Lake trekking ตามเส้นทางนี้ เราจะเริ่มเดินเท้าจากระดับความสูงที่
820 ม. ไปจนถึง 6038 ม.(หากเราสามารถพิชิตยอด Chulu Far East ได้สำเร็จ) อย่างไรก็ดี ผมไม่ได้หวังที่จะพิชิตยอดเขาเป็นหลัก นั้นเป็นสิ่งสูงสุดที่เราตั้งเป้าไว้ ส่วนจะทำได้แค่ไหน อย่างไรนั้น อยู่ที่ความสามารถ ความพึงพอใจของแต่ละคนที่ร่วมเดินทาง ดังนั้นการพิชิตยอดเขาเป็นแค่ความท้าทายเล็กๆของเรา ไม่ใช่เป้าหมายหลักของการเดินทางแต่อย่างใด

ykumsri
2nd December 2008, 06:55
แรกเริ่มเราวางแผนว่าจะไปกัน สามคน แต่พอใกล้วันเดินทางสมาชิกของเราคนหนึ่ง มีเหตุบาดเจ็บจากกระดูกต้นคอเคลื่อนกดทับเส้นประสาท ซึ่งนับว่าเป็นอาการเจ็บป่วยที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางครั้งนี้แน่นอน ทำให้เหลือผู้เดินทางเพียงสองคน เราออกเดินทางในวันที่ 7 พ.ย.2008 จบการเดินทางวันที่ 24 พ.ย.2008

ykumsri
2nd December 2008, 06:58
8 พ.ย. 2008 …KTM ->>Bhulbhule(820m)
เราเริ่มเดินทางออกจาก กาฐมาณฑุ ด้วยรถยนต์โดยสารขนาดเล็ก
คล้ายรถตู้ สู่ Besishahar จากนั้นก็ต่อรถจี๊บเล็กเดินทางในสภาพถนนวิบากสู่หมู่บ้าน Bhulbhule(820m)
การเดินทางวันนี้เส้นทางคดเคี้ยวไปตามไหล่เขาเป็นส่วนใหญ่ ผมตั้งใจจะนั่งชมวิวข้างทางให้สบายใจ บางช่วง จะเห็นทิวเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาว ตัดกับหมู่บ้านในชนบท มีชาวบ้านกำลังทำงานในท้องทุ่ง ดูแล้วสวยงาม เพลินใจจริงๆครับ แต่เนื่องจากเราเดินทางด้วยรถยนต์โดยสาร ทำให้ไม่มีโอกาสดีในการเก็บภาพ วยงามเหล่านั้นมาฝาก สักพักใหญ่ ผมเองต้องยอมแพ้อาการเวียนหัวเริ่มจะมาเยือน เส้นทางเล็กๆคดเคี้ยวแบบนี้ ผมขอยอมแพ้ครับ กว่าจะถึงที่พักใน Bhulbhule ก็เป็นเวลาพลบคล่ำ พอดีครับ

ykumsri
2nd December 2008, 07:29
9 พ.ย. 2008 …Bhulbhule(820m)->>Jagat(1300m)
วันนี้เราออกจาก Bhulbhule ราวเจ็ดโมงกว่า ตั้งใจจะไป Jagat เส้นทางวันนี้ ยาวไกลพอสมควร เราเดินทางผ่านทุ่งนา หมู่บ้านเล็กๆ สามสี่หมู่บ้าน ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ชาวบ้านแถบนี้ยังคงใช้วิธีการแบบเดิมๆ ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านใกล้เคียงจะช่วยกันเก็บเกี่ยวข้าว หมุนเวียนกันไป ไม่มีการจ้างแรงงาน ครั้งหนึ่งตามชนบทบ้านเราก็เคยเป็นแบบนี้ แต่ปัจจุบันแทบไม่มีแล้ว

ykumsri
2nd December 2008, 07:33
10 พ.ย. 2008 …Jagat(1300m)->>Dharapani(1900m)
สภาพการเดินทางยังคงคล้ายวันแรก เราเดินทางไกล ขึ้นๆลงๆ ค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปทีละน้อย การเดินทางช่วงวันแรกๆนี้ แม้ตอนเช้า และเย็นจะมีอากาศหนาวแต่ระหว่างการเดินทาง ช่วงกลางวันเราจะรู้สึกร้อนมาก กระหายน้ำบ่อยๆ เสื้อผ้าหนาๆ ที่ใส่ตอนเช้าๆ ต้องถอดออก อึดอัดเล็กน้อย อยากอาบน้ำ แต่พอตกเย็นถึงที่พัก อากาศก็หนาวเย็น น้ำก็เย็น แค่อดทนเข้าส้วม ทำความสะอาดให้เสร็จได้ด้วยน้ำเย็นๆให้เสร็จได้ ก็นับว่าดีมากแล้วครับ

ykumsri
2nd December 2008, 07:36
11 พ.ย. 2008 …Dharaphani(1900m)->>Bratang(2850m)
วันนี้วิวสวยๆ เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้น อากาศหนาวมากขึ้น แต่เรายังคงสบายดี ดูเหมือนเราต้องเดินทางหนักขึ้นทุกวัน เหนื่อยหน่อยแต่ก็ยังไหว ที่ Bhratang เป็นชุมชนเล็กๆ ที่พักที่นี่ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็มีคนอยู่เต็ม เหมือนกับชุมชนอื่นที่ผ่านมา ที่มีคนเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางสายนี้ค่อนข้างมาก
คืนนี้ผมมีปัญหาการนอน เพราะที่นี่ลมแรง และมีสัตว์เลี้ยงอยู่ใกล้ๆที่พัก หน้าต่างที่ควรเป็นกระจก ทางเจ้าของเขาใช้พลาสติกใส่แทน ตกกลางคืน ลมแรง ผืนพลาสติกที่ปิดไม่สนิท โดนลมตีเกิดเสียงน่ารำคาญ สลับกับเสียงวัว เสียงม้า ร้องกันเป็นระยะ ทำเอาผมหลับได้ไม่ค่อยดีเลย ..เหอ

ykumsri
2nd December 2008, 07:38
:blink: ...

ykumsri
2nd December 2008, 07:40
12 พ.ย. 2008 …Bhratang(2850m)->>Braka(3480m)
วันนี้ดูเหมือนจะไม่ไกล แต่พอเดินเข้าจริงๆ ไม่ถึงซะที วิววันนี้สวยขึ้น มากกว่าทุกวันที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นยอด Annapurna 2,3และ4 รวมทั้ง ยอดPisang ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ที่พักที่ Braka เราได้พักที่ New Yak Hotel ถือว่าเป็นที่พักที่ดีที่สุด ของทริปช่วงการเดินเทรกกิ้ง เจ้าของที่พักที่เป็นมิตร อาหารก็ใช้ได้ ห้องพักมีห้องน้ำในตัว มีก๊อกน้ำในห้องน้ำ สภาพห้องก็ สะอาด กว้างใหญ่ ดูดีครับ
คุณลูกเกด เมธิณี ก็เคยมาพักที่นี่ เจ้าของที่พักเอารูปถ่ายมายืนยัน ว่าเคยมีดาราไทยมาพักที่นี่ด้วย
แม้ Bhratang จะเป็นชุมชนเล็กกว่า Manang ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักแต่ที่ NewYak Hotel ก็ได้รับความนิยมมีคนเข้าพักเกือบเต็มหรือเต็มแทบทุกคืน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวแบบนี้
ถ้ามีโอกาสได้มาทางนี้ ขอแนะนำให้ลองมาพักดูนะครับ

ykumsri
2nd December 2008, 07:41
:dry:...

ykumsri
2nd December 2008, 07:46
:redface:...

ykumsri
2nd December 2008, 07:48
13 พ.ย. 2008 …Bhraka(3480m)->>Ice Lake(4600m)
เนื่องจากเราต้องพักที่ Bhraka 3คืน เช้าวันนี้เราจึงวางแผนที่จะขึ้นไปทดสอบปรับสภาพร่างกาย ก่อนขึ้นที่สูงอย่าง Chulu Far East(6038m) ในเร็ววันนี้ ดังนั้นเราจึงเลือกเดินทางไป Ice Lake ที่ระดับความสูง 4600m
การไต่ระดับจาก 3480m สู่ 4600m เป็นการเสี่ยงที่จะเผชิญกับปัญหาการแพ้ที่สูงได้ และจะเป็นวันที่เหนื่อยพอสมควร

ykumsri
2nd December 2008, 07:51
เมื่อเราออกเดินทาง เราก็ตองเริ่มปีนไต่ระดับขึ้นไปเป็นช่วงๆ ทุกช่วงที่ไต่ขึ้นไปเหนื่อยจนอยากถอยหลังกลับ แต่ทุกช่วงที่ขึ้นไปได้ เมื่อมองย้อนกลับมา ทิวเขาต่างๆยิ่งสวยงาม ชัดเจนขึ้น เราได้เห็นแนวเขา Annapurna 2,3,4 และยอดอื่นๆข้างเคียง อย่างชัดเจน สวยงาม

ykumsri
2nd December 2008, 07:58
:blink:...

ykumsri
2nd December 2008, 08:02
จนเราเดินทางถึงจุดๆหนึ่งที่ราวๆ 4200m ผมและเพื่อนเหนื่อยมาก(ในใจคิดว่า พอแล้วหละ) เราตกลงพัก และหยิบ ไข่ต้ม คุกกี้ เครื่องดื่มร้อนๆ ออกมากินเป็นมื้อเที่ยง
สักพัก เราก็หายเหนื่อย ...สู้ต่อน่ะ ตอนนั้นเราเห็นว่ามีฝรั่งหนึ่งคนเดินตามเรามาและเขาก็แซงเราไปเรียบร้อย
จนที่สุดเขาก็ย้อนกลับลงมา สวนกับพวกเราที่กำลังจะเดินขึ้นไป เราทักทายเขา ได้รับคำตอบเชิงยั่วเราเล็กน้อยว่า
...เดินอีกนิดเดียว ข้างบนนั้นราบเรียบ เดินสบาย สวยงาม เราออกเดินต่อไปด้วยหวังว่าอีกนิดเดียวน่า โอโห..นิดเดียวของฝรั่งนี่ทำไมไม่เห็นวี่แววของ ทะเลสาบซะที มีแต่เนินเขาสูง ลูกแล้วลูกเล่า

ykumsri
2nd December 2008, 08:04
เราอดทนเดินต่อไป ที่สุดเราก็ได้เจอ Ice Lake แม้จะไม่สวยงามน่าประทับใจสุดๆ แต่ตลอดเส้นทางเราก็ได้เห็นแนวเขา ที่สวยงาม เบื้องล่างเรามองเห็น Manang และ Manang Lake แค่นี้ก็คุ้มค่ายิ่งแล้ว และที่สำคัญคือเราทุกคนสบายดี ไม่มีอาการแพ้ความสูงแต่อย่างใด:yahoo:

ykumsri
2nd December 2008, 08:06
:turtle...

ykumsri
2nd December 2008, 08:08
:huh:...

ykumsri
2nd December 2008, 08:11
14 พ.ย. 2008…Bhraka->>Manang…Manang Lake
วันนี้ เราเลือกให้เป็นวันที่สบายๆที่สุด เพราะวันที่ผ่านๆมานั้น เราเหนื่อยหนักกันพอสมควร และพรุ่งนี้จะเป็นอีกวันที่คาดว่าจะเหนื่อยหนักกว่าทุกวันที่ผ่านมาแน่นอน เพราะเราจะต้องไต่ระดับจาก Bhraka(3480m)สู่ Chulu Far East Base Camp(ประมาณ 5000m) เราจึงตั้งใจให้วันนี้เป็นวันพักผ่อนสบายๆ เอาแค่เดินไป Manang และ Manang Lake ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก จากนั้นเราก็เดินทางกลับมาที่ Bhraka เพื่อไปแวะชม Monastery หรือวัดแบบ ทิเบต เป็นอันจบสิ้นวันนี้ ครับ
ไกด์เล่าให้เราฟังว่า เดิมทีแถบนี้ก็คือส่วนหนึ่งของทิเบต คนแถบนี้จริงๆแล้วก็เป็นคนทิเบต วิถีชีวิต และวัฒนธรรมก็เป็นแบบทิเบต แต่ต่อมาได้มาผนวกรวมเป็นหนึ่งส่วนของเนปาล ชาวบ้านที่นี่ก็ยังคงยึดถือขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมแบบทิเบตไว้อยู่จนทุกวันนี้ครับ

ykumsri
2nd December 2008, 08:13
:blink:...

ykumsri
2nd December 2008, 08:15
:zzz:...Night Shot ถ่ายในห้องนอน ที่ New Yak Hotel ครับ

ykumsri
2nd December 2008, 08:18
15 พ.ย. 2008…Bhraka(3480m)->>Chulu Far East Base Camp(5000m)
เราตื่นแต่เช้ากว่าทุกวัน เพื่อออกเดินทางขึ้นไปที่ Chulu Far East Base Camp เส้นทางนี้ถือว่ามีน้อยคนที่เลือกมา ตลอดเส้นทางไม่มีที่พักรองรับ ดังนั้นเราจะเตรียมอุปกรณ์ในการตั้งแคมป์นอนเอง จากลูกหาบหนึ่งคนและไกด์หนึ่งคน วันนี้เราจะมีลูกหาบรวม ห้าคน และมีไกด์นำปีนเขาเพิ่มอีกหนึ่งคน รวมสุทธิเราจะไปกัน ก็เก้าคนครับ

ykumsri
2nd December 2008, 08:20
สภาพเส้นทางค่อนข้างลำบาก เราต้องอาศัยไกด์นำทางเพราะบางช่วงต้องลุยเข้าไปในพุ่มไม้ ที่แทบจะไม่มีร่องรอยของเส้นทางเดินให้เราเห็น บางช่วงก็ต้องข้ามลำธารเย็นเฉียบ ที่บางส่วนเป็นน้ำแข็งไปแล้ว บางช่วงต้องเดินไปตามขอบไหล่เขาสูงชันที่มีปัญหา Landslide อยู่ด้วย ทุกก้าวย่างของพวกเราต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
ด้วยรู้ว่าวันนี้ต้องเหนื่อย หนักแน่นอน เราจึงพร้อมที่จะลุยและตั้งใจเดินอย่างเต็มที่ เหนื่อยเราก็พัก พักแล้วเดิน
..เดิน..จนที่สุดเราก็ถึงที่Base Campในเวลาราว บ่ายสามโมงเศษ เราต้องรอคณะลูกหาบและรอเตนท์ ตอนนั้นอากาศเริ่มหนาวเย็น ยิ่งเมื่อแสงแดดหดหายไปกับเงาของยอดเขาที่ทอดลงมายังที่แคมป์แล้ว อุณหภูมิยิ่งลดลงอย่างรวดเร็ว คืนนี้อุณหภูมิติดลบไปแน่นอน แต่ผมก็ไม่ได้สนใจว่าติดลบเท่าไหร่ รู้แต่ว่าเมื่อเราได้เข้ามาในเตนท์แล้ว ไม่อยากออกไปข้างนอกอีกเลย

ykumsri
2nd December 2008, 08:22
16 พ.ย. 2008…Base camp->>Chulu Far East

วันนี้เราจะต้องเหนื่อยแน่นอน เพราะจะเป็นวันที่เราต้องเดินขึ้นจุดที่สูงที่สุดของทริปนี้ เราต้องตื่นแต่เช้ามืดเพราะต้องรีบออกเดินทางก่อนสว่าง ยิ่งออกตัวได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งดี เพราะอากาศตอนดึกใกล้สว่างจนถึงตอนสายๆ นับว่าเป็นช่วงที่อากาศมีความสงบนิ่งมากที่สุด แต่เช้านี้เพื่อนผม เกิดอาการปวดหัวไมเกรน ซึ่งเขามักจะเป็นตอนกลางดึกเกือบทุกคืน โดยที่เราก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน เขาพยายามลากตัวเองจะขึ้นไปให้ได้ แต่แล้วก็ทนไม่ไหว หัวใจสั่นรุนแรง อาจจะเกิดจากฤทธิ์ยาที่กินเข้าไปแก้อาการไมเกรน ทำให้เขาต้องกลับไปรอที่เตนท์ ผมจึงต้องไปกับไกด์ทั้งสองคน รวมก็สามคนที่ต้องไปต่อในเช้านี้

ykumsri
2nd December 2008, 08:24
ท้องฟ้าเช้าวันนี้ช่างเป็นใจและสวยงามเหลือเกิน ผมรีบเก็บภาพสวยๆไว้แล้วเดินต่อ ผมตั้งใจว่าวันนี้จะทำให้ดีที่สุด และจะต้องปลอดภัยกลับมา อากาศที่หนาวเย็นต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ทำเอามือและเท้าผมชาไปถึงกระดูก ผมตั้งใจเดินอย่างเต็มกำลัง สูดหายใจลึก ก้าวเดินช้าๆไม่รีบร้อน หยุดพักให้น้อยที่สุด เราไต่ระดับขึ้นมาได้สักพัก ที่ระดับราว 5200m ทุกอย่างรอบๆตัวผมก็กลายเป็นสีขาว หิมะและแผ่นน้ำแข็งที่ไม่ละลายตัว กระจายตัวทั่วไป
เมื่อมองไปรอบๆ ช่างสวยงาม ด้วยทิวเขาน้อยใหญ่ ท้องฟ้าก็ดูสวยงาม เป็นวันที่ดีจริงๆครับ

ykumsri
2nd December 2008, 08:25
:turtle...

ykumsri
2nd December 2008, 09:05
ผมเดินต่อไปสักพักความหนาวก็เริ่มลดลง เสื้อสี่ห้าชั้นทำเอาผมมีเหงื่อยซึมลึกๆได้เหมือนกัน เราเดินฝ่าเนินสูงต่ำไปหลายลูก ยิ่งสูงขึ้นและเมื่อผมหันหลังกลับมามองเบื้องหลัง ผมก็จะได้พบกับ แนวเขา Annapurna อย่างชัดเจน รวมทั้งยอดเขาอื่นๆอีกมากมาย ยอดที่สูงที่สุดที่เราก็คือ ยอดเขาManaslu I (8163m)

:knock:ภาพนี้ถ่ายพาโนแบบเด็กๆ ไม่ได้แบกขาตั้งกล้อง ทุกภาพในทริปนี้ไม่มีขาตั้งกล้องครับ ภาพเช้า เย็น ค่ำ... D700 High ISO ช่วยให้ได้มาครับ

ykumsri
2nd December 2008, 09:08
ผมพยายามเดินหน้าต่อไป จนถึงระดับ 5700m ในเวลา9 โมงกว่า ผมนั่งพักและชื่นชมความงดงามของธรรมชาติ อันยิ่งใหญ่อีกรอบ ที่สุดผมก็ตัดสินใจว่า พอแล้ว ผมพอใจมากที่สุดแล้วนะตอนนี้ และวันนี้เรายังมีแผนที่จะไปต่อที่อื่นอีก ถ้าผมจะขึ้นต่อก็คงพอมีแรงไหวแต่ผมอาจจะไม่มีแรงเดินลง หรืออาจจะทำให้ทั้งทีมต้องรอผม จนเสียแผนในวันนี้ไป หลังจากนั้นเราก็เดินลง ผมทำเลาได้ดีกว่าตอนขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อมาถึงที่พัก ผมแทบอยากจะนอนแน่นิ่งให้นานแสนนาน แต่ก็เป็นไปไม่ได้ สักพักผมก็ต้องกินมื้อเที่ยง และเตรียมเดินทางลงจาก Base Camp สู่เบื้องล่าง ตั้งแคมป์ในระดับต่ำลงต่อไป

ykumsri
2nd December 2008, 09:10
:turtle...

ykumsri
2nd December 2008, 09:11
:huh:...

ykumsri
2nd December 2008, 09:13
17 พ.ย. 2008…Camp(3700m)->>>Khangsar(3734m)

มีความไม่สะดวกมากมาย ที่อาจนำไปสู่การปฏิบัติที่ไม่ถูกสุขอนามัยได้อย่างง่ายดาย
เช้านี้เราจะเดินทางลงไปที่ Bhraka แล้วเดินทางต่อ เฉียดManang ไปเข้า Khangsar หมู่บ้านสุดท้ายของเส้นทางที่จะไปสู่ Tilicho Lake ต่อไป คืนนี้เราจะพักที่ Khangsar
ระหว่างทางไป Khangsar เราได้เจอสมาชิกที่จะร่วมเดินทางไปกับเราอีก 2คน เป็นหนุ่มจาก อิตาลีและออสเตรเลีย ทั้งสองคนติดต่อผ่าน Adventure Geo Trek เหมือนกันกับเรา และมีช่วงซ้อนทับกันของเส้นทางไป Tilicho Lake ตรงกัน ทั้งสองคนตั้งใจมาเทรกกิ้งและปีนเขาในเนปาลเป็นเวลา 29 วัน และจะไปอินเดียต่ออีก 2-3 สัปดาห์
เมื่อเดินทางถึงที่พักที่ Khangsar ผมก็ท้องเสียอีก ที่พักที่นี่แม้จะมีห้องน้ำในตัว แต่ก็ต้องหิ้วน้ำจากข้างนอกเข้ามาใช้ทีละถังเล็กๆ วันนี้จึงเป็นวันที่ไม่สะดวกไม่สบายตัวที่สุดแล้วครับ
ผมตัดสินใจเปลี่ยนตัวยาแก้ท้องเสียให้แรงยิ่งขึ้นในคืนนี้ โดยหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในวันต่อไป

ykumsri
2nd December 2008, 09:14
18 พ.ย. 2008…Khangsar(3734m)->>>Tilicho Base Camp(ราว 4400m)
เช้านี้ผมดีขึ้นไม่ปั่นป่วนในท้องอีกแล้ว พร้อมที่จะลุยต่อเต็มที่
ก่อนเดินทางมาทริปนี้ ผมทราบมาก่อนแล้วว่าเส้นทางไป Tilicho Lake มีทั้งส่วนที่เป็น Landslide Area และบางช่วงก็ต้องเดินข้าม เขาสูงชัน วันนี้จะได้รู้จริงๆแล้วครับว่าจะหนักหนาขนาดไหน

ykumsri
2nd December 2008, 09:16
ช่วงแรกเราออกจาก Khangsar ค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปตามไหล่เขา ทุกอย่างดูปกติราบรื่นดี เนื่องจาก Khangsar เป็นชุมชนสุดท้ายบนเส้นทางสู่ Tilicho Lake ดังนั้นยิ่งเราเดินออกห่างจาก Khangsar มากเท่าไหร่เส้นทางก็เริ่มไม่สะดวกมากยิ่งขึ้น ออกเดินทางได้พักใหญ่เราจะได้เจอ Monastery แห่งหนึ่ง และอีกพักใหญ่ ก็จะมี Lodge หรือที่พักให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่จะไป Tilicho Lake โดยเฉพาะ จากนั้นเราก็จะเข้าสู่เขต Landslide

ykumsri
2nd December 2008, 09:20
:huh:...
ด้านหลังจามรีไป จะเห็นทางเดินเข้าสู่เขต Landslide เห็นแล้วน่าไปเดินเล่นไหมครับ???

ykumsri
2nd December 2008, 09:25
ไกด์พยายามกระตุ้นให้พวกเรารีบเร่งเดินทางให้ผ่านพ้นเขต Landslide ก่อนเที่ยง เนื่องจากช่วงบ่ายมักจะมีลมแรงในบริเวณนี้ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิด Landslide
เขต Landslide กินพื้นที่ยาวไกล เราต้องใช้เวลาเดินทางผ่านเขตนี้นานกว่าชั่วโมง ไกด์ให้ข้อมูลว่าแต่ละปีจะมีผู้คน และสัตว์เลี้ยง บาดเจ็บ ล้มตายจากเส้นทางนี้ทุกปี
การเดินทางในช่วงที่เป็น Landslide Area เราจะต้องมีสติ ไม่ประมาท ทุกย่างก้าว ตัวผมเองขณะเดินผมจะจดจ่ออยู่กับพื้น ที่จะก้าวไปเท่านั้น ผมจะไม่หวอกแหวก ไปมองดูเบื้องล่างที่เป็นหุบเขาลึก มีลำธารอยู่ต่ำสุดให้จิตใจหวั่นไหว จนอาจทำให้การทรงตัวไม่มั่นคง ผมจะมองดูรอบๆตัวได้ ก็ต่อเมื่อได้เดินมาถึงจุดที่มีพื้นที่กว้างและมั่นคง ปลอดภัยเท่านั้น

ykumsri
2nd December 2008, 09:26
ทางเดินสู่ Tilicho Lake นั้นช่วงเข้าสู่ Landslide Area จะมีทางให้เลือกเดินสองเส้นทาง เส้นแรกเป็นเส้นทางที่เราเลือก เรียกว่า Lower Trail เป็นเส้นทางที่ไม่ต้องเดินขึ้นสูงมากนัก เส้นทางต้องผ่านเขต Landslide เป็นระยะทางยาว มีความเสี่ยงสูงแต่ผู้เดินจะไม่ต้องเหนื่อย ในการเดินขึ้นยอดเขาสูง โดยปกติจะใช้เวลาน้อยกว่าอีกเส้นทาง ที่เรียกว่า Upper Trail เส้นทางนี้ผู้เดินทางจะเลือกใช้ในกรณีที่ลมแรงมาก หรือกรณีมีหิมะตก ทำให้เสี่ยงต่อการเดินทางตามแนวเขต Landslide เส้นทางนี้จะใช้ทั้งเวลาและแรงมากกว่าอีกเส้นทาง แต่มีความปลอดภัยมากกว่าครับ

ykumsri
2nd December 2008, 09:29
ระหว่างเดินทางไป Tilicho Lake เราได้เดินสวนทางกับนักเดินทางเป็นระยะๆ ราวสิบคนได้ทุกคน เลือกเดินทางไปชม Tilicho Lake แล้วเดินทางย้อนกับผ่าน Khangsar ทั้งสิ้น ต่างจากพวกเรา ที่จะไปแล้วไม่กลับ...ทางเดิมนะครับ

ykumsri
2nd December 2008, 09:32
เมื่อเราเดินทางปลอดภัย ผ่านเขต Landslide มาได้เราก็ต้องเดินไต่เขาสูงชันอีกลูกหนึ่ง เพื่อข้ามไป ผมเห็น
ลูกหาบคนหนึ่งไถลลื่นล้มลง ข้าวของแทบร่วง โชคดี ไกด์ปีนเขาที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆ ช่วยดึงตัวได้ทันเวลา ปลอดภัยทั้งคนและของ ไกด์ปีนเขาคนนี้ ทำได้แบบนี้2ครั้งเห็นๆ ก่อนนี้ก็คว้าตัวลูกหาบที่เสียหลักลื่นจะตกลงในลำธาร ในวันที่เดินทางไป Chulu Far East Base Camp ได้อย่างหวุดหวิดมาแล้ว ท้ายที่สุดเราก็ผ่านอุปสรรคต่างๆของวันนี้ไปได้ด้วยดี เดินทางถึง Base Camp ในเวลาราวบ่ายโมงวันนั้นเอง
ที่ Base Campมี Lodge ให้บริการนักเดินทาง เพียงแห่งเดียว และไม่มีชุมชนอยู่ในบริเวณนี้เลย เราพบนักเดินทางอยู่ที่นี่ อีก 7-8 คน
ช่วงบ่ายวันนั้น หนุ่มออสซี่และหนุ่มอิตาเลี่ยนได้ออกไปฝึกปีนเขาที่ธารน้ำแข็งใกล้ๆนั้น ส่วนผมและเพื่อนก็ได้รับการฝึกให้รู้จักการใช้อุปกรณ์ และเทคนิคในการปีนเขา โดยไกด์เองหวังว่าเราอาจจะสนใจกลับมาเที่ยวเพื่อการปีนเขาที่เนปาลอีกครั้ง
คืนนั้นคณะเราได้เลือกตั้งแคมป์ นอนในเตนท์ ที่ลูกหาบแบกมานั่นเอง

ykumsri
2nd December 2008, 09:34
:crazy:...

ykumsri
2nd December 2008, 09:39
19 พ.ย. 2008…Tilicho Base Camp->>>Tilicho Lake(4910m)
ผมตื่นนอนตอนตีห้า พอดีกับที่เริ่มมีหิมะตก เช้านี้เราต้องรีบออกเดินทางตั้งแต่หกโมงเช้า เพราะเราตั้งใจจะเดินทางไป Tilicho Lake แล้วมุ่งหน้าลงสู่ Jomsom ให้ได้ในวันเดียว วันนี้เราจะต้องเดินทางไกลแน่นอน
ทั้งคณะจึงต้องออกเดินทางแม้จะมีหิมะตก ก็ต้องไป เราเดินฝ่าหิมะ ที่ตกลงมาตลอดทาง จนถึง Tilicho Lake
บรรยากาศขณะเดินทางดูสลัวๆ และขาวโพลนไปหมด จนมองไม่เห็นวิวทิวทัศน์ว่าสวยงามเพียงใด แต่ก็เป็นบรรยากาศการเดินทางที่แปลกออกไปอีกแบบ

ykumsri
2nd December 2008, 09:41
เมื่อเราเดินทางมาถึง Tilicho Lake หิมะก็หยุดตก ลมเริ่มพัดเมฆออกไป เราเริ่มเห็นความงดงามของ แนวเขา Tilicho และ Tilicho Lake อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะที่ผมกำลังเพลินกับการถ่ายรูป ไกด์และลูกหาบก็ทยอยมาถึงจุดเดียวกัน และทุกคนก็เริ่มกังวล เพราะเส้นทางที่เราจะใช้เดินทางต่อไปนั้น เป็นเส้นทางเดินตามไหล่เนินเขาติดกับ Tilicho Lake ได้ถูกหิมะกลบจนไม่เหลือร่องรอยใดๆ โชคยังดีที่ทริปนี้ เรามีไกด์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปีนเขาและมีอุปกรณ์การปีน การเดินทางในสภาพที่เป็นอยู่ได้ไกด์ทั้งสองคนจึงเร่งรีบออกสำรวจและต้องใช้ ทั้งIce Axe และ Campon สร้างแนวให้คณะเดินลงจากไหล่เขา ไปสู่พื้นราบเบื้องล่างได้

ykumsri
2nd December 2008, 09:45
Tilicho Lake เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 4910m. มีความยาวถึง 4 กิโลเมตร กว้างถึง 1.2 กิโลเมตร ลึก 85เมตรมีความจุน้ำถึง 155ล้านลิตร

ykumsri
2nd December 2008, 09:47
ขณะที่ไกด์ทั้งสองกำลังสำรวจเส้นทาง พวกเราต้องทนหนาวจากลมแรง และความสูงของจุดที่เราอยู่ แต่ในสภาพของสถานที่แห่งนั้น ซึ่งเป็นที่โล่งไม่มีที่หลบหนาวใดๆ พวกเราต้องทนหนาว ทำได้แค่นั่งรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน ไม่ให้โดนลมเต็มๆเท่านั้นเอง อุปสรรคครั้งนี้ไม่ยุ่งยากนัก ไกด์ทั้งสองใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงในการสร้างเส้นทางให้ทุกคนได้ทยอยเดินทางไปได้ เราเดินลงสู่พื้นราบเบื้องล่าง ที่มีระดับใกล้เคียงกับระดับน้ำในทะเลสาป ขณะนั้นเป็นเวลาใกล้เที่ยง ทุกคนดูสบายใจที่ผ่านอุปสรรคมาได้ ท้องฟ้าก็เปิดมากขึ้น ดูๆแล้วเหมือนทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี เราหยุดพักกินมื้อเที่ยง แบบง่ายๆเช่นเคย แล้วจึงออกเดินทางต่อ ผ่านทิวทัศน์ของทะเลสาบ และแนวเขา Tilicho ดูสวยงามตระการตา

ykumsri
2nd December 2008, 09:48
:turtle...

ykumsri
2nd December 2008, 09:50
เราเดินทางต่อจนถึงจุดที่จะต้องปีนเขาเพื่อข้าม Eastan Pass(5200m) หนุ่มอิตาเลี่ยนและออสซี่รออยู่ ณ เชิงเขาที่จะต้องปีนข้ามไปได้สักพักแล้ว ผมจึงได้ตามมาทัน ตอนนั้นเป็นเวลาราวบ่ายโมง เหตุที่ต้องรอก็เพราะกระแสลมแรงในช่วงหลายวันที่ผ่านมาทำให้เกิด Landslide จนเส้นทางเดิมที่จะใช้ปีนข้ามไปยัง Eastan Pass เสียหายจนหาเส้นทางเดิมไม่เจอ ไกด์ทั้งสองเร่งออกสำรวจเส้นทางอีกครั้ง ทั้ง2หายไปในกำแพงแผ่นหินขนาดใหญ่ ราวชั่วโมงเศษ พวกเรารอคอยอย่างจดจ่อ และหวังว่าไกด์จะหาเส้นทางให้เราไปได้เหมือนที่ผ่านมา
แต่ด้วยการประเมินจากสิ่งที่เราเห็นนั้น ผมเองยังไม่รู้ว่าเราจะข้ามเขาสูงชันลูกนี้ไปได้อย่างไร ไม่เห็นเส้นทางเลยจริงๆ ส่วนหนุ่มออสซี่ ออกอาการบ่นประมาณว่านี่จะพาเขาไปทางไหน? เพราะดูแล้วมันเหมือนไม่มีเส้นทางมาก่อนเลย และตอนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่มีทางใดพาเราข้ามเขาลูกนี้ไปได้เลยจริงๆ เรานั่งรอในสภาพอากาศที่หนาวเย็น จนกระทั่งไกด์กลับมา พร้อมบอกพวกเราว่า เราต้องนอนที่นี่ ไปต่อไม่ได้ในวันนี้ เขาทั้ง2คนจะใช้เวลาในช่วงบ่ายนี้ หาเส้นทางที่พอจะเป็นไปได้ในการใช้ข้าม Eastan Pass จากนั้นทั้ง2 ก็นำเชือกที่ใช้ในการปีนเขา และอุปกรณ์การปีนเขา อื่นๆติดตัวกลับขึ้นไปยังเส้นทางสู่ Eastan Pass อีกครั้ง

ykumsri
2nd December 2008, 09:52
:knock:...

ykumsri
2nd December 2008, 09:54
20 พ.ย. 2008 ....Eastan Pass(5200m)->>ทางลงสู่ Jomsom
รุ่งเช้าเราตื่นแต่เช้ามืด เช้านี้แสงทองส่อง Tilicho Peak สวยงามยิ่งนัก ในค่ำคืนที่ผ่านมาอากาศค่อนข้างสงบดี มีเพียงเสียงหิมะถล่มเป็นระยะๆ ไกด์บอกเราว่า แถบนี้สภาพอากาศแปรปรวนบ่อย มีหิมะตกบ่อยกว่าที่อื่นในโซนนี้ บางจุดมีกระแสลมแรง เป็นเหตุให้เส้นทางปิด หรือเสียหายได้ง่าย จึงมีนักท่องเที่ยวน้อยรายที่จะเลือกเดินทางระหว่าง Tilicho Lake และ Jomsom กรณีของคณะเรา ก็ไม่มีใครรู้ก่อนว่าเส้นทางนี้จะมีปัญหาอย่างที่เราต้องเจอ และไม่มีทางรู้ได้ ชาวบ้านเองก็ไม่ได้ใช้เส้นทางนี้ในการเดินทาง มีเฉพาะนักท่องเที่ยว บางกลุ่มเท่านั้น ที่ยอมเสี่ยงเข้ามาผจญภัยในเส้นทางที่สวยงามเส้นนี้

ykumsri
2nd December 2008, 09:56
กลับมาที่การเดินทางข้าม Eastan Pass ต่อ ผมรวบรวมความเชื่อมั่นในตนเอง ความกล้า และสติทุกอย่าง มาใช้ในการก้าวปีนไต่ขึ้นไปตามเขาสูงชันที่ไม่มีเส้นทางไปที่ชัดเจน หลายครั้งผมแทบจะโน้มตัวลงไปใช้ทั้งมือเกาะหิน ใช้เท้ายันดันตัวเองขึ้นไป ทำทุกอย่างไม่ให้หลุดล่วงจากพื้นผิวที่ไม่มั่นคงเหล่านั้น บางช่วงไกด์ได้ทำแนวเชือกให้เราได้ยึดเกาะ พาเราดึงตัวขึ้นไปได้ นึกแล้วหากเชือกไม่มั่นคงแข็งแรง คงมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นบ้างแล้ว
ที่น่านับถือสุดก็เหล่าลูกหาบ แม้จะต้องแบกสัมภาระมากมายแต่ทุกคนก็ใช้ทักษะในการเป็นคนภูเขา ปีนผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ด้วยดีทุกคนครับ

ykumsri
2nd December 2008, 09:58
:turtle...

ykumsri
2nd December 2008, 09:59
:good:เราได้ดีใจกันอีกครั้งที่ผ่านพ้น Eastan Pass มาได้ และเราต้องเร่งเดินต่อไป ท่ามกลางเนินเขาสูงต่ำ สีขาวโพลน เต็มไปด้วยหิมะ/น้ำแข็งปกคลุมอยู่ทั่วไปเป็นอีกบรรยากาศที่สวยงาม ยิ่งนัก
เรายังคงเดินทางต่อไป และได้แวะพักเที่ยงระหว่างทางตอนราว 11โมงเช้า หลังจากที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางในช่วงเช้าวันนั้น เมื่อท้องอิ่มและหายเหนื่อย เราได้ออกเดินทางต่อ โดยมีจุดหมายที่ Jomsom(2720m) ช่วงนี้เป็นการเดินทางบนพื้นที่สูงกว่า ห้าพันเมตรเป็นส่วนใหญ่ เราเดินทางผ่านอีกจุดสูงที่ชื่อ Meshokanto Pass(5099m)

ykumsri
2nd December 2008, 10:01
:spineyes:..

ykumsri
2nd December 2008, 10:05
:kiss:...

ykumsri
2nd December 2008, 10:07
ช่วงนี้ชมภาพชุดความงามของ Tilicho และการเดินทาง ขึ้นลงเขา:zzz:เยอะหน่อยนะครับ

ykumsri
2nd December 2008, 10:09
:turtle...

ykumsri
2nd December 2008, 10:14
:blink:...

ykumsri
2nd December 2008, 10:16
:spineyes:...

ykumsri
2nd December 2008, 10:18
จนกระทั่งเราได้มาถึงจุดสูงสุด สุดท้ายก่อนจะลงไปสู่ Jomsom ตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว อีกครั้งที่สองหนุ่มตาน้ำข้าว ยืนรอ นอนรอ ที่จุดนั้น ครั้งนี้ผมเห็นแล้วว่าเป็นอุปสรรคครั้งใหญ่ที่สุด ของการเดินทาง เนื่องจากตรงจุดสูงสุดนั้น ฝั่งที่จะลงไปสู่ Jomsom นั้นปกคลุมไปด้วยหิมะ/น้ำแข็ง ไม่มีร่องรอยว่ามีการเดินทางขึ้น-ลง ตามเส้นทางแบบนี้มาก่อนเลย เพราะทางลงเป็นหุบเขาสูงราว ห้าร้อยเมตร และมีความชันอย่างมาก นี่เป็นครั้งที่ผมและเพื่อนเกิดอาการกลัว และกังวลใจอย่างที่สุด เราไม่มีทางเลือกแล้ว จะย้อนกลับหรือ ก็เป็นไปไม่ได้ เราไม่มีเวลาพอที่จะย้อนกลับไป อีกทั้งเส้นทางย้อนกลับใช่ว่าจะง่าย
อีกครั้งที่ไกด์ทั้งสองคน ต้องสำรวจหาทาลงไปให้ได้ และต้องลงวันนี้ เสบียงที่เตรียมมาก็แทบจะไม่เหลือแล้ว
เนื่องจากเป็นเขาสูงชันมาก การลงจึงถูกแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเราต้องจับแนวเชือกไต่ลงตามรอยเท้า ที่ไกด์ใช้
Ice axe ขุดสับเป็นทางเดินลงไป สู่ที่พักที่เป็นลานหินแคบและชัน มีพื้นที่จำกัด เราเกาะกลุ่มกัน จนแทบไม่มีพื้นที่ให้นั่งหรือยืนได้อย่างสะดวก ผมและเพื่อนต้องนั่งยองๆ ลงไปตรงพื้นที่ลาดชัน เท้ายันหินก้อนไม่ใหญ่นักไว้ กันไม่ให้ลื่นไถลตกลงไป หวั่นใจกลัว หากพลาดก้อนหินไม่มั่นคงพอคงได้ร่วงตกลงไปสู่เบื้องล่างแน่นอน ทำให้ในช่วงการเดินทางลงเขาชันช่วงสุดท้ายนี้ ผมไม่มีจิตใจที่จะถ่ายภาพแล้ว แม้จะเป็นช่วงสำคัญมาก นึกในใจว่าถึงถ่ายภาพไปได้ ก็ไม่รู้ว่า จะได้มีโอกาสดูภาพที่ถ่ายไปหรือไม่ ช่วงที่สองของการลงเขา มีความยาวไกลกว่าช่วงแรกมาก ไกด์ต้องใช้วิธีลำเลียงสัมภาระต่างๆที่พวกเราแบกมา โดยเอาเชือกผูกให้แน่น แล้วใช้รอกค่อยๆปล่อยให้สัมภาระต่างๆที่มัดไว้ กลิ้งลงไปเองตามแรงโน้มถ่วงสู่เบื้องล่าง ทำให้ข้าวของบางส่วนรวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงหลุดแตก เสียหาย ส่งกลิ่นชัดเจนทั่วทั้งทางลงเลยครับ หลังจากหย่อนสัมภาระลงไปแล้ว ลูกหาบ นำทีมโดยหนึ่งคนที่สวมรองเท้าหนาม(Campon) สำหรับเดินบนพื้นหิมะ/น้ำแข็ง ค่อยๆหาทางลงสู่เบื้องล่าง โดยมีลูกหาบคนอื่นๆเดินตามรอยเท้ากันไป จนลงสู่พื้นล่างได้ปลอดภัยทุกคน ส่วนสองหนุ่มออสซี่และอิตาเลี่ยน ที่เตรียมตัวมาปีนเขาโดยเฉพาะ พวกเขามีอุปกรณ์ครบ แค่สวม Campon และใช้ Ice axe ช่วยทั้งสองคนก็เดินลงไปได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ ส่วนผมและเพื่อนไม่มีอุปกรณ์ใดๆช่วยเราต้องรอให้ไกด์ทั้ง2 คนช่วยพาเราลงไป
เป็นกลุ่มสุดท้าย ซึ่งดูทุลักทุเลกว่ากลุ่มก่อนๆที่ลงไปสู่พื้นเบื้องล่างเรียบร้อยแล้ว เราลงได้ค่อยข้างช้าและลำบาก ไกด์เองก็สร้างทางใหม่ ไม่ได้ใช้เส้นทางเดิมตามที่คนอื่นๆใช้ลงไปก่อนแล้ว ทำให้ไกด์ทั้งสองคนต้องเหนื่อย ทั้งในการออกแรงสับสร้างเส้นทางให้เราเดิน และต้องช่วยประคองดึงรั้งเมื่อเราลื่นไถล เราใช้เวลานานกว่าทุกกลุ่ม จนผมคิดว่าไม่ไหวแล้ว ไกด์ก็เหนื่อย ทุกคนก็รอ สภาพอากาศก็แปรปรวน มีทั้งลมแรงที่พัดเข้ามาทีหนาวสุดๆ
บางช่วงหมอกหนาพัดเข้ามาทุกอย่างก็ดูมืดมิด มองไม่เห็นกลุ่มที่อยู่เบื้องล่างเลย สภาพตอนนั้นแย่สุดๆแล้วครับ ผมจึงเสนอไกด์ของนั่งกับพื้นหิมะแล้วสไลด์ลงไปตามความลาดชันของแนวเขาจะได้ประหยัดเวลา จะเป็นไงก็เป็นกัน ไกด์เองก็ไม่มีทางเลือก เพราะตอนนั้นเริ่มเย็นมาก จึงยอมใช้วิธีนี้ และมันก็ได้ผลครับ เราลงมาได้เร็วและปลอดภัย ทั้งหมดคณะเราใช้เวลาลงเขานี้ถึงสี่ชั่วโมง เราออกเดินทางต่อไป อีกสักพัก อากาศเย็นและเริ่มมืด พวกเราจึงได้ตั้งแคมป์กันในบริเวณไม่ห่างจากจุดที่เราลงเขามาไม่มากนักนั่นเอง ผมดีใจสุดที่ทุกคนรอด ปลอดภัยผ่านพ้นอุปสรรคสุดท้ายมาได้ และมารู้ตอนลงสู่พื้นล่างแล้วว่าเพื่อนได้บนบานไว้ว่าถ้ารอดมาได้ จะไปทำบุญไหว้พระ เก้าวัด นึกๆแล้วทริปนี้สุดๆจริงๆครับ
คืนนั้น ลมแรงครับ ทั้งคืน จนเตนท์เราและเตนท์ของลูกหาบ เสียหาย ต้องซ่อมฉุกเฉินพอให้ได้ใช้ผ่านพ้นคืนนี้
ไปได้ครับ เสบียงอาหารก็แทบจะไม่มี คืนนั้นและตอนเช้าไม่มีใครได้กินเต็มอิ่มครับ

ykumsri
2nd December 2008, 10:21
:huh:...

ykumsri
2nd December 2008, 10:23
:knock:..

ykumsri
2nd December 2008, 10:25
:spineyes:...

ykumsri
2nd December 2008, 10:30
21 พ.ย. 2008…เดินทางลงสู่ Jomsom(2720m)
หลังจากผ่านอุปสรรคต่างๆมาหลายหน เช้านี้ผมยินดีมากที่จะได้ลงไป Jomsom และผมมั่นใจมากว่าเราจะไม่มีอุปสรรคใดๆอีกแล้วเราออกเดินทางราว 7โมงเศษ หนุ่มต่างชาติดูจะเร็วกว่าทุกคน เดินเร็วจนพวกผมไม่เห็นฝุ่น ส่วนผมและเพื่อนก็พยายามเร่งสุดๆ อยากได้ความอบอุ่น อยากได้อาหารดีๆ อยากได้ทีพัก ห้องน้ำสะอาด สบาย
แต่การเดินลงไปสู่ พื้นล่างจากที่สูงที่มีความต่างระดับกันถึง 2000เมตรในคราวเดียวเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยครับ เส้นทางดูไกลมาก เราเดินแทบจะไม่พักเลย และทางลงทั้งชันมาก ชันน้อย ทำเอาข้อเราเสื่อมและอ่อนแรงไปเยอะเลยครับ หิวกระหายน้ำมากด้วยครับ เราเดินมาถึง Thini ชุมชนที่อยู่ใกล้ๆ Jomsom ไกด์พาเราแวะซื้อ แอปเปิ้ล กิโลกรัมละ สิบบาทไทย ผมซัดเข้าไปสามลูก ดับกระหาย บรรเทาความหิวไปได้ดีทีเดียวครับ ชาวบ้านแถบนี้ปลูกแอปเปิ้ลส่งขายทั่วประเทศเลยครับ รสชาติดีครับ
ที่Jomsom เราพักที่ Tilicho Hotel ที่นี่เราได้เจอน้องผู้หญิงคนไทย มาเที่ยว Poon hill , Mukinath และอีกหลายๆที่ มาคนเดียวครับ เก่งมากทีเดียว น้องเขามาติดต่อหาไกด์และลูกหาบตอนมาถึงเนปาลแล้วครับ
เก่งครับ
จบทริปนี้ ผมได้รับประสบการณ์อีกเยอะเลยครับ
ขอขอบคุณ ไทยดีโฟโต้ ที่ให้พื้นที่แสดงภาพ และขอบคุณทุกท่านที่แวะชมครับ

Electron
2nd December 2008, 11:36
สุดยอดแห่งการ Trekking จริงๆครับ

และสุดยอดแห่งการโพสต์ด้วย ผมเห็นตั้งแต่ตื่นนอนมาตอนเช้า กว่าจะโพสต์เสร็จ เกือบเที่ยง

รีเฟรชไปหลายสิบรอบ กว่าจะชมภาพสวยๆจนหมด :clap::thumbup:(Y):flower:

Sompol
2nd December 2008, 12:45
:bucha:นับถือมากๆ ครับ...การเดินทางแบบนี้ทั้งร่างกายและหัวใจต้องพร้อมจริงๆ...
ขอบคุณที่เอาเรื่องราวและภาพสวยๆ มาให้ชมนะครับ:o:

arm
2nd December 2008, 21:08
แม่จ้าววว นับถือเลยครับ :bucha:

faloverung
2nd December 2008, 21:25
แม่้จ้าว ด้วย สุดยอด landscape แบบ ดูรูป landscape มามากมาย อันนี้ที่สุด ๆๆๆๆ ร่างกายต้อง ขนาดใหนนี่ นับถือจริง ๆ ครับ

สุกิจ
2nd December 2008, 22:39
สุดยอดคนจริงๆ นับถือครับ ใจต้องเกินร้อย

ขอบคุณที่เอาเรื่องราวและภาพสวยๆ มาให้ชมนะครับ

TRYtoBEpro
3rd December 2008, 22:57
ยอดเยี่ยม
ภาพสวย
หัวใจเหล็กจริง ๆ

เอ้
3rd December 2008, 23:07
ภาพสวย เรื่องดีครับ (Y)

takumi143
3rd December 2008, 23:42
พูดอะไรไม่ออก นอกจาก สุดยอดครับ

xtreme
4th December 2008, 00:16
พร้อมทั้งกายและใจจริงๆครับ :thumbup:

num_r
4th December 2008, 00:30
:bucha: ร่างกายต้องแข็งแรงมาก ๆ ไหนจะสัมภาระ ไหนจะกล้องถ่ายรูป อุปกรณ์

สุดยอดครับ (Y) :flower:

NatNet
4th December 2008, 03:38
ขอคารวะจากใจ เยี่ยมจริง ๆ

ตาตั้ม
4th December 2008, 08:03
สุดยอดทั้งคนและอุปกรณ์เลยครับ ใจต้องเกินร้อยจริงๆ แถมถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างดีเลยครับ ขอบคุณมากๆ ครับ :thumbup:

krisd
4th December 2008, 08:38
อยากไปเดินตามเส้นทางนี้บ้างจัง ... บรรยากาศสวยงามจริงๆ

tonlove7
4th December 2008, 13:24
สุดยอดการผจญภัยครับ ภาพสวยมาก บรรยายดีเลยครับ

tonapple71
4th December 2008, 19:29
ต้องบอกซ้ำๆ อีกทีครับ ว่าเก่งจริงๆ ร่างกายพร้อม ใจพร้อม ผมไปลาดักเดินเล่นที่ความสูงประมาณสี่พันเมตร ไม่ได้แบกของถือแค่กล้องยังหอบแฮ่กๆ
ปล. ภาพสวยด้วยครับ

nui
9th December 2008, 11:49
ภาพสวย บอกเล่าเรื่องราวได้ดีมากครับ
เห็นแล้วอยากไปมั่ง แต่คงต้องฟิตร่างกายเยอะเลย

khisiran
9th December 2008, 12:11
เหมือนดู รายการเปิดโลกกว้่าง อะไรประมาณนั้นเลยครับ

sunthree_w_2004
10th December 2008, 15:43
สุดยอดเลย กำลังใจและร่างกายต้องเกิน 100 คิดว่าคงไม่หยุดแค่นี้หรอก อยากเห็นธงไทยปักที่ยอดเขาเอเวอเรสต์อีกครั้งตามรอยคุณวิทิตนันท์ โรจนพานิช

mizman
11th December 2008, 09:36
ขอบคุณที่พาชมสวรรค์ :kiss: อยากไปบ้าง ชีวิตนี้คงไม่มีโอกาส :cry:

bear
15th December 2008, 00:41
:clap: ตื่นตาตื่นใจมากค่ะ คุณ ykumsri :yahoo:
Bear อ่านถึงช่วง Landslide Area เป็นต้นไป Tilicho Lake ผ่าน Eastan Pass สู่ Jomsom ขนลุกซู่ ยังกะดูหนัง ลุ้นแทนสุดตัวค่ะ :good:

ขอบคุณมากที่พาเที่ยวที่ตระการตาขนาดนี้ ดีใจค่ะ ที่ทุกคนปลอดภัย :chat:

oilturbo
15th December 2008, 11:54
สุดยอดเลยครับ ทริปในฝันเลยแบบนี้
อยากทราบรายละเอียด และค่าใช้จ่าย/คนนะครับ
จะได้ชวนเพื่อนไปบ้างครับ

lkunl
15th December 2008, 14:23
เรื่องเยี่ยม ภาพสวยสุดยอด อ่านทุกตัวดูทุกรูปเลยครับ 5 ดาวเลย :flower::flower::flower:

tokyo123
8th January 2009, 00:39
สวยจิงๆ ทั้งสถานที่และรูปภาพ
อยากมีโอกาสได้ไปสัมผัสจัง:clap:

GreatLFC
8th January 2009, 03:11
ขอแสดงความนับถืออย่างสูงสุด ลำพังแค่ภูกระดึงขาลงก็ทำเอาผมเบรคแตก เดินไม่เป็นไป 3 วัน นั่นแค่ 10 กิโล 4-5 ชั่วโมง ที่ระดับความสูง 1,200 เมตรเองนะ ที่เล่นเดืนเป็นอาทิตย์ ที่ความสูงระดับนั้น ขอแสดงความนับถืออีกครั้ง ฝันว่าจะไปทำอย่างนี้บ้างเหมือนกัน แต่คงเป็นได้แค่ฝัน 5555

Ultra-j
8th January 2009, 08:57
โอ้โห รูปแต่ละใบ ยังกะ สารคดี
:flower:

Spinaker
8th January 2009, 10:36
ชื่นชมมากครับ จิตใจสุดยอด เล่าเรื่องได้สุดขีด

ชอบครับ ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ ดูแล้วตื่นเต้น

ykumsri
10th January 2009, 10:46
มีท่านที่สนใจอยากจะไปทริปนี้ ขอข้อมูลมา
สรุป...แล้วเส้นทางนี้นับว่าสวยงามและผมก็ได้ ผจญภัย มากว่าที่คาดไว้ด้วยครับ
การไปทริปนี้เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องไปกับบ.ทัวร์ในเนปาล เนื่องจากเส้นทางบางช่วงเราจะไปเองไม่ได้
อีกทั้งมีหลายคืนที่ตั้งแคมป์ นอนในเตนท์ครับ เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องมีไกด์และลูกหาบครบทีม
ผมเลือกที่จะติดต่อบ.ทัวร์ที่ผมเคยใช้บริการมาก่อน รวมครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สามครับ ที่ใช้บริการบ.นี้
www.tibetexpedition.com (http://www.tibetexpedition.com/) เขาคิดราคายุติธรรมดีครับ ค่าใช้จ่ายทริปนี้ ไม่รวมค่าตั๋วเครื่อง
บินไป-กลับเนปาล และค่าวีซ่า อยู่ที่ 1100 US$ ที่เราต้องจ่ายเพิ่มก็เฉพาะค่า Cold Drink และ
ทิปที่ให้แก่ไกด์และลูกหาบ ที่เหลือ ค่าอยู่ ค่ากิน ค่าเดินทางในเนปาล เขารับผิดชอบให้หมดครับ
เมื่อจบการเดินที่ Jomsom วันที่ 22เราก็บินไป โพครา พักหนึ่งคืน วันที่ 23 ก็เดินทางกลับ Kathmandu
ด้วยรถยนต์ พักอีกหนึ่งคืน วันที่ 24 จึงบินกลับครับ
ถ้าท่านใดสนใจไปจริงๆ น่าจะเลือกช่วงเวลา ให้ดีกว่าที่ผมไปกันนะครับ ไกด์แนะว่าควรเป็นต้นเดือน
ตุลา หรือปลายกันยา ที่ยังไม่หนาวมาก หิมะอาจยังไม่ตก หรือจะเป็นช่วงเมษาที่หิมะน่าจะหยุดตกบ้างแล้ว
แต่อย่างไรก็ตามสภาพอากาศ แถบ Tilicho Lake เอาแน่นอนไม่ได้ยังไง เตรียมตัวให้พร้อม ควรจะให้บ.ทัวร์
เตรียม Campon ให้ด้วย กันไว้น่าจะดีครับ
ขอให้มีความสุขกับทุกทริปการเดินทางและให้ได้ภาพสวยๆมาฝากกันนะครับ
ขอบคุณทุกท่านเลยครับ ที่แวะเข้ามาชม ขอบคุณอีกครั้งครับ
ถ้าท่านใดอยากสอบถามข้อมูลยินดีครับ 0818765280 ykumsri@hotmail.com

nirvanic
10th January 2009, 11:15
สุดยอดดดด
ตื่นตา ตื่นใจ ในเนื้อหาการเล่าเรื่อง และภาพถ่ายมากเลยครับ

JTR
12th January 2009, 12:28
นับถือครับ :clap:
ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ และคำบรรยายดีๆ เป็นฉบับสมบูรณ์ได้จริงๆครับ

supersomle
13th January 2009, 21:36
ไม่ใช้เงินถึงอย่างเดียว ร่างกาย ใจก็ต้องถึงด้วย ยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ:thumbup::good::clap::flower:

ktc
13th January 2009, 23:28
ขอบคุณครับสำหรับการแบ่งปันภาพสวยๆๆ

เดินทางสิบลี้
19th January 2009, 11:50
2สุดยอดครับ :thumbup:
คนสุดยอด กับ เส้นทางสุดยอด:clap:

sitysat
22nd January 2009, 14:22
สนุกมากครับ

หลวงลายไทย
28th January 2009, 10:04
ยอดเยี่ยมทั้งภาพถ่ายและเนื้อหาครับ
ดูจากภาพแล้ว Landslide น่ากลัวมากๆครับ หินก้อนเล็กๆ ถ้าเดินไม่ดี มันพลิกไปละก็ มีหวังไปนอนวัดพื้นอยู่ด้านล่างแน่ๆครับ

ทริปแบบนี้ผมยอมแพ้ครับ แก่แล้วเดินไม่ไหวครับ ขอนั้งจิบเครื่องดื่มชมภาพพร้อมทั้งอ่านบทความดีกว่าครับ ยอมแพ้ครับ

เสียดายว่าไม่มีภาพช่วงลงเขานะครับ แต่อย่างว่าแหละครับ ถ่ายภาพตอนนั้น อาจจะกลิ้งลงมาได้ง่ายๆครับ
นี่ถ้ามีคอมพ็คตัวเล็กๆซักตัว คงจะได้ภาพช่วงนั้นมานะครับ เสียดายครับ

แต่เท่านี้ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำแล้วครับ
ขอบคุณที่ นำภาพสวยๆมาให้คนที่ไม่สามารถไปได้ ได้มีโอกาสเห็นกันครับ

Yudhakarn
28th January 2009, 14:55
ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันความสุขครับ แค่อ่านเนื้อเรื่องตามยังเหนื่อยแทนเลยครับ
ภาพสวย เนื้อเรื่องน่าติดตามครับผม
ปล.เห็นภาพทะเลสาปแล้ว พาลให้คิดถึงนวนิยายเรื่องเพชรพระอุมาเลยครับ อิอิ

Zoom Zoom
29th January 2009, 16:09
เนื้อหาเยี่ยม ภาพสุดยอดเลยครับ
อยากหาโอกาสไปสักครั้งในชีวิต

indigo
29th January 2009, 21:08
บอกได้คำเดียวว่า สุดยอดจริงๆครับ .... นับถือครับ ... นึกภาพตัวเองไปเดินแถว landslide แล้ว.... ขาสั่นแน่ๆ :D

ยอดเยี่ยมครับ รูปสวย เรื่องราวก็ดีมากครับ....

sahasilp
27th February 2009, 00:57
เยี่ยมจริงๆครับ มีโอกาส อยากจะไปบ้างจังครับ

พุทธา
27th February 2009, 08:40
ภาพสวยมากครับ เป็นแนวที่ชอบเลยครับ เห็นแล้วอยากไปบ้าง แต่ร่างกายคงไม่ไหว :)

tadto
27th February 2009, 12:19
สุดยอดจริงๆครับ

นับถือทั้งพลังกายและพลังใจเลยครับ

รูปงดงามมากเลยครับ

Gokungs
27th February 2009, 15:20
พึ่งเห็นครับ ขอชื่นชมความอดทน และความมีน้ำใจในการแบ่งปันความสุขครับ ขอบคุณครับ

เอ้
27th February 2009, 17:28
เลือกกระทู้นี้ขึ้น หน้าทักทายหน้าแรก (http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=121017) อีกรอบ เผื่อให้หลาย ๆ คนที่ยังไม่เคยดูได้เข้ามาดู :flower:

jojosung
27th February 2009, 21:53
สวยมากๆครับ อยากไปบ้าง แต่ไม่กล้า กลังหนาว

หยก
28th February 2009, 12:51
นับถืออย่างแรง กับการเดินทางท่องเที่ยวเกือบเดือนแบบนี้

joke_pi
1st March 2009, 00:49
ขอบคุณเรื่องราวในการแบ่งปันครั

นับถือจริงๆครับ

TaewTong
1st March 2009, 13:52
ภาพสวย เรื่องเยี่ยม อ่านไปลุ้นไป *-*

mrchain
1st March 2009, 20:52
แค่ดูก็สุขใจมากล้นเลยครับ อยากไปสัมผัสสักครั้ง แหะๆคงไม่มีโอกาส

นครศรีฯ2552
5th March 2009, 21:19
ชื่นชมจริง ๆ ... ขอรับ :clap:

maikun
14th March 2009, 20:52
นับถือจริงๆครับ ขอบคุณสำหรับรายละเอียดต่างๆ

joojoe
31st March 2009, 20:38
เห็นแล้วได้แต่อิจฉา ไม่มีเงินไปเที่ยว ตปท อ่ะ

w_toms8
19th July 2009, 15:18
สุดยอดครับพี่ นับถือ อยากไปบ้างจัง อิอิ

kumgujae
19th July 2009, 17:05
ขอบคุณที่พาเที่ยวครับ :flower:
สุดยอดแห่งการผจญภัยจริงๆครับ :thumbup::clap:

ขออนุญาตเซฟเก็บไว้ครับ :yahoo:

มนตร์
19th July 2009, 18:08
ขอขนานนามว่า **ทริปอภิมหากาพย์ไตรภาค** อะไรประมาณนั้นเลยครับ พี่ใช้ขากับหัวใจรุ่นไหนครับนี่ นับถือๆ ขอคารวะครับ

ykumsri
20th July 2009, 07:52
ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาชมครับ ผมอยากเข้ามาแก้ไขภาพ บางภาพแต่ทำไม่เป็นครับ เพราะบางภาพสีเพี้ยนมากๆ เพราะผมแต่งภาพไม่เป็น ตอนนี้เริ่มเรียนรู้การแต่งภาพบางเลยอยากเข้ามาแก้ไขครับ

Notolov
20th July 2009, 14:05
ยอมรับในความสามารถ และความพยายามครับ

ได้เห็นประสบการณ์ ที่ชีวิตนี้ผมอาจไม่มีโอกาสได้ไปเจอ

songpol
20th July 2009, 14:50
ยินดีด้วยครับ

กับการได้ประสบการณ์ที่ล้ำค่า มาประดับติดตัวเป็นความทรงจำที่ดี

^^

Delpi
27th July 2009, 10:02
เพิ่งเห็นกระทู้นี้

สุดๆๆ

nistelrooy
30th July 2009, 10:58
สวยมากเลยครับ

Philanderer
31st July 2009, 16:52
ที่สุดของการผจญภัย ภาพสวยมากๆครับ งงมากๆทำไมผมพึ่งเห็น

akabane
1st August 2009, 06:26
ทั้งภาพและวิวสวยมากครับ หลงรักเลยนะเนี่ย ^^

kikugamo
2nd August 2009, 16:21
เห็น Lnadslide แล้ว อยากเล่นจังครับ (ถ้าพื้นข้างล่างไม่มีเหวและลำธาร)

earthjumper
5th August 2009, 05:21
เป็นกระทู้ที่ยิ่งใหญ่ มากด้วยคุณค่าในแง่ของเนื้อหาสาระ ภาพที่สวยงามตระการตา ทริปแบบนี้หาจากเว็บไทยๆทั่วไปได้ยากนัก
ผู้ถ่ายทอดต้องแกร่งทั้งกายและใจ
ขอบคุณนะครับ

kaymann
16th August 2009, 22:34
สุดยอดมากครับ

moji09
29th August 2009, 12:38
ว้าวววววว ได้ทั้งอาหารตาและอาหารสมอง อย่างนี้ต้องเก็บไว้ตามรอยแล้วนะคะเนี่ย ขอบคุณสำหรับภาพงาม ๆ ค่ะ :thumbup:

Kritkun
30th August 2009, 02:18
สุดยอดเลยครับ

inkit
31st August 2009, 15:05
โอ้วววววแม่เจ้า สวยงามสุดๆๆเลย

sukhothai27
1st September 2009, 14:14
สุดยอดเลยคับพี่

pakonking
2nd September 2009, 21:39
สวยมากมายเลยคับผม

หลวงลายไทย
16th July 2010, 10:33
เก็บเข้าGalleryครับ
ใครอยากไปเทรกกิ้งเนปาล เข้ามาอ่านกันได้เลยครับ:thumbup::thumbup:

ipond
7th August 2010, 12:35
เจ๋งครับ